Split TH ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Split TH, ครีเอเตอร์ดิจิทัล, 2 ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหา, Bangkok.

สวัสดีปีใหม่ 2568 🥳🎉ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคนCheers to another year !----   #ปีใหม่2568    #สวัสดีปีใหม่2568
31/12/2024

สวัสดีปีใหม่ 2568 🥳🎉
ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคน
Cheers to another year !

----

#ปีใหม่2568

#สวัสดีปีใหม่2568

ช่วงเวลาเตรียมความพร้อม ก่อนแบ่งปันไอเดีย นำเสนอทุกความเป็นไปได้ในงาน 'IGNITE IDEATION 2024'ใกล้จะเริ่มแล้ว สำหรับกิจกรร...
15/09/2024

ช่วงเวลาเตรียมความพร้อม
ก่อนแบ่งปันไอเดีย นำเสนอทุกความเป็นไปได้
ในงาน 'IGNITE IDEATION 2024'
ใกล้จะเริ่มแล้ว สำหรับกิจกรรม 'IGNITE IDEATION 2024' ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 'TCF Well-being Changemaker' ที่จัดโดยมูลนิธิไทยคม เป็นโครงการที่ให้โอกาสและเปิดพื้นที่ให้น้อง ๆ ในระดับมัธยมศึกษาจากหลากหลายสถาบันเข้ามาร่วมสร้างสรรค์และพัฒนาโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกายและสุขภาพใจ นำเสนอในรูปแบบที่หลากหลายให้เข้าถึงง่ายและได้ความสนุก ประกอบไปด้วยน้อง ๆ จำนวนทั้งสิ้น 8 กลุ่ม 8 โปรเจกต์ที่ผ่านการคัดเลือก และขนไอเดียพร้อมตัวต้นแบบมาแบ่งปันให้ได้เห็นภาพรวมกันในงานวันนี้
บรรยากาศโดยรอบของลานสานฝัน ศูนย์การเรียนรู้ TK Park ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ (15 กันยายน 2567) เต็มไปด้วยความคึกคักและพรั่งพรูไปด้วยมวลของความตื่นเต้น เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่ไอเดียของพวกเขาที่ถูกพัฒนามาเป็นเวลากว่า 1 เดือนจะได้เผยแพร่สู่สาธารณะเป็นครั้งแรก ต่อหน้าประชาชนทั่วไปที่มาร่วมงาน และต่อหน้าผู้บริหารจากมูลนิธิไทยคม ทำเอาใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ กันทั้งน้อง ๆ และพี่ ๆ ที่ร่วมสังเกตการณ์อยู่ทั่วบริเวณงานเลยทีเดียว
จากการที่ได้เดินเข้าไปสำรวจผลงานของน้อง ๆ ในแต่ละบูธเบื้องต้น จะเห็นได้ว่าโปรเจกต์ต่าง ๆ ของพวกเขามีการประยุกต์เอาข้อมูลที่จริงจังมาปรับให้อยู่ในรูปแบบของสื่อที่เข้าใจได้ง่าย ทั้งการ์ดเกม, นิทาน, กิจกรรมเวิร์กช็อป ไปจนถึงสื่อที่ต้องร่วมสนุกผ่านอุปกรณ์ VR ล้ำสมัย ถือเป็นการปรับตัวที่ชาญฉลาดและนำเอาการเรียนรู้มาผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและพลังของเด็กรุ่นใหม่ที่กล้าคิดและลงมือทำ เอาชนะขีดจำกัดของตัวเอง ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้พัฒนาโปรเจกต์เหล่านี้กันเพียงลำพัง เพราะยังผ่านมือของ Mentor ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญจากทางมูลนิธิไทยคมและโค้ชในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มาช่วยกัน Shape ให้ทุกความเป็นไปได้เข้าที่เข้าทางมากที่สุด แม้จะยังเป็นเพียงทฤษฎีและตัวต้นแบบที่เราจะได้เห็นกันในวันนี้ แต่หลายโปรเจกต์ก็มีโอกาสมากพอที่จะถูกต่อยอดให้กลายเป็นชิ้นงานจริง เพื่อถูกนำไปใช้งานได้จริงในอนาคตอีกด้วย
สำหรับงานในวันนี้จะมี 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนจัดแสดงที่เป็นบูธของโปรเจกต์ต่าง ๆ จากฝีมือน้อง ๆ และส่วนเวทีกลาง เป็นพื้นที่ที่ให้พวกเขาได้แสดงวิสัยทัศน์ นำเสนอไอเดีย และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของทั้ง 8 ทีม ก่อนที่กลุ่มก้อนความคิดเหล่านี้จะถูกต่อยอดให้กลายเป็นของจริงในวันข้างหน้า สำหรับใครที่สนใจอยากจะเดินทางมาให้กำลังใจน้อง ๆ มาร่วมฟัง และแบ่งปันไอเดียต่าง ๆ ก็สามารถเดินทางมาได้ที่ ชั้น 8 อุทยานการเรียนรู้ TK Park ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่เวลา 13:00 น. เป็นต้นไป ลงทะเบียน 'เข้างานฟรี'
ลงทะเบียนได้ที่นี่
https://linktr.ee/TCF_Well_Being_Changemaker2024
ภาพ : กิตติธัช สวัสดิวงษ์



#มูลนิธิไทยคม

#ตื่นรู้คิดได้ทำเป็น


'มูลนิธิไทยคม' ชวนร่วมงาน 'IGNITE IDEATION 2024' ร่วมสร้างสังคมไทย กล้าฝัน กล้าแบ่งปันมูลนิธิไทยคม เชื่อว่า สังคมจะมีคุณ...
14/09/2024

'มูลนิธิไทยคม' ชวนร่วมงาน 'IGNITE IDEATION 2024' ร่วมสร้างสังคมไทย กล้าฝัน กล้าแบ่งปัน
มูลนิธิไทยคม เชื่อว่า สังคมจะมีคุณภาพ พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ เริ่มต้นจากคนไทยมีจิตใจที่ยืดหยุ่นและร่างกายที่แข็งแรง ตามทันโลคยุคใหม่ได้อย่างสมดุล สิ่งเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาคนไทยให้เติบโตพร้อมก้าวสู่การเป็นพลเมืองโลก จึงเป็นที่มาของโครงการ 'TCF Well-being Changmaker'
ในโครงการนี้มูลนิธิไทยคมได้คัดเลือก 8 โปรเจกต์เข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะ (Incubation) และลงมือทำให้เกิดเป็นรูปธรรมในระยะ Prototype พร้อมกับรับคำแนะนำจากที่ปรึกษาเป็นระยะเวลากว่า 1 เดือน โดยผลงานของน้อง ๆ ทั้ง 8 โปรเจกต์ จะถูกนำมาเล่าและทดลองเล่นตัวต้นแบบกันภายใน 'IGNITE IDEATION 2024' ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้
อยากเชิญชวนมาร่วมแบ่งปันไอเดีย สำรวจความคิด มองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนความฝันไปด้วยกันในงาน 'TCF Well-being Changemaker : IGNITE IDEATION 2024' ณ ลานสานฝัน TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่เวลา 13:00 - 17:00 น.
ลงทะเบียนได้ที่นี่
https://linktr.ee/TCF_Well_Being_Changemaker2024



#มูลนิธิไทยคม

#ตื่นรู้คิดได้ทำเป็น


🚩 อัปเดต ! ขยายวันรับสมัครถึง 22 กรกฎาคม 2567 นี้ !!ถึงเวลาแล้วที่น้อง ๆ คนรุ่นใหม่จะได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมผ่...
17/07/2024

🚩 อัปเดต ! ขยายวันรับสมัครถึง 22 กรกฎาคม 2567 นี้ !!
ถึงเวลาแล้วที่น้อง ๆ คนรุ่นใหม่จะได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมผ่านการพัฒนาและนำเสนอโปรเจกต์สุดสร้างสรรค์ร่วมกับ 'มูลนิธิไทยคม' ในโปรเจกต์ที่มีชื่อว่า 'TCF CHANGEMAKER'
มูลนิธิไทยคม ขอเชิญชวนน้อง ๆ ในระดับมัธยมปลาย ที่มีอายุตั้งแต่ 15 - 18 ปี เข้ามาร่วมส่งโปรเจกต์ไอเดียเพื่อการขับเคลื่อนสังคม 'Well Balanced Life' ภายใต้ 2 ประเด็น ได้แก่ ประเด็น 'HEALTH' โครงการที่ส่งเสริมความตระหนักรู้ให้คนไทยห่างไกล 'โรคหลอดเลือดสมอง' และ ประเด็น 'MINDFULNESS' โครงการที่ส่งเสริมการตระหนักรู้ทางใจให้กับสังคมไทย เพื่อให้คนไทยมีสติ รู้จักตัวเอง นำไปสู่การสร้างปัญญาและนวัตกรรม
📌 เงื่อนไขการสมัคร

- 1 ทีมประกอบไปด้วยสมาชิกจำนวน 3 - 5 คน
- แต่ละทีมนำเสนอโครงการที่ตอบโจทย์กับปัญหาในประเด็นที่เลือกเพียง 1 ประเด็นเท่านั้น
- หากส่งโครงการในนามโรงเรียน 1 โรงเรียนสามารถส่งได้มากกว่า 1 ทีม
- ไม่จำกัดสถาบันการศึกษา หรือรูปแบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนทางเลือก ตลอดจน Homeschool ก็สามารถรวมทีมส่งได้
- ส่งโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 22 กรกฎาคม 2567
- โครงการที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วม INCUBATE เติมความรู้ ทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
- โครงการที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมนำเสนอต่อผู้บริหารมูลนิธิไทยคม พร้อมรับทุนสนับสนุนโครงการจำนวน 5,000 บาท
สมัครได้ที่ >> https://linktr.ee/TCF_Well_being_Changemaker
📌 กำหนดการกิจกรรม

- ปิดรับสมัคร วันที่ 22 กรกฎาคม 2567
- ประกาศผลโครงการที่ได้รับการคัดเลือก วันที่ 26 กรกฎาคม 2567
- เข้าร่วม INCUBATE เป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม และ 6 - 9 สิงหาคม 2567
- ระยะเวลาดำเนินการทำ Prototype ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม - 13 กันยายน 2567
- นำเสนอและปิดโครงการ วันที่ 15 กันยายน 2567
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : มูลนิธิไทยคม


#มูลนิธิไทยคม

#ตื่นรู้คิดได้ทำเป็น


ถ้าเหนื่อยก็แค่พาใจกลับบ้านนิทรรศการ 'Homecoming' พื้นที่ปลอดภัยที่เปิดให้คุณพาใจกลับมาพัก บนโลกที่พร้อมจะเหนี่ยวรั้งทุก...
16/07/2024

ถ้าเหนื่อยก็แค่พาใจกลับบ้าน
นิทรรศการ 'Homecoming' พื้นที่ปลอดภัยที่เปิดให้คุณพาใจกลับมาพัก
บนโลกที่พร้อมจะเหนี่ยวรั้งทุกเรี่ยวแรงที่คุณมี สังคมที่คอยบั่นทอนความคิดและกัดกินหัวใจคุณอยู่ซ้ำ ๆ ถึงแม้ความเป็นไปไม่ได้ทำร้ายคุณขนาดนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้จิตใจของคุณเหนื่อยล้าเต็มที มันจะดีกว่าไหมหากมีพื้นที่ใดเปรียบเสมือนจุดเติมเชื้อเพลิงให้หัวใจมีแรงขับเคลื่อนต่อ พื้นที่ที่ให้คุณหยุดและตั้งคำถามกับตัวเองขณะที่จิตใจได้พักผ่อน เพราะในสายธารกระแสสังคมที่ไหลเชี่ยว เราควรกลับมาฮีลหัวใจให้กลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง
นิทรรศการ "พาใจกลับบ้าน" Homecoming พื้นที่ศิลปะเยียวยาจิตใจที่ผสมผสานศาสตร์ด้านจิตวิทยา โดยนักออกแบบ Eyedropper Fill ผู้รังสรรค์พื้นที่ปลอดภัยเพื่อฮีลใจและสร้างคุณค่า ผ่านการพูดคุย รับฟัง ตั้งคำถาม แลเข้าใจในตนเอง โดยผสานองค์ความรู้ด้านจิตวิทยาและการสร้างสรรค์พื้นที่เชิงบำบัด (Therapeutic Space) ถ่ายทอดผ่านการใช้แสง สี เสียง และ Digital Art ภายใต้แนวคิด 'ความเมตตากรุณาต่อตัวเอง' เพื่อส่งเสริมสุขภาวะและตระหนักรู้เรื่องสุขภาพใจ
ภายในงานจะประกอบไปด้วยกันทั้งหมด 5 ห้อง ได้แก่ ห้องสำรวจที่ให้ทุกคนทบทวนความรู้สึกของตนเอง ห้องโอบรับที่ให้โอกาสทุกคนได้โอบกอดความรู้สึกภายในใจ ห้องเฝ้าดูที่ให้ทุกคนเอนกายและปล่อยให้ความคิดและความรู้สึกไหลผ่านตัวเองไปอย่างช้า ๆ ห้องข้ามผ่านที่ให้ทุกคนรับฟังเรื่องราวของคนอื่น และห้องตกผลึกที่ให้ทุกคนได้เปิดเผยถึงเรื่องหนักหนาภายในใจ
นอกเหนือจากกิจกรรมเชิงบำบัดทั้ง 5 ห้อง ยังมีบทเพลงฮีลใจจากศิลปินอินดี้อย่าง Youth Brush ที่จะมอบบทเพลง ขอโทษ, ให้อภัยและรักตัวเองเสียที และขอบคุณที่ทนรอฟ้าสว่าง เพื่อเป็นการน้อมรับและโอบกอดหัวใจที่ต้องพาไปเผชิญเรื่องเลวร้ายมาตลอด ซึ่งสามารถกลับไปรับฟังเพลงฮีลใจเหล่านี้ได้ทางสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มทั่วไปได้อีกด้วย
นิทรรศการพาใจกลับบ้าน Homecoming เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00 - 20:00 น. (ไม่มีแบ่งรอบและจำกัดเวลาในการเข้า โดยเปิดให้เข้าชมรอบสุดท้ายไม่เกิน 19:30 น.) ที่ MMAD - MUNMUN Art Destination บริเวณชั้น 2 ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ มีค่าเข้า 200 บาท โดยสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ "….." (เว็ปไซต์) แล้วพาใจกลับมาพักผ่อนไปด้วยกัน
เรื่อง : กนกวรรณ เชียงตันติ์
#พาใจกลับบ้าน



จาก 'มุมกาแฟ' บริเวณวัดสู่ 'อามะภันเต' คาเฟ่สุดชิลริมทุ่ง ปรุงเครื่องดื่มโดยบาริสต้า 'ห่มจีวร' ที่พร้อมให้พรทุกคนไม่มีอะ...
15/05/2024

จาก 'มุมกาแฟ' บริเวณวัด
สู่ 'อามะภันเต' คาเฟ่สุดชิลริมทุ่ง ปรุงเครื่องดื่มโดยบาริสต้า 'ห่มจีวร' ที่พร้อมให้พรทุกคน
ไม่มีอะไรจะเหมาะเท่ากับการได้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ ๆ ริมทุ่งในวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ถึงแม้ว่าลมหายใจจะไม่บริสุทธิ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะทุ่งไร่เรือกนาแถวนี้ยังมีการเผาหน้าดิน เผาตอซัง เผาใบไม้แห้ง หรือเผาขยะอยู่บ้าง แต่ก็นับว่าเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายที่ควรกอบโกยไว้ก่อนกลับไปสู้งานในวันธรรมดาที่ออฟฟิศ
สาย Cafe Hopping อย่างเราก็ต้องมาพักผ่อนหย่อนก้นลงที่คาเฟ่ สั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ พูดคุยเฮฮากับเพื่อนร่วมทางตามประสา ซึ่งพอจะช่วยชาร์จพลังงานไปได้ประมาณหนึ่ง เพียงแต่คาเฟ่ที่เดินทางมาในวันนี้ดูจะต่างออกไปจากปกติ เพราะตั้งอยู่ในเขตสังฆาวาสนามว่า 'วัดโพธิ์นิมิต' ตำบลท่าฉนวน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ตัวคาเฟ่มีชื่อออกจะทางธรรมว่า 'อามะภันเต' มีระยะทางจากประตูวัดเข้าไปเกือบ ๆ 1 กิโลเมตร (950 เมตร) เมื่อเข้ามาถึงก็จะเจอกับอาคารไม้ 1 ชั้น ที่มีความกว้างมากกว่าความลึก ตกแต่งแบบเรียบง่าย เป็นหน้าร้านสำหรับปรุงเครื่องดื่มตามคำขอของโยมลูกค้าที่เดินทางมา
ใครที่เดินทางมาครั้งแรกอย่าเพิ่งอกสั่นขวัญแขวน จนเหมือนว่าถูกลักพาตัวมา แม้ว่าสองข้างทางจะมีทั้งป่าทั้งสวนและบ้านคนวางสลับกันอยู่ตลอดทาง แต่จะมีป้ายเขียนมือขนาดพอประมาณบอกทางไปยังคาเฟ่ได้แบบปลอดภัย ขอให้คิดซะว่าสิ่งที่เห็นเป็นความร่มรื่น ยิ่งมาในช่วงนี้ที่ถึงอากาศจะค่อนข้างร้อนแต่ไม่มีแดดมากวนใจ ลองลงจากรถแล้วไปแชะภาพสักแผ่นสองแผ่นเป็นที่ระลึกหน่อยก็ดี บริเวณคาเฟ่ยังตกแต่งในแบบคาเฟ่ทั่วไปที่เราพบเห็นได้ มีเก้าอี้ไม้ มีชิงช้าใต้ต้นไม้ใหญ่ จะเล่นสนุกก็ได้ หรือจะหามุมถ่ายรูปเพิ่มก็ดี จากการค้นคว้าหาความหายของคำว่า 'อามะภันเต' วลีนี้เป็นเป็นภาษาบาลี แปลว่า 'ครับ' หรือ 'ขอรับกระผม' หรืออาจหมายถึง 'ยินดีให้บริการ' ก็ได้เช่นกัน
'หลวงพี่ซัน' หรือ 'พระซัน' ผู้ทำหน้าที่เป็นบาริสต้าคอยรังสรรค์เครื่องดื่มเมนูต่าง ๆ ให้เราได้ลองชิมเล่าว่า คาเฟ่ หรือจริง ๆ เรียกว่า 'โรงทาน' นี้ตั้งมาได้ประมาณเกือบ ๆ 1 ปี ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566 ความตั้งใจแรกคืออยากจะทำเครื่องดื่มเอาไว้ฉัน(ดื่ม)เอง เพราะมีเครื่องทำกาแฟเครื่องเล็กอยู่แล้ว และพื้นที่บริเวณนี้เป็นกุฏิของพระอาจารย์ ซึ่งทำส่วนนี้เป็นมุมกาแฟ แต่ก่อนโยมกับพระในวัดก็มานั่งคุยกันตรงนี้ตอนที่โยมมาถือศีลที่นี่ ตรงนี้เป็นมุมนั่งเล่นนั่งพัก พอมีคนมาเห็นเขาก็ถ่ายรูปเอาไปลงในเฟซบุ๊ก พอคนข้างนอกเห็นเขาก็นึกว่าในวัดมีร้านกาแฟ เลยพากันแวะมา
จริง ๆ มุมกาแฟตรงนี้ให้โยมดื่มฟรี พระก็เลี้ยง พอคนเริ่มเข้ามาเยอะขึ้นก็มีทยอยทำบุญกันมา พอมีเงินมีปัจจัยก็เอาตรงนี้ไปซื้อวัตถุดิบเลี้ยงกันจนมาถึงตอนนี้ แล้วพอมีวัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น ๆ พระก็ทำเลี้ยงตรงนี้ตลอด ไม่ได้คิดเงินอะไร ช่วงนี้ก็มีคนแวะมาเรื่อย ๆ แต่จะเยอะช่วงวันหยุด ช่วงเทศกาล โดยเฉพาะวันพระใหญ่ โยมที่มาถือศีลก็จะมาสั่งเครื่องดื่มดื่มกัน แล้วก็มีบอกต่อ ๆ กันไป พระซันเล่าเสริมว่า ช่วงปลายปีที่แล้วมีสื่อมาถ่ายกันหลายกอง ได้มีโอกาสออกสื่อหลายช่องเลยทีเดียว
โดยปกติแล้วที่นี่จะไม่มีเมนูเครื่องดื่มตายตัว คิดเมนูดูก่อนแล้วค่อยลองสั่ง แต่ส่วนมากก็จะมีเมนูพื้นฐานอยู่ อย่าง อเมริกาโน่ , ลาเต้ , ช็อกโกแลตเย็น , ชาเขียว , ชาไทย , ไมโล , เมนูโซดา และเมนูนมสด หรือแม้กระทั่งส้มยูซุก็มีด้วยนะ แต่หากครั้งไหนที่มีโยมเอาไซรัปแปลก ๆ มาถวายก็จะมีเมนูใหม่ ๆ ให้ลองลิ้มชิมรส พอหมดแล้วก็หมดเลย ส่วนรอบนี้เราก็ซื้อไอศกรีมมาถวาย 4 - 5 รสชาติเหมือนกัน เหตุเพราะอยากจะกินเมนูที่เรียกว่า 'อัฟโฟกราโต้' เพียงแต่ตรงเครื่องดื่มขอไม่เอากาแฟ พระท่านก็จัดให้ได้เสมอ ทั้งยังชวนสนทนาธรรมเรื่องพระ ผี การถือศีล บทสวดมนต์ ไปจนถึงหลักปฏิบัติทางศาสนา มันเพลินจริง ๆ แถมพระซันยังเปิดโอกาสให้พวกเราลองเข้าไปทำเครื่องดื่มฝีมือตัวเองได้อีกด้วย ซึ่งตอนที่นั่งคุยกันอยู่เฉาก๊วยชากังราวมาส่งพอดี เราก็เลยได้ชิมเมนูนี้เพิ่มอีก รวม ๆ แล้ว 1 ชั่วโมงได้กินไปทั้งหมด 18 แก้ว บาริสต้าท่านี้เชียร์เก่งมาก รสชาติดีทุกเมนูเชียวล่ะ
ท้ายที่สุดแล้วเราไม่อาจจำแนกได้ว่า 'วัด' แต่ละประเภทถูกซ่อมสร้างขึ้นมาให้มีจุดประสงค์เป็นแบบไหนแน่ชัด แต่ก็เชื่อว่าวัดจะยังเป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้มาค้นหาความสบายใจและเข้าถึงวิธีผ่อนหนักผ่อนเบาในรูปแบบที่ต่างกันไปได้ การที่ศาสนาเข้ามามีส่วนร่วมให้เกิดการรวมตัวของคนรุ่นใหม่ หรือเรียกคนกลุ่มนี้ให้เข้าวัดและทำนุบำรุงศาสนานั้นถือเป็นเรื่องดี แต่ก็ควรแสดงออกอย่างจริงใจและสร้างสรรค์ที่สุด หากใครได้มีโอกาสเดินทางมาที่ชัยนาท ก็อยากให้ลองแวะมานั่งพักที่อามะภันเตดูสักหน่อย หรือจะร่วมถวายเป็นวัตถุดิบสำหรับทำเครื่องดื่มก็ได้เช่นกัน จะได้แบ่งปันต่อ ๆ กันไปไม่มีสิ้นสุด
📌 หมายเหตุ การพูดคุยและการบันทึกภาพได้รับการอนุญาตแล้ว อยากให้การพูดคุยในคอมเมนต์เป็นเป็นไปด้วยความสุภาพ
เรื่อง/ภาพ : วีรศักดิ์ พันพยัคฆ์
#อามะภันเต
#วัดโพธิ์นิมิต
#ชัยนาท

14/05/2024

ไม่นานมานี้ Split ได้มีโอกาสไปร่วมงาน 'THE GOOD OLD DAYS TALK BACK ดูหนังฟังเรื่องเล่า' ที่ DOC CLUB AND PUB. เมื่อวันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ร่วมกับทีมผู้กำกับจาก Studio The Magician เกี่ยวกับแนวคิดเบื้องหลังการทำงานในภาพยนตร์สั้น 'THE GOOD OLD DAYS' ภาพยนตร์ดราม่า โรแมนติก แฟนตาซีที่บอกเล่าเรื่องราวความรักของครอบครัวและการสูญเสีย ซึ่งพวกเราได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดและตกตะกอนจากหนัง ทำให้บทสนทนาค่อนข้างน่าสนใจและมีประโยชน์ต่อความคิดของผู้คน มาดูประมวลภาพบรรยากาศกัน

'เพราะเราต่างโหยหาการยอมรับแม้มันจะกัดกินหัวใจ''Baby Reindeer' ซีรีส์สะท้อนความน่ากลัวของการโหยหาการถูกยอมรับเพราะเราต่า...
09/05/2024

'เพราะเราต่างโหยหาการยอมรับแม้มันจะกัดกินหัวใจ'
'Baby Reindeer' ซีรีส์สะท้อนความน่ากลัวของการโหยหาการถูกยอมรับ
เพราะเราต่างกำลังตามหาผู้โอบกอดตัวตนที่น่ารังเกียจ
ไม่ว่าใครก็สามารถแสร้งทำเป็นรักคุณได้ สวมกอดคุณได้ ปลอบปะโลมคุณได้ โดยที่พวกเขาไม่ได้รักและยอมรับคุณจริงด้วยซ้ำ แต่จะมีใครบ้างบนโลกที่สามารถโอบกอดตัวตนที่ทั้งแปลกแยก ขี้แพ้ และน่ารังเกียจของคุณ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ซีรีส์ 'Baby Reindeer' เชื่อมโยงกับผู้ชมได้อย่างน่าประหลาด ถึงแม้ช่วงชีวิตจะไม่ได้เหลวแหลกเหมือนตัวละครหลักในเรื่อง เพราะลึก ๆ แล้วเราต่างรู้ตัวดีว่า ที่ผ่านมาเราผิดพลาดอย่างไร สกปรกโสมมแค่ไหน และพ่ายแพ้ต่ออะไรมาบ้าง แน่นอนว่าเราล้วนโหยหา 'ความรักที่ไม่ตอแหล' และ 'การถูกยอมรับอย่างไม่เสแสร้ง' จากใครสักคนอยู่ลึก ๆ เสมอ
Baby Reindeer เป็นซีรีส์แนวคอมเมดี้เสียดสีสังคม สร้างจากประสบการณ์จริงของนักแสดงนำและผู้สร้างซีรีส์นี้ อย่าง 'Richard Gadd' มีเนื้อหาเกี่ยวกับการถูกสตอล์กเกอร์คุกคามและล่วงละเมิดทางเพศ ผ่านตัวละคร 'ดอนนี่ ดันน์' ผู้มีความฝันอยากเป็นนักแสดงตลก และออกเดินทางตามหาไคว่คว้าความปรารถนาในเมืองใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าระหว่างทางไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบและการสรรเสริญ จึงทำให้เขาต้องเขาไปพัวพันกับสารเสพติด เซ็กส์ และความสัมพันธ์ประหลาด กระทั่งเขาได้เจอกับ 'มาร์ธา สก็อตต์' ในบาร์เล็ก ๆ ที่เขาทำงานอยู่
มาร์ธาเป็นสาวใหญ่ร่างท้วมที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา เธออ้างตัวว่าเป็นทนายความให้กับคนดังและมีเส้นสายมากมาย มาร์ธาปลื้มดอนนี่ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน จากความเห็นอกเห็นใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขามอบแก่เธอ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการถูกสตอล์กเกอร์และคุกคามของดอนนี่ ทั้งการที่มาร์ธาพยายามมาหาดอนนี่ทุกวัน ส่งอีเมลล์คุกคามเขาวันละหลายร้อยฉบับ ไปจนถึงขั้นโทรข่มขู่ครอบครัวและคนใกล้ตัว แต่ถึงกระนั้นดอนนี่ก็ใช้เวลาถึง 6 เดือน กว่าจะรู้ตัวว่ามาร์ธาบ้าขนาดไหนและทำลายชีวิตประจำวันเขาอย่างไร และต้องใช้เวลาหลายปีกว่าเขาจะสามารถเอาผิดมาร์ธาในทางกฎหมายได้ นั่นไม่ใช่เพราะตัวมาร์ธาเองเป็นนักกฎหมายมาก่อน แต่เพราะตัวของดอนนี่ต่างหากที่โอบรับมาร์ธาเอาไว้เอง
ความจริงแล้วดอนนี่ไม่ได้ออกจากบ้านเพื่อมาไล่ล่าความฝันที่อยากเป็นนักแสดงตลกตั้งแต่แรก ทว่าเขาออกจากบ้านมาตามหา 'การยอมรับ' จากผู้อื่นต่างหาก เมื่อการเป็นนักแสดงตลกทำให้ผู้คนจับจ้องเขาไม่พอ เขาจึงโหยหาการยอมรับต่อไป จากคนแปลกหน้าที่ข่มขืนเขา จากผู้คนที่เวียนวนเข้ามาทำร้าย จากคนมากมายที่ถ่มถุยตัวตนของเขา กระทั่งได้เจอมาร์ธาที่ดูเหมือนว่าเธอจะสนใจตัวเขาในแบบที่เขาเป็นจริง ๆ ถึงแม้พฤติกรรมของเธอจะท็อกซิกและคุกคาม แต่ในความเลวทรามนั้นเขากลับมีความสุขอย่างน่าประหลาด เหมือนได้พบคนที่โอบกอดตัวตนที่น่ารังเกียจของเขา
นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเขาถึงไม่ทิ้งขว้างมาร์ธาไปตั้งแต่แรก ทำไมถึงปล่อยให้เธอเข้ามาทำลายชีวิตเขาได้นานขนาดนี้ ก็เพราะลึก ๆ แล้วเขาโหยหาเธอ โหยหาการถูกยอมรับจากเธอ โหยหาคำชื่นชมจากเธอ ที่ดูจริงใจไร้ความตอแหลเหมือนคนอื่นที่ผ่านมา จนลืมไปเลยว่านอกจากมาร์ธาจะแต่งเติมให้เขาดูมีศักดิ์ศรีในความคิดของตนเองแล้ว เธอยังกัดกินชีวิตและหัวใจของเขาไปอย่างช้า ๆ อีกด้วย กว่าจะรู้ตัวอีกที ความวินาศสันตะโรก็มากองอยู่เบื้องหน้าจนไม่อาจสลัดมันทิ้งไปได้ง่าย ๆ เขาสูญเสียคนที่อาจจะรักเขาได้จริง ๆ เขาสูญเสียคนที่อาจจะเข้าใจเขาได้จริง ๆ
เราไม่โทษมาร์ธาที่ตกหลุมรักดอนนี่อย่างหัวปักหัวปำ เพราะจังหวะความประทับใจของมนุษย์ไม่เคยเท่ากันและไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าเธอเคยผ่านเรื่องเลวร้ายอะไรมาถึงแสดงออกด้วยพฤติกรรมแบบนี้ เราไม่โทษดอนนี่ที่ขี้แพ้เกินกว่าจะยอมรับตนเองและเอามาร์ธาเข้ามาในชีวิต เพราะก็ต่างโหยหาการถูกยอมรับกันทั้งนั้น เรื่องนี้จึงเป็นหนังที่ให้ความรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างน่าประหลาด
ซีรีส์เรื่องนี้ไม่มีตัวร้าย ถึงแม้เขาดูเหมือนจะร้าย ซีรีส์เรื่องนี้ไม่มีตัวดี ถึงแม้เขาจะดูเป็นคนดี หรือที่ซีรีส์เรื่องนี้ทำงานกับจิตใจได้อย่างลึกซึ้งเพราะมันเชื่อมโยงกับอะไรในใจของเรา หรือความจริงแล้วเรารู้ว่ามนุษย์ก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่มีขาวไม่มีดำ ไม่ใช่ทั้งกรดและด่าง แต่เราเป็นสสารแห่งความไม่สมบูรณ์แบบที่รอใครสักคนมาเติมเต็มไปเรื่อย ๆ เหมือนจิ๊กซอว์ที่ต่อไม่มีวันเต็มรูป
เพราะเราล้วนไม่สมบูรณ์แบบและรอคอยการโอบกอด
เรื่อง : กนกวรรณ เชียงตันติ์



ตึกโดม 'ธรรมศาสตร์' อาจซ่อมบำรุงล่าช้ากว่ากำหนดจากการขุดค้นพบประตูวังหน้าและวัตถุโบราณ ตึกโดม ธรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมแห่ง...
08/05/2024

ตึกโดม 'ธรรมศาสตร์' อาจซ่อมบำรุงล่าช้ากว่ากำหนด
จากการขุดค้นพบประตูวังหน้าและวัตถุโบราณ
ตึกโดม ธรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไทยร่วมสมัย เดิมทีตึกโดมมีกำหนดการซ่อมบำรุงเสร็จภายในปี 2568 แต่การซ่อมบำรุงอาจใช้เวลานานกว่ากำหนด เนื่องจากมีการขุดค้นพบวัตถุโบราณ รวมถึงกำแพงวังหน้าที่ถูกฝังอยู่ภายใต้อาคารโดม จึงทำให้ช่วง 2 - 3 เดือนที่ผ่านมา 'กรมศิลปากร' ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการขุดค้นวัตถุโบราณ และสั่งพักโครงการซ่อมบำรุงไว้จนกว่าการขุดค้นวัตถุโบราณจะเสร็จสิ้น
ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่เริ่มก่อตั้ง ขณะนั้น 'มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง' ไม่ได้มีสถานะเป็นนิติบุคคล หรือหน่วยงานของรัฐ ทว่าเมื่อครั้งที่เปิดดำเนินการก็ได้เงินจากนักศึกษารุ่นแรกที่มาลงทะเบียนราว 3 แสนบาท จึงนำมาซื้อที่ดินติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมี คุณจิตรเสน อภัยวงศ์ หรือ คุณหมิว อภัยวงศ์ ซึ่งจบวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์จากฝรั่งเศสมารับหน้าที่ออกแบบตึกใหม่ภายใต้หลักคิดที่ว่า "ประหยัด สวยงาม และทันสมัย" โดยสร้างเป็นอาคาร 4 หลังที่มีทางเชื่อมเข้าหากัน ตรงกลางเป็นตึก 3 ชั้นและมียอดโดมทรงแปดเหลี่ยมที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก 'ดินสอแปดเหลี่ยม' ที่ถูกเหลาเอาไว้ ตึกโดมมีพิธีเปิดใช้ตึกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2479
จากกรณีที่มีการขุดพบกำแพงวังหน้า ต้องเท้าความก่อนว่าวังหน้านั้นไม่ได้เป็นสมบัติส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นสมบัติของแผ่นดิน ดังนั้นการใช้สอยจึงแตกต่างกันไปตามการปกครอง ในบริเวณที่ตั้งของตึกโดมซึ่งคาบเกี่ยวพื้นที่ระหว่างด้านในและด้านนอกกำแพงวังหน้า แต่เดิมในสมัยที่ยังปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พื้นที่ตรงนี้เป็นใช้เป็นตำหนักฝ่ายใน แต่เมื่อมาถึงแผ่นดินของรัชกาลที่ 5 ตำแหน่งวังหน้าถูกยกเลิก แล้วเปลี่ยนมาเป็นโรงทหารที่ทหารใช้พักอาศัย
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 8 เมื่อการปกครองถูกรื้อสร้างเป็นระบอบประชาธิปไตย สยามไม่ต้องพะวงกับเรื่องสงครามอีกต่อไป จึงใช้พื้นที่ดังกล่าวสร้างเป็นมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง โดยตึกโดมที่สร้างขึ้นใหม่เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างขึ้นระหว่างอาคารโรงทหารเก่า 2 หลัง ส่วนอาคารเก่าทั้งสองหลังนี้ถูกเปลี่ยนโครงสร้างจากก่ออิฐถือปูนมาเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และด้วยความสามารถของสถาปนิกที่ก่อสร้างตึกโดม ได้ออกแบบอาคารให้มีส่วนโค้งสอดรับกับตึกเก่า ทำให้ได้อาคารใหม่ในแบบที่ไม่ต้องลงทุนมาก ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยพบว่า ตอนนี้การซ่อมบำรุงได้ดำเนินกลับสู่ขั้นตอนปกติแล้ว เนื่องจากทางกรมศิลปากรได้ทำการขุดค้นวัตถุโบราณและขนย้ายเสร็จสิ้นไปเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามตึกโดมเป็นถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่เป็นมรดกของคณะราษฎร ซึ่งมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ชาติและผู้คน
ภาพ : กัปตัน จิรธรรมานุวัตร
เรื่อง : กัปตัน จิรธรรมานุวัตร
#มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
#ตึกโดมธรรมศาสตร์
#ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์
#วังหน้า
#กรมศิลปากร

"ไม่ว่าเราจะใช้ชีวิตไปแล้วเมื่อวาน กำลังทำบางอย่างในวันนี้ หรือเตรียมวางแผนเพื่อการมาถึงของวันพรุ่งนี้ เราต่างก็ต้องเจ็บ...
29/04/2024

"ไม่ว่าเราจะใช้ชีวิตไปแล้วเมื่อวาน กำลังทำบางอย่างในวันนี้ หรือเตรียมวางแผนเพื่อการมาถึงของวันพรุ่งนี้ เราต่างก็ต้องเจ็บปวดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้" หนทางที่จะทำให้ทุกอย่างยังอยู่ในห้วงของความปกติ คือการยอมรับและก้าวต่อไปอย่างมีสติ สิ่งนั้นไม่ได้พยายามหล่อหลอมให้เราเฉยชา แต่เป็นการหล่อเลี้ยงให้เรายังหายใจได้ในวันที่ทุกอย่างมีจังหวะเวลาของมัน
จบลงไปแล้วสำหรับกิจกรรม 'The Good Old Days Talk Back ดูหนัง ฟังเรื่องเล่า' งานทอล์กแรกที่ 'Split' ได้เข้าไปมีส่วนร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยน สะท้อนประเด็น และตกตะกอนมุมมองต่าง ๆ ที่ได้จากการชมภาพยนตร์นิพนธ์เรื่อง 'The Good Old Days เธอ ฉัน และวันของเรา' เมื่อวันศุกร์ที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา สิ่งที่มากกว่า 'หนัง' คือ 'ผู้คน' ที่พบเจอระหว่างทาง หนังได้ทำหน้าที่ของมันอย่างดีแล้วหรือไม่ ผู้ชมเป็นคนตัดสิน แต่กระบวนการทำหนังมันทำงานกับเรามาโดยตลอด หวังว่าการแบ่งปันในครั้งนี้จะช่วยปลุกแรงผลักดันในหัวใจให้ตื่นขึ้นอีกครั้งได้
สุดท้าย ถึงจะมีเวลาไม่มากในการเตรียมตัวสำหรับการทอล์กครั้งนี้ แต่เราก็สนุกและรู้สึกท้าทาย ส่วนในอนาคตจะมีงานไหนน่าสนใจที่พวกเราได้เข้าไปมีส่วนร่วมอีกบ้าง รอติดตามกันนะ

#ดูหนังฟังเรื่องเล่า

'เพราะรักแบบผู้ใหญ่ ใช้รักอย่างเดียวไม่พอ'บทเรียนจาก Queen of Tears ซีรีส์ที่บอกว่าชีวิตคู่มีอะไรมากกว่าความรักยิ่งเราเต...
28/04/2024

'เพราะรักแบบผู้ใหญ่ ใช้รักอย่างเดียวไม่พอ'
บทเรียนจาก Queen of Tears ซีรีส์ที่บอกว่าชีวิตคู่มีอะไรมากกว่าความรัก
ยิ่งเราเติบโต แวดล้อมภายนอกจะยิ่งเรียกร้องจากเรามากขึ้น เรียกร้องให้ผ่อนปรนความฝัน เรียกร้องไม่ให้คาดหวังกับอะไรเกินไป เรียกร้องให้ระงับความทะเยอทยานในความปรารถนา เรียกร้องให้เราก้มหน้าเดินตามกรอบที่สังคมกำหนดไว้ แม้กระทั่ง 'ความรัก' ก็อาจถูกริดรอนและเรียกร้องให้รักอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวมากขึ้น ใช้สมองมากกว่าหัวใจ ใช้ความจำเป็นมากกว่าความยินยอม และบางครั้ง 'ความเจ็บปวด' อาจกลายเป็นเรื่องถูกต้อง ขณะที่ 'ความสุข' อาจกลายเป็นเรื่องเพ้อฝัน
ตัวละครอย่าง 'แบคฮยอนอู' หนุ่มที่พื้นเพทางบ้านเป็นชาวสวนได้แต่งงานกับ 'ฮงแฮอิน' ทายาทเจ้าของห้างสรรพสินค้า ในซีรีส์เรื่อง 'Queen of Tears' ที่กำลังฉายทาง Netflix จึงเป็นหนึ่งในตัวละครที่บอกเล่าความรักของคนวัยผู้ใหญ่ได้ดีที่สุด เพราะถึงแม้ความรักของเขาจะเริ่มต้นไม่ต่างจากความรักของคนหนุ่มสาวทั่วไป แต่เมื่อได้แต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกับภรรยา ความรักแสนหอมหวานปานนิยายนั้นแปรเปลี่ยนเป็นรักที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดและบั่นทอนตัวเขาไปเรื่อย ๆ
แบคฮยอนอูเข้ามาทำงานในห้างสรรพสินค้า Queen และได้พบกับฮงแฮอินเป็นครั้งแรก ในตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าฮงแฮอินเป็นทายาทเจ้าของห้าง และเข้าใจผิดว่าเธอเป็นเพียงเด็กฝึกงาน จึงพยายามเข้าไปช่วยเหลือและพูดคุยจนรู้สึกตกหลุมรัก แบคฮยอนอูจึงได้สารภาพรักกับฮงแฮอิน จนทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันดั่งที่ใจปรารถนา ทว่าการตกหลุมรักใครสักคนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากแต่การประคับประคองความรักให้อยู่รอดต่างหากที่ยากกว่า
ในความเป็นจริงความรักไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่เป็นเรื่องของคนหลายคน เพราะการใช้ชีวิตร่วมกันกับใครสักคนเท่ากับเราต้องโอบรับทั้งชีวิตของเขาที่ประกอบไปด้วยเพื่อนฝูงและครอบครัว รวมถึงบริบททางชีวิตของคน ๆ นั้นด้วย นี่จึงเป็นเหตุที่ว่ารักเขาคนเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องรักผู้คนและชีวิตส่วนตัวของเขาด้วย
แบคฮยอนอูที่ได้แต่งงานเข้าตระกูลใหญ่ของฮงแฮอินจึงต้องแบกรับอะไรที่มากกว่าความรัก เขาต้องทำงานในตำแหน่งหน้าที่ที่ใหญ่ขึ้น ความรับผิดชอบมากขึ้น รวมถึงต้องแบกรับความกดดันจากทางครอบครัวของฝ่ายหญิงที่เคร่งครัดต่อกฏและพิธีกรรมของตระกูล นี่ยังไม่นับความ 'ประสาทแดก' ของพ่อตาแม่ยายและน้องชายที่มีนิสัยน่าสมเพช จนทำให้เขาอึดอัดและถึงกับหลั่งน้ำตาต่อหน้าจิตแพทย์ พร้อมปลดปล่อยถ้อยคำซ้ำ ๆ ว่าอยากหย่ากับภรรยาของตนเอง ไม่ใช่แค่เหตุผลที่ไม่ชอบฮงแฮอิน แต่รวมถึงไม่ชอบบริบทครอบครัวของเธอด้วย จึงทำให้เราได้เห็นความทุกข์ทรมานของชีวิตคู่ ที่รักอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ
อีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้แบคฮยอนอูตัดสินใจไม่อยากร่วมทางกับฮงแฮอินก็คือ เขาไม่ชอบเธออีกต่อไปแล้ว เมื่อได้ใช้ชีวิตร่วมกันจริงกลับพบว่าฮงแฮอินไม่ใช่คนเดิมที่เขาเคยตกหลุมรัก มันเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและเห็นแก่ตัว นี่คงเป็นที่มาของหลักคิดที่ว่า “เราตกหลุมรักใครสักคนในวันที่เรายังไม่รู้จักเขาดีพอ และเลิกรักเขาในวันที่รู้จักกันมากเกินไป” นี่จึงเป็นภาพสะท้อนของความรักส่วนใหญ่ที่ไปกันไม่รอด ซึ่งมันประกอบไปด้วยเหตุผลมากมายดังที่กล่าวไปข้างต้น
ยิ่งเติบโตจึงต้องยิ่งอาศัยความเข้าใจและความหนักแน่น เพราะรักอย่างเดียวไม่อาจให้คำว่าชีวิตคู่สมบูรณ์แบบ และถึงแม้เราไม่ได้โหยหาความสมบูรณ์แบบในความรัก ก็ต้องทำให้แน่ใจว่ารักนั้นจะไม่บั่นทอนจิตใจของเราและอีกฝ่าย ซึ่งมันก็เป็นหนึ่งในเรื่องง่ายที่กลายเป็นเรื่องยาก เพราะทุกการเติบโตมันมีอะไรที่สลับซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นรักอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ
จึงต้องรักอย่างเข้าใจ
เรื่อง : กนกวรรณ เชียงตันติ์

#ราชินีแห่งน้ำตา



17/04/2024

ถลกหนัง หลานม่า ชีวิต วันเวลา และความเอาใจใส่
ความรัก ความตาย และวันเวลาที่หล่นหาย ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ภาพยนตร์ 'หลานม่า' พยายามสื่อสารกับพวกเราเหล่าคนดูตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งวันนี้ในรายการ "ถลกหนัง" จะมาพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่ได้รับหลังจากชมหนังเรื่องนี้
ดูได้แล้วตอนนี้
https://youtu.be/YiQ02IdgfXI
อย่าลืมกด Subscribe ให้ด้วยเส้
https://bit.ly/SplitTHYT
#หลานม่า

#ถลกหนังEP1
#ถลกหนัง

ที่อยู่

2 ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหา
Bangkok
10200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Split THผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Split TH:

แชร์