CrackersBooks Crack ideas. Inspire minds. Built on Proof of Work.

Crack Bits Ep. 62คนส่วนใหญ่มอง Bitcoin เป็น “ราคา”50,000 ดอลลาร์100,000 ดอลลาร์500,000 ดอลลาร์แต่บิตคอยเนอร์จำนวนมากมองอ...
07/06/2026

Crack Bits Ep. 62

คนส่วนใหญ่มอง Bitcoin เป็น “ราคา”

50,000 ดอลลาร์
100,000 ดอลลาร์
500,000 ดอลลาร์

แต่บิตคอยเนอร์จำนวนมากมองอีกแบบ

พวกเขาไม่ได้ถามว่า

“1 BTC ราคาเท่าไหร่?”

แต่ถามว่า

“1 ดอลลาร์ ซื้อได้กี่ sats?”

เพราะเมื่อคุณเริ่มคิดเป็น sats

กรอบความคิดจะเปลี่ยนไปทันที

คุณไม่ได้กำลังสะสมดอลลาร์เพื่อซื้อ Bitcoin

คุณกำลังใช้ดอลลาร์ที่เสื่อมค่า
เพื่อสะสมส่วนแบ่งของเงินที่หายากที่สุดในโลก

Fiat mindset:
“Bitcoin แพงเกินไป”

Bitcoin mindset:
“ฉันยังได้ sats เพิ่มอีกกี่เหรียญ?”

เมื่อมุมมองเปลี่ยน

ทุกเงินเดือน
ทุกโบนัส
ทุกรายได้พิเศษ

จะไม่ใช่แค่จำนวนเงินบาทหรือดอลลาร์

แต่มันคือโอกาสในการเปลี่ยนเงินอ่อนค่า
ให้กลายเป็น sats

Stack sats.

หนึ่ง sat ในวันนี้
อาจมีค่ามากกว่าที่คนส่วนใหญ่จินตนาการได้

Paper Crunch Ep. 73: เมื่อการปกครองกลายเป็นเรื่องของข้อมูล — Data-Driven Governance กำลังเปลี่ยนโลกอย่างไร?--บทความต้นฉบ...
07/06/2026

Paper Crunch Ep. 73: เมื่อการปกครองกลายเป็นเรื่องของข้อมูล — Data-Driven Governance กำลังเปลี่ยนโลกอย่างไร?
--
บทความต้นฉบับ: Chandler, D. (2020). The Rise of Data-Driven Governance. Current History, 119(813), 3–8. [Link ในคอมเม้นต์]
--
ทุกวันนี้เราได้ยินคำว่า Big Data, AI, Dashboard และ Data Analytics อยู่แทบทุกวัน แต่ข้อมูลจำนวนมหาศาลเหล่านี้กำลังเปลี่ยนวิธีการปกครองโลกอย่างไร?

David Chandler นักวิชาการด้าน International Relations เสนอว่า เรากำลังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากการปกครองแบบดั้งเดิม (traditional governance) ไปสู่สิ่งที่เรียกว่า Data-Driven Governance หรือ “การปกครองที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล”

ประเด็นสำคัญของบทความนี้ไม่ใช่เรื่องการกำกับดูแลข้อมูล (data governance) เช่น ความเป็นส่วนตัวหรือการคุ้มครองข้อมูล แต่เป็นคำถามที่ลึกกว่านั้น

หากเรามีข้อมูลแบบ real-time จำนวนมหาศาล เราจะยังต้องปกครองแบบเดิมอยู่หรือไม่?

ในอดีต การบริหารจัดการปัญหาสาธารณะมักอาศัยผู้เชี่ยวชาญ รัฐ หรือองค์กรระหว่างประเทศในการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา วางแผน และออกนโยบายจากส่วนกลาง

แต่ Data-Driven Governance เสนอแนวคิดที่ต่างออกไป
แทนที่จะถามว่า
“อะไรคือสาเหตุของปัญหา?”

แนวทางใหม่กลับถามว่า
“เราจะรับมือกับปัญหาได้เร็วขึ้นอย่างไร?”

กล่าวอีกนัยหนึ่ง การปกครองแบบใหม่ไม่ได้เน้นการเข้าใจโลกผ่านทฤษฎีหรือเหตุผลเชิงสาเหตุเท่านั้น แต่เน้นการตอบสนองต่อโลกผ่านข้อมูลที่เกิดขึ้นแบบทันทีทันใด

ตัวอย่างที่ Chandler ยกมาคือกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเผชิญปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง

โครงการ PetaJakarta ใช้ข้อมูลจาก Twitter และโทรศัพท์มือถือของประชาชนในการสร้างแผนที่น้ำท่วมแบบ real-time โดยประชาชนกลายเป็นผู้ผลิตข้อมูลเอง ไม่ใช่เพียงผู้รับนโยบายจากรัฐ

เมื่อเกิดน้ำท่วม ผู้คนสามารถรายงานสถานการณ์ พิกัด และระดับน้ำผ่านโซเชียลมีเดีย ข้อมูลเหล่านี้ถูกประมวลผลและส่งต่อกลับไปยังชุมชนทันที ทำให้การรับมือกับวิกฤตเกิดขึ้นจาก “ปัญญาร่วมของเครือข่ายสังคม” มากกว่าคำสั่งจากส่วนกลาง

ในทำนองเดียวกัน โครงการของสหประชาชาติในหลายประเทศกำลังใช้ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ เซนเซอร์ และชุมชนท้องถิ่น เพื่อคาดการณ์ภัยพิบัติ ความยากจน หรือความเปราะบางทางเศรษฐกิจ

สิ่งที่น่าสนใจคือ Chandler มองว่านี่ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนเครื่องมือ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับการปกครอง

ในโลกแบบเดิม รัฐมีหน้าที่แก้ปัญหา
แต่ในโลกของ Data-Driven Governance หน้าที่สำคัญกลับกลายเป็นการทำให้ชุมชนสามารถ “ปรับตัว” ได้ด้วยตนเอง

แนวคิดนี้เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับคำสำคัญอีกคำหนึ่งคือ
Resilience
หรือ “ความสามารถในการฟื้นตัวและปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง”
เมื่อข้อมูลไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง ผู้คนสามารถรับรู้ความเสี่ยงได้เร็วขึ้น ปรับพฤติกรรมได้เร็วขึ้น และจัดการปัญหาได้ก่อนที่จะกลายเป็นวิกฤต
อย่างไรก็ตาม Chandler ไม่ได้มองโลกในแง่ดีเพียงด้านเดียว

เขาตั้งคำถามสำคัญว่า
การให้ชุมชน “ปรับตัว” อยู่ตลอดเวลา อาจเป็นการผลักภาระให้ประชาชนต้องรับผิดชอบต่อปัญหาที่ตนไม่ได้เป็นผู้ก่อหรือไม่?

ตัวอย่างเช่น หากชุมชนต้องคอยติดตามข้อมูลน้ำท่วม ภัยแล้ง หรือราคาสินค้าเกษตรด้วยตนเองตลอดเวลา นั่นหมายความว่ารัฐกำลังช่วยเหลือประชาชน หรือกำลังผลักภาระการรับมือกับความเสี่ยงกลับไปยังประชาชนกันแน่

สำหรับ Chandler นี่คือข้อจำกัดสำคัญของ Data-Driven Governance
เพราะแม้ข้อมูลจะช่วยให้เราปรับตัวได้ดีขึ้น แต่การปรับตัวไม่ได้เท่ากับการแก้ไขต้นตอของปัญหา

ข้อมูลอาจช่วยให้เรารับมือกับผลกระทบของภาวะโลกร้อนได้ดีขึ้น
แต่ข้อมูลเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ภาวะโลกร้อนหายไป

ข้อมูลอาจช่วยให้เกษตรกรจัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น
แต่ข้อมูลไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

นี่คือคำเตือนสำคัญของบทความ
ว่าในยุคที่ทุกอย่างถูกแปลงเป็นข้อมูล (datafication) เราไม่ควรลืมตั้งคำถามเกี่ยวกับอำนาจ โครงสร้าง และสาเหตุเชิงลึกของปัญหาด้วย

เพราะบางครั้ง การปรับตัวให้เก่งขึ้น อาจกลายเป็นเพียงการอยู่กับปัญหาได้ดีขึ้น โดยที่ปัญหานั้นไม่เคยถูกแก้ไขเลย

ท้ายที่สุด Chandler ชี้ให้เห็นว่า Data-Driven Governance ไม่ใช่อนาคตที่กำลังจะมาถึง แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน

คำถามจึงไม่ใช่ว่าเราจะใช้ข้อมูลหรือไม่
แต่คือ “เราจะใช้ข้อมูลเพื่อเปลี่ยนโลก หรือใช้ข้อมูลเพียงเพื่อปรับตัวเข้ากับโลกที่เป็นอยู่”

Paper Crunch Ep. 72 องค์กรสมรรถนะสูง (HPO) มีจริงหรือ? บทเรียนจากการทบทวนงานวิจัยกว่า 37 ปีบทความต้นฉบับ: Do, T. T., & M...
04/06/2026

Paper Crunch Ep. 72
องค์กรสมรรถนะสูง (HPO) มีจริงหรือ? บทเรียนจากการทบทวนงานวิจัยกว่า 37 ปี

บทความต้นฉบับ: Do, T. T., & Mai, N. K. (2020). High-Performance Organization: A Literature Review. Journal of Strategy and Management, 13(2), 297–309.

ในโลกที่เต็มไปด้วยคำขวัญอย่าง “องค์กรแห่งความเป็นเลิศ” “องค์กรสมรรถนะสูง” หรือ “High Performance Organization (HPO)” คำถามสำคัญก็คือ องค์กรสมรรถนะสูงนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ และหากมี องค์กรเหล่านี้แตกต่างจากองค์กรทั่วไปอย่างไร

บทความของ Thanh Tung Do และ Ngoc Khuong Mai (2020) พยายามตอบคำถามดังกล่าวผ่านการทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับ HPO ตลอดระยะเวลากว่า 37 ปี ตั้งแต่ปี 1982 จนถึงปี 2019 โดยสำรวจทั้งหนังสือคลาสสิก งานวิจัยเชิงประจักษ์ และกรอบแนวคิดร่วมสมัยเกี่ยวกับองค์กรสมรรถนะสูง

ผู้เขียนพบว่า แม้จะมีการศึกษาจำนวนมาก แต่ยังไม่มีนิยามที่เป็นเอกฉันท์ของ HPO อย่างไรก็ตาม งานวิจัยส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า HPO คือองค์กรที่สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่เหนือกว่าคู่แข่งได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงและรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

สิ่งที่น่าสนใจคือ แนวคิดเรื่อง HPO นั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่หยุดนิ่ง แต่พัฒนาผ่าน 4 ระยะสำคัญด้วยกัน

ระยะแรก เป็นช่วงของการแสวงหาคำจำกัดความและลักษณะขององค์กรที่ยอดเยี่ยม เริ่มจากงานคลาสสิกอย่าง In Search of Excellence ของ Peters และ Waterman (1982) และ Built to Last ของ Collins และ Porras (1994) ซึ่งเน้นวัฒนธรรมองค์กร ภาวะผู้นำ และความสามารถในการปรับตัว

ระยะที่สอง เป็นช่วงที่นักวิชาการพยายามค้นหาว่า “อะไรคือปัจจัยที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ” เกิดเป็นโมเดลและสูตรสำเร็จมากมาย ตั้งแต่การออกแบบองค์กร การบริหารผลการปฏิบัติงาน การสร้างทีม ไปจนถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ระยะที่สาม เป็นช่วงของการทดสอบเชิงประจักษ์ โดยเฉพาะงานของ André de Waal ซึ่งพัฒนา HPO Framework จากการศึกษาหลายร้อยองค์กรทั่วโลก และกลายเป็นกรอบแนวคิดที่ได้รับการอ้างอิงมากที่สุดในวงการ

ส่วนระยะที่สี่ ซึ่งเป็นระยะปัจจุบัน งานวิจัยเริ่มสนใจความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น ความเชื่อมโยงระหว่างภาวะผู้นำ การจัดการความรู้ นวัตกรรม และผลการดำเนินงานขององค์กร

หนึ่งในข้อค้นพบสำคัญที่สุดของบทความนี้คือ องค์กรสมรรถนะสูงไม่ได้เกิดจาก “ปัจจัยเดียว” ไม่ว่าจะเป็นผู้นำที่เก่ง ระบบที่ดี หรือบุคลากรที่มีความสามารถ แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันขององค์ประกอบหลายระดับ ทั้งระดับบุคคล ทีมงาน และองค์กร

จากการสังเคราะห์งานวิจัยจำนวนมาก ผู้เขียนชี้ว่า HPO ที่ประสบความสำเร็จมักมีลักษณะร่วมกัน 5 ประการ ได้แก่

1. ผู้บริหารที่มีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด
2. วัฒนธรรมที่เปิดกว้าง ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการเรียนรู้
3. การมุ่งเน้นผลในระยะยาว มากกว่าการไล่ตามผลลัพธ์ระยะสั้น
4. การปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
5. บุคลากรที่มีคุณภาพ พร้อมเรียนรู้และปรับตัว

เมื่อพิจารณาจากบริบทปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ หรือองค์กรธุรกิจ ข้อค้นพบของบทความนี้ชี้ให้เห็นว่า การเป็น HPO ไม่ใช่เรื่องของการสร้าง “คนเก่ง” เพียงไม่กี่คน แต่เป็นการสร้าง “ระบบ” ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

กล่าวอีกนัยหนึ่ง องค์กรสมรรถนะสูงไม่ใช่องค์กรที่ไม่มีปัญหาเสียเลย แต่เป็นองค์กรที่สามารถเรียนรู้จากปัญหาที่เกิดขึ้น ปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง และพัฒนาตนเองได้ดีกว่าองค์กรอื่น

ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวอาจเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร และนั่นอาจเป็นหัวใจที่แท้จริงของ High Performance Organization
--

Crack Bits Ep. 61หลายคนบอกว่า“ฉันยังไม่เข้าใจ Bitcoin ดีพอ เลยยังไม่ซื้อ”แต่ความจริงคือเราไม่เคยเข้าใจทุกอย่างก่อนลงมือท...
03/06/2026

Crack Bits Ep. 61

หลายคนบอกว่า

“ฉันยังไม่เข้าใจ Bitcoin ดีพอ เลยยังไม่ซื้อ”

แต่ความจริงคือ

เราไม่เคยเข้าใจทุกอย่างก่อนลงมือทำ

ไม่มีใครเข้าใจอินเทอร์เน็ตทั้งหมดก่อนใช้อีเมล
ไม่มีใครเข้าใจระบบการเงินทั้งหมดก่อนเปิดบัญชีธนาคาร

การเรียนรู้ส่วนใหญ่
ไม่ได้เกิดขึ้น “ก่อน” การตัดสินใจ

แต่มันเกิดขึ้น “หลัง” จากที่เราเริ่มสนใจจริงจัง

คนที่ซื้อ Bitcoin ครั้งแรกจำนวนมาก
ไม่ได้เริ่มจากการเข้าใจทุกอย่าง

พวกเขาเริ่มจากความสงสัย

แล้วค่อยๆ อ่าน
ค่อยๆ ศึกษา
ค่อยๆ เข้าใจ

จนวันหนึ่งพวกเขาพบว่า

Bitcoin ไม่ได้เปลี่ยนแค่พอร์ตการลงทุน

แต่มันเปลี่ยนวิธีที่พวกเขามองเงิน
มองเวลา
และมองอิสรภาพ

ดังนั้นคำถามอาจไม่ใช่

“คุณเข้าใจ Bitcoin หรือยัง?”

แต่คือ

“คุณเริ่มเรียนรู้มันแล้วหรือยัง?”

02/06/2026

003

“ลองจินตนาการถึงโลกที่ทุกคนใช้สิ่งที่ยุติธรรมและเสมอภาคในการจัดการกับความแตกต่างทางเศรษฐกิจของพวกเขา”

Michael J. Saylor,
https://x.com/saylor/status/1319976927600529409

📚 “ล้านนา” ที่เรารู้จัก ถูกสร้างขึ้นอย่างไร?จากประวัติศาสตร์สื่อสิ่งพิมพ์ความทรงจำทางการเมืองไปจนถึงบทบาทของปัญญาชนท้องถ...
27/05/2026

📚 “ล้านนา” ที่เรารู้จัก ถูกสร้างขึ้นอย่างไร?

จากประวัติศาสตร์
สื่อสิ่งพิมพ์
ความทรงจำทางการเมือง
ไปจนถึงบทบาทของปัญญาชนท้องถิ่น

“ล้านนายูโทเปีย”
ผลงานโดย ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์
หนังสือที่จะพาผู้อ่านสำรวจความเปลี่ยนแปลงของภาคเหนือ-ล้านนา หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านการเมือง วัฒนธรรม และการสร้างตัวตนของผู้คนในภูมิภาคนี้

ภายในเล่มประกอบด้วย 2 ภาค 7 บท
ว่าด้วยทั้งประวัติศาสตร์ระยะใกล้ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ความทรงจำเดือนตุลา และปัญญาชนล้านนา-ภาคเหนือ

✨ Pre-Order ราคา 290 บาท
📦 จัดส่งฟรีทั่วประเทศ
⏳ เปิดจองถึง 31 พฤษภาคม นี้เท่านั้น

เศรษฐศาสตร์ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยาก 📘“เข้าใจเศรษฐกิจด้วยวิธีคิดแบบนักเศรษฐศาสตร์”หนังสือที่จะช่วยให้เราเข้าใจโลกเศรษฐก...
23/05/2026

เศรษฐศาสตร์ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยาก 📘

“เข้าใจเศรษฐกิจด้วยวิธีคิดแบบนักเศรษฐศาสตร์”
หนังสือที่จะช่วยให้เราเข้าใจโลกเศรษฐกิจรอบตัว
ตั้งแต่ราคา เงินเฟ้อ ผู้ประกอบการ ไปจนถึงบทบาทของรัฐ ด้วยภาษาที่อ่านง่าย กระชับ และชวนขบคิด

เหมาะทั้งสำหรับนักศึกษา คนทำงาน และผู้ที่อยากเริ่มต้นเข้าใจเศรษฐศาสตร์อย่างเป็นระบบ

💛 ราคา 250 บาท
ลิ้งสั่งสินค้าในคอมเม้น

🍕₿ Happy Bitcoin Pizza Day 2026 ₿🍕22 พฤษภาคม ไม่ได้เป็นแค่ “วันพิซซ่า”แต่มันคือวันที่โลกเริ่มเห็นว่า Bitcoin สามารถใช้แล...
22/05/2026

🍕₿ Happy Bitcoin Pizza Day 2026 ₿🍕

22 พฤษภาคม ไม่ได้เป็นแค่ “วันพิซซ่า”
แต่มันคือวันที่โลกเริ่มเห็นว่า Bitcoin สามารถใช้แลก “ของจริง” ได้จริง

จากพิซซ่า 2 ถาดในปี 2010
สู่ระบบการเงินทางเลือกที่ไม่มีใครหยุดได้ในวันนี้

สำหรับ Crackers Books
Bitcoin ไม่ใช่แค่สินทรัพย์
แต่คือเรื่องของ
⚡ การต่อต้านและเสรีภาพ
⚡ การแลกเปลี่ยนโดยสมัครใจ
⚡ proof-of-work
⚡ และการสร้าง circular economy จริงในชีวิตประจำวัน

ปีนี้เราเลยขอฉลองด้วย
“Pizza + Bitcoin + Knowledge”

เพราะบางครั้ง
การเปลี่ยนโลก
อาจเริ่มจากคนธรรมดาที่อยากกินพิซซ่า 🍕

Happy Bitcoin Pizza Day
จาก Crackers Books 🍪₿





การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันของพรรคการเมือง แต่คือ “สนามของการจัดวางอำนาจ” ที่เต็มไปด้วยเครื...
21/05/2026

การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันของพรรคการเมือง แต่คือ “สนามของการจัดวางอำนาจ” ที่เต็มไปด้วยเครือข่าย บ้านใหญ่ กลไกรัฐ ระบบอุปถัมภ์ และความเปลี่ยนแปลงของประชาธิปไตยไทยร่วมสมัย

📘 Crackers Books ชวนอ่านฟรี!!!
“8 กุมภาพันธ์ 2569: พลวัตอำนาจ การเมืองเชิงเครือข่าย และประชาธิปไตยในห้วงเปลี่ยนผ่าน”

บรรณาธิการโดย
ปฐวี โชติอนันต์
และ พงศธร กันทวงค์

รวมบทวิเคราะห์จากนักวิชาการหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งลำปาง นครสวรรค์ อุบลราชธานี นครราชสีมา และอีกหลายจังหวัดสำคัญ เพื่อชวนมอง “การเลือกตั้งไทย” ให้ลึกกว่าตัวเลขผลคะแนน

ภายในเล่มจะได้พบกับประเด็นสำคัญ เช่น
• บ้านใหญ่กับการเมืองเชิงเครือข่าย
• กระแสพรรค vs กระแสบุคคล
• บทบาทของทุนท้องถิ่นและกลไกราชการ
• ระบบอุปถัมภ์กับประชาธิปไตยไทย
• คำถามเรื่องความเป็นกลางของการเลือกตั้ง
• วิกฤติศรัทธาต่อระบอบตัวแทน

นี่ไม่ใช่เพียงหนังสือว่าด้วย “ใครชนะเลือกตั้ง” แต่คือความพยายามทำความเข้าใจว่า อำนาจทางการเมืองไทยกำลังเคลื่อนตัวไปในทิศทางใด

📖 อ่านฟรี บน Meb !! Link ดาวน์โหลดในคอมเมนต์

เพราะความรู้และการตั้งคำถามต่อสังคม ควรเข้าถึงได้สำหรับทุกคน

#การเมืองไทย #เลือกตั้ง2569 #ประชาธิปไตย #รัฐศาสตร์

📚 เปิด Pre-Order แล้ววันนี้!“ล้านนายูโทเปีย”ผลงานโดย ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์หนังสือลำดับที่ 5 จากซีรีส์ Critical Social S...
18/05/2026

📚 เปิด Pre-Order แล้ววันนี้!

“ล้านนายูโทเปีย”
ผลงานโดย ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์
หนังสือลำดับที่ 5 จากซีรีส์ Critical Social Sciences

หนังสือที่ชวนสำรวจ “ล้านนา” ผ่านประวัติศาสตร์ การเมือง วัฒนธรรม และความทรงจำของผู้คนภาคเหนือ ตั้งแต่ภูมิศาสตร์-ประวัติศาสตร์ระยะใกล้ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ความทรงจำเดือนตุลา ไปจนถึงบทบาทของปัญญาชนล้านนา-ภาคเหนือ ในการสร้างและต่อรองความหมายของ “ท้องถิ่น”

ภายใต้โลกที่ “ล้านนา” ไม่ได้เป็นเพียงอดีต หากยังเป็นพื้นที่ของการต่อสู้ทางความคิด การสร้างอัตลักษณ์ และการจินตนาการถึงสังคมแบบอื่น

✨ ราคา 290 บาท
📦 จัดส่งฟรีทั่วประเทศ
⏳ Pre-Order ได้ถึง 31 พฤษภาคม นี้เท่านั้น
🚚 หนังสือจัดส่งช่วงกลางเดือนมิถุนายน

สั่งจองได้ทาง Inbox เพจ CrackersBooks เท่านั้น
--
Read. Crack. Inspire.

ที่อยู่

555 หมู่ 10 ซอยพวงเพชรเหนือ
Bueng Phra
65000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CrackersBooksผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง CrackersBooks:

แชร์