The trap news "ดีทุกประเด็น เด่นทุกข่าว"

สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 แถลงข่าวผลการจับกุมสินค้าผิดกฎหมายที่สำคัญปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มูลค่ากว่า 102 ล้านบาท    เมื่อวั...
30/05/2026

สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 แถลงข่าวผลการจับกุมสินค้าผิดกฎหมายที่สำคัญปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มูลค่ากว่า 102 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมศุลกากร แถลงข่าวผลงานการจับกุมสินค้าลักลอบและหลีกเลี่ยงศุลกากร ของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 และด่านศุลกากรในสังกัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 พร้อมด้วยนายด่านศุลกากรในพื้นที่รับผิดชอบเข้าร่วมในการแถลงข่าวในครั้งนี้ ณ ด่านศุลกากรแม่กลอง ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามนโยบายของอธิบดีกรมศุลกากร นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ให้เข้มงวดในการป้องกันและปราบปราม สินค้าลักลอบหนีศุลกากร หลีกเลี่ยงศุลกากร ของต้องห้ามของต้องกำกัด และสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 และด่านศุลกากรในเขตท้องที่ที่รับผิดชอบ จำนวน 8 ด่าน ได้แก่ ด่านศุลกากรแม่กลอง ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ด่านศุลกากรคลองใหญ่ ด่านศุลกากรจันทบุรี ด่านศุลกากรสังขละบุรี ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ด่านศุลกากรชุมพร และด่านศุลกากรระนอง ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ครอบคลุม 19 จังหวัด ในเขตภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก ได้แก่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี ราชบุรี สระแก้ว ปราจีนบุรี สระบุรี นครนายก จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท ลพบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง ได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายเป็นไปอย่างเข้มข้นในทุกมิติ ทั้งนี้ ด้วยพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ ทำให้การจับกุมสินค้าลักลอบและหลีกเลี่ยงศุลกากรจะมุ่งเน้นในการปราบปรามการนำเข้าผ่านทางพัสดุไปรษณีย์ บริษัทขนส่งเอกชน และซุกซ่อนมาในยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง
สำหรับสถิติการจับกุมสินค้าลักลอบและหลีกเลี่ยงศุลกากร ของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 และด่านศุลกากรในสังกัด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีผลการจับกุมและตรวจยึดของกลาง อาทิ บุหรี่ต่างประเทศ บุหรี่ไฟฟ้า
สุราต่างประเทศ สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์/ละเมิดเครื่องหมายทางการค้า น้ำมันเชื้อเพลิงกำเนิดต่างประเทศ สินค้าไม่มีใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ขนม ยารักษาโรค และอื่น ๆ จำนวนรวมทั้งสิ้นกว่า 400 คดี ของกลางรวมกว่า 21 ล้านชิ้น รวมมูลค่าประมาณ 102 ล้านบาท ทั้งนี้ การจับกุมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 มิติ ดังนี้

1. มิติการปกป้องสังคม การป้องกันและปราบปรามสินค้าจำพวก บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เหล้า ไวน์ ทองคำ ธนบัตร และการฟอกเงิน โดยมีการตรวจพบ และจับกุมคดีที่สำคัญสำหรับสินค้าในมิตินี้ มีมูลค่ากว่า 95 ล้านบาท สินค้าดังกล่าวสามารถส่งผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพ สวัสดิภาพ รวมถึงความปลอดภัยของประชาชนในสังคมเป็นอย่างมาก
โดยสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ในการเข้าตรวจค้นขนส่งพัสดุเอกชนในประเทศแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดจันทบุรี จนสามารถจับกุมบุหรี่ต่างประเทศ บุหรี่ไฟฟ้า สุราต่างประเทศ และอื่น ๆ จำนวนกว่า 21 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 95 ล้านบาท ได้เป็นผลสำเร็จ นอกจากนี้ ยังได้มีการตรวจพบและจับกุมก๊าซไนตรัสออกไซด์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ก๊าซหัวเราะ (Happy Gas) บรรจุในกระบอกอัดแรงดันสูง ปริมาณ 110 กระบอก มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 1.65 ล้านบาท ซึ่งนำเข้าแล้วขนส่งโดยรถขนส่งเอกชนผ่านทางด่านศุลกากรชุมพร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการนำก๊าซไนตรัสออกไซด์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อาจจะทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

2. มิติความปลอดภัยต่อผู้บริโภค การป้องกันและปราบปรามสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ สินค้าที่ไม่มีใบรับรองมาตรฐานสินค้า สินค้าไม่มีใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ได้กำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในประเทศเป็นสำคัญ ซึ่งหากปล่อยให้มีการนำสินค้าดังกล่าวเข้ามาจำหน่ายในประเทศ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินได้ ทั้งนี้
ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมามีการตรวจพบและจับกุมคดีสำคัญ มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท แบ่งเป็นสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า ได้แก่ นาฬิกา รองเท้า กระเป๋าคละยี่ห้อ รวมถึงเสื้อผ้าและ/หรือชุดกีฬา มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 96 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลักลอบนำเข้ามาทางด่านศุลกากรอรัญประเทศ
3. มิติการปกป้องเศรษฐกิจในประเทศ การป้องกันและปราบปรามสินค้าหลีกเลี่ยงอากร สินค้าที่แสดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จ สินค้าที่หลีกเลี่ยงอากรทุ่มตลาด สินค้าเกษตร สินค้าควบคุมประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งหากปล่อยให้สินค้าเหล่านี้เข้ามาจำหน่ายในประเทศจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตสินค้า และผู้ประกอบการในไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากสินค้าเหล่านี้จะมีต้นทุนที่ต่ำลง และสามารถเข้ามาแข่งขันกับสินค้าของไทยได้ ทั้งนี้ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ได้มีการตรวจพบ และจับกุมคดีที่สำคัญสำหรับสินค้าในมิตินี้ ปริมาณกว่า 7,800 ลิตร แบ่งเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดดีเซล ซึ่งก่อให้เกิดมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 4 แสนบาท
รองอธิบดีกรมศุลกากรกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความสำเร็จในการจับกุมสินค้าลักลอบและหลีกเลี่ยงศุลกากรในครั้งนี้ เกิดจากการทำงานอย่างเป็นมืออาชีพของเจ้าหน้าที่ศุลกากรสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 และด่านศุลกากรในสังกัดทุกท่าน ซึ่งพร้อมที่จะปฏิบัติงานเพื่อปกป้องประชาชนและสังคมให้ปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม และยั่งยืนต่อไป

ตม.1 ร่วม จัดหางาน และ สช. เดินหน้าปราบโรงเรียนนานาชาติเถื่อน-พบครูต่างชาติไม่มีใบอนุญาตทำงานหลายราย    ตามนโยบายของสำนั...
30/05/2026

ตม.1 ร่วม จัดหางาน และ สช. เดินหน้าปราบโรงเรียนนานาชาติเถื่อน-พบครูต่างชาติไม่มีใบอนุญาตทำงานหลายราย

ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่สั่งการให้มีการปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาทำผิดกฎหมายในประเทศนั้น พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ผอ.ศปชก.ตร.) ได้สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อกรณีบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ใน สตม.ทุกนาย ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด ในการปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

ก่อนเกิดเหตุ กก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งย่านปรีดีพนมยงค์ มีการเปิดโรงเรียนโดยไม่มีใบอนุญาต และมีการใช้ครูต่างชาติมาสอนโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงได้ประสานงานกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และกรมการจัดหางาน เพื่อวางแผนเข้าร่วมตรวจสอบกรณีดังกล่าว

วันที่ (30 พ.ค.69) เวลาประมาณ 13.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ประสาธน์​ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ร่วมกับ นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่สืบสวน บก.ตม.1 นำโดย พ.ต.ท.พรชัย สุขเจริญ รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ, พ.ต.ท.สุริโย ไชยยอด, ว่าที่ พ.ต.ท.เจตน์ ยุทธโยธิน, ว่าที่ พ.ต.ต.ฆฤณ ลักษณสมพงศ์ สว.ฯ สนธิกำลังกับ เจ้าหน้าที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน นำโดยนายณฐกร จานเขื่อง นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ร่วมกันนำกำลังเข้าตรวจสอบที่โรงเรียนดังกล่าว

จากการตรวจสอบพบว่า โรงเรียนนานาชาติดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนตามกฎหมายแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังพบว่า มีการใช้ชาวต่างชาติมาเป็นอาจารย์สอนวิชาต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งหลังจากตรวจสอบเอกสารรายบุคคลแล้วพบบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานจำนวนรวม 6 ราย เป็นสัญชาติฟิลิปปินส์และเมียนมา จึงได้จับกุมส่ง สน.คลองตัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า โรงเรียนนานาชาติแห่งนี้เปิดสอนมานานกว่า 5 ปีแล้ว มีจำนวนนักเรียนมากกว่าร้อยคน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษา เป็นนักเรียนต่างชาติทั้งหมด ทางโรงเรียนได้เปิดให้มีการเรียนการสอนไปก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เปิดอย่างถูกต้อง และยังใช้บุคคลต่างด้าวมาเป็นครูผู้สอน โดยไม่มีการขออนุญาตทำงานอย่างถูกต้องแต่อย่างใด

พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 กล่าวว่า จากที่มีการปราบปรามโรงเรียนนานาชาติตามพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง วันนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ บก.ตม.1 สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบโรงเรียนนานาชาติอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดโดยไม่มีใบอนุญาต โรงเรียนเหล่านี้ล้วนมีพฤติการณ์ใกล้เคียงกันคือ ใช้สถานที่ที่ซ่อนอยู่ในซอยที่เข้าถึงได้ยาก รับนักเรียนต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ และใช้ครูต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน ล้วนแต่เป็นเรื่องผิดกฎหมายทั้งสิ้น ซึ่งทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะเร่งปราบปรามโรงเรียนนานาชาติเถื่อนเหล่านี้ รวมถึงบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดอย่างจริงจังต่อไป ดังนั้นจึงขอฝากประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนไปยังพี่น้องประชาชน หากมีเบาะแสเกี่ยวกับการทำงานของบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสผ่านช่องทาง 1599 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ 1178 สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ข่าว: คณะชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล เข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮงกงและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลภายในอาคารศาลเจ้าไต้ฮง...
29/05/2026

ข่าว: คณะชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล เข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮงกงและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลภายในอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว ถ.เจริญราษฎร์ เขตสาทร ยานนาวา กรุงเทพฯ

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 คุณสมฤทัย บุญสม ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล พร้อมคณะฯ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.อภิเชษฐ์ ทรัพย์ส่งเสริม ผกก.สน.พลับพลาไชย1 พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา
ได้เข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮงกงและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลภายในอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร ยานนาวา กรุงเทพฯ และที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง ถนนเจ้าคำรพ พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
โดยมีคุณณัฐวัตร ก้อนทอง
หน.สำนักกฎหมายและคดี คุณพนา จิรวัฒน์เสถียร หน.ผ.สำนักผู้จัดการใหญ่
ให้การต้อนรับ

“สายสีแดง” เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เข้าร่ว...
29/05/2026

“สายสีแดง” เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ชำระผ่านแอป “เป๋าตัง” เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องเผชิญกับสภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานซึ่งเกิดจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง พร้อมเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งรัฐบาลจะร่วมจ่ายในสัดส่วน 60% และประชาชนชำระเอง 40% โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการ สามารถใช้สิทธิ์ชำระค่าโดยสารผ่านทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 รวมระยะเวลา 4 เดือน โดยมีเงื่อนไขสำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการที่สำคัญ ดังนี้
- ต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
- ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
- ต้องไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งทุกเฟสที่ผ่านมาในอดีต
- สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส" ใช้ได้สำหรับการซื้อเหรียญโดยสารเท่านั้น
- ไม่สามารถขอคืนหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ (Refund)

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส โทรหมายเลข. 0 2111 1122 (กด 2 สำหรับประชาชน และกด 3 สำหรับร้านค้า) ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

ข่าว : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวสงขลา ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ป...
27/05/2026

ข่าว : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวสงขลา ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ และนำหน่วยแพทย์ลงพื้นที่บริการประชาชนฟรี
วันนี้ (วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสุชาดา น้อยจีน รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ รวมจำนวน 15 คน คิดเป็นมูลค่า 295,790 บาท (สองแสนเก้าหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมกู้ชีพ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการเด็ก แก่ประชาชนในพื้นที่ฟรี โดยมี นางพรนิภา มาสิลีรังสี รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นายอัฐชัย ดุลยพัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรี และครอบครัวภาคใต้ จังหวัดสงขลา และนายไพโรจน์ ศรีละมุล นายอำเภอรัตภูมิ ร่วมในพิธี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้ จังหวัดสงขลา
นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถแต่ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยในปี พ.ศ. 2569 ได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ รวม 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ชลบุรี นครราชสีมา สงขลา สุราษฎร์ธานี ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก คัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป
ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงพื้นที่เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมโครงการฟื้นฟูพลังใจฯ ให้กำลังใจทุกคนก้าวผ่านอดีต เพราะพวกเราคือคนปกติที่เค...
26/05/2026

เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงพื้นที่เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมโครงการฟื้นฟูพลังใจฯ ให้กำลังใจทุกคนก้าวผ่านอดีต เพราะพวกเราคือคนปกติที่เคยผิดพลาด
วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ ผู้อำนวยการ สำนักงาน ปปส.ภาค 5 นายวีระพล ใจจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันสำรวจและควบคุมพืชเสพติด และเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ปปส. ภาค 5 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินโครงการฟื้นฟูพลังใจ อ้อมกอดสายใยแห่งชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ ณ กองร้อยอาสารักษาดินแดน จังหวัดเชียงใหม่ ที่ 1 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ
โครงการฟื้นฟูพลังใจ อ้อมกอดสายใยแห่งชุมชน เป็นโครงการที่ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้จัดสรรงบประมาณ ผ่านศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด สามารถเข้าถึงการบำบัดรักษาและการฟื้นฟูสภาพทางสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระของครอบครัว ส่งเสริมทักษะชีวิตและคุณภาพชีวิต ให้สามารถกลับคืนสู่ครอบครัวและชุมชนได้อย่างเหมาะสม โดยจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งใน 10 จังหวัดนำร่อง ที่เริ่มดำเนินการในปีงบประมาณนี้
การดำเนินโครงการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569 และกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 20 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 60 วัน มีผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดที่ผ่านการบำบัดรักษาและยังไม่พร้อมกลับสู่ครอบครัวและชุมชนสมัครใจเข้าร่วมโครงการจำนวน 103 คน จาก 25 อำเภอในจังหวัดเชียงใหม่
โดยหน่วยงานในจังหวัดเชียงใหม่ได้บูรณาการความร่วมมือภายใต้ชื่อ "ทีมเชียงใหม่" สนับสนุนการดำเนินโครงการตามหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในหลักสูตรการพัฒนาทักษะ EQ 30 ชั่วโมง กฎการใช้ชีวิต 18 ชั่วโมง การเรียนรู้และพัฒนาตนเอง 30 ชั่วโมง กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา 9 ชั่วโมง การสัมมนาการดูแลตนเองและการอยู่ร่วมกัน 15 ชั่วโมง และการฝึกทักษะอาชีพ 141 ชั่วโมง รวม 243 ชั่วโมง
สำหรับการฝึกอาชีพ ทีมเชียงใหม่ได้ใช้รูปแบบการฝึกอาชีพระยะสั้น เมื่อฝึกเสร็จสามารถประกอบอาชีพได้ทันที และเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน ได้แก่ ช่างเอนกประสงค์ ช่างเครื่องปรับอากาศ ช่างตัดผม และพนักงานขับรถขุด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนให้การสนับสนุน
เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เยี่ยมชมการฝึกอบรมแต่ละกลุ่มอาชีพและได้ขอบคุณหน่วยงานราชการและเอกชนทุกภาคส่วน ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการ และกล่าวให้กำลังใจผู้เข้าร่วมโครงการว่า "60 วันแห่งการเปลี่ยนแปลง” คือจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูชีวิตและความสัมพันธ์ในครอบครัว เพราะการเลิกยาเสพติด เริ่มจากใจของตนเอง แม้ยาเสพติดจะไม่หมดไปจากสังคม แต่ทุกคนสามารถเลือก “หยุด” ได้ ด้วยความตั้งใจและมีเป้าหมายในชีวิต ขอให้นำโอกาสและทักษะที่ได้รับไปสร้างอาชีพ ดูแลครอบครัว และเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างภาคภูมิใจ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “หยุดให้ได้ และให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย" ส่งกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านอดีต เพราะพวกเราคือคนปกติที่เคยผิดพลาด พร้อมกันนี้ ได้มอบน้ำดื่มสายด่วน ป.ป.ส. 1386 และสื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันยาเสพติด เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ
ทั้งนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังมอบหมายให้ สำนักงาน ปปส. ภาค 5 ร่วมกับศูนย์เรียนรู้วิชาชีพเสริมสวย สมาคมช่างผมภาคเหนือ จัดการแข่งขันตัดผมภาคเหนือ ให้แก่ ผู้ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ จากกระบวนการคุมประพฤติ และกระบวนการต้องโทษของกรมราชทัณฑ์ หรือกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมไปถึงผู้ผ่านการบำบัดในระบบอื่น ได้ประชันฝีมือและชิงรางวัล เพื่อเป็นการผลักดันการพัฒนาตนเอง และเพิ่มทักษะการตัดผม อันเป็นการต่อยอดอาชีพให้มีรายได้ สามารถดูแลตนเองและครอบครัว เป็นที่ยอมรับของสังคม ต่อไป

ข่าว : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ “ฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ” ในวันมหามงคลปฐมฤกษ์ 25 พฤษภา...
26/05/2026

ข่าว : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ “ฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ” ในวันมหามงคลปฐมฤกษ์ 25 พฤษภาคม 69 เปิด “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” อย่างเป็นทางการ โดยมีสาธุชนร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์อย่างคับคั่ง ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร
วานนี้ (วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.30 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานวันบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2569 ประกอบพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ โดยคณะพระคณาจารย์จีนจากวัดโพธิ์แมนคุณาราม โดยมีสาธุชนร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์อย่างคับคั่ง ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร
พร้อมทั้งในวันนี้ เป็นวันมหามงคลปฐมฤกษ์ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งกำหนดเปิด “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” ให้ประชาชน ผู้มีจิตศรัทธาเข้าเยี่ยมชม สักการะขอพร องค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) หินหยกขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (กวนซีอิมผ่อสัก) และพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (ตี่จั๋งอ้วงผ่อสัก) พร้อมด้วยเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ 8 องค์ อย่างเป็นทางการ โดยศาลเจ้าฯ แห่งนี้ นับเป็นมรดกแห่งเมตตาธรรม และแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณอันทรงคุณค่า ผ่านงานสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณอันวิจิตรงดงามในทุกรายละเอียด เป็นศูนย์รวมพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์กว่า 120 ปี ใจกลางสาทร ทั้งนี้ ทุกท่านสามารถเข้าสักการะขอพร เยี่ยมชมโดยมีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ และทำบุญบริจาคสมทบทุนงานสาธารณกุศลกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ทุกวัน (จันทร์ – อาทิตย์) ระหว่างเวลา 07.00 – 18.00 น. โดยศาลเจ้าฯ มีบริการ ธูป และกระดาษเงินกระดาษทอง แก่ผู้มีจิตศรัทธา รวมถึงยันต์หลวงปู่ไต้ฮง ( ฮู้แดง) อันเป็นวัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์ แก่ประชาชนที่เข้าสักการะขอพร โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ หรือหากท่านประสงค์ทำบุญ สามารถทำบุญตามกำลังศรัทธา เพื่อสมทบทุนงานสาธารณกุศลกับศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป
การเดินทางมายังศาลเจ้าฯ สามารถเดินทางได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น “รถส่วนบุคคล/TAXI” โดยศาลเจ้าฯ มีทางเข้า 2 ทาง ได้แก่ ทางเข้าด้าน ถ.เจริญราษฎร์ และ ถ.เจริญกรุง 57 โดยจอดรถได้ที่อาคารจอดรถฯ ด้านหลังศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา “รถไฟฟ้า BTS” สายสีลม ลงสถานีสุรศักดิ์ (S5) ทางออก 2 เดินต่อมาอีกประมาณ 700 เมตร “เรือโดยสาร” ลงท่าเรือสาทร หรือ ท่าเรือสาทรข้ามฟาก ใช้บริการเรือด่วน (Urban Line) หรือ เรือธงเขียวเหลืองลงที่ท่าเรือสาทร และ “รถโดยสาร” สาย 4-26 (167) ลงป้ายซอยเจริญราษฎร์ 2 [พิกัดศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ : https://maps.app.goo.gl/H8oca9CbGmcTXHTV6]
ติดต่อสอบถาม / ติดตามข่าวสารกิจกรรม ของศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ ได้ที่ http://www.facebook.com/TaiHongGongShrine หรือช่องทางอื่นที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/TaihonggongshrineTH

ข่าว : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครั...
26/05/2026

ข่าว : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายสร้างอาชีพ สร้างชีวิตประชาชนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดตรัง พร้อมมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการในพื้นที่ฟรี
วันนี้ (วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสุชาดา น้อยจีน รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน ในพื้นที่จังหวัดตรัง (จังหวัดที่ 6 ของทางภาคใต้) จำนวน 23 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่า 542,690 บาท และมอบรถจักรยาน แก่โรงเรียน 2 แห่ง รวมจำนวน 20 คัน มูลค่า 25,800 บาท รวมมูลค่าการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 568,490 บาท (ห้าแสนหกหมื่นแปดพันสี่ร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมกู้ชีพ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และบริการทันตกรรม แก่ประชาชนในพื้นที่ฟรี โดยมี นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พันจ่าโท อนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นางสาวนิภา ทองก้อน ผู้อำนวยการสำนักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน (ผู้แทนอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน) เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย คณะมูลนิธิกุศลสถานตรัง และอาสาศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวพิจักขณา วงศารัตนศิลป์ (น้ำตาล) และ นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา) ร่วมในพิธี ณ หอประชุมจังหวัดตรัง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง
นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ กล่าวว่า โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดย ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการระยะที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418
# # ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต # #
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญสาธุชนผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมพิธีสวดมนต์ เนื่องในงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง)📍 ณ ศาลเ...
25/05/2026

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญสาธุชนผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมพิธีสวดมนต์ เนื่องในงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง)
📍 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เขตสาทร กรุงเทพฯ
🏮 วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
❖ เวลา 09.00 - 13.00 น. | ประกอบพิธีสวดมนต์ โดย พระสงฆ์จีนนิกาย วัดโพธิ์แมนคุณาราม
❖ เวลา 14.00 น. | ประกอบพิธีเวียนธูปภายในศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ
เคาน์เตอร์รับบริจาค ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น
#ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว

พุทธาภิเษกยิ่งใหญ่  พระพิฆเนศ 5 เศียร ใจกลางเมืองระยอง    วันนี้วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 น. นายพิทักษ์ ศิร...
23/05/2026

พุทธาภิเษกยิ่งใหญ่ พระพิฆเนศ 5 เศียร ใจกลางเมืองระยอง

วันนี้วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 น. นายพิทักษ์ ศิริวงศ์ ประธานจัดงาน
ได้จัด พิธีพุทธาภิเษกและเทวาภิเษก เหรียญพระพิฆเนศ และอันเชิญพระพิฆเนศ 5 เศียรประดิษฐาน ใจเมืองระยอง โดยได้นิมนต์พระเกจิชื่อดังเมืองระยอง ทำพิธีพุทธาภิเษก พร้อมด้วยพิธีพราหมณ์ ทั้งนั้ได้กราบนิมนต์หลวงพ่อรัตน์ วัดป่าหวาย จ.ระยอง เป็นประธานในพิธีจุดเทียนชัย และนั่งปรกอธิษฐานจิต พร้อมด้วยหลวงพ่อใย วัดปากป่า หรือ พระครูพิพิธธรรมสาร (หลวงพ่อใย ธมฺมสาโร) เจ้าอาวาสวัดปากป่า จ.ระยอง นั่งปรกอธิษฐานจิตและเกจิชื่อดังเมืองระยองอีกหลายรูป
การอัญเชิญ องค์พระพิฆเนศประดิษฐานใจกลางเมืองระยองครั้งนี้ นายพิทักษ์ ศิริวงศ์ กล่าวว่า เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและกราบไหว้บูชาของประชาชนในจังหวัดระยองหรือพื้นที่ใกล้เคียงที่เคารพศรัทธา ในองค์พระพิฆเนศ โดยในงานนี้ได้มีผู้มาร่วมงาน เป็นจำนวนมาก ทั้งหน่วยงานราชการ พ่อค้า ประชาชน และบริษัทห้างร้าน หลังจากเสร็จพิธี นายพิทักษ์ ศิริวงศ์ ได้มอบเหรียญพระพิฆเนศที่พุทธาภิเษกในครั้งนี้ ให้แก่ผู้ที่มาร่วมงาน และเก็บบางส่วนที่มีการจองไว้ล่วงหน้าก่อนนี้ด้วย สนใจจองเหรียญเพิ่มเติม ติดต่อคุณพิทักษ์ ศิริวงศ์ โทร.061-7193222

ที่อยู่

Changwat Rayong

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The trap newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์