To more lifes ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก To more lifes, เว็บไซต์ข่าวและสื่อ, ratsungsan 16, Changwat Samut Prakan.

Novo Nordisk จับมือ กทม. ยกอุปกรณ์ฟิตเนสสุดล้ำจากเดนมาร์กมาให้คนกรุงเบิร์นไขมันฟรี ที่ Banchakiti Park for Better Health...
02/04/2026

Novo Nordisk จับมือ กทม. ยกอุปกรณ์ฟิตเนสสุดล้ำจากเดนมาร์กมาให้คนกรุงเบิร์นไขมันฟรี ที่ Banchakiti Park for Better Health ลดเสี่ยงโรคอ้วน สู่เมืองสุขภาพดี
กรุงเทพฯ กำลังก้าวสู่การเป็น “เมืองสุขภาพดี” เมื่อ Novo Nordisk ผู้นำด้านการดูแลสุขภาพระดับโลก ผนึกกำลังกับ กรุงเทพมหานคร เปิดตัวโครงการ “Banchakiti Park for Better Health” ณ สวนเบญจกิติ ชวนคนกรุงหันมาใส่ใจสุขภาพผ่านการออกกำลังกายในพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง
พื้นที่แห่งนี้เป็นสวนสาธารณะที่กำลังจะยกระดับให้เป็น “โมเดลสร้างสุขภาพ” ของคนเมือง ด้วยอุปกรณ์เสริมสร้างกล้ามเนื้อกลางแจ้ง ที่ได้แรงบันดาลใจจากโครงการ Spor 10 ในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์กเมืองต้นแบบด้านสุขภาวะของโลก

โครงการดังกล่าวมุ่งส่งเสริมให้ประชาชน “เริ่มต้นได้ง่ายจากใกล้ตัว” ด้วยการเดิน วิ่ง หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ลดความเสี่ยงของโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญของคนเมืองในปัจจุบัน ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนสุขภาพเชิงป้องกัน แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้คนกรุง “ลุกขึ้นขยับ” และเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
วิกฤตเงียบของคนเมือง: อ้วนขึ้น
ข้อมูลล่าสุดสะท้อนภาพชัดว่า คนไทยกว่า 45% อยู่ในภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน และในกรุงเทพฯ ตัวเลขพุ่งสูงถึง 58%
โรคอ้วนไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่คือ “ต้นทางของโรคเรื้อรัง” ทั้งเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต และโรคทางเมแทบอลิกอื่น ๆ ซึ่งกำลังกลายเป็นภาระใหญ่ของระบบสาธารณสุข
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “โครงการนี้คือก้าวสำคัญในการทำให้สุขภาพดีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ เมื่อมีพื้นที่และอุปกรณ์ที่พร้อมใช้งาน ทุกคนก็มีโอกาสเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น”
ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีฐานข้อมูลการตรวจสุขภาพของประชาชนแล้วกว่า 1 ล้านคน สะท้อนให้เห็นภาพรวมด้านสุขภาพของคนเมืองได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกัน เมืองยังเดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มสวนสาธารณะเป็นกว่า 400 แห่ง และพัฒนาทางเท้าเพิ่มอีกกว่า 1,000 กิโลเมตร เพื่อเอื้อต่อการใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉงของคนกรุง
แนวทางสำคัญไม่ใช่การตั้งเป้าหมายแบบก้าวกระโดด แต่เป็นการค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนคนที่ออกกำลังกายให้ได้ทีละ 5% ภายในระยะเวลา 2–3 ปี เพื่อสร้างความยั่งยืนและทำให้การดูแลสุขภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนเมืองในระยะยาว

ด้าน แดนนี แอนนัน เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย มองว่า “นี่คือพลังของความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่ไม่เพียงเชื่อมความสัมพันธ์ แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม”
แนวคิดของโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างและเพิ่มพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนสามารถเข้ามาออกกำลังกายได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่ร่วมกันผลักดันให้คนเมืองหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ความร่วมมือดังกล่าวยังมีเป้าหมายสำคัญในการช่วยลดจำนวนผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำ
ขณะที่ จิฮาน เซอร์ดาร์ คิซิลจิก ผู้จัดการทั่วไป โนโว นอร์ดิสค์ ประเทศไทย เน้นย้ำว่า การป้องกันคือหัวใจสำคัญของการลดโรคเมแทบอลิก และการเคลื่อนไหวร่างกายคือจุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดที่ทุกคนทำได้
ภายในงานยังมีเวทีเสวนาที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน ทั้งผู้บริหารเมือง แพทย์ และภาคเอกชน มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านสุขภาพเมืองอย่างเข้มข้น โดยทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า แม้ “สภาพแวดล้อมของเมือง” จะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เร่งให้เกิดโรคอ้วน แต่หากมีการออกแบบพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สันทนาการอย่างเหมาะสม ก็สามารถเป็น “เครื่องมือสำคัญ” ในการลดความเสี่ยงดังกล่าวได้
เวทีนี้ยังเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาโรคอ้วนในเมืองใหญ่ไม่สามารถขับเคลื่อนโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังระหว่างภาครัฐ ภาคสาธารณสุข และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพของคนเมืองและการยกระดับสุขภาพของประชาชนในเมืองที่ได้รับผลกระทบจากโรคอ้วนอย่างกรุงเทพฯ
Tomorelifes Park for Better Health #กทม Nordisk

🛍️จาก “อวนเก่า” สู่ “กระเป๋ารักษ์โลก” แบรนด์ท้องถิ่นภูเก็ต พลิกขยะทะเล สร้างรายได้ชุมชนอย่างยั่งยืนปัญหาขยะทะเล ไม่ได้เป...
31/03/2026

🛍️จาก “อวนเก่า” สู่ “กระเป๋ารักษ์โลก” แบรนด์ท้องถิ่นภูเก็ต พลิกขยะทะเล สร้างรายได้ชุมชนอย่างยั่งยืน
ปัญหาขยะทะเล ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสกปรกอย่างเดียวแต่ยังเป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างรุนแรงโดยเฉพาะ อวน เครื่องมือประมงที่ชำรุด หรือเสื่อมสภาพ และถูกทิ้งไว้ในทะเล แม้จะหมดอายุการใช้งานแล้วแต่อวนเหล่านี้ยังคงทำหน้าที่ดักจับสัตว์น้ำต่อไปโดยไร้การควบคุม สร้างความเสียหายต่อปะการังและสัตว์ทะเลอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากกรีนพีช ระบุว่า ทุกปีมีอวนใช้แล้ว ถูกทิ้งลงทะเลมากถึง 640,000 ตัน คิดเป็น 10 % ของปริมาณขยะทะเลทั้งหมด ผลกระทบที่เกิดขึ้น ยังทำลายชีวิตสัตว์ทะเลทั่วโลกกว่า 100,000 ตัวต่อปี ที่ต้องตายจากการติดอวนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น โลมา เต่าทะเล และสัตว์น้ำหายากอีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อแนวปะการังใต้ท้องทะเล
จากภาพที่คุ้นตาของกองอวนเก่าที่ถูกทิ้งไว้ตามชายฝั่ง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดใหม่ที่น่าสนใจเมื่อชัญญาภัธต์ แก้วโสภา และคนในชุมชนเริ่มมองเห็น คุณค่า ในสิ่งที่ถูกมองว่าไร้ประโยชน์ แนวคิด “เปลี่ยนขยะให้มีมูลค่า” จึงถูกนำมาต่อยอดด้วยการนำอวนเก่ามาแปรรูปเป็น“ สินค้าไลฟ์สไตล์รักษ์โลก” ตั้งแต่กระเป๋า เครื่องประดับ ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน
แนวคิดนี้ได้จุดประกายขึ้นกลายเป็น แรงบันดาลใจสำคัญในการนำอวนเก่าที่ถูกมองข้าม มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้ง แต่ยังสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตคนในชุมชนอย่างยั่งยืน
สินค้า Upcycle ที่เชื่อมสิ่งแวดล้อม ชุมชนและตลาดยุคใหม่
ชัญญาภัธต์ แก้วโสภา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Live Like a Local เธอเล่าย้อนว่า ก่อนเข้าสู่ธุรกิจดังกล่าว เคยดำเนินกิจการบังกะโลและร้านกาแฟในภูเก็ต แต่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จึงปรับตัวสู่โมเดลธุรกิจใหม่ที่สอดรับกับกระแสรักษ์โลก
ตั้งแต่เด็กคุ้นเคยกับภาพชาวประมงนั่งซ่อมอวนอยู่เป็นประจำ ภาพเหล่านั้นไม่เพียงสะท้อนวิถีชีวิต แต่ยังทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของปัญหา อวนจำนวนมากเมื่อหมดอายุการใช้งาน จำนวนไม่น้อยมักถูกทิ้งกลายเป็นขยะทะเลโดยไร้ประโยชน์ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ด้วยความกังวลว่าอวนเหล่านี้อาจไหลลงสู่ทะเลและส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ เธอจึงเริ่มนำวัสดุเหลือใช้ดังกล่าวมาพัฒนาเป็นสินค้าในรูปแบบ Upcycle เพิ่มมูลค่าจากของที่เคยไร้ค่าให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใช้งานได้จริง
การดำเนินธุรกิจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตสินค้า แต่ยังเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชน โดยชาวประมงเข้ามามีบทบาทในการถ่ายทอดทักษะการถักอวน ขณะที่กลุ่มแม่บ้านในพื้นที่ร่วมกันผลิตงานแฮนด์เมด เช่น กระเป๋าและของตกแต่งรูปสัตว์ทะเล ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างชัดเจน
สินค้ารักษ์โลก...โมเดลธุรกิจที่เติบโตบนความยั่งยืน
ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา แบรนด์สามารถพัฒนาสินค้าได้เกือบ 40 รูปแบบ โดยจุดเด่นอยู่ที่ความแข็งแรงของวัสดุที่สามารถใช้งานได้ยาวนาน ส่งผลให้แนวทางการออกแบบเน้นความเรียบง่าย ทันสมัย และไม่ยึดติดกับกระแสแฟชั่นระยะสั้น
ด้านพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่ากลุ่มลูกค้าหลักเป็นผู้ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในช่วงอายุ 35–60 ปี ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณค่าของสินค้า มากกว่ารูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
สร้างรายได้ชุมชน ควบคู่กับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
นอกเหนือจากการช่วยลดปริมาณขยะทะเล ธุรกิจดังกล่าวยังมีบทบาทในการสร้างรายได้เสริมให้กับคนในชุมชน สะท้อนแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันมีการนำอวนเก่ามารีไซเคิลแล้วมากกว่า 2,000 กิโลกรัม และยังคงเดินหน้าพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยเน้นช่องทางการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Facebook Live Like a Local , Instagram Live Like a Local และ TikTok Live Like a Local
ธุรกิจที่มากกว่า “แฟชั่น” คือ “คุณค่าระยะยาว”
การเติบโตของ “กระเป๋าจากอวน” ในวันนี้
จึงไม่ได้เป็นเพียงการสร้างสินค้าแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนภาพของธุรกิจยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ พร้อมสร้าง “คุณค่าร่วม” ที่ส่งต่อประโยชน์ในระยะยาวอย่างแท้จริง
#อวนเก่า Like a Local #กระเป๋ารักษ์โลก #ภูเก็ต #
ชัญญาภัธต์ แก้วโสภา

22/03/2026

🚀ภัยเงียบที่น่ากลัว..ภาวะไขมันในเลือดสูงจากพันธุ์กรรม
รู้เร็ว รู้ก่อน ป้องกันได้: ไขมันสูงจากพันธุกรรม ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม
หลายคนอาจคิดว่า “ไขมันในเลือดสูง” เกิดจากพฤติกรรมการกินหรือการใช้ชีวิตเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว โรคนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ หรือที่เรียกว่า FH (Familial Hypercholesterolemia) ซึ่งทำให้ระดับไขมัน LDL สูงตั้งแต่อายุน้อย และเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยไม่รู้ตัว
ปัจจุบันประเทศไทยยังวินิจฉัยผู้ป่วย FH ได้น้อยมาก (ต่ำกว่า 1%) ทั้งที่คาดว่ามีผู้ป่วยกว่า 200,000 ราย สะท้อนช่องว่างสำคัญในการคัดกรองและการเข้าถึงการรักษา ต่างจากประเทศอย่างเนเธอร์แลนด์ที่สามารถตรวจพบได้ถึง 70%
สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับเครือข่ายแพทย์กว่า 20 สถาบันทั่วประเทศ เดินหน้าสร้างความตระหนักรู้และพัฒนาระบบคัดกรอง โดยเน้น “การวินิจฉัยเร็ว” เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงตั้งแต่อายุยังน้อย
แนวทางในอนาคตมุ่งสู่การคัดกรองเชิงรุก โดยเฉพาะการตรวจพันธุกรรมและการตรวจคนในครอบครัว พร้อมการรักษาที่ก้าวหน้ามากขึ้น ทั้งยากลุ่มใหม่อย่าง PCSK9 inhibitors และ Inclisiran ที่ช่วยควบคุมไขมันได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เข้าสู่ยุคการรักษาแบบเฉพาะบุคคล
หัวใจสำคัญคือ การลดระดับ LDL-C อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการปรับพฤติกรรม และการติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิดภายใต้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เพราะ FH ไม่ใช่แค่ “ไขมันสูง” แต่คือความเสี่ยงโรคหัวใจที่ป้องกันได้ หากรู้ทันและรักษาเร็ว
#ไขมันสูงพันธุกรรม #รู้เร็วป้องกันได้ #ลดเสี่ยงโรคหัวใจ #สุขภาพดีเริ่มที่

21/03/2026

50ปี เอเซอร์ประกาศยุทธศาสตร์สู่แบรนด์เทคโนโลยีไลฟ์สไตล์

21/03/2026
21/03/2026

📍⌨️เอเซอร์ครบ-50-ปี-ยกระดับ-ecosystem-สู่การเป็นแบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่พร้อมเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน?

อ่านเพิ่มเติมที่🧣
https://www.tomorelifes.com/content/32309/

18/03/2026

🌀💥คุณชอบบ้านแบบไหนมาดูได้ที่ งานรับสร้างบ้าน FOCUS2026 ....18-22มีนาคม69
อิมแพ็ค ฮอลล์6เทองทองธานนี
อ่านเพิ่มเติมที่🏡
https://www.tomorelifes.com/content/32295/

17/03/2026

📣ความตระหนักรู้เรื่องภาวะไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรม

น้ำดีไล่น้ำเน่า(สส)
16/03/2026

น้ำดีไล่น้ำเน่า(สส)

พูดแทนคนไทยทั้งประเทศ "หมอวรงค์" ฟาดแรง 2 นาทีหั่นงบฟุ่มเฟือย สส. เงินเดือนแสนแต่กินข้าวฟรี #หมอวรงค์ #ประ...

ที่อยู่

Ratsungsan 16
Changwat Samut Prakan
10130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ To more lifesผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง To more lifes:

แชร์