04/06/2026
แอดลองมาแล้ว ดีจัด! ที่สำคัญคือเบามากๆ ทั้งน้ำหนักและราคา
เสียงก็ดี สีก็โดน! รีวิว ‘Nothing Ear (open)’ หูฟังผู้ดีอังกฤษ ที่มาในสตรีทสไตล์สุดเท่
หูฟังยุคนี้ไม่ได้เกิดมาแค่ไว้ฟังเพลง แต่ยังสะท้อนรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ด้วย วันนี้ KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที จะมารีวิว Nothing Ear (open) หูฟัง Open-ear ดีเอ็นเอผู้ดีอังกฤษรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาทลายกรอบของหูฟังเดิมๆ เปลี่ยน Gadget ให้กลายเป็น Fashion Item ชิ้นหรูที่สวมใส่ได้อย่าง Effortless พร้อมตอบโจทย์
การใช้งานทุกรูปแบบ
สิ่งแรกที่ทำให้เรารู้สึกว้าวกับหูฟัง Ear (open) คือความเท่ในแบบที่เราเห็นปุ๊บก็รู้ทันทีว่าคือการออกแบบสไตล์ Nothing ซึ่งแนวคิดของหูฟัง Ear (open) รุ่นนี้คือการเป็น Fashion Item ที่เบลนด์เข้ากับ สไตล์การแต่งตัวได้อย่างแนบเนียนไม่ว่าจะลุคไหนๆ ก็ดูเข้ากันได้อย่างประหลาด ยิ่งเป็นลุคสตรีทด้วยคือลงตัวสุดๆ
สำหรับสีน้ำเงินเฉดใหม่นี้ได้รับการปรับลดความอิ่มสีลงเพื่อให้ความรู้สึกถึงเทคโนโลยีร่วมสมัยที่อบอุ่นและสุขุมขึ้น หรือถ้าใครชอบความคลาสสิก สีขาวก็ยังโชว์ความโปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์ได้ดีเยี่ยม
อีกจุดเด่นที่น่าประทับใจมากในฐานะหูฟังที่จะต้องอยู่ติดกับร่างกายของเราเป็นเวลานานคือเรื่องน้ำหนัก น้ำหนักตัวหูฟังรุ่นนี้ก็เบาหวิวเพียง 8.1 กรัมต่อข้าง หากเทียบก็ราวๆ เหรียญสิบบาทหนึ่งเหรียญเท่านั้น ทั้งยังออกแบบให้สวมใส่ง่ายด้วยโครงสร้างสมดุลสามจุดที่เอียงทำมุม 50 องศา วางตำแหน่งลำโพงไว้เหนือใบหูระหว่างโคนใบหูและกระดูกอ่อนด้านหน้าได้อย่างพอดีกับสรีระ วัสดุก้านเกี่ยวทำจากลวดนิกเกิล-ไทเทเนียมหุ้มซิลิโคนพรีเมียม ใส่สบายจนบางทีก้มหน้าเล่นกับแมวที่บ้าน หรือเดินไปไหนมาไหน ก็แทบจะลืมไปเลยว่าใส่หูฟังอยู่ แถมเคสชาร์จยังแบนและบางเฉียบแค่ 19 มิลลิเมตร ยัดใส่กระเป๋ากางเกงตัวเก่งได้โดยไม่ปูดไม่โปนไม่เสียทรง
หลายคนอาจเคยได้ยินคำสบประมาทว่าหูฟังแบบ Open-ear เสียงจะแห้งและเบสจะหาย แต่นั่นไม่ใช่กับวิศวกรรมของ Nothing Ear (open) เพราะการใช้ Stepped Driver ขยับทิศทางเสียงให้จ่อเข้าใกล้รูหูมากขึ้น ผสานกับไดอะแฟรมสั่งทำพิเศษที่แบนลงตรงกลาง ช่วยรีดเร้นย่านเสียงต่ำให้มีมิติ ลึก และแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งมีระบบ Bass Enhance คอยชดเชยเสียงเบสแบบเรียลไทม์ จังหวะดนตรีจึงกระแทกกระทั้นสะใจ ผนวกกับการเคลือบไทเทเนียมบนไดอะแฟรมที่ช่วยพุ่งทะยานย่านเสียงสูงให้คมกริบขึ้นถึง 3 เดซิเบล เสียงร้องและเครื่องดนตรีจึงถูกถ่ายทอดออกมาอย่างแม่นยำ
ทีเด็ดที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเทคโนโลยี Sound Seal System และลำโพงกำหนดทิศทาง นี่คือจุดที่หูฟังทรงเปิดหลายรุ่นมักตกม้าตาย แต่รุ่นนี้ทำได้ยอดเยี่ยม เพราะระบบจะสร้างคลื่นเสียงย้อนกลับมาหักล้างเสียงที่เล็ดลอดออกไป ผลลัพธ์คือเสียงเพลงถูกป้อนเข้าหูเราเต็มๆ นั่งทำงานในพื้นที่สาธารณะ คนโต๊ะข้างๆ ก็แทบไม่มีทางรู้ว่าเรากำลังฟังอะไรอยู่ ให้ความเป็นส่วนตัวที่สูงมากโดยที่ยังคงรับรู้เสียงแวดล้อมรอบข้างอย่างเป็นธรรมชาติด้วยฟีเจอร์ Blissfully aware
อ่านต่อ : https://www.bangkokbiznews.com/tech/gadget/1236878
#กรุงเทพธุรกิจIT #กรุงเทพธุรกิจReview #กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจTech #กรุงเทพธุรกิจReview