06/04/2026
👩🏻🏫ครูการเงินและพัสดุต้องถูกใจสิ่งนี้นะคะ💕👇👇
📌 1. ชื่อโครงการ: โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการการเงินและพัสดุสถานศึกษาเชิงรุก (Proactive School Finance and Procurement)
⸻
📌 2. ความสอดคล้องกับนโยบาย/มาตรฐาน
📘 ความสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
• สอดคล้องกับมาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ
• ตัวชี้วัดข้อ 2.2 มีระบบการบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา และ ข้อ 2.6 การจัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นการบริหารงบประมาณที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
🎯 ความสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้น 12 ข้อ (ปีงบ 2569–2570)
• สอดคล้องกับด้านบริหารจัดการ: ข้อ 10. พัฒนาการบริหารจัดการเชิงรุก (Proactive Administration) และ ข้อ 11. ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล/AI ในการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการเบิกจ่าย
⚡ ความสอดคล้องกับนโยบาย Quick Win (ปีงบ 2569)
• สอดคล้องกับ Quick Win ด้านลดภาระครู: ปรับระบบการประเมิน ลดงานเอกสาร โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการนำระบบเทคโนโลยีและการจัดการที่คล่องตัวมาใช้เพื่อลดงานเอกสารซ้ำซ้อนด้านพัสดุของครูผู้สอน ทำให้ครูมีเวลาคืนสู่ห้องเรียนและจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่
📗 ความสอดคล้องกับมาตรฐาน สมศ. (รอบ 5)
• สอดคล้องกับมาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ
สถานศึกษามีการบริหารจัดการงบประมาณ การเงิน และพัสดุอย่างมีคุณภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาล ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายงาน และมีการใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนกระบวนการจัดการเรียนการสอนอย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
⸻
📌 3. หลักการและเหตุผล
การบริหารจัดการการเงินและพัสดุเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของสถานศึกษาให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลและแหล่งงบประมาณอื่นๆ จำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดความคุ้มค่าสูงสุดต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน อย่างไรก็ตาม จากสภาพการดำเนินงานในปัจจุบันพบว่า ภาระงานด้านเอกสารการเงินและพัสดุมีความซับซ้อนและมีปริมาณมาก ส่งผลกระทบต่อครูผู้สอนที่ต้องร่วมรับผิดชอบหน้าที่นี้ ทำให้สูญเสียเวลาที่ควรจะทุ่มเทให้กับการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนอย่างเต็มที่ ประกอบกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ หากบุคลากรขาดความรู้ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน อาจนำไปสู่ข้อผิดพลาดในการเบิกจ่ายหรือการจัดซื้อจัดจ้างที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อราชการได้ ดังนั้น โรงเรียนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาระบบการบริหารจัดการการเงินและพัสดุให้มีความทันสมัย รวดเร็ว และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการจัดเก็บข้อมูล ดำเนินการจัดทำเอกสาร และติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อตอบสนองนโยบายลดภาระครูของกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงมีความจำเป็นต้องจัดอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ โครงการนี้จึงถูกจัดทำขึ้นเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของกลุ่มบริหารงบประมาณ ลดภาระงานเอกสารซ้ำซ้อน และสร้างระบบการควบคุมภายในที่เข้มแข็ง ส่งผลให้สถานศึกษามีทรัพยากรสนับสนุนกลุ่มบริหารทั่วไป กลุ่มบริหารงานบุคคล และกลุ่มบริหารวิชาการได้อย่างเต็มศักยภาพ นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ยั่งยืนต่อไป
⸻
📌 4. วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการการเงินและพัสดุของโรงเรียนให้ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ
2. เพื่อลดภาระงานเอกสารซ้ำซ้อนด้านการเงินและพัสดุของครูผู้สอน โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน
3. เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจและเพิ่มพูนทักษะด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่ายงบประมาณให้แก่บุคลากรที่รับผิดชอบและหัวหน้าโครงการทุกฝ่ายงาน
⸻
📌 5. เป้าหมาย (Targets)
🔢 เชิงปริมาณ:
1. ร้อยละ 100 ของการเบิกจ่ายงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ อย่างเคร่งครัด
2. ครูและบุคลากรที่รับผิดชอบงานหรือโครงการ จำนวน 100% ได้รับการอบรมและพัฒนาทักษะด้านแนวปฏิบัติด้านการเงินและพัสดุ
🌟 เชิงคุณภาพ:
1. สถานศึกษามีระบบข้อมูลสารสนเทศด้านการเงินและพัสดุที่ทันสมัย สามารถลดภาระงานเอกสารของครูได้อย่างเป็นรูปธรรม
2. สถานศึกษามีผลการประเมินการควบคุมภายในและผลการประเมินความโปร่งใส (ITA) ในระดับที่สูงขึ้น ดำเนินงานด้วยความคุ้มค่า
⸻
📌 6. กลุ่มเป้าหมาย
• บุคลากรกลุ่มบริหารงบประมาณ (งานการเงินและพัสดุ) จำนวน 5 คน
• ครูผู้รับผิดชอบโครงการ (วิชาการ, บุคคล, บริหารทั่วไป) จำนวน 45 คน
• ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 3 คน
⸻
📌 7. วิธีดำเนินการ / กิจกรรม
ขั้นดำเนินงาน (8 ขั้นตอนตามหลัก PDCA):
• 1. ขั้นศึกษาวิเคราะห์สภาพปัญหา (Plan):
ประชุมคณะกรรมการบริหารโรงเรียนและหัวหน้าทั้ง 4 ฝ่ายงาน (วิชาการ บุคคล บริหารทั่วไป งบประมาณ) เพื่อทบทวนปัญหาความล่าช้าในการเบิกจ่ายและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในปีที่ผ่านมา และรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ออกแบบระบบใหม่
• 2. ขั้นวางแผนและขออนุมัติโครงการ (Plan):
จัดทำรายละเอียดโครงการพัฒนาระบบการเงินและพัสดุ นำเสนอต่อผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อขออนุมัติงบประมาณ แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน กำหนดบทบาทหน้าที่ผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน
• 3. ขั้นสร้างและพัฒนาระบบดิจิทัล (Do):
นำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออนไลน์ (เช่น Google Workspace หรือระบบ e-Document) มาปรับใช้เพื่อลดขั้นตอนการขออนุมัติจัดซื้อจัดจ้างเบื้องต้น ลดการใช้กระดาษและลดภาระงานครูอย่างเป็นรูปธรรม
• 4. ขั้นจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Do):
เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ครูทุกฝ่ายงาน เกี่ยวกับระเบียบพัสดุใหม่ แนวทางการเขียนขออนุมัติโครงการ และการจัดเตรียมเอกสารเบิกจ่ายที่ถูกต้อง เพื่อลดข้อผิดพลาด
• 5. ขั้นดำเนินการตามระบบใหม่ (Do):
เปิดใช้งานระบบและคู่มือแนวปฏิบัติที่ปรับปรุงใหม่ โดยทุกฝ่ายงานประสานการทำงานร่วมกับกลุ่มบริหารงบประมาณ นำรูปแบบใหม่ไปใช้จริงในการบริหารจัดการทรัพยากรของโรงเรียนตลอดปีการศึกษา
• 6. ขั้นนิเทศ กำกับ ติดตาม (Check):
แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและควบคุมภายใน เพื่อลงพื้นที่ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ การจัดทำบัญชีวัสดุ และการเบิกจ่ายของแต่ละโครงการ ให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการอย่างเคร่งครัด
• 7. ขั้นประเมินผลโครงการ (Check):
รวบรวมข้อมูลแบบสอบถามความพึงพอใจของบุคลากร และวิเคราะห์สถิติความรวดเร็ว ถูกต้องของการเบิกจ่าย เพื่อประเมินความสำเร็จของโครงการเปรียบเทียบกับตัวชี้วัด (KPI) ที่ตั้งไว้
• 8. ขั้นสรุปและรายงานผล (Act):
จัดทำรายงานผลการดำเนินโครงการ (SAR โครงการ) นำเสนอต่อผู้บริหารและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมทั้งนำข้อเสนอแนะที่ได้ไปปรับปรุงวงจรการบริหารงบประมาณในปีถัดไป
กิจกรรมในโครงการ:
• กิจกรรมที่ 1: อบรมเชิงปฏิบัติการ "เสริมสร้างความรู้ระเบียบการเงิน พัสดุ และการควบคุมภายในเพื่อลดภาระงาน"
• กิจกรรมที่ 2: พัฒนาระบบสารสนเทศและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) ด้านการบริหารงบประมาณ
• กิจกรรมที่ 3: นิเทศติดตาม ตรวจสอบพัสดุประจำปี และประเมินความโปร่งใส (ITA) ของสถานศึกษา
⸻
📌 8. ระยะเวลาดำเนินการ
• ตุลาคม 2568 – กันยายน 2569 (ตลอดปีงบประมาณ)
⸻
📌 9. สถานที่ดำเนินการ
• ห้องประชุมและสำนักงานกลุ่มบริหารงบประมาณ โรงเรียน.............
⸻
📌 10. งบประมาณ
• ค่าวัสดุ (เช่น วัสดุสำนักงาน, วัสดุคอมพิวเตอร์, กระดาษ): 5,000 บาท
• ค่าใช้สอย (เช่น ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม, ค่าป้ายไวนิล): 5,000 บาท
• ค่าตอบแทน (เช่น ค่าตอบแทนวิทยากรให้ความรู้ระเบียบพัสดุ): 5,000 บาท
• รวมงบประมาณทั้งสิ้น: 15,000 บาท
(หมายเหตุ: ถัวจ่ายทุกรายการ แหล่งงบประมาณจาก เงินอุดหนุนค่าจัดการเรียนการสอน - งบดำเนินการ)
⸻
📌 11. ผู้รับผิดชอบโครงการ
• หน่วยงานหลัก: กลุ่มบริหารงบประมาณ (งานการเงินและพัสดุ)
• หน่วยงานร่วมประสาน: กลุ่มบริหารวิชาการ, กลุ่มบริหารงานบุคคล และกลุ่มบริหารทั่วไป
⸻
📌 12. ตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI)
1. ร้อยละ 100 ของการจัดทำเอกสารจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่าย มีความถูกต้องตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ และไม่มีข้อทักท้วงจากการตรวจสอบ
2. ร้อยละ 90 ของครูและบุคลากร มีความพึงพอใจต่อระบบบริหารจัดการแบบใหม่ ที่ช่วยลดภาระงานเอกสารซ้ำซ้อนและมีความรวดเร็วมากขึ้น
3. ร้อยละ 95 ของโครงการในแผนปฏิบัติการประจำปีจากทุกฝ่ายงาน สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามแผนและทันตามกรอบเวลาที่กำหนด
⸻
📌 13. การติดตามและประเมินผล
• เครื่องมือที่ใช้:
• แบบบันทึกการตรวจเอกสารและทะเบียนคุมพัสดุ
• แบบประเมินความพึงพอใจต่อการลดภาระงานและความคล่องตัว
• การสังเกตประสิทธิภาพและระยะเวลาในการจัดทำเอกสาร
• รายงานสรุปผลการดำเนินโครงการ (SAR)
⸻
📌 14. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. โรงเรียนมีระบบการบริหารการเงินและพัสดุที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และลดความเสี่ยงในการทุจริตหรือข้อผิดพลาดทางกฎหมายได้อย่างสิ้นเชิง
2. ครูผู้สอนได้รับการลดภาระงานเอกสารด้านการเงินและพัสดุอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้มีกำลังใจและมีเวลาทุ่มเทให้กับการเตรียมการสอนและดูแลนักเรียนในห้องเรียนมากขึ้น
3. การดำเนินงานของ 4 ฝ่ายงานหลัก (วิชาการ, บุคคล, บริหารทั่วไป, งบประมาณ) ได้รับการสนับสนุนทรัพยากรอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระ