Lanna365 ข่าวภาคเหนือlanna365

มหาปีติสงฆ์เชียงใหม่! “พระครูวิสุทธิกิจจานนท์” เจ้าอาวาสวัดล่ามช้าง เข้ารับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร พ.ศ. 2569 เกีย...
04/06/2026

มหาปีติสงฆ์เชียงใหม่! “พระครูวิสุทธิกิจจานนท์” เจ้าอาวาสวัดล่ามช้าง เข้ารับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร พ.ศ. 2569 เกียรติยศสูงสุดของผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา

นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่และความปลาบปลื้มใจอย่างหาที่สุดมิได้ของคณะศิษยานุศิษย์ รวมถึงพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ ในโอกาสที่ ท่านพระครูวิสุทธิกิจจานนท์ เจ้าอาวาสวัดล่ามช้าง เจ้าคณะตำบลศรีภูมิเขต 4 และประธานที่ปรึกษาโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงวัดล่ามช้าง ได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนพระสงฆ์ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ประจำปี พ.ศ. 2569 จากพระบรมวงศานุวงศ์ตามที่กำหนดในแต่ละปี

สำหรับรางวัลเสาเสมาธรรมจักรนั้น ถือเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดระดับประเทศด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนา ซึ่งริเริ่มจัดขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 เพื่อมุ่งยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคล พระสงฆ์ และหน่วยงานต่างๆ ที่มีความโดดเด่นและได้เสียสละอุทิศตนสร้างคุณประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ต่อพระพุทธศาสนาในด้านต่างๆ โดยกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา จะเป็นผู้กลั่นกรองและคัดเลือกผู้มีผลงานดีเด่นเชิงประจักษ์ ทั้งในด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ด้านการศึกษา ด้านการปฏิบัติธรรม และด้านการสนับสนุนกิจการพระพุทธศาสนาอย่างเป็นรูปธรรม

การได้รับพระราชทานรางวัลในครั้งนี้ของท่านพระครูวิสุทธิกิจจานนท์ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการเป็นพระสุปฏิปันโนผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทในงานสาธารณสงเคราะห์ผ่าน "โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงวัดล่ามช้าง" ที่เกื้อกูลชุมชนและสังคมมาอย่างต่อเนื่อง สมกับปณิธานที่ว่า “ศรัทธาเกิดจากการกระทำ” และนำความปลื้มปีติมาสู่บวรพระพุทธศาสนาและชาวเชียงใหม่อย่างแท้จริง.

ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย รอง ผบช.ภ.5 และ ผบก.ในสังกัด นำทีมหน.สภ.และ ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.5 รณรงค์ให้ผู้ที่สูบบุหรี่เลิกสูบ...
29/05/2026

ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย รอง ผบช.ภ.5 และ ผบก.ในสังกัด นำทีมหน.สภ.และ ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.5 รณรงค์ให้ผู้ที่สูบบุหรี่เลิกสูบบุหรี่ และร่วมกันปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า "นิโคตินเสพติดจนตาย" เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2569

29 พฤษภาคม 2569
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาครผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพดล กรึงไกร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร.รรท.รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 ,
พล.ต.ต.วรพงษ์ คำลือ รองผบช.ภ.5 และ ผบก.ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 นำทีมหัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัด จำนวน 159 นายและ ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมรณรงค์ให้ผู้ที่สูบบุหรี่เลิกสูบบุหรี่ และร่วมกันปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า "นิโคตินเสพติดจนตาย" เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวได้จัดขึ้นบริเวณหน้าห้องประชุมอาคารสโมสรคุ้มแก้วขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

 #ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ✈️ จัดกิจกรรม “First Aid ปลอดภัยเรื่องใกล้ตัว” เสริมทักษะการช่วยชีวิตเบื้องต้นแก่เยาวชน         ว...
25/05/2026

#ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ✈️ จัดกิจกรรม “First Aid ปลอดภัยเรื่องใกล้ตัว” เสริมทักษะการช่วยชีวิตเบื้องต้นแก่เยาวชน
วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายสรายุทธ จำปา รองผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (สายสนับสนุนธุรกิจ) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “First Aid ปลอดภัยเรื่องใกล้ตัว” ภายใต้โครงการ AOT พี่อาสา ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ โรงเรียนเทศบาลวัดศรีปิงเมือง ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 จำนวน 120 คนเข้าร่วมกิจกรรม
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้นำบุคลากรด้านการแพทย์ ไปถ่ายทอดความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ครอบคลุมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) เพื่อให้เยาวชน มีความรู้และเกิดความกล้าที่จะช่วยเหลือผู้อื่นในภาวะฉุกเฉิน
การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ถือเป็นทักษะสำคัญในการช่วยชีวิตผู้ที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยเฉพาะในช่วง “นาทีทอง” ก่อนถึงการรักษาทางการแพทย์ การเริ่มทำ CPR อย่างถูกต้องและทันท่วงทีสามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งเหตุฉุกเฉินสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา จึงมีความจำเป็นที่ประชาชนควรมีความรู้และความพร้อมในการช่วยเหลือเบื้องต้น
นอกจากการส่งเสริมความรู้ด้านการปฐมพยาบาลแก่เยาวชนและชุมชนโดยรอบแล้ว ท่าอากาศยานเชียงใหม่ยังได้จัดการฝึกอบรมบุคลากรด่านหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารและผู้ใช้บริการได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินภายในพื้นที่ท่าอากาศยาน
ทั้งนี้ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ดำเนินงานตามแนวคิด “สนามบินที่เป็นพลเมืองที่ดีของสังคม เพื่อนบ้านที่ดีของชุมชน” (Corporate Citizenship Airport) โดยส่งเสริมกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์และการมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง
/////////////
ท่าอากาศยานเชียงใหม่

ทกจ.จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวประเพณีท้องถิ่นวิถีชาติพันธุ์ล้านนา ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชาติพันธุ์สีสัน...
23/05/2026

ทกจ.จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวประเพณีท้องถิ่นวิถีชาติพันธุ์ล้านนา ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชาติพันธุ์สีสันแห่งล้านนา ประจำปีงบประมาณ 2569

จังหวัดเชียงใหม่ โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว โครงการ “ชาติพันธุ์สีสันแห่งล้านนา” ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชาติพันธุ์สีสันแห่งล้านนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อผลักดันทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ล้านนาให้เป็น กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สู่เวทีสากล
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ให้การ ต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ ณ โรงแรมเดอะ โคล เวอร์ เชียงใหม่
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายในการนำต้นทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตของ กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 1 มาพัฒนาและต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด Soft Power และ Creative LANNA โดยมุ่งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ กระจาย รายได้สู่ชุมชน และยกระดับศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ชูอัตลักษณ์ 7 ชาติพันธุ์ล้านนา สู่เวทีสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ
ภายในโครงการมีการนำเสนออัตลักษณ์และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของ 7 กลุ่มชาติพันธุ์หลักใน ล้านนา ได้แก่ ปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง), ลัวะ, ไทลื้อ, ไทยวน, ดาราอาง, ไทใหญ่ และไทเขิน ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ งาน หัตถกรรม อาหารชาติพันธุ์ การออกแบบแฟชั่น และกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์

ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก
เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า (Value-based Tourism) และการพัฒนาเศรษฐกิจ ชุมชนอย่างยั่งยืน โครงการได้กำหนดกิจกรรมสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่1. พัฒนานักสื่อความหมายประเพณีล้านนา (Lanna Storyteller) ส่งเสริมศักยภาพคนในชุมชนให้สามารถถ่ายทอดเรื่องราว วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผ่านการ ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล
2. การจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าท่องเที่ยววิถีชาติพันธุ์รวบรวมผลิตภัณฑ์ชุมชน งานหัตถกรรม อาหารพื้นถิ่น และกิจกรรมทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้ และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับชุมชน
3. การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เปิดพื้นที่เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และชุมชน พร้อมประยุกต์ใช้นวัตกรรม สมัยใหม่ เช่น Al Photobooth และสื่อสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มประสบการณ์และการเข้าถึงนักท่องเที่ยว รุ่นใหม่

เตรียมจัดงาน 4 พื้นที่สำคัญในภาคเหนือ
สำหรับกิจกรรม “ชาติพันธุ์สีสันแห่งล้านนา” จะจัดขึ้นรวม 4 ครั้ง ในพื้นที่สำคัญ ดังนี้
- ครั้งที่ 1 วันที่ 3 – 5 กรกฎาคม 2569 ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
- ครั้งที่ 2 วันที่ 10 – 12 กรกฎาคม 2569 ณ โครงการ วัน นิมมาน (One Nimman) จังหวัดเชียงใหม่
- ครั้งที่ 3 วันที่ 16 – 18 กรกฎาคม 2569
ณ ถนนอินทยงยศ จังหวัดลำพูน
- ครั้งที่ 4 วันที่ 24 – 26 กรกฎาคม 2569
ณ ลานประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่

ภายในงานพบกับ นิทรรศการวัฒนธรรมชาติพันธุ์ การแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย การ จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมพรีเมียม อาหารชาติพันธุ์หาทานยาก กิจกรรมสร้างสรรค์ และการเจรจา ทางธุรกิจ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและสร้างการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าอย่างยั่งยืน
ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง เพจ Facebook : สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่

รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีเป็นประธานในพิธีมอบขาเทียมพระราชทาน โครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่จังหวัดอ...
22/05/2026

รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีเป็นประธานในพิธีมอบขาเทียมพระราชทาน โครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่จังหวัดอุบลราชธานี

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายสรมงคล มงคละสิริ รองผู้ว่าราขการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีมอบขาเทียมพระราชทานแก่คนพิการขาขาดในจังหวัดอุบลราชธานีและใกล้เคียง ตามโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 177 ของมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยมี นายแพทย์ชาญชัย พจมานวิพุธ รองเลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ กล่าวรายงานผลการปฏิบัติงาน ศาสตราจารย์คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต เลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ กล่าวขอบคุณและแสดงความยินดีกับคนพิการขาขาด คุณเกรียงฤทธิ์ สุขเจริญสิน กรรมการมูลนิธิขาเทียมฯ มอบโล่เกียรติคุณแก่หน่วยงานที่สนับสนุนการออกหน่วย และรับมอบป้ายสนับสนุนโครงการฯ พลเอกพจน์ เอมพันธุ์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกมอบของที่ระลึกขอบคุณผู้สนับสนุนโครงการ และประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติมอบขาเทียมแก่ตัวแทนคนพิการ ซึ่งโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-22 พฤษภาคม 2569 ณ โดมอนุสรณ์ 37 ปี ศรีปทุมพิทยาคาร โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุบลราชธานี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรด้านสาธารณสุข รวมทั้งทหารผ่านศึกผู้ได้รับบาดเจ็บขาขาดจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และคณะบุคคลจากหลายภาคส่วนร่วมในพิธี

โครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ของมูลนิธิขาเทียมฯ เป็นอีกโครงการหนึ่งที่มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการเป็นประจำทุกปี โดยออกหน่วยให้บริการทำขาเทียมในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศปีละ 5 ครั้ง เพื่อสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการช่วยเหลือคนพิการขาขาดที่ยากไร้ทุกเชื้อชาติและศาสนาให้ได้รับขาเทียมที่ดี มีคุณภาพ โดยไม่คิดมูลค่า เพื่อให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่เป็นภาระต่อตนเองหรือครอบครัว และสามารถสร้างประโยชน์ให้สังคมได้ ในการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 177 นี้ มูลนิธิฯ ร่วมกับจังหวัดอุบลราชธานีได้ทำขาเทียมพระราชทานจำนวน 173 ขามอบให้แก่คนพิการที่มาขอรับบริการจำนวน 163 คน

เชียงใหม่หนุน "สะเมิง" ต้นแบบเปลี่ยนนาข้าวเป็น "อะโวคาโด" สร้างรายได้งาม ลดต้นทุนด้วยวงแหวนอินทรีย์​           21 พฤษภาค...
22/05/2026

เชียงใหม่หนุน "สะเมิง" ต้นแบบเปลี่ยนนาข้าวเป็น "อะโวคาโด" สร้างรายได้งาม ลดต้นทุนด้วยวงแหวนอินทรีย์

21 พฤษภาคม 2569 นายเสน่ห์ แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรต้นแบบการปลูกอะโวคาโด ณ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นางผุสดีวรรณ บุญเรือง เกษตรอำเภอสะเมิง ร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงานในพื้นที่
​แม้ว่าอำเภอสะเมิงจะเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะแหล่งปลูกสตรอเบอร์รี่คุณภาพสูง แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการปลูกพืชเมืองหนาวชนิดอื่น ๆ ซึ่ง "อะโวคาโด" ถือเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่เจริญเติบโตได้ดีและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร

👉 เกษตรกรต้นแบบชาวสะเมิง ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่มาปลูกอะโวคาโดรวม 20 ไร่ (ประมาณ 800 ต้น) ซึ่งปัจจุบันมีต้นที่ให้ผลผลิตแล้วกว่า 500 ต้น โดยมีรายละเอียดการจัดการสวนที่น่าสนใจ ดังนี้:
📌​สายพันธุ์ที่ปลูก: แฮส (Hass), พิงค์เคอร์ตัน (Pinkerton), บูท (Booth) และ บัคคาเนีย (Buccaneer)
📌 ​ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว: เดือนสิงหาคม – พฤศจิกายน ของทุกปี
📌​ปริมาณผลผลิต: ที่ผ่านมาเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 12 ตัน
📌​ราคาจำหน่าย: อยู่ที่ประมาณ 25 - 60 บาท ต่อกิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และคุณภาพ)
📌​ช่องทางตลาด: ส่งจำหน่ายให้กับ "โครงการหลวง" และมีพ่อค้าแม่ค้าเดินทางมารับซื้อถึงหน้าสวน
📌​เทคนิคเด็ดลดต้นทุน: สวนแห่งนี้เลือกใช้ปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่กับปุ๋ยเคมี โดยทำ "วงแหวนอินทรีย์วัตถุ" กวาดเศษใบไม้มากองรวมกันรอบโคนต้น (ห่างจากโคนประมาณ 2 เมตร) แล้วใส่มูลสัตว์ทับลงไป เมื่อใบไม้ย่อยสลายจะกลายเป็นปุ๋ยชั้นดี ช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยและรักษาความชื้นในดินได้อย่างยอดเยี่ยม

​ เกษตรอำเภอสะเมิง เปิดเผยว่า นายต่อมคำ ถือเป็นเกษตรกรต้นแบบใน โครงการปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสม (Agri-Map) ของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อรณรงค์ให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม หันมาปลูกพืชทางเลือกอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

​ปัจจุบัน อำเภอสะเมิงมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่จากนาข้าวมาเป็นสวนอะโวคาโดแล้วรวม 30 ไร่ โดยมีตลาดรองรับที่มั่นคงอย่างโครงการหลวง ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่แน่นอนและยั่งยืน

#เกษตรเชียงใหม่ #อะโวคาโดสะเมิง #เกษตรกรต้นแบบ #ปรับเปลี่ยนพืช #ลดต้นทุน #เกษตรอินทรีย์ #กรมส่งเสริมการเกษตร #ของดีเชียงใหม่ #สะเมิง

 #รัฐบาลญี่ปุ่น ให้การสนับสนุนรถตู้พร้อมลิฟต์ยกรถเข็นวีลแชร์ แก่เทศบาลตำบลสันผักหวาน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่รัฐบาลญี...
20/05/2026

#รัฐบาลญี่ปุ่น ให้การสนับสนุนรถตู้พร้อมลิฟต์ยกรถเข็นวีลแชร์ แก่เทศบาลตำบลสันผักหวาน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้การสนับสนุนโครงการจัดหารถตู้พร้อมลิฟต์ยกรถเข็นวีลแชร์สำหรับศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้สูงอายุและผู้พิการ เทศบาลตำบลสันผักหวาน จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านโครงการความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจแบบให้เปล่าขั้นพื้นฐาน (หรือโครงการคุซะโนะเนะ) ซึ่งพิธีส่งมอบได้จัดขึ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ เทศบาลตำบลสันผักหวาน โดยมีนายฮาราดะ มาซารุ กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ เป็นผู้มอบ และนายเจริญ คำยามา นายกเทศมนตรีตำบลสันผักหวานเป็นผู้รับมอบ รวมถึงมีนายจักรินทร์ สิรินทรภูมิ นายอำเภอหางดง พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

เทศบาลตำบลสันผักหวาน ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของตัวเมืองเชียงใหม่ ห่างออกไปประมาณ 30 กิโลเมตร และเป็นพื้นที่ที่มีประชากรมากที่สุดในอำเภอหางดง ซึ่งประมาณร้อยละ 20 เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป อีกทั้ง ยังมีผู้พิการทางการมองเห็น การได้ยิน สติปัญญา ร่างกาย การเรียนรู้ หรือด้านจิตใจ เทศบาลตำบลสันผักหวานจึงจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 เพื่อให้บริการด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการด้านร่างกายหรือสติปัญญา แต่ที่ผ่านมาศูนย์ฟื้นฟูฯ แห่งนี้ประสบความยากลำบากในการจัดการการเดินทางของผู้สูงอายุและผู้พิการ ดังนั้น การจัดหายานพาหนะที่ได้มาตรฐานและเหมาะสมเพื่อการรับ-ส่งผู้สูงอายุและผู้พิการ จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนของเทศบาลตำบลสันผักหวานตลอดมา

ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจึงให้การสนับสนุนงบประมาณมูลค่า 2,360,000 บาท แก่เทศบาลตำบลสันผักหวาน เพื่อจัดหารถตู้พร้อมลิฟต์ยกรถเข็นวีลแชร์ จำนวน 1 คัน รัฐบาลญี่ปุ่นหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารถคันดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ที่ไม่สามารถเดินทางเข้ามารับบริการได้ด้วยตนเองสามารถเข้ารับการฟื้นฟูจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในศูนย์ที่มีบุคลากรและอุปกรณ์ครบครันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้รับบริการมีพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงยังช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้สูงอายุและผู้พิการในเขตเทศบาลตำบลสันผักหวานต่อไป



รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงยินดีให้การสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาคผ่านโครงการคุซะโนะเนะต่อไป



【สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่】

สถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่

โครงการความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจแบบให้เปล่าขั้นพื้นฐาน (คุซะโนะเนะ)

โทรศัพท์ 052-012-500 โทรสาร 052-012-505 อีเมล์ [email protected]

Website https://www.chiangmai.th.emb-japan.go.jp/itpr_th/oda.html

บุหรี่ไฟฟ้าคือขยะ นิโคตินเคยถูกใช้หลายศตวรรษเป็น“ยาฆ่าแมลง”        มีภาคีส่งที่กลุ่มล้อบบี้ยิสต์บุหรี่ไฟฟ้าโพสต์ตั้งคำถา...
16/05/2026

บุหรี่ไฟฟ้าคือขยะ นิโคตินเคยถูกใช้หลายศตวรรษเป็น“ยาฆ่าแมลง”
มีภาคีส่งที่กลุ่มล้อบบี้ยิสต์บุหรี่ไฟฟ้าโพสต์ตั้งคำถาม “คนถามกันเต็มว่า ในเมื่อคนก็ใช้กันเยอะขนาดนี้ ทำไมยังไม่มีระบบถูกกฏหมาย ?”
ก็ขอตั้งคำถามกลับไปว่า การที่มีคนใช้บุหรี่ไฟฟ้าเยอะ ใครได้ประโยชน์ ?
และหากเปิดขายถูกกฏหมาย คนที่ใช้จะไม่ยิ่งเพิ่มขึ้นกว่านี้หรือ ?

บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อสังคมแม้แต่น้อย
เป็นสินค้าเสพติด ที่ทำลายสุขภาพ โดยเฉพาะต่อเด็กและเยาวชน ที่เสี่ยงเป็นต้นทางสู่การใช้ยาเสพติดร้ายแรง
โดยที่ไม่มีผลดีต่อผู้ใช้เลยแม้แต่น้อย ถ้ามีประโยชน์ ทำไมจึงมีเยาวชนอเมริกา 1 ล้านคน ที่สมัครเข้าโครงการเลิกบุหรี่ไฟฟ้า/บุหรี่มวน
การที่มีคนใช้บุหรี่ไฟฟ้าเยอะ ฝ่ายที่ได้ประโยชน์คือ บริษัทผู้ผลิตขาย
แม้รัฐบาลอาจจะเก็บภาษีเพิ่มได้บ้าง
แต่มันคุ้มไหม กับที่รัฐจะมีรายได้ จากสินค้าที่ทำลายสุขภาพ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เป็นสมบัติที่ลำ้ค่าที่สุดของประเทศ
คนที่บริหารประเทศ ต้องมีความสามารถที่จะหารายได้เข้าประเทศ ด้วยวิธีการอื่น ไม่ใช่จากสินค้าที่ทำลายสุขภาพอย่างบุหรี่มวน/บุหรี่ไฟฟ้า

ถามได้ ว่าแล้วทำไมบุหรี่มวนยังขายได้ถูกกฏหมาย ก็ขอถามกลับว่า จริงๆแล้ว บุหรี่มวนควรที่จะถูกกฏหมายไหมล่ะ กับที่ทำให้ครึ่งหนึ่งของคนที่ใช้ เจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนเวลาทั่วโลก ปีละ 7 ล้านคน และคนที่ได้รับควันบุหรี่มือสองปีละ 1.3 ล้าน
รัฐบาลประเทศต่างๆ พยายามที่จะลดคนที่สูบบุหรี่ แต่ไม่สามารถออกกฏหมายทำให้บุหรี่มวนผิดกฏหมาย เพราะการขัดขวางของบริษัทบุหรี่
และอย่าว่าแต่ออกกฏหมายห้ามขายบุหรี่มวนเลย แค่จะออกกฏหมายห้ามเติมเมนทอลในการผลิตบุหรี่
เพราะเมนทอล ทำให้คนติดบุหรี่ง่ายขึ้น และเลิกสูบยากขึ้น หลายๆประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ก็ยังออกกฏหมายนี้ไม่ได้
โดยฝ่ายที่คัดค้านคือบริษัทบุหรี่

ผมจึงขอนำอินโฟ ที่เผยแพร่โดยมูลนิธิบลูมเบิร์กร่วมกับองค์การอนามัยโลก ในโครงการ VAPES ARE TRASH หรือ บุหรี่ไฟฟ้าคือขยะ
มาแชร์
เราคงไม่อยากให้เด็กและเยาวชนไทย สูดขยะ เข้าสู่ร่างกายใช่ไหม
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 14 พฤษภาคม 2569
อ้างอิง
https://www.instagram.com/p/C8rhRPQgJvv/

จังหวัดเชียงใหม่ อัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่ามาประดิษฐาน ณ วัดเจดีย์หลวงฯ ในงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล ประจำปี 2569    ...
13/05/2026

จังหวัดเชียงใหม่ อัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่ามาประดิษฐาน ณ วัดเจดีย์หลวงฯ ในงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล ประจำปี 2569
วันนี้ (13 พ.ค. 69) นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระพุทธคันธาราษฎร์ หรือ พระเจ้าฝนแสนห่า พร้อมด้วยเครื่องสักการะ ขึ้นประดิษฐานบนรถบุษบก เคลื่อนขบวนออกจากวัดช่างแต้ม ด้วยริ้วขบวนแบบล้านนาอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อนำมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล ประจำปี 2569 โดยมี นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนร่วมในพิธี
โดยทุกปี จังหวัดเชียงใหม่จะมีพิธีสักการะบูชาเสาอินทขีลหรือเสาหลักเมืองเชียงใหม่ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและเป็นสิริมงคลให้แก่ชาวบ้านชาวเมือง รวมทั้งผู้ที่ทำการเกษตรที่ต้องการให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล จึงได้อัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่าอันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ที่ผู้คนในเชียงใหม่เชื่อว่าสามารถบันดาลให้ฝนตก มาเป็นประธานในขบวนแห่รอบเมืองให้ประชาชนได้สรงน้ำบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต และเมื่อสิ้นสุดงานประเพณีใส่ขันดอกแล้ว ก็จะอัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่ากลับมาที่วัดช่างแต้มดังเเดิม
ในแต่ละปีจะมีการอัญเชิญพระเจ้าแสนห่า ออกจากวัดช่างแต้มไปให้ศรัทธา สาธุชน ได้สักการะกราบไว้ภายนอกวัดเพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือ การแห่ขบวนสรงน้ำพระในงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ หรืองานสงกรานต์ของจังหวัดเชียงใหม่ และอีกครั้ง คือ งานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล ที่กำลังเริ่มขึ้นในวันนี้เป็นวันแรก
ทั้งนี้ พุทธศาสนิกชนสามารถมาร่วมทำบุญประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล ประจำปี 2569 ได้ตั้งแต่วันนี้ (13 พฤษภาคม 2569) ไปจนถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
***************************
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ... ภาพ / ข่าว
13 พฤษภาคม 25

12/05/2026

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น.

พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าวผลการจับกุม และสืบสวนขยายผลยาเสพติดรายสำคัญ ของ ภ.จว.เชียงใหม่ และ ภ.จว.ลำปาง จำนวน 2 คดี ดังนี้

1. ยาบ้า 1,122,002 เม็ด ผู้ต้องหา 1 คน รถ จักรยานยนต์ 1 คัน พื้นที่ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่

2. ยาบ้า 6,000,000 เม็ด ผู้ต้องหา 2 คน รถยนต์ 2 คัน พื้นที่ สภ.แม่พริก จ.ลำปาง

รวมของกลางยาบ้าจำนวน 7,122,002 เม็ด ผู้ต้องหารวม 3 จักรยานยนต์รวม 1 คัน และรถยนต์รวม 2 คัน

โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผวจ.เชียงใหม่, พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.สาธิต ไวยนนท์ ผบ.กกล.ผาเมือง, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.ภูมิปัญญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง, นายพัชระ สิมะเสถียร รอง ผวจ.ลำปาง, พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ ผอ.ปปส.ภาค 5, ผู้แทน นบ.ยส.35 และ ผกก.สภ.พื้นที่ ร่วมแถลงผลการจับกุม

ณ อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของตำรวจภูธรภาค 5
ห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 10 พฤษภาคม 2569

• จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 14,200 คดี
• คดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 174 คดี

ตรวจยึดของกลางยาเสพติด
• ยาบ้า จำนวน 268 ล้านเม็ดเศษ
• ไอซ์ จำนวน 5,750 กิโลกรัมเศษ
• เฮโรอีน จำนวน 72 กิโลกรัมเศษ
• เคตามีน จำนวน 567 กิโลกรัมเศษ
• ฝิ่น จำนวน 187 กิโลกรัมเศษ

ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
• มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 535 ล้านบาทเศษ

ที่อยู่

9, 9/1 หมู่ที่ 3 ต.สุเทพ อ.เมืองเชี
Chiang Mai
50200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Lanna365ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์