Lanna365 ข่าวภาคเหนือลานนา365

คนไทยไปเวทีโลก ต้องเชียร์ให้สุด! ทรูวิชั่นส์ ชวนส่งใจให้ “เนเน่ รอยัล”ร่วมลุ้นเส้นทางใน AMERICA’S GOT TALENT SEASON 21เร...
06/08/2026

คนไทยไปเวทีโลก ต้องเชียร์ให้สุด! ทรูวิชั่นส์ ชวนส่งใจให้ “เนเน่ รอยัล”
ร่วมลุ้นเส้นทางใน AMERICA’S GOT TALENT SEASON 21
เริ่ม 6 สิงหาคมนี้ ทาง TrueVisions NOW และ True X-ZYTE เวลา 13.00 น.

กรุงเทพฯ 6 สิงหาคม 2569 - เพราะทุกก้าวของคนไทยบนเวทีโลกมีความหมาย ทุกแรงเชียร์จากคนไทยยิ่งมีความหมาย... ทรูวิชั่นส์ พร้อมเคียงข้างคนไทย พร้อมชวนผู้ชมทั่วประเทศร่วมส่งกำลังใจเชียร์ “เนเน่ รอยัล” (NENE Royal) ศิลปินไทยมากความสามารถ ก้าวขึ้นแสดงศักยภาพบนเวทีการแข่งขันระดับโลก AMERICA’S GOT TALENT SEASON 21 พร้อมร่วมลุ้นทุกโมเมนต์สำคัญบนเส้นทางการแข่งขันไปพร้อมกัน เริ่มวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ทางแอป TrueVisions NOW และ True X-ZYTE ช่อง 340 เวลา 13.00 น.

คุณองอาจ ประภากมล หัวหน้าสายงานทรูวิชั่นส์และมีเดีย ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “การปรากฏตัวของ “เนเน่ รอยัล” (NENE Royal) บนเวที AMERICA’S GOT TALENT เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของคนไทย เมื่อศิลปินไทยได้นำความสามารถ พลังสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นไปเปล่งประกายต่อสายตาผู้ชมทั่วโลก พร้อมจุดประกายแรงบันดาลใจให้คนไทยร่วมส่งกำลังใจข้ามพรมแดน ทรูวิชั่นส์ จึงอยากชวนคนไทยร่วมส่งแรงเชียร์และติดตามเส้นทางครั้งสำคัญนี้ไปด้วยกัน ขณะเดียวกัน เรายังคงเดินหน้าคัดสรรคอนเทนต์ความบันเทิงคุณภาพจากทั่วโลกมาให้คนไทยรับชมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมโยงผู้ชมเข้ากับทุกช่วงเวลาสำคัญ โดยเฉพาะโมเมนต์แห่งความภาคภูมิใจเมื่อคนไทยก้าวไปแสดงศักยภาพบนเวทีระดับนานาชาติ เพราะไม่ว่าเวทีจะอยู่ไกลเพียงใด ทุกแรงเชียร์จากคนไทยสามารถเดินทางไปถึงได้เสมอ”

ร่วมชม NENE ย้อนหลังกับแบบเต็มๆ ในรอบ Auditions ในวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. และร่วมลุ้นเส้นทางของ NENE ในรอบ Judges’ Callbacks ในวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00 น. ทางแอปพลิเคชั่นส์ TrueVisions NOW และ TrueVisions เคเบิ้ล และจานดาวเทียม ทางช่อง True X-ZYTE หมายเลข 340

เกาะติดการแข่งขันเข้มข้นตั้งแต่รอบ Quarterfinals รอบ Semi-Finals ไปจนถึงรอบ Finale ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม–27 กันยายน 2569 ทาง TrueVisions NOW และ True X-ZYTE ช่อง 340 ลูกค้าแพ็กเกจ NOW ENT รับชมได้เลย แล้วมาร่วมเปลี่ยนทุกการรับชมให้เป็นพลังใจ พร้อมร่วมภาคภูมิใจไปกับอีกหนึ่งความสามารถของคนไทยบนเวทีโลกของคนไทยบนเวทีโลกไปด้วยกันกับทรูวิชั่นส์

⏳ นับถอยหลังอีก 5 วัน!🚦 แยกรินคำจะกลายเป็น รันเวย์กลางเมืองเชียงใหม่ ✨💛 Feel All The Feelings…แล้วออกมาสัมผัสเสน่ห์ของเช...
05/08/2026

⏳ นับถอยหลังอีก 5 วัน!
🚦 แยกรินคำจะกลายเป็น รันเวย์กลางเมืองเชียงใหม่ ✨

💛 Feel All The Feelings…
แล้วออกมาสัมผัสเสน่ห์ของเชียงใหม่ในมุมใหม่ไปด้วยกัน

👗 8 สิงหาคม | LANNA HAUTE COUTURE
🕕 เวลา 18.00 น.
📍 แยกรินคำ หน้าเมญ่าช้อปปิ้งเซ็นเตอร์

✨ เมื่อทางม้าลาย…กลายเป็นรันเวย์แฟชั่นกลางเมือง
สัมผัสเสน่ห์ของผ้าทอและงานหัตถศิลป์ล้านนา ผ่านผลงานสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ที่จะเปลี่ยนพื้นที่ใจกลางเมืองให้กลายเป็นแฟชั่นโชว์สุดพิเศษ

✨ 𝙒𝙝𝙖𝙩 𝘿𝙤𝙚𝙨 𝘾𝙝𝙞𝙖𝙣𝙜 𝙈𝙖𝙞 𝙁𝙚𝙚𝙡 𝙇𝙞𝙠𝙚?

🤎 เพราะเชียงใหม่ครั้งนี้…
ไม่ได้มีไว้แค่ให้มาเยือน
แต่มีไว้ให้คุณ “รู้สึก” ให้สุดตัว! ✨

--------------------------------

#เสน่ห์ไทยFeelAllTheFeelings

#เสน่ห์ไทย #เสน่ห์เชียงใหม่


#สุขทันทีที่เที่ยวไทย

📞 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ททท. สำนักงานเชียงใหม่
☎️ 053-248604-5

ท่าอากาศยานเชียงใหม่เดินหน้าระบบ A-CDM บูรณาการ 15 หน่วยงาน ยกระดับการบริหารเที่ยวบินและบริการผู้โดยสาร    วันที่ 4 สิงห...
04/08/2026

ท่าอากาศยานเชียงใหม่เดินหน้าระบบ A-CDM บูรณาการ 15 หน่วยงาน ยกระดับการบริหารเที่ยวบินและบริการผู้โดยสาร
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เป็นประธานและร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการดำเนินการระบบจัดการข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจร่วมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Airport Collaborative Decision Making : A-CDM) ณ โรงแรมเดอะ แกรนด์ ชัยพฤกษ์ นิมมาน เชียงใหม่ โดยมีผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานด้านการบินร่วมเป็นสักขีพยาน
การลงนามในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ในนามบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนด้านการบิน รวม 15 หน่วยงาน ประกอบด้วยผู้ให้บริการการเดินอากาศ หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยา กองทัพอากาศ สายการบิน และผู้ให้บริการภาคพื้น เพื่อบูรณาการการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการปฏิบัติการบิน และเสริมสร้างการประสานงานระหว่างทุกภาคส่วนให้สามารถใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการวางแผนและตัดสินใจร่วมกัน
ระบบ Airport Collaborative Decision Making (A-CDM) เป็นแนวทางการบริหารจัดการท่าอากาศยานที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ให้การสนับสนุน และได้รับการนำไปใช้ในท่าอากาศยานชั้นนำทั่วโลก โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเวลา และโปร่งใส ระหว่างทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการบิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเที่ยวบินตั้งแต่กระบวนการเตรียมอากาศยาน การให้บริการภาคพื้น การจัดสรรหลุมจอดอากาศยาน การควบคุมการจราจรทางอากาศ ไปจนถึงการนำอากาศยานขึ้นและลงจอด ส่งผลให้สามารถลดความล่าช้าของเที่ยวบิน เพิ่มความตรงต่อเวลา ใช้ทรัพยากรของทุกหน่วยงานได้อย่างคุ้มค่า ลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนพัฒนาคุณภาพการให้บริการแก่ผู้โดยสาร
ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของท่าอากาศยานเชียงใหม่ในการผลักดันระบบ A-CDM ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการบิน เพื่อยกระดับการบริหารจัดการท่าอากาศยานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยให้มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ.................................
ท่าอากาศยานเชียงใหม่

📣 เตรียมตัวให้พร้อม! กับงานเดินวิ่งการกุศล 🎉 "Regina Coeli x Butterbear FUN RUN 2026"❤️ รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิโรงพ...
04/08/2026

📣 เตรียมตัวให้พร้อม! กับงานเดินวิ่งการกุศล
🎉 "Regina Coeli x Butterbear FUN RUN 2026"
❤️ รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก
🏫 จัดโดย สมาคมนักเรียนเก่าเรยีนาเชลีวิทยาลัยเชียงใหม่
🗓️ สมัครวิ่งและพรีออเดอร์ RC x Butterbear Limited Collection
วันนี้ - 15 ส.ค. 2569
รายละเอียดงาน
จัดวันที่ 8 พ.ย. 2569 เวลา 17.00 น.
ณ สวนสาธารณะ อบจ. เชียงใหม่
ระยะทาง 3 กม.และ 5 กม.
แล้วมาวิ่งสร้างกุศลและสุขภาพที่ดีด้วยกัน

ฝากแชร์เพื่อบอกต่อสะพานบุญนี้ด้วยนะครับ/ค่ะ 🙏💖
#โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ #มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก #งานวิ่งการกุศล #งานวิ่งเชียงใหม่ #โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัยเชียงใหม่ #สมาคมนักเรียนเก่าเรยีนาเชลีวิทยาลัยเชียงใหม่

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองเหนือ จัดงาน “เกษตรเมืองเหนือ 2569” ยกร้านเด็ดสินค้าเกษตรปลอดภัย 3. จ...
26/07/2026

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองเหนือ จัดงาน “เกษตรเมืองเหนือ 2569” ยกร้านเด็ดสินค้าเกษตรปลอดภัย 3. จังหวัด มาให้เลือกจุใจ ณ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต 25-29 ก.ค. นี้!

เชียงใหม่ จังหวัดลำพูน โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน “เกษตรเมืองเหนือ 2569" ประกาศความพร้อมจัดงานใหญ่ (Northern Agri Market) ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์ขยายช่อง และสินค้าเกษตรปลอดภัยของกลุ่ม ทางการจำหน่ายสินค้ามะม่วง จังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 รวบรวมสุดยอดเกษตรกรและผู้ประกอบ การชั้นนำจากจังหวัดลำพูน เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน ร่วมออกบูธ จำหน่ายสินค้ากว่า 40 ร้านค้า ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์ พอร์ต ระหว่างวันที่ 25 – 29 กรกฎาคม 2569 นี้

นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิด เผยในพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 มีศักยภาพสูงในการเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและ เกษตรแปรรูปที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะ "มะม่วง" ซึ่งเป็นพืช เศรษฐกิจที่สำคัญ การจัดงานในครั้งนี้ทางจังหวัดลำพูน ได้รับมอบ หมายให้เป็นหน่วยงานหลัก พร้อมด้วยจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัด แม่ฮ่องสอน ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ช่วยเพิ่มโอกาส ทางการค้า ขยายช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้เข้าถึง กลุ่มผู้บริโภคโดยตรง ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ อันจะนำ ไปสู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชน

ด้าน นางจงกล เพ็งวัน เกษตรจังหวัดลำพูน กล่าวรายงานถึง วัตถุประสงค์และรายละเอียดการจัดงานว่า กิจกรรมในครั้งนี้เป็นกา รบูรณาการร่วมกันเพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดจากใจเกษตรกรเมืองเหนือ สู่มือผู้บริโภค ภายในงานจัดให้มีการรวบรวมสินค้าเกษตรแปรรูป ผลผลิตสดใหม่ส่งตรงจากสวน อาทิ มะม่วงคุณภาพดี ลำไย ผักและ ผลไม้เมืองหนาว ตลอดจนผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ผ่านการคัดสรร มาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ไฮไลต์กิจกรรมและความบันเทิงภายในงาน:
การจัดงานตลอดทั้ง 5 วัน อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมส่งเสริมการ ขายและความบันเทิงล้านนาเพื่อผู้เข้าชมงาน ประกอบด้วย

วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 : พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ชม ความสนุกสนานกับการแข่งขันกินข้าวเหนียวมะม่วง คอนเสิร์ตจากศิลปินล้านนาชื่อดัง “ตู่ ดารณี” และมินิ

วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 : ร่วมลุ้นและเชียร์การประกวด “ธิดา มะม่วง ดวงดี” พร้อมชมการแสดงจากศิลปินสาวเหนือเสียงหวาน “อ้อม รัตนยัง”

🦒🐘 เที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ วันหยุดยาว 28–30 กรกฎาคมนี้! 💛พิเศษ! 28 กรกฎาคม เด็กอายุ 3–12 ปี เข้าสวนสัตว์ฟรีชวนทั้งครอบคร...
25/07/2026

🦒🐘 เที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ วันหยุดยาว 28–30 กรกฎาคมนี้! 💛
พิเศษ! 28 กรกฎาคม เด็กอายุ 3–12 ปี เข้าสวนสัตว์ฟรี
ชวนทั้งครอบครัวมาเติมเต็มความสุขในช่วงวันหยุดยาว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 28–30 กรกฎาคม 2569 พบกับกิจกรรมสุดพิเศษที่จัดต่อเนื่องตลอดทั้ง 3 วัน
🌟 ไฮไลต์ใหม่! "เกาพุงคาปิบารา"
สัมผัสความน่ารักของเจ้าหนูยักษ์แสนเป็นมิตรอย่างใกล้ชิด ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่
🕜 เวลา 13.30–15.00 น.
📢 และหลังจากนี้ กิจกรรม "เกาพุงคาปิบารา" จะเปิดให้บริการเป็นประจำ ทุกวันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
✨ ตลอดทั้ง 3 วัน พบกับกิจกรรมมากมาย
🦙 ป้อนอาหารคาปิบารา
🦌 ป้อนอาหารกวางต่างประเทศ
🐘 ป้อนอาหารช้างเอเชีย
🐴 ป้อนอาหารม้าแคระ
🐧 กิจกรรมทัวร์หลังบ้าน ป้อนอาหารเพนกวินและริงเทลลีเมอร์
🎨 กิจกรรมการเรียนรู้ Plearn to Play สำหรับเด็กและครอบครัว
🎁 พิเศษเฉพาะวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น
👧👦 เด็กอายุ 3–12 ปี เข้าชมสวนสัตว์ฟรี
นอกจากกิจกรรมสุดสนุกแล้ว ยังเที่ยวได้ครบทุกโซน
🐠 Chiang Mai Zoo Aquarium ตื่นตาตื่นใจกับอุโมงค์ปลาใต้น้ำ
❄️ SnowBuddy Winter Land สัมผัสหิมะและอากาศหนาวตลอดปี
🦖 Dino Island สนุกกับโลกไดโนเสาร์เสมือนจริง
🦒 พบสัตว์น่ารักและสัตว์ป่าหลากหลายชนิดกว่า 300 ชนิด
💙 โปรโมชั่นพิเศษ! รับส่วนลด 20% บัตรเข้าชม Chiang Mai Zoo Aquarium (เฉพาะการจองออนไลน์)
📍 แล้วพบกันที่ สวนสัตว์เชียงใหม่
🗓️ 28–30 กรกฎาคม 2569

DIPROM CENTER 1  เปิดตัว "RICE Cycle" พลิกโฉมอุตสาหกรรมข้าวไทยด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน ดึงทุกภาคส่วนร่วมสร้างมูลค่าเพิ่มจาก...
20/07/2026

DIPROM CENTER 1 เปิดตัว "RICE Cycle" พลิกโฉมอุตสาหกรรมข้าวไทยด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน ดึงทุกภาคส่วนร่วมสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุกส่วนของข้าว สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 –ณ โรงแรมศิริปันนา เชียงใหม่
กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 โดย ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 1 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM CENTER 1) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ "สร้างการหมุนเวียน เปลี่ยนวงจรข้าว ก้าวสู่ความยั่งยืน (RICE Cycle)" ณ โรงแรมสิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ด้วยงบประมาณ 9.3 ล้านบาท เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมข้าวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ผ่านการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) โดยตั้งเป้าสร้าง ผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 51.1 ล้านบาท ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย นายวรวิทย์ จิรัฐิติเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ ร่วมประกาศความร่วมมือขับเคลื่อนอุตสาหกรรมข้าวไทยสู่ความยั่งยืน

นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ให้ความสำคัญ กับการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยโครงการ RICE Cycle ถือเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้จากข้าว อาทิ ฟางข้าว แกลบ รำข้าว และปลายข้าว ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ใหม่ ลดการเผาในพื้นที่เกษตร ลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของประเทศ
"RICE Cycle จะช่วยเปลี่ยนของเหลือจากกระบวนการผลิตข้าวให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า สร้างรายได้ใหม่ ลดปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตร ลดฝุ่น PM2.5 และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกอบการ ชุมชน และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว"

ด้านนายวรวิทย์ จิรัฐิติเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 กล่าวว่า โครงการ RICE Cycle เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมข้าว ด้วยการสร้างคุณค่าใหม่จากทรัพยากรที่มีอยู่ตลอดห่วงโซ่การผลิต ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน โดยตั้งเป้าพัฒนาผู้ประกอบการ 70 กิจการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 60 ผลิตภัณฑ์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ 50 คน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมข้าวของภูมิภาคให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

"RICE Cycle ไม่ใช่เพียงโครงการพัฒนาผู้ประกอบการ แต่เป็นต้นแบบของการสร้างระบบนิเวศความร่วมมือ ที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมข้าวไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างมูลค่าเพิ่มจากทุกส่วนของข้าวด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืน"
โครงการดำเนินงานภายใต้ 4 แนวคิดหลัก ได้แก่ Leaf to Root การสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุกส่วนของข้าวตลอดวงจรชีวิต (Life Cycle) Zero Waste การหมุนเวียนทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อลดการสูญเสียอาหาร (Food Loss) Zero Burn การสร้างแรงจูงใจลดการเผาในพื้นที่การเกษตรเพื่อลดปัญหาหมอกควัน PM2.5 และ Low Carbon การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับการดำเนินงานภายใต้โครงการ ได้ออกแบบกิจกรรมหลักไว้ 6 กิจกรรม ได้แก่ RICE Playground เพื่อสร้างแนวคิดและพัฒนาผลิตภัณฑ์, RICE Collab เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และ RICE Lab อีก 4 ด้าน ได้แก่ Bio, Food, Wellness และ Lifestyle
ซึ่งมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากทุกส่วนของข้าว ให้สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง พร้อมส่งเสริมการสร้างความร่วมมือแบบ Cross Industry Collaboration ระหว่างผู้ประกอบการจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันสร้างผลิตภัณฑ์และโมเดลธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่
ภายในงาน ผู้แทนจากสถาบันการศึกษา (ศ.ปฏิบัติ ดร. เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล / รศ.ดร.ชเนษฎ์ ม้าลำพอง) และผู้แทนผู้ประกอบการ (รศ.ดร.ภูมน สุขวงศ์) ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงบทบาทของงานวิจัย นวัตกรรม และเครือข่ายความร่วมมือในการเพิ่มมูลค่าจากผลพลอยได้ของข้าว ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อ ความต้องการของตลาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การยกระดับอุตสาหกรรมข้าวไทยในอนาคตจำเป็นต้องอาศัย ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ และชุมชน โดยใช้แนวคิด Circular Economy เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนา Green Economy และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
โครงการ RICE Cycle นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศ ด้วยการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยน "ของเหลือ" ให้เป็น "ของมีคุณค่า" สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และวางรากฐาน สู่การเติบโตของอุตสาหกรรมข้าวไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

 #เดอะมอลล์กรุ๊ป ถวายเทียนจำนำพรรษาวัดหนองสี่แจ่งเหนือ สารภีและวัดทุรกันดารและห่างไกลความเจริญ รวม 53 วัดใน จ.เชียงใหม่ ...
20/07/2026

#เดอะมอลล์กรุ๊ป ถวายเทียนจำนำพรรษาวัดหนองสี่แจ่งเหนือ สารภีและวัดทุรกันดารและห่างไกลความเจริญ รวม 53 วัดใน จ.เชียงใหม่

วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่วัดบ้านหนองสี่แจ่ง(เหนือ) ต.หนองแฝก อ.สารภี จ.เชียงใหม่ คุณนงนุช นามวงศ์ ที่ปรึกษางานประชาสัมพันธ์เดอะมอลล์กรุ๊ป พร้อมเจ้าภาพร่วม นายสุรชัย เงาฉัตร หรืออาจารย์ต้น คหบดี และ พ.ต.อ.บัญชา อินถา รอง ผบก.ภจ.พะเยา, พลตรี พศิน ทองเต็ม, คุณโชติโรจน์ คุณกรกร วงศ์วรรณ, คุณอมรศักดิ์ คุณวนิดา ปัญสุรินทร์ และท่านธีรพันธ์ ลอไพบูลย์ และขาดไม่ได้คือ ท่านชลทิศ สุรัสสวดี อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ และคุณชินโชติ ภิรมภ์ภักดี (และอีกหลายท่าน ขออภัยที่ไม่ได้เอ่ยนาม) ทั้งหมดได้ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีถวายเทียนพรรษาให้กับทางวัด วัดบ้านหนองสี่แจ่ง(เหนือ) ตามประเพณีล้านนา และสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรม ทางเจ้าอาวาสวัดนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 53 รูป ร่วมประกอบพิธี โดยมีนายเอนก ทาสัก นายอำเภอสารภีเป็นประธานในพิธีมงคลถวายเทียนจำนำพรรษาประจำปีนี้ พร้อมคณะศรัทธาประชาชนของวัดหนองสี่แจ่ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ และคณะศรัทธามีจิตกุศลถวายโรงทานร่วมทำบุญจำนวนมาก

ได้จัดเทียนจำนำพรรษา พร้อมด้วยโต๊ะหมู่บูชา ชุดไฟฟ้าโซล่าเซลล์ และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับวัดที่อยู่ห่างไกล มีไฟฟ้าหรือไม่มีไฟฟ้าใช้ในบางช่วงเวลา เพื่อนำไปใช้ในการประกอบกิจทางศาสนาของวัดต่างๆ โดยจัดองค์เทียนจำนำพรรษา พร้อมชุดโต๊ะหมู่บูชา เจกันดอกไม้ ธูป และอุปกรณ์อื่นๆ จำนวน 53 ชุด ประกอบพิธีถวายที่วัดหนองสี่แจ่งเหนือ โดยมีพระเทพรัตนนายก (จำรัส ทตต ป.ธ. 7) เจ้าคณะจังหวัดลำพูน วัดพระธาตุหริภุญชัย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายเอนก มาสัก นายอำเภอสารภี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ทั้งนี้ได้ตั้งองค์เทียนจำนำพรรษาพร้อมบริวารที่วัดหนองสี่อแจ่งเหนือ พร้อมได้นิมนต์เจ้าอาวาส เจ้าคณะอำเภอ เช่น อำเภอสันกำแพง จอมทอง หางดง หรือวัดที่อยู่ห่างไกล เช่น วัดพระธาตุศรีเมืองยู้ วัดวัดบ้านปง วัดโลหะปราสาท และวัดอื่นๆรวม 53 วัดด้วยกัน

ทั้งนี้ที่วัดหนองสี่แจ้งเหนือ ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ได้มีการแห่เทียนจำนำพรรษา และแห่ผ้าเหลือง เพื่อนำไปห่มพระธาตุของวัดด้วย เริ่มขบวนการแห่เวลา 13.00 น. จากนั้นเวลา 14.00 น.ประกอบพิธีสงฆ์ จากนั้นเจ้าคณะอำเภอต่างๆเจ้าอาวาสวัดต่างๆได้รับเทียนจำนำพรรษาพร้อมเครื่องบริวาร นำกลับไปพื้นที่วัดของตนเองที่ได้กำหนดไว้แล้วตามศรัทธา เป็นอันเสร็จพิธี.

20 กรกฎาคม 2569 #บสย. โชว์ผลดำเนินงาน 6 เดือน ยอดค้ำฯ โตพุ่ง 129%เปิดตัวโครงการใหม่ “เครดิตพลัส” สานต่อยกระดับองค์กร เชื...
20/07/2026

20 กรกฎาคม 2569
#บสย. โชว์ผลดำเนินงาน 6 เดือน ยอดค้ำฯ โตพุ่ง 129%
เปิดตัวโครงการใหม่ “เครดิตพลัส” สานต่อยกระดับองค์กร เชื่อมต่อ Virtual Bank

จากภาวะเศรษฐกิจผันผวน ธุรกิจ SMEs ที่เผชิญมรสุมรอบด้าน บสย. ตอกย้ำการเป็นเครื่องมือหลักกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ตอกย้ำแนวคิด “บสย. คือโอกาสทุกช่วงชีวิตของ SMEs” เดินหน้าสร้างโอกาสให้ SMEs มุ่งปลดล็อก SMEs เข้าถึงสินเชื่อ ภายใต้เป้าหมาย ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs (Financial Inclusion) ควบคู่กับการยกระดับองค์กรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมทางการเงิน เพิ่มโอกาสให้ SMEs ในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ บสย. ในการเป็น SMEs’ Gateway

ยอดค้ำประกันสินเชื่อครึ่งปีแรกโต 129%
ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 44,570 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ช่วยพยุงสินเชื่อ SMEs ที่หดตัวต่อเนื่องมากว่า 3 ปี โดยก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน 50,167 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อ 50,029 ราย สามารถรักษาการจ้างงาน 342,720 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 219,730 ล้านบาท ที่สำคัญช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนประเทศ โดยประเภทธุรกิจค้ำประกันสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ 1. ภาคบริการ 35.5% 2. อาหารและเครื่องดื่ม 9.4% และ 3. การผลิตสินค้าและการค้าอื่นๆ 8.8% ซึ่งทั้ง 3 ประเภทครองสัดส่วนค้ำประกันถึง 54% สะท้อนถึงอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ
สำหรับมาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะเชิงพาณิชย์ ครอบคลุมทั้งรถใหม่ และมือสอง ซึ่งจะสิ้นสุดระยะเวลารับคำขอค้ำประกันภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ในช่วงครึ่งปีแรกมียอดค้ำประกัน 1,105 ล้านบาท ถือว่าอยู่ในภาวะทรงตัว จากสภาพตลาดรถกระบะเชิงพาณิชย์ที่ยังชะลอตัว โดยเป็นผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจที่ผันผวน ซึ่งทำให้สถาบันการเงินยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ

ความสำเร็จมาตรการค้ำประกัน Quick Big Win
สำหรับโครงการรัฐ ซึ่งขับเคลื่อนผ่านมาตรการ “ค้ำประกันสินเชื่อ Quick Big Win” วงเงิน 50,000 ล้านบาท ได้รับการตอบรับที่ดีจาก SMEs ตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อเดือนธันวาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2569 มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 44,800 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อ 52,116 ราย โดยความสำเร็จที่เกิดขึ้น มาจากจุดเด่น ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก อัตราค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ 1% และการนำเครื่องมือ Risk-based Pricing (RBP) มาใช้พิจารณาค้ำประกันสินเชื่อ และการเพิ่มอัตราชดเชย NPL สูงขึ้น (Max Claim) ทำให้สถาบันการเงินเชื่อมั่นในการปล่อยสินเชื่อให้ SMEs มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ จากการออกแบบมาตรการ โดยแบ่งเป็น 3 โครงการย่อย ได้แก่ โครงการ Smart Win เจาะกลุ่ม Micro SMEs, โครงการ Go Big เจาะกลุ่ม SMEs ทั่วไป และโครงการ Quick LG เจาะกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐ ทำให้สามารถกระจายการค้ำประกันสินเชื่อครอบคลุม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย การบริการ, อาหารและเครื่องดื่ม, การผลิตสินค้าและการค้าอื่นๆ, เกษตรกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการจ้างงาน โดยเฉพาะภาคบริการที่มีสัดส่วนการค้ำประกันถึง 37% สะท้อนความต้องการสินเชื่อของธุรกิจบริการ ตอบรับการเสริมสภาพคล่องให้กับ SMEs พ่อค้า แม่ค้า ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในช่วงโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา

เปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ “เครดิตพลัส” 2 หมื่นล้าน
ในส่วนของโครงการ บสย. ดำเนินการเอง เพื่อให้ความช่วยเหลือ SMEs เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อเครดิตพลัส (Credit Plus) วงเงิน 20,000 ล้านบาท มุ่งเติมทุน สร้างโอกาส ปลดล็อก SMEs ไทย โดยร่วมมือกับสถาบันการเงินทุกแห่ง ภายใต้ 4 จุดเด่น ดังนี้
• ค้ำประกันต่อราย เริ่มต้น 1 หมื่นบาท สูงสุด 100 ล้านบาท
• ตอบโจทย์ SMEs ทุกกลุ่ม
• ค่าธรรมเนียมต่ำ เริ่มต้นเพียง 1.25% ต่อปี
• ค้ำประกันสูงสุด 10 ปี
โครงการนี้ บสย. มีการใช้เครื่องมือ “เครดิตสกอริ่ง” หรือ TCG Score ในการบริหารความเสี่ยง โดยเชื่อว่าจะเป็นอีกโครงการที่เข้ามาเสริมสภาพคล่องให้ SMEs ด้วยวงเงินค้ำประกันต่อรายที่สูงถึง 100 ล้านบาท จะสามารถช่วย SMEs ได้ครอบคลุมทุกกลุ่มตั้งแต่กลุ่มรายย่อย (Micro SMEs) จนถึงรายใหญ่ที่ต้องการต่อยอดธุรกิจ ทั้งนี้ จากวงเงินค้ำประกัน 20,000 ล้านบาท คาดว่าจะก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน 26,900 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้น 9,075 ราย สามารถรักษาการจ้างงาน 194,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการค้ำประกันได้มากกว่า 98,600 ล้านบาท

“บสย. พร้อมช่วย” ลุย “ปลดหนี้” SMEs
ตลอดปีนี้ บสย. ยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม แก้หนี้ ปลดหนี้อย่างยั่งยืน ตอบโจทย์นโยบายภาครัฐ ผ่านมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” ช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ สามารถช่วยลูกหนี้ที่ถูกจ่ายเคลม ปรับโครงสร้างหนี้รวม 3,037 ราย คิดเป็นมูลหนี้รวมกว่า 1,578 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นลูกหนี้ “ปลดหนี้” ปิดบัญชี 716 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 180 ล้านบาท หากนับรวมตั้งแต่ออกมาตรการในปี 2563 – 30 มิถุนายน 2569 สามารถช่วยลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ปรับโครงสร้างหนี้รวม 27,361 ราย คิดเป็นมูลหนี้สะสม 17,711 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีหลัง บสย. เตรียมจัดกิจกรรมเชิงรุก “บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” ปี 2 เพื่อนำความช่วยเหลือไปถึง SMEs ลูกหนี้ที่ถูกจ่ายเคลมในพื้นที่ต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังให้ความช่วยเหลือพิเศษ สำหรับลูกหนี้ที่ต้องการปลดหนี้ ปิดบัญชี ลดต้นสูงสุด 50% สำหรับลูกหนี้ “กลุ่มเปราะบาง” หนี้คงเหลือไม่เกิน 2 แสนบาท และลดต้นสูงสุด 40% สำหรับลูกหนี้ SMEs หนี้คงเหลือมากกว่า 2 แสนบาท

ขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดิจิทัล “บสย. พร้อมพลัส+”
ดร.สิทธิกร กล่าวต่อว่า ในการรับตำแหน่งวาระ 2 มีเป้าหมายหลัก คือการยกระดับองค์กร ไปพร้อมกับการปรับตำแหน่งทางการตลาดใหม่ (TCG Repositioning) จากผู้อยู่ “หลังแบงก์” สู่ “ผู้สร้างโอกาส” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสินเชื่อ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับ SMEs ไทย หนึ่งในแผนยกระดับคือ การใช้ Digital เป็นแรงขับเคลื่อนและยกระดับองค์กร ภายใต้มาตรการ “บสย. พร้อมพลัส+” (บสย. Prompt Plus) เพื่อเชื่อมเข้าสู่ระบบนิเวศดิจิทัลทางการเงิน และ Virtual Bank โดยทิศทางครึ่งปีหลังจะเน้นใน 4 เรื่องหลัก ได้แก่
• เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มกลางและสร้าง บสย. API Gateway ให้ผู้เล่นทางการเงินใหม่ๆ สามารถเชื่อมต่อบริการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ได้ในลักษณะไร้รอยต่อ (Seamless Service) คือการออกค้ำประกัน Prompt LG แบบ real-time สำหรับเอสเอ็มอีที่เข้ามาพบ บสย. โดยตรงในรูปแบบของ Direct Approach พร้อมเชื่อมต่อเข้ากับ API Gateway ไปยังผู้ให้บริการทางการเงิน
• ขับเคลื่อนโครงการ SMEs Credit Boost โดยใช้ความชำนาญ บสย. ตลอด 35 ปี รับบริหารมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่คาดว่าจะก่อให้เกิดสินเชื่อมากกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นสินเชื่อ SMEs ที่หดตัว โดยในเดือนมิถุนายน 2569 พบว่า ธนาคารพาณิชย์มีการอนุมัติสินเชื่อผ่านโครงการ Credit Boost เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็นยอดอนุมัติ 33,086 ล้านบาท เพิ่มจากเดือนพฤษภาคม 2569 ถึง 29,949 ล้านบาท จากการปรับเงื่อนไขโครงการ เพื่อรองรับวิกฤตจากสงครามในตะวันออกกลาง
• ยกระดับช่องทางการสื่อสาร Line OA ตลอดปีนี้ บสย. จะยกระดับช่องทาง LINE OA: เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเงินให้กับ SMEs สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ของ บสย. ได้ง่ายขึ้น โดยในช่วงครึ่งปีหลัง เตรียมเปิดตัวบริการต่างๆ อาทิ “My Request” เพิ่มความสะดวกให้ลูกหนี้ สามารถสมัครร่วมมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” เลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ด้วยตัวเอง, My Receipt ให้บริการสำหรับลูกค้า สามารถดูใบเสร็จผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันที และ My Bill เพิ่มเติมใบแจ้งหนี้พร้อม QR ให้ลูกหนี้สามารถชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันที เป็นต้น
• ลุยค้ำประกันรายใบ Individual Guarantee รูปแบบค้ำประกันสินเชื่อที่ บสย. เคยทำในอดีต แต่ขณะนั้นยังไม่มีเครื่องมือ “เครดิตสกอริ่ง” ในการประเมินความเสี่ยง เตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้ พร้อมบริหารความเสี่ยง Risk Participation ที่มีเครื่องมือวัดความเสี่ยงของ SMEs ควบคู่กับสถาบันการเงินที่เข้าไปค้ำประกันสินเชื่อ โดยมีเป้าหมายในการเป็นเครื่องมือเปลี่ยนผ่าน SMEs ที่เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศใน “Reinvent Thailand” พร้อมตอบโจทย์นโยบายรัฐ ก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ผสานพลังผู้ประกอบการเชียงใหม่! บรรยากาศงานอบรม Thailand Food Therapy Festival เสริมสร้างศักยภาพธุรกิจฯ เป็นไปอย่างยิ่งให...
17/07/2026

ผสานพลังผู้ประกอบการเชียงใหม่! บรรยากาศงานอบรม Thailand Food Therapy Festival เสริมสร้างศักยภาพธุรกิจฯ เป็นไปอย่างยิ่งใหญ่และน่าภาคภูมิใจ

นับเป็นนิมิตหมายอันดีในการเริ่มต้นวันแรกของงาน Thailand Food Therapy Festival โครงการ “อบรมเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการด้วยการวางแผนธุรกิจ การตลาด เทคโนโลยี AI และการสุขาภิบาล” ณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งได้รับกระแสตอบรับและสร้างความตื่นตัวให้แก่ภาคธุรกิจอย่างเหนือความคาดหมาย บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังแห่งการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อย่างสร้างสรรค์

กราบขอบพระคุณวิทยากรทุกท่านที่ร่วมส่งต่อองค์ความรู้อันทรงคุณค่า และขอขอบคุณผู้ประกอบการทุกท่านที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ พร้อมร่วมมือกันสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ภาคธุรกิจในวันนี้

📅 ระหว่างวันที่ 13 - 15 กรกฎาคม 2569 . จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 13 - 15 กรกฎาคม 2569
📍 จัดขึ้นเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ณ โรงแรม Mercure Hotel

#สสว #มหาวิทยาลัยสวนดุสิต #อบรมผู้ประกอบการ #ภาพบรรยากาศงานอบรม

ที่อยู่

9, 9/1 หมู่ที่ 3 ต.สุเทพ อ.เมืองเชี
Chiang Mai
50200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Lanna365ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์