ห้องสมุดอัซซาบิกูน เชียงใหม่ : ASBQ. Library &Co-Working space CNX

ห้องสมุดอัซซาบิกูน เชียงใหม่ : ASBQ. Library &Co-Working space CNX ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ห้องสมุดอัซซาบิกูน เชียงใหม่ : ASBQ. Library &Co-Working space CNX, พอดแคสต์, https://maps. app. goo. gl/g8JBeXAPz1VgDEgc 7, Chiang Mai.

25/11/2025

🔥ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม 🔥
ที่จะยื่นมือช่วยเหลือพี่น้อง
ฝ่ายเปิดรับบริจาค #เพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ถูกอุทกภัยน้ำท่วม
แจ้งเพื่อราบ :
เงินหลือจากการช่วยเหลือน้ำท่วม จะขอนำเงินไปช่วยเหลือคนลำบากคนยากจนลำดับต่อไป
---------------------------
🤝 ร่วมทำความดีด้วยกันกับฝ่าย
🏧 ธ.กรุงไทย 932 379 4414
👉 มูลนิธิเพื่อนมุสลิม เพื่อสังคมสงเคราะห์
---------------------------

31/10/2025

ASBQ CNX Journeys บันทึกการเดินทางของทีมงานห้องสมุดสำนักพิมพ์ฯเชียงใหม่ : ASSABIQOON ISLAM FORUM ครั้งที่ #4

THE NASEEHAH PROJECT: ศรัทธา สิทธิ และความรับผิดชอบ

วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2568

ณ อาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

#สำนักพิมพ์อัซซาบิกูน #มุสลิมใหม่ #ศาสนาอิสลาม #สัจธรรม #บรรยายศาสนา

29/10/2025

Interview ผู้เข้าร่วมงาน : ASSABIQOON ISLAM FORUM ครั้งที่ #4

THE NASEEHAH PROJECT: ศรัทธา สิทธิ และความรับผิดชอบ

วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2568

ณ อาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

#สำนักพิมพ์อัซซาบิกูน #มุสลิมใหม่ #ศาสนาอิสลาม #สัจธรรม #บรรยายศาสนา

คำสั่งเสียแก่มุสลิมใหม่ จากชัยคฺ ศาสตราจารย์ ดร. อาศิม อัลก็อรยูตีย์ حفظه الله1.ขอบคุณต่ออัลลอฮฺ(รำลึกถึงความเมตตาในฮิดา...
26/10/2025

คำสั่งเสียแก่มุสลิมใหม่
จากชัยคฺ ศาสตราจารย์ ดร. อาศิม อัลก็อรยูตีย์ حفظه الله

1.ขอบคุณต่ออัลลอฮฺ
(รำลึกถึงความเมตตาในฮิดายะห์ที่ได้รับ)

2.เอาใจใส่ในการแสวงหาความรู้ และวิธีการแสวงหาความรู้ และอ่านอัลกุรอานและใคร่ครวญความหมายให้มาก

3.การรักษาการละหมาด5เวลา และรักษาละหมาด5เวลาร่วมกับญะมะอะฮฺหากอยู่ใกล้มัสยิด และรำลึกขณะสูญูดว่าเป็นช่วงเวลาที่ใกล้ชิดกับอัลลอฮฺมากที่สุด และใส่ใจการละหมาดตามซุนนะห์ของท่านนบี

4.การเอาใจใส่และเจริญรอยตามซุนนะห์ของท่านนบี ตามมาตรฐานที่ท่านนบีปฏิบัติ

5.เอาใจใส่และเพียรพยายามในการมอบฮิดายะห์ให้แก่ผู้อื่น

6.อย่ารีบร้อนในการดะวะฮฺและอย่ารีบเข้าสู่สนามดะวะฮฺโดยไม่มีความรู้ แต่สิ่งสำคัญคือการรักษาและฟื้นฟูอีหม่านให้มั่นคง

7.เอาใจใส่ในมารยาท(อัคลาค)ที่งดงาม ดังเช่นที่ท่านหญิงอาอิชะฮฺได้ถูกถามถึงอัคลาคของท่านนบี และท่านหญิงตอบว่า อัคลาคของท่านนบีคืออัลกุรอาน จงปรับปรุงให้มารยาทของท่านดีกว่าและงดงามยิ่งกว่าก่อนที่ท่านรับอิสลาม

8.ให้มีความอดทน ในการตออัตต่ออัลลอฮฺ ในการละทิ้งสิ่งฮารอมและมะศียะต่างๆ

9.อย่าได้สิ้นหวังในความเมตตาของอัลลอฮฺ ผู้รับอิสลามอาจมีความบกพร่อง อย่าสิ้นหวังในความเมตตา ขออภัยโทษ เตาบัต ขอดุอาอฺ ให้พระองค์ทรงอภัยโทษแก่เรา และจงคบหากับหมู่คนดี

10.เอาใจใส่ต่อการขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺอยู่เสมอ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญ (ตัวอย่าง การขอดุอาอฺในช่วงเวลา1/3สุดท้ายยามค่ำคืน ที่พระองค์ทรงเรียก และสอบถามว่ามีใครดุอาอฺต่อพระองค์,มีใครขออภัยโทษต่อพระองค์บ้างในช่วงเวลานั้น ซึ่งการตอบรับมี3ระดับ 1.ตอบรับทันที 2.ตอบรับภายหลัง 3.ไม่ตอบรับและเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นที่ดีกว่า ซึ่งล้วนดีงามต่อตัวเราทั้งสิ้น)

Teatime at ห้องสมุดอัซซาบิกูน เชียงใหม่ : ASBQ. Library &Co-Working space CNXขอบคุณสถานที่ถ่ายทำดีๆจาก Cozy Camel halal ...
28/09/2025

Teatime at ห้องสมุดอัซซาบิกูน เชียงใหม่ : ASBQ. Library &Co-Working space CNX

ขอบคุณสถานที่ถ่ายทำดีๆจาก Cozy Camel halal hostel ครับ

เชียงใหม่พบกันครับ คนนอกสามารถมารับฟังบรรยายได้นะครับเพียงลงทะเบียนได้ตามลิงค์โพสนี้เลยครับhttps://docs.google.com/forms...
23/09/2025

เชียงใหม่พบกันครับ

คนนอกสามารถมารับฟังบรรยายได้นะครับเพียงลงทะเบียนได้ตามลิงค์โพสนี้เลยครับ

https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScOD45fhMETmVwMUEkumuGMyeNdGh6ZQpwqSYhFMZImJG80TA/viewform

ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงาน Steadfastness 2025
หรือโครงการจุดยืนประจำปีการศึกษา 2568
ในวันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2568 นี้!

📍 หัวข้อการบรรยาย:
“ศรัทธาและความท้าทายท่ามกลางสังคมพหุวัฒนธรรม”
บรรยายโดย วิทยากร อรีฟ ดะวะฮฺ (อารีฟ ซาลาฟี)
ณ ห้องประชุมแจ้มจิตต์
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เวลา 13:00-15:00

เพิ่มเติมในคอมเม้นท์

17/09/2025

Special podcast EP2 : Why do we reject Macro Evolution?

ทำไม? เราถึงปฏิเสธการวิวัฒนาการแบบข้ามสปีชีส์

#วิทยาศาสตร์ #วิวัฒนาการมนุษย์ #วิวัฒนาการ #วิชาเคมี #ชีววิทยา

17/09/2025

Teaser Special podcast EP2 : Why do we reject Macro Evolution?

ติดตามรับชมได้คืนนี้ครับ

🕋 สิ่งที่สำคัญที่สุดในหลักของอิสลาม ก็คือ "หลักศรัทธา"📌 สิ่งสำคัญที่สุดที่จะถูกนับว่าเป็นหลักของอิสลาม ก็คือ หลักศรัทธาต...
01/08/2025

🕋 สิ่งที่สำคัญที่สุดในหลักของอิสลาม ก็คือ "หลักศรัทธา"
📌 สิ่งสำคัญที่สุดที่จะถูกนับว่าเป็นหลักของอิสลาม ก็คือ หลักศรัทธาตามคำสอนของอิสลาม
ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หลักศรัทธานี่แหละคือเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับมุสลิมทุกคน
มันสำคัญยิ่งกว่าการปฏิบัติตัว วิถีชีวิต พิธีกรรมทางศาสนา หรือแม้แต่เรื่องจริยธรรมต่าง ๆ

🗣️ พูดแบบตรง ๆ เลยว่า หลักศรัทธาคือหัวใจของศาสนาอิสลาม

คือถ้าคน ๆ หนึ่งไม่มีหลักศรัทธา หรือขาดสิ่งนี้ไป
เขาก็ไม่สามารถเป็นมุสลิมได้เลย ตามหลักกฎหมายของศาสนาอิสลาม
ที่ใช้ในการตัดสินว่าใครเป็นหรือไม่เป็นมุสลิม

⚠️ หรือแม้แต่ในกรณีที่คนคนหนึ่งมีหลักศรัทธาอยู่
แต่เกิดความเสียหายหรือบกพร่องขึ้นมาในเรื่องของศรัทธา
ซึ่งบางครั้งก็เกิดจากการขาดความรู้
เรื่องแบบนี้ก็อาจทำให้เขาสูญเสียสถานะของการเป็นมุสลิมไปได้ทันทีเหมือนกัน

🔍 จะบอกว่าอะไรคือหลักของอิสลาม ใครคือมุสลิม ต้องดูที่ศรัทธาก่อน
เพราะงั้น ถ้าจะดูว่าสิ่งไหนเป็นหลักของศาสนาอิสลาม
หรือใครเป็นมุสลิมจริง ๆ เราก็ต้องดูจาก หลักศรัทธา ของแต่ละคนก่อนเป็นอันดับแรก

แต่น่าเสียดายที่หลักการสำคัญขนาดนี้
กลับไม่ค่อยมีใครยึดถือกันจริงจังในหมู่มุสลิมสมัยนี้

ในสังคมตอนนี้...
เรามักจะตัดสินว่าใครเป็นมุสลิม จาก

- สถานะทางสังคม

- หน้าที่การงาน

- หรือชื่อเสียงที่เขามี

👀 บางทีแค่เห็นว่าคน ๆ หนึ่งเป็นมุสลิม
แล้วสร้างประโยชน์ทางวัตถุให้กับสังคมนิดหน่อย
พวกเราก็มักจะรีบยกย่องเขาทันที

❗บางคนถึงขั้นศิโรราบให้เลย แล้วก็บอกว่า
“คนนี้แหละคือผู้กอบกู้อิสลาม”
หรือไม่ก็ขนานนามให้เป็น
“วีรชนมุสลิม” ที่เป็นแบบอย่างให้กับลูกหลานรุ่นต่อไป

❗ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว...
🔎 ในตัวบุคคลเหล่านั้น อาจจะมีปัญหาหนักมากในเรื่องของ หลักศรัทธา
ซึ่งถ้ามองให้ลึก ๆ อาจถึงขั้น “เละเทะ” ในเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

จากหนังสือ : หลักศรัทธาเบื้องต้นสำหรับมุสลิมใหม่ / หน้าที่ 18

เรียบเรียง : ห้องสมุดอัซซาบิกูนเชียงใหม่

🧠เกมตอบคำถามสำหรับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ มุสลิมที่อ่านมาถึงตรงนี้!
ลองมาเล่นกันหน่อย! ใครรู้ ตอบได้เลยในคอมเมนต์นะครับ 👇

🔸คำถามประจำโพสต์🔸
📌 “หลักศรัทธา” ที่ถือว่าเป็นหัวใจของศาสนาอิสลาม
ในภาษาอาหรับ…เรียกว่าอะไรเอ่ย? 🤔

📥 คำตอบของคุณคือ...
✍️ .................................................................

💬 พิมพ์คำตอบไว้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ!

🌟 อิหฺซาน คือ อะไร ? 🌟อิหฺซาน คือ การตระหนักว่า อัลลอฮฺทรงรู้และทรงเห็น🕋 การปฏิบัติอิบาดะฮฺของบรรดาปวงบ่าว และการกระทำขอ...
28/07/2025

🌟 อิหฺซาน คือ อะไร ? 🌟

อิหฺซาน คือ การตระหนักว่า อัลลอฮฺทรงรู้และทรงเห็น
🕋 การปฏิบัติอิบาดะฮฺของบรรดาปวงบ่าว และการกระทำของพวกเขาในทุกอิริยาบถ

📖 ดังที่พระองค์ตรัสว่า :
الَّذِي يَرَاكَ حِينَ تَقُومُ وَتَقَلُّبَكَ فِي السَّاجِدِينَ
— อัชชุอะรออ์ 26 : 218-219
💬 “พระองค์ผู้ทรงเห็นเจ้าขณะที่เจ้ายืนอยู่ และการเคลื่อนไหวของเจ้าในหมู่ผู้สูญูด”

🪨และท่านร่อซูล ﷺ กล่าวว่า :

"أنْ تَعْبُدَ اللهَ كَأَنَّكَ تَرَاهُ، فَإِنْ لَمْ تَكُنْ تَرَاهُ فَإِنَّهُ يَرَاكَ"
💬 “คือการที่ท่านเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ ประหนึ่งว่าท่านเห็นพระองค์
ถ้าหากว่าท่านไม่เห็นพระองค์ แท้จริงพระองค์ทรงเห็นท่าน”
📚

✨ อัลอิหฺซาน มี 2 ระดับ ✨

🔹 1. ระดับแรก
คือ การที่มนุษย์ทำการภักดีต่อพระเจ้า
ราวกับเขามองเห็นพระองค์
🩷 ซึ่งเป็นการภักดีอย่างเสน่ห์หาด้วยใจรัก
โดยที่เขาเฝ้าอาวรณ์ มุ่งสมาธิ และน้อมกระทำภักดีต่อผู้ที่เขารัก
นั่นก็คือ อัลลอฮฺ ราวกับว่าเขามองเห็นพระองค์
ซึ่งระดับนี้เป็นระดับสูงสุด
📌 คือ “อัน ตะบุดัลลอฮฺ กะอันนะกะ ตะรอฮุ”

🔹 2. ระดับที่สอง
คือ เมื่อท่านไม่ได้ภักดีต่ออัลลอฮฺ
ในระดับดังที่ท่านมองเห็นและเข้าถึงพระองค์
ท่านก็จงทำการภักดีต่อพระองค์
ในฐานะที่พระองค์ ทรงมองเห็นท่าน

💛 ซึ่งเป็นระดับการภักดีของผู้ที่เกรงกลัวต่อพระองค์
เป็นระดับของผู้หลีกเลี่ยงจากการทรมานและการลงโทษและผู้ที่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจต่อพระองค์
📌 นั่นคือระดับ “ฟะอินลำ ตะกุนตะรอฮุ ฟะอินนะฮู ยะรอกะ”

📘 จากหนังสือ
: สิ่งที่มุสลิมต้องรู้ & อะกีดะฮฺของ เชคมุฮัมมัด อิบนุอับดิลวะฮฺฮาบ
หน้าที่ 15 ข้อ .9
: Islam more — หัวข้อ "การทำความดีระดับสูงสุด"

17/07/2025

คำถามยอดฮิตที่มุสลิมถูกถาม : ทำไมมุสลิมไม่กินหมู ?

เราทุกคนลองจินตนการตัวเองว่า ถูกแบกอยู่บนบ่าของคนหลายคน แล้วถูกนำไปใส่ในหลุมที่แคบและมืดมิด ไม่มีมิตร ไม่มีเพื่อนคุย ไม่...
08/07/2025

เราทุกคนลองจินตนการตัวเองว่า
ถูกแบกอยู่บนบ่าของคนหลายคน
แล้วถูกนำไปใส่ในหลุมที่แคบและมืดมิด
ไม่มีมิตร ไม่มีเพื่อนคุย ไม่มีทรัพย์ ไม่มีลูก
สุสานกลายเป็นที่อยู่อาศัย ดินคือที่รองนอน
หนอนคือเพื่อน ที่แห่งนั้นทรัพย์สิน ตำแหน่ง
และเกียรติบัตรต่างๆ ไม่มีประโยชน์ใดๆ

อัลลอฮฺตรัสว่า:

﴿ وَمَآ أَمۡوَٰلُكُمۡ وَلَآ أَوۡلَٰدُكُم بِٱلَّتِي تُقَرِّبُكُمۡ عِندَنَا زُلۡفَىٰٓ إِلَّا مَنۡ ءَامَنَ وَعَمِلَ صَٰلِحٗا فَأُوْلَٰٓئِكَ لَهُمۡ جَزَآءُ ٱلضِّعۡفِ بِمَا عَمِلُواْ وَهُمۡ فِي ٱلۡغُرُفَٰتِ ءَامِنُونَ ٣٧ ﴾ [سبأ : ٣٧]

“และมิใช่ทรัพย์สินของพวกเจ้า และมิใช่ลูกหลานของพวกเจ้า
ที่จะทำให้พวกเจ้าใกล้ชิดสนิทกับเรา นอกจากผู้ศรัทธาและกระทำความดี ดังนั้น ชนเหล่านั้นสำหรับพวกเขา
จะได้รับการตอบแทนเป็นสองเท่าตามที่พวกเขาได้กระทำไว้
และพวกเขาจะพำนักอยู่ในสวนสวรรค์อย่างผู้ปลอดภัย”
(สะบะอ์ 37)

รายงานจากท่านอะนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่าท่านนบี
ได้กล่าวว่า:

«يَتْبَعُ الْمَيِّتَ ثَلَاثَةٌ، فَيَرْجِعُ اثْنَانِ وَيَبْقَى مَعَهُ وَاحِدٌ، يَتْبَعُهُ أَهْلُهُ وَمَالُهُ وَعَمَلُهُ، فَيَرْجِعُ أَهْلُهُ وَمَالُهُ، وَيَبْقَى عَمَلُهُ» [البخاري برقم 6514، ومسلم برقم 2960]

“สิ่งที่ตามผู้ตายไป(ที่หลุมศพ)นั้นมีสามสิ่ง
สองสิ่งจะกลับมา และคงเหลือสิ่งเดียว(ที่อยู่กับผู้ตาย)
ครอบครัว ทรัพย์สิน และการงาน(ที่ดีและชั่วที่เขาเคยปฏิบัติ)
จะตามเขาไป แล้วครอบครัวและทรัพย์สินก็จะกลับมา
เหลือเพียงการงาน(ที่อยู่กับเขาในหลุม)”

(อัล-บุคอรีย์ เล่มที่ 4 หน้าที่ 194 หะดีษหมายเลข 6514
และมุสลิม เล่มที่ 4 หน้าที่ 2273 หะดีษหมายเลข 2960)

ดังนั้น มุสลิมควรที่จะหมั่นสำรวจตัวเองและรีบเร่งเตาบะฮฺกลับตัว ดำรงตนอยู่ในการภักดีต่ออัลลอฮฺและยำเกรงพระองค์ และเตรียมพร้อมเสมอที่จะกลับไปพบผู้อภิบาลของเขา นักกวีประพันธ์ไว้ว่า:

يــا مـــن بــدنيـاه اشــتغل وغَــــرّه طـــــول الأمـــــل
الــمـوت يـــأتـي بـــغـتــة والـقـبــر صـــنـدوق الـــعمـل

"โอ้ผู้ที่ยุ่งอยู่กับชีวิตดุนยาเอ๋ย ความหวังที่ยาวไกลได้หลวงหลอก
ความตายนั้นเกิดขึ้นอย่างฉับพลันไม่ทันบอก
และหลุมศพนั้นก็เปรียบดังตู้ไว้สะสมซึ่งการงานที่ผ่านมา"
....................มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิของอัลลอฮฺ
ขอการเจริญพรและความสันติมีแด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ
ข้าขอปฏิญานว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ
และมุฮัมหมัดนั้นเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์
รายงานจากท่านอิบนุ อุมัรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา
ว่าท่าน นบี กล่าวว่า:

«إِنَّ أَحَدَكُمْ إِذَا مَاتَ عُرِضَ عَلَيْهِ مَقْعَدُهُ بِالْغَدَاةِ وَالْعَشِىِّ، إِنْ كَانَ مِنْ أَهْلِ الْجَنَّةِ فَمِنْ أَهْلِ الْجَنَّةِ، وَإِنْ كَانَ مِنْ أَهْلِ النَّارِ فَمِنْ أَهْلِ النَّارِ، فَيُقَالُ هَذَا مَقْعَدُكَ حَتَّى يَبْعَثَكَ اللَّهُ إِلَيْهِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ» [البخاري برقم 1379، ومسلم برقم 2866

]
“เมื่อคนหนึ่งคนใดจากพวกท่านเสียชีวิต
เขาจะถูกนำมาเสนอให้เห็นที่อยู่ของเขาในอนาคตทุกเช้าเย็น
หากเขาถูกนำเสนอที่อยู่ในสวรรค์เขาก็เป็นชาวสวรรค์
และ หากเขาถูกนำเสนอที่อยู่ในนรกเขาก็เป็นชาวนรก
เขาจะถูกกล่าวว่า นี่คือที่อยู่ของท่าน
เมื่ออัลลอฮฺให้ท่านพื้นขึ้นในวันกิยามะฮฺ”
(อัล-บุคอรีย์ เล่มที่ 1 หน้าที่ 423 หะดีษหมายเลข1379
และมุสลิม เล่มที่ 4 หน้าที่ 2199 หะดีษหมายเลข 2866)

หะดีษนี้เป็นหนึ่งในหลักฐานที่มีอยู่อย่างมากมาย
จากทั้งอัลกุรอานและซุนนะฮฺที่ยืนยันการมีอยู่
ของโทษทัณฑ์และความสุขสบายที่มีอยู่ในสุสาน(กุโบร์)
และถือเป็นสิ่งที่ต้องศรัทธาอีมาน และเตรียมพร้อมสำหรับมันด้วย

อัลลอฮฺตรัสว่า:

﴿ فَأَمَّآ إِن كَانَ مِنَ ٱلۡمُقَرَّبِينَ ٨٨ فَرَوۡحٞ وَرَيۡحَانٞ وَجَنَّتُ نَعِيمٖ ٨٩ وَأَمَّآ إِن كَانَ مِنۡ أَصۡحَٰبِ ٱلۡيَمِينِ ٩٠ فَسَلَٰمٞ لَّكَ مِنۡ أَصۡحَٰبِ ٱلۡيَمِينِ ٩١ وَأَمَّآ إِن كَانَ مِنَ ٱلۡمُكَذِّبِينَ ٱلضَّآلِّينَ ٩٢ فَنُزُلٞ مِّنۡ حَمِيمٖ ٩٣ وَتَصۡلِيَةُ جَحِيمٍ ٩٤ إِنَّ هَٰذَا لَهُوَ حَقُّ ٱلۡيَقِينِ ٩٥ ﴾ [الواقعة: ٨٨-٩٥]

“สำหรับผู้ที่หากว่าเขา (ผู้ตาย)
เป็นผู้ใกล้ชิดกับอัลลอฮ
ดังนั้นความอิ่มเอิบสดชื่นและสวรรค์อันเป็นที่โปรดปรานจะได้แก่เขา
และหากว่าเขาอยู่ในกลุ่มทางขวา (ผู้ได้รับบันทึกด้วยมือขวา)
ดังนั้นความปลอดภัยก็เป็นของเจ้าในฐานะเป็นผู้อยู่ในกลุ่มทางขวา
(ผู้ได้รับบันทึกด้วยมือขวา)
และหากว่าเขาอยู่ในหมู่ผู้ปฏิเสธที่หลงทาง
ดังนั้นสิ่งที่เตรียมไว้สำหรับเขาก็คือน้ำร้อนที่กำลังเดือด
และเปลวไฟที่ลุกไหม้
แท้จริงนี้แหละคือความจริงที่แน่นอน "

(อัล-วากิอะฮฺ 88-95)

ท่านอิมามอิบนุ กะษีรฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ
ได้กล่าวอธิบายอายะฮฺนี้ว่า :

“สภาพทั้งสามลักษณะนี้คือสภาพของผู้ที่ใกล้ตาย
เขาอาจเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ
หรืออาจอยู่ในกลุ่มทางขวาซึ่งด้อยกว่ากลุ่มแรก
หรือไม่ก็อาจจะอยู่ในหมู่ผู้ปฏิเสธสัจจธรรม
ที่หลงห่างจากทางนำและฝ่าฝืนคำสั่งของอัลลอฮฺ
ดังนั้นคำดำรัสที่ว่า “นั้นคือการที่พวกเขาจะได้รับความอิ่มเอิบสดชื่นและสวรรค์อันเป็นที่โปรดปราน
” มะลาอิกะฮฺจะนำข่าวดีนี้มาบอกแก่พวกเขาขณะที่พวกเขากำลังจะตาย”
(ตัฟซีร อิบนุกะษีรฺ 4/300)

นักปราชญ์หลายๆ ท่านได้ใช้เป็นหลักฐานว่าโทษทัณฑ์ในสุสานนั้นเป็นจริงและเป็นสิ่งที่จะต้องศรัทธาด้วยโองการของอัลลอฮฺที่ว่า:

﴿ ٱلنَّارُ يُعۡرَضُونَ عَلَيۡهَا غُدُوّٗا وَعَشِيّٗاۚ وَيَوۡمَ تَقُومُ ٱلسَّاعَةُ أَدۡخِلُوٓاْ ءَالَ فِرۡعَوۡنَ أَشَدَّ ٱلۡعَذَابِ ٤٦ ﴾ [غافر: ٤٦]

“ไฟนรกนั้น พวกเขาจะถูกนำมาให้เห็นทั้งในยามเช้าและยามเย็น และวันกิยามะฮฺนั้น จะมีเสียงกล่าวว่า จงให้บริวารของฟิรเอานฺเข้าไปรับการลงโทษอันสาหัสยิ่ง”
(ฆอฟิรฺ 46)

ท่านอิมามอิบนุ กะษีรฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวอธิบายอายะฮฺนี้ว่า “วิญญาณของพวกเขาจะถูกนำเสนอให้เห็นโทษทัณฑ์ในนรก ทุกเช้าเย็นเรื่อยไปจนถึงวันกิยามะฮฺ เมื่อวันกิยามะฮฺมาถึงร่างกายและวิญญานของพวกเขาก็จะถูกรวมเข้าด้วยกันให้รับโทษในนรก”
(ตัฟซีร อิบนุ กะษีรฺ 4/81)

รายงานจากท่านหญิงอัสมาอ์ บินติ อบีบักรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่าท่าน นบี กล่าวว่า:

«وَلَقَدْ أُوحِيَ إِلَيَّ أَنَّكُمْ تُفْتَنُونَ فِي الْقُبُورِ مِثْلَ أَوْ قَرِيبَ مِنْ فِتْنَةِ الدَّجَّالِ، يُؤْتَى أَحَدُكُمْ فَيُقَالُ لَهُ : مَا عِلْمُكَ بِهَذَا الرَّجُلِ؟ فَأَمَّا الْمُؤْمِنُ فَيَقُولُ : هُوَ مُحَمَّدٌ رَسُولُ اللَّهِ صلّى الله عليه وسلّم، جَاءَنَا بِالْبَيِّنَاتِ وَالْهُدَى فَأَجَبْنَا وَآمَنَّا وَاتَّبَعْنَا، فَيُقَالُ لَهُ : نَمْ صَالِحًا فَقَدْ عَلِمْنَا إِنْ كُنْتَ لَمُوقِنًا، وَأَمَّا الْمُنَافِقُ أَوْ الْمُرْتَابُ (لَا أَدْرِي أَيَّتَهُمَا قَالَتْ أَسْمَاءُ) فَيَقُولُ لَا أَدْرِي، سَمِعْتُ النَّاسَ يَقُولُونَ شَيْئًا فَقُلْتُهُ» [البخاري برقم 1053، ومسلم برقم 905]

“แท้จริงได้มีวะหฺยูมายังฉันว่า
พวกท่านจะถูกทดสอบ(ด้วยความทุกข์ยาก)
เหมือนหรือใกล้เคียงกับการทดสอบด้วยดัจญาล
คนหนึ่งๆ จะถูกนำมาและกล่าวถามว่า
ท่านคิดอย่างไรกับชายคนนี้ (หมายถึงท่านนบีมุหัมมัด)?
ดังนั้น คนที่ศรัทธาก็จะตอบว่า มุหัมมัดนั้นคือศานทูตของอัลลอฮฺ ท่านได้นำความประจักษ์แจ้งและทางนำมาสู่เรา
แล้วเราก็ตอบรับคำเชิญชวน เราศรัทธา และเราปฏิบัติตามท่าน

แล้วคนๆนั้นก็จะถูกกล่าวว่า:

ท่านจงนอนอยู่ด้วยดีเถิด แท้จริงเรารู้ว่าท่านนั้นมีศรัทธามั่น
ส่วนคนกลับกลอก หรือคนที่มีความเคลือบแคลงนั้น (ไม่แน่ใจว่าท่านหญิงอัสมาอ์กล่าวคำไหน) พวกเขาจะตอบว่า ฉันไม่รู้ ฉันได้ยินคนอื่นเขาพูดฉันก็พูดตามเขา”

(อัล-บุคอรีย์ เล่มที่ 1 หน้าที่ 332 หะดีษหมายเลข 1053 และมุสลิม เล่มที่ 2 หน้าที่ 624 หะดีษหมายเลข 905)

ท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า
أَنَّ يَهُودِيَّةً دَخَلَتْ عَلَيْهَا فَذَكَرَتْ عَذَابَ الْقَبْرِ، فَقَالَتْ لَهَا: أَعَاذَكِ اللَّهُ مِنْ عَذَابِ الْقَبْرِ، فَسَأَلَتْ عَائِشَةُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ عَنْ عَذَابِ الْقَبْرِ، فَقَالَ : «نَعَمْ، عَذَابُ الْقَبْرِ حَقٌّ»، قَالَتْ عَائِشَةُ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهَا : فَمَا رَأَيْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ بَعْدُ صَلَّى صَلَاةً إِلَّا تَعَوَّذَ مِنْ عَذَابِ الْقَبْرِ. [البخاري برقم 1372، ومسلم برقم 584]

มีหญิงชาวยิวนางหนึ่งได้เข้ามาหานาง
และพูดถึงโทษทัณฑ์ในสุสาน
และนางก็ได้กล่าวว่า ขออัลลอฮฺจงรักษาท่านให้พ้นจากไฟนรก
แล้วท่านหญิงอาอิชะฮฺ ก็ได้ถามท่านเราะสูลุลลอฮฺ
เกี่ยวกับโทษทัณฑ์ในสุสาน

ท่านนบี ได้ตอบว่า
”ใช่แล้ว โทษทัณท์ในสุสานนั้นเป็นความสัจจริง”
ท่านหญิงอาอิชะฮฺรายงานต่อว่า
หลังจากนั้นฉันพบว่าท่าน เราะสูลุลลอฮฺ
ไม่ว่าจะละหมาดๆ ใดก็ตาม
ท่านจะกล่าวดุอาอ์ขอจากอัลลอฮฺให้พ้นจากโทษทัณฑ์ในสุสานทุกครั้ง
(อัล-บุคอรีย์ เล่มที่ 1 หน้าที่ 422 หะดีษหมายเลข 1372 และมุสลิม เล่มที่ 1 หน้าที่ 410 หะดีษหมายเลข 584)

ท่านนบี ได้เคยอธิบายลักษณะ
การลงโทษในสุสานให้แก่ประชาชาติของท่าน ดังเช่น
หะดีษที่รายงาน
โดยท่าน อะนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่าท่านนบี กล่าวว่า
«الْعَبْدُ إِذَا وُضِعَ فِي قَبْرِهِ وَتُوُلِّيَ وَذَهَبَ أَصْحَابُهُ، حَتَّى إِنَّهُ لَيَسْمَعُ قَرْعَ نِعَالِهِمْ، أَتَاهُ مَلَكَانِ فَأَقْعَدَاهُ فَيَقُولَانِ لَهُ : مَا كُنْتَ تَقُولُ فِي هَذَا الرَّجُلِ مُحَمَّدٍ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ؟ فَيَقُولُ أَشْهَدُ أَنَّهُ عَبْدُ اللَّهِ وَرَسُولُهُ، فَيُقَالُ انْظُرْ إِلَى مَقْعَدِكَ مِنْ النَّارِ أَبْدَلَكَ اللَّهُ بِهِ مَقْعَدًا مِنْ الْجَنَّةِ، قَالَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : فَيَرَاهُمَا جَمِيعًا، وَأَمَّا الْكَافِرُ أَوْ الْمُنَافِقُ فَيَقُولُ : لَا أَدْرِي، كُنْتُ أَقُولُ مَا يَقُولُ النَّاسُ، فَيُقَالُ : لَا دَرَيْتَ وَلَا تَلَيْتَ، ثُمَّ يُضْرَبُ بِمِطْرَقَةٍ مِنْ حَدِيدٍ ضَرْبَةً بَيْنَ أُذُنَيْهِ، فَيَصِيحُ صَيْحَةً يَسْمَعُهَا مَنْ يَلِيهِ إِلَّا الثَّقَلَيْنِ» [البخاري برقم 1338، ومسلم برقم 2870]

“มนุษย์คนหนึ่งเมื่อถูกวางลงในสุสานของเขา
แล้วคนใกล้ชิดก็หันหลังกลับและแยกย้ายกันไป
โดยที่เขา(คนตายที่ถูกฝัง)ยังได้ยินเสียงย่ำเท้าของพวกเขา
ก็จะมีมะลาอิกะฮฺสองท่านมาหาเขา
แล้วทั้งสองก็ยกเขาให้นั่ง แล้วถามเขาว่า
ท่านเคยกล่าวถึงชายที่ชื่อมุหัมมัดว่าอย่างไร
(ตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่บนโลก)?
เขาก็จะตอบว่า ฉันได้กล่าวปฏิญาณว่าเขาเป็นบ่าวและศาสนฑูตของอัลลอฮฺ
เขาจะถูกกล่าวว่า จงดูที่อยู่เดิมของท่านในนรกที่อัลลอฮฺได้แทนที่ให้กับท่านด้วยคำปฏิญาณที่ได้กล่าวไว้นั้นด้วยที่อยู่ใหม่ในสวรรค์
ท่านนบี ได้กล่าวว่า แล้วเขาก็ได้เห็นที่อยู่ทั้งสองที่นั้นพร้อมกัน
(คือทั้งนรกและสวรรค์)

ส่วนคนกาฟิรฺหรือมุนาฟิก เขาจะกล่าวว่า
ฉันไม่รู้ ฉันพูดตามสิ่งที่คนอื่นๆ พูด
แล้วเขาจะถูกกล่าวว่า เจ้าไม่รู้ และเจ้าก็ไม่อ่าน
แล้วเขาก็ถูกทุบด้วยค้อนเหล็กหนึ่งครั้งตรงกลางระหว่างหูทั้งสอง(กลางหน้า) แล้วเขาก็ส่งเสียงร้องดังลั่นโดยที่สิ่งอยู่ใกล้เคียงจะได้ยินทั้งหมดยกเว้นมนุษย์และญินเท่านั้นที่ไม่ได้ยิน”
(อัล-บุคอรีย์ เล่มที่ 1 หน้าที่ 410 หะดีษหมายเลข 1338 และมุสลิม เล่มที่ 4 หน้าที่ 2201 หะดีษหมายเลข 2870)

รายงานจากท่านอัล-บัรรออ์ บิน อาซิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่าท่านนบี อ่านอายะฮฺที่ว่า
﴿ يُثَبِّتُ ٱللَّهُ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ بِٱلۡقَوۡلِ ٱلثَّابِتِ﴾ [إبراهيم: ٢٧]
“อัลลอฮฺทรงให้บรรดาผู้ศรัทธาหนักแน่นด้วยคำกล่าวที่มั่นคง”
(อิบรอฮีม 27)
ท่านกล่าวว่า
«نَزَلَتْ فِى عَذَابِ الْقَبْرِ فَيُقَالُ لَهُ مَنْ رَبُّكَ؟ فَيَقُولُ : رَبِّىَ اللَّهُ وَنَبِيِّىْ مُحَمَّدٌ صلى الله عليه وسلم، فَذَلِكَ قَوْلُهُ عَزَّ وَجَلَّ : ﴿ يُثَبِّتُ ٱللَّهُ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ بِٱلۡقَوۡلِ ٱلثَّابِتِ فِي ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَا وَفِي ٱلۡأٓخِرَةِۖ وَيُضِلُّ ٱللَّهُ ٱلظَّٰلِمِينَۚ وَيَفۡعَلُ ٱللَّهُ مَا يَشَآءُ ٢٧ ﴾ [إبراهيم: ٢٧] » [مسلم برقم 2781]

“อายะฮฺนี้ถูกประทานลงมาเกี่ยวข้องกับโทษทัณฑ์ในสุสาน
โดยที่คนตายจะถูกถามว่า ใครคือผู้อภิบาลของท่าน
เขาจะตอบว่า ผู้อภิบาลของฉันคืออัลลอฮฺ
และนบีของฉันคือมุหัมมัด และนี่ก็คือคำดำรัสของอัลลอฮฺ ที่มีความว่า
“อัลลอฮฺทรงให้บรรดาผู้ศรัทธาหนักแน่นด้วยคำกล่าวที่มั่นคง ในการมีชีวิตอยู่ทั้งในโลกนี้และในปรโลกและอัลลอฮฺทรงให้บรรดาผู้อธรรมหลงทาง และอัลลอฮฺทรงกระทำสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ (อิบรอฮีม 27)“
(มุสลิม เล่มที่ 4 หน้าที่ 2201 หะดีษหมายเลข 2781)

ท่านนบี ได้บัญญัติให้ประชาชาติของท่านขออภัยจากอัลลอฮฺให้แก่คนที่ตาย และขอให้เขาได้มีความยืนหยัดมั่นคง(ต่อบททดสอบในสุสาน) รายงานจากท่านอุษมาน บิน อัฟฟาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่าท่าน นบี นั้นเมื่อเสร็จจากการฝังศพ ท่านจะยืนขึ้นตรงสุสานนั้นแล้วจะกล่าวว่า

«اسْتَغْفِرُوا لِأَخِيكُمْ، وَسَلُوا لَهُ بِالتَّثْبِيتِ، فَإِنَّهُ الْآنَ يُسْأَلُ» [أبو داود برقم 3221، وصححه الحاكم]

“พวกท่านจงขออภัยให้แก่เขา(คนตาย) และจงขอให้เขาได้มีความยืนหยัดมั่นคง เพราะแท้จริงแล้ว ตอนนี้เขากำลังถูกสอบสวนอยู่”
(สุนัน อบี ดาวูด เล่มที่ 3 หน้าที่ 215 หะดีษหมายเลข 3221 และท่านอัล-หากิม กล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ)

แท้จริง ท่านนบี นั้นมักจะขอดุอาอ์ให้พ้นจากโทษทัณฑ์ในสุสานบ่อยๆ และท่านก็ได้สั่งใช้ บรรดาเศาะฮาบะฮฺของท่านด้วย รายงานจากท่านอบู สะอีด อัล-คุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่าท่านนบี ได้กล่าวว่า
«هَذِهِ الأُمَّةَ تُبْتَلَى فِى قُبُورِهَا، فَلَوْلاَ أَنْ لاَ تَدَافَنُوا لَدَعَوْتُ اللَّهَ أَنْ يُسْمِعَكُمْ مِنْ عَذَابِ الْقَبْرِ الَّذِى أَسْمَعُ مِنْهُ». ثُمَّ أَقْبَلَ عَلَيْنَا بِوَجْهِهِ فَقَالَ : «تَعَوَّذُوا بِاللَّهِ مِنْ عَذَابِ النَّارِ». قَالُوا : نَعُوذُ بِاللَّهِ مِنْ عَذَابِ النَّارِ، فَقَالَ : «تَعَوَّذُوا بِاللَّهِ مِنْ عَذَابِ الْقَبْرِ». قَالُوا: نَعُوذُ بِاللَّهِ مِنْ عَذَابِ الْقَبْرِ. [مسلم برقم 2867]

“ประชาชาตินี้จะถูกทดสอบในสุสานของพวกเขา
ถ้าหากฉันไม่กลัวว่าพวกท่านจะไม่ยอมฝังคนตายกันแล้วละก็
ฉันจะขอดุอาอ์จากอัลลอฮฺให้พวกท่าน
ได้ยินโทษทัณฑ์ในสุสานเหมือนกับที่ฉันได้ยิน”

แล้วท่านนบี ก็หันหน้าของท่านมายังพวกเรา
แล้วกล่าวว่า “พวกท่านจงขอจากอัลลอฮฺให้พ้นจากไฟนรก”
พวกเขา(บรรดาเศาะหาบะฮฺ)กล่าวว่า
เราขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้พ้นจากไฟนรก
แล้วท่านนบี ก็กล่าวว่า
“พวกท่านจงขอจากอัลลอฮฺให้พ้นจากการลงโทษในสุสาน”
พวกเขาก็กล่าวเรา ขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้พ้นจากการลงโทษในสุสาน
(มุสลิม เล่มที่ 4 หน้าที่ 2200 หะดีษหมายเลข 2867)

สุสานเป็นจุดพักแรกของโลกอาคิเราะฮฺ มีรายงานจากท่านอุษมาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่าท่านนั้น เมื่อยืนอยู่หน้าสุสาน ท่านจะร้องไห้จนเคราของท่านเปียกชื้น มีคนกล่าวว่า ท่านได้ยินเรื่องสวรรค์และนรกไม่เห็นท่านร้องไห้ แต่ท่านร้องไห้ด้วยสิ่งนี้หรือ? ท่านอุษมานตอบว่า แท้จริง ฉันได้ยินเราะสูลุลลอฮ์ กล่าวว่า

«إِنَّ الْقَبْرَ أَوَّلُ مَنْزِلٍ مِنْ مَنَازِلِ الْآخِرَةِ، فَإِنْ نَجَا مِنْهُ فَمَا بَعْدَهُ أَيْسَرُ مِنْهُ، وَإِنْ لَمْ يَنْجُ مِنْهُ فَمَا بَعْدَهُ أَشَدُّ مِنْهُ»، قَالَ : وَسَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقُولُ: «مَا رَأَيْتُ مَنْظَرًا قَطُّ إِلَّا الْقَبْرُ أَفْظَعُ مِنْهُ». [سنن الترمذي برقم 2308
]
“สุสานเป็นจุดพักพิงแรกของโลกอาคิเราะฮฺ หากเขารอดพ้น ดังนั้นสิ่งที่อยู่หลังจากนั้นจะง่ายกว่าสำหรับเขา
และหากเขาไม่รอดพ้น แน่นอนสิ่งที่จะมาหลังจากนั้นจะรุนแรงกว่า”
แล้วท่านกล่าวต่อไปว่า “ฉันได้ยินท่านนบี กล่าวว่า “ฉันไม่เคยเห็นภาพใดหน้ากลัวยิ่งกว่าภาพที่เห็นในสุสาน”
(สุนัน อัต-ติรมิซีย์ เล่มที่ 4 หน้าที่ 553-554 หะดีษหมายเลข 2308)

และในสุสานนั้นจะมีการบีบ(ของแผ่นดิน)ที่ไม่ใครสามารถหลุดพ้นได้ มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ บินติ อบี บักรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่าท่าน นบี กล่าวว่า

«إِنَّ لِلْقَبْرِ ضَغْطَةً، لَوْ كَانَ أَحَدٌ نَاجِيًا مِنْهَا لَنَجَا سَعْدُ بْنُ مُعَاذٍ» [مسند الإمام أحمد 6/98]

“แท้จริงแล้วในสุสานนั้นมีการบีบ(ของแผ่นดิน)
หากแม้นมีผู้ใดที่สามารถหลุดพ้นได้
แน่นอน สะอัด บินมุอาซฺ ก็จะหลุดพ้น(หากแต่ไม่มีผู้ใดหลุดพ้นได้)”
(มุสนัด อิมาม อะห์มัดเล่มที่ 6 หน้าที่ 98)

: islam more

ที่อยู่

Https://maps. App. Goo. Gl/g8JBeXAPz1VgDEgc 7
Chiang Mai

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ห้องสมุดอัซซาบิกูน เชียงใหม่ : ASBQ. Library &Co-Working space CNXผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท