21/12/2025
“รสในราก รากในรส”
ได้มีโอกาส ไปจัดกิจกรรมกับ อ.ต้น Tone Anusorn Tipayanon และพี่โจน ที่งาน “ วงศาพาสนิท FEST ”
เมื่อ 2 คนนี้มารวมกัน กิจกรรมที่จะจัดคงจะหนีไม่พ้นเรื่องอาหาร
เนื่องจากวันแรกของงาน เป็นวันที่มีตีมของเรื่อง “ราก”
“รสในราก รากในรส” จึงกลายเป็นชื่อของกิจกรรมที่เราจัดในครั้งนี้
พืชหัวมากมายทั้งหลาย ซึ่งอยู่ใต้ดิน ที่เคยเป็นอาหารของบรรพบุรุษของพวกเรามาช้านาน ผ่านมายุคปัจจุบัน เหลือเพียงแค่แครอท หัวไชเท้า มันฝรั่ง และอีกไม่กี่ชนิดที่ผู้คนคุ้นเคย ส่วนที่เหลือถูกหลงลืมไปตามกาลเวลา
อ.ต้นและพี่โจนจึงนำพืชหัวมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหารครั้งนี้ เป็นตัวแทนของ ”ราก” ที่เราเคยมีแต่ถูกตัดขาดไปจากวิถีชีวิตสมัยใหม่
อ.ต้นบอกว่า พืชตระกูลหัวที่เรามองว่ามันเป็นราก เรียกอีกชื่อว่า”ไรโซม” (ถ้ามองในมุมวิทยาศาตร์ เขาก็จะบอกว่ามันคือรากเทียมหรือความจริงแล้วเป็นลำต้นที่ปรับตัวให้อยู่ใต้ดินเป็นลักษณะเฉพาะของพืชตระกูลหัว) ไรโซมทุกชนิดมีพลังชีวิตของมันเองที่น่าอัศจรรย์ เพียงโยนรากเหล่านั้นลงผืนดิน เมื่อมันอยู่ในที่ที่เหมาะสม มันจะทะลุดินขึ้นมา เพื่อเติบใหญ่ได้ด้วยตัวของมันเอง
การทำอาหารให้กับผู้มาร่วมงานกว่า 160 คน คล้าย ๆ กับวิถีชีวิตแต่ก่อน ที่เวลามีงานบุญ หรืองานไม่บุญ ก็จะมีผู้คนมารวมตัวกัน กิจกรรมหนึ่งในงานแบบนี้ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องนัดหมายก็คือ การที่มีกลุ่มคนมาช่วยกันทำอาหารเพื่อเลี้ยงผู้คนในงาน สิ่งเหล่านี้ได้หายไปแทบจะ 100% ในสังคมเมือง และกำลังค่อย ๆ ทยอยหายไปในต่างจังหวัด
ขลุกขลักบ้าง ตามประสาของการทำอาหารมื้อใหญ่ โดยกลุ่มคนที่ไม่มีประสบการณ์ (บางคนแทบไม่เคยทำอาหาร) อาจเป็นภาพสะท้อนอย่างหนึ่ง ของการที่รากบางอย่างได้หายไปจากชีวิตของพวกเรา
แต่ขณะเดียวกันการที่พวกเราได้เห็นครูบาอาจารย์ มิตรสหายกว่า 160 กว่าคนทานอาหารที่พวกเราเป็นส่วนหนึ่งในการทำ ก็คงเป็นความรู้สึกอิ่มเอมภายในบางอย่าง ที่ไม่อาจบรรยายมาเป็นคำพูดได้ สำหรับบางคนสิ่งนั้นอาจสำคัญกว่าบทเรียนใด ๆ ในกิจกรรมด้วยซ้ำไป
เชื่อว่าช่วงเวลา 3 ชั่วโมง ที่ได้ฟัง อ.ต้นกับพี่โจนแบ่งปันประสบการณ์ ผู้เข้าร่วมได้ลงมือจับมีด กระทะ และเครื่องมือต่าง ๆ ในการทำครัว จนกลายมาเป็นเมนู "ต้มข่าไก่" และ "แกงมันมั่นมันมู่หยวกกล้วย" การได้ทำอาหารเลี้ยงคน 160 คน คงจะเป็นประสบการณ์บางอย่างที่เป็นจุดเริ่มต้นในการเชื่อมโยงกับรากที่ได้หายไป
ที่บอกว่างานขลุกขลักบ้าง ความจริงแล้วออกจะขลุกขลักมาก ถ้ามองด้วยเอามาตรฐานโดยทั่ว ๆ ไป แต่ถ้าจะมองว่าเป็นการเรียนรู้ เป็นการรื้อฟื้น เชื่อมต่อ กับรากที่ขาดหายไป ผมขอคิดเข้าข้างตัวเองนิดหน่อยว่า ไรโซมของเพื่อน ๆ ที่มีอยู่แล้ว แต่ถูกทำให้หลงลืมไป การมาร่วมกิจกรรมนี้ คงทำให้รากถูกเปิดสวิตซ์ไปบ้าง ไม่มากก็น้อย หลังจากถูกปิดมานานด้วยวิถีชีวิตที่กำลังดำเนินไป
เมื่อเดินข้ามโป๊ะของอาศรมวงศ์สนิท กลับไปสู่กระแสของโลกที่ดิ้นรน แก่งแย่ง แข่งขันอีกครั้ง หวังว่าเมื่อกระแสเหล่านั้น ได้พัดพามายังชีวิตของพวกเขาอีกครั้ง รากอ่อน ๆ ที่เขาเหล่านั้นได้กลับไปเชื่อมโยงเอาไว้ จากการมาร่วมกิจกรรม “รสในราก รากในรส” และการได้มาใช้ชีวิตในงานตลอด 3 วัน 2 คืนนี้จะทำงาน ให้พวกเขาไม่ถูกพัดไหลไปตามกระแสนั้นอย่างที่เคยเป็นมา
เพราะไรโซมชีวิตของพวกเขา ได้ลงไปสัมผัสกับดินภายในอันดั้งเดิมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ปล.ขอบคุณพี่อุ๊ พี่ตุ๊ก แม่ ๆ ยาย ๆ ทีมครัวอาศรม ที่ทำให้ความขลุกขลักในกิจกรรมมลายหายไป จนคนทาน 160 กว่าคนไม่มีใครจับสังเกตุได้ 😆