BIZTALK BIZTALK = บอกทิศ(ธุรกิจ)

ติดตามได้ที่ https://opl.to/biztalk
หรือแอดไลน์

เก่งขึ้นวันละ 1 เปอร์เซ็นต์ก็พอแล้ว และนี่เป็นอีกหนึ่ง Small Win ที่โคตรชาลเลนจ์ตัวเองมากๆ เพราะตอนแรกตั้งเป้าหมายแบบเวอ...
06/04/2026

เก่งขึ้นวันละ 1 เปอร์เซ็นต์ก็พอแล้ว และนี่เป็นอีกหนึ่ง Small Win ที่โคตรชาลเลนจ์ตัวเองมากๆ เพราะตอนแรกตั้งเป้าหมายแบบเวอร์ๆอยากได้สัก 5 แสน(คิดว่าไม่น่าทำได้) แต่ทำไปทำมาได้เฉยเลย 5555 งงตัวเองมากกกก ยังมีของที่ยังไม่ได้งัดมาใช้อีกเยอะเลย
พอพูดถึงเดือนนี้เมษายน สำหรับคนทั่วไปนี่อาจจะเป็นเดือนในฝัน เพราะวันหยุดเยอะ และมีเทศกาลสงกรานต์ ได้กลับบ้านไปเล่นน้ำหรืออยู่กับครอบครัวกัน แต่สำหรับคนทำธุรกิจบอกเลยว่าเหนื่อยมากกกก ตึงมากกกก ไม่พอยังมีสงครามเข้ามาอีก ทุกอย่างเลยดูแย่ไปหมดใช่ไหมครับ?
เอาจริงๆมันดูเหมือนว่าเราจะทำอะไรไม่ได้เลย แต่ถ้าปล่อยให้ชีวิตมันไหลไปเราจะกลายเป็นเหยื่อของสถานการณ์เต็มตัว ผมคงไม่ยอมให้ธุรกิจของตัวเองเป็นแบบนั้นแน่นอน มันต้องมีวิธีการแหละจริงไหม?
ผมไม่รอช้า เพราะมีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก เพราะอีกไม่กี่วันจะต้องไปวิปัสสนา 10+2 วัน อยากให้ช่วงที่ปฏิบัตินั้นได้เต็มที่จริงๆ ไม่ต้องมีเรื่องอะไรที่ทำให้ต้องกังวลใจ และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
ตัดกลับมาที่ช่วงแคมเปญ วันแรกหนืดมากกกก เพราะปกติจะต้องพีคสุด เลยคิดว่าถ้าปล่อยแบบนี้ไปยังไงก็ไม่ถึงเป้าแน่นอน จะตามบรอดแคสต์ซ้ำโควตาก็หมดอีก ผิดแผนมากกกกก อะไรก็ไม่เป็นใจเลย 5555
แต่สุดท้ายก็ค่อยๆงัดกลยุทธ์ทีละอันมาใช้ ถือว่าเป็นการเทสด้วย และหนึ่งในคีย์ได้มาเจอวันสุดท้ายคือการทำ LIVE GMV รู้สึกเสียดายที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้มาโฟกัสจริงจัง แต่หลังจากนี้มันส์แน่ ลุยยาวๆ
ผมเคยโดนดูถูกเยอะมากช่วงที่ปั้นแบรนด์แรกๆ ว่าไม่มีทั้งทุนและทีมจะทำได้หรอ แต่พอทำสำเร็จแม่งโคตรสะใจเลยนะ ปั้นยอดเดือนละ 2-3 ล้าน โดยที่มีพนักงานแค่คนเดียว(แพ็คของ) ที่เหลือผมรับจบ ทำเองหมดเลย
โพสต์นี้ไม่ได้มีสาระอะไร แค่อยากบันทึกไว้อ่านในอนาคต และมันอาจจะเป็นแค่หนึ่งใน Small Win แต่ผมก็รู้สึกภูมิใจกับตัวเองมากๆ นี่แค่เริ่มต้นเอง ต้องลุยต่ออีกยาวๆ ปีนี้อยากปั้นเพิ่มอีก 5 แบรนด์ จะทำสำเร็จไหมมาลุ้นกัน ลุยยยยยย

ทำแบรนด์มาเกือบปีไม่เคยยิงแอดไลฟ์เลย โคตรเสียดายโอกาสทำเงินมากกกกกกก จริงๆอยากเซ็ททีมมานานแล้วแต่ทำไม่ทัน เพราะผมดูทุกอย...
05/04/2026

ทำแบรนด์มาเกือบปีไม่เคยยิงแอดไลฟ์เลย โคตรเสียดายโอกาสทำเงินมากกกกกกก จริงๆอยากเซ็ททีมมานานแล้วแต่ทำไม่ทัน เพราะผมดูทุกอย่างคนเดียว(ตอนนี้อยากแยกร่างมาก)
พอหลังจบแคมเปญ 4.4 ไป ก็เลยอยากลองเทสเล่นๆ ถ้ามันเวิร์คค่อยสร้างทีมจริงจัง พร้อมกับงัดกลยุทธ์ใหม่มาใช้ตามสไตล์ ผ่านไป 2 ชม.ทำยอดได้ 2 หมื่น มันบ้ามากกกกกก
ลองคำนวณเล่นๆ ถ้าเราไลฟ์ 24 ชม.ล่ะ หรือมีทีมไลฟ์มืออาชีพ 2-3 ทีม ขายทั้งของตัวเอง และทำ Affiliates ไปด้วย ยอดมันจะโตขนาดไหน?
วันนึงเรายิงแอดไปเยอะมากกกก แต่ดูเหมือนว่ารีดศักยภาพของงบประมาณออกมาได้น้อยเกินไป อุตส่าห์วาง Funnel อย่างโหด แต่ยังขาดจิ๊กซอว์อีกหลายตัวเลย
ที่ผ่านมาเราไปโฟกัสเฉพาะครีเอเตอร์ที่ทำคลิปติดตะกร้า แต่ยังขาดทีมไลฟ์ และทีมคอนเทนต์ของตัวเอง ซึ่งก็เป็นขาที่สำคัญไม่แพ้กันเลย ถ้าทำครบๆแบรนด์จะโตกว่านี้อีกมากๆ
ตอนนี้หายสงสัยแล้วว่าทำไมแบรนด์อิ่นๆถึงทำยอดหลัก 10 ล้าน 50 ล้านต่อเดือนกันง่ายมาก ถ้าจิ๊กซอว์ครบ โอกาสสำเร็จก็เกืนครึ่งละ ลุยยยยยยย มีใครรับเซ็ททีมไลฟ์ไหมครับ ไฟลุกมากกกก

ช่วงที่ผมเข้ามาทำแบรนด์ใน TikTok แรกๆ ดันยังไงก็ไม่ไป คลิปที่ยิงแอด GMV Max ก็ไม่ค่อยกินเงินอีก พอปรับลดให้ ROI ต่ำๆก็ขา...
13/03/2026

ช่วงที่ผมเข้ามาทำแบรนด์ใน TikTok แรกๆ ดันยังไงก็ไม่ไป คลิปที่ยิงแอด GMV Max ก็ไม่ค่อยกินเงินอีก พอปรับลดให้ ROI ต่ำๆก็ขาดทุนจนทนไม่ไหว?
ตอนหลังเลยไปโฟกัสที่ Affiliates และทำคลิปให้มีคุณภาพมากขึ้น จากนั้นก็ค่อยๆดีขึ้น แต่ก็ยังติดปัญหาเรื่องการสเกลอยู่ดี มันขายได้ทุกวันนะ แต่อีก 10 ชาติก็คงไม่รวยแน่นอน
จากนั้นผมทดลองอยู่หลายวิธีมากกกกก แต่สุดท้ายก็เหมือนยังเกาไม่ถูกที่คัน บวกกับเราไม่ได้มีทุนในการเทสเยอะ จะยิงแอดแต่ละบาทคิดหนักมากๆ
กลับกันนี่กลายเป็นข้อดีที่ทำให้เราได้รีดศักยภาพของตัวเองออกมาจริงๆ ผมเริ่มกลับมาโฟกัสที่แก่นของการตลาดออนไลน์อย่าง Marketing Funnel
โดยตอนแรกผมก็ยังไม่ได้เชื่อในความคิดของตัวเองเท่าไหร่ เพราะแพลตฟอร์มเขาดันตัว GMV Max เต็มที่ แต่ก็ลองดูหน่อยไม่เสียหายใช่ไหมครับ?
ผมจำได้ว่าเทสไปเป็นเดือนเลยกว่าจะเริ่มจับทางได้ แต่เชื่อไหมว่าหลังจากนั้นแบรนด์ผมยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าเลย ตอนนี้ก็ยังขนลุกไม่หาย
ผมเลยอยากมาแชร์วิธีการบางส่วน ที่ไม่กล้าบอกทั้งหมดเพราะว่ามันอาจจะไม่เหมาะกับธุรกิจของทุกคนครับ! กลัวไปทำตามแล้วพัง เดี๋ยวกลับมาด่าผมอีก 5555
1. หาคอนเทนต์นางฟ้าให้เจอ เพื่อดึงกลุ่มคนที่มีแนวโน้มจะสนใจสินค้าเรา ซึ่งผมจะเรียกว่า Top of the funnel โดยผมจะทำคอนเทนต์ 2 แบบ คือ "Pain Point" (จุดเจ็บปวด) และ "Gain Point" (จุดสร้างความสุข)
2. ตอนเทสผมจะเลือกอย่างต่ำ 10 คอนเทนต์ ถ้าน้อยกว่านี้จะเทสยากมากกกก นอกจากจะทำคอนเทนต์ได้เทพจริงๆ ซึ่งผมจะเลือกปลายทางเป็น TikTok Shop เพื่อหากลุ่มเป้าหมายที่กดคลิกเข้าชมร้านค้า
3. ของผมจะได้ CPC ประมาณ 0.10 บาท ตอนนี้ค่าแอดยังถูกมากๆ เพราะคนที่ยิงแบบนี้น้อยด้วยแหละ แต่เชื่อว่าอนาคตต้องแพงขึ้นแน่นอน และบางคนก็เจอแอดผมหลายคอนเทนต์ ผมเลยตีกลมๆไปว่าต้นทุนต่อการคลิกหนึ่งคนประมาณ 1 บาท (เห็นคอนเทนต์ทั้ง 10 อัน)
4. จากนั้นให้ไปสร้างกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เช่น Product Details Page View , Initiate Checkout , Add to Cart และคนที่เคยซื้อไปแล้ว พอได้แล้วก็สามารถบรอดแคสต์พร้อมกับแจกคูปองได้เลย
5. ส่วนใครที่ยังปิดไม่ได้ ก็สร้างชุดโฆษณาใหม่มาอีกอัน เพื่อทำการรีทาร์เก็ตเอาให้หลอนไปเลย ให้ดีควรทำคอนเทนต์ให้ตรงตามสเตจของลูกค้าที่เราออกแบบใน Marketing Funnel แค่นี้กลุ่มเป้าหมายลูกค้าเราก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ต้องไปพึ่งแค่ GMV Max อย่างเดียวแล้วครับ
ตัวอย่างจริงที่ผมเอามาให้ดูคือ กลุ่มเป้าหมายที่เซ็ทไว้คือ 5,130 คน แต่มีแค่ 567 คนที่เปิดอ่าน และสามารถเปลี่ยนเป็นลูกค้าได้มากถึง 113 คน หรือมูลค่า 50,728 บาท โดยที่ผมใช้ค่าแอดไม่ถึง 5,000 บาทด้วยซ้ำ
ที่สำคัญคือผมสามารถนวดลูกค้ากลุ่มนี้จนกว่าจะซื้อได้อีก เพราะดึงเขาเข้ามาในกรวยการตลาดของผมแล้ว เจอหลอนทั้งคลิปและบรอดแคสต์เลย 5555555
ใครที่ดัน GMV Max แล้วมันไม่ไป ลองเอาวิธีนี้ไปปรับใช้ได้นะครับ ลุยยย

โพสต์นี้ไม่ได้มาขิง แต่อยากมาแชร์ หรือเติมไฟให้กับคนที่เริ่มทำแบรนด์ใหม่ แต่ไม่ได้มีทุนเยอะต้องเข้าใจก่อนว่า...ถ้าจะปั้น...
10/03/2026

โพสต์นี้ไม่ได้มาขิง แต่อยากมาแชร์ หรือเติมไฟให้กับคนที่เริ่มทำแบรนด์ใหม่ แต่ไม่ได้มีทุนเยอะ
ต้องเข้าใจก่อนว่า...ถ้าจะปั้นแบรนด์ให้ติดตลาดในระยะเวลาอันสั้น ต้องใช้งบการตลาดเยอะมากกกกกก ผมเชื่อว่ายิงแอดเดือนละล้านยังไม่การันตีว่าคนจะจำแบรนด์ได้ด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้การแข่งขันมันสูงมากๆ
ถ้าแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักแล้ว จากนั้นลูกค้าส่วนหนึ่งจะค่อยๆไหลไปที่แพลตฟอร์ม Maketplace ดังนั้นนอกจากเราจะเสียค่าแอดแล้ว จะต้องโดนค่าธรรมเนียมอีก พอโดนสองต่อแบบนี้ทำให้หลายแบรนด์เริ่มอยู่ไม่ได้แล้วใช่ไหมครับ?
แต่โจทย์ของเราคือไม่ได้มีเงินไปเผาทิ้งขนาดนั้น ผมเลยต้องกลับหัวคิดใหม่ และทำตรงข้ามกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ชอบทำเลย
คือผมเริ่มต้นสร้างแบรนด์จากแพลตฟอร์ม Maketplace ซึ่งไม่แปลกที่ช่วงแรกแทบไม่มียอดขายเลย เพราะยังไม่มีรู้จักแบรนด์ด้วยซ้ำ แต่วิธีที่ผมชนะคือ
1. การทำ SEO ยึดให้ครบแทบทุกคีย์เวิร์ดเลย และใช้ GMV Max ช่วยตามหลอกหลอนอีกที
2. กองทัพ Affiliates โคตรสำคัญ เลือกกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ และดีลให้เขาช่วยแปะลิงก์ในคลิป ถ้ามีเงินเยอะก็ช่วยยิงแอดได้นะ(เจนโค้ดคลิป)
3. รีวิว คือ Social Proof ที่ดีที่สุด ทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้ามารีวิวให้มากที่สุด(แต่ทำยากสุดละ)
4. เข้าให้ครบทุกแคมเปญ อาจจะเสียค่าธรรมเนียนเยอะหน่อย แต่คุ้มมากกกกก
5. ทำ Performance ร้านให้ดี ให้น่าเชื่อถือ ยิ่งถ้าได้เป็นร้านแนะนำด้วยจะดีมากกกกก
6. ถ้าแอพดำโต แอพส้มก็โตตามไปด้วย พฤติกรรมของลูกค้าสองแพลตฟอร์มนี้คล้ายกันมาก
7. ยิงแอดไม่เป็นเหมือนเผาเงินทิ้ง ตอนนี้การยิงแอดมันง่ายมาก แต่ยิงยังไงให้ได้กำไรยากมาก
จริงๆ ทำไปเยอะมากกกก มากจนไม่รู้ว่าทำอะไรไปบ้าง 555555 เขียนแบบไวๆ เพราะกลัวลืม ไว้ผมนึกออกอีก จะมาเพิ่มให้นะครับ!
ใครที่อ่านจบ หรืออยากรู้เรื่องไหน คอมเมนต์บอกผมหน่อยนะ

ผมลองมาทุกวิธีแล้ว ถ้าแบรนด์ไม่ได้เป็นกระแสจริงๆ ROI 10+ ยากมากกกกกก เหนื่อยมากกกกกกถามว่าทำได้ไหม มันได้แหละ แต่ธุรกิจข...
04/03/2026

ผมลองมาทุกวิธีแล้ว ถ้าแบรนด์ไม่ได้เป็นกระแสจริงๆ ROI 10+ ยากมากกกกกก เหนื่อยมากกกกกก
ถามว่าทำได้ไหม มันได้แหละ แต่ธุรกิจของเราจะอยู่ได้ไหมถ้ามีแค่วันละ 10-20 ออเดอร์? นอกจากยอมลงทุนกับทีมคอนเทนต์โหดๆ
กลับกันถ้าต้องการสเกลไปหลัก 100 ออเดอร์ขึ้นไป แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกดค่าแอดลงมาขนาดนั้นได้
เลิกโฟกัสแค่ ROI หรือ ROAS แต่ทำยังไงก็ได้ให้ LTV ของเรามันสูงแทน เพราะแบรนด์คือเกมยาวจริงๆ
อย่างของผม ROI 5+ ก็อยู่ได้สบายแล้ว เพราะมั่นใจว่าวางโครงสร้างมาดี ทั้งเรื่องราคา ค่านายหน้า ค่าแพลตฟอร์ม หรือแม้แต่ภาษี
ยังไม่รวมไม้สองที่เน้น CRM เป็นหลัก มีทีมโทรดูแลลูกค้า เพราะกลยุทธ์ผมคือใช้แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสในการลีดลูกค้าเข้ากรวย Funnel และสร้าง Brand Awareness
ตอนนี้โลกธุรกิจมันเปลี่ยนไปเยอะมาก ถ้าจะทำการตลาดใน Facebook ก็ต้องใช้วิธีการแบบหนึ่ง หรือเริ่มจาก TikTok ก็ใช้วิธีการแตกต่างกันไป
แต่สุดท้ายทุกแพลตฟอร์มก็ต้องเป็นกลยุทธ์เดียวกัน รวมทุกอย่างให้เป็น Full Funnel แล้วเราจะออกแบบแบรนด์ได้ง่ายขึ้น
ผมไม่เชื่อว่าธุรกิจออนไลน์มันยากขึ้นนะ แค่เมื่อก่อนมันง่ายเกินไปเท่านั้นเอง ต้องเรียนรู้ และปรับตัวกันต่อไป

ทำไม "Think and Grow Rich" ของ Napoleon Hill จึงทำให้คุณรวยได้จริงตั้งแต่การตีพิมพ์ในปี 1937 หนังสือ Think and Grow Rich...
19/08/2025

ทำไม "Think and Grow Rich" ของ Napoleon Hill จึงทำให้คุณรวยได้จริง
ตั้งแต่การตีพิมพ์ในปี 1937 หนังสือ Think and Grow Rich ของ Napoleon Hill ได้กลายเป็นหนึ่งในหนังสือที่มีชื่อเสียงที่สุดเกี่ยวกับความสำเร็จและความมั่งคั่ง นักธุรกิจ ศิลปิน และผู้ที่มีความฝันหลายรุ่นได้รับแรงบันดาลใจจากหน้าหนังสือเล่มนี้
Hill มักจะบอกใบ้เกี่ยวกับ "ความลับ" ตลอดหนังสือของเขา ซึ่งเขาแนะนำว่าผู้อ่านแต่ละคนต้องค้นพบด้วยตนเอง ดังที่ผมก็สนับสนุนให้คุณทำเช่นกัน แต่เบื้องหลังความลึกลับ อุปมา และคำสัญญาอันกล้าหาญทั้งหมดนั้น จริงๆ แล้วมีคำแนะนำเชิงปฏิบัติมากมายที่สมเหตุสมผลจากมุมมองทางจิตวิทยา
ขณะอ่าน ผมพบว่าแนวคิดหลักหลายประการของ Hill สอดคล้องกับสิ่งที่จิตวิทยาสมัยใหม่รู้เกี่ยวกับแรงจูงใจ พฤติกรรม และการทำงานของมนุษย์
การรวยมักเป็นผลลัพธ์ที่ซับซ้อนจากปัจจัยต่างๆ ตั้งแต่สภาพแวดล้อมและพันธุกรรม ไปจนถึงการตัดสินใจและพฤติกรรมของคุณ อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าเมื่อคุณนำกลยุทธ์ที่กล่าวถึงในหนังสือไปใช้ คุณจะเข้าใกล้การเปลี่ยนความปรารถนาในเงินของคุณให้เป็นจริงมากขึ้น
มาดูกันว่า "Think and Grow Rich" ทำให้คุณรวยได้อย่างไร!
1. ความปรารถนาคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ
Hill เริ่มต้นด้วยข้อความที่กล้าหาญ:
"ความมั่งคั่งทั้งหมดเริ่มต้นด้วยความปรารถนา"
แต่เขาไม่ได้พูดถึงความปรารถนาแบบลวกๆ — เขาหมายถึงความปรารถนาที่แรงกล้า ชัดเจน ที่เข้าครอบงำความคิดของคุณและเป็นเชื้อเพลิงให้กับการกระทำในชีวิตประจำวัน สิ่งนี้สอดคล้องกับทฤษฎีการตั้งเป้าหมายสมัยใหม่อย่างน่าประหลาดใจ ซึ่งพบว่าเป้าหมายที่ชัดเจนและท้าทายช่วยเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพอย่างมาก
นักจิตวิทยารู้ว่าเป้าหมายช่วยกำหนดทิศทางความสนใจ เพิ่มพลังความพยายาม และช่วยให้คนเพียรผ่านอุปสรรคต่างๆ ความใฝ่ฝันที่คลุมเครือเช่น "ผมอยากหาเงินให้มากขึ้น" ไม่ค่อยสร้างแรงบันดาลใจให้กับการกระทำ แต่เมื่อคุณตั้งเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง:
"ผมต้องการหารายได้จากการทำฟรีแลนซ์ €10,000 ใน 3 เดือนข้างหน้า"
สมองของคุณจะเริ่มวางแผน ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณต้องทำตั้งแต่ต้นหนังสือ คุณเริ่มติดตามความก้าวหน้า ปรับกลยุทธ์ และจัดลำดับความสำคัญของเวลา ความปรารถนาที่แรงกล้าและเป็นรูปธรรมมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีโอกาสกลายเป็นจริงมากเท่านั้น
2. ศรัทธาและความเชื่อเปลี่ยนความปรารถนาให้เป็นจริง
Hill โต้แย้งว่าความปรารถนาไร้พลังโดยปราศจากความเชื่อ ด้วยคำพูดของเขา คุณต้องมี "ศรัทธา"
ในทางจิตวิทยา สิ่งนี้คล้ายกับ self-efficacy — ความเชื่อในความสามารถของตนเองที่จะบรรลุสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แนวคิดนี้ถูกแนะนำโดย Albert Bandura โดย self-efficacy มีผลต่อเป้าหมายที่คนตั้ง ความพยายามที่ลงทุน และการตอบสนองต่อความล้มเหลว
หากคุณเชื่อว่าคุณสามารถสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหรือบรรลุอาชีพใดอาชีพหนึ่งได้ คุณจะมีแนวโน้มที่จะเริ่มต้นมากขึ้น ยินดีที่จะล้มเหลวมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะลองใหม่อีกครั้ง ตัวอย่างเช่น คนที่ต้องการเปิดธุรกิจโค้ชชิ่งแต่สงสัยในความสามารถของตนเองอาจผัดวันประกันพรุ่งหรือละทิ้งแนวคิดนั้น แต่คนที่มี self-efficacy สูงจะเผชิญกับอุปสรรคเดียวกันและก้าวผ่านมันไป พวกเขาคาดหวังที่จะประสบความสำเร็จ — และมักจะทำได้
3. Autosuggestion: การโปรแกรมจิตใจผ่านการทำซ้ำ
หนึ่งในแนวคิดเด่นของ Hill คือ "autosuggestion" — การพูดคำยืนยันกับตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อโปรแกรมจิตใต้สำนึกใหม่ ฟังดูลึกลับ แต่จิตวิทยาสมัยใหม่ให้คำอธิบายที่มีเหตุผลมากกว่า คำยืนยันที่ทำซ้ำสามารถทำหน้าที่เป็นสัญญาณด้วยวาจาที่หล่อหลอมความสนใจและพฤติกรรมอย่างละเอียดอ่อน พวกมันยังใช้ประโยชน์จาก expectancy effects และ priming ซึ่งมีอิทธิพลต่อวิธีที่เรารับรู้ กระทำ และตัดสินใจในโลกของเรา
Verbal self-cues ทำงานคล้ายกับการกระตุ้นทางจิต — พวกมันเตือนคุณถึงเป้าหมายและอัตลักษณ์ที่ต้องการตลอดวัน ทำให้มันอยู่ในใจเสมอเมื่อต้องเลือก น่าสนใจที่การพูดกับตนเองเชิงบวกดูเหมือนจะมีผลต่อประสิทธิภาพอย่างจำกัด ในขณะที่การพูดกับตนเองเชิงลบสามารถลดประสิทธิภาพได้อย่างมาก
Expectancy effects หมายถึงวิธีที่ความเชื่อของเราหล่อหลอมพฤติกรรม หากคุณคาดหวังว่าจะมั่นใจหรือประสบความสำเร็จ คุณจะมีแนวโน้มที่จะทำในสิ่งที่ทำให้ความเชื่อนั้นเป็นจริง
Priming เพิ่มอีกชั้นหนึ่ง: การสัมผัสซ้ำกับคำหรือแนวคิดบางอย่างสามารถมีอิทธิพลต่อวิธีที่เราตีความสถานการณ์และการกระทำที่เราทำ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่กลเม็ด — พวกมันเป็นส่วนหนึ่งของวิธีที่สมองของเรากรองและตอบสนองต่อโลก
ตัวอย่างเช่น การบอกตนเองว่า "ผมกำลังกลายเป็นนักเจรจาที่มั่นใจ" ทุกเช้าไม่ได้เปลี่ยนทักษะของคุณอย่างมหัศจรรย์ — แต่มันอาจเปลี่ยนพฤติกรรมของคุณในทางเล็กๆ คุณอาจมีแนวโน้มที่จะพูดมากขึ้น เตรียมตัวให้ดีขึ้น หรือไตร่ตรองสิ่งที่ได้ผล เมื่อเวลาผ่านไป การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ เหล่านี้จะสะสมกัน
Autosuggestion ไม่ใช่เวทมนตร์ — มันคือการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงโดยไม่รู้สึกตัวในความคิดและความสนใจไปสู่การตัดสินใจและพฤติกรรมที่สร้างสรรค์
4. การจินตนาการความสำเร็จเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการกระทำ
Hill บอกให้ผู้อ่านจินตนาการตนเองว่าได้ครอบครองความมั่งคั่งและความสำเร็จแล้ว
จิตวิทยาสมัยใหม่สนับสนุนสิ่งนี้ผ่านการวิจัยเกี่ยวกับ mental imagery และ implementation intentions Mental imagery ช่วยให้คุณซ้อมการกระทำในอนาคตในใจ ในขณะที่ implementation intentions ช่วยให้คุณวางแผนว่าเมื่อไหร่ ที่ไหน และอย่างไรที่จะดำเนินการ
ยกตัวอย่างนักธุรกิจหน้าใหม่ที่กำลังเตรียมตัวนำเสนอโครงการ การจินตนาการถึงช่วงเวลานั้น — ยืนหน้านักลงทุน พูดอย่างชัดเจน จัดการกับคำถาม — สามารถช่วยลดความวิตกกังวลและเพิ่มความมั่นใจได้
เพิ่มแผนเฉพาะเจาะจงเช่น "หากผมตื่นตอน 7 โมงเช้า ผมจะใช้เวลา 30 นาทีปรับปรุงการนำเสนอ" และคุณกำลังเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เป็นการปฏิบัติ
คุณจินตนาการความสำเร็จอย่างชัดเจนและเชื่อมโยงกับการกระทำมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีโอกาสเป็นจริงมากเท่านั้น
5. ความรู้เฉพาะทางเอาชนะความรู้ทั่วไป
Hill เน้นความสำคัญของความรู้เฉพาะทางมากกว่าข้อมูลทั่วไป ในโลกปัจจุบัน คำแนะนำนี้มีน้ำหนักมากขึ้น การวิจัยเกี่ยวกับ deliberate practice แสดงให้เห็นว่าความเชี่ยวชาญสร้างขึ้นผ่านความพยายามที่มุ่งเน้นในสาขาเฉพาะ — ไม่ใช่การเรียนรู้แบบกว้างและลวกๆ
คิดถึงคนที่มุ่งเน้นในการเรียนรู้ทักษะเฉพาะเจาะจงเช่น SEO การลงทุน หรือแม้แต่การเขียน แทนที่จะกระโดดไปมาระหว่างหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง พวกเขาแบ่งทักษะออกเป็นส่วนๆ ฝึกฝนด้วยคำติชม และพัฒนาระดับอย่างมีเจตนา
เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะไม่ได้รับเงินแค่จากงานของคุณ — แต่จากการตัดสินใจ การตัดสินใจ และคุณค่าที่มาจากความรู้เฉพาะทางของคุณ นั่นคือวิธีที่ผู้แสดงระดับท็อปสร้างความสามารถ — และมักจะสร้างความมั่งคั่ง
6. พลังของความเพียร
Hill เรียกความเพียรว่าเป็นส่วนผสมลับเบื้องหลังเรื่องราวความสำเร็จทุกเรื่อง
นักจิตวิทยา Angela Duckworth นำเสนอสิ่งนี้หลายทศวรรษต่อมาด้วยแนวคิดของ grit — ความหลงใหลและความอดทนในระยะยาว แม้ว่าพรสวรรค์และสติปัญญาจะเท่าเทียมกัน grit มักจะสร้างความแตกต่าง
ความเพียรไม่ได้หมายถึงการทำสิ่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า หมายถึงการปรับตัว เรียนรู้ และดำเนินต่อไปแม้ว่าความก้าวหน้าจะช้า
ฟรีแลนซ์เซอร์ที่คอยปรับปรุงพอร์ตโฟลิโอ ส่งอีเมลเย็น และปรับปรุงหลังจากถูกปฏิเสธ กำลังสร้างมากกว่ารายได้ — พวกเขากำลังสร้างนิสัยทางจิตวิทยาของความยืดหยุ่น ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการพบความสำเร็จสักวันหนึ่ง
7. กลุ่ม Mastermind: ความสำเร็จเป็นเรื่องสังคม
Hill อ้างว่าการจัดตัวเองให้อยู่กับเพื่อนที่ฉลาดและมีแรงผลัก — "mastermind" — สร้างผลกระทบที่เสริมกัน วันนี้เรารู้ว่าทุนทางสังคม การเรียนรู้จากเพื่อน และการรับรู้แบบกระจายเป็นแรงขับที่ทรงพลังของประสิทธิภาพ แนวคิดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าแนวคิด ความรับผิดชอบ และแรงจูงใจสามารถขยายได้ในการตั้งค่ากลุ่ม
นี่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี — มันปรากฏในชีวิตจริง หนึ่งในตัวอย่างสมัยใหม่ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ PayPal Mafia: กลุ่มอดีตพนักงานและผู้ก่อตั้ง PayPal ที่ไปสร้างบริษัทเช่น Tesla, LinkedIn, YouTube, Yelp และ Palantir ความสำเร็จของพวกเขาไม่ได้มาจากความฉลาดส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว — มันมาจากการแบ่งปันแนวคิด สนับสนุนกิจการของกันและกัน และยังคงทำงานร่วมกันหลายปีหลังจาก PayPal ถูกขาย
กลุ่ม Mastermind ให้ข้อเสนอแนะ ขยายการเข้าถึงทรัพยากร และเพิ่มความผูกพันทางจิตวิทยา ตัวอย่างเช่น ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัปในกลุ่มดังกล่าวอาจได้รับความช่วยเหลือโดยตรงเกี่ยวกับการระดมทุน ได้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ หรือพบแรงจูงใจใหม่โดยการได้ยินชัยชนะและความดิ้นรนของคนอื่น
ความสำเร็จไม่เกิดขึ้นในสุญญากาศ — มันเกิดขึ้นในชุมชน
8. การตัดสินใจอย่างเฉียบขาด
Hill เตือนไม่ให้ลังเลและสรรเสริญการตัดสินใจที่รวดเร็วและแน่วแน่ การวิจัยสมัยใหม่สนับสนุนเขา: คนที่มี internal locus of control — ความเชื่อว่าพวกเขาสามารถมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ในชีวิตของพวกเขา — มีแนวโน้มที่จะใช้ความคิดริเริ่มมากขึ้น ยืนหยัดในการเผชิญกับความท้าทายได้นานขึ้น และรู้สึกเป็นเจ้าของการกระทำของตนมากขึ้น
ความคิดนี้มีบทบาทสำคัญในวิธีที่เราเข้าหาการตัดสินใจ หากคุณเชื่อว่าทางเลือกของคุณมีความสำคัญ คุณจะมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจด้วยความมั่นใจมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม คนที่มี external locus of control — ที่เห็นผลลัพธ์ว่าขึ้นอยู่กับโชค ชะตากรรม หรือคนอื่นๆ — มักจะผัดผ่อนการตัดสินใจหรือหลีกเลี่ยงไปเลย เพราะพวกเขารู้สึกไร้อำนาจที่จะมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์อยู่ดี
การลังเลมักเกิดจากความกลัว ความสมบูรณ์แบบ หรือการคิดมากเกินไป แต่คนที่พัฒนาระบบการตัดสินใจ — เช่น การกำหนดกำหนดเวลาส่วนตัว การจำกัดทางเลือก หรือการเชื่อใจสัญชาตญาณในเรื่องที่เสี่ยงน้อย — จะปลดปล่อยพื้นที่ทางจิตเพื่อปฏิบัติ ทำซ้ำ และเรียนรู้ ในการสร้างความมั่งคั่งและธุรกิจ ความล่าช้ามักหมายถึงโอกาสที่พลาดไป ดังที่ Hill อาจจะพูดว่า:
"ความชัดเจน ความมั่นใจ และความเร็วเอาชนะการลังเลทุกครั้ง"
9. จิตใต้สำนึกในฐานะนักแก้ปัญหา
Hill เชื่อว่าจิตใต้สำนึกเป็นพันธมิตรที่สร้างสรรค์ ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังอยู่เสมอเพื่อช่วยแก้ปัญหาและสร้างแนวคิดใหม่ๆ จิตวิทยาสมัยใหม่เรียกกระบวนการนี้ว่า incubation — ปรากฏการณ์ที่การก้าวออกจากปัญหาทำให้จิตใจของคุณยังคงทำงานกับมันในเบื้องหลัง
Incubation ได้ผลเพราะหลังจากที่คุณมุ่งเน้นกับปัญหาอย่างมีสติแล้ว สมองของคุณไม่ได้หยุดทำงาน — มันยังคงประมวลผลข้อมูลโดยที่คุณไม่รู้ตัว
กิจกรรมใต้สำนึกนี้ช่วยสร้างความเชื่อมโยงใหม่ระหว่างแนวคิด มักนำไปสู่ข้อมูลเชิงลึกหรือการแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์เมื่อคุณไม่ได้คิดถึงปัญหานั้นอย่างจริงจัง นี่คือเหตุผลที่คุณอาจมีแนวคิดที่ดีที่สุดขณะอาบน้ำหรือเดินเล่น: จิตใจของคุณมีอิสระที่จะเร่ร่อนและสร้างความสัมพันธ์ที่คุณอาจไม่ได้สังเกตมาก่อน
การวิจัยโดย Sio & Ormero (2009) สนับสนุนกระบวนการนี้ผ่านการศึกษาความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหา Incubation ทำงานได้ดีเป็นพิเศษเมื่อคุณได้ลงทุนความพยายามในการทำความเข้าใจปัญหาหรือรวบรวมข้อมูล หลังจากนั้น การให้พื้นที่ตนเองในการก้าวออกไป — ไม่ว่าจะผ่านการผ่อนคลาย การเบี่ยงเบนความสนใจ หรือการทำกิจกรรมอื่น — จะช่วยให้สมองของคุณพบมุมมองและแนวทางแก้ไขใหม่ๆ
อีกครั้ง มันไม่ใช่เรื่องลึกลับจริงๆ แต่เป็นกลไกทางจิตที่ฉลาดที่ทำให้การค้นพบครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อคุณคาดหวังน้อยที่สุด
10. S*x Transmutation: การจัดการพลังงานและการมุ่งเน้น
หนึ่งในแนวคิดที่แปลกใหม่ของ Hill คือ s*x transmutation — แนวคิดของการเปลี่ยนเส้นทางพลังงานทางเพศให้เป็นความทะเยอทะยานและแรงขับสร้างสรรค์ แม้ว่าจะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนเพียงเล็กน้อยที่สนับสนุนแนวคิดนี้โดยเฉพาะ แต่ก็ดูเหมือนจะมีความคล้ายคลึงกับแนวคิดที่เรียกว่า sublimation: การเปลี่ยนอารมณ์ที่แรงกล้า แม้แต่อารมณ์เชิงลบ ให้เป็นการกระทำที่สร้างสรรค์
Sublimation คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณนำพลังงานอารมณ์ดิบ เช่น ความโกรธ ความหงุดหงิด หรือความปรารถนา มาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับสิ่งที่เป็นบวก ตัวอย่างเช่น รู้สึกโกรธและเลือกที่จะไปยิมแทนการระเบิดอารมณ์
มันไม่ใช่เรื่องการปราบปรามอารมณ์ แต่เป็นการเปลี่ยนเส้นทางความเข้มข้นของพวกมันไปสู่สิ่งที่สร้างคุณแทนที่จะทำลายคุณ
อย่างกว้างขึ้น หลักการของการจัดการพลังงานอารมณ์ได้รับการสนับสนุนจากการวิจัยด้านผลิตภาพสมัยใหม่ ผู้ที่มีประสิทธิภาพสูงมักสร้างกิจวัตรที่ช่วยให้พวกเขามุ่งเน้น ลดสิ่งรบกวน และเปลี่ยนแรงกระตุ้นของพวกเขาให้เป็นการกระทำที่สม่ำเสมอ ไม่ว่าความปรารถนาทางเพศจะมีบทบาทโดยเฉพาะหรือไม่
ทักษะที่แท้จริงคือการเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์และแรงกระตุ้นของคุณและใช้พลังงานนั้นเพื่อมุ่งเน้นไปที่การกระทำที่เป็นประโยชน์ต่อเป้าหมายทางการเงิน สร้างสรรค์ และส่วนตัวของคุณ
11. ความกลัว: ผู้ทำลายล้างสูงสุด
Hill โต้แย้งว่าความกลัว — ของความล้มเหลว ความยากจน การวิจารณ์ — เป็นเหตุผลหลักที่คนไม่เคยไล่ตามเป้าหมายของตน จิตวิทยาสนับสนุนสิ่งนี้ Avoidance motivation และ cognitive distortions สามารถดักคนให้อยู่ในวงจรของการไม่กระทำ
Avoidance motivation คือแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่ความไม่สบายใจหรือผลลัพธ์เชิงลบ
มันเป็นเหตุผลที่คุณอาจผัดผ่อนการตัดสินใจที่สำคัญหรือหลีกเลี่ยงการเสี่ยง แม้ว่าผลตอบแทนที่อาจได้จะสูง แรงจูงใจนี้มักเกิดจากความปรารถนาที่จะอยู่อย่างปลอดภัยและหลีกเลี่ยงความล้มเหลว ซึ่งสามารถทำให้เราติดอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ตอบสนองเป้าหมายระยะยาวของเรา
Cognitive distortions เป็นรูปแบบความคิดที่ไร้เหตุผลที่สามารถขยายความกลัวและจำกัดศักยภาพของเรา ตัวอย่างเช่น คนคนหนึ่งอาจทำให้เหตุการณ์ดูเลวร้าย โดยสมมติว่าผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดจากการเสี่ยง หรือมีส่วนร่วมในการคิดแบบทั้งหมดหรือไม่มีเลย ที่พวกเขาเชื่อว่าความล้มเหลวในหนึ่งพื้นที่หมายถึงความล้มเหลวโดยสมบูรณ์
รูปแบบความคิดที่บิดเบือนเหล่านี้สามารถสร้างคำทำนายที่เป็นจริงด้วยตัวเอง ที่เราหลีกเลี่ยงการกระทำเพราะความคิดของเราได้โน้มน้าวเราถึงความล้มเหลวก่อนที่เราจะลองทำดู
ความกลัวทำให้การตัดสินใจมัวหมอง จำกัดความสนใจ และทำให้เราอยู่ในเขตสบาย คนที่กลัวความไม่มั่นคงทางการเงินอาจอยู่ในงานที่ทำให้เหนื่อยใจแทนที่จะไล่ตามงานฟรีแลนซ์ แม้ว่าพวกเขาจะมีทักษะที่จะทำมันได้
# # # บทสรุป
Napoleon Hill อาจไม่ได้มีการเข้าถึงเครื่อง MRI หรือวารสารที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ แต่ข้อมูลเชิงลึกของเขาหลายอย่างคาดการณ์สิ่งที่จิตวิทยาจะยืนยันในภายหลัง
แนวคิดของเขา เมื่อแปลเป็นหลักการที่อิงหลักฐาน เสนอมากกว่าแค่แรงบันดาลใจ — พวกมันเสนอแผนที่นำทาง
เมื่อผมหยิบ Think and Grow Rich ขึ้นมาครั้งแรก ผมไม่ได้คาดหวังว่ามันจะสอดคล้องกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้ดีขนาดนี้ แต่เมื่อมองผ่านเลนส์ทางจิตวิทยาในขณะที่ลอกภาษาแบบเก่าออก คุณจะเหลือสิ่งที่เหนือกาลเวลาอย่างน่าประหลาด:
"ความสำเร็จไม่ใช่แค่เรื่องการปรารถนาอย่างแรงกล้า — มันเกี่ยวกับวิธีที่เราคิด สิ่งที่เราเชื่อ คนที่เราอยู่รอบตัว และวิธีที่เราทำเมื่อสิ่งต่างๆ ยากลำบาก"
สำหรับผม สิ่งที่ได้จากหนังสือเล่มนี้มากที่สุดคือ: คุณไม่จำเป็นต้องทำตามหลักการทุกข้ออย่างตรงไปตรงมา แต่การเข้าใจว่าทำไมแนวคิดเหล่านี้ถึงได้ผลทำให้พวกมันมีประโยชน์มากขึ้น เมื่อคุณผสมผสานเป้าหมายที่ชัดเจนกับความคิดและพฤติกรรมที่ถูกต้อง นั่นคือเมื่อสิ่งต่างๆ เริ่มเคลื่อนไหวจริงๆ และหากคุณสามารถสร้างสิ่งนั้นบนรากฐานของการตระหนักรู้ในตัวเองและกลยุทธ์ที่อิงหลักฐาน? ยิ่งดีไปใหญ่ใช่ไหมครับ

งานแห่งปีจริงๆ ใครพลาดเสียดายแย่มัดรวม Speaker ตัวเต็งกว่า 50+ คน จากทั่ววงการ E-commerce!ทั้งกูรู อินฟลูเอนเซอร์ Conten...
14/08/2025

งานแห่งปีจริงๆ ใครพลาดเสียดายแย่
มัดรวม Speaker ตัวเต็งกว่า 50+ คน
จากทั่ววงการ E-commerce!
ทั้งกูรู อินฟลูเอนเซอร์ Content Creator
และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ชั้นนำ
มาอัปเดตเครื่องมือ AI เทคนิคการค้าออนไลน์
ดันธุรกิจของคุณให้ปังก่อนใคร
ในงาน Thailand E-Commerce Expo 2025
งานเดียวครบ จบเรื่อง E-commerce
------------------------------------------
🗓️ 15-16 สิงหาคม 2025
⏰ 10:00 - 19:00 น.
📍True Icon Hall ICONSIAM ชั้น 7
🎯 ลงทะเบียนฟรี https://ecomexpo.short.gy/register

7.7 ครั้งแรก คนอื่นเขาได้วันละล้านกันส่วนเราค่อยๆไต่ไปละกัน 5555 แค่นี้ก็ภูมิใจแล้วตอนนี้ยังไม่ไลฟ์ ไม่ทำคลิป และไม่ยิงแ...
08/07/2025

7.7 ครั้งแรก คนอื่นเขาได้วันละล้านกัน
ส่วนเราค่อยๆไต่ไปละกัน 5555 แค่นี้ก็ภูมิใจแล้ว
ตอนนี้ยังไม่ไลฟ์ ไม่ทำคลิป และไม่ยิงแอด
ใช้พลังของแอฟฟิลิเอตอย่างเดียว แต่หลังจากนี้ต้องรีบแล้ว
เป็นการเริ่มต้นแบรนด์ใหม่ สินค้าใหม่
และที่สำคัญคือทำเองหมด ลุยทุกแพลตฟอร์มเลย
ขอบคุณทุกคนที่ช่วยซัพพอร์ตครับ
ขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมแพ้ และลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง
#100ล้านก็แค่ปากซอย #ลุยยยย

4 เหตุผลที่องค์กร คนทำงาน และคนทำธุรกิจ ไม่ควรพลาดงาน CTC2025ทำงานก็หนักขึ้น แต่ไม่แน่ใจว่า “กำลังไปถูกทางหรือเปล่า”ทีมก...
03/07/2025

4 เหตุผลที่องค์กร คนทำงาน และคนทำธุรกิจ ไม่ควรพลาดงาน CTC2025
ทำงานก็หนักขึ้น แต่ไม่แน่ใจว่า “กำลังไปถูกทางหรือเปล่า”
ทีมก็เหนื่อย องค์กรก็เปลี่ยน เครื่องมือก็มาไวเกินจะตามทัน
เทคโนโลยีก้าวไกล แต่คนในทีมยังคุยกันไม่เข้าใจ
ไอเดียเยอะ แต่ไม่มีพื้นที่ให้ลอง ไม่มีคนฟัง ไม่มีไฟ
💼 ทำธุรกิจในปีที่โลกเปลี่ยนไวขนาดนี้…จะอยู่รอดได้ ต้องรู้ให้ทัน และลงมือให้เร็ว
CREATIVE TALK Conference คืองานอัปเดตเทรนด์ที่คุณควรรู้ ซึ่งในปีนี้มา มาใน Theme ของ "THE FUTURE IS WORTH A THOUSAND WORDS" อนาคตไม่ใช่แค่เรื่องของวันพรุ่งนี้ แต่คือสิ่งที่เราเลือกทำในวันนี้ เพราะอนาคตมีหลากความหมาย หลายคำจำกัดความ มากด้วยวิธีการจะไปให้ถึง “คำถามจึงไม่ใช่อนาคตจะเป็นอย่างไร แต่คือคุณจะสร้างสรรค์อนาคตของคุณได้อย่างไร” จึงเป็นพื้นที่ให้คุณมองเห็นอนาคตและโอกาสไปพร้อมกัน เพื่อให้เรามาร่วมกันออกแบบ "อนาคตที่มีคุณค่า ในแบบของเราเอง
และนี่คือ 4 เหตุผลที่คุณ (และทีม) ไม่ควรพลาดงาน SUPALAI Presents CREATIVE TALK CONFERENCE 2025 งานที่จะช่วยคุณ อัปเดตความรู้ เติมมุมคิด และรีชาร์จพลังทีม เพื่อพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง
📆 4–5 กรกฎาคม 2025
📍 BHIRAJ Hall, BITEC Bangna
🎟 บัตรเข้างานราคา 1,990.- ดูย้อนหลังได้ 6 เดือน!
พิเศษ! เปิดตี้ 4 คน จ่ายในราคา 7,500.- (ตกใบละ 1,875.-)
ซื้อบัตรได้ที่ 👉 https://bit.ly/44zvbtO

เป็นงานที่ปุ๊ปปั๊ปมากกกกก แต่ทุกคนก็ยังรีบลงทะเบียนมากัน กราบขอบคุณจากใจเลยครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน!จริงๆเกือบจะไม...
26/06/2025

เป็นงานที่ปุ๊ปปั๊ปมากกกกก แต่ทุกคนก็ยังรีบลงทะเบียนมากัน กราบขอบคุณจากใจเลยครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน!
จริงๆเกือบจะไม่ได้จัดแล้ว เพราะช่วงนี้ติดงานหลายอย่างเลย แต่ก็กลัวจะตามโลกไม่ทัน เลยต้องทักไปชวนพี่ๆที่เป็นตัวเทพในวงการให้มาช่วยปล่อยของหน่อย
และสปีกเกอร์ทุกคนก็ติดงาน ติดสอน แต่สุดท้ายก็เลื่อนงานอื่นออกไป กราบขอบคุณพลังการซัพพอร์ตนี้มากๆครับ ใครที่พลาดรู้สึกเสียดายแทนจริงๆ
ซึ่งงานรอบนี้มาในธีมที่โคตรลึก คือเรื่อง AI Automation แต่ถ้าเราเข้าใจและใช้มันเป็น สามารถลดงานได้ 80% เลย และประสิทธิภาพที่ได้อาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
คนแรกคือ ดร.โต ผู้มาก่อนกาล รอบก่อนแอบปล่อยของเรื่อง AI Automation ซึ่งตอนนั้นผมยังตามไม่ทันจริงๆ แต่รอบนี้ผมพอมีความรู้บ้างแล้ว เชื่อว่าใครที่ได้ฟังต้องได้ของดีกลับไปเยอะแน่นอน
คนที่สองคือ พี่พอล เทพคอนเทนต์ที่ใช้ AI ได้โคตรโหด แค่ตัว Custom GPT ก็ช่วยเซฟเวลาผมเยอะมาก แถมยังทำงานได้ดีกว่าตัวผมเอง 10 เท่าเลย ครั้งนี้ผมเลยติ้นเต้นมากๆว่าพี่พอลจะมีของใหม่อะไรบ้าง
คนที่สามคือ พี่ตี๋ อดีตโปรดิวเซอร์มือทองที่มาลุย AI แบบเต็มตัว เรื่องคอนเทนต์ทั้งรูป เสียง และคลิป บอกเลยว่าหาคนที่เทพยากมาก แต่พี่ตี๋รับจบจริงๆ
และคนสุดท้าย เพื่อนบ๊วยของผมเอง ที่นานๆจะออกจากถ้ำมาปล่อยของที แต่ทุกครั้งที่ได้ฟังคือเปิดโลกมากกกก ซึ่งรอบนี้จะมาแชร์เรื่อง AI ที่ช่วยเรื่องยิงแอด และการตอบแชทแทนแอดมิน
ไม่ว่าโลกเราจะหมุนไว หรือเปลี่ยนแปลงเร็วแค่ไหน แต่ชีวิตเราต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพื่อพาธุรกิจไปอยู่หัวแถวให้ได้แบบเรื่องสงครามส่งด่วน ฮ่าๆๆๆๆ
ขอบคุณทุกคนที่ลงทะเบียนมา ผมขอเหมาสถานที่เรียบร้อยเพื่อความเป็นส่วนตัว แล้วเจอกันวันเสาร์นี้นะครับ ลุยยยย!

16/04/2025

ปีนี้เผาจริงแล้ว เอายังไงกันต่อดีในปี 2025
#การตลาดออนไลน์

ที่อยู่

Bangsaen , Chonburi
Chon Buri
20130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BIZTALKผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง BIZTALK:

แชร์