Trader House ข่าวสารเศรษฐกิจโลกที่สำคัญ

NZDUSDตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงได้รับแรงหนุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ที่เริ่มผ่อนคลายลง ยังคงช่วย...
14/08/2026

NZDUSD

ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงได้รับแรงหนุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ที่เริ่มผ่อนคลายลง ยังคงช่วยเสริมความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม

ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI กลับมาเป็นผู้นำตลาดอีกครั้ง ทำให้บรรยากาศโดยรวมยังคงอยู่ในภาวะ Risk-on ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะหากตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง

สำหรับ NZDUSD หรือ Kiwi ราคากำลังฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนไปพร้อมกับการ Breakout ของดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นสัญญาณที่สอดคล้องกับภาพของตลาดที่ยังอยู่ในภาวะ Risk-on

ดังนั้น ตามที่เคยกล่าวและเน้นย้ำไว้ก่อนหน้านี้ มีโอกาสที่ NZDUSD จะเดินหน้าขึ้นต่อ โดยอาจเข้าสู่ Wave (iii) ของโครงสร้างขาขึ้นแบบ 5 คลื่น ภายใน Wave “c”

ตราบใดที่ตลาดหุ้นยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้นไว้ได้ ภาพของ NZDUSD ก็ยังมีโอกาสได้รับแรงหนุนให้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากแรงกดดันต่อดอลลาร์สหรัฐที่อาจเพิ่มขึ้นหาก Treasury Bonds ยังคงฟื้นตัวต่อไป

นี่คือสิ่งที่คุณควรรู้ในวันที่ 14 สิงหาคม- ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์เล็กน้อยที่ 4.7% เมื่อเทียบก...
14/08/2026

นี่คือสิ่งที่คุณควรรู้ในวันที่ 14 สิงหาคม

- ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์เล็กน้อยที่ 4.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน เทียบกับที่คาดการณ์ไว้ที่ 4.9% ซึ่งออกมาพร้อมกับรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่คาดการณ์จากซอฟต์แวร์

- ยอดขายปลีกของสหรัฐฯ คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนกรกฎาคม หลังจากลดลงในระดับเดียวกันในเดือนมิถุนายน เศรษฐกิจอเมริกันขึ้นอยู่กับการช้อปปิ้ง และภาวะเงินเฟ้อไม่ได้หยุดยั้งการบริโภคที่ไม่หยุดยั้งนี้

- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของมหาวิทยาลัยมิชิแกนสำหรับเดือนสิงหาคม อาจลดลงเล็กน้อยเนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้น

- รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังวางแผนมาตรการทางเศรษฐกิจใหม่ต่ออิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เก่า/ใหม่ของการกดดันสูงสุด ราคาน้ำมันยังคงทรงตัว เนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมาก

- อย่างไรก็ตาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายงานว่าเรือสองลำถูกโจมตี แสดงให้เห็นว่าปฏิบัติการทางทหารยังไม่สิ้นสุด

- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ สั่งเก็บภาษีนำเข้าโดรนเพิ่มขึ้นอีก โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง

14/08/2026

ค่ำวันศุกร์ไม่สนุกได้ไง เจอกัน 20:00 Live ชนเปิดตลาดสหรัฐ พูดคุยก่อนสุดสัปดาห์พาเพลิน 2 ช่องทาง Youtube และ Facebook

ระบบสนับสนุน สมาชิก TraderHouse > รายเดือน 900 บาท (จากปกติ 1,099 บาท)สิทธิพิเศษที่ได้รับ- ข่าวเศรษฐกิจสำคัญ กลยุทธ์และม...
14/08/2026

ระบบสนับสนุน สมาชิก TraderHouse

> รายเดือน 900 บาท (จากปกติ 1,099 บาท)
สิทธิพิเศษที่ได้รับ
- ข่าวเศรษฐกิจสำคัญ กลยุทธ์และมุมมองตลาดจากข่าว,บทวิเคราะห์
- รับสิทธิ์เข้าเรียนคอร์สออนไลน์ฟรี

> ราย 3 เดือน 2,400 บาท ( จากปกติ 2,899 บาท)
สิทธิพิเศษที่ได้รับ
- ข่าวเศรษฐกิจสำคัญ กลยุทธ์และมุมมองตลาดจากข่าว,บทวิเคราะห์
- รับสิทธิ์เข้าเรียนคอร์สออนไลน์ฟรี

> ราย 6 เดือน 4,200 บาท ( จากปกติ 5,399 บาท)
สิทธิพิเศษที่ได้รับ
- ข่าวเศรษฐกิจสำคัญ กลยุทธ์และมุมมองตลาดจากข่าว,บทวิเคราะห์
- รับสิทธิ์เข้าเรียนคอร์สออนไลน์ฟรี

ขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่สนับสนุน TraderHouse ด้วยครับ

Nasdaq เบรกและรีเทส Bull Flag พร้อมยืนยันโครงสร้าง Ascending TriangleNasdaq ยังคงเดินหน้าต่อในภาพขาขึ้น หลังสามารถเบรกออ...
14/08/2026

Nasdaq เบรกและรีเทส Bull Flag พร้อมยืนยันโครงสร้าง Ascending Triangle

Nasdaq ยังคงเดินหน้าต่อในภาพขาขึ้น หลังสามารถเบรกออกจากกรอบ Bull Flag และที่น่าสนใจคือบริเวณที่ราคาเข้ามารีเทสหลัง Breakout ยังเป็นจุดเดียวกับแนวรับของ Ascending Triangle อีกด้วย

ทำให้การรีเทสรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการกลับมาทดสอบ Bull Flag เท่านั้น แต่ยังเป็นการทดสอบโครงสร้าง Ascending Triangle ที่เพิ่งถูกเบรกขึ้นมาเช่นกัน หากสามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ โครงสร้างขาขึ้นจะยิ่งมีความแข็งแรงมากขึ้น

การเคลื่อนไหวตั้งแต่บริเวณ EMA 200 ของ Timeframe Day ถือว่าร้อนแรงมาก Nasdaq สามารถฟื้นตัวขึ้นมาจากแนวรับดังกล่าวและทะลุขึ้นมายืนเหนือระดับ 30,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จ

ปัจจุบันราคากำลังพยายามรักษาระดับเหนือ 30,000 ดอลลาร์ โดยบริเวณนี้กำลังสร้างฐานรองรับ ซึ่งสอดคล้องกับ Fibonacci 0.764

อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญที่ยังคงต้องจับตาคือบริเวณ Fibonacci 0.618 ที่ 29,885 จุด เพราะเป็นระดับที่ทำหน้าที่เป็นจุด Retest ของ Breakout หากราคายังสามารถยืนเหนือ 29,885 ได้ โครงสร้าง Bullish ยังถือว่าได้เปรียบ

เป้าหมายถัดไปอยู่ที่

Fibonacci 1.818 บริเวณ 30,630 จุด

จากนั้นเป็นบริเวณ Old Order Block Cluster ที่ 30,750–30,800 จุด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโซน Supply สำคัญที่ต้องจับตา หาก Nasdaq สามารถผ่านบริเวณนี้ไปได้ โมเมนตัมขาขึ้นจะมีโอกาสขยายตัวต่อ

และถ้ามองจาก Symmetry ของ Bull Flag แบบเต็มโครงสร้าง เป้าหมายทางเทคนิคสามารถลากขึ้นไปได้ไกลถึงบริเวณ 33,333 จุดเลยทีเดียว

ดังนั้นในมุม Technical ภาพปัจจุบันยังค่อนข้างแข็งแรง

Breakout Bull Flag เกิดขึ้นแล้ว

Retest เกิดขึ้นบริเวณเดียวกับโครงสร้าง Ascending Triangle

ราคายังรักษาระดับเหนือ 30,000 จุด

Fibonacci 0.618 ที่ 29,885 จุดยังทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ

เป้าหมายระยะถัดไปอยู่ที่ 30,630 และ 30,750–30,800 จุด

ส่วนเป้าหมายจาก Symmetry ของ Bull Flag อยู่บริเวณ 33,333 จุด

ด้านปัจจัยพื้นฐานยังมีแรงสนับสนุนต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะภาพรวมเศรษฐกิจและนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ยังเป็นแรงหนุนต่อ Sentiment ของตลาด

แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลาง เพราะหากสถานการณ์ยกระดับขึ้น โดยเฉพาะหากกระทบต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ อาจทำให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านดอกเบี้ยอีกครั้ง

ดังนั้น Nasdaq ตอนนี้ยังอยู่ในโหมด Bullish แต่บริเวณ 29,885 จุดคือระดับที่ต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ เพราะนี่ไม่ใช่แค่แนวรับธรรมดา แต่เป็นจุดที่บอกว่าการ Breakout ครั้งนี้กำลังได้รับการยืนยัน หรือกำลังกลายเป็น False Breakout

WTI Crude Oil: ราคาน้ำมันกำลังติดอยู่ใน “Noise Zone” และตลาดกำลังรอการเลือกทางWTI ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 81.27 ดอลลาร์ แล...
14/08/2026

WTI Crude Oil: ราคาน้ำมันกำลังติดอยู่ใน “Noise Zone” และตลาดกำลังรอการเลือกทาง

WTI ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 81.27 ดอลลาร์ และกำลังเคลื่อนไหวอยู่บริเวณกลางกรอบที่ตลาดรักษาเอาไว้นานประมาณ 6 สัปดาห์

ด้านบนคือ 93.50 ดอลลาร์

ด้านล่างคือ 67.04 ดอลลาร์

ทุกความเคลื่อนไหวระหว่างสองระดับนี้ สำหรับตอนนี้ยังถือเป็น Noise

Noise ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าราคาไม่มีความสำคัญ แต่หมายถึงการเคลื่อนไหวที่อาจทำให้ Position ระยะสั้นมีกำไรหรือขาดทุน สามารถทำให้เกิด Stop Loss ได้ทั้งสองฝั่ง แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง Macro Trend ของน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ

ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม WTI แกว่งตัวมากกว่า 20 ดอลลาร์ภายในกรอบดังกล่าว เทรดเดอร์ถูก Stop ทั้งฝั่ง Long และ Short มาแล้วหลายรอบ แต่ภาพใหญ่ของตลาดยังไม่ได้เลือกทิศทางที่ชัดเจน

ระดับ 93.50 ดอลลาร์ คือ Bullish Confirmation

นี่คือจุดสูงสุดของ Wave (1) ล่าสุด หากราคาสามารถ Breakout เหนือ 93.50 ดอลลาร์ได้ จะเป็นการยืนยันโครงสร้าง Impulse และเพิ่มน้ำหนักให้กับมุมมองว่ารอบขาขึ้นใหม่ของน้ำมันกำลังเริ่มต้น

หากเกิดขึ้นจริง ตลาดจะไม่ได้มอง WTI ในฐานะ Range Trade อีกต่อไป แต่จะเริ่มเปลี่ยนเป็น Trend Trade และหุ้นกลุ่ม Energy ก็จะได้รับแรงหนุนตามไปด้วย

ในทางกลับกัน 67.04 ดอลลาร์ คือระดับ Invalidation

ระดับนี้เป็นจุดต่ำสุดที่เกิดขึ้นหลังการจบของ Primary Wave (2)

หากราคาหลุด 67.04 ดอลลาร์ โครงสร้าง Wave Count ปัจจุบันจะถูกยกเลิก

แต่การหลุดระดับนี้ไม่ได้หมายความว่าน้ำมันจะต้อง Crash ทันที สิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าคือการเข้าสู่ช่วง Correction, Consolidation และ Base Building ที่ยาวนานขึ้น ก่อนที่ Demand จะกลับมาสร้าง Macro Trend ใหม่

ดังนั้น 93.50 และ 67.04 ดอลลาร์ จึงเป็นสองระดับที่สำคัญกว่าการพยายามคาดเดาทุกการแกว่งตัวระหว่างทาง

ภายในกรอบดังกล่าว มีอีกสองระดับที่ต้องจับตา

Fibonacci 0.618 อยู่ที่ 86.28 ดอลลาร์

Fibonacci 0.786 อยู่ที่ 89.51 ดอลลาร์

หากการปรับตัวขึ้นในปัจจุบันเป็นเพียง Corrective Bounce สองระดับนี้คือบริเวณที่แรงซื้อมีโอกาสเริ่มชะลอตัว

ส่วนด้านล่าง Weekend Gap บริเวณช่วงต้น 70 ดอลลาร์ยังเป็นอีกหนึ่ง Price Magnet ที่น่าสนใจ หาก WTI กลับมาอ่อนตัว

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่ากราฟคือ Fundamental ของตลาดน้ำมันในปัจจุบัน

เพราะรอบนี้ราคาน้ำมันไม่ได้ถูกขับเคลื่อนขึ้นด้วย Demand ที่แข็งแกร่ง

ตรงกันข้าม ตลาดกำลังเผชิญกับ Demand Destruction

IEA ปรับลดประมาณการ Demand น้ำมันปี 2026 ลงอีกครั้ง โดยคาดว่า Global Oil Demand จะลดลงประมาณ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ ซึ่งต่ำกว่าประมาณการเดือนกรกฎาคมอีก 510,000 บาร์เรลต่อวัน

ขณะที่ Demand ในไตรมาส 2 ลดลงประมาณ 4.9 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อเทียบกับปีก่อน

OPEC เองก็ปรับลดประมาณการเช่นกัน และถือเป็นการปรับลดประมาณการติดต่อกันเป็นครั้งที่ 4

นี่เป็นประเด็นที่ตลาดไม่ควรมองข้าม

เพราะแม้ราคาน้ำมันจะอยู่ในระดับสูงและ Supply Chain จะถูกรบกวนมานานหลายเดือน แต่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจก็เริ่มปรับพฤติกรรมแล้ว

เมื่อ Demand ถูกทำลายไปบางส่วน การที่ราคาน้ำมันลดลงไม่ได้หมายความว่า Demand จะกลับมาในทันที

อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญคือการที่ตลาดกำลังพยายาม “หาทางอ้อม” ช่องแคบฮอร์มุซ

ก่อนเกิดสงคราม มีน้ำมันประมาณ 21.6 ล้านบาร์เรลต่อวันไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 4.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน

นั่นหมายความว่าปริมาณน้ำมันประมาณ 17 ล้านบาร์เรลต่อวันที่เคยผ่านเส้นทางดังกล่าวหยุดชะงักไป

ซาอุดีอาระเบียพยายามใช้ East-West Pipeline ในการขนส่งน้ำมันจากฝั่งอ่าวไปยัง Yanbu บริเวณทะเลแดง

ข้อมูลการขนส่งผ่าน Bab el-Mandeb เพิ่มขึ้นจากประมาณ 5.4 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็น 8.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน สะท้อนให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนเส้นทางของน้ำมันเกิดขึ้นจริง

เส้นทางดังกล่าวช่วยให้ซาอุดีอาระเบียสามารถรักษาการส่งออกได้ประมาณ 60% ของระดับก่อนเกิดสงคราม

ขณะที่ UAE มี Habshan-Fujairah Pipeline ซึ่งสามารถขนส่งน้ำมันได้ประมาณ 1.5–1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีแผนสร้างท่อส่งเพิ่มเติมในปี 2027 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการขนส่งทางบกได้อีก

แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่สามารถชดเชย Supply ที่หายไปได้ทั้งหมด

ปัจจุบันกำลังการผลิตใน Gulf Region ประมาณ 8.3 ล้านบาร์เรลต่อวันยังคงถูกปิด

ขณะเดียวกัน เส้นทางสำรองเองก็ไม่ได้ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ เนื่องจาก Pipeline และพื้นที่ Fujairah เคยถูกโจมตีมาแล้ว

ฝั่งสหรัฐฯ เข้ามาช่วยเติม Supply บางส่วน

US Crude Export ทำสถิติสูงสุดประมาณ 5.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน และการส่งออกไปยังเอเชียเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่าจากระดับก่อนสงคราม

ขณะที่ US Oil Production แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ประมาณ 13.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน

แต่ถึงอย่างนั้น ปริมาณน้ำมันดิบที่เข้าสู่เอเชียโดยรวมยังลดลงจากประมาณ 24.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือต่ำกว่า 15 ล้านบาร์เรลต่อวัน

สหรัฐฯ เติมช่องว่างได้เพียงบางส่วน

ส่วนที่เหลือยังไม่มีใครสามารถเติมได้ทั้งหมด

และนี่คือเหตุผลว่าทำไมตลาดน้ำมันจึงยังมีภาพ Supply Tightness อยู่ในปัจจุบัน ขณะที่ราคากลับไม่ได้วิ่งขึ้นอย่างรุนแรง

อีกหนึ่งตัวแปรที่สำคัญคือ Strategic Petroleum Reserve หรือ SPR ของสหรัฐฯ

SPR ลดลงต่ำกว่า 300 ล้านบาร์เรลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม 1983

จากประมาณ 415 ล้านบาร์เรลในเดือนมีนาคม ปัจจุบันถูกนำออกมาใช้แล้วประมาณ 116 ล้านบาร์เรล

หากตัดส่วนที่ไม่สามารถนำออกมาใช้งานได้จริงออก จะเหลือประมาณ 190 ล้านบาร์เรลที่สามารถนำมาใช้ได้จริง

แต่มีรายละเอียดหนึ่งที่ตลาดมักไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก

การปล่อยน้ำมันจาก SPR ในปัจจุบันมีลักษณะเป็น Loan มากกว่าการขายขาด

บริษัทสามารถนำ Crude ออกมาใช้ในปัจจุบัน แต่ต้องนำปริมาณเดิมกลับมาคืนในอนาคต พร้อม Premium

ดังนั้นทุก Barrel ที่ถูกนำออกมาใช้วันนี้ กำลังสร้าง Future Demand ขึ้นมาในวันข้างหน้า

นอกจากนี้ IEA ยังประสานการปล่อยน้ำมันสำรองจากประเทศสมาชิกประมาณ 400 ล้านบาร์เรล และน้ำมันสำรองเหล่านี้ก็จำเป็นต้องถูกเติมกลับเข้าคลังในอนาคตเช่นกัน

นี่ทำให้เกิดภาพที่น่าสนใจ

สิ่งที่กำลังกดราคาน้ำมันในปัจจุบันส่วนหนึ่งคือ Supply จาก Stockpile ที่ถูกนำออกมาใช้

แต่ Stockpile นี้มีจำนวนจำกัด และการนำออกมาใช้ในวันนี้กำลังสร้าง Demand ในอนาคตกลับคืนมา

อีกด้านหนึ่ง IEA คาดการณ์ว่า Supply Deficit ในไตรมาสนี้อาจอยู่ที่ประมาณ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าประมาณการเดือนก่อนมากกว่า 2 เท่า

แต่ถ้า Hormuz กลับมาเปิดได้ตามปกติ ตลาดก็อาจเจอกับ Supply Overhang สูงถึง 4 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 4

นี่คือเหตุผลว่าทำไมตลาดน้ำมันจึงดูเหมือนมี Fundamental ที่ขัดแย้งกันเอง

ระยะสั้น Supply ตึงตัว

แต่หาก Hormuz กลับมาเปิด Supply จำนวนมหาศาลก็สามารถกลับเข้าสู่ตลาดได้

ทั้งสองเรื่องสามารถเป็นจริงได้พร้อมกัน

และนี่เองคือเหตุผลที่ WTI ยังคงติดอยู่ในกรอบ 67.04–93.50 ดอลลาร์มานานหลายสัปดาห์

สำหรับการเทรด จุดสำคัญจึงไม่ใช่การพยายามทายทุกครั้งว่าราคาจะขึ้นหรือลงภายในกรอบ

แต่คือการรอให้ตลาดเลือกทาง

เหนือ 93.50 ดอลลาร์ คือการยืนยัน Bullish Trend และเปลี่ยนโครงสร้างจาก Range Trade เป็น Trend Trade

ต่ำกว่า 67.04 ดอลลาร์ คือการ Invalidate โครงสร้างปัจจุบัน และเปิดความเป็นไปได้ของการ Base Building ที่ยาวนานขึ้น

ส่วนบริเวณตรงกลางกรอบ โดยเฉพาะช่วง 86.28–89.51 ดอลลาร์ ยังคงเป็นพื้นที่ที่ต้องระวังการเกิด Corrective Bounce และการกลับตัว

ตราบใดที่ WTI ยังไม่ Breakout ออกจากกรอบ 67.04–93.50 ดอลลาร์ การเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ระหว่างทางยังเป็น Noise มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยน Macro Trend ของตลาดน้ำมัน

ปฏิทินเศรษฐกิจประจำวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569  #ปฏิทินเศรษฐกิจ
14/08/2026

ปฏิทินเศรษฐกิจ
ประจำวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569
#ปฏิทินเศรษฐกิจ

ราคาน้ำมัน WTI ยังคงต่ำกว่า 80.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากนักลงทุนจับตาดูความพยายามทางการทูตในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั...
14/08/2026

ราคาน้ำมัน WTI ยังคงต่ำกว่า 80.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากนักลงทุนจับตาดูความพยายามทางการทูตในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

- ราคาน้ำมัน WTI ลดลงเนื่องจากนักลงทุนจับตาดูความพยายามทางการทูตในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ท่ามกลางภัยคุกคามที่ยังคงมีอยู่
- น้ำมันถูกขนส่งผ่านอ่าวเปอร์เซียโดยเรือบรรทุกน้ำมันแบบไม่เปิดเผยข้อมูล และปฏิบัติการคุ้มกันของสหรัฐฯ ที่ขยายตัวขึ้น
- ทั้ง IEA และ OPEC ปรับลดคาดการณ์ความต้องการน้ำมันทั่วโลก เนื่องจากความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่และราคาน้ำมันที่สูง

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ยังคงอ่อนตัวลงเป็นวันที่สามติดต่อกัน โดยซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 80.30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในช่วงเวลาของเอเชียในวันศุกร์ ราคาน้ำมันดิบลดลงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนใช้กลยุทธ์รอสังเกตการณ์ โดยจับตาดูความพยายามทางการทูตในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด

น้ำมันดิบยังคงไหลออกจากอ่าวเปอร์เซีย แม้ว่าสถานการณ์จะยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน เรือบรรทุกน้ำมันบางลำกำลังแล่นเรือโดยปิดเครื่องส่งสัญญาณเพื่อลดความเสี่ยง แม้ว่าเรือที่แล่นผ่านช่องแคบยังคงเผชิญกับภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ อ้างว่าปัจจุบันมีน้ำมันมากถึง 9 ล้านบาร์เรลต่อวันขนส่งผ่านเส้นทางน้ำที่สำคัญนี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากกำลังพลของสหรัฐฯ ที่เพิ่มมากขึ้นในการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน

ในขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์ก็กำลังสร้างแรงกดดันให้ตลาดลดลง องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เพิ่งปรับลดการคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันทั่วโลก โดยเตือนว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกำลังส่งผลกระทบต่อการบริโภคโดยรวม นอกจากนี้ โอเปกยังลดการคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปี 2026 ลงเหลือ 580,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการปรับลดลงติดต่อกันเป็นครั้งที่สี่

โมเมนตัมของน้ำมันชะลอตัวลง แต่ TD Securities ยังคงมองเห็นโอกาสในการปรับตัวขึ้นต่อไป
ตามที่ TD Securities ระบุว่า “การลดลงของโมเมนตัมในระยะสั้นยังกระตุ้นให้เกิดการขายน้ำมันดิบ WTI เล็กน้อยในวันนี้” เนื่องจากปริมาณการถือครองลดลง อย่างไรก็ตาม ธนาคารเน้นย้ำว่า “ความตึงเครียดพื้นฐานในตลาดน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันควรจะช่วยสนับสนุนการปรับตัวขึ้นต่อไปในที่สุด” ซึ่งบ่งชี้ว่าการปรับตัวลงเมื่อเร็วๆ นี้เป็นผลมาจากพลวัตระยะสั้นมากกว่าการเปลี่ยนแปลงในพื้นฐานอุปสงค์และอุปทานที่เป็นบวก

ที่อยู่

Chon Buri
20000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 23:00
อังคาร 08:30 - 23:00
พุธ 08:30 - 23:00
พฤหัสบดี 08:30 - 23:00
ศุกร์ 08:30 - 23:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Trader Houseผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Trader House:

ทางลัด

แชร์