10/12/2025
[Investment Update] Timeline ชัด! Mazda ทุ่ม 5,000 ล้าน ปักหมุดไทยฐานผลิต B-SUV โลก เริ่มขยับปี 69 ผลิตจริงปี 70 พร้อมเดิมพันเทคโนโลยีใหม่สู้ศึกยานยนต์
ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์ Mazda Motor Corporation ตัดสินใจเดินเกมรุกครั้งสำคัญ ประกาศเม็ดเงินลงทุนระลอกใหม่กว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับโรงงานในไทยสู่การเป็น "Global Strategic Hub" สำหรับรถยนต์เจเนอเรชันถัดไป
Thailand Development Report เจาะลึกแผนงาน (Roadmap) ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวเลขการลงทุน เพื่อตอบคำถามว่า "ทำไมต้องเริ่มปี 2569" และ "โมเดลปริศนาคืออะไร" ดังนี้:
1. The Timeline: ไขข้อข้องใจ ปี 69 หรือ 70?
จากกระแสข่าวที่อาจสร้างความสับสนเรื่องช่วงเวลาการลงทุน เราสรุปไทม์ไลน์ที่ชัดเจนตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) และแผนงานจริงหน้าโรงงาน ดังนี้:
* ปี 2569 (Investment & Parts Phase): นี่คือ "จุดสตาร์ท" ของเม็ดเงินลงทุน การปรับปรุงสายการผลิต และที่สำคัญที่สุดคือ "การเริ่มไลน์ประกอบแบตเตอรี่ (Battery Assembly)" เพื่อให้ทันตามเงื่อนไขบังคับของสรรพสามิต
* กลางปี 2570 (SOP Phase): คือช่วงเวลา "Start of Production" ที่รถยนต์รุ่นใหม่คันแรกจะออกจากสายการผลิตเพื่อส่งมอบและส่งออกอย่างเป็นทางการ
2. Strategic Insight: ทำไม MHEV ต้องลงทุนโรงงาน "แบตฯ-มอเตอร์"?
ในทางวิศวกรรม ระบบ Mild Hybrid (MHEV) อาจดูเหมือนใช้ชิ้นส่วนไฟฟ้าน้อย แต่ในทางธุรกิจ นี่คือ "Regulatory-Driven Investment" หรือการลงทุนที่ถูกขับเคลื่อนด้วยกติกาใหม่ของไทย:
* เงื่อนไขแลกภาษี: เพื่อให้ได้อัตราภาษีสรรพสามิตพิเศษ (10-12%) รัฐบาลกำหนดให้ผู้ผลิตต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญในประเทศ (Local Content)
* The "Must-Have" List:
* แบตเตอรี่ (เริ่มปี 2569): แม้จะเป็นแบตเตอรี่ 48V Li-ion ขนาดเล็ก แต่ Mazda จำเป็นต้องตั้งไลน์ประกอบ (Cell-to-Pack) ในไทย
* Traction Motor (เริ่มปี 2528): มอเตอร์ ISG ที่ช่วยหนุนกำลังเครื่องยนต์ ถูกนับเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ต้องผลิตในประเทศในระยะถัดไป
* ผลลัพธ์: ไทยจะได้อานิสงส์จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี xEV ขั้นสูง เข้าสู่ Supply Chain เร็วกว่าเดิม
3. The "Chosen One": จับตา B-SUV รหัสใหม่ (New CX-3?)
ภายใต้เงาของรถต้นแบบ "Mazda Arata Concept" ที่สะท้อนเส้นสายแห่งอนาคต คาดการณ์ว่ารถรุ่นที่จะขึ้นสายการผลิตคือ B-SUV เจเนอเรชันใหม่ ที่มาพร้อมหัวใจดวงใหม่:
* SKYACTIV-Z Engine: เครื่องยนต์สันดาปยุคใหม่ที่เผาไหม้สมบูรณ์ (Lambda 1) รองรับมาตรฐาน Euro 7
* Global Export Hub: ไทยรับบทหนักในการผลิตเพื่อส่งออกกลับไปยัง ญี่ปุ่น และ ออสเตรเลีย ในสัดส่วนสูงถึง 60% ยืนยันถึงมาตรฐานการผลิตระดับโลกของโรงงาน AAT ระยอง
บทสรุป
การขยับตัวครั้งนี้ของ Mazda พิสูจน์ให้เห็นว่า "Multi-Solution Strategy" (ทางเลือกที่หลากหลาย) ยังคงจำเป็น และ "ประเทศไทย" ยังคงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นที่สำคัญที่สุดในการผลิตยานยนต์คุณภาพสูงป้อนตลาดโลก ไม่ใช่แค่โรงงานประกอบ แต่เป็นฐานเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง
เตรียมพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่... เริ่มนับหนึ่งปี 2569 และเห็นผลผลิตเต็มตา กลางปี 2570