21/11/2025
งานวิจัยชี้ เกิดมา ‘รวย’ มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าเกิดมาแล้ว ‘ฉลาด’
งานวิจัยจาก Georgetown: Center on Education and the Workforce (CEW) ชี้ให้เห็นถึงความจริงที่น่าหนักใจในสังคมอเมริกัน ว่าการเกิดมารวย มีโอกาสในการประสบความสำเร็จมากกว่าการเกิดมาฉลาด ซึ่งเด็ก ๆ ในสหรัฐฯ ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เล็กว่าความพยายามจะนำชีวิตไปสู่ความสำเร็จ
รายงาน Born to Win, Schooled to Lose พบว่า ความมั่งคั่งของครอบครัวเป็นตัวแปรที่มีผลมากกว่าความสามารถทางวิชาการของเด็กเสียอีก โดย แอนโธนี พี. คาร์เนเวล (Anthony P. Carnevale) ผู้อำนวยการ CEW และหัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า ถ้าต้องการประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกา การเกิดมารวยนั้นได้เปรียบกว่าเกิดมาฉลาด คนเก่งจำนวนมากกลับไม่ประสบความสำเร็จ และยังมีข้อมูลที่ชี้ว่า คนเก่งที่มาจากครอบครัวยากจนมีโอกาสไปไม่ถึงจุดเดียวกับคนที่มีความสามารถน้อยกว่า แต่เกิดในครอบครัวที่มีความได้เปรียบทางทรัพยากรสูงกว่า
ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลจาก National Center for Education Statistics (NCES) เพื่อติดตามเส้นทางชีวิตของเด็ก ตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยวัดสติปัญญาผ่านคะแนนสอบคณิตศาสตร์มาตรฐาน และจำแนกเด็กตามสถานะเศรษฐกิจ สังคม ทั้งรายได้ครัวเรือน ระดับการศึกษาของพ่อแม่ และสถานะทางอาชีพ ผลการศึกษาพบว่า เด็กอนุบาลจากครอบครัวยากจนที่ได้คะแนนสูง กลับมีโอกาสน้อยกว่าในการจบมัธยม จบมหาวิทยาลัย หรือได้งานที่มีรายได้สูง เมื่อเทียบกับเด็กจากครอบครัวฐานะดีที่ได้คะแนนต่ำ โดยเด็กจากกลุ่มฐานะแย่ที่สุด แต่สอบได้อยู่ในกลุ่มท็อป 25% มีเพียง 31% เท่านั้นที่จะได้ปริญญาและมีรายได้ตามค่าเกณฑ์มาตรฐาน เมื่ออายุ 25-35 ปี ส่วนเด็กที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะสูงที่สุดแต่คะแนนอยู่ในกลุ่มระดับล่าง 25% กลับมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จระดับเดียวกันถึง 71%
แม้เด็กจากครอบครัวยากจนที่มีการศึกษาดี เรียนจนจบปริญญา แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังต้องเผชิญความเหลื่อมล้ำต่อไป เด็กกลุ่มนี้มีเพียง 76% ที่สามารถไต่ขึ้นไปสู่จุดที่สูงในระบบเศรษฐกิจ สังคมสูง เมื่ออายุ 25 ปี ขณะที่เด็กจากครอบครัวร่ำรวยที่ได้คะแนนต่ำแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย กลับมีโอกาสสูงถึง 91% ที่จะสามารถรักษาสถานะทางสังคมเอาไว้ได้ ซึ่งคาร์เนเวลอธิบายว่าความเหลื่อมล้ำนี้ไม่ได้เกิดจากแค่สถานศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น เชื้อชาติ ชนชั้น เพศ สิ่งแวดล้อมในบ้าน จำนวนสื่อการเรียนที่เด็กเข้าถึง แม้แต่สารที่เด็กแต่ละคนรับมาในวัยเด็ก ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความซับซ้อนของความได้เปรียบ เสียเปรียบ
รายงานยังเสริมว่า เด็กในครอบครัวรายได้สูงได้รับการพัฒนาตัวเองที่มากกว่า อย่างในปี 2016 ครอบครัวฐานะดีใช้เงินเฉลี่ย 8,600 เหรียญหรือ 278,000 บาทต่อปี เพื่อกิจกรรมพัฒนาศักยภาพเด็ก ขณะที่ครอบครัวยากจนสามารถใช้ได้เพียง 1,700 เหรียญ หรือประมาณ 55,000 บาทต่อปีเท่านั้น
ผู้เขียน : วัชรกุล พัฒนาประทีป
ที่มา : CNBC