10/09/2026
เวที Circular Economy Forum 2026 ย้ำชัด 'เศรษฐกิจหมุนเวียน' คืออาวุธสำคัญในการแข่งขัน
ภาพจำของการทำธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมที่จบลงแค่การปลูกป่าหรือบริจาคเงินกำลังจะหมดไป เมื่อเวที Circular Economy Forum 2026 (จัดโดย The Story Thailand, หอการค้าไทย และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย) ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่า วันนี้ความยั่งยืนคือ "อาวุธในการแข่งขัน" และ "ตั๋วผ่านทาง" สู่เวทีการค้าโลก
กติกาการค้าระหว่างประเทศกำลังเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) ของยุโรป หรือกฎหมายจัดการบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ (PPWR) ที่บีบให้ภาคธุรกิจต้องคิดใหม่ทำใหม่ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ใครที่ปรับตัวลดคาร์บอนและจัดการทรัพยากรได้ดีกว่า คือผู้ที่จะคว้าความได้เปรียบด้านต้นทุนในอนาคตไปครอง
เพื่อไม่ให้เป็นเพียงแค่ทฤษฎี องค์กรชั้นนำของไทยและระดับโลกได้เปิดเผยเบื้องหลังการปรับตัวที่น่าสนใจและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง:
Thai Union (รีดมูลค่าจากทุกชิ้นส่วน): ลบภาพการทิ้งเศษอาหาร ด้วยการนำ "ปลาทูน่า" มาใช้แบบ 100% เนื้อไปทำอาหาร กระดูกทำแคลเซียม หนังทำคอลลาเจน และหัวปลาสกัดเป็นโอเมก้า-3 เปลี่ยนของเหลือทิ้งให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่
SCGP & DEZPAX ปฏิวัติวงการบรรจุภัณฑ์: SCGP ออกแบบกล่องกระดาษให้บางลงแต่แข็งแรงเท่าเดิม และปรับพลาสติกให้เป็นวัสดุประเภทเดียว เพื่อให้รีไซเคิลได้จริง ในขณะที่ DEZPAX เข้ามาช่วยติวเข้ม SME ไทยให้พร้อมรับมือกับกฎระเบียบบรรจุภัณฑ์ของยุโรปที่ซับซ้อนถึงขั้นต้องใช้เครื่องสแกนแยกประเภทวัสดุ
TEGH (จับของเสียมาหมุนเวียนเป็นพลังงาน): นำโมเดลพึ่งพาอาศัย (Symbiosis) มาใช้ในอุตสาหกรรมยางพาราและปาล์มน้ำมัน โดยนำของเสียจากกระบวนการหนึ่งไปเป็นวัตถุดิบให้อีกกระบวนการ จนสามารถผลิตก๊าซชีวภาพ วัสดุปรับปรุงดิน และอิฐบล็อก เกิดเป็นระบบ Zero Waste อย่างแท้จริง
SC Grand ชุบชีวิตขยะแฟชั่น: เปลี่ยนเศษผ้าและยูนิฟอร์มเก่า (เช่น ของการบินไทย) ให้กลับมาเป็นเส้นด้ายและทอเป็นผ้าใหม่ โดยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการจัดการขยะสิ่งทอของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Unilever ความจริงของการรีไซเคิล: จุดประกายความคิดที่ว่า "ออกแบบให้รีไซเคิลได้ ไม่ได้แปลว่าจะถูกรีไซเคิล" หากไม่มีระบบจัดเก็บและคัดแยกที่ดีพอ การแก้ปัญหาจึงต้องเดินหน้าพร้อมกันทั้ง 3 ขา คือ นโยบายรัฐ โครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือจากประชาชน
เมื่อความยั่งยืนต้องวัดผลได้
นอกจากการลงมือทำแล้ว การวัดผลก็สำคัญไม่แพ้กัน ในงานมีการพูดถึงเครื่องมือใหม่อย่าง Global Circularity Protocol ที่จะเข้ามาช่วยประเมินการหมุนเวียนทรัพยากรของธุรกิจ คล้ายกับการวัดก๊าซเรือนกระจก แต่เปลี่ยนมาเน้นที่ "วัสดุ" แทน ซึ่งในอนาคตนักลงทุนจะสามารถดูตัวเลขผลตอบแทนจากความยั่งยืน (Return on Circularity - ROC) เพื่อใช้ตัดสินใจลงทุนได้เลย
พลังของคนรุ่นใหม่และผู้บริโภค
การขับเคลื่อนเรื่องนี้ไม่อาจพึ่งพาแค่บริษัทใหญ่ ไฮไลต์เล็กๆ แต่ทรงพลังในงานนี้คือการประกวดคลิปวิดีโอ “Say No to Single Use Packaging” ที่เยาวชนอย่าง น.ส. สุพิชญา แสนปัญญา จากโรงเรียนคลองบางกระทึก คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคและคนรุ่นใหม่มีความตื่นตัวและพร้อมจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนพฤติกรรมสังคม
เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการแยกขยะ แต่คือการ "คิดใหม่" ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การใช้วัสดุ และการจัดการหลังหมดอายุขัย ธุรกิจที่เริ่มขยับตัวตั้งแต่วันนี้ คือธุรกิจที่จะรอดและเติบโตอย่างมีคุณภาพ (Quality of Growth) ในโลกยุคกติกาใหม่