ฅนใต้ ดอทคอม

ฅนใต้ ดอทคอม เว็บไซต์ฅนใต้ดอทคอม ศูนย์รวมข่าว ส?

ท่านสามารถแจ้งข่าว ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวท้องถิ่น ข่าวสังคม ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวการเมือง

ติดต่อ 088-1234500 แฟกซ์ 074-500500
Email : [email protected] ,www.khontai.com

ท่านใดสนใจ เป็นผู้สนับสนุนเว็บไซต์ ลงโฆษณาแบนเนอร์ กรุณาโทรสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่ 086-6931234,088-1234500 หรือ [email protected]

วิบากกรรมทุจริต : บทเรียนลูกจ้างสาว สนง.อัยการสูงสุด เบียดบังเงินหลวง คุก 38 ปี 114 ด."... โทษจำคุก 38 ปี 114 เดือน ที่ ...
28/10/2025

วิบากกรรมทุจริต : บทเรียนลูกจ้างสาว สนง.อัยการสูงสุด เบียดบังเงินหลวง คุก 38 ปี 114 ด.

"... โทษจำคุก 38 ปี 114 เดือน ที่ น.ส.พัชนิดา ได้รับถือเป็นบทลงโทษที่หนักหนา จากการใช้อำนาจหน้าที่ยักยอกเบียดบังเงินหลวงไปเป็นประโยชน์ส่วนตน โดยใช้ช่องโหว่ จากการนำเงินที่เหลือจากโครงการต่างๆ ไปใช้ส่วนตัว เมื่อต้องคืนเงินของทางราชการตาม ระเบียบฯ จะนำเงินจากโครงการอื่นๆ ไปส่งคืนแทน แต่แผนแตกเพราะสุดท้ายไม่มีเงินคืนให้หน่วยงาน เนื่องจากไม่มีงบประมาณจากโครงการใหม่เข้ามาเพิ่ม..."

น.ส.พัชนิดา หรือ ภารดี เค้าแคน อดีตเจ้าพนักงานธุรการ ปฏิบัติงานสำนักฝึกอบอรม สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ที่ถูกเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำหมายศาลเข้าจับกุมตัวตามข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือ ใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ จากการทุจริตเบียดบังเงินราชการไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว พร้อมนำตัวส่งฟ้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายในช่วงปลายปี 2564

"ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 38 ปี 114 เดือน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 47 ปี 6 เดือน"

สำหรับที่มาคดีนี้ สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ได้เปิดประเด็นและนำเสนอข่าวว่า ในช่วงปี 2560-61 สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อขอให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของ น.ส.พัชนิดา เค้าแคน ไว้ชั่วคราว หลังจากมีการตรวจสอบพบว่า น.ส.พัชนิดา เบียดบังนำเงินทดรองราชการทำให้สำนักงานอัยการสูงสุดได้รับความเสียหายจำนวน 3,501,511.20 บาท

เบื้องต้น คณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน ของ น.ส.พัชนิดา ไว้ชั่วคราว คือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ฮอนด้ารุ่นแจ๊ส สีดำ และที่ดินตามโฉนดที่ดิน อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด (อาคารชุดเคหะชุมชนธนบุรี 1) เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกนำไปซุกซ่อนในชื่อคนใกล้ชิด ขณะเดียวกัน สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนการกระทำความผิดของ น.ส.พัชนิดา อีกทางหนึ่ง

ต่อมาในช่วงปี 2562 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดทงอาญาและความผิดทางวินัยร้ายแรง น.ส. พัชนิดา เป็นทางการ พร้อมส่งสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง ไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาเมื่อวันที่ 8 มี.ค. 62

มติ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า น.ส. พัชนิดา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 157 มาตรา 161 มาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266 และมาตรา 268 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใด ในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจ ในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 123/1 ประกอบพระราช บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 192 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 และมาตรา 91

ส่วนความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรม ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไป ตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทาง ราชการ มติของคณะรัฐมนตรี นโยบาย ของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามระเบียบ แบบแผนของทางราชการ ฐานอาศัย หรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยตำแหน่งหน้าที่ ราชการของตนหาประโยชน์ให้แก่ตนเอง หรือผู้อื่น ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการ ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553และที่แก้ไข เพิ่มเติม มาตรา 102 ประกอบ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ พลเรือน พ.ศ.2551 และที่แก้ไข เพิ่มเติม มาตรา 82 (1) และ (2) มาตรา 83 (3) ประกอบมาตรา 85 (7) และมาตรา 85 (1)

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวในช่วงที่ ป.ป.ช.ไต่สวนคดีนี้ น.ส.พัชนิดา ได้แจ้งย้ายที่อยู่ทำให้ไม่สามารถส่งหมายแจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหาได้

จนกระทั่งปรากฏข่าวในช่วงปี 2564 เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม และสำนักงาน ป.ป.ช. นำหมายจับศาลฯ เข้าจับกุมตัว น.ส.พัชนิดา บ้านพักใน ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ระบุพฤติการณ์การกระทำความผิดตามหมายจับกุมตัวว่า สืบเนื่องจากเมื่อปี 2555 น.ส.พัชนิดา ยังเป็นเจ้าพนักงานธุรการ ปฏิบัติงาน สำนักฝึกอบอรม สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้เสนอเรื่องขออนุมัติยืมเงินทดรองราชการ ระหว่างวันที่ 30 พ.ย. 2555 – 18 ก.ย. 2560 ในโครงการอบรม จำนวน 16 โครงการ ผู้ต้องหากลับนำเงินที่เหลือจากโครงการมาใช้จ่ายส่วนตัว และยังจัดทำเอกสารการคืนเงินให้กับหน่วยงาน ด้วยการนำเงินจากโครงการต่างๆ มาคืนให้ เพื่อเป็นการหักล้างบัญชีเงินทดรองราชการตามระเบียบฯ ภายหลังมีการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาได้แสวงหาประโยชน์จากเงินโครงการต่างๆ นำไปใช้จ่ายส่วนตัว จากทั้งหมด 16 โครงการ รวมเป็นเงิน 2,696,051 บาท จึงมีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวน จนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านใน ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน น.ส.พัชนิดา ให้การรับสารภาพว่า เริ่มทำงานมาตั้งแต่ปี 2554 ทำหน้าที่เบิกจ่ายงบประมาณ กระทั่งเมื่อปี 2556 ได้เริ่มนำเงินที่เหลือจากโครงการต่างๆ ไปใช้ส่วนตัว เมื่อต้องคืนเงินของทางราชการตาม ระเบียบฯ จะนำเงินจากโครงการอื่นๆ ไปส่งคืนแทน และจะทำแบบนี้เรื่อยมา แต่สุดท้ายไม่มีเงินคืนให้หน่วยงาน เพราะไม่มีงบประมาณจากโครงการใหม่เข้ามา ทำให้ถูกตรวจสอบจนพบว่ามีแต่เอกสารคืนเงิน แต่ไม่มีเงินมาคืนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ในการพิจารณาคดีนี้ ซึ่ง ป.ป.ช.เป็นโจทก์ฟ้องคดีเอง (ยังไม่มีข้อมูลว่าทำไมอัยการไม่ฟ้องคดีนี้ให้) ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาว่า น.ส.พัชนิดา มีความผิดตามกฏหมาย ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทง รวมจำคุก 19 กระทง รวมโทษทุกกระทงเป็นจำคุก 95 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 47 ปี 6 เดือน

ต่อมาศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 19 กระทง ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 38 ปี 114 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ปัจจุบันคดีถึงที่สุดแล้ว

โทษจำคุก 38 ปี 114 เดือน ที่ น.ส.พัชนิดา ได้รับถือเป็นบทลงโทษที่หนักหนา จากการใช้อำนาจหน้าที่ยักยอกเบียดบังเงินหลวงไปเป็นประโยชน์ส่วนตน โดยใช้ช่องโหว่จากการนำเงินที่เหลือจากโครงการต่างๆ ไปใช้ส่วนตัว เมื่อต้องคืนเงินของทางราชการตาม ระเบียบฯ จะนำเงินจากโครงการอื่นๆ ไปส่งคืนแทน แต่แผนแตกเพราะสุดท้ายไม่มีเงินคืนให้หน่วยงาน เนื่องจากไม่มีงบประมาณจากโครงการใหม่เข้ามาเพิ่ม

นับเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาสำคัญเกี่ยวกับช่องโหว่ระเบียบการใช้จ่ายเงินรัฐ และวิบากกรรมทุจริต ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้เดินย้ำซ้ำรอยเอาเป็นเยี่ยงอย่างในอนาคตอีกต่อไป

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา https://shorturl.asia/0p1Dn

ประกาศสมาคมนักเรียนเก่าบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)เรื่อง การเลื่อนการจัดงาน “คืนบดินทร ’68”
28/10/2025

ประกาศสมาคมนักเรียนเก่าบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
เรื่อง การเลื่อนการจัดงาน “คืนบดินทร ’68”

ประกาศสมาคมนักเรียนเก่าบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
เรื่อง การเลื่อนการจัดงาน “คืนบดินทร ’68”

สมาคมนักเรียนเก่าบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) มีความโศกเศร้า และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

เนื่องด้วยการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สมาคมฯ จึงขอประกาศ เลื่อนการจัดงาน “คืนบดินทร ’68” ออกไปก่อน ซึ่งเดิมมีกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568

สำหรับกำหนดการใหม่ สมาคมฯ จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งในโอกาสต่อไป

สมาคมนักเรียนเก่าบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

ขอร่วมถวายความอาลัย และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า
สมาคมนักเรียนเก่าบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย และร่วมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้งข้าพระพุทธเจ้าขอน้...
25/10/2025

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย และร่วมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง

ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า เหล่าผู้บริหารและกองบรรณาธิการ
เว็บไซต์ ฅนใต้ดอทคอม

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ บุกทวงเงิน สปสช. ค่ารักษาผู้ป่วย ยอดค้างกว่า 110 ล้านบาท
09/10/2025

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ บุกทวงเงิน สปสช. ค่ารักษาผู้ป่วย ยอดค้างกว่า 110 ล้านบาท

บ้านมือสองพุ่ง 7.5 แสนล้าน ราคา 1 ล้านเกลื่อนตลาด เปิด 10 จังหวัดซื้อขายคึกคักประกาศขายบ้านมือสองพุ่ง 7.5 แสนล้าน ราคา 1...
04/10/2025

บ้านมือสองพุ่ง 7.5 แสนล้าน ราคา 1 ล้านเกลื่อนตลาด เปิด 10 จังหวัดซื้อขายคึกคัก

ประกาศขายบ้านมือสองพุ่ง 7.5 แสนล้าน ราคา 1 ล้านเกลื่อนตลาด เปิด 10 จังหวัด ซื้อขายคึกคัก

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานสถานการณ์ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศที่ประกาศขายในไตรมาส 2 ปี 2568 มีจำนวน 189,382 หน่วย เพิ่มขึ้น 34.6 % และมีมูลค่า 758,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน พบว่าจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 4.7%และมูลค่าเพิ่มขึ้น 26.4 %

สำหรับทรัพย์ที่ประกาศขายในไตรมาสนี้ ผู้ขายที่อยู่อาศัยมือสอง ได้แก่ บุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ มีจำนวน 68,834 หน่วย คิดเป็น 36.3 % แต่มีมูลค่ามากที่สุด 508,179 ล้านบาท คิดเป็น 67% ของมูลค่าประกาศขายทั้งหมดและมีราคาเฉลี่ยสูงที่สุดคือ 7.4 ล้านบาทต่อหน่วย กรมบังคับคดี มีจำนวน 67,641 หน่วย มีมูลค่า 120,301 ล้านบาท สถาบันการเงินเฉพาะกิจ มีจำนวน 24,858 หน่วย และมีมูลค่า 44,393 ล้านบาท บริษัทบริหารสินทรัพย์ มีจำนวน 21,905 หน่วย และมีมูลค่า 58,347 ล้านบาท ธนาคารพาณิชย์ มีจำนวน 6,144 หน่วย และมีมูลค่า 27,282 ล้านบาท

ส่วนประเภทที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายมากที่สุด ยังคงเป็นบ้านเดี่ยว 44.1 % ขณะที่ที่อยู่อาศัยเกือบทุกประเภท มีจำนวนหน่วยและมูลค่าเพิ่มขึ้น ยกเว้นห้องชุดที่มีหน่วยเพิ่มขึ้น 11.2% แต่มีมูลค่าลดลง 15.6% เนื่องจากมีห้องชุดมือสองที่ราคาถูกเข้ามาในตลาด ทำให้ราคาเฉลี่ยลดจาก 6 ล้านบาทในไตรมาส 2 / 2567 เหลือเฉลี่ย 4.3 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568

ด้านราคาที่ประกาศขาย โดย 28.6% อยู่ระดับไม่เกิน 1 ล้านบาท ส่วนกลุ่มราคาไม่เกิน 7.50 ล้านบาทขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า ตรงกันข้ามกับกลุ่มราคาเกิน 7.50 ล้านบาทขึ้นไป แม้จะมีสัดส่วนสูงถึง54.5 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด แต่ปรับตัวลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากอุปทานในตลาดมือสองระดับราคานี้ถูกดูดซับออกไปอย่างต่อเนื่อง

โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการผ่อนปรน LTV ที่ครอบคลุมทุกระดับราคา ช่วยให้ผู้ที่มีกำลังซื้อเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น อีกทั้งที่อยู่อาศัยมือสองยังเป็นอีกทางเลือกสำคัญของผู้ซื้อ เพราะได้ทำเลใกล้เคียงกับโครงการใหม่แต่ในราคาที่ต่ำกว่า ส่งผลให้ความต้องการซื้อและการดูดซับตลาดในกลุ่มนี้สูงขึ้น

ด้านการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสอง มีจำนวนหน่วยลดลง 8.6% และมูลค่าลดลง 11.1 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและเป็นการลดลงของที่อยู่อาศัยมือสองทุกประเภท โดยบ้านเดี่ยวยังคงมีหน่วยการโอนฯมากที่สุด คิดเป็น 41.5 % ขณะที่ราคายังมีการโอนฯลดลงในทุกระดับราคา โดยหน่วยการโอนส่วนใหญ่อยู่ในช่วงราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทคิดเป็น 35.1% ของการโอนทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงมองหาที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่สามารถเข้าถึงได้

แม้ว่าการโอนฯที่อยู่อาศัยมือสองโดยรวมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จะอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน พบว่าจำนวนหน่วยมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 18.2% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 16.8% ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการฟื้นตัวของตลาดบ้านมือสอง ได้แก่ มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 ถึง 30มิถุนายน 2569 และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 3 ครั้ง ตั้งแต่ต้นปี 2568 ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.50 % ปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อและเอื้อต่อการเข้าถึงสินเชื่อ ส่งผลให้ตลาดปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้บ้านมือสองยังเป็นทางเลือกสำคัญของผู้ที่มีกำลังซื้อ เพราะสามารถได้ที่อยู่อาศัยในทำเลเดียวกับบ้านใหม่แต่ในราคาที่ถูกกว่า ทำให้ตลาดบ้านมือสองมีบทบาทในการรองรับความต้องการของผู้บริโภคท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และเป็นแรงสำคัญที่ช่วยพยุงการโอนกรรมสิทธิ์โดยรวมไม่ให้หดตัวรุนแรงพร้อมทั้งมีแนวโน้มสนับสนุนให้การโอนกรรมสิทธิ์ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 3และ 4 ของปี 2568

เมื่อแยกรายจังหวัด ที่มีอันดับมูลค่าที่อยู่อาศัยมือสองที่มีการประกาศขายสูงสุด 10 จังหวัดแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ ชลบุรี เชียงใหม่ ปทุมธานี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครปฐม และระยอง มีสัดส่วนรวมกัน 79.5% ของที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่าอุปทานที่อยู่อาศัยมือสอง ยังคงมีการประกาศขายมากที่สุดในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลและจังหวัดท่องเที่ยวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน

โดยกรุงเทพมีที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายมากที่สุดรวม 43,274 หน่วย คิดเป็น 22.9 % มีมูลค่า 344,257 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 45.4% ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั่วประเทศและเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่ากรุงเทพฯมีจำนวนหน่วยประกาศขายเพิ่มขึ้น 2.1 % แต่มีมูลค่าลดลง 10.9 % มีราคาประกาศขายเฉลี่ย 8 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีราคาเฉลี่ย 9.1 ล้านบาทต่อหน่วยและเป็นการประกาศขายห้องชุดมากที่สุด

ด้าน 10 จังหวัดที่มีมูลค่าโอนสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพ ชลบุรี ภูเก็ต นนทบุรี เชียงใหม่ สมุทรปราการ ปทุมธานี ระยอง สงขลา และนครราชสีมา มีสัดส่วนรวมกัน 69.2% ของมูลค่าโอนที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน โดยกรุงเทพมีการโอนมากที่สุดจำนวน 10,028 หน่วย คิดเป็น 19.9 % และมีมูลค่า 28,621 ล้านบาท คิดเป็น 28.3 % และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า จังหวัดที่มีมูลค่าโอนสูงสุด 10 อันดับแรก มีมูลค่าลดลงเกือบทุกจังหวัด โดยปทุมธานีมีมูลค่าลดลงมากที่สุด 18.7% ขณะที่สงขลาและนครราชสีมา มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 4.1 % และ 3.9% ตามลำดับ

ที่มา : มติชนออนไลน์ https://shorturl.asia/7fowb

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายสุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล ม.ป.ช., ม.ว.ม. อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
02/10/2025

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายสุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล ม.ป.ช., ม.ว.ม. อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

ราคาที่ดินร่วง 10% สะท้อนจังหวะ 'ขาลง' อสังหาฯ ไทย 2025-จับตาจุดฟื้นตัวปีหน้าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2025 กำลังเข้าสู...
02/10/2025

ราคาที่ดินร่วง 10% สะท้อนจังหวะ 'ขาลง' อสังหาฯ ไทย 2025-จับตาจุดฟื้นตัวปีหน้า

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2025 กำลังเข้าสู่จังหวะเปราะบางที่สุดในรอบหลายปี ราคาที่ดินเสนอขายปรับลดลงเฉลี่ย 10% จากระดับสูงสุดเมื่อ 2–3 ปีก่อน สะท้อนแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว และหนี้ครัวเรือนที่พุ่งทะลุ 90% ของ GDP ขณะเดียวกันผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใหญ่บางรายกลับเดินเกมตรงข้าม ใช้โอกาสนี้สะสมแลนด์แบงก์ในทำเลสำคัญ เพื่อรอวัน 'รีบาวด์' ของตลาด

จุดต่ำสุดของวัฏจักร?

ผู้เชี่ยวชาญในตลาดเห็นพ้องกันว่า ภาพรวมอสังหาฯ ได้ผ่าน 'จุดต่ำสุด' ไปแล้วในไตรมาส 2 ปีนี้ หลังจากอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit: GP) ของผู้พัฒนาโครงการร่วงลงต่ำกว่า 30% ติดต่อกันหลายไตรมาส ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในประวัติการณ์ แต่การฟื้นตัวยังเผชิญข้อจำกัดจาก ต้นทุนทางการเงินสูง และ ภาระหนี้ครัวเรือน ที่บีบกำลังซื้อ

นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่า การที่ราคาที่ดินลดลงอาจเป็นเพียง 'สัญญาณเริ่มต้นของการปรับฐาน' ไม่ใช่การสิ้นสุดของวัฏจักรขาลง หากเศรษฐกิจไทยยังติดกับดักการเติบโตต่ำ

ศุภาลัยเดินหน้าซื้อที่ดิน

ท่ามกลางภาวะชะลอตัว บมจ. ศุภาลัย กลับประกาศงบลงทุน 8,000 ล้านบาท สำหรับซื้อที่ดินในปีนี้ โดยใช้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง กลยุทธ์คือ 'ซื้อในยามตลาดตกต่ำ' เพื่อเก็บแลนด์แบงก์ในทำเลที่เคยหาซื้อได้ยาก ซึ่งสะท้อนความมั่นใจว่า อสังหาฯ ไทยจะกลับมาฟื้นในระยะ 1–2 ปีข้างหน้า

แนวทางนี้ยังชี้ให้เห็นถึง 'ความเหลื่อมล้ำเชิงทุน' ระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง กับผู้เล่นรายกลาง–เล็กที่ต้องระมัดระวังและหดตัวลง

โครงการใหม่ต่ำสุดในรอบทศวรรษ

ข้อมูลจากสมาคมอสังหาฯ ประเมินว่า ปี 2025 จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 55,000 ยูนิต ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 10 ปี เทียบกับช่วงก่อนโควิดที่แตะระดับ 90,000–100,000 ยูนิตต่อปี ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เลือก 'เบรก' การลงทุน เพื่อรักษาสภาพคล่องและลดความเสี่ยงอุปทานล้นตลาด

อย่างไรก็ดี หากเศรษฐกิจฟื้นตัวในปี 2026 ตัวเลขเปิดโครงการใหม่อาจขยับขึ้นสู่ 70,000 ยูนิต ซึ่งจะเป็นสัญญาณแรกของการกลับมาของตลาด

หนี้ครัวเรือน : เงื่อนไขเรื้อรัง

หัวใจของปัญหาอสังหาฯ ไทยในรอบนี้ไม่ใช่แค่ ราคาที่ดิน แต่คือ 'กำลังซื้อที่หายไป' โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ปานกลาง–ล่างที่แบกรับหนี้สูง ทำให้ความสามารถในการผ่อนบ้านหลังใหม่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเบนเข็มไปจับตลาดบน หรือเจาะกลุ่มนิชมาร์เก็ตที่ไม่อ่อนไหวต่อภาระหนี้มากนัก
ในระยะยาว โครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัยก็เป็นอีกแรงกดดัน เพราะดีมานด์ที่อยู่อาศัยไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบในอดีต แต่เปลี่ยนไปสู่ความต้องการ 'บ้านเพื่อผู้สูงอายุ' หรือโครงการที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพ

บทสรุป : รอวันฟื้น หรือฝันกลางวัน?

การที่ราคาที่ดินลดลงเฉลี่ย 10% ในปี 2568 อาจถือเป็น 'โอกาสทอง' สำหรับผู้ประกอบการที่มีทุนและมองไกล แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่อาจเป็นเพียง ช่วงเริ่มต้นของการปรับฐานระยะยาว ที่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย

คำถามใหญ่ที่ต้องจับตาคือ ตลาดอสังหาฯ จะสามารถกลับมาเติบโตได้จริงในปี 2569 หรือไม่? หรือไทยจะยังติดกับดัก หนี้ครัวเรือนสูง–ดอกเบี้ยแพง–โครงสร้างประชากรเปลี่ยน ซึ่งล้วนเป็นโจทย์ท้าทายที่กำลังเปลี่ยนโฉม 'ดีมานด์ที่อยู่อาศัย' ไปอย่างถาวร

ที่มา : Indepth https://shorturl.asia/dyDaz

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ นายสุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล ม.ป.ช., ม.ว.ม. อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธ...
30/09/2025

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ นายสุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล ม.ป.ช., ม.ว.ม. อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

กำหนดการสวดอภิธรรม–พระราชทานเพลิงศพ "สุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล""กำหนดการสวดพระอภิธรรมและพระราชทานเพลิงศพ นายสุทธิรักษ์ ทรงศิว...
26/09/2025

กำหนดการสวดอภิธรรม–พระราชทานเพลิงศพ "สุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล"

"กำหนดการสวดพระอภิธรรมและพระราชทานเพลิงศพ นายสุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ณ ศาลา 9 วัดมกุฎกษัตริยารามราชวรวิหาร"

นายสุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ถึงแก่อนิจกรรม โดยจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมและพระราชทานเพลิงศพ ณ ศาลา 9 วัดมกุฎกษัตริยารามราชวรวิหาร

ทั้งนี้ นายสุทธิรักษ์ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

โดยเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2567 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายสุทธิรักษ์ พ้นจากตำแหน่งรองเลขาธิการ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ขณะนั้น เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ประวัติการศึกษา:
- รัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- Master of Arts (Political Science) Sul Ross state University, U.S.A.

ประวัติการทำงาน:
- ปลัดอำเภอ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
- บุคลากร กองอัตรากำลังและส่งเสริมสมรรถภาพ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
- เลขานุการรองอธิบดีกรมการปกครอง ,เลขานุการอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ,เลขานุการรองปลัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย
- หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยและวิชาการ ๓ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
- ผู้อำนวยการสำนักประธานศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
- ผู้อำนวยการสำนักอำนวยกิจการศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
- ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหาร สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
- ผู้ทรงคุณวุฒิด้านบริหาร สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
- รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

ประวัติการฝึกอบรม:
- หลักสูตรนายอำเภอ รุ่นที่ ๔๕ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
- หลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ ๔๔ สถาบันดำรงราชานุภาพ กระทรวงมหาดไทย
- หลักสูตรการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน รุ่นที่ ๖ สถาบันพระปกเกล้า
- หลักสูตรการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ รุ่นที่ ๑๘ ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย
- หลักสูตรการบริหารงานตำรวจชั้นสูง รุ่นที่ ๓๗ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- หลักสูตรการบริหารจัดการความมั่นคงแห่งชาติ รุ่นที่ ๖ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
- หลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ ๕ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
- หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ ๖๑ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
- หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ ๒๔ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

เครื่องราชอิสริยาภรณ์
- มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)
- มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)

ที่มา : POST TODAY https://share.google/FzIp3ZVZRimdvBe2f

ด่วน ถนนทรุดตัวขนาดใหญ่ บริเวณหน้ารพ.วชิรพยาบาล
24/09/2025

ด่วน ถนนทรุดตัวขนาดใหญ่ บริเวณหน้ารพ.วชิรพยาบาล

ศาลพิพากษายกฟ้อง ครูชัยยศ หลังถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ทุจริตอาหารกลางวันจากกรณี นายชัยยศ สุขต้อ ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ (...
24/09/2025

ศาลพิพากษายกฟ้อง ครูชัยยศ หลังถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ทุจริตอาหารกลางวัน

จากกรณี นายชัยยศ สุขต้อ ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ (คศ.3) โรงเรียนยางเปา อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีมูลเป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิด ฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ สืบเนื่องจากครูชัยยศเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุอาหารกลางวันนักเรียน ที่อดีตผู้บริหารสถานศึกษาฯ ระบุว่าเป็นการบริหารจัดการอาหารกลางวันเด็ก จากเด็กอนุบาลและประถมศึกษา ให้เด็กระดับมัธยมได้กินด้วย เพราะส่วนใหญ่เป็นนักเรียนกินนอน ครอบครัวยากจน

เมื่อวันที่ 23 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา โพสต์ข้อความผ่านเพจ “ดร.รัชชัยย์ ศรสุวรรณ”

ขอแสดงความยินดีกับครูชัยยศ สุขต้อ ครูบนดอย ที่เชียงใหม่ ครูที่ทุ่มเทเงินเดือน และ อุทิศตนเพื่อนักเรียน แต่ถูก ป.ป.ช.กล่าวหาว่าทุจริตเรื่องอาหารกลางวันนักเรียน บัดนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 (เชียงใหม่) มีคำพิพากษาว่าครูชัยยศฯ ไม่ได้กระทำผิดตามที่ ป.ป.ช.กล่าวหา พิพากษายกฟ้อง

คดีนี้ ผม และ ผอ อุทัย ขัติวงษ์ อดีต ผอ โรงเรียนกาวิละ เชียงใหม่ นักกฎหมายมือหนึ่งและเป็นทีมงานของสมาคมฯได้ช่วยกันทำคำฟ้องศาลปกครองขอให้เพิกถอน มติ ป.ป.ช. และ การต่อสู้คดีในศาลอาญาฯ ครูชัยยศ ฯ และทนายความ ก็ได้อาศัยข้อมูล ที่เป็นคำฟ้องในศาลปกครอง เป็นหลักด้วย

หาก ป.ป.ช.ไม่ยื่นอุทธรณ์ ครูชัยยศ ฯก็จะได้กลับเข้ารับราชการ ไปดูแลเด็กๆชาวเขาชาวดอยผู้ขาดโอกาส ต่อไป

รัชชัยย์ ศรสุวรรณ
นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา

ที่มา : Matichon Online https://shorturl.asia/VZBbc

ที่อยู่

Had Yai
90110

เบอร์โทรศัพท์

+6674500000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ฅนใต้ ดอทคอมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ฅนใต้ ดอทคอม:

แชร์