28/10/2025
วิบากกรรมทุจริต : บทเรียนลูกจ้างสาว สนง.อัยการสูงสุด เบียดบังเงินหลวง คุก 38 ปี 114 ด.
"... โทษจำคุก 38 ปี 114 เดือน ที่ น.ส.พัชนิดา ได้รับถือเป็นบทลงโทษที่หนักหนา จากการใช้อำนาจหน้าที่ยักยอกเบียดบังเงินหลวงไปเป็นประโยชน์ส่วนตน โดยใช้ช่องโหว่ จากการนำเงินที่เหลือจากโครงการต่างๆ ไปใช้ส่วนตัว เมื่อต้องคืนเงินของทางราชการตาม ระเบียบฯ จะนำเงินจากโครงการอื่นๆ ไปส่งคืนแทน แต่แผนแตกเพราะสุดท้ายไม่มีเงินคืนให้หน่วยงาน เนื่องจากไม่มีงบประมาณจากโครงการใหม่เข้ามาเพิ่ม..."
น.ส.พัชนิดา หรือ ภารดี เค้าแคน อดีตเจ้าพนักงานธุรการ ปฏิบัติงานสำนักฝึกอบอรม สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ที่ถูกเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำหมายศาลเข้าจับกุมตัวตามข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือ ใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ จากการทุจริตเบียดบังเงินราชการไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว พร้อมนำตัวส่งฟ้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายในช่วงปลายปี 2564
"ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 38 ปี 114 เดือน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 47 ปี 6 เดือน"
สำหรับที่มาคดีนี้ สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ได้เปิดประเด็นและนำเสนอข่าวว่า ในช่วงปี 2560-61 สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อขอให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของ น.ส.พัชนิดา เค้าแคน ไว้ชั่วคราว หลังจากมีการตรวจสอบพบว่า น.ส.พัชนิดา เบียดบังนำเงินทดรองราชการทำให้สำนักงานอัยการสูงสุดได้รับความเสียหายจำนวน 3,501,511.20 บาท
เบื้องต้น คณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน ของ น.ส.พัชนิดา ไว้ชั่วคราว คือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ฮอนด้ารุ่นแจ๊ส สีดำ และที่ดินตามโฉนดที่ดิน อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด (อาคารชุดเคหะชุมชนธนบุรี 1) เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกนำไปซุกซ่อนในชื่อคนใกล้ชิด ขณะเดียวกัน สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนการกระทำความผิดของ น.ส.พัชนิดา อีกทางหนึ่ง
ต่อมาในช่วงปี 2562 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดทงอาญาและความผิดทางวินัยร้ายแรง น.ส. พัชนิดา เป็นทางการ พร้อมส่งสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง ไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาเมื่อวันที่ 8 มี.ค. 62
มติ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า น.ส. พัชนิดา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 157 มาตรา 161 มาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266 และมาตรา 268 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใด ในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจ ในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 123/1 ประกอบพระราช บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 192 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 และมาตรา 91
ส่วนความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรม ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไป ตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทาง ราชการ มติของคณะรัฐมนตรี นโยบาย ของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามระเบียบ แบบแผนของทางราชการ ฐานอาศัย หรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยตำแหน่งหน้าที่ ราชการของตนหาประโยชน์ให้แก่ตนเอง หรือผู้อื่น ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการ ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553และที่แก้ไข เพิ่มเติม มาตรา 102 ประกอบ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ พลเรือน พ.ศ.2551 และที่แก้ไข เพิ่มเติม มาตรา 82 (1) และ (2) มาตรา 83 (3) ประกอบมาตรา 85 (7) และมาตรา 85 (1)
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวในช่วงที่ ป.ป.ช.ไต่สวนคดีนี้ น.ส.พัชนิดา ได้แจ้งย้ายที่อยู่ทำให้ไม่สามารถส่งหมายแจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหาได้
จนกระทั่งปรากฏข่าวในช่วงปี 2564 เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม และสำนักงาน ป.ป.ช. นำหมายจับศาลฯ เข้าจับกุมตัว น.ส.พัชนิดา บ้านพักใน ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
ระบุพฤติการณ์การกระทำความผิดตามหมายจับกุมตัวว่า สืบเนื่องจากเมื่อปี 2555 น.ส.พัชนิดา ยังเป็นเจ้าพนักงานธุรการ ปฏิบัติงาน สำนักฝึกอบอรม สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้เสนอเรื่องขออนุมัติยืมเงินทดรองราชการ ระหว่างวันที่ 30 พ.ย. 2555 – 18 ก.ย. 2560 ในโครงการอบรม จำนวน 16 โครงการ ผู้ต้องหากลับนำเงินที่เหลือจากโครงการมาใช้จ่ายส่วนตัว และยังจัดทำเอกสารการคืนเงินให้กับหน่วยงาน ด้วยการนำเงินจากโครงการต่างๆ มาคืนให้ เพื่อเป็นการหักล้างบัญชีเงินทดรองราชการตามระเบียบฯ ภายหลังมีการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาได้แสวงหาประโยชน์จากเงินโครงการต่างๆ นำไปใช้จ่ายส่วนตัว จากทั้งหมด 16 โครงการ รวมเป็นเงิน 2,696,051 บาท จึงมีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวน จนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านใน ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงเข้าจับกุมได้ดังกล่าว
จากการสอบสวน น.ส.พัชนิดา ให้การรับสารภาพว่า เริ่มทำงานมาตั้งแต่ปี 2554 ทำหน้าที่เบิกจ่ายงบประมาณ กระทั่งเมื่อปี 2556 ได้เริ่มนำเงินที่เหลือจากโครงการต่างๆ ไปใช้ส่วนตัว เมื่อต้องคืนเงินของทางราชการตาม ระเบียบฯ จะนำเงินจากโครงการอื่นๆ ไปส่งคืนแทน และจะทำแบบนี้เรื่อยมา แต่สุดท้ายไม่มีเงินคืนให้หน่วยงาน เพราะไม่มีงบประมาณจากโครงการใหม่เข้ามา ทำให้ถูกตรวจสอบจนพบว่ามีแต่เอกสารคืนเงิน แต่ไม่มีเงินมาคืนแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ในการพิจารณาคดีนี้ ซึ่ง ป.ป.ช.เป็นโจทก์ฟ้องคดีเอง (ยังไม่มีข้อมูลว่าทำไมอัยการไม่ฟ้องคดีนี้ให้) ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาว่า น.ส.พัชนิดา มีความผิดตามกฏหมาย ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทง รวมจำคุก 19 กระทง รวมโทษทุกกระทงเป็นจำคุก 95 ปี
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 47 ปี 6 เดือน
ต่อมาศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 19 กระทง ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 38 ปี 114 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ปัจจุบันคดีถึงที่สุดแล้ว
โทษจำคุก 38 ปี 114 เดือน ที่ น.ส.พัชนิดา ได้รับถือเป็นบทลงโทษที่หนักหนา จากการใช้อำนาจหน้าที่ยักยอกเบียดบังเงินหลวงไปเป็นประโยชน์ส่วนตน โดยใช้ช่องโหว่จากการนำเงินที่เหลือจากโครงการต่างๆ ไปใช้ส่วนตัว เมื่อต้องคืนเงินของทางราชการตาม ระเบียบฯ จะนำเงินจากโครงการอื่นๆ ไปส่งคืนแทน แต่แผนแตกเพราะสุดท้ายไม่มีเงินคืนให้หน่วยงาน เนื่องจากไม่มีงบประมาณจากโครงการใหม่เข้ามาเพิ่ม
นับเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาสำคัญเกี่ยวกับช่องโหว่ระเบียบการใช้จ่ายเงินรัฐ และวิบากกรรมทุจริต ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้เดินย้ำซ้ำรอยเอาเป็นเยี่ยงอย่างในอนาคตอีกต่อไป
ที่มา : สำนักข่าวอิศรา https://shorturl.asia/0p1Dn