About Marathon 🇯🇵 นักวิ่งญี่ปุ่น/งานวิ่งญี่ปุ่นและมาราธอน
👉 ติดต่องาน Inbox • EST. 2024 : CC BY-NC
✉️ [email protected]

🇯🇵 นักวิ่งงานนี้ Sub-4 กันทุกคนงานวิ่งที่ออกแบบมาเพื่อทำเวลาOhtawara Marathon งานมาราธอนที่เก่าแก่จัดการแข่งขันมาแล้ว 35...
09/06/2026

🇯🇵 นักวิ่งงานนี้ Sub-4 กันทุกคน

งานวิ่งที่ออกแบบมาเพื่อทำเวลา
Ohtawara Marathon
งานมาราธอนที่เก่าแก่
จัดการแข่งขันมาแล้ว 35 ครั้ง

การแข่งขันปีที่แล้ว
ติด 1 ใน 100 งานวิ่ง
ที่คนญี่ปุ่นชอบที่สุด
ได้คะแนนสูงถึง 93.4 คะแนน

เนื่องจากงานนี้คัดเฉพาะ
นักวิ่งที่เพซเร็วกว่า 6
และ Cut Off 4 ชั่วโมง
จำกัดแค่ 3,000 คน

ทำให้ไม่มีปัญหาจราจร
ในช่วงออกสตาร์ท
ลื่นไหลมาก ขาแรงทั้งนั้น

ถ้าเคยวิ่งมาราธอน Sub-4 ได้
งานนี้ท้าทายอย่างยิ่ง

🔺
วางน้ำของตัวเองได้

งานนี้พิเศษกว่างานทั่วไป
ที่นักวิ่งธรรมดาสามารถ
วางเครื่องดื่มหรือเจล
ของตัวเองบนโต๊ะที่ผู้จัด
เตรียมไว้ให้ได้ ซึ่งมี 7 จุด

และมีของทางงานอีก 8 จุด
แต่ไม่มีอาหารบริการระหว่างทาง

🔺
เส้นทางวิ่ง

ออกสตาร์ท
เวลา 10:00 น.

จุดสตาร์ทและเส้นชัย
ที่สนามกีฬามิฮาระปาร์ค

เป็นเส้นทางแบบไปกลับ
วนเป็นวงกลมไม่ซ้ำทางเดิม
มีเนินขึ้นลงเป็นระยะ
ครึ่งแรกส่วนมากจะลง
และจากกิโลเมตรที่ 25
ขึ้นเนินอย่างเดียวถึงเส้นชัย
ความสูงต่างกัน 90 เมตร
และหลายปีอาจเจอ
ลมต้านด้วยในช่วงท้าย

"แค่ Sub-4 ยังไม่ยากพอ
เลยใส่เนินยาวๆ และลมเข้าไปด้วย"

— ผู้จัดงานไม่ได้กล่าว

🔺
Cut off

4 ชั่วโมงคือเวลารวม
แต่มี Cut Off ระหว่างทาง 5 จุด

※ 15.6 กิโลเมตร
เวลา 1:30 ชั่วโมง (5:46)

※ 20.1 กิโลเมตร
เวลา 1:55 ชั่วโมง (5:43)

※ 26.3 กิโลเมตร
เวลา 2:29 ชั่วโมง (5:40)

※ 35.7 กิโลเมตร
เวลา 3:22 ชั่วโมง (5:40)

※ 40.5 กิโลเมตร
เวลา 3:50 ชั่วโมง (5:41)

🔺
Pacer

มีเพซเซอร์เร็วสุด
※ 2:50 ชั่วโมง (Sub-Ega)
※ 3:00 ชั่วโมง
※ 3:15 ชั่วโมง
※ 3:45 ชั่วโมง
※ 4:00 ชั่วโมง

🔺
ไม่มีการแต่งแฟนซี

งานนี้ไม่อนุญาต
ให้นักวิ่งแต่งแฟนซี

เพราะจะไปรบกวนนักวิ่งคนอื่นๆ
ในการทำความเร็ว

🔺
เดินทางง่าย

เมืองโอตาวาระ, จังหวัดโทชิกิ
อยู่ห่างจากโตเกียว
ประมาณ 1:10 ชั่วโมง
โดยรถไฟชินคันเซ็น

ทำให้สามารถเดินทาง
ไปเช้าเย็นกลับ
จากใจกลางโตเกียว

🔺
เสน่ห์

โอตาวาระ
— ไม่ได้ขายความยิ่งใหญ่
— ไม่ได้มีนักวิ่งหลายหมื่นคน
— ไม่ได้มีเสียงเชียร์อลังการ
— ไม่ได้มีอาหารขึ้นชื่อระหว่างทาง
— ไม่ได้มีเหรียญสวยที่สุด

แต่เป็นสนามที่ให้คุณค่ากับ
การฝึกซ้อม, การทำเวลา

สนามที่ยกย่องนักวิ่งสมัครเล่น
และเปิดโอกาสให้แข่งขัน
อย่างเท่าเทียมเหมือนกับ Elite
เพราะวางน้ำของตัวเองได้

🔺
ปี 2025

แข่งวันที่ 23 พฤศจิกายน
มีนักวิ่งมาราธอนสตาร์ท 2,803 คน
เข้าเส้นชัย 2,354 คน (84.0%)

🔺
อากาศ

ปี 2025 เวลา 10:00 น.
อุณหภูมิ: 12.0 องศาเซลเซียส
ความชื้น: 48% มีเมฆมาก

🔺
Ohtawara Marathon 2026
แข่งวันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2026
มาราธอน จำกัด 4 ชั่วโมง
10 กิโลเมตร จำกัด 1 ชั่วโมง
มาราธอน 3,000 คน, 10 กม. 1,000 คน
เปิดรับสมัครวันนี้ถึง 17 สิงหาคม 2026

👉 ใครที่จะสมัครศึกษาข้อมูล
ด้วยตัวเองอีกครั้งเพราะงานนี้
ไม่ได้เปิดรับนักวิ่งต่างชาติโดยตรง
และจัดส่งบิบทางไปรษณีย์

📸 Photo: Ohtawara Marathon.
📑 reference:
[1.] 走りに全力集中したいシリアスランナー集まれ! 大田原マラソン(11月23日)エントリー受付中. Runnet.
[2.] Ohtawara Marathon.
| 𝗔𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗠𝗮𝗿𝗮𝘁𝗵𝗼𝗻
#大田原マラソン

🇯🇵 ผู้บุกเบิกนักวิ่งอาชีพของญี่ปุ่นในประวัติศาสตร์มาราธอนญี่ปุ่น มีนักวิ่งไม่กี่คนที่เลือกเดินเส้นทางซึ่งไม่มีใครกล้าเดิ...
08/06/2026

🇯🇵 ผู้บุกเบิกนักวิ่งอาชีพของญี่ปุ่น

ในประวัติศาสตร์มาราธอนญี่ปุ่น
มีนักวิ่งไม่กี่คนที่เลือกเดิน
เส้นทางซึ่งไม่มีใครกล้าเดินมาก่อน
และอาราตะ ฟูจิวาระคือหนึ่งในนั้น

เขาเป็นหนึ่งในคนที่ถูกมองว่าเป็น
ผู้บุกเบิกนักวิ่งมาราธอนอาชีพ
(Professional Runner)
ของญี่ปุ่น ก่อนยุคของ
ซูกูรุ โอซาโกะ เสียอีก

จากนักวิ่งมหาวิทยาลัย
ที่ไม่เคยสร้างผลงานโดดเด่น
ใน Hakone Ekiden

เขาค่อย ๆ ไต่เต้าจากทีมบริษัท
จนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักวิ่ง
มาราธอน Elite ของญี่ปุ่น

แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อของเขา
ถูกพูดถึงมากกว่าผลงานในสนาม
คือการตัดสินใจลาออกจาก
ทีมบริษัทในปี 2010 เพื่อเป็น

"นักวิ่งอาชีพอิสระ"

ในยุคที่นักวิ่งญี่ปุ่นแทบทั้งหมด
อยู่ภายใต้ระบบบริษัท
ซ้อมและกินเงินเดือนเพื่อแข่งวิ่งผลัด

ถ้ายูโกะ อาริโมริ คือนักวิ่งอาชีพ
หญิงคนแรกของญี่ปุ่น
อาราตะ ฟูจิวาระ ก็เปรียบเหมือน
นักวิ่งอาชีพชายคนแรกของญี่ปุ่น

เรื่องราวของฟูจิวาระ
จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของนักวิ่งคนหนึ่ง
แต่เป็นเรื่องของชายผู้กล้าเดิมพัน
อาชีพ ชื่อเสียง และอนาคตทั้งหมด
เพื่อพิสูจน์ว่าตนเองจะไปได้ไกล
แค่ไหนบนเส้นทางมาราธอน

🔺
ปี 2007
— มาราธอนแรกที่เกือบพัง

Lake Biwa Mainichi Marathon
อันดับ 85 เวลา 2:38:37 ชั่วโมง

อากาศร้อน ปวดท้อง
และแผลพุพองเต็มฝ่าเท้า

นี่คือการเปิดตัวในมาราธอน
ที่เลวร้ายเกินกว่าที่ใครคาดคิด

แต่ฟูจิวาระกลับมองเห็น
ศักยภาพของตัวเองจากวันนั้น

เขาเชื่อว่าหากแก้ไข
รายละเอียดต่าง ๆ ได้
เขาไปได้ไกลกว่านี้

🔺
ปี 2008
— ก้าวกระโดดครั้งใหญ่

Tokyo Marathon อันดับ 2
อันดับ 1 นักวิ่งญี่ปุ่น
เวลา 2:08:40 ชั่วโมง

ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี
เขาพัฒนาจากนักวิ่ง
ที่ทำเวลา 2 ชั่วโมง 38 นาที

กลายเป็นนักวิ่ง Elite ของประเทศ
ผลงานครั้งนี้ทำให้เขากลายเป็น
ตัวเต็งสำหรับโอลิมปิก ที่ปักกิ่ง

แม้สุดท้ายจะได้เพียง
สถานะตัวสำรอง

แต่ชื่อของอาราตะ ฟูจิวาระ
ก็เริ่มเป็นที่รู้จักทั่วญี่ปุ่น

🔺
ปี 2008
— พิสูจน์ว่าความสำเร็จไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

Fukuoka International Marathon
อันดับ 3 เวลา 2:09:47 ชั่วโมง

ผลงานครั้งนี้ส่งให้เขาติดทีมชาติญี่ปุ่น
ไปแข่งชิงแชมป์โลก 2009 ที่กรุงเบอร์ลิน

🔺
ปี 2009
— วันที่โลกไม่เป็นอย่างที่คิด

World Championships Berlin
อันดับ 60 เวลา 2:31:06 ชั่วโมง

หลังสร้างชื่อในประเทศ
ฟูจิวาระกลับไม่สามารถ
แสดงศักยภาพออกมาได้บนเวทีโลก

การแข่งขันครั้งนี้กลายเป็น
ความผิดหวังครั้งใหญ่

แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้น
ของการตั้งคำถามว่า

เขาอยากเป็นนักวิ่ง
แบบไหนกันแน่

🔺
ปี 2010
— การตัดสินใจที่เปลี่ยนชีวิต

Tokyo Marathon
อันดับ 2 เวลา 2:12:34 ชั่วโมง
อันดับ 2 นักวิ่งญี่ปุ่น

หลังการแข่งขัน
ฟูจิวาระเดินเข้าไปบอก
บริษัท JR East ว่า

"ผมขอลาออก"

เขาเลือกออกจากเส้นทาง
ที่มั่นคงเพื่อเป็นนักวิ่งอาชีพเต็มตัว

ในยุคนั้น
นี่คือการตัดสินใจ
ที่กล้าหาญอย่างยิ่ง

🔺
ปี 2011
— ปีที่ยากที่สุด

แผ่นดินไหวครั้งใหญ่
ทางตะวันออกของญี่ปุ่น

สปอนเซอร์ถอนตัว รายได้หายไป
อาการเอ็นฝ่าเท้าอักเสบรุนแรง

บางวันเขาไม่สามารถ
ลงน้ำหนักที่เท้าได้เลย

ฟูจิวาระยอมรับในภายหลังว่า
เขาเคยคิดว่า

"ถ้าไม่ลาออกจากบริษัทก็คงดี"

🔺
ปี 2011
— ขายปอร์เช่เพื่อรักษาความฝัน

ปอร์เช่คันที่ซื้อจาก
เงินรางวัลแชมป์
Ottawa Marathon

แต่เมื่อเงินเริ่มขาดมือ
เขาตัดสินใจขายมัน

เพื่อนำเงินไปใช้ในการรักษาตัว
ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งญี่ปุ่น

หลายคนมองว่า
เป็นเพียงการขายรถ

แต่สำหรับฟูจิวาระ
มันคือการตัดขาดจากอดีต
และเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

🔺
ปี 2012
— ตั๋วสู่โอลิมปิก

Tokyo Marathon
อันดับ 2 เวลา 2:07:48 ชั่วโมง
อันดับ 1 นักวิ่งญี่ปุ่น

ทำผลงานได้ดีที่สุดในชีวิต
หลังจากขายปอร์เช่
เพียงไม่กี่เดือน

และเขาก็ได้ตั๋วไปโอลิมปิก
ความเสี่ยงทั้งหมดที่เดิมพันไว้
ได้รับการตอบแทน

🔺
ติดทีมโอลิมปิก

ฟูจิวาระกลายเป็นบุคคล
สาธารณะทันที

ได้รับสปอนเซอร์จำนวนมาก
ตั้งบริษัทบริหารของตัวเอง
ออกรายการโทรทัศน์
สัมภาษณ์สื่ออย่างต่อเนื่อง

รวมถึงการระดมทุนและ
มีผู้สนับสนุนกว่า 20,000 คน
ระดมทุนได้ประมาณ 10 ล้านเยน

แต่ยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้น
เขากลับเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันจากสังคม

เขากล่าวในภายหลังว่า
"การต่อสู้กับสิ่งที่
มองไม่เห็นเริ่มขึ้นแล้ว"

🔺
เสียงเชียร์และเสียงต่อต้าน

ไม่ใช่ทุกคนที่ชื่นชมเขา
ฟูจิวาระเริ่มถูกวิจารณ์ว่า

"นักวิ่งก็ควรวิ่งไปเงียบ ๆ"
"อย่าทำตัวเด่นเกินไป"
"เหลิงเพราะดัง"

สำหรับนักวิ่งที่เคยใช้ชีวิต
อยู่ในระบบทีมบริษัท

นี่คือโลกอีกใบหนึ่ง
โลกที่ต้องรับมือกับทั้งแฟนๆ
และผู้วิจารณ์ไปพร้อมกัน

เขายอมรับตรง ๆ ว่า
"ผมกลัวสายตาของผู้คน"

🔺
ปี 2012
— ความจริงของเวทีโอลิมปิก

London Olympic Marathon
12 สิงหาคม 2012

ช่วงต้นการแข่งขัน
ฟูจิวาระยังเกาะกลุ่มนำได้ดี

ผ่าน 30 กิโลเมตร
ยังอยู่ในตำแหน่งที่มีลุ้น

แต่หลังจากนั้น
ตะคริวที่น่องทั้งสองข้างเริ่มเล่นงาน
ความเร็วตกลงอย่างหนัก

5 กิโลเมตรสุดท้าย
เขาใช้เวลามากกว่า 20 นาที

ก่อนเข้าเส้นชัยด้วย
อันดับ 45 เวลา 2:19:11 ชั่วโมง

อันดับสุดท้ายในบรรดานักวิ่งญี่ปุ่น
แม้ผลการแข่งขันจะน่าผิดหวัง
แต่ฟูจิวาระไม่เคยเสียใจ

เพราะอย่างน้อย
เขาได้ยืนอยู่บนเส้นสตาร์ท
ในฐานะคนที่เคยเชื่อว่าตัวเอง
มีโอกาสต่อสู้เพื่อเหรียญรางวัล

🔺
ปี 2013
— ช่วงที่ยากที่สุดเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ฟูจิวาระได้รับบาดเจ็บ
บริเวณต้นขาซ้าย

อาการบาดเจ็บเรื้อรังดังกล่าว
กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

จากนักวิ่งระดับ 2:07
เขาไม่สามารถกลับไป
อยู่ในระดับเดิมได้อีก

📝 เนื้อหาในเฟสบุ๊คจะสั้นกว่า
ในเว็บไซต์ About Marathon ดังนั้น..

🔺
สิ่งที่มาราธอนสอนเขา

หลังจากเลิกแข่งขัน
และผันตัวไปเป็นโค้ช

ฟูจิวาระเคยพูดถึงสิ่งที่
ได้เรียนรู้จากการบาดเจ็บว่า

"ถ้าผมไม่เคยบาดเจ็บ
ผมคงไม่มีวันเข้าใจ
ความเจ็บปวดของคนอื่น"

บางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่
มีค่ากว่าชัยชนะใด ๆ

เพราะสุดท้ายแล้ว
สิ่งที่หล่อหลอม
อาราตะ ฟูจิวาระ
ไม่ใช่วันที่เขาได้ไปโอลิมปิก

แต่เป็นวันที่เขาเกือบหมดทุกอย่าง
วันที่เขาคิดว่าไม่น่าลาออกจากบริษัท
และวันที่เขาต้องขายปอร์เช่
เพื่อรักษาความฝันของตัวเองเอาไว้

นั่นต่างหากคือมาราธอน
ที่แท้จริงของชีวิตเขา

/*
藤原新 Arata FUJIWARA / อาราตะ ฟูจิวาระ

📸 Photo: Suzuki Athlete Club.
📑 reference:
[1.] 先駆者・藤原新が振り返るプロランナーという生き方「周囲の視線が怖かった」「大迫選手のようになりたかった(笑)」. Sportiva Shueisha.
| 𝗔𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗠𝗮𝗿𝗮𝘁𝗵𝗼𝗻
#藤原新

🇯🇵 ว่าด้วยเรื่อง : คานาซาวะและโฮคุริคุKanazawa Marathon 2026ซึ่งจะแข่งวันที่ 25 ตุลาคมนี้มีนักวิ่งต่างชาติสูงถึง 1,179 ค...
08/06/2026

🇯🇵 ว่าด้วยเรื่อง : คานาซาวะและโฮคุริคุ

Kanazawa Marathon 2026
ซึ่งจะแข่งวันที่ 25 ตุลาคมนี้

มีนักวิ่งต่างชาติสูงถึง 1,179 คน
มากกว่าปีที่แล้ว 151 คน

นักวิ่งจากไต้หวันมากที่สุด
จำนวน 584 คน
ขณะที่ปีที่แล้วแค่ 378 คน
แสดงว่างานนี้ ถูกพูดถึงเยอะ
ในไต้หวัน คนจึงเพิ่มขึ้น
เกือบ 1 เท่าตัว

ตามมาด้วยฮ่องกง
มีนักวิ่งสมัคร 432 คน
ลดลง 15 คนจากปีที่แล้ว

🔺
ไต้หวัน

ประเทศที่นิยมไปวิ่งในญี่ปุ่น
มากที่สุดต้องยกให้กับไต้หวัน

ถ้าใครไปวิ่งญี่ปุ่นแล้วเห็นนักวิ่ง
คล้ายคนจีน 95% คือคนไต้หวัน

🗨️ "ความนิยมของคานาซาวะ
ในไต้หวันน่าจะมาจากการบอกต่อกัน"
— ผู้จัดงาน กล่าว

🔺
ไทย

คนที่เดินทางจากไทย
ไปวิ่ง Kanazawa Marathon
มีจำนวนไม่ถึง 10 คนต่อปี
แต่ปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นเยอะ

🔺
มาราธอนฤดูฝน

แม้ 2-3 ปีหลัง คานาซาวะ
จะฝนตกทุกปี
จนนักวิ่งญี่ปุ่นให้ฉายาว่า

"ถ้าฝนไม่ตกแสดงว่า
ไม่ใช่ Kanazawa Marathon"

แต่ได้รับความนิยมสูงมาก
มาราธอน 10,000 กว่าคน
คนญี่ปุ่นต้องแย่งลอตโต้กันเดือด

นี่คืองานวิ่งที่ได้รับความนิยม
มากที่สุดในภูมิภาคโฮคุริคุ

นั่นทำให้ผมอยากรู้มากว่า
จุดเด่นที่คนชอบจริงๆ คืออะไร
ที่ทำให้คนบอกต่อๆ กัน
และได้รับความนิยมขนาดนี้

ปีหน้าผมตั้งใจจะไปรายการนี้
ใครสนใจทักมาได้ครับ

🔺
สรุป

งานวิ่งในภูมิภาคโฮคุริคุ
ซึ่งงานใหญ่ๆ ทั้งนั้น
มาราธอนสเกล 10,000 กว่าคน
นักวิ่งเต็มความจุทุกงาน

📝 เนื้อหาในเฟสบุ๊คจะสั้นกว่า
ในเว็บไซต์ About Marathon ดังนั้น..
📑 reference:
[1.]〈金沢マラソン〉国外ランナー1179人 昨年比151人増、トップは台湾. Hokkoku Shimbun.
| 𝗔𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗠𝗮𝗿𝗮𝘁𝗵𝗼𝗻
#金沢マラソン

🇯🇵 ว่าด้วยเรื่อง : คนถือป้ายกิโลเมตรในมาราธอนที่ญี่ปุ่น ที่เราควรเรียนรู้หลายคนที่เคยไปวิ่งมาราธอนที่ญี่ปุ่นน่าจะสังเกตเ...
07/06/2026

🇯🇵 ว่าด้วยเรื่อง : คนถือป้ายกิโลเมตร
ในมาราธอนที่ญี่ปุ่น ที่เราควรเรียนรู้

หลายคนที่เคยไปวิ่งมาราธอนที่ญี่ปุ่น
น่าจะสังเกตเห็นเหมือนกันว่า

แทบทุกกิโลเมตรจะมีอาสาสมัคร
ยืนถือป้ายบอกระยะอยู่

ไม่ใช่แค่ตั้งป้ายไว้ข้างทาง
แล้วปล่อยให้ทำหน้าที่ของมันเอง

อาสาสมัครเหล่านี้
ผ่านการอบรมและได้รับมอบหมาย
ให้ประจำอยู่ในจุดนั้นโดยเฉพาะ

ซึ่งเบื้องหลังการใช้คน
ไปยืนถือป้ายทุกกิโลเมตร
มีเหตุผลมากกว่าที่หลายคนคิด

🔺
ความแม่นยำ

แม้จะสามารถตั้งป้ายได้
แต่ในความเป็นจริง

บางจุดอาจติดตั้งป้ายไม่ได้พอดี
เพราะสภาพพื้นที่ สิ่งกีดขวาง
หรือข้อจำกัดของเส้นทาง

จึงต้องใช้อาสาสมัคร
ไปยืนอยู่ในตำแหน่งที่วัดระยะจริง

เพื่อให้นักวิ่งได้รับข้อมูล
ที่แม่นยำที่สุด

🔺
เสียงเชียร์

งานวิ่งญี่ปุ่นอาจ
ไม่เคยขาดกองเชียร์
แต่การมีอาสาสมัครประจำอยู่
ในทุกกิโลเมตร

ก็ทำให้มีคนคอยส่งเสียงเชียร์
ให้กำลังใจนักวิ่งตลอดเส้นทาง

สำหรับนักวิ่งที่กำลังเหนื่อย
คำว่า

頑張って!

เพียงคำเดียว

บางครั้งก็มีค่ามากกว่า
ที่เราคิด

🔺
ความเป็นญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นมีแนวคิดที่เรียกว่า
おもてなし

หรือการต้อนรับขับสู้ด้วยใจ
ของชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นมากกว่า
แค่การบริการทั่วไป

แนวคิดคือ

"ไม่ต้องรอให้ถามก่อน
แต่เตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้า"

ดังนั้นแทนที่จะติดป้ายไว้เฉย ๆ
พวกเขาเลือกให้มีคนอยู่ตรงนั้น

เผื่อมีนักวิ่งหรือประชาชน
ต้องการสอบถามข้อมูล

ไม่ว่าจะเป็น

※ เส้นทาง
※ ห้องน้ำ
※ จุดพยาบาล
※ การเดินทาง
※ ปัญหาที่เกิดจากการปิดถนน

ญี่ปุ่นให้ความสำคัญ
กับรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้มาก

เพราะสำหรับพวกเขา
คนช่วยแก้ปัญหาได้มากกว่าป้าย

🔺
ความอุ่นใจ

คนถือป้ายกิโลเมตร
ไม่ได้ถูกมองว่า
เป็นเพียงอาสาสมัคร

แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม
ที่ดูแลนักวิ่งตลอดเส้นทาง

แม้นักวิ่งจะไม่ได้ใช้
ความช่วยเหลือเลย

แต่การรู้ว่า
ทุก ๆ กิโลเมตรจะมีเจ้าหน้าที่อยู่
ก็ทำให้นักวิ่งรู้สึกอุ่นใจ

ซึ่งมีคุณค่าทางจิตวิทยา
มากกว่าที่หลายคนคิด

🔺
ความปลอดภัย

นี่อาจเป็นเหตุผล
ที่สำคัญที่สุด

นักวิ่งญี่ปุ่นจะคุ้นเคยว่า
หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ในทุก ๆ กิโลเมตร
จะมีเจ้าหน้าที่ของงานประจำอยู่

และสามารถขอความ
ช่วยเหลือได้ทันที

ทำให้คนถือป้าย
กลายเป็นส่วนหนึ่ง
ของระบบความปลอดภัย
ไม่ใช่แค่คนถือป้ายบอกระยะ

🔺
มองเห็นได้ชัดกว่า

งานวิ่งใหญ่ในญี่ปุ่น
มีนักวิ่งตั้งแต่หลักหมื่น
ไปจนถึงหลายหมื่นคน

บางช่วงถนนแคบ
หากป้ายถูกตั้งอยู่ริมทาง
นักวิ่งที่อยู่กลางกลุ่ม
อาจมองไม่เห็น

จึงนิยมให้อาสาสมัคร
ถือป้ายสูงเหนือศีรษะ

เพื่อให้นักวิ่งสามารถมองเห็น
ได้จากระยะไกล

โดยเฉพาะช่วงต้นการแข่งขัน
ที่มีนักวิ่งหนาแน่น

🔺
มีผลต่อจิตใจ

นักวิ่งญี่ปุ่นจำนวนมากมองว่า

ป้ายกิโลเมตร
ไม่ใช่แค่ข้อมูลระยะทาง

แต่เป็นเป้าหมายย่อย
ระหว่างการแข่งขัน

เวลาวิ่งมาราธอน 42.195 กิโลเมตร

สมองจะไม่คิดว่า

"เหลืออีก 30 กิโลเมตร"

หรือ

"เหลืออีก 20 กิโลเมตร"

แต่จะคิดว่า

※ อีก 1 กิโลเมตรถึงป้ายหน้า
※ อีก 1 กิโลเมตรถึงจุดน้ำ
※ อีก 1 กิโลเมตรถึงจุดเชียร์

ซึ่งช่วยแบ่งระยะทางไกลๆ
ออกเป็นเป้าหมายเล็ก ๆ
และช่วยให้ไม่ท้อ
ระหว่างการแข่งขัน

🔺
Course Management

งานใหญ่อย่าง Tokyo Marathon

ไม่ได้มองคนถือป้าย
เป็นแค่คนถือป้าย

แต่จัดให้อยู่ในทีม
Course Management

หรือการบริหารจัดการเส้นทางแข่งขัน
หน้าที่ของพวกเขา ได้แก่

※ แจ้งระยะทาง
※ ดูแลความปลอดภัย
※ สังเกตอาการนักวิ่ง
※ ป้องกันคนดูตัดผ่านสนาม
※ รายงานเหตุฉุกเฉิน
※ ให้ข้อมูลกับนักวิ่ง

ดังนั้นคนถือป้ายกิโลเมตร
จึงเป็นเจ้าหน้าที่ประจำจุด

มากกว่าจะเป็น
ป้ายบอกระยะทางเคลื่อนที่

🔺
ไม่ใช่แค่งานวิ่ง

ในญี่ปุ่นเราจะเห็นแนวคิดนี้
ในหลายกิจกรรม

แม้แต่ป้ายบอกทางไปสถานีรถไฟ
ก็ยังมีคนยืนถือป้ายลูกศร
เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก

ผมเคยไปดูฟุตบอล J League
หลังจบเกมจะมีเจ้าหน้าที่
ยืนถือป้ายหน้าที่นั่งเลย
ว่าใครต้องการความช่วยเหลือ
ให้ยกมือ เจ้าหน้าที่จะเดินไปหา

รวมถึงมีเจ้าหน้าที่
คอยจัดการการจราจร
ตามจุดต่าง ๆ จนถึงสถานีรถไฟ

ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิด
เดียวกันคือการใช้คน
เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้คน

🔺
แล้วประเทศไทยล่ะ

ผมมองว่า
บ้านเราน่าจะนำแนวคิดนี้
มาปรับใช้ได้

เพราะมาราธอนในไทย
ส่วนใหญ่มีกองเชียร์ค่อนข้างน้อย

หากมีอาสาสมัคร
ประจำอยู่ทุกกิโลเมตร

อย่างน้อยนักวิ่งก็จะมี
คนคอยเชียร์อยู่เป็นระยะ
ตลอดทั้งเส้นทาง

และที่สำคัญ
งานจำนวนมาก
จัดแข่งขันในช่วงเช้ามืด
เรื่องความปลอดภัยจึงสำคัญมาก

นักวิ่งทุกคนจะมั่นใจได้ว่า
ในทุก ๆ 1 กิโลเมตร
จะมีเจ้าหน้าที่ของงานอยู่เสมอ

พร้อมช่องทางติดต่อ
Medical Director
หรือ Race Director

หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
เพราะท้ายที่สุดแล้ว
คนถือป้ายกิโลเมตร

ไม่ได้มีหน้าที่
แค่บอกว่านี่คือ
กิโลเมตรที่ 25

แต่เป็นตัวแทนของผู้จัดงาน
ที่ประจำอยู่ทุก ๆ 1 กิโลเมตร

เพื่อดูแลนักวิ่ง
ความปลอดภัย
การสื่อสาร
และสร้างความมั่นใจ
ตลอดระยะทาง
42.195 กิโลเมตร

และนี่อาจเป็นอีกหนึ่ง
รายละเอียดเล็ก ๆ

ที่สะท้อนแนวคิดการจัดงาน
แบบญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน

เพราะสำหรับญี่ปุ่น
"คน" แก้ปัญหาคนได้มากกว่าป้าย


| 𝗔𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗠𝗮𝗿𝗮𝘁𝗵𝗼𝗻

🇯🇵 บิบที่แพงที่สุดในโลก?บริษัท SGC Corporation ผู้ผลิตและจำหน่ายทองคำและผู้รับซื้อโลหะมีค่า จากโตเกียวเปิดขายบิบ Hokkaid...
07/06/2026

🇯🇵 บิบที่แพงที่สุดในโลก?

บริษัท SGC Corporation
ผู้ผลิตและจำหน่ายทองคำ
และผู้รับซื้อโลหะมีค่า จากโตเกียว

เปิดขายบิบ
Hokkaido Marathon 2026
มูลค่า 10,000,000 เยน (รวมภาษี)
ประมาณ 2 ล้านบาท

ผู้ชื้อแพคเกจนี้เมื่อเข้าเส้นชัย
จะได้รับเหรียญรางวัลพิเศษ
ที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์ 202.6 กรัม
โดยใช้ดีไซน์เดียวกับ
เหรียญทั่วไปภายในงาน

ซึ่งจะเปิดรับสมัครนักวิ่ง
ในวันที่ 20 มิถุนายนนี้
ผ่านทางเว็บไซต์ของงาน
Hokkaido Marathon

นอกจากนี้ยังมีความพิเศษ
นักวิ่งที่เข้าเส้นชัยมีบริการ
สลักชื่อและเวลาที่เข้าเส้นชัยฟรี

(น่าสนใจว่าเศษทองที่หลุด
จากการสลักนั้นมีมูลค่าเท่าไร)

🔺
Hokkaido Marathon 2026
แข่งวันที่ 30 สิงหาคม 2026

มาราธอนสเกลใหญ่รายการเดียว
ของญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคม

📸 Photo: Hokkaido Marathon
📑 reference:
[1.] 北海道マラソンの出走権付“純金”メダルを1,000万円で販売 Pr Times.
| 𝗔𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗠𝗮𝗿𝗮𝘁𝗵𝗼𝗻

#北海道マラソン

5000 เมตร 19 นาทีสำคัญกับ Sub-3 แค่ไหน?บทความเรื่อง Sub-3 นี้สั้นมาก แต่มีประโยชน์อย่างมากเป้าหมาย Sub-3 ในมาราธอน ต้องร...
06/06/2026

5000 เมตร 19 นาทีสำคัญกับ Sub-3 แค่ไหน?

บทความเรื่อง Sub-3 นี้สั้นมาก
แต่มีประโยชน์อย่างมาก

เป้าหมาย Sub-3 ในมาราธอน
ต้องรักษาเพซประมาณ 4:15
ตลอด 42.195 กิโลเมตร

แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น
จุน ฮิราสึกะ หนังสือ フルマラソン サブスリー達成最強メソッド
(กลยุทธ์มาราธอนต่ำกว่า 3 ชั่วโมง)
เสนอว่า เราควรสร้าง
"ความเร็วพื้นฐาน"
ให้แข็งแรงเสียก่อน

🔺
วิธีทำ

โดยมีเป้าหมายคือ
วิ่ง 5000 เมตรให้ได้
ในเวลา 19 นาที (เพซ 3:48)

ดูเหมือนยาก
แต่อยากให้มองเป็นส่วนๆ
และค่อยฝึกไปทีละขั้น

ค่อย ๆ สร้างความเร็วขึ้นทีละขั้น
เริ่มจากซ้อมวิ่ง 2 กิโลเมตร
ให้ได้ใน 7:36 นาที

จากนั้นต่อไปทีละขั้น
※ 3 กิโลเมตร ใน 11:24 นาที
※ 4 กิโลเมตร ใน 15:12 นาที
※ 5 กิโลเมตร ใน 19:00 นาที

ทั้งหมดคือการรักษาเพซ 3:48
ให้ได้ในระยะทางที่ยาวไกลเรื่อย ๆ

🔺
สรุป

หากสามารถวิ่งเพซ 3:48 ได้
ในระยะ 5000 เมตร
จะเกิดช่องว่างของความเร็ว
(Speed Reserve) ค่อนข้างมาก
เมื่อเทียบกับเพซมาราธอน 4:15

เมื่อมีความเร็วสำรองมากพอ
การรักษาเพซ 4:15 จะรู้สึกผ่อนคลาย
และประหยัดแรงมากขึ้น

จากนั้นสิ่งที่เหลือคือการสร้าง
ความทนทานของระบบแอโรบิก
ด้วยการสะสมการวิ่งโซน 2
และ Long Run อย่างต่อเนื่อง

ในทางกลับกัน
นักวิ่งจำนวนไม่น้อยพยายาม
ทำ Sub-3 ทั้งที่ยังไม่สามารถวิ่ง
5000 เมตรที่เพซ 4:00 ได้

แม้จะซ้อม Pace Run 30 กิโลเมตร
หรือ Long Run เป็นประจำ
แต่เมื่อพื้นฐานความเร็วไม่สูงพอ
ช่องว่างระหว่างความเร็วสูงสุด
กับเพซมาราธอนก็เหลือน้อยเกินไป

นั่นอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้
นักวิ่งจำนวนมากติดอยู่ในช่วง
เวลา 3:00–3:10 ชั่วโมง
และก้าวผ่านกำแพง Sub-3 ได้ยาก

เพราะ Sub-3
ไม่ได้ต้องการเพียงความอึดเท่านั้น
แต่ต้องมีความเร็วพื้นฐานมากพอ
ที่จะทำให้เพซ 4:15 กลายเป็นเพซ
ที่อยู่ในโซนสบายของการวิ่ง

สรุปสั้นๆ คือ
คุณต้องวิ่งเพซ 4:15 ได้แบบสบายๆ


📑 reference:
จากหนังสือของจุน ฮิราสึกะ (平塚潤 )
フルマラソン サブスリー達成最強メソッド .
| 𝗔𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗠𝗮𝗿𝗮𝘁𝗵𝗼𝗻
#平塚潤

🇯🇵 ปี 2025 ญี่ปุ่น Sub-3 13,411 คนข้อมูลสถิติจากมูลนิธิ R-bies Sports ฤดูกาลมาราธอน 2025-26มีนักวิ่งญี่ปุ่น Sub-3 จำนวน ...
06/06/2026

🇯🇵 ปี 2025 ญี่ปุ่น Sub-3 13,411 คน

ข้อมูลสถิติจากมูลนิธิ R-bies Sports
ฤดูกาลมาราธอน 2025-26

มีนักวิ่งญี่ปุ่น Sub-3 จำนวน 13,411 คน
ผู้ชาย 12,999 คน (4.7%)
ขณะที่หญิง 412 คน (0.6%)

นักวิ่งอายุมากกว่า 60 ปี
จำนวน 111 คน (ชาย 110, หญิง 1)

อายุมากที่สุดที่ทำ Sub-3 ได้
คือโทชิฮิโระ ซูซูกิ อายุ 68 ปี
ผู้หญิงคือมาริโกะ ยูเกตะ
อายุ 67 ปี

/*
弓削田 眞理子 Mariko YUGETA / มาริโกะ ยูเกตะ
鈴木 敏弘 Toshihiro SUZUKI โทชิฮิโระ ซูซูกิ


📑 reference:
[1.] 全日本マラソンランキング2025発表!「人口比率1位は富山県」60歳以上サブスリーが100人突破」
2026年5月21. Runnet.
| 𝗔𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗠𝗮𝗿𝗮𝘁𝗵𝗼𝗻

🇯🇵 รู้จักกับ QZSS ดาวเทียมญี่ปุ่นกับการวิ่งมาราธอนญี่ปุ่นเริ่มต้นโครงการ QZSS (Quasi-Zenith Satellite System)หรือชื่อญี่...
05/06/2026

🇯🇵 รู้จักกับ QZSS ดาวเทียมญี่ปุ่น
กับการวิ่งมาราธอน

ญี่ปุ่นเริ่มต้นโครงการ QZSS
(Quasi-Zenith Satellite System)
หรือชื่อญี่ปุ่น みちびき (Michibiki)

อย่างเป็นทางการในปี 2010
ด้วยการส่งดาวเทียมดวงแรก
คือ Michibiki-1

ซึ่งเป็นระบบดาวเทียมนำทางของญี่ปุ่น
พัฒนาโดยรัฐบาลญี่ปุ่นร่วมกับ JAXA
หรือ องค์การสำรวจอวกาศแห่งชาติญี่ปุ่น

Michibiki-1 ใช้เพื่อทดสอบระบบ
และใช้พิสูจน์ว่าวงโคจรแบบ
Quasi-Zenith สามารถช่วย
เรื่องสัญญาณในญี่ปุ่นได้จริง
เมื่อผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ
ต่อมาทยอยส่งดาวเทียมเพิ่ม

วงโคจรแบบ Quasi-Zenith
ออกแบบให้ดาวเทียมเคลื่อนที่
ผ่านจุดเหนือศีรษะ (Zenith)
ของพื้นที่ญี่ปุ่นเกือบตลอดเวลา
ทำให้ระบุตำแหน่งได้แม่นยำกว่า
ดาวเทียมอื่นๆ

ปี 2018
QZSS เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ
ด้วยกลุ่มดาวเทียม 4 ดวง

ตั้งแต่นั้นมาระบบนี้ถูกใช้นำทางจริง
ในรถยนต์ สมาร์ตโฟน งานสำรวจ
และในวงการกีฬารวมถึงนาฬิกาวิ่ง

ปัจจุบัน QZSS มีดาวเทียม
ในระบบรวม 5 ดวง

ดาวเทียมดวงแรก Michibiki-1
ที่ปล่อยขึ้นในปี 2010 ปัจจุบัน
ถูกแทนที่ด้วย Michibiki-1R

ญี่ปุ่นมีแผนขยาย QZSS
จาก 4 เป็น 7 ดวงเต็มระบบ

เป้าหมายคือให้มีดาวเทียม
ของตัวเองอยู่บนท้องฟ้าเหนือ
ประเทศอย่างน้อย 4 ดวงตลอดเวลา
เพื่อเพิ่มความต่อเนื่องและ
ลดจุดอับของสัญญาณ

ปี 2025
ญี่ปุ่นปล่อย QZS-6
สำเร็จและเริ่มให้บริการ

ส่วน QZS-7 เดิมมีกำหนด
ปล่อยในปี 2026 แต่ JAXA
ประกาศเลื่อนกำหนดการออกไป

พวกเขาพยายามใช้บริการ
ของบริษัทญี่ปุ่นทั้งหมด
เพราะจรวดที่พาดาวเทียม
ขึ้นสู่วงโคจรคือ H-IIA
ของ Mitsubishi Heavy Industries
ปล่อยที่ฐาน Tanegashima Space

🔺
การทำงาน

ในทางเทคนิคไม่ใช่
ระบบทดแทน GPS แบบสมบูรณ์
เหมือน Galileo ของยุโรป
หรือ BeiDou ของจีน

QZSS ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น
ระบบเสริม, ระบบสำรอง
ระบบเพิ่มความแม่นยำสูง
สำหรับภูมิภาคเอเชีย-โอเชียเนีย
โดยเฉพาะญี่ปุ่นเอง

Quasi-Zenith Orbit (QZO)
ดาวเทียมจะเคลื่อนที่เป็นรูปเลข 8
เมื่อมองจากพื้นโลก ทำให้
ในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของวัน
ดาวเทียมจะอยู่สูงเหนือญี่ปุ่น

มุมเงยประมาณ 60–90 องศา
จึงหลบเลี่ยงปัญหา ตึกสูง
ภูเขา สิ่งกีดขวาง ได้ดี
เมื่อทำงานร่วมกับ GPS

🔺
ความรู้พื้นฐาน

ศัพท์ใหญ่ที่สุดคือ GNSS
ย่อมาจาก Global Navigation
Satellite System หรือ
ระบบนำทางด้วยดาวเทียม
ครอบคลุมทั่วโลก

พัฒนามาตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น
เพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหาร

โดยสหรัฐอเมริกาได้พัฒนา
ระบบ GPS ซึ่งเป็นระบบ GNSS
แรกของโลกที่เริ่มใช้งานในปี 1978

ต่อมาประเทศอื่นๆ เช่น รัสเซีย
ญี่ปุ่น และจีน ได้พัฒนา
ระบบ GNSS ของตัวเองขึ้นมา
เช่น GLONASS, Galileo,
BeiDou, QZSS, NavIC

🔺
สำหรับนาฬิกา

QZSS ไม่ได้มาแทนที่
GPS ของสหรัฐฯ
แต่เป็นระบบเสริม

Multi-GNSS คือระบบ
ที่ทำงานรวมกับ GNSS
ของหลายๆ ประเทศ เช่น
GPS+QZSS

สำหรับนาฬิกาวิ่งหรือ
สมาร์ตวอทช์ที่รองรับ
Multi-GNSS อุปกรณ์จะ
รับสัญญาณจาก GPS,
GLONASS, Galileo
และ QZSS พร้อมกัน
แล้วประมวลผลตำแหน่งร่วมกัน

ในนาฬิกาแค่ตั้งเป็น
All Systems + Multi-Band
ระบบจะเลือกจับคู่ดาวเทียมให้เอง

ปกตินาฬิกาที่มี QZSS จะเปิด
ใช้งานอัตโนมัติเมื่ออยู่ญี่ปุ่น

🔺
เกี่ยวกับการวิ่งมาราธอนในญี่ปุ่น

งานในเมืองใหญ่ที่มีตึกสูง
Tokyo Marathon
Osaka Marathon
รวมไปถึงพื้นที่แคบๆ
Kyoto Marathon

QZSS ช่วยลดสัญญาณสะท้อน
เพิ่มความแม่นยำได้มากขึ้น
แต่ต้องทำงานคู่กับ GPS
ของสหรัฐอเมริกา

อีกทั้งการใช้ QZSS ช่วยให้
นาฬิกาจับตำแหน่งปัจจุบัน
ได้เร็วขึ้นเมื่ออยู่ในญี่ปุ่น


📑 reference:
[1.] 内閣府宇宙開発戦略推進事務局. 準天頂衛星システム「みちびき」QZSS.
[2.] 内閣府宇宙開発戦略推進事務局. 7機体制について. QZSS.
[3.] What is Dual Frequency/Multi-Band GPS. Garmin.
| 𝗔𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗠𝗮𝗿𝗮𝘁𝗵𝗼𝗻

🇯🇵 2 สถิติใหม่ญี่ปุ่นใน 6 เดือนทำได้โดยนักวิ่งจาก GgoatGgoat ทีมวิ่งระยะกลางและไกลที่ถูกพูดถึงอย่างมากในญี่ปุ่นในช่วงไม่...
05/06/2026

🇯🇵 2 สถิติใหม่ญี่ปุ่นใน 6 เดือน
ทำได้โดยนักวิ่งจาก Ggoat

Ggoat ทีมวิ่งระยะกลางและไกล
ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในญี่ปุ่น
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ปลายพฤศจิกายนปีที่แล้ว
เมบุกิ ซูซูกิ, จาก Toyota
ทำลายสถิติญี่ปุ่น 10,000 เมตร

และล่าสุดต้นเดือนพฤษภาคม
โค โอชิไอ นักศึกษาปี 2
มหาวิทยาลัยโคมาซาวะ
ทำลายสถิติญี่ปุ่นของตัวเอง
ในประเภท 800 เมตร

ฮิโรอากิ โอยากิ หัวหน้าโค้ช
ของมหาวิทยาลัยโคมาซาวะ
คือผู้ริเริ่มโครงการนี้ในปี 2024

ฐานบัญชาการหลักของ Ggoat
ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยโคมาซาวะ

Ggoat เป็นทีมเล็กๆ
ที่เต็มไปด้วยเหล่ายอดฝีมือ
ปัจจุบันสมาชิกทั้งหมดจะเป็น
ศิษย์เก่าโคมาได
รวมถึงนักศึกษาปัจจุบัน

หัวหน้าโค้ชโอยากิ
ซึ่งในปี 2023 ได้นำ
มหาวิทยาลัยโคมาซาวะ
คว้าแชมป์ Triple Crown
(เมเจอร์วิ่งผลัดของญี่ปุ่นทั้ง 3)
ซึ่งมีแค่ 5 มหาวิทยาลัย
เท่านั้นในประวัติศาสตร์ที่ทำได้

แนวคิด Ggoat เริ่มต้นจาก
เรน ทาซาวะ แม้เขาจะเรียนจบ
จากโคมาซาวะแล้ว และเข้าร่วม
ทีมองค์กร Toyota
แต่เขายังคงฝึกซ้อมกับ
โค้ชโอยากิต่อที่โคมาซาวะ

ทำให้โค้ชเกิดแนวคิดที่จะตั้งทีม
เพื่อฝึกซ้อมร่วมกันไม่ต่างจาก
สมัยที่ซ้อมตอนเรียนมหาลัยด้วยกัน

🔺
โค โอชิไอ

3 พฤษภาคม 2026
โอชิไอทำลายสถิติญี่ปุ่น
800 เมตรเวลา 1:43 นาที
ที่ Shizuoka International Meet

โอชิไอเองกล่าวหลัง
จบการแข่งขันที่ชิซูโอกะว่า
เขามั่นใจในอนาคตจะกดได้ถึง 1:42

🗨️ "ผมสอนนักวิ่งระยะไกลมาตลอด
แต่การวิ่งระยะกลางก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว
มันน่าทึ่งมากที่ได้เห็นโอชิไอวิ่ง"
— โค้ช โอยากิ กล่าว

โอชิไอโดยปกติแล้ว
จะซ้อมแยกจากนักวิ่ง
ระยะไกลคนอื่นๆ

นับตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย
แม้จะแข่งแค่ 800 เมตร
แต่โค้ชให้เขาวิ่งประมาณ
20 กิโลเมตรต่อวัน

ในฤดูหนาวเขาจะวิ่ง
ครอสคันทรี 16 กิโลเมตร

โค้ชโอยากิกล่าวว่า
🗨️ "แม้จะแข่งแค่ 800 เมตร
แต่โอชิไอเองก็พอใจกับ
การซ้อมรูปแบบนี้ เพราะทำให้
พื้นฐานเขาแข็งแกร่งขึ้น"

โค โอชิไอเริ่มต้นฤดูกาลนี้
ด้วยการลงแข่ง 1500 เมตร
ในรายการเดียวกับเมบุกิ ซูซูกิ

ระยะ 1500 เมตรนั้นไกล
สำหรับโอชิไอ ซึ่งเน้น
แข่งระยะ 800 เมตรเป็นหลัก
แต่เป็นระยะที่สั้นสำหรับซูซูกิ
ซึ่งถนัดระยะ 10,000 เมตร

โค้ชใหญ่โอยากิอธิบายถึง
เจตนาของเขาว่า

🗨️ "โอชิไอมีความเร็วในระดับหนึ่ง
ดังนั้นในระยะ 800 เมตร
เราต้องการสร้างความอดทนให้เขา
เพื่อรักษาความเร็วในรอบที่สอง"

🔺
เมบุกิ ซูซูกิ

22 พฤศจิกายน 2025
เขาทำลายสถิติ 10,000 เมตร
ของญี่ปุ่น เวลา 27:05.92 นาที

ฤดูกาลนี้ซูซูกิคว้าแชมป์
ที่คินามิทำให้เขาติดทีมชาติลงแข่ง
10,000 เมตรในเอเชียนเกมส์

เขาเริ่มต้นฤดูกาล
ด้วยการแข่งระยะ 1500 เมตร
ในเดือนมีนาคมเคียงข้างโอชิไอ
ซึ่งทั้งคู่ไม่ได้ถนัดระยะนี้
แค่โค้ชโอยากิให้เขาลง
เพื่อฝึกความเร็ว

โค้ชโอยากิบอกว่าที่ให้เขาลง
แข่ง 1,500 เมตรก็เพราะ
ซูซูกิต้องมีความเร็วระยะสั้น
เพื่อวิ่งในการแข่ง 10,000 เมตร
มิฉะนั้นจะต่อสู้ลำบาก โดยเฉพาะ
เมื่อเข้าสู่กิโลเมตรที่ 6-7

ซูซูกิตั้งเป้าที่จะวิ่ง 10,000 เมตร
ให้ได้ต่ำกว่า 27 นาที และ
5,000 เมตรให้ได้ 12 นาที
ทั้ง 2 อย่างนี้ยังไม่เคยมีนักวิ่ง
จากญี่ปุ่นทำได้มาก่อน มันเหมือน
กำแพงที่จะต้องทำลาย
ถ้าอยากต่อสู้ในระดับโลก

กรกฎาคมนี้ซูซูกิ มีเป้าหมาย
ทำลายสถิติญี่ปุ่น 5,000 เมตร
ที่สนามในต่างประเทศ
น่าติดตามเป็นอย่างมาก

จะมีบทสัมภาษณ์ซูซูกิ
ลงให้อ่านเร็วๆ นี้

🔺
สรุป

Ggoat ชื่อนี้มาจากคำว่า
Greatest of all time (GOAT)
และ โอยากิ (オオヤギ) คล้ายกับ
นามสกุลของโค้ช ซึ่งทั้ง 2
ก็แปลว่าแพะ (ヤギ)

ทีมเพิ่งก่อตั้งได้เพียง 3 ปีเท่านั้น
แต่ชื่อเสียงของพวกเขา
ทำให้เป็นที่รู้จัก อีกทั้งปีที่แล้ว
Ggoat ได้เริ่มรวมทีมเพื่อส่งลงแข่ง
รอบคัดเลือกวิ่งผลัดองค์กรญี่ปุ่น
หรือ New Year Ekiden ในวันปีใหม่
แต่ไม่ผ่านรอบคัดเลือก

แม้จะมีนักวิ่งเก่งๆ ที่ซ้อม
กับทีมมากมาย แต่ระบบ
ของ Ggoat เป็นรูปแบบโค้ชนักวิ่ง
ไม่ใช่เซ็นสัญญาเข้าสังกัด
เหมือนทีมองค์กรอื่นๆ

พวกเขาเหมือน TWOLAPS TC
ของมาซาโตะ โยโกตะ
ที่รับเทรนนักวิ่งองค์กร

ปัจจุบันมีนักวิ่งหลัก
นอกจากซูซูกิและโอชิไอแล้ว
ยังมี เรน ทาซาวะ (Toyota)
โคทาโร่ ชิโนฮาระ (Fujitsu)
ชุนสุเกะ คูวาตะ (นักศึกษาปี 3)

/*
大八木弘明 Hiroaki Ohyagi / ฮิโรอากิ โอยากิ
鈴木芽吹 Mebuki SUZUKI / เมบุกิ ซูซูกิ
落合晃 Ko OCHIAI / โค โอชิไอ

📸 Photo: Ggoat.
📑 reference:
【番記者が解説~深層】半年で日本記録2つ!Ggoatの強さの秘密は大八木弘明総監督の好奇心/陸上. Sanspo.
| 𝗔𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗠𝗮𝗿𝗮𝘁𝗵𝗼𝗻

โหลดคาร์บแบบจริงจังการเพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่คนส่วนใหญ่ยังคงทำผิดวิธี คือรอช้าเกินไป สุดท้ายก็เติ...
04/06/2026

โหลดคาร์บแบบจริงจัง

การเพิ่มปริมาณ
คาร์โบไฮเดรตไม่ใช่เรื่องซับซ้อน
แต่คนส่วนใหญ่ยังคงทำผิดวิธี
คือรอช้าเกินไป สุดท้ายก็เติมไม่ทัน
เพราะประเมินปริมาณต่ำเกินไป

เครื่องดื่มที่เหมาะสมจะช่วย
ให้การคำนวณและการปฏิบัติง่ายขึ้น
มีคาร์โบไฮเดรตสูง ย่อยง่าย
ไม่มีปัญหาในเช้าวันแข่งขัน

🔺
รูปแบบการโหลดคาร์บ

มีงานวิจัยจำนวนมากที่สนับสนุน
ให้เพิ่มปริมาณไกลโคเจน
ให้มากที่สุดในช่วง 2-3 วัน
ก่อนการแข่งขัน

เพื่อที่จะได้ไม่หมดแรง
เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 30

เชื่อว่าทุกคนรู้เรื่องนี้ดี
แต่สิ่งที่ยากคือปริมาณ

นักวิ่งสมัครเล่นหลายคน
ใช้อาหารเพื่อโหลดคาร์บ

แต่นักวิ่งอาชีพหรือ Elite
พวกเขาใช้คาร์โบไฮเดรตเหลว
เพราะควบคุมปริมาณง่ายที่สุด

🔺
ทำไมต้องโหลด

ร่างกายจะเก็บสะสม
คาร์โบไฮเดรตในรูป
ของไกลโคเจน

และไกลโคเจนเป็นแหล่ง
พลังงานหลักสำหรับการวิ่ง

การวิ่งมาราธอนเผาผลาญ
ไกลโคเจนอย่างรวดเร็ว
การพร่องของไกลโคเจน
เป็นสาเหตุหลักของความเหนื่อย

ซึ่งการแข่งขันที่กินเวลา
นาน 2 ชั่วโมงกว่า การโหลดคาร์บไม่ดี
อาจเป็นตัวกำหนดความสามารถในวันแข่ง
ได้มาก ไม่แพ้กับการซ้อมเลยก็ว่าได้

🔺
โหลดคาร์บ

เริ่ม 2-3 วันก่อนการแข่ง
หากแข่งในวันอาทิตย์
นั่นหมายถึงวันพฤหัสบดี ศุกร์
และเสาร์

ค่อยๆ จิบคาร์โบไฮเดรต
ตลอดทั้งวันแทนที่จะกิน
ทีเดียวทั้งหมด

การแบ่งกินจะช่วยลดอาการ
ไม่สบายท้องและเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการ
เก็บสะสมไกลโคเจน

ร่างกายสามารถเก็บ
ไกลโคเจนได้ประมาณ
500-600 กรัม

และการจะได้ปริมาณนั้น
ต้องอาศัยการทานคาร์โบไฮเดรต
ในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง
อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง

ถ้ารอให้ถึงคืนก่อนแข่ง
ด้วยการกินพาสต้ามื้อใหญ่
เพียงมื้อเดียวนั้นไม่เพียงพอ

เป้าหมายคือคาร์โบไฮเดรต
8-12 กรัมต่อกิโลกรัม
ของน้ำหนักตัวต่อวัน
เป็นเวลา 2-3 วันก่อนวันแข่ง

เช่น นักวิ่งที่มีน้ำหนัก 80 กก.
นั่นหมายถึงต้องรับคาร์โบไฮเดรต
640–960 กรัมต่อวัน

การทานคาร์โบไฮเดรต
ในปริมาณสูงแบบนั้น
จากอาหารแข็งอย่างเดียว
เป็นเรื่องที่ไม่แนะนำ
เพราะมันจะไม่สบายท้อง

คาร์โบไฮเดรตในรูปแบบ
ของเหลวจะช่วยให้ได้รับ
คาร์โบไฮเดรตในปริมาณ
ที่เพียงพอโดยไม่ทำให้
ท้องอืดก่อนเริ่มการแข่ง

🔺
ทำไมต้องเครื่องดื่มคาร์โบไฮเดรต

จากข้อมูลข้างต้น
คาร์โบไฮเดรต 8-12 กรัม
ต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัวต่อวัน
เป็นเวลา 2-3 วันก่อนวันแข่ง

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า
อาหารที่เรากินมีปริมาณ
คาร์โบไฮเดรตตามนั้นจริงๆ
บางครั้งอาจน้อยเกินไป
หรืออาจมากเกินไป

แหล่งคาร์โบไฮเดรตเหลว
จะถูกย่อยออกจากกระเพาะ
อาหารเร็วกว่าอาหารแข็ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่
ความเข้มข้นไอโซโทนิก
หรือไฮโปโทนิก

นั่นคือเหตุผลที่สำคัญ
สำหรับเครื่องดื่มผสม
ในช่วงการเพิ่มคาร์โบไฮเดรต
ย่อยง่ายกว่า ดื่มได้ในปริมาณมาก
และมีโอกาสน้อยที่จะทำให้
คุณรู้สึกอิ่มแน่นในเช้าวันแข่งขัน

ในจุดนี้เอง
แม้แต่นักวิ่งอาชีพที่มีนักโภชนาการ
ที่เชี่ยวชาญและดูแลอย่างใกล้ชิด
พวกเขายังโหลดคาร์โบไฮเดรต
ที่มาในรูปแบบของเครื่องดื่ม
เพื่อความแม่นยำที่สุด
เพราะซ้อมมา 6 เดือนเพื่อการวิ่ง
มาราธอนแค่ 1 ครั้ง มันผิดผลาดไม่ได้

🔺
พื้นฐานในการเลือกซื้อ

มีคาร์โบไฮเดรตสูง
40–100 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
ย่อยง่าย มีใยอาหารน้อย
มีอิเล็กโทรไลต์เพียงพอ
และมีรสชาติที่สามารถกินได้
อย่างต่อเนื่องในช่วง 48 ชั่วโมง
ก่อนการแข่งขัน

ควรเลือกแหล่งคาร์โบไฮเดรต
ที่มีใยอาหารต่ำและไขมันต่ำ
เพื่อลดความไม่สบายตัว
ของระบบทางเดินอาหารและ
ลดความเสี่ยงของปัญหาเกี่ยวกับ
กระเพาะอาหารในวันแข่ง

🔺
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

อาหารที่มีไฟเบอร์สูง ไขมันสูง
ส่วนผสมที่ไม่คุ้นเคย
สูตรเข้มข้นเกินไปที่

ยังไม่ได้ทดสอบในการซ้อม
และคาเฟอีนมากเกินไป
หากไม่คุ้นเคย

เวลา 48 ชั่วโมง
ก่อนการแข่งไม่ใช่เวลา
ที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ

ควรยึดตามสิ่งที่เคยฝึกฝนมา
และทานอาหารที่เรียบง่าย
และเน้นพลังงาน

🔺
ได้ผลหรือไม่

ควรจะรู้สึกมีพลังงาน
แต่ไม่รู้สึกท้องอืด

การที่น้ำหนักตัวเพิ่มเล็กน้อย
1-2 กิโลกรัมในวันแข่งเป็นเรื่องปกติ

เพราะไกลโคเจนแต่ละกรัม
จะถูกเก็บสะสมไว้พร้อมกับ
น้ำประมาณ 3 กรัม

ดังนั้นน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
จึงเป็นสัญญาณว่ากล้ามเนื้อ
กำลังสะสมพลังงาน

🔺
เลือกแบบทั่วไปได้ไหม

แบบทั่วไปคือเครื่องดื่มเกลือแร่
ที่บอกว่ามีคาร์โบไฮเดรต

ได้แต่...

ต้องระวังส่วนใหญ่
มีคาร์โบไฮเดรตน้อยมาก
14-20 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
และมีน้ำตาลเยอะมาก ส่วนผสม
และสารเติมแต่งอื่นๆ มากมาย

ดังนั้นที่แนะนำคือ
ใช้เครื่องดื่มผสมที่มี
คาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก
เพื่อให้ได้เป้าหมาย 8-12 กรัม
/กิโลกรัม/วัน

🔺
ต่างจากตอนวิ่งอย่างไร

การโหลดคาร์โบไฮเดรต
เป็นการเติมพลังงานให้เต็มถัง

ส่วนการเติมพลังงานในวันแข่ง
จะช่วยป้องกันไม่ให้พลังงานหมด

ระหว่างการวิ่ง
ให้ตั้งเป้าหมายที่ 30-60 กรัม
ของคาร์โบไฮเดรตต่อชั่วโมง

เจลและเครื่องดื่มกีฬา
เป็นรูปแบบที่ใช้งานได้จริงที่สุด

🔺
ถ้าไม่คุ้นเคย

เริ่มต้นด้วยความเข้มข้นต่ำๆ
แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น

🔺
ผสมน้ำมากไหม

ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ
ข้างซองของแต่ละผลิตภัณฑ์
อย่างเคร่งครัด เพราะแต่ละสูตร
มีวิธีการผสมที่ต่างกัน

การสะสมไกลโคเจนต้องการน้ำ
และการดื่มน้ำไม่เพียงพอ
ในระหว่างการเพิ่มคาร์โบไฮเดรต
จะจำกัดปริมาณไกลโคเจน
ที่ร่างกายสามารถสะสมได้จริง

🔺

ผมก็ไม่เคยโหลดแบบจริงจัง
แบบนี้ น่าสนใจ ในมาราธอนต่อไป
ต้องลองดูบ้าง

ต้องบอกว่าแข่ง 10 โล
แข่งฮาล์ฟ ไม่ต้องโหลด
เพราะมันใช้ไม่หมดหรอก
แต่อาจอ้วนโดยไม่รู้ตัว

[เพิ่มเติม]

การโหลดแต่เครื่องดื่ม
อาจได้ไม่ครบ 400-600 กรัมต่อวัน
ต้องเสริมด้วยอาหาร เช่น

ข้าว 3 มื้อ ~ 240 กรัม
กล้วย 2 ลูก ~ 45 กรัม
น้ำผลไม้ ~ 40 กรัม

เป็นต้น


📑 reference:
[1.] What Are The Best Carb Loading Drinks for Marathons?. thefeed.
| 𝗔𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗠𝗮𝗿𝗮𝘁𝗵𝗼𝗻

ที่อยู่

Hat Yai

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ About Marathonผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์