04/07/2026
“ก่อนจะคืนคนดี สู่สังคม: คืนความเป็นคนให้เขาก่อน” — PETE THITIWATT
📌 เนื่องในโอกาสวันต่อต้านยาเสพติดสากล 26 มิถุนายน 2569
ถึง (ไม่ถึงก็ต้องถึง) .. ท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี องค์กรรัฐ, องค์กรอิสระ, องค์กรระหว่างประเทศ, ภาคประชาสังคม รวมทั้งองค์กรภายใต้ร่มขององค์การสหประชาชาติ (UN Agencies) และผู้กำหนดนโยบายทั้งหลาย ทั้งที่รู้ตัว หรือไม่รู้ตัว อีกทั้งจะรับทราบ รับว่าไม่ทราบ ก็ตาม !
Communities Delegation to the Board of the Global Fund UNODC South Asia NGO Delegation to the UNAIDS PCB UNAIDS Asia Pacific United Nations Thailand สหประชาชาติ ประเทศไทย INPUD Harm Reduction International IHRI - Institute of HIV Research and Innovation มูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย - FAIR Manushya Foundation
… เรามักได้ยินวาทกรรมที่สวยหรูว่าด้วยการ “คืนคนดีสู่สังคม” แต่ผมขอตั้งคำถามกลับไปว่า ใครคือคนดี? ใครคือผู้มีอำนาจลากเส้นแบ่งว่าใครควรเป็นคนดี? และที่สำคัญกว่านั้น คือคนที่ตัดสินและพรากความเป็นมนุษย์ไปจากเขานั้น เป็น ‘คนดี’ จริงหรือ?
… ก่อนที่จะพูดถึงการคืนคนดีสู่สังคม ผมขอเรียกร้องให้รัฐคืน ‘ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์’ ให้เขาก่อน เพราะหากความเป็นคนยังถูกกดทับจนไม่เหลือชิ้นดี การจะคืนความเป็นคนดีที่รัฐสร้างขึ้นมาเป็นเพียงเกราะกำบังความล้มเหลวในการบริหารจัดการเท่านั้น
… ผมยอมรับว่าการใช้สารเสพติดมีผลต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจในระยะยาว แต่ผู้ใช้ยาเป็นเพียงคนคนหนึ่ง ไม่จำเป็นว่าผู้ใช้ยาทุกคนจะต้องเป็นคนเลวทั้งหมด ถ้าผู้ใช้ยาเป็นคนเลวทั้งหมดจริง นั่นก็หมายความว่าคนที่ไม่ใช้ยาต้องเป็นคนดีทั้งหมดสิ !!
ซึ่งในความเป็นจริง มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น !
ขึ้นชื่อว่า “คน” มันจะดี จะเลว จะเป็นคุณ เป็นโทษ เป็นภัย เป็นมิตร คำว่า “คน” คำเดียว ก็ยังบอกอะไรไม่ได้เลย ว่า “เป็นคน แล้วไง?” ใช่ว่า “แค่เกิดเป็นคน ก็ประเสริฐเลย! ก็หามิได้ !
แต่เกิดเป็น ”คน“ ไม่ว่าจะคนแบบไหน ชาติกำเนิด วิถีชีวิตยังไง ไม่สำคัญ สำคัญที่ เป็นคน แล้วกระทำตนยังไง?
ทำตนให้เป็นดั่งไม้บรรทัด เอาไว้คอยวัดคุณค่าคนอื่น ?
และที่ทำตนให้เป็นดังไม้บรรทัด ไม่ได้เอาไว้วัด ประเมิน หรือคอยเอาเป็นบรรทัดฐานให้ตัวเองยึดถือหรอกหรอ?
แต่ทำตัวเองให้สูงส่ง ถูกต้องตามบรรทัดฐาน ไม่ใช่เพื่อให้ตัวเองดีขึ้น พัฒนาขึ้น แต่สูงส่งไปเพื่อที่จะได้คอยทาบ คอยประเมิน คอยวัด คอยตัดสินใจคนอื่น ที่ว่ากันว่า ..
”เป็นคนดีที่ ชี้นิ้วคนนั้น คนนี้ไม่ดี ยังงั้น ยังงี้ “
ถ้าพูดให้ตรงอีก .. การขี้นิ้ว คนนั้นคนนี่ ว่าไม่ดี ยังงั้นยังงี้ ! ที่ว่าไม่ดี ไม่ดีเท่าตัวเอง
เป็นคนดีเพื่อสร้างความชอบธรรมในการเหยียบย่ำคนอื่น เพื่อทำสิ่งที่ไม่ชอบธรรม และไม่ชอบด้วยสามัญวิสัย ให้เป็นปกติในวิสัยของตน — แบบนี้เรียกว่าดีแบบไหน?
การเป็นมนุษย์ที่ดีหรือไม่ดี มันกำหนดโดยวิธีที่คุณใช้ชีวิต
- ว่าคุณเป็นมนุษย์ที่สร้างความเจ็บปวด เดือดเนื้อร้อนใจ รบกวนความเป็นปกติของชีวิตคนอื่น
หรือ
- เลือกที่จะไม่ส่งต่อความเจ็บปวดที่เราได้รับ ไม่ใช่เพราะเราคือคนดี แต่เพราะเราเข้าใจ ว่าความเจ็บปวดมันรู้สึกยังไง และมันไม่สามารถเยียวยามันได้ ผ่านการส่งต่อมันให้คนอื่น
เพราะการทำให้คนๆนึงเจ็บปวด แทบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไร แต่การไม่ทำให้คนอื่นเจ็บปวด จากสิ่งที่เราเคยถูกทำให้เจ็บปวด แม้เราจะยังเจ็บปวดนั้นใช้ความพยายามมากกว่ามาก ไม่ใช่เพราะรักษาความเป็นคนดี แต่เพราะเราไม่ควรฝังเมล็ดพันธุ์ของความเจ็บปวดในใจใคร เพราะเราปลูกเมล็ดพันธุ์อะไรไว้รอบตัว เราย่อมถูกแวดล้อมไปด้วยพืชพรรณเหล่านั้น
การฝังเมล็ดมะม่วง ย่อมเติบโตและให้ผลเป็นมะม่วง
เช่นกัน การฝังเมล็ดแห่งความเจ็บปวด ย่อมให้ผลเป็นความรุนแรงในท้ายที่สุด และแม้ในมือมีแต่ความเจ็บปวด การเลือกที่จะไม่ปลูกมันนั้น ดีกว่ามาก
—-ประเทศไทยมีผู้ถูกกักขังในคดียาเสพติดสูงถึงกว่า 227,000 คน หรือเกือบ 70% ของผู้ต้องขังทั้งประเทศ เรากำลังเอาเพื่อนมนุษย์ที่มีบาดแผลในชีวิตไปโยนทิ้งในแดนประหารทางสังคม เพียงเพราะเขาหาทางออกให้ความเจ็บปวดด้วยวิธีที่รัฐตีกรอบว่าผิดกฎหมาย
นี่คือสงครามกับผู้คน ไม่ใช่สงครามกับยาเสพติด
สำหรับผม เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่คือประสบการณ์ตรงของการมีชีวิตอยู่ภายใต้ระบบที่มองผมเป็น ‘อาชญากร’ แทนที่จะมองเป็นพลเมืองที่ต้องการความช่วยเหลือ
ผมยอมรับว่าการตัดสินใจใช้สารของผม ในมือผม กับร่างกายของผม และมันก็เสพติดไปกับผม เสพติดแม้ผมจะอยากเลิกมัน แต่ผมก็ยังเลิกไม่ได้ และมันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิด และหากใครคิดว่า “เรื่องง่ายๆ แค่นี้” ที่ว่าคุณเคยทำได้ ผมยินดีด้วย ที่คุณทำได้ แต่สำหรับผมมันยังทำไม่ได้ !!
และถ้าใครมาบลัพผมด้วยเรื่องนี่ สาบานว่า .. ผมจะตอกกลับด้วย ตรรกะที่คุณไม่สามารถยืนหยัดมั่นคงต่อหน้าความจริงนั้นได้ .. และขอร้องอย่าได้มี และอย่าให้ต้องใช้!
ปัญหานี้ เกิดจากตัวปมเอง ผมยอมรับ แต่ผมไม่ยอมรับการถูกปฏิบัติประหนึ่งผมไม่มีผู้มีอุปการะ เลี้ยงดูผมมา เพียงเพราะกฎหมาย ระบุ “ยาเสพติด” เป็นสิ่งผิดกฎหมายและคนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผิดกฎหมาย เป็น “การก่ออาชญากรรรม” ซึ่ง คนที่ก่ออาชญากรรม คือ อาชญากร“ ที่การก่ออาชญากรรมต่อเนื้อตัวร่างกายตัวเอง !
สิ่งที่เกิดขึ้นกับการใช้ยาครั้งแรก ไม่ได้มาจาก ‘ความเลวทราม’ แต่มาจากบาดแผลและการถูกตีตรา เลนส์ของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่มุ่งแต่จะปราบปราม ได้บีบบังคับให้พลเมืองต้องหนีห่างจากการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ เพียงเพราะความหวาดกลัวต่อการถูกละเมิดสิทธิ
ในแง่ของความชอบธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (Inherent Dignity) เป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องไป “ทำตัวดี” หรือรับการลงโทษก่อนถึงจะได้รับสิทธิคืนมา การลงทุนเพียง 1 ดอลลาร์ในโปรแกรมการบำบัดที่มีประสิทธิภาพ สามารถคืนมูลค่ากลับสู่สังคมได้ถึง 4 ถึง 7 ดอลลาร์
- นี่คือ “The Human Dividend” หรือผลตอบแทนจากความเป็นมนุษย์ที่เรากำลังพูดถึง
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหยุดหลอกตัวเอง เลิกมองยาเสพติดผ่านเลนส์อาชญากรรม และเปลี่ยนผ่านงบประมาณที่ล้มเหลวเหล่านั้น มาลงทุนในระบบ Harm Reduction เพราะการปฏิเสธที่จะหาทางออกใหม่ในวันนี้ คือการยอมรับความล้มเหลวทางจริยธรรมและเศรษฐกิจในอนาคต
ผมแค่อยากเตือนว่า เมื่อคุณเห็นมนุษย์คนใดก็ตามรอบตัวคุณ ให้มองพวกเขาว่าเป็นมนุษย์ — ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ไม่มีอะไรน้อยไปกว่านั้น
ขอแสดงความนับถือ.. จะนับแล้วถือ หรือ จะไม่นับแล้วก็ไม่ถือ ก็เอาที่สะดวกใจจะนับ จะรับ จะถือ ประสาทแดกอะไรก็ตามใจท่านเลย ผู้ทรงเกลียดที่ทรงเกียรติ แม้จะถูกเกลียด แต่ท่านยังได้รับเกียรติในฐานะที่ถูกเกลียด
ฐิฏิวัสส์ ศิรเศรษฐกร (พีท)
PETE THITIWATT COMMUNITY
ผู้อยู่ร่วมกับ HIV ที่มีประสบการณ์ตรงกับการใช้สารเสพติด ภาวะการพึ่งพิงสาร และกระบวนการยุติธรรมทางอาญา / อดีตผู้ถูกคุมขัง
A Person Living with HIV with Lived Experience in Drug Use, Drug Dependency, and Criminal Justice / Ex-Inmate / — Thailand