BKR News เจาะลึก เรื่องจริง0988796292
www.bkrnews.com

กยท. เปิดประมูลยางสต๊อก 18,481 ตัน ยึด “ราคากลางจากสภาพยางจริง” ชูแบ่งล็อตย่อยเพิ่มการแข่งขัน โปร่งใส เคาะราคาเริ่มต้นกว...
06/06/2026

กยท. เปิดประมูลยางสต๊อก 18,481 ตัน ยึด “ราคากลางจากสภาพยางจริง” ชูแบ่งล็อตย่อยเพิ่มการแข่งขัน โปร่งใส เคาะราคาเริ่มต้นกว่า 818 ล้านบาท ส่ง รองผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทยด้านธุรกิจลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบก่อนเปิดประมูล
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 มิ.ย 69 นายญาณกิตต์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจยางแห่งประเทศไทย และคณะได้เดินทางมาตรวจ โกดังยางพาราที่โกดังทองสิน ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และโกดังที่ ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อตรวจสต๊อกยางพารา ราคาที่ กยท. รับซื้อเพื่อพยุงราคาของรัฐบาลตามโครงการมูลภัณฑ์กันชนเพื่อแก้ปัญหายางพาราราคาตกต่ำเมื่อปี 2555 และมีการขายให้กับบริษัทของจีนไปแล้ว แต่บริษัทผู้รับซื้อผิดสัญญา ต้องมีการฟ้องร้องตามกฎหมาย และขณะนี้ศาลได้มีคำพิพากษาให้ กยท. ขายยางพาราที่เก็บอยู่ในโกดังทั้ง ที่ ต.บ้านพรุ และที่ ต.พะตง ภายใน 15 วัน ซึ่ง กยท.จะมีการเปิดประมูลในวันที่ 15 มิ.ย. นี้ เพื่อที่จะนำเงินที่ขายได้มาชำระหนี้เงินกู้ที่ กยท.กู้จาก ธกส. 800 กว่าล้าน และจ่ายให้ค่าเช่าโกดังของเอกชน ทั้ง 2 บริษัท ที่ กยท.ค้างค่าเช่า ตั้งแต่ปี 2555 การที่ ศาลมีการพิพากษา ให้ กยท.นำยางในโกดังทั้งหมดขายในห้วงเวลานี้ ถือเป็นโอกาสดีของ กยท. ที่จะได้ขายยางที่อยู่ในสะต๊อกในห้วงที่ยางขึ้นราคา เพราะเกษตรกรชาวสวนยางในเปิดกรีดไม่เต็มที่และมีปัญหาของเอลนีโญ และยางเป็นโรคเปลือกแห้ง ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยที่สำคัญ จะเป็นการ ปิดจ๊อบของยางในสะต๊อกที่คาราคาซังมานานกว่า 10 ปี นอกจากเป็นการปลดหนี้ ธกส.และปลอดหนี้ค่าเช่าโกดังแล้ว ยังเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้หมดไปด้วย
รอง ผู้ว่าการยางฯ กล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าระบายสต๊อกยางพารารวม 18,481.39 ตัน ผ่านการขายทอดตลาด มูลค่าราคาเริ่มต้นรวมกว่า 818 ล้านบาท โดยย้ำชัดว่าหัวใจสำคัญของการประมูลครั้งนี้อยู่ที่ “ที่มาของราคากลาง” ซึ่งพิจารณาจากปริมาณยาง สภาพการจัดเก็บ และคุณภาพยางที่ปรากฏจริงในคลังสินค้า เพื่อให้การกำหนดมูลค่าสอดคล้องกับสภาพทรัพย์สินและเป็นธรรมต่อผู้เข้าร่วมประมูลทุกฝ่าย
โดย กยท. กำหนดเงื่อนไขการขายในลักษณะ “As Is Where Is” หรือขายตามสภาพจริง ณ สถานที่จัดเก็บ ผู้เสนอราคาจะต้องตรวจสอบคุณภาพยางด้วยตนเองก่อนเข้าประมูล และยอมรับสภาพสินค้าตามข้อเท็จจริง ไม่สามารถเรียกร้องให้มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงคุณภาพภายหลังได้ ส่งผลให้การเปิดคลังให้ตรวจสอบสินค้าล่วงหน้ากลายเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินมูลค่าและกลยุทธ์การเสนอราคา
อีกหนึ่งจุดเด่นของการประมูลครั้งนี้คือการออกแบบรูปแบบการขายเพื่อสร้างการแข่งขันอย่างเป็นธรรม โดย กยท. เลือกแบ่งยางออกเป็นหลายล็อตแทนการขายเป็นล็อตขนาดใหญ่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้อย่างทั่วถึง ลดการกระจุกตัวของผู้ซื้อรายใหญ่ และช่วยให้กระบวนการประมูลมีความโปร่งใส สะท้อนมูลค่าตลาดที่แท้จริงมากขึ้น
สำหรับยางที่นำออกประมูลแบ่งเป็น 4 ล็อต ประกอบด้วย โกดังทุ่งสงสวัสดิ์ จังหวัดสงขลา ปริมาณ 7,254.82 ตัน ราคาเริ่มต้น 362.20 ล้านบาท, โกดังวันชัยสตาร์ 1 จังหวัดสงขลา ปริมาณ 6,626.60 ตัน ราคาเริ่มต้น 321.13 ล้านบาท, โกดังวันชัยสตาร์ 5 จังหวัดสงขลา ปริมาณ 2,637.53 ตัน ราคาเริ่มต้น 125.06 ล้านบาท และโกดังซี แอนด์ ที โมดูลาร์ จังหวัดชลบุรี ปริมาณ 1,962.44 ตัน ราคาเริ่มต้น 98.53 ล้านบาท
เมื่อคำนวณราคาเริ่มต้นเฉลี่ย พบว่าอยู่ในช่วงประมาณ 48.33-50.54 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งสะท้อนความแตกต่างของสภาพยาง คุณภาพการเก็บรักษา และต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของแต่ละคลัง จึงทำให้ “สภาพยางจริง” เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจและระดับราคาที่ผู้ซื้อพร้อมเสนอ
กยท. กำหนดให้ผู้เข้าร่วมประมูลวางหลักประกันจำนวน 3 ล้านบาท เปิดให้ตรวจสอบสภาพยางระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2569 ก่อนยื่นซองเสนอราคาในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ณ สำนักงานใหญ่ กยท. กรุงเทพมหานคร โดยการเสนอราคาจะต้องสูงกว่าราคาเริ่มต้นและเพิ่มขึ้นครั้งละไม่น้อยกว่า 200,000 บาท
การระบายสต๊อกยางครั้งนี้จึงมีความสำคัญมากกว่าการจำหน่ายสินทรัพย์คงคลัง เพราะเป็นการทดสอบกลไกตลาดภายใต้หลักความโปร่งใส ที่เปิดให้ผู้ซื้อประเมินมูลค่าจากสภาพยางจริง พร้อมใช้ราคากลางที่อ้างอิงข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นฐานการแข่งขัน ซึ่งจะช่วยสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของยางพาราไทย และส่งสัญญาณต่อทิศทางตลาดยางในช่วงต่อไป

Cr:ภาพข่าว พี่ไชยยงค์

ขายบ้านสวยหรู พิกัดควนลัง หาดใหญ่สนใจโทรนัดดูบ้านได้ค่ะโทร0988796292🏡✨ ขายบ้านสวยหรู ทำเลดี ย่านควนลัง หาดใหญ่ พร้อมเข้า...
05/06/2026

ขายบ้านสวยหรู พิกัดควนลัง หาดใหญ่
สนใจโทรนัดดูบ้านได้ค่ะโทร0988796292

🏡✨ ขายบ้านสวยหรู ทำเลดี ย่านควนลัง หาดใหญ่ พร้อมเข้าอยู่ ✨🏡

📍 โครงการ DE BROTHER ถนนศรีรัตนะ ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่
บ้านเลขที่ 288/17

✅ บ้านชั้นครึ่ง ดีไซน์สวย พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง
✅ จอดรถได้ 2 คัน
✅ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ
✅ หน้ากว้าง 5.7 เมตร ลึก 28 เมตร
✅ ต่อเติมทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านเรียบร้อย
✅ แถมเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า
✅ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับอยู่อาศัย

บ้านสภาพดี พร้อมเข้าอยู่ได้เลย

ชั้นครึ่ง ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน พร้อมเครื่องซัก อบผ้า

สว.สายสื่อ จี้ กระทรวงท่องเที่ยว แก้ปัญหา นักท่องเที่ยวมาเลเซีย ล้นด่านสะเดา ต้องนอกค้างคืนในรถยนต์ สร้างความเดือดร้อน แ...
05/06/2026

สว.สายสื่อ จี้ กระทรวงท่องเที่ยว แก้ปัญหา นักท่องเที่ยวมาเลเซีย ล้นด่านสะเดา ต้องนอกค้างคืนในรถยนต์ สร้างความเดือดร้อน และทำลายการท่องเที่ยวของภาคใต้
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล วุฒิสมาชิก สายสื่อมวลชน ได้กล่าวถึงปัญหาของ นักท่องเที่ยว ชาวมาเลเซีย ที่เดินทางมายัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในระหว่างวันที่ 29 พ.ค. ถึง 2.มิย. 2569 ซึ่งเป็นวันอีดิ้ลฟิตตี้ หรือ รายอฮัจยี ของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม และมีนักท่องเที่ยวจาก ประเทศมาเลเซีย เดินทางเข้ามายัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว และส่วนหนึ่งไปเที่ยวยังเมืองรอง เช่น พัทลุง ตรัง สตูล จำนวนนักท่องเที่ยวที่ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา และ ด่านตรวจคนเข้าเมืองปาดังเบซาร์ จำนวน3-4 หมื่นคน ที่เดินทางเข้าในในห้วงเวลา 3-4 วัน ได้รับความเดือดร้อน จากพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ของ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ที่ต้องมีการตรวจรถยนต์ ที่นักท่องเที่ยวใช้เป็นพาหนะ โดยนักท่องเที่ยวต้องใช้เวลาในการ ตรวจเอกสาร ทั้งจาก ตม. หรือ ตรวจคนเข้าเมือง และ ตรวจยานพาหนะจากเจ้าหน้าที่ศุลกากร เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง ซึ่งสร้างความเดือดร้อน และ เบื่อหน่าย ให้กับ นักท่องเที่ยว ที่ติดอยู่ในบริเวณด่านพรมแดน
นายไชยยงค์กล่าวว่า เรื่องนักท่องเที่ยว ชาวมาเลเซีย -สิงคโปร์ ที่เข้ามาเที่ยวยังภาคใต้ของไทย และเข้ามาทางด่านพรมแดนสะเดา และ ปาดังเบซาร์ ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีการอำนวยความสะดวก เกิดมานานนับ 10 ปี ที่ทุกช่วงของเทศกาล และ วันหยุด ต้องมีนักท่องเที่ยว รอพิธีการเข้าเมือง 3-4 ชั่วโมง โดยไม่มีการแก้ไขปัญหา ทั้งจาก เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร โดยปล่อยให้เหตุการณ์เยี่ยงนี้เกิดขึ้นซ้ำซาก ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วน เบื่อหน่าย รับไม่ได้กับความล่าช้าและเลือกที่จะไปเที่ยประเทศอื่นที่มีความสะดวกในการเข้าเมือง
ปัญหาที่เกิดกับนักท่องเที่ยวในครั้งนี้ หนักกว่าทุกครั้ง เพราะมีนักท่องเที่ยวตกค้า ออกจากด่านพรมแดนไม่ได้เป็นจำนวนมาก เพราะฝั่งของมาเลเซีย จะทำการปิดประตูกั้นพรมแดนทันที ที่ถึงกำหนดเวลาปิดด่าน ในขณะที่นักท่องเที่ยวที่ต้องการกลับประเทศ ยังติดค้างอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทยเป็นจำนวนมาก ตร้องตกค้าต้องนอนในรถยนต์ และหาที่พัก เพื่อรอการเปิดด่านในวันรุ่งขึ้น สภาพนี้เป็นเรื่องที่น่าอนาถเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้พบเห็น และถูกวิพากษวิจารณ์ ถึงความไม่พร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา และประเทศไทย
ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ นักท่องเที่ยวมาเยอะ ทั้งคนทั้งรถยนต์ จนเป็นคอขวด ทำไม่ไม่แก้ด้วยการยกเลิกการเก็บค่าล่วงเวลาของ ตรวจคนเข้าเมือง หรือนำแบบ ตม.2 ตม.3 จากการยื่นด้วยเอกสารนไปใช้แบบออนไลน์ ร่วมกับแบบฟอร์ม TDAC ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เข้าประเทศ ที่มีใช้อยู่แล้วในปัจจุบัน หรือการปรับรูปแบบการยื่นเอกสารนำเข้ารถยนต์ เข้าไทยชั่วคราว จากเอกสารเป็นออนไลน์ ของกรมศุลกากร
จึงขอให้ รัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน รวมทั้ง ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อธิบดีกรมศุลกากร ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 ที่รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด นายอำเภอสะเดา ตรวจคนเข้าเมืองอำเภอสะเดา นายด่านศุลกากรสะเดา และ ปาดังเบซาร์ ให้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นการทำลายการท่องเที่ยวของ สงขลา และภาคใต้ ของประเทศไทย ในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา จะนำปัญหานี้ไปมอบให้ คณะกรรมาธิการท่องเที่ยวฯ และ คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตามช่องทางของกรรมาธิการ ที่อาจจะต้องเชิญ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงถึงปัญหาและการแก้ไข รวมทั้งอาจจะต้องเดินทางลงพื้นที่ เพื่อดูสภาพของปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อหา แนวทางในการแก้ปัญหาที่เรื้อรังมายาวนาน

Cr:ภาพข่าว : ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล

ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย หาดใหญ่ ร้อง สว.ช่วยติดตามเงินเยียวยา หลังร้องศูนย์ดำรงธรรม แล้ว ก็ไม่มีความคืบหน้า    เมื่อว...
04/06/2026

ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย หาดใหญ่ ร้อง สว.ช่วยติดตามเงินเยียวยา หลังร้องศูนย์ดำรงธรรม แล้ว ก็ไม่มีความคืบหน้า
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นางสุนันท์ สุวรรณชู อายุ 62 ปี อยู่ที่ บ้านเลขที่ 1122 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้เดินทางมาพบนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล วุฒิสมาชิก สายสื่อมวลชน เพื่อขอให้เป็น สื่อกลาง ในการทวงถามเงินช่วยเหลือเยียวยาจากการเสียชีวิตของรจนา สุวรรณชู อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 ซอย 13 ถนนเทศาพัฒนา ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เป็นหลานสาว และเสียชีวิตจากการจมน้ำ ในการเกิดอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งหลังเกิดเหตุได้ส่งศพไปทำการชันสูตรศพที่ ร.พ.มอ. หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยแพทย์ลงความเห็นว่าขาดอากาศหายใจจากการจมน้ำ ซึ่งเป็นศูนย์รับเรื่องของผู้เสียชีวิตจากการเกิดอุทกภัย และได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันกับ ร.ต.อ.ชัยกฤต ทองคำ ร้อยเวร สภ.หาดใหญ่ มีการออกใบมรณะบัตร เป็นที่ถูกต้อง แต่ รอจนถึงบัดนี้ผ่านไป 6 เดือนแล้ว ยังไม่ได้รับคำตอบว่า ญาติ จะได้รับเงินเยียวยาหรือไม่
โดยล่าสุด ตนได้เดินทางไปร้องทุกข์กับ ศูนย์ดำรงธรรม จ.สงขลา เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่จนถึงบัดนี้ ยังไม่มีคำตอบจากศูนย์ดำรงธรรมแต่อย่างใด ผู้เสียชีวิตมีลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และไม่มีญาติที่จะเรียกร้อง ตนซึ่งเป็นป้าของผู้ตายจึงต้องรับภาระ ในการติดตามทวงถามจากหน่วยงานต่างๆ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด จึงได้เข้ามาพบ สมาชิกวุฒิสภา เพื่อขอให้เป็น สื่อกลาง ในการช่วยเหลือติดตามเงินเยียวยาของผู้เสียชีวิตจาก น้ำท่วมใหญ่ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2569 ที่ผ่าน

Cr:พี่ไชยยงค์

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 (เวลา 17.00 น.) นายสุทธิกรณ์ บัวทอง ผู้อำนวยการส่วนมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย (ผอก.สมอ.ทหญ....
03/06/2026

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 (เวลา 17.00 น.) นายสุทธิกรณ์ บัวทอง ผู้อำนวยการส่วนมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย (ผอก.สมอ.ทหญ.) ผู้แทนผู้อำนวยการท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ผหญ.) เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ หอประชุมจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

---------------------------------
ส่วนกิจการพิเศษและมวลชนสัมพันธ์
ท่าอากาศยานหาดใหญ่

กยท.ไอเดียเลิศ แก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ด้วยการทำน้ำหมัดชีวภาพจากน้ำนมดิบ  ส่งเสริมให้เกตรกรใช้ เป็นปุ๋ยบำรุงดินและพืชซึ่...
03/06/2026

กยท.ไอเดียเลิศ แก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ด้วยการทำน้ำหมัดชีวภาพจากน้ำนมดิบ ส่งเสริมให้เกตรกรใช้ เป็นปุ๋ยบำรุงดินและพืชซึ่งได้ผลดีกว่าปุ๋ยเคมี
นายญาณกิตต์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ การยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่ากิกฤตน้ำนมดิบที่เกตรกรผู้เลี้ยงโคนมผลิตได้ล้นตลาด สาเหตุเกิดจากการนำเข้านมผงราคาถูกจาก FTA ( ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ทำให้ตนทุนการผลิตในไทยสูง เกษตรกรต้องแบกต้นทุนจาก อาหารสัตว์ และค่าขนส่งที่สูงขึ้น ทำให้ไม่สามารถแข่งขันราคาได้ และเพื่อช่วยเหลือเกตรกรผู้เลี้ยงโคมนม จึงได้หาทางออกในการดูดซับน้ำนมดิบที่ล้านตลาดด้วยการนำมา ผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ ซึ่งเป็นสูตรการผลิตจากกรมพัฒนาที่ดิน ด้วยการบูรณาการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ การยางแห่งประเทศไทย กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมการข้าว สปก. กรมปศุสัตว์ เกษตรกร เพื่อให้เป็นทียอมรับของผู้ใช้ และเป็นที่ต้องการของตลาด และหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเกษตรฯ มีการส่งเสริมและสนับสนุน พร้อมทั้ง ถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตน้ำหมักชีวภาพฯ ให้กับเกษตรกรที่มีความสนใจ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการปลูกพืช ชนิดต่างๆ
โดยคุณสมบัติของน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ มีอะมิโน,โปรตีน ( เคซีน ,โกลบูมีน ) ช่วยเร่งการเจริญตอบโตของพืช ส่งเสริมการแตกใบ แตกยอด ช่วยให้รากแข็งแรง ดูดซึมธาตุอาหารได้ดีขึ้น มีธาตุอาหารหลัก และอาหารรอง ที่พืชต้องการ เช่น ฟอสฟอรัส โพแตสเซียม แคลเซียม และ แมกนีเซียม ช่วยเสริมสร้างโครงสร้างเชลล์พืช ลดปัญหาใบอ่อนบิดงอ หรือ ยอดแห้ง เหมาะสำหรับการทำเกษตรอินทรีย์ และ การลดใช้สารเคมี และในน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ ยังมีจุลินทรีย์ แลคโตบาซิลัส ช่วยปรับปรุงสมดุลจุลินทร์ในดิน ช่วยบำรุงดิน เพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี กระตุ้นการย่อยสลายของสารอินทรีย์อีกด้วย ที่สำคัญ ยังช่วยลดกลิ่นเหม็นและยับยั้งเชื้อก่อโรคบางชนิด กรดแลกติก ช่วยยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นโทษในดิน ช่วยเพิ่มคุณภาพและผลผลิตให้ผลผลิตมีรสชาดดีขึ้น พืชมีความแข็งแรงและทนทานต่อโรคเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง
โดยมีผลการดำเนินการของ กยท.ในการเข้าไปรับซื้อน้ำมันดิบ ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ โดยใช้วัตถุดิบคือน้ำนมดิบจากสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคมน จำนวน 715,180 กิโลกรัม ผลิตน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบได้ 1,144,288 ลิตร ซึ่งมีการบรรจุกภัณฑ์ 4 ขนาด เช่น ขนาด 1 ลิตร 5 ลิตร 20 ลิตร และ 200 ลิตร เพื่อให้ เกษตรกได้เลือก โดย กยท มีการประชาสัมพันธ์ แก่เกษตกรและประชาชนทั่วไป เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้บรโภค ที่สามารถรับสินค้าได้ตามจุดที่กำหนด เช่น กยท.เขต กยท.จังหวัด กยท.สาขา และตัวแทนจำหน่ายที่ขึ้นทะเบียนตัวแทนกับ กยท. สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อได้ตามหมายเลขโทร...095 886 6121 หรือ 095 732 4978

ผู้แทน นายกฯ - ศอ.บต. ไว้อาลัย วางพวงหรีดเคารพศพ "อส.ทพ. วุฒิพงศ์" สละชีพจากเหตุปะทะที่ อ.จะแนะ พร้อมเยียวยาและเคียงข้าง...
02/06/2026

ผู้แทน นายกฯ - ศอ.บต. ไว้อาลัย วางพวงหรีดเคารพศพ "อส.ทพ. วุฒิพงศ์" สละชีพจากเหตุปะทะที่ อ.จะแนะ พร้อมเยียวยาและเคียงข้างครอบครัวผู้กล้า

วันนี้ ( 2 มิถุนายน 2569 ) เวลา 09.00 น. ณ วัดบางนรา ตำบลบางนรา อำเภอนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นผู้แทนวางพวงหรีดนายกรัฐมนตรี เคารพศพ อส.ทพ. วุฒิพงศ์ ชุมเชื้อ กำลังพลสังกัดกรมทหารพรานที่ 46 เสียชีวิตจากกรณีเจ้าหน้าที่เข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่บ้านรือเปาะ ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

ในการนี้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. ได้มอบหมายให้ นางสาวณัฐชยา ศรีดำ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นผู้แทน ศอ.บต. นำพวงหรีด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) และพวงหรีดเลขาธิการ ศอ.บต. เคารพศพ อส.ทพ. วุฒิพงศ์ ชุมเชื้อ พร้อมพูดคุยให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ ศอ.บต. โดยจังหวัดนราธิวาส ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยา กรณีเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเงินจำนวน 500,000 บาท แก่ครอบครัว พร้อมชี้แจงการช่วยเหลือเยียวยาอื่นๆ นอกจากนี้หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ยังร่วมมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ด้วยความอาลัยในการจากไปของผู้กล้าแห่งชายแดนใต้

เจ้าของ มินิมาร์ท สงขลา ร้อง สว.สายสื่อ ถูก แก๊งต้มตุ่นวางแผนหลอกโอนเงินชำระหนี้ แจ้งแจ้งความเอาผิด ถูก อายัดบัญชีทั้งหม...
02/06/2026

เจ้าของ มินิมาร์ท สงขลา ร้อง สว.สายสื่อ ถูก แก๊งต้มตุ่นวางแผนหลอกโอนเงินชำระหนี้ แจ้งแจ้งความเอาผิด ถูก อายัดบัญชีทั้งหมด และตำรวจไม่ยอมเรียกร่วมขบวนการมาสอบสวน ทั้งที่มีตัวตนและหลักฐาน
เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2569 นางสาวกุลธิดา วิสะมิตนันท์ เจ้าของมินิมาร์ท ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้มาร้องทุกข์ ของความเป็นธรรม จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในข้อหา ฉ้อโกง โดย ผู้ร้อง ได้แจ้งว่า ก่อนที่จะมาร้องทุกข์ ได้ถูกแก๊งต้มตุ๋น หรือ สแกมเมอร์ ที่เป็นลูกค้าประจำ ชื่อนายไชยณรงค์ ขอสงวนนามสกุล ซึ่งอยู่ใน ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง สงขลา ซึ่งเคยมาซื้อสินค้าบ่อยครั้งและได้เงินค่าสินค้าจำนวน 688 บาท โดยโทรมาขอหมายเลขบัญชีเพื่อโอนเงินมาให้ ต่อมามีเงินโอนเข้าบัญชีของตน 24,589บาท หลังจากนั้น นายไชยณรงค์ ได้ เดินทางมาที่ร้าน และแจ้งว่ามีผู้โอนเงินมาชำระค่าสินค้า โดยโอนเกินมา และขอเงินที่โอนเกินมาเป็นเงินสด 23,800 บาทโดยมีการบอกยอดเงินที่ถูกต้อง ตนจึงได้ให้เงินสดจำนวนที่โอนเกินมาให้นายไชยณรงค์ เพราะเห็นว่าข้อมูลตรงกัน หลังจากนั้นตนได้รับโทรศัพท์จาก นายสุพจน์ แซ่ห่าน ที่อ้างว่าอยู่ จ.สระแก้ว และเป็นผู้โอนเงิน 24,589บาท ซึ่งเป็นการโอนผิดบัญชี ขอให้ตนโอนคืน ตนได้แจ้งว่า เงินจำนวนนั้นนายไชยณรงค์อ้างว่าเป็นการมาโอนจ่ายค่าสินค้าที่ติดค้าง และได้รับเงินส่วนที่โอนเกินมาคืนไปแล้วเป็นเงินสด ที่นายสุพจน์ อ้างว่าไม่รู้จัก ไม่เกี่ยวข้องกับนายไชยณรงค์ และหากไม่โอนคืนให้ จะไปแจ้งความ เพื่อดำเนินคดี
หลังเกิดเหตุ นายสุพจน์ได้ แจ้งความที่ สภ.สระแก้ว ซึ่งพนังานสอบสวนกล่าวว่าเข้าข่ายฉ้อโกง และ ตนได้ไปแจ้งความที่ สภ.สงขลา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามนายไชยณรงค์ ที่เป็นผู้รับเงินสดที่นายสุพจน์โอนมา เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินกับนายไชยณรงค์ เพราะตนเชื่อว่าเป็นผู้ที่สมคบกับนายสุพจน์ เพราะเป็นผู้ส่งบัญชีของตนให้นายสุพจน์ และนายสุพจน์โอนเงินเข้ามา และนายไชยณรงค์ มารับเงินทอน หลังจากนั้นนายสุพจน์ก็โทรมาว่าโอนเงินผิด แต่ ตำรวจ สภ.เมือง สงขลา กล่าว่าตนเป็นผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้เสียหาย และไม่ยอมออกหมายเรียกนายไชยณรงค์ มาสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง โดยอ้างว่าเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สภ.สระแก้ว ทั้งที่ตนได้มอบหลักฐานทั้งหมด รวมทั้งภาพถ่ายของนายไชยณรงค์จากกล้องวงจรปิด และถิ่นฐานที่อยู่ของนายไชยณรงค์ รวมทั้งพฤติกรรม ที่มีการใช้วิธีการแบบเดียวกับที่หลอกลวงคนอีกหลายรายใน จ.สงขลา แต่ ตำรวจ ไม่ยอม เรียกตัวนายไชยณรงค์ มาสืบสวน สอบสวน และ แจ้งข้อกล่าวหา
ตนได้รับความเดือนร้อนเป็นอันมาก เพราะมีการอายัดบัญชีทุกบัญชีของตน ทำให้การทำธุรกรรมต่างไของร้านค้าติดขัดไปหมด จึงมาร้องขอความเป็นธรรม โดยขอให้เจ้าหน้าที่ สภ.เมือง สงขลา นำตัวนายไชยณรงค์ มาสืบสวน สอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าเกี่ยวข้องกับนายสุพจน์หรือไม่ และขอให้มีการ ถอนการอายัดบัญชีอื่นๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีที่มีการโอนเงินจากนายสุพจน์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน รวมทั้งขอให้ ตำรวจ สภ.เมือง สงขลาออกหมายเรียกนายไชยณรงค์ ไปสืบสวนสอบสวนด้วยว่า เกี่ยวข้องกับนายสุพจน์ อย่างไร เพราะนายไชยณรงค์ เป็นผู้ส่งหมายเลขบัญชีของตนให้นายสุพจน์โอนเงิน เข้ามาบัญชีของตน และมารับเงินที่โอนเกิน หลังจากนั้นนายสุพจน์ก็โทรศัพท์มาแจ้งว่าโอนเงินผิด และขอให้ตนโอนเงิน คืน ทั้งที่เงินส่วนนั้นนายไชยณรงค์ เป็นผู้มาขอรับเป็นเงินสดไปแล้ว พฤติกรรมทั้งหมด เป็นการ สมรู้ร่วมคิด เพราะ ตนไม่รู้จักนายสุพจน์ และหากนายสุพจน์ ไม่มีความสัมพันธ์กับนายไชยณรงค์ นายสุพจน์ จะรู้หมายเลขบัญชีตนได้อย่างไร ตนจึงของร้องเรียนขอความเป็นธรรม จาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้ง สภ.สระแก้ว และ สภ.สงขลา ผ่านทาง สมาชิกวุฒิสภา เพื่อเป็น ปากเสียง และ สื่อกลาง ไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับตนเองที่ถูก หลอกลวง ต้มตุ๋น และ กลายเป็นผู้ถูกกล่าวหาจาก เจ้าหน้าที่ในข้อหา ฉ้อโกง

ขอบคุณภาพข่าว : พี่ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรียกผู้รับเหมาชุ่ย มารับผิดชอบในการรื้อตึก 3 ชั้น 10 คูหา มารับผิดชอบ ป้องกันฝุ่นอย่าให้มีผลกระทบ...
02/06/2026

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรียกผู้รับเหมาชุ่ย มารับผิดชอบในการรื้อตึก 3 ชั้น 10 คูหา มารับผิดชอบ ป้องกันฝุ่นอย่าให้มีผลกระทบกับชุมชนและป้องกันเศษสัสดุตกใส่บ้านข้างเคียง
จากกรณีที่ผู้รับเหมาในการรื้อถอนตึกสูง 3 ชั้น 10 คูหาซึ่งอยู่ในโครงการบ้านจัดสรร เสรีปาร์ค ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 เขตเทศบาลเมืองควนลัง อ,หาดใหญ่ จ.สงขลา ถนนสนามบินหาดใหญ่ ซึ่งกรมทางหลวงได้เสนคืนเพื่อสร้างทางเลี่ยงเมือง โดยมี พ,ต.ต,กิตติศักดิ์ เลื่อนจันทร์ สว.อก.ภาค 9 เป็นผู้รับเหมาในการรื้อถอน แต่ไม่ได้รื้อถอนตามหลักสิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม ไม่มีการป้องฝุ่นที่เป็นอันตรายกับชุมชน และไม่มีการป้องกันเศษวัสดุ สิ่งของ ที่ตกหล่นใช่บ้านข้างเคียง ที่ใช้รั้วบ้านร่วทกันกับอาคารที่มีการรื้อถอน โดยผู้รับเหมามีเพียงรถแบ็คโฮร์ เพียง 1 คัน ไม่มีโฟรแมน ไม่มีวิศวกรควบคุมงาน ไม่มีการขออนุญาต รื้อถอนและยื่นแบบการรื้อถอนและป้องกันอันตรายในเรื่องอนามัย และสิ่งแวดล้อมที่เกิดกัลชุมชน โดย พ,ต.ต.กิตติศักดิ์ ที่ยังรับราชการอยู่ เป็นผู้ควบคุมการรื้อถอนทุกขั้นตอนเพียงคนเดียว และไม่มีช่างเทศบาลเมืองควนลัง มาควบคุมการรื้อถอน ทำให้ น.ส,สิริพันธุ์ มณีรุ่งสกุล เจ้าของบ้านข้างเคียง ที่ได้รับความเดือดร้อน จากฝุ่นผง และเศษวัสดุที่ตกใส่บ้านไปแจ้งความที่กับ พงส,สภ,หาดใหญ่ เพื่อให้ผู้รับเหมาหยุดการรื้อถอน และให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมรับทราบปัญหา เพื่อให้การรื้อถอนอาคารทั้ง 10 หลัง เป็นตามกฎหมาย และหลักการของการรื้อถอน
ดังนั้นเมื่อเวลา 14.00 น วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับรื้อถอนอาคารมาดูสถานที่รื้อ ถอน และดูผลกระทบที่เกิดขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ลงพื้นที่มาดูข้อเท็จจริงและการแก้ปัญหา ได้แก่ นายอภิชาติ ปิยะพัรธ์ ผอ.ส่วนกฎหมายและกรรมสิทธิ์ สทล.18 กรมทางหลวง นายไมตรี แก้วเกิด นายช่างโยธาอาวุโส นายมนูศักดิ์ มณีพรหม วิศวกรโยธาชำนาญการ สังกัดกองช่างเทศบาลเมืองควนลัง พ,ต,ต,กิตติศักดิ์ เลื่อนจันทร์ ผู้รับเหมา สว.อก,ภ,9 เจ้าของบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเศษวัสดุ ตกใส่ และ ผู้ที่อยู่ในหมู่บ้านเสรีปาร์ค ที่ได้รับผลกระทบจาก ฝุ่นผง จาการทุบตึก รื้ออาคารทั้ง 10 หลัง โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมของเทศบาลเมืองควนลัง เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบปัญา และแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้น
มีการทำบันทึกข้อลงลง 3 ข้อด้วยกัน 1 ผู้รับเหมาต้องทำแผงกั้นให้สูงเท่ากับตึกที่ต้องการรื้อถอน เพื่อป้องกันเศษวัสดุตกใส่บ้านข้างเคียง 2 ในขณะทำการรื้อถอน ต้องมีรถน้ำมาฉีดน้ำ เพื่อบรรเทาฝุ่นฝง ที่กระจายตัวจากการรื้อถอน 3 ให้มีกา ขึ้นป้ายในบริเวณที่มีการรื้อถอนให้ชัดเจนมีผู้รับผิดชอบ ในส่วนการยื่นขออนุญาตต่อเทศบาลควนลังในการ รื้อถอน นั้น นายช่างโยธาของเทศบาลควนลัง อ้างว่า ผู้รับเหมายื่นจอก็ได้ ไม่ยื่นก็ได้ อพราะอาคารที่รื้อถอนสูงไม่เกิน 15 เมตร และบ้านที่อยู่ติดกันมีระยะห่างเกิน 3 เมตร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การรื้อถอนต้องถูกต้อง และไม่สร้างผลกระทบต่อบ้านข้างเคียง และชุมชนในเรื่องของฝุ่นผงที่เกิดขึ้น และหากเกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนของประชาชน สามารถฟ้องเรีกค่าเสียหายจากผู้รับเหมาได้ โดยผู้รับเหมายอมรับข้อเสนอทั้ง 3 ข้อ และยอมรับว่าตนเองผิด ที่ทำงานด้วยความมักง่าย

Cr: พี่ไชยยงค์

🎬 กลับมาอีกครั้ง! กับโครงการ "เด็กใต้ไม่โดนหลอก Season 2" 💥 🔊 สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้! ชวนน้อง ๆ มัธยมปลาย หรือเทียบเท...
01/06/2026

🎬 กลับมาอีกครั้ง! กับโครงการ "เด็กใต้ไม่โดนหลอก Season 2" 💥

🔊 สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้! ชวนน้อง ๆ มัธยมปลาย หรือเทียบเท่า ใน 14 จังหวัดภาคใต้ มารวมพลังสร้างสรรค์ไอเดียสู้ภัยการเงิน!

ปีนี้จัดใหญ่กว่าเดิม! แค่ทำคลิปสั้นแนวตั้ง (9:16) เตือนภัยการเงิน ใน 3 หัวข้อ
1️⃣ AI Deepfake
2️⃣ แอบอ้างแบงก์ชาติ
3️⃣ บัญชีม้า

🏆 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 36,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร!
🌟 พิเศษ! ชวนคนในครอบครัวหรือผู้ใหญ่ใกล้ตัวมาร่วมแสดงในคลิป รับคะแนนเพิ่มพิเศษไปเลย!

📅 ปักหมุดวันสำคัญ
1–30 มิ.ย. เปิดรับสมัคร (สแกน QR Code ในภาพ หรือคลิกลิงก์ด้านล่างเพื่อกรอก Google Forms)
4 ก.ค. ประชุมชี้แจงกติกา (ออนไลน์ เวลา 10.00 - 11.00 น.)
5 ส.ค. ส่งผลงาน
31 ส.ค. ประกาศผลผู้ชนะ

อย่ารอช้า! โอกาสโชว์ฝีมือมาถึงแล้ว สมัครเลย! 👇
https://forms.gle/aUmMXjwL4FiGkvtf8

#ธนาคารแห่งประเทศไทย #แบงก์ชาติ #เด็กใต้ไม่โดนหลอกSS2 #เยาวชนใต้เตือนภัยการเงิน #ไม่ชัวร์อย่าเชื่อ #แบงก์ชาติห่วงใยเตือนภัยการเงิน

ที่อยู่

Hat Yai
90110

เบอร์โทรศัพท์

+66988796292

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BKR Newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง BKR News:

แชร์