Kai Agency South ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Kai Agency South, บริษัทด้านสื่อ/ข่าวสาร, Hat Yai.

เอเจนซี่วิทยุภาคใต้ ที่ธุรกิจเลือกใช้
ให้บริการวางแผนสื่อวิทยุ ซื้อเวลาโฆษณา ผลิตสปอต และประชาสัมพันธ์ครบวงจร ครอบคลุมพื้นที่หาดใหญ่ สงขลา
📞098-879-6292 Kai Agency South

Hello Sa Wa Di Ka (Krub)เที่ยวทั่วไทย ไปกับพี่สิงโตจองเลย www.lionairthai.com ไม่มีค่าธรรมเนียมในการจองและตัดบัตรโปรโมชั...
07/09/2026

Hello Sa Wa Di Ka (Krub)
เที่ยวทั่วไทย ไปกับพี่สิงโต
จองเลย www.lionairthai.com ไม่มีค่าธรรมเนียมในการจองและตัดบัตร
โปรโมชัน 9 วัน 9 เส้นทางภายในประเทศ

#ไทยไลอ้อนแอร์ #เส้นทางบินภายในประเทศ

พิธีปล่อยตัวคณะนักปั่นจักรยานตามโครงการ “KL-BANGKOK UNITY RIDE 2026”เชื่อมเส้นทางท่องเที่ยว Muslim-Friendly กว่า 1,200 ก...
07/09/2026

พิธีปล่อยตัวคณะนักปั่นจักรยานตามโครงการ “KL-BANGKOK UNITY RIDE 2026”
เชื่อมเส้นทางท่องเที่ยว Muslim-Friendly กว่า 1,200 กิโลเมตร จากรัฐเปอร์ลิส สู่กรุงเทพมหานคร

โดยมี
นางสาวนวพร ชัวชมเกตุ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานหาดใหญ่
MR. AHMAD FAHMI BIN AHMAD SARKAWI กงสุลใหญ่มาเลเซีย ประจำจังหวัดสงขลา
Puan AZLINA ABDUL AZIZ ประธานองค์กร NADI SIHAT ประเทศมาเลเซีย

คุณอัยดา อูเจ๊ะ นายกสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีปล่อยตัวคณะนักปั่นจักรยานสำหรับกิจกรรมในครั้งนี้

สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน ร่วมกับองค์กร NADI SIHAT
ประเทศมาเลเซีย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “KL-BANGKOK UNITY RIDE 2026”

ระหว่างวันที่ 5–18 กันยายน 2569 เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย และประชาสัมพันธ์ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม หรือ
Muslim-Friendly Tourism
โดยกิจกรรมเริ่มต้นจาก รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยผ่าน ด่านปาดังเบซาร์จังหวัดสงขลา และปั่นจักรยานต่อเนื่องเป็นระยะทางประมาณ 1,200 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ใน ภาคใต้ ภาคกลาง และเข้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยมีการแวะเยี่ยมชมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ตลอดจนแหล่งวัฒนธรรมชุมชน และสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ กีฬาและการท่องเที่ยวเป็นสื่อกลางในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนไทยและมาเลเซีย ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต และการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ ยังมุ่งประชาสัมพันธ์ศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับ นักท่องเที่ยวมุสลิมและนักท่องเที่ยวทั่วไป ผ่านการนำเสนอร้านอาหารฮาลาล สินค้าและบริการฮาลาล แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน และองค์ประกอบด้านการท่องเที่ยวที่ตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวมุสลิม

สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน
THAI-ASEAN Halal Trade and Tourism Association การดำเนินกิจกรรมสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริม “Thailand Muslim-Friendly” และเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรด้านการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มการรับรู้และความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่มีความพร้อมสำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียและตลาดมุสลิมในภูมิภาค
KL-BANGKOK UNITY RIDE 2026 จึงนับเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญทั้งในมิติของ การส่งเสริมการท่องเที่ยว การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการเชื่อมโยงประชาชนไทย–มาเลเซีย โดยเส้นทางกว่า 1,200กิโลเมตร ตั้งแต่รัฐเปอร์ลิส ผ่านด่านปาดังเบซาร์ เชื่อมโยงพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง ก่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร

สะท้อนถึงศักยภาพของการท่องเที่ยวในการสร้างความร่วมมือและความเข้าใจอันดีในระดับภูมิภาคอาเซียนการปั่นจักรยานในครั้งนี้มีเป้าหมายมากกว่าการเดินทางด้วยจักรยาน แต่เป็นกิจกรรมที่ใช้ การท่องเที่ยวกีฬา และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย ตลอดเส้นทางคณะนักปั่นจะได้สัมผัสกับความหลากหลายของประเทศไทย ทั้งด้านภูมิประเทศ วิถีชีวิต วัฒนธรรม อาหาร
และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเปิดเส้นทางท่องเที่ยวผ่านแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

หนึ่งในจุดเด่นของกิจกรรม KL-BANGKOK UNITY RIDE 2026 คือการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวสำคัญตลอดเส้นทางการเดินทาง ตั้งแต่พื้นที่ชายแดนภาคใต้ ผ่านจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้และภาคกลาง ก่อนมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร

คณะนักปั่นจะได้สัมผัสกับสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งประวัติศาสตร์ แหล่งวัฒนธรรม ชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนร้านอาหารและสินค้าในพื้นที่ ซึ่งช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับนักท่องเที่ยว
จากต่างประเทศนอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์ ร้านอาหารฮาลาล สินค้าและบริการฮาลาล สถานที่ละหมาด ที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิม เพื่อสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นต่อประเทศ
ไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม

“ปั่นจักรยานสานสัมพันธ์อาเซียน”
“1,200 กิโลเมตรแห่งมิตรภาพ เชื่อมไทย–มาเลเซีย เชื่อมอาเซียน ด้วยกีฬา การท่องเที่ยว และความร่วมมือ

“เหมียนหยางเซียนเฟิงลู่ สิรินธร” สะพานเชื่อมมิตรภาพไทย-จีน พลันที่ก้าวลงจากรถบัสก็ได้เห็นกับป้ายชื่อโรงเรียน ภาษาไทยอยู่...
03/09/2026

“เหมียนหยางเซียนเฟิงลู่ สิรินธร” สะพานเชื่อมมิตรภาพไทย-จีน

พลันที่ก้าวลงจากรถบัสก็ได้เห็นกับป้ายชื่อโรงเรียน ภาษาไทยอยู่บนสุด ตามด้วยอังกฤษ ก่อนจะเป็นจีน ตัวอักษรขนาดใหญ่ตีตาทำให้รู้สึกหัวใจพองโตขึ้นมาทันที ทั้งตื้นตันและปีติคับแน่นอยู่ในอก ยิ่งพอได้ยินเสียงทักทาย..สวัสดีคค่ะ..สวัสดีครับ... แทรกดังจากคณะผู้บริหารและครูของโรงเรียนที่รอต้อนรับ แม้จะแผ่วๆ แต่กลับแปรเป็นความอบอุ่นเข้ามาเติมความรู้สึกคนไทยทั้ง 6 ชีวิตในฐานะแขกที่ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่ง

“โรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่ สิรินธร”

สถานศึกษาที่ได้รับการยกย่องให้เป็นสะพานมิตรภาพเชื่อม 2 แผ่นดินแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองเหมียนหยาง มณฑลเสฉวน ถือเป็นสัญลักษณ์อันแน่นแฟ้นระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเฉพาะเป็นภาพสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันไร้พรมแดนได้อย่างงดงามที่สุด

ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นสถานศึกษาของเด็กๆ ชาวจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นประจักษ์พยานชิ้นสำคัญของความผูกพันลึกซึ้งที่ “กงจู้ไท่กั๋ว” คำเรียกขานของชาวจีนที่แปรความได้ว่า “เจ้าฟ้าหญิงของไทย” ทรงมอบให้แก่ประชาชนชาวจีนในยามทุกข์ยาก

มิตรภาพไทย-จีนที่แน่นแฟ้นดังกล่าวมีจุดเริ่มจากเกิดโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในมณฑลเสฉวนเมื่อปี 2551 ได้ทำลายอาคารของโรงเรียนประถมศึกษาเซียนเฟิงลู่เดิมจนหมดสิ้น เด็กนักเรียนจำนวนมากต้องสูญเสียโอกาสในการศึกษาอย่างรุนแรง

เมื่อความทราบฝ่าละอองพระบาท สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์ทรงมีความห่วงใยในชะตากรรมของเด็กๆ ชาวจีนเป็นอย่างยิ่ง จึงได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อจัดสร้างอาคารเรียนและฟื้นฟูโรงเรียนแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

การพระราชทานความช่วยเหลือในครั้งนั้นสร้างความซาบซึ้งใจให้แก่รัฐบาลและประชาชนจีนเป็นอย่างมาก เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ทางการจีนจึงได้อัญเชิญพระนาม “สิรินธร” ไปตั้งเป็นชื่อโรงเรียนร่วมกับชื่อเดิม ซึ่งถือเป็นโรงเรียนประถมศึกษาแห่งเดียวในประเทศจีนที่ได้รับพระราชทานพระนามไปตั้งเป็นชื่อสถานศึกษา

นับจากนั้นเป็นต้นมาโรงเรียนแห่งนี้ก็ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและจีนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านการส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรม ซึ่งมีการเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยในระดับประถมศึกษา โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานไทย เช่น สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ที่คอยเข้าเยี่ยมเยือนและมอบเงินสนับสนุนการศึกษาอยู่เสมอ

นักเรียนที่นี่จึงไม่ได้เรียนภาษาไทยแค่จากในตำราเท่านั้น แต่เน้นการจำลองสถานการณ์และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ด้วย เช่น การจัดประกวดวาดภาพในวันสำคัญของไทยและกิจกรรมทางวัฒนธรรม เป็นต้น

อีกทั้งมีโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านภาษา วัฒนธรรมและดนตรีระหว่างคณะครูและนักเรียนไทย-จีน จากการทำ MOU ร่วมกับโรงเรียนในไทย อาทิ โรงเรียนจิตรลดา อย่างล่าสุดปีการศึกษา 2569 คณะครูและนักเรียนจีน 20 ชีวิตได้เดินทางมาเยือนไทยเมื่อเดือนสิงหาคม ได้พักอาศัยกับอยู่กับครอบครัวของนักเรียนไทย ได้เรียนรู้มารยาท ดนตรีและศิลปะ รวมถึงได้ทัศนศึกษาวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง วัดอรุณราชวราราม และนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เป็นต้น

เช่นเดียวกันเมื่อนักเรียนไทยไปเยือนจีน อย่างทริปล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2569 นักเรียนไทยได้เรียนรู้วิชาพู่กันจีน ดนตรี ศิลปะการป้องกันตัวและการทำอาหารจีน รวมถึงทัศนศึกษาถ้ำจงฮวาต้งเทียน และวัดชีฉวู่ซาน ในมณฑลเสฉวน เป็นต้น

ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่ สิรินธร บอกเล่าให้คณะสื่อมวลชนจากจังหวัดสงขลาของไทยฟังว่า ทั้งศิษย์เก่า นักเรียนปัจจุบันและรวมถึงครอบครัวชาวจีนที่ได้สัมผัสโรงเรียนแห่งนี้มีความภาคภูมิใจในชื่อ “สิรินธร” ของโรงเรียนเป็นอย่างมาก

สิ่งนี้แสดงออกผ่านเวลามีการจัดชั้นเรียนภาษาไทย หรือเมื่อมีคณะผู้แทนจากไทยไปเยือน เด็กนักเรียนและเหล่าซือสามารถสื่อสารคำทักทายภาษาไทยพื้นฐาน ร้องเพลงไทยและแสดงนาฏศิลป์ไทยเพื่อต้อนรับได้อย่างน่าประทับใจ

เช่นเดียวกับที่คณะสื่อมวลชนไทยได้รับการต้อนรับครั้งนี้ แม้ไม่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กนักเรียนเพราะอยู่ในช่วงปิดเทอม แต่สายใยความเป็นไทยก็มีให้อย่างอบอุ่น แถมความรู้สึกปลาบปลื้มยังแล่นวาบเข้ามาในจิตใจตลอดเวลาขณะผู้บริหารนำชมสิ่งต่างๆ ในโรงเรียนที่สื่อสะท้อนความสัมพันธ์ไทย-จีน โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่เจ้าฟ้าหญิงของไทยได้มาเยือนสถานศึกษาแห่งนี้

“กงจู้ไท่กั๋ว” ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยือนโรงเรียนแห่งนี้ด้วยพระองค์เองหลายครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้าด้านการศึกษา และพระราชทานขวัญกำลังใจแก่คณะครูและนักเรียน ซึ่งทุกครั้งที่เสด็จฯ เยือนจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ่งจากชาวเมืองเหมียนหยาง

ตราประจำโรงเรียนแห่งนี้ยังสะท้อนความผูกพันดังกล่าวอย่างเด่นชัด ด้วยการอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อ “ส.ธ.” มาประดิษฐ์เป็นตราสัญลักษณ์เคียงคู่ไปกับอักษรจีน นับเป็นภาพสะท้อนอันจับใจของคำกล่าวที่ว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ที่ถูกส่งต่อผ่านระบบการศึกษาและส่งต่อไปยังอนาคตของชาติในเยาวชนรุ่นหลังอย่างยั่งยืน

สำหรับคณะสื่อมวลชนไทยทั้ง 6 ชีวิตที่มีโอกาสไปเยือน “โรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่ สิรินธร” ครั้งนี้นำโดย ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จากกลุ่มวิชาชีพสื่อมวลชน พร้อมด้วย ปิยะโชติ อินทรนิวาส, เจริญกิจ มีศิริ, กษิมา โชติมาสะพันธ์, ประมุกข์ พรมสุข และ แอนนา มู่สา โดยได้รับเชิญจากสถานกงสุลจีนประจำจังหวัดสงขลา ให้ไปศึกษาดูงาน ณ มหานครเฉิงตูและเมืองเหมียนหยาง มณฑลเสฉวน ระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

✨ 27 ส.ค. นี้ เตรียมมาโดน “เสน่ห์ไทย” กัน! ช้อปครบ 500 บาทขึ้นไป ที่ร้านค้าที่ร่วมรายการเก็บใบเสร็จ แล้วมา เล่นเกม ลุ้นร...
31/08/2026

✨ 27 ส.ค. นี้ เตรียมมาโดน “เสน่ห์ไทย” กัน!

ช้อปครบ 500 บาทขึ้นไป ที่ร้านค้าที่ร่วมรายการ
เก็บใบเสร็จ แล้วมา เล่นเกม ลุ้นรางวัลทันที! 🎁
ยิ่งช้อปมาก ยิ่งมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ขึ้น
ซื้อครบ 3,500 ลุ้นรับ ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ ฟรี! ✈️
📅 27 ส.ค. – 10 ก.ย. 2569

มา ช้อป บิน ฟิน ลุ้น ไปด้วยกันที่สนามบิน AOT 5 ท่า!

#เสน่ห์ไทย #ช้อปบินฟินลุ้น #ช้อปบินฟินลุ้นไปกับAOT

คณะสื่อมวลชนเดินทางเยือนเมืองเหมียนหยาง สัมผัสพลังการพัฒนาที่หลากหลายทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการท่องเที่ยวเชิงวั...
28/08/2026

คณะสื่อมวลชนเดินทางเยือนเมืองเหมียนหยาง สัมผัสพลังการพัฒนาที่หลากหลายทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่จริง
​(กดตัวอักษรสีฟ้าเพื่อติดตามเรา)
​[รูปภาพ]
​ระหว่างวันที่ 25–26 สิงหาคม คณะสื่อมวลชนไทยรวม 6 คน ได้เดินทางเยือนเมืองเหมียนหยาง (Mianyang) เพื่อลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ โรงเรียนประถมศึกษาเซียนเฟิงลู่ สิรินธร, นิคมอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะช่างหง (Changhong), นิคมอุตสาหกรรมเมล็ดพืชและน้ำมันเขตอันโจว, หมู่บ้านเชียงชีอี้ เขตปกครองตนเองชนชาติเชียงเป่ยชวน, นิคมเกษตรกรรมทันสมัยฟาร์มไก่ไข่เขตตะวันตกอำเภอจื่อถง, แหล่งท่องเที่ยวชุยหยุนหลางเขากว่ากวี (Qiqu Mountain), บริษัท จิ่วอี้หยวน พาร์ทิเคิล เทคโนโลยี จำกัด (Jiuyiyuan Particle Technology) และโรงพยาบาลศูนย์เมืองเหมียนหยาง เพื่อทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับผลสำเร็จทางการพัฒนาและประสิทธิผลของนโยบายในด้านอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของเมืองเหมียนหยาง
​ในเช้าวันที่ 25 สิงหาคม จุดหมายแรกของคณะสื่อมวลชนไทยคือ โรงเรียนประถมศึกษาเซียนเฟิงลู่ สิรินธร โรงเรียนแห่งนี้ได้รับการฟื้นฟูและบูรณะขึ้นใหม่โดยทุนบริจาคจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นประจักษ์พยานอันเปี่ยมชีวิตชีวาถึงมิตรภาพระหว่างจีน-ไทย ภายในบริเวณโรงเรียน ป้ายข้อความ "จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน" (中泰一家亲) โดดเด่นสะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง
​คณะสื่อมวลชนไทยได้รับฟังรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน และผลงานการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจีน-ไทย พร้อมทั้งได้เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีน-ไทย โดยมีปฏิสัมพันธ์อย่างอบอุ่นกับครูและนักเรียน
​"โรงเรียนประถมศึกษาแห่งนี้ไม่เพียงช่วยให้เราได้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่ทั้งจีนและไทยมีต่อการพัฒนาเยาวชน แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยจากทุกภาคส่วนในสังคมที่มีต่อเยาวชนด้วย" นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย / สมาชิกรัฐสภา กล่าวด้วยความตื้นตันใจ พร้อมเสริมว่า "มิตรภาพจีน-ไทยมีความยั่งยืนและยาวนาน การก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้ถือเป็นต้นแบบที่ดีเยี่ยมของการร่วมมือด้านการศึกษาของทั้งสองประเทศ"
​จากนั้น คณะสื่อมวลชนไทยได้เดินทางไปยัง นิคมอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะช่างหง (Changhong) ณ หอจัดแสดงนวัตกรรมช่างหง คณะผู้แทนได้ชมวิดีโอประชาสัมพันธ์เพื่อรับรู้ถึงเส้นทางการพัฒนาของช่างหงตลอดเวลากว่า 60 ปีในการมุ่งมั่นพัฒนาภาคอุตสาหกรรมจริงและการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์สมาร์ตเทอร์มินัลอย่างใกล้ชิด เช่น Changhong AI TV, เครื่องปรับอากาศ AI, ตู้เย็นและเครื่องซักผ้า AI และที่โรงงานแสดงผลอัจฉริยะช่างหง คณะผู้แทนได้เข้าเยี่ยมชมสายการผลิตตามคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ (Mass Customization) ผ่านระบบ "5G + อุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ต" แห่งแรกของประเทศจีนอย่างใกล้ชิด รับชมกระบวนการผลิตที่ครอบคลุมด้วยระบบอัตโนมัติ และการควบคุมบริหารจัดการด้วยระบบดิจิทัลตลอดทั้งกระบวนการ
​[รูปภาพ]
คณะสื่อมวลชนไทยเข้าเยี่ยมชมสายการผลิตในโรงงานแสดงผลอัจฉริยะช่างหง เพื่อสำรวจสายการผลิตตามคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ผ่าน "5G+อุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ต" แห่งแรกของประเทศ
​นายปิยะโชติ อินทร์ธรนิวาส ผู้ดูแลสื่อ 《Manager Online》 ภาคใต้ของไทย ได้สัมผัสถึงความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของบริษัทเทคโนโลยีจีนอย่างลึกซึ้ง โดยกล่าวว่า "ในฐานะสื่อมวลชน การมาเยี่ยมชมครั้งนี้สร้างความประทับใจและความประหลาดใจแก่ผมเป็นอย่างมาก เราได้เห็นว่าการพัฒนาเทคโนโลยีของจีนเดินหน้าไปอยู่ในระดับแนวหน้าของโลกแล้ว" นอกจากนี้ เขายังกล่าวเสริมว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้ออกนโยบายที่เป็นมิตรหลายประการ และยินดีต้อนรับบริษัทเทคโนโลยีคุณภาพสูงจากจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างอบอุ่น
​[รูปภาพ]
ในโซนจัดแสดงเครื่องใช้ไฟฟ้า AI คณะสื่อมวลชนไทยได้สัมผัสและทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์สมาร์ตเทอร์มินัล อาทิ Changhong AI TV, เครื่องปรับอากาศ AI, ตู้เย็นและเครื่องซักผ้า AI อย่างใกล้ชิด
​จากการเยี่ยมชมโรงงานอัจฉริยะสู่ท้องไร่ท้องนา จากอารยธรรมโบราณเสฉวน (กู่ซู่) สู่การแพทย์สมัยใหม่ กำหนดการเยี่ยมชมอันเข้มข้นตลอด 2 วันเจิดจรัสในหลายมิติ —
​ณ นิคมอุตสาหกรรมเมล็ดพืชและน้ำมันเขตอันโจว และนิคมเกษตรกรรมทันสมัยฟาร์มไก่ไข่เขตตะวันตกอำเภอจื่อถง คณะสื่อมวลชนไทยได้ลงพื้นที่ศึกษาความก้าวหน้าและการปฏิบัติจริงด้านนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะและเกษตรหมุนเวียนของเมืองเหมียนหยาง
​[รูปภาพ]
คณะสื่อมวลชนไทยเยี่ยมชมแอนโจวเกษตรอุตสาหกรรมเมล็ดพืชและน้ำมัน
​ณ หมู่บ้านเชียงชีอี้ เขตปกครองตนเองชนชาติเชียงเป่ยชวน การแสดงร้องรำทำเพลงดั้งเดิมของชนชาติเชียง บ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์ และงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ทำให้สมาชิกคณะสื่อมวลชนไทยต่างพากันยกกล้องขึ้นบันทึกภาพเก็บไว้
​ณ แหล่งท่องเที่ยวชุยหยุนหลางเขากว่ากวี อำเภอจื่อถง ทัศนียภาพอันงดงามตระการตาของกลุ่มต้นสนโบราณพันปี ประกอบกับมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง สร้างความประทับใจและเสียงชื่นชมจากทุกคนเป็นอย่างมาก
​ณ บริษัท จิ่วอี้หยวน พาร์ทิเคิล เทคโนโลยี จำกัด และโรงพยาบาลศูนย์เมืองเหมียนหยาง คณะสื่อมวลชนไทยให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการสำรวจและพัฒนาด้านหน้าของเมืองเหมียนหยาง ในด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ทางการแพทย์ การวิจัยและพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์ระดับไฮเอนด์ รวมถึงความร่วมมือทางการแพทย์ระหว่างประเทศ
​เนื้อหาการเยี่ยมชมที่หลากหลายและครอบคลุม ช่วยให้คณะสื่อมวลชนไทยมีความเข้าใจต่อเมืองเหมียนหยางที่รอบด้าน มีมิติที่หลากหลาย และลึกซึ้งยิ่งขึ้น
​มีรายงานว่า การเดินทางเยือนเมืองเหมียนหยางของคณะสื่อมวลชนไทยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนและผลักดันผลลัพธ์จากการเดินทางเยือนมณฑลเสฉวนของนายอนุทิน (รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีของไทย) เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับมณฑลเสฉวน โดยอาศัยโอกาสนี้ เมืองเหมียนหยางจะยังคงมุ่งเน้นการจัดแสดงผลงานทางการพัฒนาและประสิทธิผลทางนโยบาย ทั้งในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ นวัตกรรมเทคโนโลยี การพัฒนาอุตสาหกรรม และเกษตรกรรมสมัยใหม่ เพื่อส่งเสริมให้ทั้งสองฝ่ายเกิดความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต

สื่อไทยจับมือเสฉวน เปิดมุมมองเทคโนโลยีเกษตรจีน ต่อยอดโอกาสพัฒนาชายแดนใต้ (中文下面)เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นางณัฐฐ์สิริ ...
27/08/2026

สื่อไทยจับมือเสฉวน เปิดมุมมองเทคโนโลยีเกษตรจีน ต่อยอดโอกาสพัฒนาชายแดนใต้ (中文下面)
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นางณัฐฐ์สิริ นิ่มยี่สุ่น รักษาการกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู เข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับคณะสื่อมวลชนไทย ซึ่งเดินทางเยือนมณฑลเสฉวนภายใต้โครงการของสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา โดยมีนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภาและนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วยผู้แทนสื่อมวลชนจากภาคใต้ของไทย ทั้งนี้ ฝ่ายจีนเป็นเจ้าภาพจัดงาน โดยมีนาย Li Huaiqiang Deputy Director General สำนักงานการต่างประเทศมณฑลเสฉวนเป็นเจ้าภาพ
การเยือนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน ตลอดจนศึกษาแนวทางการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย
ในโอกาสนี้ นายไชยยงค์ฯ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการนำคณะสื่อมวลชนภาคใต้เยือนจีน และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำว่า “การพัฒนาคน” เป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ควบคู่กับการสร้างอาชีพ รายได้ และโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนในพื้นที่
รักษาการกงสุลใหญ่ฯ ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการทูตเชิงรุกของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ซึ่งนอกจากการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการค้าแล้ว ปัจจุบันยังให้ความสำคัญมากขึ้นกับการเชื่อมโยงด้านการลงทุนและเทคโนโลยีระหว่างไทยกับจีนตะวันตก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่และเทคโนโลยีการเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาที่มณฑลเสฉวนมีศักยภาพและสามารถต่อยอดความร่วมมือกับประเทศไทยได้
ในปี 2569 สถานกงสุลใหญ่ฯ ยังมีกำหนดเข้าร่วมงานมหกรรมการเกษตรมณฑลเสฉวน ครั้งที่ 12 (The 12th Sichuan Agricultural Expo) ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2569 ณ นครเฉิงตู โดยประเทศไทยจะเข้าร่วมในฐานะ ประเทศเกียรติยศ (Country of Honor) เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ตลอดจนขยายโอกาสด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือด้านเกษตรกรรมระหว่างไทยกับมณฑลเสฉวน
การพบหารือครั้งนี้นับเป็นโอกาสในการเชื่อมโยง การทูต การพัฒนา สื่อมวลชน และภาคเศรษฐกิจ เข้าด้วยกัน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแสวงหาแนวทางนำศักยภาพของจีนตะวันตกมาต่อยอดการพัฒนาและสร้างโอกาสให้แก่ประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ท่าอากาศยานหาดใหญ่ครบรอบ 38 ปี เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการบริการ รองรับการเติบโตอุตสาหกรรมการบินเมื่อวันที่ 26...
26/08/2026

ท่าอากาศยานหาดใหญ่ครบรอบ 38 ปี เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการบริการ รองรับการเติบโตอุตสาหกรรมการบิน

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 10.45 น. ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ครบรอบการดำเนินงาน 38 ปี พร้อมเดินหน้าพัฒนาท่าอากาศยานอย่างต่อเนื่อง ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และคุณภาพการให้บริการ เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ พร้อมรองรับการขยายตัวของการเดินทางทางอากาศ การขนส่งสินค้า เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้

สำหรับปริมาณการจราจรทางอากาศของท่าอากาศยานหาดใหญ่ในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนกรกฎาคม 2569 มีเที่ยวบินรวม 18,284 เที่ยวบิน ลดลงร้อยละ 3.81 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 1,960 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 16,324 เที่ยวบิน ขณะที่มีผู้โดยสารรวม 2,638,505 คน ลดลงร้อยละ 4.59 แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 180,227 คน และผู้โดยสารภายในประเทศ 2,458,278 คน

การลดลงของจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถานการณ์อุทกภัยในเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้สายการบินปรับลดความถี่เที่ยวบินในเส้นทางระหว่างประเทศ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 เป็นต้นมา

นายกฤษฎา พุกะทรัพย์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานหาดใหญ่ กล่าวว่า ท่าอากาศยานหาดใหญ่ถือเป็นประตูสำคัญสู่ภาคใต้ตอนล่าง และมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงการเดินทาง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ตลอดจนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2569–2570 ท่าอากาศยานหาดใหญ่อยู่ระหว่างเร่งดำเนินโครงการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารและสิ่งอำนวยความสะดวกหลายด้าน อาทิ การปรับปรุงโถงขาออกภายในประเทศและระหว่างประเทศ การปรับปรุงห้องน้ำภายในอาคารผู้โดยสาร การจัดซื้อเก้าอี้พักคอยสำหรับผู้โดยสารเพิ่มเติม การปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ในปี 2570 รวมถึงการติดตั้งระบบปรับอากาศในพื้นที่พักคอยของผู้โดยสาร

นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างถนนทางเข้า–ออกท่าอากาศยานหาดใหญ่พร้อมป้อมรักษาการณ์ ตลอดจนการพัฒนาและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้บริการให้มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โครงการพัฒนาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามแผนแม่บทท่าอากาศยานหาดใหญ่ระยะเร่งด่วน ขณะเดียวกัน AOT อยู่ระหว่างจัดทำแผนแม่บทท่าอากาศยานหาดใหญ่ระยะ 20 ปี ระหว่างปี 2569–2588 แบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ระยะ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบสาธารณูปโภคให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน สภาพเศรษฐกิจ และนโยบายด้านคมนาคมของภาครัฐ

แผนดังกล่าวมุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร เที่ยวบิน และการขนส่งสินค้าทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการและยกระดับคุณภาพการให้บริการ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการ และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัยในระดับสากล

ท่าอากาศยานหาดใหญ่พร้อมก้าวสู่อนาคตในฐานะศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศที่สำคัญของภาคใต้ ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และได้มาตรฐานสากลแก่ผู้ใช้บริการทุกคน

ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุลสมาชิกวุฒิสภาสายทหารฯ ถามความรับผิดชอบจาก แม่ทัพภาคที่ 4 ในความล้มเหลวของการป้องกันเหตุร้ายในสามจังหว...
24/08/2026

ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุลสมาชิกวุฒิสภาสายทหารฯ ถามความรับผิดชอบจาก แม่ทัพภาคที่ 4 ในความล้มเหลวของการป้องกันเหตุร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ โฆษกกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้กล่าวถึงการก่อการร้ายของ กองกำลังติดอาวุธ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์ ที่ก่อเหตุ วางระเบิด วางเพลิง สถานที่ราชการ โรงงาน เครื่องจักรผู้รีบเหมาก่อสร้าง รวมทั้งเส้นทางรถไฟ รวม 51 จุด ในเกือบทุกอำเภอของ จ,ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค. และเมื่อคืนวันที่ 23 ในขณะที่ พล,ท,นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ, กอ,รมน.ภาค 4 ประการยกระดับการป้องกันเหตุสูงสุด ปรากฎว่า กองกำลังติดอาวุธ ยังปฏิบัติการวางระเบิด วางเพลิงเผา รถดีลับเพลิง และรถบรรทุกขยะ ของเทศบาลพ่อมิ่ง อ,ปะนาเระ จ.ปัตตานี เสียหายยับเยิน เหมือนกับปฏิบัตการ ตบหน้า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพราะเป็นการปฏิบัติการ ที่ไม่เห็นเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ในสายตา เหมือนกับว่า วันนี้ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ รัฐล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ กองกำลัง บีอาร์เอ็น ก็ได้ก่อเหตุ ยิงถล่มจุดตรวจ บูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าทีรทหารพรานเสียชีวิต 5 ศพ และ โดย เจ้าหน้าที่ยังจับคนร้ายไม่ได้ และยังปล่อยให้มีการก่อเหตุ คืนเดียว 51 จุด แสดงให้เห็นถึงความ ล้มเหลว ในงานการข่าว ความผิดพลาดในงานป้องกัน และรักษาความสงบของ กำลังเจ้าหน้าที่ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างสิ้นเชืง
เจ้าหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกชุดปฏิบัติการ เข้าไม่ถึงข่าวสาร ความเคลื่อนไหว ของ แนวร่วม ในพื้นที่ เข้าไม่ถึงมวลชน ไม่ได้สร้างมวลชนในพื้นที่เพื่อเป็นแหล่งข่าว ชุดปฏิบัติการในพื้นที่ ไม่มีขีดความสามารถในการ จำกัดเสรีภาพในการเคลื่อนไหวของ กองกำลังติดอาวุธ แบะ แนวร่วมในพื้นที่ กองกำลังติดอาวุธ มีเส้นทางหลัก เส้นทางรอง ในการเข้าปฏิบัติการต่อเป้าหมาย และหลังการปฏิบัติการ มีการถอนตัวหลบหนีอย่างปลอดภัย โดยที่ จุดตรวจ จุดสกัด ที่มีอยู่ ไม่สามารถ สกัด จับคนร้ายได้เลย
ทั้งหมดคือความ ล้มเหลว ที่หน่วยงานในพื้นที โดย พล.ท,นรธิป โพยนอก แม่ท้พภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ต้องแสดงความรับผิดชอบ ต่อความล้มเหลวเกิดขึ้น เพราะเกิดขึ้นครั้งแล้ว ครั้งเล่า โดยป้องกันไม่ได้ และหลังเกิดเหตุ ยังจับกุมคนร้ายมาลงโทษไม่ได้อีกต่างหาก
วันนี้ ประชาชนในพื้นที่ ไม่ต้องการฟังคำแก้ตัว และไม่ต้องการฟังการคำว่า มีการสั่งการให้ยกระดับในการรักษาความปลอดภัย หรือความไม่สงบ เพราะ ไม่เคยทำได้จริง วันนี้ประชาชน ต้องการเห็นการออกมารับผิดชอบถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และต้องการทราบว่า จะแก้ไขความล้มเหลวที่เกิดขึ้นอย่างไร
และต้องการถามว่า นโยบายการนำ กำลังจาก กองทัพภาคที่ 1 ภาคที่ 2 ภาคที่ 3 เข้ามาแทนที่ ทหารจากกองทัพภาคที่ 4 เป็นนโยบายที่แก้ปัญหาความไม่สงบใหลดน้อยลง หรือเป็นการสร้างปัญหาให้เกิดความไม่สงบมากยิ่งขึ้น และเกิดความแตกแยกในกองทัพภาคที่ 4 จนกลายเป็น ช่องว่าง ให้ กองกำลัง บีอาร์เอ็น ฉวยโอกาสในการก่อการร้ายเพิ่มขึ้นใช่หรือไม่ ขอให้ แม่ทัพภาคที่ 4 ออกมารับผิดชอบกับสถานการณ์ที่เลวร้ายลงทุกขณะ ในพื้นที่ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ของ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่บอกว่ารู้ล่วงหน้ามา 2 เดือน ว่า บีอาร์เอ็น จะก่อเหตุครั้งใหญ่ คำถามจากประชาชนคือ เมื่อรู้ล่วงหน้า ทำไมจึงป้องกันไม่ได้ แล้วจะมีประประโยชน์อะไร กับการรู้ล่วงหน้า นี่คือการแสดงให้เห็นว่า การข่าวเชิงกว้าง แต่ไม่มีการข่าวเชิงลึก การป้องกันจึงล้มเหลว เป็นการแสดงให้เห็นถึงการไร้ประสิทธิภาพของผู้นำที่ชัดเจน

`“นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล” ประธานอนุกรรมาธิการทหารฯ ด้านไซเบอร์ ลุยยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและอวกาศไทยกรุงเทพมหานคร...
20/08/2026

`
“นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล” ประธานอนุกรรมาธิการทหารฯ ด้านไซเบอร์ ลุยยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและอวกาศไทยกรุงเทพมหานคร –
`
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ประธานอนุกรรมาธิการทหารฯ ด้านไซเบอร์ ลุยยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและอวกาศไทยกรุงเทพมหานคร –
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการทางทหารด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ ครั้งที่ 18/2569 ในวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 405 อาคารรัฐสภา โดยมีวาระการประชุมและประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงและเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ดังนี้
สรุปวาระและผลการประชุมสำคัญ*
(one) _ตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนความมั่นคงทางอากาศและอวกาศ_ ที่ประชุมรับทราบกรอบการทำงานและรายชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็น “คณะทำงานศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบและกลไกการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศ” เพื่อเตรียมความพร้อมและวางกลไกการรักษาผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของประเทศในมิติอวกาศ
(two) _พิจารณา เรื่องที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการการทหารฯ_
- ส่งเสริมการต่อเรือฟริเกตและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศพิจารณาข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์จากภาคเอกชนและสมาคมวิชาชีพ ได้แก่ แนวทางการส่งเสริมการต่อเรือฟริเกตภายในประเทศ จากสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย เพื่อสร้างศักยภาพการผลิตและพึ่งพาตนเองในประเทศ
- ยุทธศาสตร์งบประมาณความมั่นคงกับการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเรือ จากสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ เพื่อเชื่อมโยงการจัดสรรงบประมาณกับการพัฒนาอุตสาหกรรมความมั่นคงอย่างยั่งยืน
(three) _เตรียมจัดงานสัมมนาใหญ่ "การยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ_
รับทราบความคืบหน้าการเตรียมจัดสัมมนาทางวิชาการเรื่อง "การยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของประเทศไทย" ซึ่งกำหนดจัดขึ้นใน วันอังคารที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๙ ณ ห้องประชุมสัมมนา B1-2 อาคารรัฐสภา

ปตท.สผ. จับมือ สพฉ. ซ้อมแผนฉุกเฉิน พื้นที่สงขลา ปตท.สผ. ผสานพลัง สพฉ. และเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดสงขลา ซ้อมแผนฉุกเฉินระ...
19/08/2026

ปตท.สผ. จับมือ สพฉ. ซ้อมแผนฉุกเฉิน พื้นที่สงขลา

ปตท.สผ. ผสานพลัง สพฉ. และเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดสงขลา ซ้อมแผนฉุกเฉินระดับสากล ยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

จังหวัดสงขลา 19 ส.ค. 69 – บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และสาขาวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเครือข่ายสาธารณสุขและความปลอดภัยในจังหวัดสงขลา จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการและซ้อมแผนการจัดการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ในพื้นที่ เพื่อยกระดับความพร้อม ซ้อมแผนรองรับภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ระดับสากล บูรณาการความปลอดภัยและระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่เชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ตั้งของฐานสนับสนุนหลักสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในทะเลอ่าวไทย

นายชวน มุณีแนม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา ในฐานะประธานการประชุมฯ กล่าวว่า จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและการส่งกำลังบำรุงปิโตรเลียม การรับมือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ไม่อาจพึ่งพาหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงหน่วยงานเดียว การซ้อมแผนในครั้งนี้ เป็นเวทีสำคัญในการทดสอบระบบการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดความชำนาญ เป็นการเปลี่ยนแผนงานบนกระดาษให้นำมาใช้ได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทำให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติงานและประสานงานได้อย่างเป็นระบบเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน

นางสาว เนาวนิต ยิ้มวัน ผู้จัดการกลุ่มงานการแพทย์ฉุกเฉินพื้นที่ 4 สพฉ. เน้นย้ำว่า ภารกิจของ สพฉ. มุ่งมั่นพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินของไทยให้มีมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินทุกคนได้รับการดูแล ได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม การซ้อมแผนคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้บุคลากรในหน่วยงานต่างๆ มีความเข้าใจบทบาทหน้าที่ในการปฏิบัติงาน และเป็นการตรวจสอบความพร้อมของระบบ ให้เชื่อมโยงการทำงานจริงของแต่ละหน่วยงาน ลดช่องว่างในการปฏิบัติงาน ทุกหน่วยงานมีระบบการสั่งการและการประสานงานรับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างราบรื่น

ด้านนายดิษพงศ์ คชรัตน์ ผู้จัดการแผนกฐานสนับสนุนสงขลา ปตท.สผ. กล่าวว่า ความปลอดภัยในการดำเนินงานเป็นพื้นฐานที่สำคัญควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถและการพัฒนานวัตกรรม ปตท.สผ. ให้ความสำคัญกับ มาตรการป้องกัน ควบคุมและแผนการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนที่ร่วมงานกับบริษัทฯ จะสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย การซ้อมแผนร่วมกับเครือข่ายครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มทักษะ ลดความตื่นตระหนกเมื่อเผชิญเหตุจริง และสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชนในด้านการดูแลบุคลากร ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 20 สิงหาคม 2569 รวม 2 วัน ณ ลากูน่า แกรนด์ โฮเทล แอนด์ สปา สงขลา มีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 100 คน จากหน่วยงานสำคัญในจังหวัดสงขลา ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลในพื้นที่ ศูนย์สื่อสารสั่งการการแพทย์ฉุกเฉิน สถานีตำรวจภูธร ฐานทัพเรือสงขลา ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทัพเรือภาคที่ 2 ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 รวมทั้งมูลนิธิกู้ภัยและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่พี่น้องประชาชน โดยมีผู้แทนสภาความมั่นคงแห่งชาติร่วมสังเกตการณ์ด้วย

ไฮไลท์ของการประชุมเชิงปฏิบัติการวันแรก (19 ส.ค.69) กลุ่มงานการแพทย์ฉุกเฉินพื้นที่ 4 สพฉ. นำเสนอข้อมูลเรื่องการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ในประเทศไทย ผู้แทน ปตท.สผ. แนะนำโครงการฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม สงขลาและฐานปฏิบัติการในทะเลโครงการ G1/61 พร้อมระบบการเตรียมความพร้อมของบริษัทฯ ต่อด้วยตัวแทนจากสาขาวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบการเตรียมพร้อมรับภาวะฉุกเฉินของจังหวัดสงขลา ตัวแทนภาควิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์และสาธารณภัย มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แนะนำการฝึกซ้อมภายใต้มาตรฐานด้านการแพทย์ฉุกเฉินของระบบการจัดการภัยพิบัติและอุบัติภัย หรือ Thai Simm ส่วนวันที่สองของการประชุม (20 ส.ค.69) ทีมวิทยากรจาก ThaiSimm นำฝึกซ้อมสถานการณ์จำลองก่อนสรุปแนวทางปฏิบัติเพื่อพร้อมในการรับมือกับภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ต่อไป

Cr:พี่ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล

ที่อยู่

Hat Yai
90110

เบอร์โทรศัพท์

+66988796292

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Kai Agency Southผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Kai Agency South:

ทางลัด

แชร์