WonderWhy ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก WonderWhy, นิตยสาร, Khao Kho.

25/08/2025

ACMECS is more than geography. It is five nations—Cambodia, Laos, Myanmar, Vietnam, and Thailand—connected by the rivers of history and the flow of cultures. Together they create a kaleidoscope of experiences: ancient temples, vibrant cities, serene landscapes, and flavors that tell stories of their people.
This journey is not just about where you go, but how it changes you. Watch the film and discover Southeast Asia—united, diverse, unforgettable.

ใกล้วันปีใหม่ เชื่อว่าทุกคนคงได้ยินเพลงๆ หนึ่งผ่านหูกันอยู่ทุกปี และเชื่อว่าหลายคนคงฟังออกแค่คำว่า “ไชโย..ไชโย้....” หลั...
27/12/2023

ใกล้วันปีใหม่ เชื่อว่าทุกคนคงได้ยินเพลงๆ หนึ่งผ่านหูกันอยู่ทุกปี และเชื่อว่าหลายคนคงฟังออกแค่คำว่า “ไชโย..ไชโย้....” หลังจากนั้นก็คาดเดาต่างๆ กันไป %_^&*_%*_%*_}Y*%

เมื่อค้นหาคำถามนี้ในโลกโซเชียล ก็พบว่าไม่ใช่แค่เราที่สงสัย ยังมีใครอีกหลายคนที่คาดเดาเนื้อเพลงนี้ไปต่างๆ นานา และอยากรู้ว่าเนื้อเพลงที่แท้จริงคืออะไร เช่น...

เพลงปีใหม่ครับ ที่ร้องว่า "ไชโย(ไชโย่)จั๊กกะเดี่ยมโสภี จั๊กกะดีฟ้าใหม่...." ผมฟังมาหลายวันแล้ว จริงๆมันร้องว่าอะไรครับ? (คำถามจากกระทู้ Pantip)

“ไชโย ไชโย้ รักกันให้ผัวกิน รักให้โสภี รักกันทีฟ้าใหม่”

เพลงปีใหม่ที่ร้องว่า “ไชโย้ ไชโย ฉันนั้นได้ผัวดี ผัวฉันให้2ที....” คือเพลงอะไรครับ?

“ไชโย (ไชโย่) ฉันจะได้ผัวบิน ฉันจะกินผัวใหม่”

“ไชโย....ไชโย้....จั้กกะจั่ยหัวจี....(พร้อม) จั้กกะจี้หัวใจ”

“ไชโย มะมาปั่นหูที แล้วไปกินหมาป่า”

………..

นี่คือเนื้อคำร้องที่แท้จริง

* (ญ) เก่าไปใหม่มา
ทิวาวิภามาแล้วเลื่อมลาย
เพริศพรพร่างพราย
ฟ้าโปรยผันปราย
ปีใหม่กรายเยือนขวัญ
(ช) เก่าไปใหม่มาเพื่อนเอ๋ย
เพื่อนมาชื่นตาหากัน
ร่วมฉลองปีทองปีเงิน
ส่งสรรเสริญเจริญพรพลัน
ต่างอภิวันแล้วอภินันขวัญดวงจิตระริน

(ซ้ำ * สลับ หญิง-ชาย)

** (ช) ไชโย
(ญ) ไชโย้
(ช) ไชโยให้สรวงยิน
(ญ) ไชโยให้สรวงยิน
(ช) รักกันให้โสภิน
(ญ) รักกันให้โสภิน
(พร้อม) เล้าโลมดินฟ้าใหม่

ชื่อของเพลงนี้คือ “เก่าไปใหม่มา” เป็นเพลงของวงสุนทราภรณ์ แต่งทำนองโดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน ที่รู้จักกันดี แต่เนื้อเพลงคำร้องที่ไม่ค่อยมีใครฟังออก (อาจเพราะคุณภาพการอัดเสียง การใช้โทนเสียงที่สูงมาก และเมื่อมีการใช้คำที่สวย แต่ไม่คุ้นหู ทำให้เดาได้ยาก) นั้นประพันธ์โดย ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ ซึ่งเป็นครูเพลงที่อยู่เบื้องหลังการแต่งเพลงของสุนทราภรณ์มากกว่า 50 บทเพลง เป็นผู้แต่งเพลงที่ได้รับการยอมรับว่ามีความโดดเด่นในแง่การเล่นคำไพเราะเพื่อให้เกิดสุนทรียภาพ

“เก่าไปใหม่มา” เป็นเพลงประเภทรำวง ซึ่งเป็นรูปแบบของเพลงสนุกสนานที่นิยมกันในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งรัฐบาลในสมัยนั้นมีนโยบายการใช้เพลงประเภทนี้เพื่อบำรุงขวัญกำลังใจให้แก่ผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากจากช่วงเวลาแห่งสงคราม

ส่วนคำว่า “ไชโย” อันเป็นคำไทยที่เราคุ้นเคย แท้จริงแล้วเป็นคำใหม่ที่มีอายุเพียงร้อยปีนิดๆ เท่านั้นเอง โดยผู้เริ่มใช้คำนี้คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงดัดแปลงจากคำว่า ชย ที่แปลว่า ชัยชนะ เพื่อแทนการโห่ร้องแสดงความยินดีปรีดาที่คนไทยใช้กันมานาน

คำว่า “ไชโย” ถูกนำไปแก้ไขเนื้อร้องในเพลงสำคัญอีกเพลงหนึ่ง คือเพลงสรรเสริญพระบารมี ซึ่งเพลงนี้มีเค้าโครงเดิมมาจากทำนองเพลงสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้ถูกแต่งเนื้อร้องในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเนื้อเพลงตอนท้าย มีอยู่ว่า

“ดุจถวายชัย ฉะนี้”

แต่เมื่อเนื้อท่อนนี้ถูกร้องตามเมโลดี้ของเพลง ทำให้ฟังดูคล้ายกับคำว่า “ชะนี” ทำให้รัชกาลที่ 6 ทรงรำคาญพระราชหฤทัย และนำคำว่า “ไชโย” เข้าไปแทนที่ จนเป็นเนื้อร้องในเวอร์ชั่นที่เราคุ้นหูกันในยุคสมัยที่ผ่านมา

ศรีเทพคืออะไร? เมืองโบราณยุคทวารวดีที่เพิ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกแห่งใหม่นี้ แท้จริงแล้วเป็นส่วนไหนของประวัติศาสต...
22/09/2023

ศรีเทพคืออะไร? เมืองโบราณยุคทวารวดีที่เพิ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกแห่งใหม่นี้ แท้จริงแล้วเป็นส่วนไหนของประวัติศาสตร์ไทย? ใครที่ยังไม่คุ้นเคยกับไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์เท่าไหร่ อาจมีคำถามมากมาย มันเก่าแค่ไหน? เก่ากว่าอยุธยาไหม? ร่วมสมัยกับสุโขทัยหรือเปล่า?

ในมุมมองของผม ศรีเทพคือเมืองโบราณที่แตกต่างไปความคุ้นเคยของคนไทยมากที่สุด และเป็นเมืองโบราณที่ชวนให้ตั้งคำถามมากที่สุดเช่นกัน
……

ผมได้ไปเยือนอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2541 ตอนนั้นผมเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปีที่ 1 ควบคู่กับการทำงานที่นิตยสารท่องเที่ยวฉบับหนึ่ง ผมได้รับมอบหมายจากหัวหน้ากองบรรณาธิการให้ไปเขียนบทความสารคดีที่นั่น

ภายใต้หมวกของนักเขียนใบนั้น คือสมองที่มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์จากชั้นเรียนมัธยมปลาย ที่มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์เป็นชิ้นส่วนเล็กๆ กระจัดกระจาย ประกอบกับความเกลียดการเรียนหนังสือแบบท่องจำ ผมจึงแทบไม่เข้าใจอะไรเลยเกี่ยวกับเมืองศรีเทพ ที่เขาว่าเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี แต่การเดินทางครั้งนั้นก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมชื่นชอบและหลงใหลเรื่องราวทางประวัติศาสตร์โบราณคดีอย่างจริงจัง

ตอนที่ไปถึงเมืองศรีเทพ สิ่งที่ผมได้เห็นคือ ชิ้นส่วนโบราณสถานเล็กๆ น้อยๆ ที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นที่ไปหมดเช่นเดียวกัน สิ่งที่เด่นสุดในตอนนั้นคือปรางค์ทรงตะคุ่มๆ ที่ไม่ใหญ่โตเท่าไหร่นัก หากเปรียบเทียบกับกรุงศรีอยุธยาที่มีวัดวังใหญ่โตอลังการแล้ว ช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ตอนที่เมืองศรีเทพถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นัก เรื่องมันเริ่มจากนักประวัติศาสตร์คนสำคัญของไทย คือ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (โอรสรัชกาลที่ 4 รั้งตำแหน่งเสนาบดีมหาดไทยในสมัยรัชกาลที่ 5) ขณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมเมืองเพชรบูรณ์ ได้แวะตามรอยหานครโบราณแห่งหนึ่ง ซึ่งเบาะแสขณะนั้นมีเพียงชื่อ “ศรีเทพ” ที่เอ่ยถึงในเอกสารโบราณ แต่ตอนนั้นก็ไม่มีใครรู้แล้วว่าเมืองศรีเทพนั้นอยู่ตรงไหน นครโบราณนี้อาจสาบสูญไปนานแล้ว ทราบเพียงแค่ว่าเป็นเมืองสมัยทวารวดีที่ใหญ่ไม่แพ้นครรัฐใดๆ ในสมัยนั้น

ในการสำรวจครั้งนั้นก็ได้ค้นพบซากเมืองเก่าในป่าใหญ่ หลังจากนั้น การขุดค้น หาคำตอบเกี่ยวกับเมืองศรีเทพก็ดำเนินการเรื่อยมา แม้กระทั่งในวันที่ผมเขียนบทความนี้อยู่ การขุดค้นก็ยังไม่เสร็จสิ้น แต่คำตอบอันคลุมเครือเกี่ยวกับปริศนาแห่งเมืองศรีเทพก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ภาพนครโบราณที่เคยยิ่งใหญ่แต่แตกสลายไปเหมือนจิ๊กซอว์ที่พลังทลายก็ถูกต่อขึ้นจนชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ

เป็นโชคดีอย่างยิ่ง ที่ผมได้เคยเดินชมเมืองโบราณศรีเทพ กับนักโบราณคดีตัวจริงถึงสองคนสองครั้ง ที่เคยขลุกอยู่กับการขุดค้นหาคำตอบที่ฝังอยู่ในซากอิฐซากปูนเหล่านี้ เมื่อมองผ่านเลนส์ของนักโบราณคดี จะเข้าใจว่าสิ่งที่เห็นอยู่เหล่านี้คืออะไร? และมันเชื่อมต่อกับอะไร? ในช่วงเวลาใด?

คลองแคบๆ ที่เราเดินผ่านไป มันดูเหมือนลำคลองธรรมชาติ เพราะตลิ่งถูกปกคลุมด้วยพืชพรรณ แต่อันที่จริงแล้วมันถูกขุดโดยมนุษย์ตั้งแต่พันกว่าปีที่แล้ว ดินที่ถูกขุดก็เอามาถมเป็นคันดินกำแพงล้อมรอบเมือง ถ้ามองจากภาพถ่ายทางอากาศ คันดินและคูเมืองเหล่านี้คือขอบเขตของเมืองรูปวงกลมและวงรี ที่ยังชัดเจนอย่างกับว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย

ร่องรอยของกำแพงเมืองขนาดนี้ ทำให้เชื่อได้ว่า นี่คือเมืองโบราณขนาดใหญ่ แต่มันอยู่ในสมัยใด? ทีนี้เราจะท่องกาลเวลาย้อนไทม์ไลน์ของเมืองศรีเทพ จากช่วงเวลาที่เก่าที่สุด ไปหาใหม่ที่สุดกัน

(อ่านต่อใต้ภาพ)

สำหรับเมืองร้อนอย่างประเทศไทย ฤดูหนาวเหมือนเป็นของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้ในช่วงแสนสั้น แล้วสงสัยไหมว่า ทำไมเราไม่มีหน้าหนา...
20/12/2022

สำหรับเมืองร้อนอย่างประเทศไทย ฤดูหนาวเหมือนเป็นของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้ในช่วงแสนสั้น แล้วสงสัยไหมว่า ทำไมเราไม่มีหน้าหนาวนานๆเหมือนประเทศแถบยุโรป? หรือทำไมไม่หนาวตลอดไปเลยล่ะ? ว่าแต่ว่าทำไมถึงมีหน้าหนาว แล้วทำไมไม่ค่อยหนาว วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟัง

หากเปรียบเทียบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลาย ไวน์คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดูแพงและเลิศหรู ทั้งที่ในความจริงแล้ว เครื่องดื่มเก่...
12/06/2022

หากเปรียบเทียบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลาย ไวน์คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดูแพงและเลิศหรู ทั้งที่ในความจริงแล้ว เครื่องดื่มเก่าแก่ที่สุดในโลกนี้มีความเรียบง่ายที่สุด แต่ก็ซับซ้อนที่สุดเช่นกัน เราจึงอยากชวนคุณมาเรียนรู้แล้วเข้าใจเรื่องราวของไวน์อีกซักหน่อย

หมายเหตุ : เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับไวน์ แต่มิได้เชิญชวนให้ดื่มสุราแต่อย่างใด

Duomo Di Milano แปลเป็นภาษาไทยว่า วิหารแห่งเมืองมิลาน เปรียบได้กับวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางศาสนาตามจังหวัดสำคัญต่า...
25/04/2022

Duomo Di Milano แปลเป็นภาษาไทยว่า วิหารแห่งเมืองมิลาน เปรียบได้กับวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางศาสนาตามจังหวัดสำคัญต่าง ๆ ในประเทศของเรา

เมืองมิลานนี้เป็นเมืองเอกแห่งแคว้นลอมบาดี (Lombady) ซึ่งหากย้อนกลับไปก่อนที่แคว้นต่าง ๆ จะรวมกันเป็นประเทศอิตาลี แคว้นเหล่านี้ก็มีฐานะไม่ต่างจากรัฐเอกราชของตัวเอง ซึ่งมีรากฐานที่ยิ่งใหญ่และยาวนาน ทุกวันนี้เมืองมิลานยังคงเป็นเมืองสำคัญของอิตาลีที่สำคัญไม่แพ้โรม ทั้งในมิติทางการเมือง เศรษฐกิจ การค้า ศาสนา และแฟชั่น วัดใหญ่กลางเมืองมิลานจึงเป็นวิหารที่มีความสำคัญไม่น้อย

มหาวิหารแห่งนครมิลานนี้ถือเป็นวัดประจำตำแหน่งของอัครมุขนายกแห่งมิลาน (Archbishop) ซึ่งมีความสำคัญสูงในลำดับการปกครองของคริสต์จักรโรมันคาทอลิค ถูกสร้างครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1386 (ปลายยุคกลางของยุโรป - ตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง) ตามบัญชาของอัครมุขนายกอันโตนีโอ ดา ซาลุซโซ แต่มหาวิหารหลังนี้ยังคงใช้เวลาในการสร้างเสริมและต่อเติมเรื่อยมาจนเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1577 รวมระยะเวลา 191 ปี และยังมีการปรับปรุงต่อเติมรายละเอียดอีกหลายครั้งจนถึงปี ค.ศ.1965 นี้เอง นับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ใช้ระยะเวลาสร้างนานที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นมหาวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอิตาลี และใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของทวีปยุโรป จะเป็นรองก็เพียงมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ซึ่งอยู่ในเขตนครรัฐวาติกัน

เพราะระยะเวลาที่การสร้างที่ยาวนาน คาบเกี่ยวหลายยุคสมัย ตั้งแต่ช่วงปลายยุคกลาง จนถึงยุคเรเนซองส์(ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ) ใช้สถาปนิกและวิศวกรถึง 78 คน (รวมถึง ลีโอนาโด ดา วินซี ที่มีส่วนร่วมในการร่างแบบยอดโดม แต่ภายหลังได้ถอนตัวออก) ทำให้มหาวิหารแห่งมิลานนี้มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะหลากหลายยุคสมัย จนมีนักวิจารณ์ศิลปะบางคนกล่าวว่า “วิหารแห่งนี้ขโมยรูปแบบทุกอย่างในโลกมาใช้ และทำได้อย่างแย่” (จอห์น รัสกิน) แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีนักเขียน นักวรรณกรรมอีกหลายคน เอ่ยชื่นชมมหาวิหารแห่งนครมิลานแห่งนี้ เช่น “อัศจรรย์แห่งศิลปะกอทิก.....สวยงามเหมือนดั่งเกล็ดหิมะร่วงพราวจากเทือกเขาแอลป์” (Vicente Blasco Ibanez, 1896)

รวมทั้งผู้คนมากมายจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาชื่นชมความงามและสง่างามของมหาวิหารแห่งนี้ และมหาวิหารแห่งนี้ก็เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของนครมิลาน .

หากจะพิจารณารูปแบบทางสถาปัตยกรรมหลัก คงกล่าวได้ว่ามหาวิหารแห่งนี้ได้ใช้ลักษณะทางศิลปะยุคโกธิค (Gothic) ซึ่งนิยมใช้กันในยุคกลาง อันเป็นช่วงเวลาที่มหาวิหารแห่งนี้ถูกเริ่มสร้างขึ้น รูปแบบทางสถาปัตยกรรมแบบนี้มักจะเน้นความชะลูดของเพดาน หลังคา โครงสร้าง และยอดแหลม อีกทั้งการตกแต่งด้วยบรรดาปฏิมากรรมอย่างรุ่มรวยและฟุ่มเฟือย ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกประหนึ่งได้ใกล้ชิดพระผู้เป็นเจ้ามากที่สุด เจตจำนงนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างแรงกล้าในยุคกลางอันเป็นยุคที่การเมืองการปกครองตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนทั้งหลายถูกครอบงำด้วยอำนาจของศาสนจักร การสร้างโฆษณาชวนเชื่อด้วยสถาปัตยกรรมอันวิจิตรเหล่านี้จึงเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ผลไม่น้อย และก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งก่อสร้างนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยความทเยอทยานอันอันแรงกล้าของผู้สร้างเช่นกัน

มหาวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงลานกลางเมืองแห่งนครมิลาน ความสูงใหญ่ของวิหารทำให้มองเห็นได้แต่ไกล แต่เมื่อยืนประจันหน้าอยู่กับโฉมหน้าอาคาร (Facade) ในระยะใกล้ กลับน่าแปลกใจที่รูปทรงอาคารในมุมมองนี้กลับแลดูทึบตัน และความรู้สึกนี้จะหายไปอีกครั้งเมื่อได้ไต่บันไดหินหลายร้อยขั้นขึ้นสู่ยอดหลังคาของมหาวิหาร เราเหมือนได้เดินอยู่ในป่าแห่งหินปูนที่ถูกนำมาสลักเสลาให้กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์มากมาย ทั้งยอดแหลมทั้ง 135 ยอด ที่มีรูปแกะสลักของบุคลลสำคัญ คอยเฝ้ามองมหานครแห่งนี้มานับร้อย ๆ ปี ตามเชิงชายหลังคายังมีรายละเอียดงานปฏิมากรรมที่ทำให้หินอ่อนเหล่านี้แลดูอ่อนช้อยเหลือคณานับ อีกทั้งคานครีบยันลอย (Flying Buttress) ซึ่งทำหน้าที่ค้ำยันผนังอันมีน้ำหนักมหาศาลเอาไว้ เมื่อแลเห็นมันเรียงรายกันเป็นทิวแถวเพื่อทำหน้าที่อย่างสามัคคี ทั้งหมดนี้ก็ทำให้ลานหลังคาของมหาวิหารแห่งนี้สวยงามดั่งมงกุฏแห่งพระประมุข
.......
Text & Photo : Bunyarit Traisuthamporn
PopPedia / WonderLens Studio

นกบินได้อย่างไร? มนุษย์ในยุคสมัยโบราณยังคงครุ่นคิดและหาคำตอบ จนกระทั่งพี่น้องตระกูลไรท์คิดค้นเครื่องบินลำแรกตั้งแต่ปี ค....
25/03/2022

นกบินได้อย่างไร? มนุษย์ในยุคสมัยโบราณยังคงครุ่นคิดและหาคำตอบ จนกระทั่งพี่น้องตระกูลไรท์คิดค้นเครื่องบินลำแรกตั้งแต่ปี ค.ศ.1903 มนุษย์ก็สามารถเอาชนะอุปสรรคทางการเดินทางไปได้ จนผ่านมาร้อยกว่าปี เครื่องบินในยุคนี้ไม่ใช่ของใหม่อีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ยานพาหนะชนิดนี้ก็ยังเป็นสิ่งที่อยู่ในความหลงใหลของผู้คนอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเด็กน้อยที่ตาเบิกโพรงเมื่อได้แอบเห็นห้องนักบินที่เต็มไปด้วยปุ่มมากมาย หรือใครก็ตามที่บินมาแล้วหลายร้อยพันไฟล์ท ก็ยังตื่นเต้นเสมอในวินาทีที่นกเหล็กลำใหญ่ลอยหลุดพ้นจากแรงดึงดูดของโลก

บทความนี้จะพาทุกคนที่สนใจ ไปรู้จักเครื่องบินให้มากยิ่งขึ้น โดยมุ่งนำเสนอความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการบิน และข้อมูลบางอย่างถูกเรียบเรียงโดยเน้นความเข้าใจที่เรียบง่ายเป็นหลัก

ขนมโตเกียว หาไม่เจอในกรุงโตเกียว แล้วมาจากไหน?เช่นเดียวกับข้าวผัดอเมริกันที่หากินได้เฉพาะในเมืองไทย ลอดช่องสิงคโปร์ที่หา...
06/10/2021

ขนมโตเกียว หาไม่เจอในกรุงโตเกียว แล้วมาจากไหน?

เช่นเดียวกับข้าวผัดอเมริกันที่หากินได้เฉพาะในเมืองไทย ลอดช่องสิงคโปร์ที่หาไม่เจอในสิงคโปร์ แล้วยังมีขนมที่หน้าตาเหมือนจะเป็นขนมญี่ปุ่น แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่

ขนมโตเกียวเกิดขึ้นในเมืองไทยเมื่อสามสี่สิบปีก่อน ตอนนั้นมีห้างไทยไดมารู ห้างจากญี่ปุ่นมาเปิดที่ราชดำริ (ปัจจุบันที่ตรงนั้นคือบิ๊กซีและเดอะมาร์เก็ต)

ห้างไทยไดมารูคิดค้นขนมชนิดใหม่ขึ้นด้วยการเอาขนมโดรายากิ(ของโปรดโดเรม่อน) มาทำให้บางลง และใส่ใส้คาวหวานลงไป ปรากฏว่าถูกใจลูกค้าคนไทยนัก และนั่นคือจุดเริ่มต้นของขนมแบบไทยไทย ที่นิยมกินแพร่หลายกันไปทั่วทุกหนแห่งจนถึงวันนี้

นี่คือตัวอย่างหนึ่งของวัฒนธรรมอาหาร ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

สีครามคือสีที่น่าหลงไหลไม่น้อยไปกว่าท้องฟ้าและมหาสมุทร มนุษย์รู้จักการย้อมผ้าสีครามด้วยการใช้ใบไม้มาผ่านกระบวนการทางเคมี...
22/04/2021

สีครามคือสีที่น่าหลงไหลไม่น้อยไปกว่าท้องฟ้าและมหาสมุทร มนุษย์รู้จักการย้อมผ้าสีครามด้วยการใช้ใบไม้มาผ่านกระบวนการทางเคมีที่ค้นพบโดยบังเอิญตั้งแต่ 6,000 ปีที่แล้ว และจนถึงทุกวันนี้ ผ้าย้อมครามยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มีคุณสมบัติดีที่สุด วิธีการย้อมผ้าด้วยครามยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดต่อสิ่งแวดล้อม และเรื่องราวของการทำผ้าย้อมคราม ที่เริ่มต้นตั้งแต่ใบไม้เขียวไปจนกระทั่งกลายเป็นผืนผ้าสีคราม ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าค้นหาเช่นเดิม วันนี้เรามาทำความรู้จักผ้าย้อมครามกัน...

Article / Photos : Bunyarit Traisuthamporn
Courtesy of Tourism Authority of Thailand (TAT)

นกปากห่างเป็นญาติในวงศ์เดียวกับนกกระสา หากินอยู่กับน้ำ จึงมีปีกที่ใหญ่เพื่อการกางปีกร่อนเหนือน้ำได้ดี และมีขาที่ยาวเพื่อ...
13/04/2021

นกปากห่างเป็นญาติในวงศ์เดียวกับนกกระสา หากินอยู่กับน้ำ จึงมีปีกที่ใหญ่เพื่อการกางปีกร่อนเหนือน้ำได้ดี และมีขาที่ยาวเพื่อให้มันสามารถเดินลุยน้ำหากินปลาในน้ำตื้นๆ ได้

แต่นกปากห่างแตกต่างจากนกกระสาทั่วไป ตรงที่ปากของมันจะหุบไม่สนิท ดูเหมือนเป็นความไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ทำให้มันสามารถคาบเปลือกหอยโข่งหรือหอยเชอรี่ที่มีรูปลักษณะกลมเกลี้ยงได้อย่างคล่องแคล่วกว่านกทั่วๆไป

ในจำนวนชาติพันธุ์หลากหลายมากมายที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ตามส่วนต่างๆ ของประเทศไทยนั้น มอแกน น่าจะเป็นชาติพันธุ์ที่นักท่องเที่ยว...
12/04/2021

ในจำนวนชาติพันธุ์หลากหลายมากมายที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ตามส่วนต่างๆ ของประเทศไทยนั้น มอแกน น่าจะเป็นชาติพันธุ์ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสนใจมากที่สุด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบหลงไหลทะเล ต่างมองชาวมอแกนเป็นชาติพันธุ์ที่มีวิถีชีวิต(หรือไลฟ์สไตล์)ที่ค้นหา

บางทีเราเรียกชาวมอแกนว่าชาวเล เพราะเป็นชาวพื้นเมืองที่ใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่กับทะเล ถ้าเราไปที่หมู่เกาะสุรินทร์ แล้วไปหมู่บ้านมอแกนที่อ่าวบอน จะได้พบชาวมอแกนตั้งบ้านเรืออยู่กันหนาแน่น ที่นี่คือถิ่นฐานใหญ่ที่สุดของชาวมอแกนในประเทศไทย และที่นั่น เราจะมีโอกาศได้พบเห็น “เรือกาบัง” ซึ่งเป็นเรือแบบดั้งเดิมที่ประกอบมาจากไม้ทั้งลำโดยใช้วิธีการเข้าลิ่มและผูกเชือก โดยไม่มีการใช้ตะปู (เพราะชาวเลรู้จักการสร้างเรือตั้งแต่ก่อนที่จะมีตะปูใช้) ลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือร่องง่ามบริเวณหัวเรือที่ออกแบบมาเพื่อให้สามารถปีนขึ้นจากน้ำได้ง่าย และเข้าใจว่าการออกแบบนี้มีส่วนช่วยให้เรือสามารถแล่นฟันคลื่นได้ดีขึ้น เพราะดูคล้ายกับหัวเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่

เรือกาบังนั้นเป็นทั้งเครื่องมือหากิน(จับปลา) ยานพาหนะ และบ้านของชาวมอแกน เพราะมอแกนสามารถใช้เรือลำนี้ออกเดินทางรอนแรมในทะเลได้เป็นแรมเดือน ในประเทศไทยนั้นพบชาวเลได้ที่หมู่เกาะสุรินทร์ ภูเก็ต และเกาะลันตา แต่พวกเขามีเครือญาติอยู่ในประเทศพม่า และมาเลเซีย พวกเขาพูดภาษามลายูและพม่าได้ และยังคงไปมาหาสู่กันอยู่เนืองนิจ เพราะทะเลนั้นไม่มีขอบเขตทางวัฒนธรรม

Photo & Story : Bunyarit Traisuthamporn
Shots on iPhone (เนื่องจากกล้องใหญ่อยู่ในเฮาส์ซิ่ง)

Special Thank : Love Andaman

ขนมพื้นบ้านของไทยมีมากมายหลายอย่างที่หาทานยาก ขนมวงคือหนึ่งในนั้น เพราะพื้นเพเป็นขนมเชื้อชาติไทยใหญ่ที่นิยมทำทานและถวายพ...
04/10/2020

ขนมพื้นบ้านของไทยมีมากมายหลายอย่างที่หาทานยาก ขนมวงคือหนึ่งในนั้น เพราะพื้นเพเป็นขนมเชื้อชาติไทยใหญ่ที่นิยมทำทานและถวายพระกันในงานบุญของชาวเหนือ แต่ทุกวันนี้แม้กระทั่งชาวเหนือเองก็ยังไม่ค่อยได้เห็นตามตลาดในตัวเมือง จะหาได้ก็ตามตลาดในอำเภอห่างไกล

คำอธิบายที่บ่งบอกลักษณะขนมวงได้ดีคือ โดนัทสไตล์ไทยใหญ่ เพราะนอกจากจะมีรูตรงกลางเหมือนกัน ยังมีเนื้อแป้งที่เหนียวนุ่มเหมือนกัน แต่จะมีสูตรแป้งไม่เหมือนกัน คือขนมวงจะใช้แป้งข้าวเหนียวกับแป้งข้าวจ้าวผสมกับกล้วยน้ำว้าและใส่ไข่ไก่ลงไป ทำให้เนื้อขนมมีรสชาติหอม และขนมวงจะราดด้วยน้ำตาลอ้อยที่นำมาเคี่ยวจนเหนียวหนืด มีกลิ่นหอมไหม้อ่อนๆ เมื่อราดลงบนหน้าขนมแล้วปล่อยให้เย็นตัวลงก็จะกลายเป็นหน้าน้ำตาลอ้อยกรอบๆ ให้รสและสัมผัสที่ดี

ที่อยู่

Khao Kho

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ WonderWhyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท