KKCH KKCH ONLINE • KKCH NEWS • KKCH LIVE

หนึ่งผู้ให้ หลายชีวิตได้ไปต่อ❗️รพ.ขอนแก่น เดินหน้ารณรงค์บริจาคอวัยวะ "หนึ่งผู้ให้...หลายหัวใจได้เต้นต่อ” ในงาน “The Ulti...
11/08/2026

หนึ่งผู้ให้ หลายชีวิตได้ไปต่อ❗️รพ.ขอนแก่น เดินหน้ารณรงค์บริจาคอวัยวะ "หนึ่งผู้ให้...หลายหัวใจได้เต้นต่อ” ในงาน “The Ultimate Gift of Life”

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลขอนแก่น จัดกิจกรรม “The Ultimate Gift of Life : ส่งต่อของขวัญแห่งชีวิต” รณรงค์บริจาคอวัยวะ โดยมี นายแพทย์ ธนสิทธิ์ ไพรพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น เป็นประธานเปิดงาน มีนายแพทย์ วีระยุทธ หุมอาจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านสื่อสารองค์กรและลูกค้าสัมพันธ์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

ไฮไลต์สำคัญของงาน. คือกิจกรรม Open talk เสวนาในหัวข้อ “หนึ่งผู้ให้...หลายหัวใจได้เต้นต่อ” ร่วมฟังเรื่องราวและประสบการณ์จริงจากผู้รับและผู้ให้ ได้แก่ ผู้ป่วยปลูกถ่ายไต คุณอัครวัฒน์ วงศ์ปุญญากานต์ และ คุณพีรวัส ศิริคะเณรัตน์, คุณพีรวัส ศิริคะเณรัตน์, ผู้ป่วยปลูกถ่ายกระจกตา และคุณสุขุม กาญจนะกัณโห ตัวแทนครอบครัวผู้บริจาคดวงตา และ แพทย์หญิง นิวรรณ ธิรธิกุล จักษุแพทย์กระจกตา ผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตา โดยมีนายแพทย์ วีระยุทธ หุมอาจ และ นางสาวนัฏกฤตา ทิชญะปัณช์. ดำเนินรายการ

คุณอัครวัฒน์ วงศ์ปุญญากานต์ ตัวแทนผู้ได้รับการปลูกถ่ายไต กล่าวว่า รู้สึก ยินดี และดีใจ ที่ได้รับปลูกถ่ายไต ในครั้งนี้ ก่อนหน้านั้น การดำรงชีวิต ประจำวัน มีความลำบาก ต้องฟอกไต สัปดาห์ละ 3 วัน. ขอขอบคุณผู้ที่บริจาคอวัยวะ ตอนนี้ชีวิตสะดวกขึ้น และจะดูแลสุขภาพ รักษาอวัยวะ ที่ได้รับบริจาค อย่างดีที่สุด

คุณสุขุม กาญจนะกัณโห ครอบครัวผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตา กล่าวว่า คนอื่นต้องขอบคุณแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาล ขอนแก่น ที่ได้ดูแล หลาน เป็นอย่างดี ในช่วงที่ อยู่โรงพยาบาล 3 วัน หลานชาย อยู่ในช่วงวัยเบญจเพศ เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ในช่วงเวลาที่สูญเสีย ทุกคนในครอบครัวเสียใจมาก แต่เราไม่อยากให้การจากไปของเขาสูญเปล่า การบริจาคอวัยวะจึงเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราสามารถทำแทนเขาได้ เพื่อต่อลมหายใจให้อีกหลายๆ ชีวิตที่ยังรอความหวังอยู่"

และขอแสดงความยินดี กับผู้ที่ได้รับโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ขอให้ดูแลสุขภาพและอวัยวะนี้ให้ดีที่สุด ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และเชิญชวน ผู้ที่ยังไม่บริจาค มาบริจาคอวัยวะ เพื่อมอบโอกาสให้เพื่อนมนุษย์ได้มีชีวิตอยู่ต่อ ได้กลับไปอยู่กับครอบครัว หรือมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น ถือเป็นการสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่

ในงานนิทรรศการให้ความรู้ การรณรงค์แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตา และกิจกรรมรับบริจาคโลหิต เพื่อร่วมกันสร้างสังคมแห่งการให้และการส่งต่อความหวังอย่างต่อเนื่อง

#ส่งต่อของขวัญแห่งชีวิต #บริจาคอวัยวะ #บริจาคดวงตา #บริจาคโลหิต #โรงพยาบาลขอนแก่น #รพขอนแก่น #หนึ่งผู้ให้หลายชีวิตได้ไปต่อ #ข่าวขอนแก่น

พิธีประวัติศาสตร์❗️"รร.กัลยาณวัตร" อัญเชิญถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯโครงงานสารานุกรมไทยฯ 2 ปีซ้อน สู่รั้วสถานศึกษาโรงเรี...
11/08/2026

พิธีประวัติศาสตร์❗️"รร.กัลยาณวัตร" อัญเชิญถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯโครงงานสารานุกรมไทยฯ 2 ปีซ้อน สู่รั้วสถานศึกษา

โรงเรียนกัลยาณวัตร จ.ขอนแก่น จัดพิธีฉลองความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ อัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เข้าสู่โรงเรียนอย่างสมเกียรติ หลังนักเรียนคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดโครงงานจากสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนติดต่อกัน 2 ปี ในครั้งที่ 7 ประจำปี 2567 และครั้งที่ 8 ประจำปี 2568 สร้างความภาคภูมิใจแก่โรงเรียน ครอบครัว และชาวขอนแก่น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมอนุสรณ์ 100 ปี โรงเรียนกัลยาณวัตร จังหวัดขอนแก่น ได้จัดพิธีฉลองถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสที่นักเรียนโรงเรียนกัลยาณวัตรได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดโครงงานจากสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ติดต่อกัน 2 ปี ได้แก่ ครั้งที่ 7 ประจำปีพุทธศักราช 2567 และครั้งที่ 8 ประจำปีพุทธศักราช 2568 นับเป็นเกียรติประวัติสำคัญของโรงเรียนและวงการศึกษาในจังหวัดขอนแก่น

บรรยากาศพิธีเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีการตั้งขบวนเกียรติยศบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ก่อนเคลื่อนขบวนตามถนนกลางเมืองเข้าสู่โรงเรียนกัลยาณวัตร ท่ามกลางคณะครู นักเรียน บุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมกันตั้งแถวรับขบวนอย่างสมเกียรติ

จากนั้น เมื่อขบวนเกียรติยศเดินทางถึงโรงเรียน ได้มีพิธีอัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทานขึ้นสู่ชั้น 3 ห้องประชุมอนุสรณ์ 100 ปี โดย นายสุรเชษฐ รูปต่ำ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนกัลยาณวัตร อัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทาน รางวัลชนะเลิศประจำปีการศึกษา 2567 และ ดร.อภิชาติ อุ่นเกิด ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนกัลยาณวัตร อัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทาน รางวัลชนะเลิศประจำปีการศึกษา 2568 ก่อนนำไปประดิษฐานบนแท่นเกียรติยศเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ต่อมา เมื่อถึงเวลาประกอบพิธี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ประธานในพิธีเดินทางมาถึงบริเวณงาน ท่ามกลางการบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ โดยคณะครูและนักเรียนยืนตรงเพื่อถวายความเคารพ จากนั้นประธานในพิธีทำความเคารพถวายราชสักการะพระฉายาลักษณ์ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ และกล่าวบทอาเศียรวาท ก่อนที่ดร.อภิชาติ อุ่นเกิด ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนกัลยาณวัตร จะกล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน

ดร.อภิชาติ กล่าวว่า โรงเรียนกัลยาณวัตรได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดโครงงานจากสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ซึ่งได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ติดต่อกันถึง 2 ปี ได้แก่ ครั้งที่ 7 ประจำปีพุทธศักราช 2567 และครั้งที่ 8 ประจำปีพุทธศักราช 2568 นับเป็นเกียรติประวัติอันทรงคุณค่าและความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของโรงเรียน ตลอดจนชาวจังหวัดขอนแก่น

การจัดพิธีครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จอันทรงเกียรติ พร้อมอัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทานเข้าสู่โรงเรียน และประดิษฐานบนแท่นเกียรติยศเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ผู้อำนวยการโรงเรียนกัลยาณวัตร กล่าวเพิ่มเติมว่า การประกวดโครงงานจากสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ถือเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าจากองค์ความรู้ในสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน พร้อมพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การวิจัย การทำงานเป็นทีม และการนำเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้เป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

จากนั้น ประธานในพิธีได้มอบถ้วยรางวัลและเกียรติบัตรแก่คณะครูและนักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รวมทั้งสิ้น 9 คน พร้อมกล่าวโอวาทและแสดงความชื่นชมในความสำเร็จของโรงเรียนกัลยาณวัตร ก่อนมีการแสดงเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และบันทึกภาพร่วมกัน

นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวในโอวาทว่า ความสำเร็จของโรงเรียนกัลยาณวัตรในครั้งนี้ มิได้เป็นเพียงความภาคภูมิใจของโรงเรียนเท่านั้น หากยังเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดขอนแก่น และเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพการจัดการศึกษาที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การค้นคว้าวิจัย และการสร้างสรรค์นวัตกรรม ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของเยาวชนในศตวรรษที่ 21

การได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติถึง 2 ปีติดต่อกัน ย่อมเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครอง และที่สำคัญคือความมุ่งมั่น ตั้งใจ และความเพียรพยายามของนักเรียนทุกคน จึงขอชื่นชมคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้อุทิศตนในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอแสดงความยินดีกับนักเรียนผู้ได้รับรางวัลทุกคน ที่ใช้ความรู้ ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์จนสร้างชื่อเสียงให้แก่โรงเรียน จังหวัดขอนแก่น และประเทศชาติ

พร้อมกันนี้ ได้ขอให้นักเรียนทุกคนรักษาความมุ่งมั่นในการแสวงหาความรู้ ยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม และนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ และสอดคล้องกับพระราชปณิธานด้านการส่งเสริมการศึกษา การค้นคว้า และการพัฒนาเยาวชนไทย

ทั้งนี้ การได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดโครงงานจากสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนติดต่อกัน 2 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงศักยภาพของนักเรียนและบุคลากรโรงเรียนกัลยาณวัตร รวมถึงความร่วมมือจากผู้ปกครองและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันการศึกษาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยถ้วยรางวัลพระราชทานทั้ง 2 รางวัลจะเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจ และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นต่อไปมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง สร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการ และรักษามาตรฐานความเป็นเลิศของโรงเรียนกัลยาณวัตรสืบไป

#เด็กกัลยาณวัตร #รรนางฟ้ากัลยาณวัตร #แชมป์2ปีซ้อน #ความภาคภูมิใจชาวขอนแก่น #เยาวชนคนเก่ง

“วัดป่าอดุลยาราม ขอนแก่น”❗️งัดหลักฐานเด็ดสู้ทายาท ยันครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย หลังถูกปิดทางเข้า-ออกขีดเส้น 15 วัน ให้พระ...
11/08/2026

“วัดป่าอดุลยาราม ขอนแก่น”❗️งัดหลักฐานเด็ดสู้ทายาท ยันครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย หลังถูกปิดทางเข้า-ออกขีดเส้น 15 วัน ให้พระรื้อถอน

วิกฤตวัดป่าอดุลยารามขอนแก่น! ทายาทอ้างสิทธิ์ที่ดิน 21 ไร่มูลค่าเกือบ 80 ล้าน ปิดทางเข้า-ออกขีดเส้น 15 วันให้พระรื้อถอน ล่าสุด“พศจ.–อำเภอ–ตร.”ลุยเคลียร์พื้นที่พร้อมเอาผิดเด็ดขาดผู้แอบอ้างเบื้องสูงเผยศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องแล้วถึง 2 คดีขณะที่เจ้าอาวาสงัดหลักฐานเด็ดอายุ 36 ปียันถวายถูกต้อง

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งและสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักแก่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ที่ วัดป่าอดุลยารามตำบลในเมืองอำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่นภายหลังมีกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นทายาทของเจ้าของที่ดินเดิมเข้ามาดำเนินการปิดกั้นเส้นทางเข้า-ออกวัดนำท่อซีเมนต์และรถผสมปูนมาเทปิดทางพร้อมติดประกาศข่มขู่ให้พระสงฆ์และสิ่งปลูกสร้างรื้อถอนออกไปภายใน15วันอีกทั้งยังมีการกล่าวอ้างอันเป็นเท็จเบื้องสูงว่ามีคำสั่งให้ปิดวัดสร้างความตื่นตระหนกและหวาดผวาแก่พระภิกษุด้านความปลอดภัย

กรณีดังกล่าวพระครูอดุลย์สารนิเทศเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม (อายุ72ปี) ได้เปิดเผยหลักฐานสำคัญย้อนหลังเมื่อ 36 ปีก่อนประกอบด้วยภาพถ่ายเหตุการณ์ในอดีตขณะที่นายเฮียงพิมพ์ศรีนำที่ดินมาถวายพร้อมด้วยสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดบันทึกหลักฐานการจัดงานผ้าป่าถวายโฉนดที่ดินเนื้อที่ประมาณ 21 ไร่เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2533 ซึ่งสอดคล้องกับสถานะของวัดที่ได้รับการอนุญาตจัดตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากกรมการศาสนากระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2541 มีทะเบียนรหัสวัดและมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์อย่างสมบูรณ์

ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น(พศจ.)ได้ยืนยันตรงกันว่าวัดป่าอดุลยารามดำเนินกิจการศาสนสถานและใช้พื้นที่มาต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี อย่างไรก็ตามข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าว (โฉนดเลขที่ 61945 เนื้อที่ 21 ไร่ 3 งาน 61 ตารางวาราคาประเมินกรมธนารักษ์มูลค่ารวมกว่า 77.9 ล้านบาท) ผ่านกระบวนการพิจารณาของศาลมาแล้วถึง 2 คดีโดยศาลจังหวัดขอนแก่นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษายกฟ้องทุกคดีเนื่องจากพิจารณาจากหนังสือแสดงเจตนาอุทิศที่ดินเพื่อสร้างวัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายแม้ปัจจุบันจะอยู่ระหว่างการยื่นคำร้องพิจารณาในชั้นศาลฎีกาก็ตาม

ภายหลังเกิดเหตุการณ์ลูกศิษย์วัดและชาวบ้านได้ช่วยกันรื้อถอนสิ่งกีดขวางและเคลียร์ปูนซีเมนต์เพื่อเปิดเส้นทางสัญจรชั่วคราวก่อนที่ทางเจ้าอาวาสจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสภ.เมืองขอนแก่น ล่าสุดวันนี้นายกองโทวิชัยวันตานายอำเภอเมืองขอนแก่นพร้อมด้วย พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น และนายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้กำลังใจเจ้าอาวาส พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง (อส.) และชุดสืบสวน เข้ารื้อถอนป้ายประกาศข้อความ ข่มขู่ทั้งหมดเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ทางด้าน พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งแกะรอยตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและคลิปเหตุการณ์เพื่อติดตามตัวกลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายทหารและกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาสอบปากคำอย่างเร่งด่วนหากพบการกระทำเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกทำให้เสียทรัพย์หรือความผิดฐานอื่นๆจะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดไม่มีละเว้นพร้อมจัดกำลังสายตรวจคอยดูแลความปลอดภัยรอบบริเวณวัดอย่างเข้มงวดเพื่อให้พระสงฆ์และประชาชนสามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างปกติสุขท่ามกลางเสียงเรียกร้องของชาวขอนแก่นที่ต้องการให้หน่วยงานรัฐช่วยปกป้องผืนแผ่นดินธรรมแห่งนี้ให้พ้นจากการคุกคามนอกกฎหมาย

#วัดป่าอดุลยาราม #วัดป่าอดุลยารามขอนแก่น #ข่าวขอนแก่น #ขอนแก่น #ที่ดินวัด

ตร.ลุยจับ❗️เพจทัวร์ต่างประเทศเถื่อน ขอนแก่น-ร้อยเอ็ดตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น-ร้อยเอ็ด สนธิกำลังตรวจสอบเพจ Facebook หลังได้...
10/08/2026

ตร.ลุยจับ❗️เพจทัวร์ต่างประเทศเถื่อน ขอนแก่น-ร้อยเอ็ด

ตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น-ร้อยเอ็ด สนธิกำลังตรวจสอบเพจ Facebook หลังได้รับแจ้งจากนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวฯ พบโฆษณารับจัดทัวร์เดินทางไปต่างประเทศ แต่ตรวจสอบฐานข้อมูลกรมการท่องเที่ยวไม่พบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ลุยตรวจสอบพบหลักฐานการจัดทัวร์และการชำระค่าบริการหลายรายการ ก่อนแจ้งข้อหา “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่มีใบอนุญาต” ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น-ร้อยเอ็ด ได้รับรายงานจากนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1 ว่า พบเพจ Facebook รายหนึ่งมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์และจัดนำเที่ยวไปยังต่างประเทศ เพื่อแสวงหาลูกค้าและรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมเดินทาง

ภายหลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบของกรมการท่องเที่ยว พบว่า บุคคลดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว จึงได้ดำเนินการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนเข้าตรวจสอบบุคคลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบข้อมูลและหลักฐานว่า บุคคลดังกล่าวได้ดำเนินการจัดบริการนำเที่ยวนักท่องเที่ยวมาแล้วหลายครั้ง โดยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงพบหลักฐานการชำระค่าบริการจากนักท่องเที่ยว ซึ่งสอดคล้องกับพฤติการณ์การประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่มีใบอนุญาต” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มาตรา 15 ประกอบกฎกระทรวงการอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว พ.ศ. 2561 และมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 80 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหาพร้อมพยานหลักฐานส่งพนักงานสอบสวน สภ.เสลภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจท่องเที่ยวฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนและนักท่องเที่ยว ก่อนตัดสินใจซื้อแพ็กเกจทัวร์หรือใช้บริการนำเที่ยว ควรตรวจสอบว่าผู้ประกอบการมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง

ความจริงอีกด้าน❗️”ผอ.ขอนแก่นวิทยายน“ กางหลักฐานแจงปม ม.6 รุมทำร้ายและไถเงิน ห่วงสภาพจิตใจเยาวชน! ยันโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอ...
10/08/2026

ความจริงอีกด้าน❗️”ผอ.ขอนแก่นวิทยายน“ กางหลักฐานแจงปม ม.6 รุมทำร้ายและไถเงิน ห่วงสภาพจิตใจเยาวชน!

ยันโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ ดำเนินการครบ 4 มาตรการ จบปัญหาภายใน 15 วัน เด็กสองฝ่ายเคลียร์ใจกลับมาเรียนร่วมกันปกติ วอนหยุด “ล่าแม่มด” หวั่นกระทบเยาวชน

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่เรื่องราวนักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน อ้างถูกกลุ่มเพื่อนลากเข้าไปในห้องที่ไม่มีคนพลุกพล่าน ก่อนถูกทำร้ายและใช้บุหรี่จี้บริเวณใบหน้า รวมถึงมีการเรียกร้องเงิน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ล่าสุด นายบุญเหลือ ทองอ่อน ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบบรรยากาศภายในโรงเรียน ซึ่งยังคงมีการเรียนการสอนและกิจกรรมต่าง ๆ ตามปกติ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงและนำหลักฐานการดำเนินการของโรงเรียนมาแสดงต่อสื่อมวลชน

นายบุญเหลือ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเปิดภาคเรียนแรก เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โรงเรียนได้รับทราบปัญหาและไม่ได้เพิกเฉย โดยได้เข้าควบคุมสถานการณ์และดำเนินการตามมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถประสานผู้ปกครองและนักเรียนทั้งสองฝ่ายเข้าสู่กระบวนการพูดคุย ไกล่เกลี่ย และปรับความเข้าใจกันได้ภายใน 15 วัน

ทั้งนี้ โรงเรียนได้นำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ มาแสดงต่อสื่อมวลชน ประกอบด้วย บันทึกข้อตกลงระหว่างผู้เกี่ยวข้อง หลักฐานการโอนเงินคืน และภาพการพูดคุยไกล่เกลี่ยเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีผู้ปกครองของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม โดยในภาพยังปรากฏนักเรียนผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน กราบขอโทษมารดาของนักเรียนผู้เสียหาย และฝ่ายผู้เสียหายยินยอมรับคำขอโทษ

ผู้อำนวยการโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุ โรงเรียนได้ดำเนินมาตรการเยียวยาและป้องกันปัญหาอย่างเร่งด่วนใน 4 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการเรียนและความปลอดภัย มีการบันทึกสถิติพฤติกรรมข้ามรายวิชา แยกห้องเรียนชั่วคราวในช่วงแรก และกำชับนักเรียนกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาไม่ให้คุกคามหรือกดดันนักเรียนผู้เสียหายทั้งทางตรง ทางอ้อม และผ่านสื่อออนไลน์

2.ด้านการชดเชยทางการเงิน โรงเรียนตรวจสอบหลักฐานทางการเงินและดำเนินการโอนเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายครบถ้วนตามจำนวนที่เกี่ยวข้องประมาณ 1,000–1,500 บาท ขณะที่ 3.ด้านการดูแลสภาพจิตใจ ได้มอบหมายครูด้านจิตวิทยาและครูแนะแนวติดตามประเมินสภาพจิตใจของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยมารดาของนักเรียนผู้เสียหายมีหนังสือยืนยันว่าบุตรชายมีสภาพจิตใจดีขึ้นและสามารถกลับมาเรียนได้ตามปกติ
ส่วน 4.ด้านการลงโทษทางวินัย โรงเรียนได้ดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การตักเตือน การทำทัณฑ์บน การตัดคะแนนความประพฤติ และการบำเพ็ญประโยชน์ พร้อมกำหนดเงื่อนไขว่า หากเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาย้ายสถานศึกษา

นายบุญเหลือ กล่าวต่อว่า ในวันนี้โรงเรียนยังได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงพักกลางวันของวันที่เกิดเหตุมาประกอบการชี้แจง โดยจากภาพที่โรงเรียนมี ไม่พบเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายหรือความรุนแรงบริเวณอาคารเรียนตามที่มีการกล่าวอ้าง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบาดแผลหรือประเด็นทางคดีอาญา โรงเรียนพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ โดยได้ส่งมอบหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่แล้ว แต่โรงเรียนไม่สามารถวินิจฉัยหรือชี้ขาดในส่วนของคดีอาญาแทนพนักงานสอบสวนได้

“โรงเรียนดำเนินการตามกระบวนการภายในเสร็จสิ้น และรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นเยาวชน โรงเรียนจึงไม่สามารถนำรายละเอียดภายในทั้งหมดมาเปิดเผยต่อสาธารณะได้ จึงขอวิงวอนสังคมและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้หยุดเผยแพร่ภาพของเด็กเพื่อค้นหาหรือตามตัวในลักษณะล่าแม่มด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและความปลอดภัยของเยาวชน” นายบุญเหลือ กล่าว

นายบุญเหลือ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันบรรยากาศภายในโรงเรียนยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นักเรียนทั้งสองฝ่ายสามารถปรับความเข้าใจและกลับมาใช้ชีวิตและเรียนร่วมกันได้ตามปกติ โดยมีครูที่ปรึกษาและฝ่ายปกครองติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าโรงเรียนให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัย สวัสดิภาพ และการคุ้มครองนักเรียนทุกคน

ขณะเดียวกัน โรงเรียนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเปิดภาคเรียนอาจถูกนำกลับมาเผยแพร่ซ้ำในช่วงที่สังคมกำลังให้ความสนใจต่อข่าวเหตุรุนแรงในสถานศึกษา จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม โรงเรียนยืนยันพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการ และขอให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงสิทธิ ความปลอดภัย และอนาคตของเยาวชนเป็นสำคัญ

“ดร.บุญทรัพย์”❗️นักวิชาการสายอินเตอร์กลับบ้านเกิด เปิดภารกิจเปลี่ยน “ราชภัฏเพชรบูรณ์” สู่มหาวิทยาลัยของชุมชนจากวิศวกรโยธ...
10/08/2026

“ดร.บุญทรัพย์”❗️นักวิชาการสายอินเตอร์กลับบ้านเกิด เปิดภารกิจเปลี่ยน “ราชภัฏเพชรบูรณ์” สู่มหาวิทยาลัยของชุมชน

จากวิศวกรโยธา สู่ผู้บริหารมหาวิทยาลัย นักวิจัยด้านโลจิสติกส์ และนักวิชาการที่เชื่อมโยงเครือข่ายระดับนานาชาติ ก่อนนำประสบการณ์จากเวทีโลกกลับคืนสู่บ้านเกิด กับแนวคิดสร้าง “มหาวิทยาลัยของชุมชน” ให้เกิดขึ้นจริงที่ราชภัฏเพชรบูรณ์ ในช่วงเวลาที่มหาวิทยาลัยไทยกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านโครงสร้างประชากร เทคโนโลยี AI ตลาดแรงงาน และการแข่งขันทางการศึกษา ชื่อของ ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ กำลังได้รับความสนใจในฐานะผู้เตรียมสมัครชิงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ หลังเปิดมุมมองและแนวทางการบริหารมหาวิทยาลัยในเวที “สภากาแฟสื่อมวลชนเพชรบูรณ์” เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569

สิ่งที่ทำให้แนวคิดของ ดร.บุญทรัพย์ น่าสนใจ ไม่ได้มีเพียงประสบการณ์ในฐานะอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร หากแต่เป็นเส้นทางวิชาการและวิชาชีพที่ผ่านหลากหลายศาสตร์ ตั้งแต่วิศวกรรมโยธา การเงิน การจัดการธุรกิจ โลจิสติกส์และซัพพลายเชน งานวิจัย ตลอดจนความร่วมมือกับเครือข่ายวิชาการในต่างประเทศ

ประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมมุมมองที่ไม่ได้จำกัดมหาวิทยาลัยไว้เพียงบทบาทของการผลิตบัณฑิต แต่ตั้งคำถามไปไกลกว่านั้นว่า มหาวิทยาลัยจะสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างไร
จากวิศวกรโยธา สู่ศาสตร์การเงินและการบริหาร
เส้นทางการศึกษาของ ดร.บุญทรัพย์ สะท้อนการผสมผสานระหว่างศาสตร์ด้านเทคนิคกับศาสตร์ด้านการบริหารอย่างชัดเจน เริ่มต้นจากการศึกษาด้าน วิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนต่อยอดด้วย บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการการเงิน จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และศึกษาต่อระดับดุษฎีบัณฑิตด้าน การจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

การเดินทางจากวิศวกรรมมาสู่การเงินและการจัดการ ทำให้มุมมองทางวิชาชีพไม่ได้จำกัดอยู่ในศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง แต่สามารถเชื่อมโยง โครงสร้างพื้นฐาน–ธุรกิจ–การเงิน–การบริหาร–โลจิสติกส์ และระบบห่วงโซ่อุปทาน เข้าด้วยกัน

องค์ความรู้ดังกล่าวกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานด้าน Logistics and Supply Chain รวมถึงการทำงานวิจัยที่มุ่งตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจและศักยภาพของพื้นที่

ดร.บุญทรัพย์ เคยดำรงตำแหน่ง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร มีบทบาททั้งด้านการบริหารและการพัฒนางานวิชาการของมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันยังทำหน้าที่นักวิจัยและอาจารย์ที่มีผลงานเกี่ยวข้องกับการขนส่ง การค้าชายแดน โครงสร้างพื้นฐาน และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ มอง “พื้นที่” มากกว่าขอบเขตจังหวัด หนึ่งในจุดเด่นของงานวิชาการที่สะท้อน.

แนวคิดของ ดร.บุญทรัพย์ คือการมองพื้นที่ในฐานะส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกัน ไม่ใช่เพียงพื้นที่ตามเขตการปกครอง ผลงานวิจัยมีทั้งการศึกษาเส้นทางโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงไทยกับจีน การวิเคราะห์ประสิทธิภาพเส้นทางขนส่งทางบกระหว่างไทยกับจีน โดยศึกษาข้อมูลจาก ไทย ลาว เวียดนาม และจีน รวมถึงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์รองรับโครงการรถไฟลาว–จีน และงานศึกษาห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างกับเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม

งานเหล่านี้สะท้อนวิธีคิดที่มองว่า ชุมชนไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่เศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับโลก หากแนวคิดดังกล่าวถูกนำมาประยุกต์ใช้กับเพชรบูรณ์ มหาวิทยาลัยจึงอาจมีบทบาทมากกว่าการถ่ายทอดความรู้ในห้องเรียน แต่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยง ชุมชน–ภาคธุรกิจ–ภาครัฐ–เทคโนโลยี–ตลาด และเครือข่ายต่างประเทศ เข้าด้วยกัน

จาก “โลก” กลับสู่ “บ้าน”อีกมิติหนึ่งที่น่าจับตามองคือประสบการณ์ด้านวิชาการระหว่างประเทศ ดร.บุญทรัพย์ เคยได้รับเชิญจาก Nanning University ประเทศจีน เพื่อแลกเปลี่ยนทางวิชาการและบรรยายในหัวข้อ “Logistics Connectivity” ครอบคลุมตั้งแต่พัฒนาการของโลจิสติกส์ ซัพพลายเชนดิจิทัล การพัฒนาอย่างยั่งยืน ไปจนถึงความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ระหว่างจีน–อาเซียน

การทำงานดังกล่าวนำไปสู่การได้รับแต่งตั้งเป็น Special Expert ของ Guangxi Key Laboratory of International Join for China-ASEAN Comprehensive Transportation สะท้อนถึงเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในมิติความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ระหว่างจีนกับอาเซียน

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือทางวิชาการกับ Hochschule Merseburg ประเทศเยอรมนี ในการจัด International PhD Workshop ด้าน Operations and Supply Chain Management ซึ่งมีนักศึกษาระดับปริญญาเอกร่วมจากหลายประเทศ ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เกิดมุมมองสำคัญว่า มหาวิทยาลัยที่มีพลัง ไม่จำเป็นต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุด แต่ต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ เครือข่าย และทรัพยากรจากภายนอกเข้ามาสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ได้

และนั่นทำให้คำว่า “กลับบ้าน” ในความหมายของ ดร.บุญทรัพย์ ไม่ใช่เพียงการกลับมาทำงานในมหาวิทยาลัยบ้านเกิด หากแต่เป็นการนำประสบการณ์จากเวทีโลกกลับมาสร้างระบบนิเวศทางปัญญาให้กับชุมชน

เปลี่ยน “มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น” ให้เป็น “มหาวิทยาลัยของชุมชน” แนวคิดสำคัญที่ ดร.บุญทรัพย์ นำเสนอสำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ คือการทำให้คำว่า “มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น” ซึ่งมักปรากฏอยู่ในระดับนโยบาย กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของประชาชน

ฐานคิดสำคัญคือ “สำนึกราชภัฏ–เกียรติภูมิราชภัฏ” โดยมองว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่กับชุมชน รู้จักพื้นที่ เข้าใจปัญหา และนำองค์ความรู้ไปใช้แก้ปัญหาให้ประชาชน ในภาพดังกล่าว มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ควรพัฒนาไปสู่การเป็น Knowledge Center หรือศูนย์กลางองค์ความรู้ของจังหวัด ไม่ใช่เพียงสถานที่ที่นักศึกษาเข้ามาเรียนและสำเร็จการศึกษาออกไป แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่ เกษตรกร ผู้ประกอบการ ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคนรุ่นใหม่ สามารถเข้ามาเรียนรู้ ใช้เทคโนโลยี ทดลองนวัตกรรม และร่วมกันสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ไม่แข่งกับทุกคน แต่สร้าง “จุดแข็งของเพชรบูรณ์”

อีกแนวคิดที่น่าสนใจ คือการไม่พยายามผลักดันให้มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์แข่งขันกับมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ในทุกสาขา แต่ควรเลือกพัฒนาความเชี่ยวชาญที่สอดคล้องกับศักยภาพของจังหวัด. ทั้ง เกษตรบนพื้นที่สูง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ชาติพันธุ์ศึกษา และ Wellness สามารถต่อยอดเป็นหลักสูตร งานวิจัย และบริการวิชาการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของเพชรบูรณ์

ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดในการสร้าง “Product Champion” ของเพชรบูรณ์ ด้วยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร รวมถึงการผลักดันแนวคิด Carbon Agriculture หรือเกษตรคาร์บอนต่ำ

หากดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ มหาวิทยาลัยจะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงผลิตกำลังคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่สามารถเป็นพื้นที่ในการสร้าง ผู้ประกอบการ สินค้าใหม่ เทคโนโลยีใหม่ และตลาดใหม่ ให้กับจังหวัด
“เรียนไป ทำงานไป” เชื่อมมหาวิทยาลัยกับโลกจริง

ด้านการพัฒนานักศึกษา แนวคิด Work while Learn หรือ “เรียนไป ทำงานไป” เป็นอีกหนึ่งกลไกที่ต้องการเชื่อมการเรียนกับการทำงานจริง นักศึกษาไม่ควรรอจนกระทั่งเรียนจบจึงได้สัมผัสโลกการทำงาน แต่ควรมีโอกาสเรียนรู้จากสถานประกอบการ ชุมชน และโครงการจริงตั้งแต่ระหว่างการศึกษา ขณะเดียวกัน เทคโนโลยี AI ควรถูกนำมาใช้ทั้งในการเรียนการสอน การวิจัย และการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อสร้างกำลังคนที่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และตอบสนองต่อเศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง

“ประสบการณ์จากโลก” กับ “ปัญหาของบ้าน”
จุดที่น่าจับตามองที่สุดของแนวคิด ดร.บุญทรัพย์ อาจอยู่ที่การนำประสบการณ์จากโลกกลับมาเชื่อมกับโจทย์ของบ้านเกิด. เพราะงานด้านโลจิสติกส์ที่ทำมาตลอดไม่ได้มองเพียงเรื่องการขนส่ง แต่เชื่อมโยงไปถึง การค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว การเกษตร โครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

หากองค์ความรู้และเครือข่ายเหล่านี้ถูกนำกลับมาเชื่อมโยงกับจังหวัดเพชรบูรณ์อย่างเป็นระบบ ย่อมมีโอกาสเปิดพื้นที่ใหม่ให้กับมหาวิทยาลัย ทั้งการทำวิจัยร่วมกับต่างประเทศ การเข้าถึงทุนวิจัย การพัฒนาบุคลากร ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและตลาดจากต่างประเทศเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ วัดความสำเร็จจาก “ชีวิตคน” ไม่ใช่เพียงจำนวนโครงการ

ท้ายที่สุด การเปลี่ยนมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ให้เป็น “มหาวิทยาลัยของชุมชน” คงไม่สามารถวัดผลจากจำนวนโครงการหรือจำนวนบันทึกความร่วมมือเพียงอย่างเดียว. แต่ควรวัดจากคำถามที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาว่า นักศึกษามีอนาคตที่ดีขึ้นหรือไม่?
คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นหรือไม่?ผู้ประกอบการมีขีดความสามารถสูงขึ้นหรือไม่?เกษตรกรสามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตได้หรือไม่?และจังหวัดเพชรบูรณ์มีองค์ความรู้ของตนเองเพิ่มขึ้นหรือไม่?

หากคำตอบคือ “ใช่” มหาวิทยาลัยก็จะไม่ได้เป็นเพียงสถาบันการศึกษาประจำจังหวัด แต่จะกลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา” ของเพชรบูรณ์
และนี่อาจเป็นความหมายที่แท้จริงของการกลับบ้านของนักวิชาการคนหนึ่ง

จากวิศวกรโยธา สู่ผู้บริหารมหาวิทยาลัย จากนักวิจัยสู่ผู้เชื่อมโยงเครือข่ายระดับโลก และจากเวทีนานาชาติกลับคืนสู่บ้านเกิด เพื่อเปลี่ยน “ความรู้” ให้เป็น “โอกาส” และเปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้กลายเป็นพลังของชุมชนอย่างแท้จริง

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านของมหาวิทยาลัยไทย ภารกิจของ ดร.บุญทรัพย์ จึงไม่ใช่เพียงการเสนอตัวเข้ามาบริหารสถาบันการศึกษา หากแต่เป็นการเสนอคำตอบว่า “ราชภัฏในศตวรรษใหม่” จะกลับไปยืนอยู่ตรงไหนในชีวิตของผู้คน และจะทำอย่างไรให้มหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่เพียงในชุมชน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงชุมชนอย่างแท้จริง

ร.ร.สนามบิน จ.ขอนแก่น❗️จัดพิธีใหญ่ ทำบุญครบรอบ 106 ปี สานต่อภารกิจสร้างคนคุณภาพ รับใช้สังคมและประเทศชาติโรงเรียนสนามบิน ...
09/08/2026

ร.ร.สนามบิน จ.ขอนแก่น❗️จัดพิธีใหญ่ ทำบุญครบรอบ 106 ปี สานต่อภารกิจสร้างคนคุณภาพ รับใช้สังคมและประเทศชาติ

โรงเรียนสนามบิน จังหวัดขอนแก่น จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 59 รูป เนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้งโรงเรียน 106 ปี “9 สิงหาคม 2463–2569” ผู้บริหาร คณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษา ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง พร้อมตั้งเป้าสานต่อภารกิจพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นโรงเรียนประถมศึกษาประจำจังหวัดที่มีคุณภาพ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม 2569 ที่โรงเรียนสนามบิน จังหวัดขอนแก่น ดร.วรโชติ พัฒน์ดำรงจิตร ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนสนามบิน เป็นประธานจัดพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในวันครบรอบการก่อตั้งโรงเรียนสนามบิน ครบ 106 ปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่สถานศึกษา สร้างขวัญและกำลังใจแก่คณะผู้บริหาร คณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง ตลอดจนร่วมรำลึกถึงคุณูปการของผู้ก่อตั้ง โดยมีพระปลัดกิตติศักดิ์ ญาณเมธี อาจารย์ใหญ่ สำนักศาสนศึกษาวัดโพธิ์ศรี ตลอดจนพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 59 รูป รับบิณฑบาต พร้อมด้วย นายธนวรรธน์ ธะนะคำมา ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนสนามบิน คณะกรรมการสถานศึกษา คณะผู้บริหาร คณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง เข้าร่วมพิธี

ดร.วรโชติ พัฒน์ดำรงจิตร กล่าวว่า วันที่ 9 สิงหาคม 2569 ถือเป็นวันครบรอบวันสถาปนาโรงเรียนสนามบิน ครบ 106 ปี หลังจากก่อตั้งเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2463 ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี โรงเรียนสนามบินได้ทำหน้าที่จัดการศึกษาและให้บริการแก่คนในท้องถิ่น ชาวจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียงมาอย่างต่อเนื่อง

การครบรอบ 106 ปี ถือเป็นนิมิตหมายอันดีและเป็นวันสำคัญของโรงเรียนสนามบิน เชื่อมั่นว่าโรงเรียนจะยังคงทำหน้าที่เป็นสถานศึกษาที่ให้บริการแก่สังคมและประชาชนในจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการศึกษาและสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่สถานศึกษายิ่งขึ้นในอนาคต

ทางด้าน นายธนวรรธน์ ธะนะคำมา ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนสนามบิน กล่าวว่า การจัดพิธีทำบุญในโอกาสครบรอบการก่อตั้งโรงเรียน 106 ปี นอกจากเป็นการประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังเป็นการสร้างความตระหนักให้แก่คณะผู้บริหาร คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และองค์กรต่าง ๆ ที่ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนมาโดยตลอด ได้ร่วมกันตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ในการสานต่อการพัฒนาโรงเรียนสนามบิน

ตลอดระยะเวลา 106 ปี คณะผู้บริหาร คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง ได้ร่วมกันพัฒนาโรงเรียนสนามบินมาอย่างต่อเนื่อง จนมีความเจริญก้าวหน้าและสามารถผลิตนักเรียนออกไปรับใช้สังคมและประเทศชาติเป็นจำนวนมาก

“วันนี้นอกจากเป็นการทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังเป็นการสร้างความตระหนักให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันสานต่อการพัฒนาโรงเรียนสนามบินให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น และเป็นโรงเรียนประถมศึกษาประจำจังหวัดขอนแก่นที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับ และสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมได้อย่างต่อเนื่อง” นายธนวรรธน์ กล่าว

สำหรับการครบรอบ 106 ปี โรงเรียนสนามบิน นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของสถานศึกษาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของจังหวัดขอนแก่น โดยโรงเรียนยังคงมุ่งมั่นสานต่อเจตนารมณ์ด้านการศึกษา พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ และร่วมสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าแก่ท้องถิ่น สังคม และประเทศชาติต่อไป

ร.ร.ดังขอนแก่นเคลียร์ปมร้อน❗️ภาพเด็กมีเรื่องกันจบลงด้วยดี ผู้ปกครองจับมือทำความเข้าใจ เป็นเหตุการณ์ที่เกิด มาตั้งแต่ช่วง...
09/08/2026

ร.ร.ดังขอนแก่นเคลียร์ปมร้อน❗️ภาพเด็กมีเรื่องกันจบลงด้วยดี ผู้ปกครองจับมือทำความเข้าใจ เป็นเหตุการณ์ที่เกิด มาตั้งแต่ช่วงเปิดเทอม

ร.ร.ขอนแก่นวิทยายน ออกแถลงการณ์กรณีเหตุความรุนแรงของนักเรียนในบริเวณโรงเรียนหลังมีภาพแพร่สะพัด ระบุสั่งลงโทษทางวินัยตามระเบียบแล้ว พร้อมเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ ย้ำขัดต่ออัตลักษณ์ของการเป็นนักเรียน โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ที่ก่อกำเนิดมากว่าร้อยปี ขอสังคมงดแชร์คลิปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก เป็นเหตุการณ์ ที่เกิด ขึ้นช่วงเปิดเทอม ที่ผ่านมา ไม่ใช่เกิดเหตุการณ์ ในเร็วนี้ ขณะที่ผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายตลอดจนเด็ก ได้ทำความเข้าใจ ซึ่งกันและกันแล้ว

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2569 นายบุญเหลือ ทองอ่อน ผู้อำนวยการ (เชี่ยวชาญ) โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ได้ลงนามในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ชี้แจงกรณีเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอันมีนักเรียนของโรงเรียนเข้าไปเกี่ยวข้องบริเวณภายในสถานศึกษา จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และสร้างความกังวลให้แก่ผู้ปกครองและสาธารณชน จากการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง ต้นของการเปิดเทอม ผ่านมาหลายเดือน ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดในปัจจุบัน ตามที่สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่

โดยโรงเรียนยืนยันว่า หลังทราบเรื่องได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยเชิญนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องมาสอบถามข้อมูล พร้อมประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม เนื่องจากการเรียกมาพูดคุยกัน ทั้งตัวผู้ปกครอง และตัวนักเรียนทั้งสองฝ่าย ยอมรับการ ขอคำขอโทษ และปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน ในส่วนของคดีความ ก็ให้ว่ากันไปด้วยการดำเนินคดีไปตามตัวบทกฎหมาย

โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ระบุว่า ในส่วนของอำนาจการบริหารจัดการภายใน โรงเรียนได้ดำเนินมาตรการทางวินัยแก่กลุ่มนักเรียนที่เกี่ยวข้อง ตามระเบียบของโรงเรียน พร้อมทั้งกำหนดมาตรการเพิ่มเติมในการกำกับดูแล และติดตามพฤติกรรมของนักเรียนเป็นรายบุคคลอย่างใกล้ชิด

สำหรับนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โรงเรียนได้จัดวางมาตรการดูแลความปลอดภัย และการฟื้นฟูสภาพจิตใจ โดยทีมครูและผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมบางประการภายในโรงเรียน เพื่อส่งเสริมให้การเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันกลับสู่สภาวะปกติ

นอกจากนี้ โรงเรียนยังได้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัย ทั้งภายในและบริเวณโดยรอบโรงเรียน โดยได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานในพื้นที่ สมาคมผู้ปกครอง และคณะครู เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก

ผอ.รร.ขอนแก่นวิทยายน ได้เน้นย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนว่า โรงเรียนไม่ยอมรับและไม่สนับสนุนพฤติกรรมความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกโรงเรียน เนื่องจากเป็นการกระทำที่ขัดต่อคุณค่าของการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หลักการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข และขัดต่ออัตลักษณ์ของการเป็นนักเรียน โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ที่ก่อกำเนิดมากว่าร้อยปี ที่โรงเรียนมุ่งมั่นปลูกฝังให้แก่นักเรียนทุกคน พร้อมกันนี้ โรงเรียนได้แสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และส่งกำลังใจไปยังนักเรียนผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิ สวัสดิภาพ และข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนทุกคน ตลอดจนไม่กระทบต่อกระบวนการทางกฎหมายที่อาจอยู่ระหว่างการดำเนินการ ร.ร.ขอนแก่นวิทยายน ขอความร่วมมือจากผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป งดเว้นการเผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูล ภาพถ่าย และคลิปวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และเพื่อไม่เป็นการซ้ำเติมสภาพจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบ โดยขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องจากช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของโรงเรียนเท่านั้น

ที่อยู่

150/5-6 ถ. มิตรภาพ ต. ในเมือง อ. เมือง จ. ขอนแก่น
Khon Kaen
40000

เบอร์โทรศัพท์

+6643239193

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ KKCHผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง KKCH:

ทางลัด

แชร์