NBT ภาคอีสาน

NBT ภาคอีสาน ส่วนบริหารกิจการโทรทัศน์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น 245/1 ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น สื่อโทรทัศน์ ,สาธารณะ

“ภูมิธรรม” ย้ำ รัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชน เดินหน้าช่วยเหลือชายแดนไทย-กัมพูชา เร่งเบิกจ่ายเยียวยาและฟื้นฟูบ้านเรือนโดยเร็วที...
23/08/2025

“ภูมิธรรม” ย้ำ รัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชน เดินหน้าช่วยเหลือชายแดนไทย-กัมพูชา เร่งเบิกจ่ายเยียวยาและฟื้นฟูบ้านเรือนโดยเร็วที่สุด
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยรัฐบาลได้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ฯ ในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน 45 อำเภอ 336 ตำบล 4,081 หมู่บ้าน (จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และ จ.ตราด) เพื่อให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณ ดำเนินการในส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนได้อย่าพงรวดเร็ว และครบถ้วน
นายภูมิธรรม กล่าวว่า จากข้อมูลสำรวจความเสียหายของ ศบ.ทก.มท. ล่าสุด รายงานว่า มีจำนวนครัวเรือนได้รับผลกระทบ 315,476 ครัวเรือน และประชาชนได้รับผลกระทบ 779,379 คน โดยกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 617,335,499.77 บาท โดยแบ่งเป็น กรณีผู้เสียชีวิต ได้ให้การช่วยเหลือ 17 ราย เป็นจำนวนเงิน 18,108,658.57 บาท กรณีผู้บาดเจ็บ ได้ให้การช่วยเหลือ 36 ราย เป็นจำนวนเงิน 351,788 บาท
“ในส่วนของการใช้จ่ายเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด รวม 201,371,391 บาท แบ่งเป็น วงเงินเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (10 ล้านบาท) ได้ดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น 2,952,600 บาท เป็นค่าซ่อมแซมและก่อสร้างหลุมหลบภัย ใน จ.สุรินทร์ วงเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย (20 ล้านบาท และวงเงินขยาย 100 ล้านบาท) ได้ดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น 198,418,791 บาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือด้านการดำรงชีพ และด้านการปฏิบัติงาน ใน 6 จังหวัด (จ.บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี สระแก้ว และ จ.ตราด)“ นายภูมิธรรม กล่าวเพิ่มเติม
นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านที่ได้รับความเสียหาย แล้วเสร็จ 533 หลัง เป็นจำนวน 18,668,372 บาท และได้มีการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ในส่วนของค่าไฟฟ้า โดย กฟภ. ให้แก่พี่น้องประชาชน จำนวน 278,506 ราย เป็นจำนวนเงิน 392,000,000 บาท และช่วยเหลือค่าน้ำประปา โดย กปภ. ให้แก่ประชาชนจำนวน 21,361 ราย และ 138 ศูนย์พักพิงชั่วคราว เป็นจำนวนเงิน 10,893,597.77 บาท ด้วย
นายภูมิธรรม กล่าวเน้นย้ำในช่วงท้ายว่า รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินการอย่างรอบด้าน ทั้งการจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บให้ครบถ้วนตามสิทธิ การดูแลความปลอดภัย สำรวจความเสียหาย การซ่อมแซมและฟื้นฟูบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ตลอดจนจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือการดำรงชีพอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกครัวเรือนสามารถได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและเป็นธรรมมากที่สุด
#รวมใจไทยหนึ่งเดียว #รัฐบาล #ชายแดนไทยกัมพูชา #ไทยกัมพูชา

จิตอาสาศรีสะเกษรวมพลัง ร่วมเก็บกู้ซาก 7-11 ปตท.บ้านผือ เพื่อเร่งฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 น...
23/08/2025

จิตอาสาศรีสะเกษรวมพลัง ร่วมเก็บกู้ซาก 7-11 ปตท.บ้านผือ เพื่อเร่งฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิม
หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 นำกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 13 อุบลราชธานี, ฝ่ายปกครอง อ.กันทรลักษ์ และประชาชนจิตอาสาอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ร่วมแรงร่วมใจเก็บกู้ซากปรักหักพังของ 7-11 ปตท.บ้านผือ ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
ที่ได้ถูกจรวด BM-21 Grad ของฝั่งกัมพูชาที่ยิงมาเข้าตกที่ 7-11 ปตท. บ้านผือ ทำให้มีประชาชนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งนี้ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการเก็บกู้ซากอาคารและสิ่งของ เพื่อทำการปรับปรุงและฟื้นฟูสภาพให้กลับสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด
#รวมใจไทยหนึ่งเดียว #รัฐบาล #ชายแดนไทยกัมพูชา #ไทยกัมพูชา

23/08/2025

ศรีสะเกษเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนไทย-กัมพูชา
ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เร่งรัดให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการยิงอาวุธหนักของกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ โดยช่วยไปแล้วกว่าร้อยละ 50 จากทั้งหมด 553 หลัง ใน 12 ตำบล
#รวมใจไทยหนึ่งเดียว #รัฐบาล #ชายแดนไทยกัมพูชา #ไทยกัมพูชา #อีสานวันนี้

23/08/2025

Live รายการอีสานวันนี้

ประจำวันที่ 23 สิงหาคม 2568

ออกอากาศทุกวันจันทร์ - เสาร์

เวลา 15.00น.- 16.00 น.

ทางช่อง NBT 11 ทีวีอีสาน ช่องหมายเลข 11 ในระบบทีวีดิจิทัล

**แอ๊ดไลน์ NBT 11 ทีวีอีสาน เพื่อติดตามข่าวสารและความช่วยเหลือต่างๆจากภาครัฐ
https://bit.ly/37iAUXg

“รวมใจไทยหนึ่งเดียว”กรมบัญชีกลางอนุมัติบำนาญพิเศษ ให้ทายาทของกำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศชายแดนไท...
23/08/2025

“รวมใจไทยหนึ่งเดียว”
กรมบัญชีกลางอนุมัติบำนาญพิเศษ ให้ทายาทของกำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศชายแดนไทย-กัมพูชา ผู้มีสิทธิรวม 40 ราย ขั้นต่ำรายละ 11,000 บาทต่อเดือน
(21 ส.ค. 68) กรมสารบรรณทหารบก กองบัญชาการกองทัพบก แจ้งว่า กรมบัญชีกลางอนุมัติบำนาญพิเศษ ให้ทายาทของกำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศ ชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งมีกำลังพลเสียชีวิต 15 นาย ทายาทผู้มีสิทธิ 40 ราย โดยจะได้รับบำนาญพิเศษรายเดือน (รวม ช.ค.บ. : เงินช่วยค่าครองชีพ) ขั้นต่ำรายละ 11,000 บาท โดยมีเงื่อนไข ดังนี้
- บิดามารดา ได้รับตลอดชีวิต
- คู่สมรส รับจนกว่าจะ จดทะเบียนสมรสใหม่
- บุตร รับจนถึงอายุ 20 ปีบริบูรณ์ กรณีศึกษาต่อรับถึง 25 ปีบริบูรณ์
สำหรับทายาทท่านใดเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของทางส่วนราชการอยู่แล้ว หรือเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างของทางราชการภายหลังได้รับบำนาญพิเศษ ให้งดเบิกเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ค.บ.)
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณ์สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอ โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้
1. เห็นชอบหลักเกณฑ์ให้เงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
2. เห็นชอบกรอบอัตราเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบฯ (ต่อราย) ดังนี้
- เจ้าหน้าที่รัฐ (เช่น ทหาร ทหารพราน ตำรวจ ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)) เสียชีวิต / ทุพพลภาพ 10 ล้านบาท บาดเจ็บสาหัส 1 ล้านบาท (เข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลและนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเกิน 20 วัน) บาดเจ็บมาก 5 แสนบาท (เข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลและนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่ 2 วัน แต่ไม่เกิน 20 วัน)
- ประชาชน เสียชีวิต / ทุพพลภาพ 8 ล้านบาท บาดเจ็บสาหัส 8 แสนบาท (เข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลและนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเกิน 20 วัน) บาดเจ็บมาก 4 แสนบาท (เข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลและนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่ 2 วัน แต่ไม่เกิน 20 วัน)
“ธีรรัตน์” เร่งปรับเกณฑ์เยียวยาช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
(22 ส.ค. 68) นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ การดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา ได้ดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทุกครอบครัวให้ครบถ้วนมากที่สุด ทั้งการซ่อมแซมบ้าน ในจังหวัดสุรินทร์ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ สำหรับบ้านที่เสียหายทั้งหลัง ภาคเอกชนได้ร่วมสนับสนุน เช่น การมอบบ้านน็อคดาวน์ เพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยชั่วคราวจนกว่าการซ่อมแซมจะแล้วเสร็จ อนุมัติการช่วยเหลือค่าน้ำ ค่าไฟ ในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2568 เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือนที่อพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิง โดยเน้นย้ำว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นภัยรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากภัยธรรมชาติทั่วไป ตลอดเวลากว่า 1 เดือนนับจากเกิดเหตุ รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างต่อเนื่อง ทันท่วงทีและไม่สะดุด สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนรัฐบาลได้อนุมัติวงเงินช่วยเหลือ ทั้งนี้ ยอมรับว่ายังมีบางส่วนที่ไม่สามารถใช้เกณฑ์การเยียวยาแบบเดิมได้ เนื่องจากสถานการณ์ในครั้งนี้มีลักษณะการอพยพประชาชน ซึ่งแตกต่างจากเหตุการณ์ดินโคลนถล่มหรือน้ำท่วมที่ผ่านมา ดังนั้น ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาและมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ เพิ่มเติม ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของภัยพิบัติ เพื่อให้ประชาชนทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และเป็นธรรม

23/08/2025
"การบริหารจัดการวัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน...
23/08/2025

"การบริหารจัดการวัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน และเป็นสถาบันที่ดำรงไว้
ซึ่งคุณค่าทางศาสนา และวัฒนธรรมของชาติ"
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
กล่าวในโอกาสเปิดสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการวัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์
ณ เดอะโบนันซ่า รีสอร์ท เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 23 สิงหาคม 2568
#ประเสริฐจันทรรวงทอง #ปากช่อง #นครราชสีมา

"การบริหารจัดการวัด คือการบริหารศรัทธา เมื่อศรัทธามั่นคง พระพุทธศาสนาก็จะยั่งยืนตราบนานเท่านาน"นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ร...
23/08/2025

"การบริหารจัดการวัด คือการบริหารศรัทธา เมื่อศรัทธามั่นคง พระพุทธศาสนาก็จะยั่งยืนตราบนานเท่านาน"
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
กล่าวในโอกาสเปิดสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการวัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์
ณ เดอะโบนันซ่า รีสอร์ท เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 23 สิงหาคม 2568
#ประเสริฐจันทรรวงทอง #ปากช่อง #นครราชสีมา

"รองนายกฯ ประเสริฐ" เปิดสัมมนาบริหารจัดการวัด-สำนักสงฆ์ เดินหน้าผลักดันวัดต้นแบบ โปร่งใส เป็นระบบวันนี้ (23 สิงหาคม 2568...
23/08/2025

"รองนายกฯ ประเสริฐ" เปิดสัมมนาบริหารจัดการวัด-สำนักสงฆ์ เดินหน้าผลักดันวัดต้นแบบ โปร่งใส เป็นระบบ
วันนี้ (23 สิงหาคม 2568) เวลา 09.00 น. ณ โรงแรม The Bonanza Resort เขาใหญ่ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดการสัมมนาเรื่อง “การบริหารจัดการวัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” จัดโดยคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งเสริมให้วัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์ บริหารจัดการตามหลักพระธรรมวินัย ควบคู่กับการปฏิบัติตามกฎหมาย ได้แก่ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2565 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้วัดเป็นศูนย์กลางทางศาสนา การศึกษา และการพัฒนาจิตใจของประชาชน โรงแรม The Bonanza Resort เขาใหญ่ ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีพระสังฆาธิการ พระภิกษุสงฆ์ ไวยาวัจกร และผู้เกี่ยวข้องกว่า 250 รูป/คน เข้าร่วม
นายประเสริฐฯ กล่าวว่า วัดเป็นมากกว่าสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจและวัฒนธรรมของชุมชน การบริหารจึงต้องโปร่งใส เป็นระบบ และเป็นธรรม ทั้งในด้านการปกครอง การเงิน การพัฒนา และการกำกับตามกฎหมาย ปัจจุบันยังพบปัญหาด้านความรู้กฎหมาย การเงินไม่โปร่งใส การใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ และความไม่เข้าใจระหว่างวัดกับชุมชน
เพื่อยกระดับการบริหารวัด รัฐควรจัดอบรมความรู้ด้านกฎหมายแก่พระสงฆ์ ใช้เทคโนโลยีในการบริหาร เช่น ระบบบัญชีออนไลน์ สร้างวัดต้นแบบ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากชุมชน ละผลักดันให้เกิดวัดต้นแบบที่มีความโปร่งใส เพื่อนำไปขยายผลสู่การพัฒนาวัดอื่น ๆ ต่อไป
#ประเสริฐจันทรรวงทอง #รองนายกรัฐมนตรี #กระทรวงดิจิทัล #การบริหารวัด #นครราชสีมา

‘พีระพันธุ์’ มอบเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย  เยียวยาและให้กำลังใจแก่ทหารกล้าผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุปะทะชาย...
23/08/2025

‘พีระพันธุ์’ มอบเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย เยียวยาและให้กำลังใจแก่ทหารกล้าผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี มอบเงินเยียวยาจากเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา จากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมส่งมอบกำลังใจด้วย
ในโอกาสนี้ กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบเงินช่วยเหลือให้แก่เจ้าหน้าที่ทหารผู้ทุพพลภาพ จำนวน 3 ราย รายละ 700,000 บาท และทางคณะกรรมการกองทุนฯ กำลังติดตามเร่งรัดการช่วยเหลืออีกจำนวน 9,300,000 บาท จากงบประมาณรายจ่ายงบกลางฯ ตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณ์สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา
การมอบเงินเยียวยาครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือทหารผู้กล้าหาญที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนถึงขั้นทุพพลภาพ จากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยรัฐบาลได้มอบเงินเยียวยาให้แก่ผู้ประสบเหตุและครอบครัวอย่างเป็นทางการ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย ทั้งด้านการรักษาพยาบาลและการดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งสะท้อนถึงความห่วงใยของรัฐบาลที่มีต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนแสดงถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการดูแลและยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"ภูมิธรรม" เผย ครั้งแรก! กระทรวงมหาดไทยนำทีมประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจ...
23/08/2025

"ภูมิธรรม" เผย ครั้งแรก! กระทรวงมหาดไทยนำทีมประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน ครั้งที่ 14 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 8 - 12 ธ.ค. 68 ณ กรุงเทพมหานคร
วันนี้ (23 ส.ค. 68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงภูมิหลังของกรอบความร่วมมืออาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน (Rural Development and Poverty Eradication: RDPE) ภายใต้ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio - Cultural Community: ASCC) ว่า ได้ถือกำเนิดขึ้น ภายหลังจากเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ เมื่อปี พ.ศ. 2540 ที่ส่งผลกระทบต่อประชากรในภูมิภาค โดยประเทศไทยร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนได้เห็นพ้องในการจัดตั้งกลไกในการดำเนินงานผ่าน “การทำบันทึกความเข้าใจระดับรัฐมนตรีเกี่ยวกับความร่วมมืออาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน” เพื่อร่วมกันแก้ไขและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นในภูมิภาคร่วมกัน
ในส่วนของประเทศไทย นำโดยกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยประสานงานหลัก (Focal Point) การขับเคลื่อนกรอบความร่วมมืออาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจนระดับประเทศของประเทศไทย (SOMRDPE Thailand) มีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน ครั้งที่ 14 (The Fourteenth ASEAN Ministers Meeting on Rural Development and Poverty Eradication: 14th AMRDPE) และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในปีนี้ (พ.ศ. 2568) ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญและเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทยที่จะได้แสดงบทบาทนำในการผลักดันนโยบายด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน ผ่านกลไกความร่วมมือพหุภาคีในเวทีอาเซียน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดำรงตำแหน่งเป็นประธานรัฐมนตรีอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน (AMRDPE Chair) ระยะเวลา 2 ปี และปลัดกระทรวงมหาดไทย ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน (SOMRDPE Chair) ระยะเวลา 1 ปี ทั้งนี้ ภายใต้กลไกการดำเนินงานตามพันธกรณีระหว่างประเทศร่วมกันของประเทศสมาชิกอาเซียนได้กำหนดให้ประเทศสมาชิกอาเซียนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม AMRDPE ทุก 2 ปี และ SOMRDPE ทุก 1 ปี เรียงลำดับตามตัวอักษรชื่อประเทศ" นายภูมิธรรม กล่าว
นายภูมิธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ดังกล่าว ในห้วงวันที่ 8 - 12 ธันวาคม 2568 ณ กรุงเทพมหานคร โดยมีกระทรวงมหาดไทยร่วมกับ
สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการในการประชุมฯ
นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังประกอบด้วยกิจกรรม และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่สำคัญ ได้แก่ 1. การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน ครั้งที่ 22
(22nd ASEAN Ministers Meeting on Rural Development and Poverty Eradication: 22nd SOMRDPE) 2. การเสวนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน ครั้งที่ 14 (14th ASEAN PPPP on RDPE) 3. การประชุมเครือข่ายหมู่บ้านอาเซียน ครั้งที่ 3 (3rd AVN) 4. การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน +3 (จีน เกาหลี และญี่ปุ่น) ครั้งที่ 18 (18th SOMRDPE +3) 5. การลงพื้นที่ศึกษาดูงานชุมชนที่มีแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของประเทศไทย 6. พิธีมอบรางวัลผู้นำอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน ครั้งที่ 7 (7th ASEAN RDPE Leadership Awards Ceremony)
"ประเทศไทยในฐานะประเทศแกนนำผู้ร่วมก่อตั้งประชาคมอาเซียนและในฐานะประเทศสมาชิกอาเซียนจะได้รับประโยชน์จากการประชุมฯ ในครั้งนี้หลากหลายมิติโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความร่วมมือของประเทศสมาชิกในการกำหนดนโยบายและสร้างกลไกการปฏิบัติในการส่งเสริมให้ประชาชนของประเทศไทยและประเทศสมาชิกมีความอยู่ดี กินดี มีงาน มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง สภาพสังคมมีความปลอดภัย ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่บรรดารัฐมนตรี ปลัดกระทรวง เลขาธิการ กระทรวงที่เกี่ยวข้องในด้านการพัฒนาชนบทและความยากจนจากประเทศสมาชิกอาเซียนรวมถึงจีน เกาหลี และญี่ปุ่น จะได้เรียนรู้แลกเปลี่ยน Best Practice ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้รับการสืบสาน รักษา และต่อยอด โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สู่ "หลักอารยเกษตร" ที่ทำให้ประชาชนคนไทยได้รับการพัฒนาให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข" นายภูมิธรรม กล่าวในช่วงท้าย

สว.พบประชาชน ภาคอีสาน (ตอนบน) ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 คณะกรรมการโค...
23/08/2025

สว.พบประชาชน ภาคอีสาน (ตอนบน) ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน
วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) นำโดย ดร.นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ รองประธานคณะกรรมการฯ คนที่สอง พร้อมด้วยคณะสมาชิกวุฒิสภา ประกอบด้วย ดร.อัษฎางค์ แสวงการ นายวร หินดี และนายประกาสิทธิ์ พลซา ลงพื้นที่ ณ เทศบาลตำบลชนบท อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น เพื่อรับฟังปัญหาและข้อคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่โดยตรง
คณะสมาชิกวุฒิสภาได้เปิดเวทีรับฟังข้อร้องเรียนจากประชาชน โดยมีประเด็นสำคัญ 2 เรื่องหลัก ได้แก่ การพัฒนาอ่างเก็บน้ำหนองกองแก้ว ซึ่งครอบคลุมการขุดลอก ปรับปรุงภูมิทัศน์ กำจัดวัชพืช และซ่อมแซมทำนบดิน รวมถึงปัญหาด้านการส่งเสริมการตลาดและการยกระดับองค์ความรู้เกี่ยวกับผ้าไหมมัดหมี่ ซึ่งอำเภอชนบทมีชื่อเสียงในฐานะเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่
ในการนี้ คณะฯ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนและรับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยงานในพื้นที่ จากนั้นจึงเดินทางไปเยี่ยมชมถนนสายไหมและลงพื้นที่สำรวจอ่างเก็บน้ำหนองกองแก้ว เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาหาแนวทางผลักดันและให้ความช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภาต่อไป
#สว #วุฒิสภา
#ผ้าไหมมัดหมี่

ที่อยู่

สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยขอนแก่น 245/1 ถ. มิตรภาพ ต. ในเมือง อ. เมือง จ. ขอนแก่น
Khon Khen
40000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6643465874

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ NBT ภาคอีสานผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

NBT KHONKAEN

สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะภาครัฐ มุ่งเผยแพร่ข่าวสารความรู้และการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมทั้งเป็นสื่อกลางการมีส่วนร่วม ผนึกกำลังสร้างความเข้มแข็งของสังคม ในการพัฒนาประเทศ