M2FNews

ผลิตโดย
บริษัท บางกอกโพสต์ โพสต์ จำกัด (มหาชน)

เว็บไซต์และบริการในเครือ
นสพ. บางกอกโพสต์ : https://www.bangkokpost.com/
บริษัท บางกอกโพสต์ โพสต์ จำกัด (มหาชน) : https://www.bangkokpost.co.th/

บ้านปูเผยเฟสใหม่ของกลยุทธ์ Energy Symphonics มุ่งปลดล็อกมูลค่าและคว้าโอกาสการเติบโตของ AIบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้...
30/10/2025

บ้านปูเผยเฟสใหม่ของกลยุทธ์ Energy Symphonics มุ่งปลดล็อกมูลค่าและคว้าโอกาสการเติบโตของ AI

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย เปิดเผยถึงเฟสใหม่ของกลยุทธ์ Energy Symphonics ด้วยการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจเพื่อปลดล็อกมูลค่าในระยะยาวและคว้าโอกาสเติบโตจากการใช้ AI ที่เพิ่มสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ช่วยเสริมความคล่องตัวในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายองค์กรภายในปี 2030 สะท้อนถึงการตอบสนองเชิงรุกของบ้านปูต่อภูมิทัศน์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) นฐานดิจิทัล และการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

สำหรับความเคลื่อนไหวที่สำคัญในโครงสร้างของกลุ่มบริษัทครั้งนี้ บ้านปูกำลังเร่งผลักดันการเติบโตของกลุ่มธุรกิจที่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตหลัก ได้แก่ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติและธุรกิจไฟฟ้า โดยการรวมสินทรัพย์ด้านโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ไว้ภายใต้ BKV ซึ่งจะเป็นธุรกิจหลักที่สามารถปลดล็อกกลยุทธ์ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ ได้เต็มศักยภาพ ซึ่งครอบคลุมการผลิตก๊าซธรรมชาติ การดักจับคาร์บอน และการผลิตไฟฟ้า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจก๊าซ แต่ยังช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจไฟฟ้าที่เพิ่มเข้ามาใหม่อีกด้วย ในขณะเดียวกัน ธุรกิจไฟฟ้าของบ้านปู ภายใต้ BPP จะถูกยกระดับเป็น Power+ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่รวมการผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิมและพลังงานใหม่ไว้ภายใต้เสาหลักธุรกิจนี้ ขณะที่การลงทุนในเทคโนโลยีเกิดใหม่และโซลูชันดิจิทัลด้านพลังงานจะได้รับการบริหารจัดการภายใต้เสาหลักธุรกิจที่ชื่อว่า Future Tech ซึ่งครอบคลุมถึงธุรกิจใหม่ ๆ ที่มีโอกาสเติบโตที่เกี่ยวเนื่องกับ Data Center และเทคโนโลยีพลังงานที่สามารถสร้างพลังร่วมระหว่างกันได้

โครงสร้างใหม่นี้สร้างคุณค่าให้กับบ้านปูใน 3 มิติ อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ด้านโครงสร้าง ทำให้แต่ละธุรกิจหลักของกลุ่มมีความชัดเจน โดยมีการกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิภาพเป็นกลไกสนับสนุน ด้านกลยุทธ์ สร้างโอกาสในการเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ ซึ่งเป็นตัวเร่งการเติบโตและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของบ้านปู และด้านการเงิน ช่วยสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ในตลาด และยังสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถานะทางการเงินของบริษัทฯ ที่จะส่งผลให้บ้านปูอยู่ในจุดที่แข็งแกร่งในระยะยาว พร้อมรับกับโอกาสใหม่ ๆ

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แผนงานในครั้งนี้ช่วยให้เราสามารถจัดสรรเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้เกิดแนวดำเนินกลยุทธ์ที่สอดคล้องกันระหว่าง 4 กลุ่มธุรกิจหลักที่ปรับขึ้นใหม่ ได้แก่ Next-Gen Mining (เหมืองยุคใหม่) U.S. Closed-Loop Gas (ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ) Power+ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) และ Future Tech (เทคโนโลยีแห่งอนาคต) เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเปิดโอกาสใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น สอดรับกับแนวโน้มพลังงานของโลกและกระแสการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เช่น ความต้องการ Data Center ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ตลอดจนความต้องการพลังงานที่มีความเสถียรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นของเราได้”

ในการสร้างความคล่องตัวและทำให้โครงสร้างของกลุ่มบ้านปูแข็งแกร่ง การปรับโครงสร้างดังกล่าวประกอบด้วย

การควบรวมกิจการระหว่างบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BPP) จะเป็นไปตามกระบวนการควบบริษัทและจัดตั้ง “บริษัทใหม่” หรือ “NewCo” โดยจะมีการจัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และ BPP ในอัตราส่วนการแลกหุ้น (Swap Ratio) เบื้องต้น คือ 1 หุ้นเดิมในบริษัทฯ ต่อ 0.35575 หุ้นในบริษัทใหม่ และ 1 หุ้นเดิมใน BPP ต่อ 0.74615 หุ้นในบริษัทใหม่ และบริษัทฯ และ BPP ได้แต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) เพื่อให้ความเห็นในเรื่องความสมเหตุสมผลของรายการ ซึ่งบริษัทใหม่คาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 การควบรวมนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างสินทรัพย์ของ BPP ให้มีกลยุทธ์ที่คมชัดมากขึ้น ลดความซับซ้อนของโครงสร้างการถือหุ้นบริษัทภายในกลุ่ม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความคล่องตัว ความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์ และความรวดเร็วในการตัดสินใจ เพื่อปลดล็อกคุณค่าจากทั้งโอกาสใหม่และทรัพย์สินที่มีอยู่

การรวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เป็นการรวมการถือหุ้นส่วนใหญ่ จำนวนร้อยละ 75 ในธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ขนาดกำลังผลิต 1.5 กิกะวัตต์ ไว้ภายใต้บริษัท BKV Corporation (BKV) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบ้านปูที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) โดย BPP อยู่ระหว่างการเตรียมขายสิทธิการลงทุน (Membership Interests) ร้อยละ 25 ในกิจการร่วมค้า BKV-BPP Power LLC (BKV-BPP) ให้แก่ BKV ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 230.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่าประมาณ 7,512 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม BPP ยังคงถือหุ้นร้อยละ 25 ในกิจการร่วมค้าดังกล่าว เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในอนาคต โดยธุรกรรมนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปี 2569 และจะดำเนินการชำระค่าตอบแทนจากการจำหน่ายสิทธิการลงทุนในรูปแบบของเงินสดจำนวนร้อยละ 50 และหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ BKV คิดเป็นร้อยละ 50 ของมูลค่ารวม

แผนการปรับโครงสร้างครั้งนี้ช่วยให้เกิดการจัดระเบียบกลุ่มธุรกิจหลักภายใต้กลยุทธ์ 'Energy Symphonics' ใหม่เป็น 4 เสาธุรกิจ ได้แก่ Next-Gen Mining (เหมืองยุคใหม่) ยกระดับการทำเหมืองด้วยเทคโนโลยี AI และเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตแร่แห่งอนาคต ที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน US Closed-Loop Gas (ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ) ที่รวมสินทรัพย์ด้านพลังงานก๊าซในสหรัฐฯ ให้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ BKV Power+ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) การซื้อขายพลังงาน โรงไฟฟ้าถ่านหิน และโครงสร้างพื้นฐานของก๊าซธรรมชาติ และ Future Tech (เทคโนโลยีแห่งอนาคต) มุ่งเน้นเทคโนโลยีพลังงานที่เชื่อมโยงกับศูนย์ข้อมูล (Data Centers) และนวัตกรรมด้านพลังงาน

นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า “การควบรวมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยน BPP จากผู้ผลิตไฟฟ้าระดับภูมิภาค สู่แพลตฟอร์มหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตในกลุ่มบ้านปู ประกอบกับการขายสิทธิการลงทุนบางส่วนจำนวนร้อยละ 25 ใน BKV-BPP ก็จะช่วยปลดล็อกเงินทุนที่สามารถนำไปใช้ในการลดภาระหนี้หรือการลงทุนใหม่ในโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ได้ ทั้งยังรักษาตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ในตลาดสหรัฐฯ เพื่อเปิดรับการเติบโตในระยะยาวในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ ด้วยบทบาทของเราในฐานะเสาธุรกิจหลัก ‘Power+ (เพาเวอร์ พลัส)’ จะเปิดโอกาสให้เราเข้าถึงห่วงโซ่คุณค่าพลังงานแบบครบวงจรของกลุ่มบ้านปู เพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน และขยายโอกาสในการเข้าถึงเงินทุนสำหรับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูง ซึ่งจะช่วยปลดล็อกคุณค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ที่สะท้อนในตลาดได้อย่างดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเพิ่มสภาพคล่องของหุ้น”

แผนเชิงกลยุทธ์นี้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของบ้านปูไปสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนและสามารถวัดผลได้ ทั้งนี้ ภายในปี 2030 บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 1.5 เท่า ลดสัดส่วนรายได้หรือ EBITDA ที่มาจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับถ่านหินให้ต่ำกว่าร้อยละ 50 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ 2 มากกว่าร้อยละ 20 สำหรับเป้าหมายระยะยาว บ้านปูยังคงมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ภายใต้พันธสัญญา “Our Way in Energy” หรือ “พลังบ้านปู สู่พลังงานที่ยั่งยืน” โดยมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ผ่านการเติบโตอย่างรับผิดชอบ การเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน และโซลูชันพลังงานที่พร้อมรับมือกับโลกอนาคต

แยกขยะแล้วไปไหน? บทพิสูจน์ ‘ไม่เทรวม’ ลดขยะฝังกลบ ยกระดับชีวิตชุมชน ปูทางสู่ศูนย์คัดแยกต้นแบบกรุงเทพมหานครผลิตขยะเฉลี่ยว...
09/10/2025

แยกขยะแล้วไปไหน? บทพิสูจน์ ‘ไม่เทรวม’ ลดขยะฝังกลบ ยกระดับชีวิตชุมชน ปูทางสู่ศูนย์คัดแยกต้นแบบ

กรุงเทพมหานครผลิตขยะเฉลี่ยวันละ 9,000 ตัน โดยขยะส่วนใหญ่ถูกส่งไปฝังกลบอย่างไร้ค่า กลายเป็นต้นตอของปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เรื้อรัง “การแยกขยะ” จึงเป็นคำตอบของการแก้ปัญหาที่ต้นทาง

กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ในฐานะของสมาชิกโครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน หรือ PPP Plastics ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานครและภาคีเครือข่าย ในการสนับสนุน “โครงการมือวิเศษกรุงเทพฯ” ตั้งจุดรับขยะพลาสติก 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ เพื่อรวบรวมขยะที่ประชาชนคัดแยก โดยเปิดรับพลาสติกทุกประเภทที่ล้างสะอาดและตากแห้ง พร้อมเพิ่ม “ตะแกรงขยะกำพร้า” เพื่อรองรับขยะพลาสติกที่ไม่มีมูลค่าในตลาด

เกศทิพย์ หาญณรงค์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท ซีโร่ เวสท์ โยโล จำกัด (YOLO) ซึ่งเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมด้านการจัดการขยะ กล่าวว่า “ต่างประเทศมีกฎหมายบังคับให้ประชาชนต้องแยกขยะ แต่ประเทศไทยยังไม่มี ใครที่อยากทำ สามารถเริ่มทำด้วยตัวเองก่อน คัดแยก ทำความสะอาด แล้วส่งมาที่สำนักงานเขต เดี๋ยวจะมีคนจัดการต่อให้เอง”

พลาสติก 3 กลุ่ม: แยกให้ถูก สร้างคุณค่าใหม่

1. พลาสติกที่มีมูลค่าสูง เช่น ขวด PET ใส ที่มีคนเก็บเป็นประจำและเข้าสู่ระบบรีไซเคิลอยู่แล้ว
2. พลาสติกที่มีมูลค่าแต่คนทั่วไปไม่รู้ เช่น ถุงยืด ฟิล์มหุ้มแพคขวดน้ำ ถุงขนมปัง ถุงข้าวสาร — มีผู้รับรีไซเคิล แต่คนทั่วไปมักไม่แยก สามารถส่งมาได้ที่จุดรับโครงการมือวิเศษ และ วน (Won)
3. พลาสติกกำพร้า เช่น กล่องข้าวพลาสติกหลากสี ช้อนส้อมพลาสติก ฝาขวดน้ำ แก้วกาแฟพิมพ์ลาย ขวดนมเปรี้ยว แก้วโยเกิร์ต กล่องนม ถุงขนมวิบวับ — ไม่มีใครรับซื้อ “ตะแกรงพลาสติกกำพร้า” จึงถูกเพิ่มขึ้นมาเพื่อรองรับขยะกลุ่มที่ 3 โดยเฉพาะ

ขยะพลาสติกจากจุดรับมือวิเศษจะถูกส่งต่อไปยัง “ศูนย์คัดแยกขยะชุมชนกองขยะหนองแขม” ซึ่งเป็นศูนย์คัดแยกขยะโดยชุมชนที่ดำเนินการร่วมกับ YOLO โดยมีทีมงาน 7 คน ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านและผู้สูงอายุในชุมชนที่เคยคุ้ยขยะมาก่อน

อุบล โพธิกราน วัย 57 ปี เล่าว่า “เมื่อก่อนต้องคุ้ยขยะทั้งวันทั้งคืน กว่าจะได้เงิน 500 บาท พออายุมากขึ้น สุขภาพไม่ดี ก็ทำไม่ไหว จนได้มาทำงานนี้ ไม่เหนื่อยเหมือนแต่ก่อน ภูมิใจที่หาเลี้ยงตัวเองได้”

ปัจจุบัน ศูนย์คัดแยกขยะชุมชนกองขยะหนองแขม รับขยะพลาสติกเฉลี่ยเดือนละ 3 – 3.5 ตัน โดยนอกจากมาจากจุดรับโครงการมือวิเศษ ยังมีขยะจากโครงการวน (Won) และภาคีเครือข่ายในโมเดล “บวร” (บ้าน–วัด–โรงเรียน) ที่ส่งมาคัดแยกที่นี่ด้วย

ขยะพลาสติกที่คัดแยกแล้วจะถูกส่งต่อไปยัง 3 ปลายทาง ได้แก่:

· Upcycle – พลาสติกกำพร้าถูกนำไปผลิตเป็นสินค้าในชีวิตประจำวัน อาทิ จานรองแก้ว ปากกา ที่รองเขียน พวงกุญแจ แว่นตา เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ฯลฯ หรือแม้กระทั่งเหรียญรางวัล โล่รางวัลให้องค์กรเอกชน ที่ฐานผลิตของ YOLO ที่ชุมชนบ้านเงินทอง อ.ไทรน้อย จ. นนทบุรี
· Recycle – พลาสติกที่รีไซเคิลได้ เช่น พลาสติกยืด นำไปผลิตเป็นถุงขยะใหม่
· เชื้อเพลิงขยะ (RDF) – พลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้ เช่น พลาสติกบางแบบไม่ยืด ถูกส่งไปเผาเป็นพลังงานในโรงไฟฟ้าขยะ

ขยะกำพร้ายังถูกนำไปสร้างสรรค์ในโลกแฟชั่น เช่น แบรนด์ Pipatchara ที่ร่วมกับ YOLO (ในปี 2562-2567) ผลิตชุดจากฝาขวดน้ำ ขวดยาคูลท์ ฯลฯ ซึ่งลิซ่า BLACKPINK เคยสวมใส่

เกศทิพย์ เล่าถึงช่วงเวลาสำคัญว่า “ตอนนั้นเราเปิดภาพลิซ่าให้ลุงป้าที่ชุมชนไทรน้อยดู ทุกคนมีสีหน้าภูมิใจมากที่รู้ว่าขยะที่เราคัดแยกอย่างตั้งใจกลายไปเป็นชุดของศิลปินระดับโลก”

2 ปีที่ผ่านมา ศูนย์คัดแยกขยะชุมชนกองขยะหนองแขมกำลังรับขยะเกินศักยภาพ เป็นสัญญาณว่า “ประชาชนพร้อมแล้ว แต่โครงสร้างพื้นฐานยังตามไม่ทัน” กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) จึงร่วมกับมูลนิธิมือวิเศษ และพันธมิตรผลักดัน “หนองแขมโมเดล” เพื่อสนับสนุนการจัดตั้ง “ศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อการจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร (Material Recovery Facility, MRF)” แห่งแรกของกรุงเทพฯ ที่รองรับขยะสะอาดได้มากกว่า 40 ตันต่อวัน ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

คำตอบจากหนองแขมวันนี้ คือบทพิสูจน์ว่า “ไม่เทรวม” คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนอนาคตเมือง ขอแค่ทุกคนเริ่มต้นที่บ้าน ขยะที่เคยไร้ค่า ก็สามารถกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ได้จริง

บ้านปูผนวก AI กับศักยภาพพนักงาน ขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เข้ามาเป็นส่วนหน...
02/10/2025

บ้านปูผนวก AI กับศักยภาพพนักงาน ขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน และเริ่มมีบทบาทในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและยกระดับองค์กรให้ก้าวทันโลก องค์กรต้องพร้อมสำหรับ AI Adoption หรือการนำ AI เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ก้าวสู่กระบวนการเปลี่ยนผ่านองค์กรในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้นำ AI เข้ามาช่วยขับเคลื่อน ปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจ และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ธุรกิจ

นายวิธพล เจาะจิตต์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - ทรัพยากรมนุษย์ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บ้านปูเน้นดำเนินธุรกิจด้วยความยืดหยุ่น คลื่นเทคโนโลยี AI กำลังเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างต่อเนื่อง เราจึงต้องมีการคิดใหม่และวางแผนให้เป็นระบบ เพื่อนำพาองค์กรก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ผสานพลังการทำงานระหว่างพนักงานกับการเข้ามามีบทบาทของ AI อย่างเป็นทีมเวิร์ค บริษัทฯ มองระบบนิเวศทั้งภาพใหญ่และการปฏิบัติการ เชื่อมวิสัยทัศน์กับผลกระทบระยะยาว พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงด้วยแนวทางและเป้าหมายการทำงานร่วมกับ AI ที่ชัดเจน เพื่อการสร้างการเติบโตที่ส่งเสริม ทุกฝ่ายและเดินหน้าได้อย่างมั่นคง”

แนวคิด 3R ที่บ้านปูใช้ขับเคลื่อนเพื่อนำองค์กรเข้าสู่ยุคพลังงานแห่งอนาคต

Reframe – ปรับมุมมองเกี่ยวกับ AI

พนักงานในองค์กรมักจะกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่คน ผู้นำในองค์กรต้องหาวิธีปรับมุมมองพนักงานใหม่ ผ่านการสื่อสารด้วยความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ โดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญว่า AI สามารถเข้ามาช่วยให้การทำงานของพวกเขามีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่เข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างโดยสิ้นเชิงอย่างที่กังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านปูมีแนวคิดว่า AI เปรียบเสมือนเพื่อนร่วมงาน เมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรเข้าใจและได้รับการสนับสนุน จึงเต็มใจยอมรับและพร้อมที่จะเรียนรู้การทำงานควบคู่ไปกับ AI ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ จัดกิจกรรมอบรมและกิจกรรมสื่อสารเรื่อง AI อย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส เพื่อให้พนักงานในทุกประเทศเข้าใจตรงกันอย่างชัดเจนถึงบทบาทของ AI และประโยชน์ที่พนักงานจะได้รับจากการใช้ AI ให้เป็น อีกทั้งยังเปิดเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญมาแบ่งปันแนวคิดและแนวทางการใช้ AI ในภาคธุรกิจอย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพให้กับพนักงานอีกด้วย

Reskill – เรียนรู้การใช้

เมื่อองค์กรมอง AI เป็นเสมือนเพื่อนร่วมงานคนใหม่ ที่ต้องเข้ามาอบรมการทำงานร่วมกันและพัฒนาความรู้ควบคู่กันไปอย่างเป็นทีม สมาชิกใหม่ของทีมคนนี้ มาพร้อมกับความสามารถใหม่ ๆ ที่จะเสริมให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น ช่วยให้องค์กรเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ ผู้นำต้องเสริมทักษะพนักงานให้สามารถทำงานกับ AI ได้อย่างราบรื่น โดยเน้นให้พนักงานเป็นศูนย์กลาง ในขณะที่ AI เข้ามาสนับสนุนส่วนงานที่ท้าทายและมีความซับซ้อนสูง และเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้น ในปีนี้ บริษัทฯ ได้จัดอบรมด้าน AI ตอบโจทย์ทุกระดับ หลักสูตร AI for Everyone ที่เน้นเคล็ดลับและตัวอย่างการใช้งานจริง รวมถึง Generative AI for Business Productivity และ Generative AI Mastery for Leader เพื่อเสริมทักษะพนักงานในการทำงานกับ AI เช่น วิธีป้อนคำสั่งให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ การรู้ข้อจำกัด และผลกระทบ ตลอดจนการใช้ AI เพื่อออกแบบงานระดับวางกลยุทธ์ และสร้างวิธีทำงานใหม่ ๆ เป็นต้น

Reimagine – มองเห็นภาพการทำงานร่วมกัน

ในอุตสาหกรรมพลังงาน การเข้ามามีบทบาทของ AI ทำให้บริษัทสามารถยกระดับการทำงานและสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้มากขึ้น จากคุณสมบัติของ AI ในการคาดการณ์และวางแผนการบำรุงรักษา การจัดสรรทรัพยากร การตัดสินใจที่แม่นยำ และการส่งมอบผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อธุรกิจในภาพรวมเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ

ตัวอย่างการนำ AI เข้ามาผสานในการทำงานของบ้านปู ได้แก่ การทำธุรกิจระบบการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าในประเทศออสเตรเลีย โดยทีมเทรดเดอร์ของบ้านปูนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลแบบเรียลไทม์ได้อย่างแม่นยำ และตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด เพื่อประเมินช่วงเวลาในการซื้อไฟฟ้าเมื่อราคาต่ำ และขายไฟฟ้าเมื่อความต้องการและราคาพุ่งสูง กลายเป็นการสร้างมูลค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้ รวมถึงการใช้ AI เพิ่มความแม่นยำและรวดเร็วในการประมวลผลเกี่ยวกับพนักงาน เพื่อคัดกรองบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับองค์กรรวมไปถึงการพัฒนาพนักงานซึ่งมีระดับศักยภาพหลากหลาย และรักษาคนเก่งและดีให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว

แนวคิด 3R ของบ้านปู สะท้อนการวางรากฐานการใช้ AI อย่างเป็นระบบ เพราะให้ความสำคัญตั้งแต่การปรับกรอบความเข้าใจของผู้ใช้ระยะยาวอย่างพนักงาน ต่อยอดสู่การเติมทักษะ และนำมาใช้จริงในการปฎิบัติการของธุรกิจพลังงาน ถือเป็นการนำ AI มาทำหน้าที่ผสานคน เทคโนโลยี และธุรกิจให้พัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มไปด้วยกัน ช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนสู่อนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง

ติดตามข้อมูลข่าวสารของบ้านปูได้ที่ https://www.banpu.com หรือ https://www.facebook.com/Banpuofficialth

Dow ท้าน้องมัธยมทั่วประเทศ ออกแบบหุ่นยนต์พิชิตภารกิจ พร้อมเป็นทีมชาติไทยในการแข่งขัน FIRST® Tech Challenge  #7 ที่สหรัฐฯ...
02/10/2025

Dow ท้าน้องมัธยมทั่วประเทศ ออกแบบหุ่นยนต์พิชิตภารกิจ พร้อมเป็นทีมชาติไทยในการแข่งขัน FIRST® Tech Challenge #7 ที่สหรัฐฯ

กรุงเทพฯ – 2 ตุลาคม 2568 - กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) และพันธมิตร เปิดรับสมัครผู้ท้าชิงที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้น ม.1-ม.6 หรือเทียบเท่า ร่วมสร้างทีมจำนวน 4-15 คน (ควรมีสมาชิกผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน (inclusive member) เพื่อส่งเสริมความหลากหลาย) เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์ FIRST® Tech Challenge Thailand ครั้งที่ 7 มุ่งสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ STEM Education พัฒนาผู้เรียนด้านทักษะกระบวนการคิด การแก้ปัญหา การออกแบบ และการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพิชิตภารกิจในหัวข้อ “DECODE Presented by RTX” ระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม 2568 ณ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษา และได้รับสิทธิ์ในการเป็นตัวแทนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติที่สหรัฐอเมริกา ผู้ที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันสามารถสแกน QR Code ในโปสเตอร์รับสมัครภายในวันที่ 17 ตุลาคม 2568 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/FIRSTTechChallengeTHAILAND/

คนตัวเล็กรวมพลังพลิกวิกฤตขยะ สร้าง “ธุรกิจชุมชน”ศูนย์ MRF บ้านฉาง เพิ่มรายได้บนเส้นทางความยั่งยืนระยอง – 26 กันยายน 2568...
26/09/2025

คนตัวเล็กรวมพลังพลิกวิกฤตขยะ สร้าง “ธุรกิจชุมชน”ศูนย์ MRF บ้านฉาง เพิ่มรายได้บนเส้นทางความยั่งยืน

ระยอง – 26 กันยายน 2568 – ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2566 ที่ระยอง มีพิธีเปิดศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร หรือ MRF อย่างเป็นทางการ โดยเป็นแห่งแรกของไทยที่ดำเนินการในรูปแบบ Community Enterprise หรือ “ธุรกิจชุมชน” งานนี้มีบุคคลสำคัญระดับจังหวัดมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดระยองมาเป็นประธานในพิธีเปิด

ศูนย์ MRF บ้านฉางแห่งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความหวังของจังหวัดระยองในการแก้ไขปัญหาขยะในชุมชนอย่างยั่งยืน โดยทำหน้าที่เก็บขยะรีไซเคิลจากชุมชนเพื่อคัดแยกประเภทและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลด้วยนวัตกรรมฝีมือคนไทย ได้รับทุนในการก่อตั้งจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) โดยใช้เทคโนโลยีที่คิดค้นโดยนักวิจัยไทยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

เพราะเป็นกิจกรรมเพื่อชุมชน ดังนั้นคนที่จะเข้ามาทำงานที่ศูนย์นี้จึงเป็นคนในชุมชนด้วยเช่นกัน ปุ๊ - นันท์นภัส โคตรวิชา หนิง - บุณณดา ดิษยาลภัส และ ติ๊ก - ดวงพร บุญค้ำ สามแม่บ้านในชุมชนประชุมมิตร จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด

“ตอนแรก ผอ.กองสาธารณสุข มาชวนพวกเราทำเรื่องคัดแยกขยะ แล้วส่งไปอบรมเรื่องการจัดการและการคัดแยกขยะ ที่ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีจัดการขยะชุมชนตาลเดี่ยว จังหวัดสระบุรี ทีแรกพวกเราก็มองไม่ออกว่าคืองานอะไร แต่ก็ไปเพราะคิดว่าดูงานก็เหมือนไปเที่ยว” 3 สาวเริ่มบทสนทนา

“สถานที่ที่เราไปดูงานเป็นบ่อขยะของเทศบาลส่งกลิ่นเหม็นมาก จากนั้นก็มีการสอนเรื่องประเภทของขยะพลาสติก พูดถึงขวด PET HDPE Hi-Density ศัพท์แสงยาก ฟังแล้วก็งงไปหมด พอเข้าวันที่สองกับวันที่สาม ก็เป็นภาคปฎิบัติแยกขยะรีไซเคิล กระป๋องอลูมิเนียม กระป๋องสังกะสี สอนให้กรีดฉลาก แยกสีฝา คือรายละเอียดเยอะมาก จำได้หน้าลืมหลัง เราเป็นแค่แม่บ้าน มาเจอแบบนี้เครียดสุด ๆ” นันท์นภัส กล่าว

เพราะไม่ได้เตรียมใจจะต้องมาเจอกับสิ่งยากเช่นนี้ ดังนั้นทุกวันหลังอบรมเสร็จ ก็จะเกิดคำถามว่า “พวกเราจะไปต่อหรือพอแค่นี้” แต่ในที่สุดเมื่ออบรมหลักสูตรครบ 5 วัน ทั้ง 3 คนที่เห็นความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ที่มาสอนจึงตัดสินใจที่จะลองสู้สักครั้ง

ภารกิจแรกของศูนย์ MRF คือต้องลดจำนวนขยะในชุมชน เริ่มจากการประชาสัมพันธ์ไปตามชุมชนให้รู้ว่าอำเภอบ้านฉางของเรามีศูนย์รับซื้อวัสดุรีไซเคิลตั้งขึ้นแล้ว จากนั้นต้องสอนให้ชาวบ้านรู้จักวิธีการคัดแยกขยะเพื่อเพิ่มมูลค่า แล้วนำขยะที่คัดแยกเพื่อนำไปรีไซเคิลต่อไป ดังนั้น 3 สาวจึงเริ่มงานด้วยการตระเวนออกไปตามบ้านในชุมชนเพื่อชักชวนให้นำขยะในครัวเรือนที่สามารถรีไซเคิลได้มาขาย โดยใช้เครือข่ายจิตอาสาตามหมู่บ้านที่พวกเธอเคยทำอยู่

“ช่วงแรกเราไม่รู้อะไรเลย ความรู้ที่ไปอบรมเอามาใช้กับที่นี่ไม่ได้ทุกเรื่อง เราต้องโทรถามพี่ที่ วว.ตลอด เขาก็สอนวิธีรับซื้อ ต้องเช็คราคา แล้วก็สอนเราว่าต้องไปสอนชาวบ้านแยกขยะรีไซเคิลมาตั้งแต่ต้นทาง เราจะได้ไม่ยุ่ง สรุปคือพวกเราก็ต้องทำไปเรียนรู้ไปด้วย”

แต่เวทีนี้ยังมี ”พี่เลี้ยง” ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่คอยซัพพอร์ตให้ภารกิจสำคัญนี้สามารถเดินไปถึงฝั่งให้ได้ โดย วว. มีหน้าที่มาช่วยวางระบบในการคัดแยกขยะ รวมถึงให้คำปรึกษาทุกปัญหา และยังมีทีมงานจากกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) คอยสนับสนุนการบริหารงานและการประชาสัมพันธ์

แต่เดิมคนในชุมชนไม่รู้จักเรื่องการแยกขยะรีไซเคิลมาก่อน ซึ่งปกติจะมี “ซาเล้ง” เข้ามารับซื้อขยะรีไซเคิลตามบ้านโดยให้ราคาไม่สูง แต่ชาวบ้านก็พอใจเพราะไม่อยากเก็บให้รกบ้าน “ชาวบ้านบางคนบอกว่าเก็บกองท่วมบ้านขายให้ซาเล้งได้เงินแค่ 20 บาท พอได้เงินน้อยพวกเขาเลยไม่สนใจ”

พวกเธอคอยสอนให้ชาวบ้านรู้จักแยกขยะตามประเภท โดยใช้ราคาเป็นสิ่งจูงใจ “จากเดิมชาวบ้านเอาขยะรวม ๆ กันมาให้เราเหมือนตอนขายให้ซาเล้ง แต่เราจะให้ความรู้ชาวบ้านว่าเรารับซื้ออะไรบ้าง ให้ราคาเท่าไหร่แล้วเอาไปทำอะไร คือเราสอนชาวบ้านว่าถ้าแยกประเภทมา อันนี้จาก 2 บาท จะได้เป็น 4 บาท อันนี้ได้ 7 บาท ชาวบ้านก็รีบกลับบ้านไปตั้งใจแยกขยะกันใหญ่เลย”

หลังจากที่ตระเวนให้ความรู้เรื่องการแยกขยะรีไซเคิลมาได้ระยะหนึ่งก็ได้รับความสนใจจากชุมชนอย่างมาก ถึงขนาดบางคนนำสมุดปากกามาจดวิธีการแยกขยะรีไซเคิลที่ถูกต้องกันเลย ทุกวันนี้ชุมชนหลาย ๆ แห่งสามารถแยกขยะตามประเภทได้ถูกต้องตั้งแต่ต้นทางก่อนนำมาขายที่ศูนย์ MRF

นอกจากนี้ศูนย์ MRF ยังได้จับมือกับกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) เข้าไปตั้งจุดรับซื้อขยะรีไซเคิลผ่านกิจกรรมที่ตลาดบ้านฉัน@อำเภอบ้านฉาง เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ชักชวนให้คนที่มาเดินซื้อของในตลาดนำขยะรีไซเคิลมาขาย มีโปรโมชั่น มีระบบจัดการสมาชิก พร้อมสะสมแต้มจากยอดขายและแลกเป็นของใช้ได้อีกด้วย

“เรามีจัดโปรโมชั่นด้วยการแถมไข่ไก่ให้กับสมาชิก ทุก 50 บาทที่ขายขยะรีไซเคิลได้ รับไข่ไก่ไป 1 ฟอง โปรนี้ทุกคนชอบมาก นอกจากนี้ก็มีของใช้และของกินให้แลก เช่น มาม่า ปลากระป๋อง น้ำมันพืช”

หลังจากผ่านไปสักระยะหนึ่งทุกคนที่มาช้อปปิ้งที่ตลาดแห่งนี้จะนำขยะที่แยกแล้วติดมาด้วยเพื่อนำมาขาย ซึ่งเป็นผลดีที่ทำพวกเธอเลยไม่ต้องตระเวนไปรับซื้อตามบ้านอีกแล้ว เพราะมีการพูดปากต่อปากจึงขยายผลออกไปอย่างรวดเร็ว

“ครั้งแรกที่พอรู้ว่าเราต้องทำอาชีพรับซื้อขยะก็รู้สึกอายมาก แต่ทุกวันนี้เราไม่เรียกว่าขยะแล้ว เราเรียกมันว่าวัสดุรีไซเคิล เวลาเราออกไปรับซื้อก็จะมีคนทักทายต้อนรับเรา ชวนกินข้าว ปฏิบัติกับเราเหมือนญาติ ได้มิตรภาพใหม่ ๆ”

เมื่อกิจกรรมนี้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริงจึงมีการพูดปากต่อปาก แต่ภารกิจยังไม่หมดตราบใดที่ขยะยังเก็บไม่หมด แผนขั้นต่อไปจึงขยายจากบ้านไปสู่ โรงเรียน วัด และออกไปสู่ชุนชนใกล้เคียง

“กลยุทธ์ที่ใช้ก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพื่อจูงใจให้เขาเอาขยะรีไซเคิลมาให้เรา จากเดิมที่รับขยะตามชุมชนใกล้ ๆ ศูนย์ ตอนนี้ขยายพื้นที่ออกไปไกลขึ้น จากเขตตำบลบ้านฉางของเรา ตอนนี้เราเริ่มข้ามเขตไปเทศบาลนครมาบตาพุดแล้ว อีกกลยุทธ์คือเปิดเฟซบุ๊กชื่อ “ศูนย์ต้นแบบคัดแยกและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลบ้านฉาง MRF” และ LINE ชื่อ “MRF บ้านฉาง ระยอง” ทำให้ได้สมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาก”

หลังการรณรงค์ของศูนย์ MRF ไปได้สักระยะหนึ่งผลที่เห็นได้ชัดคือ “ชาวบ้านตั้งใจนำวัสดุรีไซเคิลมาขายให้ศูนย์มากขึ้น เพราะเขาคิดว่าศูนย์นี้มีบริษัท Dow ให้การสนับสนุน จึงเชื่อมั่นว่าขยะรีไซเคิลที่ขายให้กับเราจะได้รับการนำไปรีไซเคิลที่ถูกต้อง ทำให้ทุกคนเริ่มตื่นรู้ในเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น เป็นความภาคภูมิใจของเขาด้วย”

ปัจจุบันศูนย์ MRF ดำเนินการก้าวสู่ปีที่ 3 เพื่อเดินหน้าสู่ภารกิจใหม่ “ตอนนี้เราไม่ได้ทำแค่ซื้อมาขายไปแล้ว แต่เรากำลังทำเรื่อง upcycling เพื่อเพิ่มมูลค่าขยะ นอกจากนี้ยังต้องทำหน้าที่เป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับหน่วยงานและชุมชนอื่น ๆ และสุดท้ายศูนย์นี้จะต้องก้าวสู่ Community Enterprise (วิสาหกิจชุมชน) ซึ่งเป็นงานยากขึ้น เพราะเราต้องบริหารจัดการในเชิงธุรกิจเพื่อให้สามารถเลี้ยงตัวเองให้อยู่รอดและยั่งยืน”

งานจากนี้ไปคงยากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะใคร ๆ ก็ตั้งความหวังกับศูนย์ MRF ที่จะมาเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการขยะรีไซเคิลในชุมชน เมื่อถามพวกเธอว่าจะสู้ต่อหรือพอแค่นี้

“เมื่อก่อนพวกเราเป็นแม่บ้าน แต่ตอนนี้เราเดินไปที่ไหนก็มีคนรู้จักทักทายเรา มีลูกค้าหลายคนบอกกับเราว่าอย่าเพิ่งหยุดนะ ต้องไปต่อนะ เพราะเขาเห็นว่าศูนย์ฯ เราทำเพื่อสิ่งแวดล้อมจริง ๆ ดูสิว่าคนเหล่านี้ยังอยากให้เราทำอยู่เลย เกิดเป็นพลังบวกให้กับเราสามคนในการสร้างทุก ๆ วันที่ดียิ่งขึ้นต่อไป” นันท์นภัส กล่าวทิ้งท้าย

เรื่องราวของศูนย์ MRF บ้านฉาง จึงไม่ใช่เพียงโมเดลจัดการขยะรีไซเคิล แต่คือพลังของคนเล็ก ๆ ที่ลุกขึ้นสู้กับกองขยะมหาศาล จนสามารถเปลี่ยนสิ่งไร้ค่าให้กลายเป็นโอกาส สร้างทั้งรายได้ ความภาคภูมิใจ และอนาคตที่ยั่งยืนให้กับชุมชนและโลกใบนี้

เอส แอนด์ พี ร่วมเฉลิมฉลองค่ำคืนใต้แสงจันทร์ เปิดตัว “3 คอลเลคชั่นขนมไหว้พระจันทร์ ปี 2025” มรดกแห่งรสชาติกว่า 30 ปี ร่ว...
23/09/2025

เอส แอนด์ พี ร่วมเฉลิมฉลองค่ำคืนใต้แสงจันทร์ เปิดตัว “3 คอลเลคชั่นขนมไหว้พระจันทร์ ปี 2025” มรดกแห่งรสชาติกว่า 30 ปี ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งตำนานจากวังบนดวงจันทร์ ความทรงจำของเจ้าหญิงจันทรา และ เรื่องเล่ากระต่ายแห่งจันทรา

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดขนมไหว้พระจันทร์ นำโดย คุณกำธร ศิลาอ่อนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร พร้อมด้วย อ.คฑา ชินบัญชร นักพยากรณ์ดวงชื่อดัง เปิดตัว “3 คอลเลคชั่น ขนมไหว้พระจันทร์ปี 2025” สัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรือง ความสมบูรณ์พูนสุข และความมั่งคั่งยั่งยืน ขนมไหว้พระจันทร์ เอส แอนด์ พี สูตรต้นตำรับกว่า 30 ปี ที่คงความอร่อยไม่เปลี่ยนแปลงด้วยขั้นตอนการผลิตที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่ทันสมัยกับฝีมืออันปราณีต ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อรักษารสชาติความอร่อยของสูตรดั้งเดิมไว้อย่างสมบูรณ์ พร้อมเปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ปี 2025 ทั้ง 3 คอลเลคชั่น ได้แก่ S&P Moon Palace ขนมไหว้พระจันทร์รสชาติดั้งเดิม สูตรต้นตำรับกว่า 30 ปี เนื้อแป้งนุ่ม บาง อันเป็นเอกลักษณ์ ของ เอส แอนด์ พี ไส้หอมหวานเข้มข้น บรรจุในกล่องลวดลาย “พระราชวังบนดวงจันทร์” โดยได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปกรรมจีนโบราณ ออกแบบในสไตส์เครื่องเคลือบพอร์ชเลนที่งดงาม ประณีต เป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรือง ความสมบูรณ์ พูนสุข และความมั่งคั่งยั่งยืน เหมาะสำหรับเป็นของขวัญมงคลให้กับผู้ใหญ่ที่เคารพรัก มีทั้งหมด 16 ไส้ ได้แก่ ไส้หมอนทองล้วน หมองทองไข่1,ไข่2 หมอนทองเจ หมอนทองแมคคาเดเมีย บัวล้วน บัวไข่1 บัวทองแมคคาเดเมียไข่1 บัวทองไข่เค็มลาวา โหงวยิ้งไข่ล้วน โหงวยิ้งไข่1,ไข่2 แปดเซียน พุทราจีนไข่1 มัตฉะเรดบีน และส้มช็อกโกแลตลาวา

S&P Moon Princess ขนมไหว้พระจันทร์ดีไซน์รูปทรงแปดเหลี่ยมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างสูตรดั้งเดิมกับวัตถุดิบร่วมสมัย ทำให้ได้รสชาติอันแปลกใหม่น่าประทับใจ บรรจุในกล่องคอลเลคชั่น “ความทรงจำของเจ้าหญิงจันทรา” โทนสีพาสเทลเมทัลลิคที่สะท้อนแสงระยิบระยับเสมือนแสงจันทร์ ในยามค่ำคืน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากตำนานความรักของเจ้าหญิงฉางเอ๋อ สื่อความหมายถึงความรัก ความผูกพันอันแน่นแฟ้นไร้กาลเวลา มีทั้งหมด 6 ไส้ ได้แก่ บัวชามะลิผสมเมล็ดสน หมอนทองไข่1 (สูตรน้ำตาลน้อย) พุทราจีน เก้าเซียน หมอนทองคัสตาร์ด ถั่วแดงโมจิ

S&P Moon Rabbit Tale “เรื่องเล่ากระต่ายจันทรา” ขนมไหว้พระจันทร์คัสตาร์ดซีรีส์ Limited Edition ที่รวบรวมความอร่อยของไส้คัสตาร์ดหลากหลายรสชาติ เนียนนุ่ม หอมหวานละมุน สำหรับคนรักคัสตาร์ดโดยเฉพาะ บรรจุมาในตลับจันทรา “LUNAR CASE” กล่องเหล็กคลาสสิกลายเทพกระต่าย “อวี้ทู่” ที่อวตารมาเป็นเด็กผู้หญิง “มูนี่” พร้อมของวิเศษจากดวงจันทร์ นำพาความสุขและความอร่อยมาสู่โลกมนุษย์ มี 4 รสชาติ ได้แก่ Golden Custard ไส้คัสตาร์ดคลาสสิก มาพร้อมตลับจันทราแดงวินเทจ Salted Egg Custard ไส้คัสตาร์ดไข่เค็ม รสหวานเนียนนุ่มของคัสตาร์ดผสมกับความเค็มของไข่แดง อย่างลงตัว มาพร้อมกับตลับจันทราน้ำเงินราตรี Matcha Custard ไส้คัสตาร์ดชาเขียวผสมผสาน ความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาเขียวมัทฉะแท้ มาพร้อมกับตลับจันทราโอรส และ Durian Custard ไส้คัสตาร์ดทุเรียน รสชาติหวานหอมเข้มข้น ครีมมี่จากเนื้อทุเรียนแท้ๆ มาพร้อมกับตลับจันทราเทอควอยส์ โดยคอลเลคชั่นนี้สินค้ามีจำนวนจำกัด

พิเศษ! โปรโมชั่นซื้อ 4 ฟรี 1 และเมื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์ เอส แอนด์ พี ทุกวันพุธ รับส่วนทันที 20% (ยกเว้น S&P Moon Rabbit Tale) สมาชิก S&P Card รับส่วนลด 10% เมื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์ตลอดช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้ (สาขาในสนามบินไม่ร่วมโปรโมชั่นทุกรายการ)

เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ เอส แอนด์ พี ขอส่งมอบความเป็นมงคลและความปรารถนาดีแด่ลูกค้าคนสำคัญด้วยขนมไหว้พระจันทร์ S&P เพื่อสืบสานตำนานอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่ตลอดไป

Dow เดินหน้า ส่งเสริมทักษะสมองอีเอฟจากการเล่น ปรับปรุงศูนย์อีเอฟแห่งแรก และสร้างถนนแห่งการเรียนรู้ เพื่อเด็กเก่ง-ดี-สุข-...
17/09/2025

Dow เดินหน้า ส่งเสริมทักษะสมองอีเอฟจากการเล่น ปรับปรุงศูนย์อีเอฟแห่งแรก และสร้างถนนแห่งการเรียนรู้ เพื่อเด็กเก่ง-ดี-สุข-สมวัย

ระยอง – 17 กันยายน 2568 – กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) มุ่งมั่นสร้างภูมิคุ้มกันชีวิตให้เด็ก ๆ ผ่านการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) โดยการเล่นที่มีเป้าหมาย เพื่อให้เด็ก ๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ วางแผน กำกับตนเอง และควบคุมอารมณ์ได้ โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้พาพนักงานอาสา ปรับปรุง “ศูนย์เรียนรู้อีเอฟ จังหวัดระยอง (Rayong EF Center)” ศูนย์ต้นแบบด้านการพัฒนาทักษะสมอง EF แห่งแรกของประเทศไทย และทาสี “ถนนแห่งการเรียนรู้ EF” อีก 3 แห่ง ในชุมชน

นายชาคริต เอนกพร ผู้จัดการโรงงาน พร้อมพนักงานดาวอาสาจากโรงงานโพลิออล โรงงานสไตรีน-บิวทาไดอีน เลเท็กซ์ และโรงงานโพลิออลผสม กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ได้ร่วมกันปรับปรุงศูนย์เรียนรู้อีเอฟ จังหวัดระยอง ภายในศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลนครมาบตาพุด ให้ครบถ้วน ปลอดภัย และตอบโจทย์การพัฒนาเด็กในศตวรรษที่ 21 มากยิ่งขึ้น โดยได้ปรับปรุงมุมบทบาทสมมติที่เสริมทักษะทางสังคมและภาษา มุมเลโก้ที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้การคิดวิเคราะห์และแนวคิดทางวิศวกรรม รวมถึงการซ่อมแซมและเสริมอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ยังได้เติมเต็มหนังสือ นิทาน และสื่อพัฒนา EF แบบมัลติมีเดียเข้ามาอย่างหลากหลาย พร้อมจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยมีพนักงานอาสาร่วมเล่นและดูแลเด็ก ๆ อย่างอบอุ่น

“Dow เชื่อว่าการพัฒนาทุนมนุษย์ต้องเริ่มตั้งแต่รากฐาน การเล่นที่ดูธรรมดา หากออกแบบให้เหมาะสม จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างทักษะสมอง EF ที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตในอนาคต ช่วงปฐมวัยคือหัวใจของการวางรากฐาน EF ที่จะทำให้เด็ก ๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ และมีความสุข ซึ่งทั้งหมดนี้คือเป้าหมายสูงสุดของโครงการ” นายชาคริต กล่าว

ศูนย์ EF แห่งนี้เปิดต้อนรับผู้ปกครอง ครู และโรงเรียนในพื้นที่เข้ามาใช้งานได้ฟรีทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. ภายในแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายโซนตามช่วงวัยของเด็กและพฤติกรรมการเรียนรู้ โดยทุกกิจกรรมจะช่วยพัฒนาทักษะ EF ของเด็กครบทั้ง 9 ด้าน อาทิ ‘โรงละครอีเอฟ’ ซึ่งฝึกให้เด็กปรับตัวไปตามบทบาทที่แตกต่าง และนำไปสู่ความเข้าใจคนอื่นและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้ดีขึ้น ‘ล้อเล่นแสงเงา’ ฝึกให้เด็กกล้าริเริ่ม มีจินตนาการซึ่งเป็นพื้นฐานของความคิดสร้างสรรค์ ‘ปีนป่ายไต่เชือก’ ฝึกให้เด็กวางเป้าหมายที่ต้องการจะไปให้ถึง ไม่วอกแวก สามารถควบคุมอารมณ์ข่มความกลัว และเกิดความภูมิใจเมื่อไปถึงเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังมี “สื่อมัลติมีเดีย” ที่ออกแบบเฉพาะเพื่อกระตุ้นพัฒนาการด้านสมอง ความคิดสร้างสรรค์ และอารมณ์ สอดแทรกเนื้อหาความรู้ท้องถิ่นของมาบตาพุดและจังหวัดระยองผ่าน “โซนระยองศึกษา” ที่นำเสนอเรื่องราวท้องถิ่นเพื่อปลูกฝังความภาคภูมิใจในบ้านเกิด

นายถวิล โพธิบัวทอง นายกเทศมนตรีนครมาบตาพุด กล่าวว่า “เด็กดี-เก่ง-สุข-สมวัย คือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของชาติ ศูนย์ EF แห่งนี้คือสมบัติล้ำค่าของคนระยอง เราไม่ได้แค่มองว่าเด็กต้องเก่งวิชาการ แต่ต้องอยู่ร่วมกับสังคมเป็น มีความสุขเป็น และสามารถคิดวิเคราะห์ได้ด้วยตัวเอง ซึ่ง EF คือรากฐานสำคัญในการสร้างพลเมืองคุณภาพ และเราขอบคุณ Dow ที่ยืนเคียงข้างชุมชนมาตลอด”

นอกจากนี้ Dow ยังได้ขยายพลังแห่งการเรียนรู้ออกสู่พื้นที่ชุมชน โดยจัดกิจกรรมทาสี “ถนนแห่งการเรียนรู้ EF” จำนวน 3 แห่ง ในพื้นที่ของโรงเรียนวุฒินันท์ เทศบาลนครมาบตาพุด โรงเรียนวัดชากลูกหญ้า ตำบลห้วยโป่ง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาล 3 ประชุมมิตร–ล้อเกวียน ตำบลบ้านฉาง โดยออกแบบถนนร่วมกับคุณครูและนักพัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สนุก ปลอดภัย และดึงดูดใจเด็ก ๆ ให้กล้าเล่น กล้าคิด และเรียนรู้ได้ผ่านประสบการณ์จริง โดยมีเด็กปฐมวัยและนักเรียนระดับชั้นอนุบาลกว่า 1,000 คนได้รับประโยชน์โดยตรงจากถนนเหล่านี้

โครงการ “ดาว-อีเอฟ พัฒนาเยาวชนสู่ความสำเร็จ เพื่อระยองผาสุก” เริ่มต้นในปี 2559 จากความตั้งใจของ Dow ที่อยากเห็นเด็กระยองเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีภูมิคุ้มกันชีวิต มีความสามารถในการจัดการตนเอง คิดวิเคราะห์ วางแผน และควบคุมอารมณ์ได้ ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาและความเสี่ยงในสังคม ปัจจุบันโครงการนี้ได้ขยายความร่วมมือจาก 19 องค์กรในปีแรก สู่ 44 องค์กรในปี 2567 ครอบคลุมทั้งจังหวัดระยอง และยังคงเดินหน้าสร้างเมืองต้นแบบแห่งความสุขอย่างต่อเนื่อง

ในปัจจุบัน Dow ได้ร่วมมือกับ กรุงเทพมหานคร ในการนำแนวทาง EF มาใช้กับเด็ก ๆ ในโรงเรียนสังกัด กทม. ซึ่งในปีนี้ได้มีการเดินหน้าจัดอบรมครูปฐมวัย และผู้ปกครองเป็นระยะ ๆ ทั้งการอบรมในห้องและออนไลน์ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวกิจกรรม EF และการจัดอบรมฟรีได้ทางเฟสบุ๊ก Dow Thailand

Address

136 Na Ranong Road, Khlong Toei, Bangkok

10110

Opening Hours

Monday 09:00 - 06:00
Tuesday 09:00 - 06:00
Wednesday 09:00 - 06:00
Thursday 09:00 - 06:00
Friday 09:00 - 06:00

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when M2FNews posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to M2FNews:

  • Want your business to be the top-listed Media Company?

Share