Siam Renaissance

  • Home
  • Siam Renaissance

Siam Renaissance ผู้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์และกิจกรรมพิเศษ ด้านศิลปวัฒนธรรม ศิลปะ ของสะสม โดยเฉพาะช่วงรัชกาลที่ ๔ - ๕ https://g.page/siamrenaissancepublishing?gm

- เพื่อให้เห็นยุติธรรมในเรื่องประวัติของเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ -------------"...แต่เรื่องที่ผู้อื่นไม่รู้ยังมีอีกส่วนหนึ่...
10/06/2026

- เพื่อให้เห็นยุติธรรมในเรื่องประวัติของเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ -
------------
"...แต่เรื่องที่ผู้อื่นไม่รู้ยังมีอีกส่วนหนึ่ง ว่าการที่จะให้กรมหมื่นบวรวิชัยชาญ* เป็นพระมหาอุปราชนั้น ที่จริงเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์* ได้คิดมาแต่ในรัชกาลที่ ๔ และได้กราบบังคมทูลให้พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทราบด้วย* เรื่องที่ปรากฏนั้นคือ
วันหนึ่ง (สันนิษฐานว่า เมื่อต้นปีเถาะ พ.ศ. ๒๔๑๐) พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับ ณ พระทวารมุข พระที่นั่งอนันตสมาคม* เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์เข้าเฝ้าเป็นที่รโหฐาน มีแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว* คอยรับใช้อยู่ข้างพระขนองสมเด็จพระบรมชนกนาถ พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตรัสสนทนากับเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ด้วยเรื่องราชการต่าง ๆ ตอนหนึ่งตรัสถึงเรื่องวังหน้า
พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะตรัสปรารภอย่างไร และเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์จะได้กราบทูลสนองว่ากระไร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงได้ยินถี่ถ้วน ได้ยินแต่คำพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตรัสตอบว่า “ถ้าเช่นนั้นทำกำแพงกั้นปันเขตกันเสียที่ท้องสนามหลวงก็แล้วกัน” ดังนี้
ทรงสันนิษฐานว่า คงเป็นด้วยเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์กราบทูลอธิบายถึงเรื่องที่เห็นควรจะให้กรมหมื่นบวรวิชัยชาญเป็นพระมหาอุปราช และพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่ทรงเห็นชอบด้วย แต่จะไม่ให้ขัดใจเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ จึงตรัสตอบอย่างนั้น
พิเคราะห์เรื่องที่แสดงมา ประกอบกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ปรากฏในตอนปลายรัชกาลที่ ๔ เห็นว่าการตั้งพระมหาอุปราชในรัชกาลที่ ๕ เป็นข้อวินิจฉัยสำคัญอันหนึ่งในเรื่องพงศาวดาร ยังไม่มีใครได้รวบรวมกรณีทั้งปวงเรียบเรียงไว้ให้ปรากฏ มีแต่ติเตียนเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ว่าเห็นแก่ตัวยิ่งกว่าบ้านเมือง ข้าพเจ้าจึงรวบรวมกรณีทั้งปวงมาแสดงไว้ในตอนนี้ เพื่อให้เห็นยุติธรรมในเรื่องประวัติของเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์..."
- พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๕ -
ตอนที่ ๔ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน
พระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
------------
หมายเหตุ :
* กรมหมื่นบวรวิชัยชาญ คือ กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ
* เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ต่อมาคือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)
* ทรงพระนิพนธ์อธิบายไว้ว่า “...เรื่องนี้พระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตรัสเล่าให้ข้าพเจ้าฟัง เมื่อเตรียมจะแต่งหนังสือนี้...”
* พระที่นั่งอนันตสมาคม หมายถึง พระที่นั่งอนันตสมาคม ในหมู่พระอภิเนาว์นิเวศน์
* สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หมายถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
------------
ภาพประกอบ :
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)
Somdet Chaophraya Borom Maha Srisuriwongse (Chuang Bunnag).

- อันจะหาข้าราชการและเปนมิตอันแท้จริงอย่างผู้ตายนี้หายากเปนอย่างยิ่งแล้ว -------------เมื่อนายพลโท เจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศ...
09/06/2026

- อันจะหาข้าราชการและเปนมิตอันแท้จริงอย่างผู้ตายนี้หายากเปนอย่างยิ่งแล้ว -
------------
เมื่อนายพลโท เจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ (โต บุนนาค) ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคหัวใจ ระหว่างตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ บ้านปืน เมืองเพชรบุรี เมื่อคืนวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๒ รวมอายุ ๕๘ ปี
รุ่งขึ้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทรงเยี่ยมศพ โปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าส่านคลุมบรรทม (ผ้าห่ม) คลุมศพ กับธงราชธวัชสำหรับเรือพระที่นั่งห่อศพเป็นเกียรติยศ แล้วให้จัดรถไฟพิเศษนำศพนายพลโท เจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ (โต บุนนาค) กลับกรุงเทพฯ ในตอนบ่ายของวันนั้นทันที
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังมีพระราชหัตถเลขาแสดงความเสียพระราชหฤทัยพระราชทานมายังท่านผู้หญิงตลับ ภริยานายพลโท เจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ (โต บุนนาค) ด้วยฉบับหนึ่ง ดังนี้
“...วันที่ ๙ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๘
ถึง ตลับ
ด้วยเมื่อเช้าจะเขียนหนังสือฝากไปกับศพก็ไม่มีความคิดอันใดให้ตลึงตไลไป พึ่งมาเขียนได้ต่อเวลาค่ำ เพื่อจะสำแดงความเศร้าโศรกให้แก่เพื่อนทุกข์เพื่อนยาก และถามข่าวคุณหญิงด้วย เจ้าพระยาสุรวงษ์ได้เคยเล่นหัวมาด้วยกันแต่หนุ่มจนกลางคนก็ได้เปนเพื่อนตัวไปได้ความยากลำบากในทางไกลถึงประเทศยุโรป ๒ คราว ในบางกอกก็ได้เคยชิดตัวอยู่เสมอไม่เคยห่าง
อันความจงรักภักดีนั้นไม่ใช่เฉพาะน่าที่ราชการเลย เปนด้วยใจต่อใจผูกพันรักกันเฉพาะตัวจริง ๆ ในการที่ติดตามป้องกันไม่ใช่แต่เปนเกียรติยศอย่างเจ้าแผ่นดินกับขุนนาง ได้ปฏิบัติทุกอย่างทั้งกินทั้งนอน ความผูกพันในใจของเจ้าพระยาสุรวงษ์นั้นไม่ได้มีเวลาท้อถอยเลย ถึงจะเจ็บไข้อย่างไรถ้าไม่ล้มหมอนนอนเสื่อแล้วสู้ทนทาน จะห้ามปรามอย่างไรก็ไม่ใคร่ยอมทิ้งน่าที่ได้ การที่มาด้วยกันครั้งนี้เห็นหายไป เข้าใจว่าเปนด้วยขี่ม้าไม่ได้ จะไม่เจ็บอันใดมาก ตัวเธอเองก็ไม่อยากจะให้รู้ว่าเจ็บมาก พึ่งมารู้เมื่อวันก่อนจะตาย ว่าอาการมากเกินปรกติที่เคยเปน พอจะคิดการรักษาก็พอมาหมดอายุเสียเท่านี้
ความเศร้าโศกเสียใจไม่รู้ที่จะพรรณาได้ ขอกล่าวว่า อันจะหาข้าราชการและเปนมิตอันแท้จริงอย่างผู้ตายนี้หายากเปนอย่างยิ่งแล้ว ไม่แลเห็นว่าจะหาแทนให้เหมือนได้ เปนกรรมที่ต้องมาวิบัติพลัดพรากกันไปเสียดังนี้ ในการที่จะถามข่าวก็มีอย่างเดียวแต่ขอให้คุณหญิงทราบว่ามีผู้ซึ่งได้รักใคร่กับผู้ตายได้มีความเศร้าโศกด้วยกับคุณหญิงอีกคนหนึ่ง
ขอให้รฤกถึงผู้ตายด้วยความนิยมคุณความดีอันเธอได้กระทำไว้ในเวลามีชีวิตรอยู่นั้น จะเปนเหตุให้มีความรักใคร่และคิดอุปการะแก่ภรรยาและบุตรทั้งหลายของเธอที่อยู่ภายหลังเพราะเห็นแก่ผู้ตายนั้น เพราะฉนั้น ขอให้คุณหญิงถือว่าเปนน่าที่ซึ่งจะช่วยอุปการะแก่คุณหญิงสืบไปทุกอย่าง ถ้าจะมีความลำบากขัดข้องประการใด ขอให้บอกให้ทราบ จะได้ช่วยเปนธุระทุกประการ
ขอจบหนังสือด้วยความเหือดแห้งสลดใจ เขียนได้แต่เท่านี้
(พระบรมนามาภิธัย) จุฬาลงกรณ์ ป.ร. …”
------------
ภาพประกอบ :
งานออกเมรุนายพลโท เจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ (โต บุนนาค) ณ วัดประยุรวงศาวาส วันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๕ เวลาบ่าย จากคลังภาพถ่ายและเอกสารส่วนบุคคลของนายภาวาส บุนนาค
------------
📚 หนังสือราชินิกุลบุนนาค
หนังสือที่ระลึกในวาระครบรอบชาตกาล 275 ปี เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล พระขนิษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในพุทธศักราช 2567 และครบรอบถึงแก่อสัญกรรม 220 ปี เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ในพุทธศักราช 2568 สองปฐมวงศ์ราชินิกุลบุนนาค
------------
✨ ชมสารบัญได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/19w6DR51A3/?mibextid=wwXIfr
------------
🎟️ ชมรายละเอียดและตัวอย่างหนังสือได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1CjQpnnbPY/?mibextid=wwXIfr
------------
:: ติดต่อสอบถามได้ที่ ::
- Facebook : https://www.facebook.com/share/176bSQkANU/?mibextid=wwXIfr
- LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne

- เจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์พิพัฒน์ศักดิ ที่สมุหพระกระลาโหม ถึงอสัญกรรม -------------“...ท่านเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒพิพัฒนศ...
08/06/2026

- เจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์พิพัฒน์ศักดิ ที่สมุหพระกระลาโหม ถึงอสัญกรรม -
------------
“...ท่านเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒพิพัฒนศักดิที่สมุหพระกระลาโหม (วร) ซึ่งป่วยเปนวรรณโรคเม็ดเล็ดภายใน ฤๅจะเรียกตามหมอชาวยุโรปว่าโรคปอดเสียมาช้านานแล้วนั้น อาการของโรคสำคัญอันนี้ เมื่อแรกท่านป่วยก็มีอาการให้รับประทานอาหารไม่ได้นอนไม่หลับ กายซูบผอม ก่อนท่านได้รักษาโรคของท่าน ด้วยการที่ไปหาอากาศแลรับประทานยาหมอไทยหมอชาวยุโรปมาโดยลำดับ
แต่โรคนั้นอาการมิได้คลายขึ้น มีแต่ทรงกับซุดลง จนมีอาการอาเจียน โลหิตปากเปื่อยไอ แลหอบเหนื่อยซูบผอมลงเปนอันมาก หมอทั้งปวงก็ได้ตรวจเห็นว่าเปนโรคสำคัญซึ่งไม่มีทางหายเลย ในที่สุดลงก็มีอาการบวมเท้าบวมมือไปอุจาระวันละหลาย ๆ ครั้งเจือด้วยเสมหะโลหิต มีอาการเชื่อมมัวเปนอาการอุจาระธาตุพิการหนทางที่สุดของโรคแล้ว ครั้นวัน ๓ เดือน ๑๑ แรม ๑๐ ค่ำ เวลา ๗ ทุ่มเศษ ท่านเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์พิพัฒน์ศักดิ ที่สมุหพระกระลาโหม ถึงอสัญกรรมอายุ ๖๑ ปีเศษ
แต่อาการป่วยซึ่งควรจะพิศดารกว่านี้ แลการที่ท่านได้มีเกียรติยศมาโดยลำดับอย่างไร ฤๅการที่ท่านได้รับราชการสำคัญ ๆ ในเวลาใดบ้าง ฤๅได้รับเครื่องอิศริยยศ อย่างใดบ้างนั้นจะกล่าวต่อไปครั้งหลัง ด้วยท่านได้รับราชการมาช้านาน แลเปนประธานในหมู่ข้าราชการมาแล้ว
ครั้นวัน ๔ เดือน ๑๑ แรม ๑๑ ค่ำ เวลาเย็น พระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งกราบพร้อมด้วยกระบวนเรือไปประทับหลังบ้านเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ เสด็จขึ้นบนตึกแล้วทรงรดน้ำอาบศพ แล้วพระบรมวงษานุวงษ์จึ่งได้รดน้ำศพต่อไป เจ้าพนักงานแต่งเครื่องตามโบราณวิธีแล้วยกลงโกษลองใน
พระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปประทับหอนั่งเก่าทางน่าบ้าน เจ้าพนักงานยกโกษศพขึ้นเสลี่ยงหิ้วมาที่ตามทางบนเรือน ยกโกษขึ้นตั้งแว่นฟ้า ๒ ชั้น พระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตร ๓๐ ไตร บังสุกุลแล้วเสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง พระราชทานโกษไม้สิบสองประกับนอก เครื่องล้อมแว่นฟ้า ๙ คัน กลองชนะแดง ๙ คู่ จ่าปี่ ๑ จ่ากลอง ๑ แตรฝรั่ง ๒ แตรงอน ๒ ประโคมตามเวลา พระสงฆ์สวดพระอภิธรรมกว่าจะได้พระราชทานเพลิง...”
- ข่าวอสัญกรรม –
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕ ตอนที่ ๓๓ หน้า ๒๘๘
วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๔๓๑
------------
ภาพประกอบ :
พัดรองที่ระลึกในงานเมรุเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค)
------------
📚 หนังสือราชินิกุลบุนนาค
หนังสือที่ระลึกในวาระครบรอบชาตกาล 275 ปี เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล พระขนิษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในพุทธศักราช 2567 และครบรอบถึงแก่อสัญกรรม 220 ปี เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ในพุทธศักราช 2568 สองปฐมวงศ์ราชินิกุลบุนนาค
------------
✨ ชมสารบัญได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/19w6DR51A3/?mibextid=wwXIfr
------------
🎟️ ชมรายละเอียดและตัวอย่างหนังสือได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1CjQpnnbPY/?mibextid=wwXIfr
------------
:: ติดต่อสอบถามได้ที่ ::
- Facebook : https://www.facebook.com/share/176bSQkANU/?mibextid=wwXIfr
- LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne

🙏🏻✨  #๙๙พรรษาสมเด็จพระสังฆราช
08/06/2026

🙏🏻✨ #๙๙พรรษาสมเด็จพระสังฆราช

วิบุลสีลสมาจารวัตรวิปัสสนสุนทร : ทรงงดงามในพระวิปัสสนาธุระ ทรงพระศีลาจารวัตรอันไพบูลย์

“...ในสังคมไทยทุกวันนี้ มีข้ออภิปรายกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับมาตรฐานชี้วัด ‘ความดี‘ ว่าควรมีขอบเขตหรือนิยามเช่นไร จนเกิดคำถามว่าการประพฤติปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะได้ชื่อว่าเป็นคนดีจริง และการจะระบุว่าหมู่ใดคณะใดควรได้รับยกย่องว่าเป็นหมู่คณะแห่งคนดี ควรใช้มาตรฐานใดเป็นสิ่งบ่งบอกได้อย่างถูกต้องแท้จริง อันที่จริงคำตอบสำหรับข้ออภิปรายนี้ไม่ใช่เรื่องยากในทางพระพุทธศาสนา เพราะสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเฉลยคำตอบไว้แล้วว่า ‘สีลํ กิเรว กลฺยาณํ‘ แปลความว่า ’ท่านว่าศีล เป็นความดี’

เบญจศีล เป็นศีลอย่างน้อยที่สุดสำหรับฆราวาส จัดเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของมนุษย์ สังคมใดมีสมาชิกหมู่มากเป็นผู้รักษาศีล ๕ สังคมนั้นย่อมประสบความสงบสุขอย่างไม่ต้องสงสัย และถ้าปุถุชนคนใดรักษาศีล ๕ ได้อย่างบริสุทธิ์เป็นปรกติ บุคคลผู้นั้นย่อมใกล้ชิดกับความเป็นอริยบุคคลระดับพระโสดาบัน อันเป็นการปิดกั้นอบายภูมิได้โดยสิ้นเชิง...”

พระคติธรรม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ประทานแก่การประชุมสรุปผลการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ วันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๐

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงครองเนกขัมมปฏิปทาอจลพรหมจริยาภิรัตอย่างบริบูรณ์ ปราศจากข้อสงสัยเคลือบแคลง กอปรด้วยพระจริยวัตรอ่อนโยน สมถะ สันโดษและเรียบง่ายสมสมณสารูป โปรดใช้วัตถุปัจจัยสิ่งของต่าง ๆ อย่างคุ้มค่า หากไม่ชำรุดสิ้นสภาพจริง ๆ ก็จะไม่ทรงทิ้ง ในขณะที่การอันใดที่เกี่ยวข้องกับความประณีตงดงามของพระอารามและการถวายพุทธบูชาในพระบวรพุทธศาสนา จะทรงเอาพระทัยใส่รายละเอียด ประทานพระมติแนะนำอย่างรอบคอบ เหมาะสมกับเป็นเครื่องบูชาในพระศาสนาของสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช มักทรงปรารภแก่ศิษยานุศิษย์และสาธุชนที่มาเฝ้าอยู่เสมอว่า ทรงรับฝึกฝนแบบอย่างสมณธรรมและแนวทางจรรยามารยาทของบรรพชิตมาจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ สมเด็จพระอุปัชฌาย์ ซึ่งทรงกวดขันภิกษุและสามเณรในสำนักวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ให้ดำรงตนตามพระธรรมวินัยและแบบอย่างสมบัติผู้ดี เพื่อยังความศรัทธาเลื่อมใสของฆราวาส อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ดังเช่น การขึ้นแสดงพระธรรมเทศนา นับแต่กิริยาอาการขึ้นลงธรรมาสน์ การเลื่อนใบลานแทนการกวาดสายตา ยังกิริยาอาการที่สง่างามระหว่างแสดงธรรม ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่อุบาสกอุบาสิกาผู้มารักษาศีลปฏิบัติธรรม ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นประจำว่า นอกจากกิริยาอาการในระหว่างแสดงธรรมที่สง่างามน่าเลื่อมใสแล้ว เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ยังมีพระปรีชาสามารถแสดงธรรมโดยปฏิภาณ สามารถยกข้อธรรมมาอธิบายให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้น ณ ปัจจุบันขณะอีกด้วย

แม้รายละเอียดเล็กน้อยในวัตรปฏิบัติของสงฆ์ ก็ทรงเป็นเนติแบบอย่างการรักษาพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด อาทิ ณ ที่ประทับเสวย จะทรงตั้งปฏิทินบอกเวลา “เที่ยงตรง” จากการคำนวณทางดาราศาสตร์สำหรับคณะสงฆ์ธรรมยุตอยู่เสมอ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละวัน หากถึงกำหนดเวลาเที่ยงตรงในแต่ละวันตามปฏิทินในเวลาใด ก็ทรงหยุดเสวยทันที แม้ในสิ่งของซึ่งจัดเป็น “เภสัช ๕” เมื่อมีสาธุชนนำมาถวายแล้ว หากทรงพิจารณาส่วนผสมที่ปรากฏในฉลากแล้ว เกิดความสงสัยเคลือบแคลงว่าถูกต้องตามพระธรรมวินัยหรือไม่ ก็จะไม่เสวย ทรงปรารภแก่ศิษย์ใกล้ชิดว่า “หากสงสัยว่าถูกต้องหรือไม่ ก็ไม่ควรทำ”

อนึ่ง ด้วยทรงพระอนุสรคำนึงถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏ
วิทยมหาราช ครั้งยังทรงเป็น “วชิรญาณภิกขุ” ต้นวงศ์ธรรมยุต ผู้ทรงพื้นฟูวิปัสสนาธุระ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช จึงทรงติดตามเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอุปัธยาจารย์ ไปทรงบำเพ็ญสมณธรรมร่วมกับพระภิกษุฝ่ายอรัญวาสี และฝากองค์เป็นศิษย์ของเหล่าพระวิปัสสนาจารย์สำคัญ นับแต่ยังทรงเป็นพระมหาอัมพร อมฺพโร อาทิ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร ตำบลพรรณานิคม อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร พระราชวุฒาจารย์ (อตุโล) วัดบูรพาราม อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พระอาจารย์ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (เทสรํสี) วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย และพระธรรมวิสุทธิมงคล (ญาณสมฺปนฺโน) วัดป่าบ้านตาด อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช จึงทรงมีวัตรปฏิบัติทางวิปัสสนาธุระและโปรดการเจริญพระกรรมฐานอย่างยิ่ง

เมื่อทรงเข้าอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศรุ่นแรก ในพุทธศักราช ๒๕๐๙ ก็เป็นโอกาสให้ทรงฝึกฝนวิปัสนาธุระเพิ่มเติ่มยิ่งขึ้น ด้วยเป้าประสงค์ของการอบรมพระธรรมทูตประการหนึ่งนั้น คือ “...ให้พระธรรมทูตทุกรูปเป็นพระนักปฏิบัติกัมมัฏฐาน, การใช้ชีวิตในความฝืดเคือง, การอดทนต่อความลำบากตรากตรำ, การอดทนต่อเหตุการณ์และวิสภาคารมณ์...”

จึงทรงได้บำเพ็ญสมณธรรมเพิ่มพูนขึ้นด้วยการอบรมของพระธรรมวิสุทธิมงคล (ญาณสมฺปนฺโน) ผู้จัดให้คณะพระธรรมทูตไปอบรมวิปัสสนาขั้นสูงและออกจาริกในถิ่นทุรกันดารแถบจังหวัดอุดรธานี ๑๕ วัน พระธรรมธีรราชมหามุนี (ญาณสิทฺธิ) ซึ่งจัดให้ไปจำวัดที่วัดวชิรธรรมสาธิต เจริญวิปัสสนาด้วยระยะเวลาที่นานและเข้มข้นขึ้น จนถึงบำเพ็ญเนสัชชิก งดเว้นการนอนในช่วงการอบรม

รวมทั้งพระธรรมโกศาจารย์ (อินฺทปญฺโญ) หรือพุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลาราม ได้จัดให้อบรมที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในหลักสูตรที่ออกแบบให้เข้มข้นเป็นอย่างยิ่ง โดย “...ให้ใช้ไตรจีวรชุดเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะสรงน้ำหรือปูนั่งนอนก็ตาม ให้จำวัดกับรุกขมูล กล่าวคือ นอนใต้ต้นไม้จริง ๆ และหนุนหมอนไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญ จนถึงท่านให้เรียกวิชานี้ว่า ‘ชีวิตหมอนไม้แห่งค่ายธรรมบุตร’ เป็นต้น เวลาฉันก็ให้ฉันสำรวมคลุกกันไปทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่แค่ไม่ยินดีในรส แต่ยังถึงขนาดไม่ชวนให้ฉันได้ลง จึงเป็นไปเพื่อยังอัตภาพเท่านั้น ท่านยังพาไปในที่ต่าง ๆ เช่น ขึ้นเขา เข้าชุมชน เป็นต้น ทำให้พระนักศึกษาได้ฝึกฝนตนในลักษณะที่ไม่เคยได้พบเป็นอันมาก...” ด้วยท่านถือว่า “...ผู้ที่เป็นพระธรรมทูต ประดุจนักรบ ต้องมีความเข็มแข็งอุทิศตนต่อความยากลำบากได้ จึงจะทำหน้าที่นี้ได้สำเร็จ...” บังเกิดผลให้เป็นศาสนทายาทในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและสืบวงศ์ต่อมาอย่างเข้มแข็งเป็นที่ประจักษ์ในปัจจุบัน

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช จึง “ทรงงดงามในพระวิปัสสนาธุระ ทรงพระศีลาจารวัตรอันไพบูลย์” ปรากฏพระเกียรติคุณผ่านพระกรณียกิจบำเพ็ญมาด้วยพระวิริยภาพ ซึ่งทรงรับฝึกฝนต่อมาจากพระบูรพาจารย์ อันมีพระธรรมวินัยของสมเด็จพระบรมศาสดาเป็นต้นธารดังนี้

ร่วมน้อมถวายสักการะและเรียนรู้รอยทางธรรมในซีรีส์พิเศษชุด "๙๙ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช" พบกัน ทุกวันศุกร์ ณ เพจ ๙๙ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

#99พรรษาสมเด็จพระสังฆราช #สมเด็จพระสังฆราช
#วัดราชบพิธ #ธรรมะจากพระนาม

- องค์เดี๋ยวนี้พระเจ้าบรมโกศทรงสร้าง -------------"...ทูลสนองลายพระหัตถ์ฉบับที่ ๑๗/๘๖*พระเจดีย์ภูเขาทองที่พระนครศรีอยุธย...
07/06/2026

- องค์เดี๋ยวนี้พระเจ้าบรมโกศทรงสร้าง -
------------
"...ทูลสนองลายพระหัตถ์ฉบับที่ ๑๗/๘๖*
พระเจดีย์ภูเขาทองที่พระนครศรีอยุธยานั้น* ดูเหมือนในพงศาวดารเหนือว่ามีใครสร้างมาแต่ก่อนตั้งกรุงศรีอยุธยาแล้ว แต่ไม่น่าเชื่อ ที่น่าเชื่อนั้นที่ว่าเป็นของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองให้สร้างเมื่อตีพระนครศรีอยุธยาได้แล้ว แต่ต้องค้างฤดูฝนอยู่ที่นั่น และให้สร้างตรงพลับพลาที่ประทับเมื่อตั้งล้อมพระนคร ที่เห็นว่าจะจริงดังนั้นด้วยสังเกตเห็นแนวฐานกว้างอย่างพระเจดีย์มอญ องค์พระเจดีย์เดี๋ยวนี้อยู่ลึกเข้าไปกว่าแนวฐานมาก ในพงศาวดารว่าพระเจดีย์องค์เดิมพัง องค์เดี๋ยวนี้พระเจ้าบรมโกศทรงสร้าง
และยังมีนิทานเล่ากันในพื้นเมืองว่าเมื่อพระเจ้าหงสาวดีมาตีพระนครนั้น ตกลงกันกับสมเด็จพระนเรศวรฯ ว่าจะรบกันอย่างธรรมยุทธด้วยให้รี้พลสร้างพระเจดีย์แข่งกันให้สำเร็จในวันเดียว พระเจ้าหงสาวดีสร้างพระเจดีย์ภูเขาทองข้างฝ่ายเหนือ สมเด็จพระนเรศวรฯ สร้างพระเจดีย์ชัยมงคลที่วัดใหญ่ข้างฝ่ายใต้ สมเด็จพระนเรศวร ฯ สร้างแล้วก่อนชนะพระเจ้าหงสาวดี ๆ ก็ต้องเลิกทัพกลับไป
คลองมหานาคที่พระนครศรีอยุธยานั้น มีในพระราชพงศาวดารว่าเมื่อได้ข่าวว่าพระเจ้าหงสาวดีตะเบ็งชะเวตี้ ยก​กองทัพเข้ามาจะตีพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นศึกหงสาวดีครั้งแรกนั้น พระมหานาคบวชอยู่วัดภูเขาทองสึกออกมารับอาสาชวนญาติโยมมาช่วยขุดคลองคูพระนครทางด้านเหนืออีกชั้นหนึ่งที่ในทุ่งภูเขาทอง คนทั้งหลายจึงเรียกชื่อคลองนั้นว่า “คลองมหานาค” สืบมา..."
- สาส์นสมเด็จ พุทธศักราช ๒๔๘๖ -
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
------------
หมายเหตุ :
* ลายพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ ๙/๘๖
ทรงที่วังวรดิศ ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๖ ทูลสนองลายพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ฉบับที่ ๑๗/๘๖
* สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ มีลายพระหัตถ์ตอบที่ ๒๖/๘๖ ณ ตำหนักปลายเนิน คลองเตย ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๖ ถึงเรื่องภูเขาทองนี้ ความว่า
"...เรื่องพระเจดีย์ “ภูเขาทอง” ที่ว่าพระเจ้าหงสาวดีทรงสร้างนั้น เกล้ากระหม่อมก็ทราบ ยังได้ชี้ให้ใครคนหนึ่งดูฐานทักษิณก็ลืมเสียแล้วว่าเป็นมอญ องค์พระเจดีย์เดี๋ยวนี้หลอนอยู่มาก
​หม่อมหลวงพันธุ์ (เป็นลูกหม่อมราชวงศ์สังกวาดในพระองค์เจ้าประเสริฐศักดิ์) เขามาถามถึงภูเขาทองกับคลองมหานาค (ในกรุงรัตนโกสินทร์) ได้บอกเขาไปว่าภูเขาทองนั้นสร้างในรัชกาลที่ ๓ แต่คลองมหานาคนั้นพอจะบอกก็นึกขึ้นมาได้ว่ากรุงเก่าเลยงด หม่อมหลวงพันธุ์นั้นเป็นครู..."
------------
ภาพประกอบ :
เจดีย์ภูเขาทอง หนึ่งในพระเจดีย์หลักครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ตั้งอยู่กลางทุ่งนานอกเกาะเมือง เดิมเป็นเจดีย์ทรงมอญ ต่อมา พ.ศ. ๒๒๘๗ ยอดเจดีย์ได้พังทลายลงเหลือแต่ฐาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พ.ศ. ๒๒๗๕ - ๒๓๐๑) ได้โปรดฯ ให้สร้างเจดีย์แบบใหม่เป็นศิลปะสยาม ย่อมุมไม้สิบสอง ตั้งบนฐานเดิมซึ่งเป็นศิลปะแบบมอญ
Phu Khan Thong ( The Golden Mount), one of the five important pagodas during the Ayudhya period. Ti was first built outside the city wall in a Mon - Style, in 1744; unfortunately the pagoda crumbled to ground. King Boromkot (1733-1758) rebuilt it in the Thai style as seen here.
------------
ภาพนี้ได้นำมารวมกับภาพถ่ายจากสมุดแสดงภาพพระนครศรีอยุธยาที่นายออน มหาดเล็ก ช่างภาพหลวงได้มอบไว้แก่พระยาประเสนชิตศรีพิไลย (ดัด บุนนาค)
ร่วมกันกับภาพถ่ายและภาพพิมพ์ "อยุธยา" ในสายตาชาวตะวันตก ในกรรมสิทธิ์ของสำนักพิมพ์สยาม เรเนซองส์ ซึ่งสำนักพิมพ์ฯ ได้นำมาจัดพิมพ์เป็นหนังสือ
"กรุงเก่าเมื่อกาลก่อน ภาพถ่าย ๑๐๐ ปี พระนครศรีอยุธยา"
หนังสือรางวัลชมเชย ประเภทหนังสือสวยงามทั่วไป
ในการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๕
พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม ด้วยภาพประกอบกว่า ๑๐๐ ภาพพร้อมคำอธิบาย
ภายในเล่มมีทั้งภาพเหตุการณ์สำคัญ อาทิ พระราชพิธีรัชมงคล
ภาพสถานที่สำคัญ อาทิ พระราชวังบางปะอิน ภูเขาทอง พระราชวังโบราณ ฯลฯ
รวมถึงภาพสถานที่สำคัญใกล้เคียง อาทิ พระพุทธบาท สระบุรี อีกด้วย ซึงภาพทั้งหมด ล้วนสะท้อนวิถีชีวิต สภาพบ้านเมืองของเราในครั้งนั้นอันทรงคุณค่า
นับเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า ที่บันทึกไว้ในช่วงปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
------------
เพิ่มเพื่อนและสั่งซื้อผ่าน LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne
Add เลย ทั้งสาระความรู้ กิจกรรมพิเศษ และส่วนลดปัง ๆ รอคุณอยู่ !
------------
ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 02-633-5533 / 063-225-1555
และ Inbox Message ของเราได้เลยค่ะ

#กรุงเก่าเมื่อกาลก่อน

07/06/2026

✨ ขอเชิญทุกท่านร่วมรับชม
งานเสวนาพราหมณ์ ครั้งที่ ๖
เรื่อง"กำเนิดมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ"
เสวนาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง ในวาระครบรอบ 50 ปี ของการก่อตั้งมูลนิธิ ที่จะเวียนมาบรรจบในเดือนกรกฎาคมนี้
📚 พร้อมบรรยายภาพประกอบที่หาดูได้ยากกว่า 300 ภาพ วิทยากรบรรยายพิเศษ โดย อาจารย์ เผ่าทอง ทองเจือ

- ปฏิสังขรณ์ให้พระรูปคงคืนดีขึ้น -------------"...เมื่อพม่าข้าศึกเข้าทำลายพระนครในแผ่นดินสมเด็จพระเอกทัศน์ราชา หลังคาพระ...
06/06/2026

- ปฏิสังขรณ์ให้พระรูปคงคืนดีขึ้น -
------------
"...เมื่อพม่าข้าศึกเข้าทำลายพระนครในแผ่นดินสมเด็จพระเอกทัศน์ราชา หลังคาพระวิหารชำรุดซุดโทรมหรือน่าจะถูกเผาด้วย องค์พระพุทธรูปชำรุดร้าวราน พระพาหาเบื้องขวาหายไปหมด
ข้าพระพุทธเจ้าได้เคยปรารภกันอยู่ว่า จะคิดปฏิสังขรณ์ให้พระรูปคงคืนดีขึ้น ขุนภักดีศรีสรรเพชญ์ พนักงานกองขุดวังเป็นผู้มีศรัทธามาก เที่ยวสืบหาช่างปั้นไทยมาได้ แลมีพระครูโยคานุกูล* วัดเสนาสนารามเป็นผู้กำกับช่าง คอยตรวจตราแนะนำในการส่วนสัด
ได้ลงมือปฏิสังขรณ์ต่อพระพาหาแลพระรัศมีด้วยสิเมนต์ผสม กับซ่อมพระองค์ที่ชำรุด แลนิ้วพระหัตถ์เบื้องซ้ายสำเร็จในพระพุทธศักราช ๒๔๖๓ ข้าพระพุทธเจ้ากับบรรดาผู้ที่ได้ช่วยกันปฏิสังขรณ์ ขอพระราชทานถวายพระราชกุศล..."
- เรื่องเกี่ยวกับพระนครศรีอยุธยา -
พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์)
------------
หมายเหตุ
* คือ พระครูโยคานุกูล (ไสว อมโร) เจ้าอาวาสวัดเสนาสนาราม อยุธยา (พุทธศักราช ๒๔๗๘-๒๔๙๗)
------------
ภาพประกอบ :
"วิหารพระมงคลบพิตร" ในรัชสมัยสมเด็จพระปิยมหาราช ซึ่งได้บูรณะในรัชสมัยสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า
Viharn Phra Mongkol Bophit on the south side of Phra Sri Sanphet Temple, built in the early Ayudhya period, which housed an important Buddha statue in the U-thong and Sukhothai art form.
------------
เมื่อนึกถึงวัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ อยุธยาแล้ว ก็คงจะต้องพูดถึง "วิหารพระมงคลบพิตร" ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน "พระมงคลบพิตร" พระพุทธรูปศิลปะอยุธยาปางมารวิชัย
เมื่อคราวเสียกรุงนั้น วิหารได้ถูกทิ้งร้างมาจนมีสภาพทรุดโทรม เครื่องบนของพระวิหารพังลงถูกพระเมาฬีและพระกรขวาของพระมงคลบพิตรขาด
ในสมัยที่พระยาโบราณราชธานินทร์เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่านั้น ได้เกิดแนวคิดที่จะบูรณะปฏิสังขรณ์ให้คืนคงสภาพดังเดิมคราวหนึ่ง แต่ก็ได้ล้มเลิกไป จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ ๖ จึงได้เริ่มต้นบูรณะองค์พระมงคลบพิตรสำเร็จในพุทธศักราช ๒๔๖๓
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ รัฐบาลสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม จึงได้เริ่มการบูรณปฏิสังขรณ์พระวิหารและองค์พระมงคลบพิตรเสียใหม่ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้
ในการบูรณะครั้งนั้น กรมศิลปากรได้พบพระพุทธรุปบรรจุไว้ในพระอุระด้านขวาเป็นจำนวนมาก จึงได้นำไปเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษมจนถึงทุกวันนี้ การบูรณะต่อๆ มานั้น ได้บูรณะจนถึงขั้นตอนการลงลงรักดำองค์พระมงคลบพิตรไว้
จนกระทั่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชเสาวนีย์ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งในภาคส่วนของอยุธยาและกรมศิลปากร หาทางระดมทุนเพื่อปิดทององค์พระมงคลบพิตร สนองพระดำริของสมเด็จสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร จึงได้มีสภาพงดงามดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน
------------
ภาพนี้ได้นำมารวมกับภาพถ่ายจากสมุดแสดงภาพพระนครศรีอยุธยาที่นายออน มหาดเล็ก ช่างภาพหลวงได้มอบไว้แก่พระยาประเสนชิตศรีพิไลย (ดัด บุนนาค)
ร่วมกันกับภาพถ่ายและภาพพิมพ์ "อยุธยา" ในสายตาชาวตะวันตก ในกรรมสิทธิ์ของสำนักพิมพ์สยาม เรเนซองส์ ซึ่งสำนักพิมพ์ฯ ได้นำมาจัดพิมพ์เป็นหนังสือ
"กรุงเก่าเมื่อกาลก่อน ภาพถ่าย ๑๐๐ ปี พระนครศรีอยุธยา"
หนังสือรางวัลชมเชย ประเภทหนังสือสวยงามทั่วไป
ในการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๕
พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม ด้วยภาพประกอบกว่า ๑๐๐ ภาพพร้อมคำอธิบาย
ภายในเล่มมีทั้งภาพเหตุการณ์สำคัญ อาทิ พระราชพิธีรัชมงคล
ภาพสถานที่สำคัญ อาทิ พระราชวังบางปะอิน ภูเขาทอง พระราชวังโบราณ ฯลฯ
รวมถึงภาพสถานที่สำคัญใกล้เคียง อาทิ พระพุทธบาท สระบุรี อีกด้วย ซึงภาพทั้งหมด ล้วนสะท้อนวิถีชีวิต สภาพบ้านเมืองของเราในครั้งนั้นอันทรงคุณค่า
นับเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า ที่บันทึกไว้ในช่วงปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
------------
เพิ่มเพื่อนและสั่งซื้อผ่าน LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne
Add เลย ทั้งสาระความรู้ กิจกรรมพิเศษ และส่วนลดปัง ๆ รอคุณอยู่ !
------------
ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 02-633-5533 / 063-225-1555
และ Inbox Message ของเราได้เลยค่ะ

#กรุงเก่าเมื่อกาลก่อน

- ได้ตั้งใจมั่นคงว่าจะมิให้ชายอื่นเป็นสามีเป็นอันขาด -------------“...การที่ติดพันกันนั้นหลายวันมามีคนรู้มากขึ้น ก็เลยรู...
05/06/2026

- ได้ตั้งใจมั่นคงว่าจะมิให้ชายอื่นเป็นสามีเป็นอันขาด -
------------
“...การที่ติดพันกันนั้นหลายวันมามีคนรู้มากขึ้น ก็เลยรู้ไปถึงเจ้าจอมมารดาผึ้ง เจ้าจอมมารดาของกรมหลวงพิชิตปรีชากร และกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ บอกออกไปให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์*ทราบ ก็สั่งท่านผู้หญิงอิ่มมารดา ให้รับเจ้าคุณพระประยูรวงศ์กลับไปไว้บ้านเสียอย่างเดิม.....คิดดูเวลาที่เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ ต้องกลับออกไปอยู่บ้าน คงเป็นในตอนปลายเดือน ๗ หรือต้นเดือน ๘ ปีเถาะ เมื่อก่อนจะออกไปพอพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงทราบข่าว ก็ตรัสให้พระพี่เลี้ยงกลาง*เข้าไปทูลพระองค์ใหญ่โสม ว่าขอให้ทรงช่วยให้ได้พบกับเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ อีกสักครั้งหนึ่งก่อน พระองค์ใหญ่โสม* จึงตรัสสั่งให้นางสุ่นข้าหลวงซึ่งเป็นพี่เลี้ยง ไปเป็นเพื่อนกับพระพี่เลี้ยงกลาง เป็นสามคนด้วยกัน เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ ท่านเล่าว่าเมื่อพบกัน เป็นแต่รันทดกำสรดโศก หาได้ปรึกษาหารือคิดอ่านกันอย่างไรไม่
แต่ส่วนตัวท่านเองเมื่อกลับออกไปอยู่บ้าน ได้ตั้งใจมั่นคงว่าจะมิให้ชายอื่นเป็นสามีเป็นอันขาด ถ้าหากผู้ใหญ่ในสกุลจะเอาไปยกให้ผู้อื่น ท่านก็จะหนีตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ มา จะเป็นอย่างไรก็ให้เป็นไป แต่ข้างฝ่ายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้านั้น พวกชาววังที่รู้เห็นการครั้งนั้น เล่ากันมาแต่ก่อนว่า พอเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ต้องกลับไปอยู่บ้านก็เฝ้าแต่ทรงเศร้าโศก ไม่เป็นอันจะทรงเสวยหรือเข้าเฝ้าแหน
จนกรมสมเด็จพระสุดารัตน์ฯ* ตกพระทัย เสด็จเข้าไปปรึกษาเจ้าจอมมารดาเที่ยง ว่าจะควรทำอย่างไร เจ้าจอมมารดาเที่ยง มีความรักใคร่ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ๆ มาแต่ยังทรงพระเยาว์ จึงออกไปที่พระตำหนักสวนกุหลาบ ทูลปลอบว่าอย่าให้ทรงเป็นทุกข์ไปเลย ท่านรับจะไปกราบทูลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ตรัสขอพระราชทาน แล้วก็ไปกราบทูลตามที่รับนั้น
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสงสาร และทรงพระราชดำริใคร่ครวญเห็นว่าเป็นการดีด้วยจึงตรัสขอต่อเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ในที่ระโหฐานก่อน เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ยอมถวาย แล้วจึงมีพระราชหัตถ์เลขาให้พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าหญิงโสมาวดี เชิญไปยังเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ด้วยกันกับท้าววรจันทร์ (มาลัย) กับ ท้าวสมศักดิ์ (เนย) ตรัสขอเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ อย่างเปิดเผย เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ก็ทูลถวายตามพระราชประสงค์ เป็นอันตกลงด้วยความยินดีทั้งสองฝ่าย แต่ยังต้องคอยให้พระยาสุรวงศ์ ฯ*กลับจากยุโรป และหาฤกษ์กับเตรียมการถวายตัวอยู่อีกหลายเดือน
ในระหว่างนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ กับเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ ให้คนไปมาและส่งของถึงกันก็ไม่มีใครห้ามปราม พระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์กลับมาถึงกรุงเพฯ เมื่อเดือน ๑๐ ปีเถาะนั้น ถึงเดือน ๑๒ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ก็ให้ท่านผู้หญิงพันกับคุณเล็กพี่สาว พาเจ้าคุณพระประยูรวงศ์เข้าไปถวายตัวต่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วพักอยู่กับเจ้าจอมมารดาเที่ยงจนถึงฤกษ์ ที่จะพระราชทาน
วันนั้นเวลากลางวัน เจ้าจอมมารดาเที่ยงพาเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ขึ้นเฝ้ากราบถวายบังคมลาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพรและสิ่งของต่างๆ มีขันทองกับพานทองรองขันสำรับหนึ่ง เงินตรา ๕ ชั่ง กับเครื่องนุ่งห่มแต่งตัวหีบหนึ่ง แล้วตรัสเรียกผ้าห่มเยียระบับสองชั้นมาพระราชทานเพิ่มอีกผืนหนึ่ง ในค่ำวันนั้นถึงเวลาสองทุ่ม
(๒๐ นาฬิกา) เจ้าจอมมารดาเที่ยงกับเฒ่าแก่ ก็พาไปส่งตัวยังพระตำหนักสวนกุหลาบ...”
- ประวัติเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ -
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
------------
หมายเหตุ :
* เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ คือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)
* พระพี่เลี้ยงกลาง เป็นพระพี่เลี้ยงของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
* พระองค์ใหญ่โสม คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสมรรัตนศิริเชฐ
* กรมสมเด็จพระสุดารัตน์ฯ คือ สมเด็จพระบรมราชมาตามหัยยิกาเธอ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร
* พระยาสุรวงศ์ ฯ คือ เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค)
------------
ภาพประกอบ :
เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (แพ บุนนาค)
------------
📚 หนังสือราชินิกุลบุนนาค
หนังสือที่ระลึกในวาระครบรอบชาตกาล 275 ปี เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล พระขนิษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในพุทธศักราช 2567 และครบรอบถึงแก่อสัญกรรม 220 ปี เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ในพุทธศักราช 2568 สองปฐมวงศ์ราชินิกุลบุนนาค
------------
✨ ชมสารบัญได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/19w6DR51A3/?mibextid=wwXIfr
------------
🎟️ ชมรายละเอียดและตัวอย่างหนังสือได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1CjQpnnbPY/?mibextid=wwXIfr
------------
:: ติดต่อสอบถามได้ที่ ::
- Facebook : https://www.facebook.com/share/176bSQkANU/?mibextid=wwXIfr
- LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne

- ผู้รักษาสมบัติสำหรับสกุล -------------“...เมื่อปีระกา พ.ศ. ๒๔๕๒ เจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ผู้บิดา ถึงอสัญกรรม ทรงพระกร...
04/06/2026

- ผู้รักษาสมบัติสำหรับสกุล -
------------
“...เมื่อปีระกา พ.ศ. ๒๔๕๒ เจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ผู้บิดา ถึงอสัญกรรม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสุริยานุวงศ์* เมื่อยังเป็นพระยาอินทรวิชิต เป็นผู้รักษาสมบัติสำหรับสกุลของสมเด็จเจ้าพระยาแทนบิดาต่อมา
ที่เรียกว่าสมบัติสำหรับสกุลนั้น คือ อัฐิเจ้าคุณพระราชพันธุ์ผู้เป็นต้นสกุล และสิ่งของบางอย่างซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่สมเด็จเจ้าพระยา ฯ สมบัติทั้งนี้รักษามาตั้งแต่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ แล้วทรงมอบให้เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์และเจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ เป็นผู้รักษาสืบ ๆ กันมาดังนี้...”
- ประวัติพระยาสุริยานุวงศ์ประวัติ (เต็น บุนนาค) -
พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
------------
หมายเหตุ :
* พระยาสุริยานุวงศ์ประวัติ (เต็น บุนนาค) เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๑๘ เป็นบุตร นายพลโท เจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ (โต บุนนาค) กับท่านผู้หญิงตลับ ธิดาพระสุพรรณสมบัติ (ถมยา โอสถานนท์) เนื่องจากเป็นบุตรคนโตผู้สืบตระกูล บิดามารดาจึงกวดขันเรื่องการศึกษาตั้งแต่แรก พอได้ศึกษาอักขรสมัยเบื้องต้น โกนจุก และบรรพชา ณ วัดพิชัยญาติการาม ตามประเพณีแล้ว จึงเข้าศึกษาในโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ จากนั้นไปศึกษาภาษาอังกฤษที่โรงเรียนนันทอุยานกับโรงเรียนอัสสัมชัญ จนสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร บิดาก็ส่งไปศึกษาต่อยังประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๔
------------
ภาพประกอบ :
โกศอัฐิเจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล
------------
📚 หนังสือราชินิกุลบุนนาค
หนังสือที่ระลึกในวาระครบรอบชาตกาล 275 ปี เจ้าคุณพระราชพันธุ์นวล พระขนิษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในพุทธศักราช 2567 และครบรอบถึงแก่อสัญกรรม 220 ปี เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ในพุทธศักราช 2568 สองปฐมวงศ์ราชินิกุลบุนนาค
------------
✨ ชมสารบัญได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/19w6DR51A3/?mibextid=wwXIfr
------------
🎟️ ชมรายละเอียดและตัวอย่างหนังสือได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1CjQpnnbPY/?mibextid=wwXIfr
------------
:: ติดต่อสอบถามได้ที่ ::
- Facebook : https://www.facebook.com/share/176bSQkANU/?mibextid=wwXIfr
- LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne

- อเนกทาน ------------เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบ...
03/06/2026

- อเนกทาน -
-----------
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
-----------
สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า มีพระราชจริยาวัตรใฝ่ในการพระราชกุศลอยู่เสมอ แม้ก่อนที่จะทรงดำรงตำแหน่งสภาชนนีแห่งสภาอุณาโลมแดง (สภากาชาดไทยในปัจจุบัน) เมื่อ พุทธศักราช ๒๔๓๖ ทรงสนพระราชหฤทัยในกิจการสาธารณสุขของประเทศมาแต่เดิม
คราวเฉลิมพระชนมพรรษาในปีหนึ่ง ได้เสด็จมายังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อทรงเยี่ยมผู้ป่วย ปรากฏรายการสิ่งของพระราชทานในสำรับหนึ่ง ๆ ประกอบด้วย
“...สำรับคาว ๑ สำรับมีชามฝาลายคราม เตมด้วยอาหารอย่างประณีต ๕
สำรับหวาน ๑ สำรับ มีชามฝาลายคราม เตมด้วยอาหารอย่างประณีต ๔
ชามเข้าลายครามมีถาดรอง ๑
ขันครอบทองเหลือง ๑
กระโถนลายคราม ๑
หีบหมากกะมะลอมีเครื่องพร้อม ๑
ขวดพิมเสน ๑
มีดพับเจียนหมาก ๑
ผ้าห่มขนหนู ๑
เสื่ออ่อน ๑
หมอนระบาย ๑
กานวม ๑
ถ้วยกินน้ำร้อนมีจานรอง ๑
ผ้าพื้น ๒
ผ้าขาว ๒...”
- แจ้งความกรมพยาบาล -
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖ แผ่นที่ ๒๕
วันที่ ๒๒ กันยายน รัตนโกสินทร์ศก ๑๐๘ (พุทธศักราช ๒๔๓๒)
-----------
ภาพประกอบ :
สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี (สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า)
Her Majesty Queen Savang Vadhana.
------------
ภาพนี้ เป็นหนึ่งในภาพถ่ายและภาพพิมพ์สมัยรัชกาลที่ ๔ - ต้นรัชกาลที่ ๖ จำนวนกว่า ๘๐ ภาพ ในกรรมสิทธิ์ของสำนักพิมพ์ สยาม เรเนซองส์
ที่ได้นำมาวิเคราะห์เรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ และคลี่คลายเหตุการณ์เบื้องหลังภาพโบราณเหล่านั้นด้วยเอกสารชั้นต้น เพื่อฉายภาพความทรงจำแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ให้กระจ่างยิ่งขึ้น เติมเต็มจินตนาการ และเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจต่อบ้านเมืองและวิถีชีวิตผู้คนในยุคสมัยนั้น ในผลงานหนังสือ
สมุดภาพสยามเรเนซองส์ : ความทรงจำแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เล่ม ๑
Reminiscence of Rattanakosin Vol.1 (1851 - 1911)
หนังสือดีเด่น ประเภทหนังสือสวยงามทั่วไป ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๑ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ถ่ายทอดภาพต้นฉบับเหล่านี้ด้วยเทคโนโลยีการถ่ายภาพความละเอียดสูง พร้อมเทคนิคการพิมพ์ที่ทันสมัย จัดพิมพ์สี่สี (พร้อมสีพิเศษ) ด้วยกระดาษอาร์ตคุณภาพดีจากต่างประเทศ รูปเล่มขนาดใหญ่ สวยงาม เพื่อให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินกับสาระของเนื้อหาและภาพความทรงจำแห่งกรุงรัตนโกสินทร์อันทรงคุณค่าเหล่านี้ได้อย่างเต็มอิ่มที่สุด
------------
เพิ่มเพื่อนและสั่งซื้อผ่าน LINE Official Account ของ Siam Renaissance ได้ที่ https://bit.ly/3RMEIne
Add เลย ทั้งสาระความรู้ กิจกรรมพิเศษ และส่วนลดปัง ๆ รอคุณอยู่ !
------------
ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 02-633-5533 / 063-225-1555
และ Inbox Message ของเราได้เลยค่ะ



#สมุดภาพสยามเรเนซองส์

Address

อาคารมโนรม ชั้น 14 ถนนพระราม4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย

10110

Opening Hours

Monday 10:00 - 17:00
Tuesday 10:00 - 17:00
Wednesday 10:00 - 17:00
Thursday 10:00 - 17:00
Friday 10:00 - 17:00

Telephone

+6626335533

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Siam Renaissance posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to Siam Renaissance:

  • Want your business to be the top-listed Media Company?

Share