Thoughtful Media Group Thailand

Thoughtful Media Group Thailand The premier digital ad company for advertisers, merchants & 10K+ influencers in Southeast Asia

เราเป็น Global Multi Platform Network (MPN) ที่เชี่ยวชาญด้านการสร้างการเติบโตให้กับ Influencers ใน YouTube, Facebook, TikTok, Instagram, Twitter และ Social Network อื่น ๆ ซึ่งมีสาขาอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา, จีน และไทย

เราทำหน้าที่เป็นคนกลางที่เชื่อมระหว่างแบรนด์กับ Influencers เข้าหากันด้วยการผลิตโฆษณาที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุดในสื่อดิจิตอลผ่านการใช้ Influencers ในหลา

กหลายสาขาเช่น บันเทิง ความงาม เกม และอื่นๆ

เราใช้ความเป็นตัวตนของ Influencers ในการผลักดันให้เขาผลิตงานที่สร้างสรรค์โดยมีเราเป็นผู้คอยดูแลอย่างใกล้ชิดและช่วยวางไอเดีย

http://thailand.thoughtfulmedia.com/

🔫🌸สงกรานต์ปีนี้ ขอให้เป็นช่วงเวลาที่ได้รีชาร์จพลังกายใจอย่างเต็มที่นะคะ เริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยความสดชื่น เจอแต่เรื่องราวด...
13/04/2026

🔫🌸สงกรานต์ปีนี้ ขอให้เป็นช่วงเวลาที่ได้รีชาร์จพลังกายใจอย่างเต็มที่นะคะ เริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยความสดชื่น เจอแต่เรื่องราวดี ๆ ที่ทำให้ใจฟูได้ตลอดวัน สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ😍

May your Songkran be as refreshing as it is joyful. Happy Songkran Festival 2026! 💦✨

#สงกรานต์

📊⚫️สรุปอินไซต์จาก TikTok สำหรับการทำการตลาดช่วงสงกรานต์ 2026 ที่น่าสนใจสงกรานต์ปี 2026 นี้ TikTok ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่...
07/04/2026

📊⚫️สรุปอินไซต์จาก TikTok สำหรับการทำการตลาดช่วงสงกรานต์ 2026 ที่น่าสนใจ
สงกรานต์ปี 2026 นี้ TikTok ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เสพความบันเทิงอีกต่อไป แต่มียอดการค้นหาพุ่งสูงขึ้นถึง 31% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคใช้ TikTok เป็นเครื่องมือหลักในการ "ออกแบบประสบการณ์สงกรานต์" ของตนเอง แบรนด์จึงต้องปรับมุมมองใหม่ โดยใช้เทศกาลนี้เป็น Strategic Kick-off เพื่อจุดกระแสการจับจ่ายให้เป็น Sustained Seasonal Economy ที่เติบโตลากยาวไปตลอดทั้งซัมเมอร์
🚀เทรนด์สำคัญเป็นการยกระดับ "Discovery" สู่ "Demand"
หัวใจสำคัญของการทำการตลาดบน TikTok ปีนี้ คือการเปลี่ยนยอดวิวให้เป็นยอดขาย โซลูชันแบบ Full-Funnel ของแพลตฟอร์มจะช่วยให้แบรนด์เปลี่ยน Awareness ให้กลายเป็น Action ที่ขับเคลื่อนธุรกิจได้จริง ครอบคลุมตั้งแต่การกระตุ้นยอดขาย การเก็บ Leads ผ่านแชท ไปจนถึงการดึง Traffic เข้าสู่เว็บไซต์
🔥กลุ่มสินค้ามาแรงที่แบรนด์ต้องจับตา
👠Fashion: มียอดค้นหาพุ่งทะลุกว่า 160 ล้านครั้ง คีย์เวิร์ดสำคัญคือ "Festival Attire" ผู้บริโภคมองหาชุดที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยเก๋และการใช้งานได้จริงในวันเล่นน้ำ
💄Beauty: มียอดค้นหาสูงถึง 75.5 ล้านครั้ง นำโดยครีมกันแดด (645,000 ครั้ง) และไอเทมกันน้ำ/กันเหงื่อ (787,000 ครั้ง) ตอกย้ำชัดเจนว่า "ความติดทน" คือ Pain Point อันดับ 1 ที่ผู้บริโภคต้องการให้แบรนด์ช่วยแก้ปัญหา
แบรนด์ที่จะเป็นผู้ชนะในสมรภูมิซัมเมอร์ 2026 ต้องมองข้ามแคมเปญระยะสั้น แต่เน้นการสื่อสารที่ "จริงใจและใช้งานได้จริง" ควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จาก TikTok Shop เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ไร้รอยต่อ ปิดการขายได้ทันทีตั้งแต่จบคลิปค่ะ
ส่วนใครที่อยากรู้กลยุทธ์มัดใจผู้บริโภคและปิดการขาย ติดตามอ่านได้ในคอมเมนต์เลยค่ะ👇
ข้อมูลจาก:
- TikTok for Business Thailand เปิดเผยอินไซต์ผ่านงานแถลงข่าว "2026 Songkran & Summer Performance" โดย คุณธัญวุฒิ วงษ์สุนทร General Manager, TikTok for Business ประเทศไทย
- Marketing Oops! — สรุป 4 อินไซต์ TikTok สงกรานต์ 2026
#สงกรานต์2569

03/04/2026

ขายของยังไง ไม่ให้เหมือนขาย? แจกสูตรทำคอนเทนต์ ให้คนดูพร้อมซื้อ! (อ่านในคอมเมนต์เลย)👇

🤔▶เหนื่อยทำคลิปแทบแย่ ทำไมยอดวิวหลักล้าน ถึงเปลี่ยนเป็นยอดขายไม่ได้สักที?เชื่อว่าหลายคนที่ทำธุรกิจหรือเป็นครีเอเตอร์ น่า...
01/04/2026

🤔▶เหนื่อยทำคลิปแทบแย่ ทำไมยอดวิวหลักล้าน ถึงเปลี่ยนเป็นยอดขายไม่ได้สักที?
เชื่อว่าหลายคนที่ทำธุรกิจหรือเป็นครีเอเตอร์ น่าจะเคยแอบท้อกันบ้างใช่ไหมคะ? เวลาที่เราตั้งใจทำคลิปจนยอดวิวพุ่งไปเป็นล้าน แต่พอมาดูยอดสั่งซื้อ กลับน้อยจนใจหาย
เรามักจะคิดเสมอว่า "ถ้าคลิปไวรัล เดี๋ยวยอดขายก็มาเอง" แต่พอมาถึงวันนี้ ความจริงที่น่าเจ็บปวดคือ ยอดวิว เราใช้เงินซื้อได้ค่ะ แต่ความเชื่อใจ (Trust) ต่อให้มีเงินร้อยล้าน ก็ซื้อใจคนไม่ได้เลยสักบาท
ลองสลับบทบาทเป็นตัวเราเองในฐานะคนซื้อดูก็ได้ค่ะ วันนี้ฟีดของเรามีแต่คอนเทนต์ที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมา AI สามารถเสกรูปเสกคลิปได้ในพริบตา มีทั้งของจริง ของปลอม ข้อมูลล้นไปหมด จนเราทุกคนเผลอสร้างกำแพง ขึ้นมาในใจโดยไม่รู้ตัว ต่อให้สินค้านั้นจะดีเลิศแค่ไหน แต่ถ้าเซนส์เราบอกว่า "ยังไม่อิน ยังไม่ไว้ใจ" เราก็คงไม่กล้าซื้อหรอก จริงไหมคะ?
เรื่องนี้โดนใจมาก ๆ จากเวที Martech Expo 2026 ที่คุณปู (Tellscore) และคุณโซอี้ (Digital Shortcut) ได้มาแชร์ให้ฟังค่ะ ทั้งสองท่านตอกย้ำเลยว่า ทางรอดเดียวของเราในปีนี้ ไม่ใช่การวิ่งตามหาคลิปไวรัลอีกต่อไป แต่เราต้องหันมาสร้าง "Trust Economy" หรือพื้นที่ที่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อใจต่างหาก
✨ถ้าวันนี้เราอยากละลายพฤติกรรมคนดู ให้กลายมาเป็นคนที่รักแบรนด์เราจริงๆ ลองค่อยๆ ปรับ 3 เรื่องนี้ไปด้วยกันนะคะ
1. เปลี่ยน "คนดูแปลกหน้า" ให้กลายเป็น "แก๊งเดียวกัน" (Audience → Community)
ใครๆ ก็ขายของยากกับคนแปลกหน้าค่ะ แต่ถ้าเป็นเพื่อน เราจะคุยกันง่ายขึ้นเยอะ ลองเริ่มจากจุดเล็กๆ อย่างการใส่ใจตอบคอมเมนต์ จำชื่อคนดูที่ทักมาบ่อยๆ ให้ได้ ทำให้เขารู้สึกว่า "ที่นี่มีคนรอฟังเขาอยู่นะ" ลองดูความน่ารักของช่องคุณฟาโรส, DataRockie หรือเพจน้องจุ๊มเหม่งสิคะ เวลาเขาเปิดพรีออเดอร์อะไร แทบไม่ต้องเหนื่อยยิงแอดเลย เพราะมีแฟนๆ ในคอมมูนิตี้ ที่พร้อมสนับสนุนรออยู่แล้ว
2. เลิกโชว์ความเพอร์เฟกต์ แล้วหันมาแชร์ "เรื่องจริง" (Content → Experience)
คนยุคนี้เซนส์ไวมากค่ะ เขาดูออกว่าอะไรคือโฆษณา ลองลดการตะโกนบอกว่า "ของเราดีที่สุด" ลงสักนิด แล้วหันมาเล่าความจริงให้มากขึ้น เล่าว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ เราเคยพลาดอะไรมาบ้าง อุปสรรคคืออะไร หรือ Before/After ที่เรียลจริงๆ คือแบบไหน เชื่อไหมคะว่าความไม่สมบูรณ์แบบแต่จริงใจ นี่แหละ คือเสน่ห์ที่ดึงดูดคนได้ดีที่สุด
3. ไม่ต้องยัดเยียดขาย แค่ "หยิบยื่นทางออกที่ใช่" (Soft Sell → Right Offer)
เราทุกคนชอบช้อปปิ้งค่ะ แต่เราแค่เกลียดการถูกบังคับให้ซื้อ ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่นะคะ เราไม่ได้กำลังจะขายของ แต่เรากำลังพยายาม "ช่วยแก้ปัญหา" ให้เขาอยู่ ลองเล่าให้เขาฟังว่าของสิ่งนี้จะทำให้ชีวิตเขาง่ายขึ้นยังไง แล้วถอยออกมาหนึ่งก้าว ปล่อยให้เขาเป็นคนตัดสินใจเลือกด้วยตัวเองค่ะ
✅เสร็จแล้วแล้ว ลองมาเช็กสุขภาพช่องของเราด้วยหลัก "4 ถูก" กันค่ะ
ลองถามตัวเองดูนะคะว่า วันนี้ธุรกิจ หรือแบรนด์ของเรามีครบ 4 ข้อนี้หรือยัง?
1. ถูกได้ยิน: คนดูสัมผัสได้ไหมคะ ว่าเราแคร์และรับฟังเสียงของเขาจริงๆ?
2. ถูกเรื่อง: คอนเทนต์ที่เราทำ เป็นเรื่องที่เขาอยากรู้... หรือเป็นแค่เรื่องที่เราอยากจะขายเพียงฝ่ายเดียว?
3. ถูกตัวตน: สไตล์การพูด ท่าทาง หรือแม้แต่การพิมพ์ของเรา ชัดเจนพอที่คนจะจำได้ว่าเป็นเราไหมคะ?
4. ถูกรอคอย: เราเคยทำให้ใครสักคน รู้สึกตั้งตารอ คลิปต่อไปของเราได้หรือยัง?
ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่ายังขาดข้อไหนไป ไม่ต้องเครียดเลยนะคะ เราเพิ่งเริ่มปรับตัว ค่อยๆ เติมไปทีละนิดได้เลยค่ะ
ลองหันมาโฟกัสกับตัวเลขที่บอกความผูกพันจริงๆ ดีกว่า นั่นคือ:
1. Engagement Rate: มีคนคุยกับเรา เซฟคลิปเรา หรือแชร์ต่อไหม (บอกเลยว่าถ้าทำแบบออร์แกนิกในไทย แล้วได้สัก 4–5% นี่คือเก่งมากๆ แล้วนะคะ ปรบมือให้ตัวเองเลย!)
2. Watch Time: คนดูอยู่ฟังเราจนจบไหม นี่แหละค่ะคือตัวสะท้อนคุณค่าที่แท้จริง
สุดท้ายนี้
ในโลกที่ AI เก่งจนน่ากลัว เรียนรู้ได้ทุกอย่าง แต่ มีเพียงสิ่งเดียวที่ระบบคอมพิวเตอร์พวกนี้ทำไม่ได้ และไม่มีวันทำได้ คือ ความผูกพันและความเชื่อใจระหว่างมนุษย์ด้วยกันค่ะ
มาเริ่มสร้าง Trust ให้แข็งแรง แล้วยอดขายที่ยั่งยืน จะตามมาเองค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ 😊
#การตลาด

🥇Marketing Trends Tier List อัปเดตอินไซต์ สรุปกลยุทธ์ไหนรอด กลยุทธ์ไหนร่วง 📊ผ่านมาจนจบไตรมาสแรกของปีแล้ว หลายแบรนด์น่าจะ...
30/03/2026

🥇Marketing Trends Tier List อัปเดตอินไซต์ สรุปกลยุทธ์ไหนรอด กลยุทธ์ไหนร่วง 📊
ผ่านมาจนจบไตรมาสแรกของปีแล้ว หลายแบรนด์น่าจะเริ่มวัดผลแคมเปญและเห็นภาพชัดขึ้นแล้วใช่มั้ยคะว่า แผนที่วางไว้มีอะไรเวิร์กบ้าง เพราะตอนนี้พฤติกรรมผู้บริโภคและอัลกอริทึมบนโซเชียลปรับตัวไวมาก สิ่งที่เคยทำแล้วปังเมื่อปีก่อน วันนี้อาจกลายเป็นแค่มาตรฐานพื้นฐานที่ใครๆ ก็ทำกัน
เราเลยขอสรุปอินไซต์จริงจากหน้างาน มาจัดอันดับ Tier List ให้ดูกันชัดๆ ว่านาทีนี้เทรนด์ไหนคือตัวที่ต้องรีบทำ และเทรนด์ไหนที่ควรพักก่อน
💙ไฮไลต์กลยุทธ์ที่ขาดไม่ได้ (Must-Have)
นาทีนี้ความเรียลคือผู้ชนะค่ะ ผู้บริโภคเชื่อใจวิดีโอสั้นติดตะกร้าและคอนเทนต์ UGC ที่มาจากผู้ใช้งานจริง มากกว่าการขายแบบตรงไปตรงมา ยิ่งถ้าแบรนด์ไหนนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเสิร์ฟข้อความให้ตรงใจรายบุคคล พร้อมกับปรับหน้าโปรไฟล์ให้ค้นหาเจอง่ายบนโซเชียล จะยิ่งเพิ่มโอกาสปิดการขายได้แบบก้าวกระโดด
❌ไฮไลต์สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง (Red Flag)
ในทางกลับกัน การทำการตลาดแบบฉาบฉวย อย่างการสร้างประเด็นลบเพื่อเรียกยอดวิว หรือการคัดลอกข้อความจาก AI มาโพสต์ดื้อๆ โดยไม่เกลาภาษาให้ดูเป็นธรรมชาติ คือสิ่งที่คนยุคนี้พร้อมปัดทิ้งทันที แม้จะได้กระแสหรือยอดวิวในระยะสั้น แต่ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของแบรนด์จะเสียไปในระยะยาว ซึ่งถือว่าได้ไม่คุ้มเสียเลยค่ะ
ลองสแกนเช็กลิสต์กันดูนะคะว่าแผนการตลาดที่รันอยู่ตอนนี้ จัดอยู่ในเลเวลไหน การทำการตลาดให้เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การวิ่งตามทุกกระแส แต่คือการเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะกับคาแรกเตอร์แบรนด์ และไปโผล่ให้ถูกที่ถูกเวลา
ชาว Marketer มีกลยุทธ์ไหนที่ลองทำแล้วเริ่ดสุด ๆ จนอยากดันขึ้นระดับท็อปบ้าง แวะมาคอมเมนต์แชร์ไอเดียกันได้เลยค่ะ😍

✨Facebook เปิดตัวโปรแกรมใหม่ Creator Fast Track ทุ่มงบจ่ายการันตีหลักแสน ดึงคนทำ Reelsช่วงนี้ใครทำวิดีโอสั้นน่าจะเห็นควา...
23/03/2026

✨Facebook เปิดตัวโปรแกรมใหม่ Creator Fast Track ทุ่มงบจ่ายการันตีหลักแสน ดึงคนทำ Reels
ช่วงนี้ใครทำวิดีโอสั้นน่าจะเห็นความเคลื่อนไหวใหญ่จากฝั่ง Meta กันบ้างแล้ว ล่าสุด Facebook ปล่อยโปรแกรมใหม่ชื่อ 'Creator Fast Track' ออกมาดึงครีเอเตอร์จากแพลตฟอร์มอื่นมาลง Reels แบบจัดเต็มด้วยการให้เงินการันตีรายได้กันเลยทีเดียว!
วันนี้เราได้สรุปประเด็นสำคัญที่ต้องรู้มาให้แล้วค่ะ
🤔ได้เงินเท่าไหร่?
รับเงินการันตี 3 เดือนแรกแบบไม่ต้องลุ้นยอดวิว แบบเริ่ด ๆ
จุดเด่นของโปรแกรมนี้คือการให้เงินก้อนคงที่ตลอด 3 เดือนแรก โดยพิจารณาจากฐานแฟนคลับที่มีอยู่แล้วบนแพลตฟอร์มอื่น ไม่ว่าจะเป็น IG, TikTok หรือ YouTube
- ผู้ติดตาม 100,000 คน รับ $1,000 ต่อเดือน
- ผู้ติดตาม 1 ล้านคนขึ้นไป รับ $3,000 ต่อเดือน
เมื่อทำครบตามกำหนด ระบบจะเปิดสิทธิ์เข้าถึง Facebook Content Monetization ทำเงินจากยอดวิวต่อได้ทันที เพื่อให้สามารถสร้างรายได้จากประสิทธิภาพของคอนเทนต์ต่อไปยาวๆ
📑เงื่อนไขโพสต์แบบไม่กดดัน
สำหรับฝั่งการผลิตถือว่าไม่กดดันมาก ขอแค่โพสต์ Reels อย่างน้อย 15 คลิปภายในหนึ่งเดือน และกระจายวันลงอย่างน้อย 10 วัน ที่สำคัญคือไม่มีการกำหนดขั้นต่ำของยอดวิวหรือ Engagement ใดๆ
คอนเทนต์ที่ลงต้องเป็นงานออริจินัลของเราเอง จะใช้ AI ช่วยสร้างสรรค์ก็ได้ หากเป็นผลงานของเราจริงๆ และที่สะดวกมากคือสามารถนำคลิปจากช่องทางอื่นมาลงแบบ Cross-post ได้เลย ขอแค่ต้องตั้งค่าเป็นสาธารณะ และไม่เคยลงบน Facebook มาก่อน (หรือไม่ได้ลงในช่วง 6 เดือนล่าสุด) ก็พอค่ะ
▶️ครีเอเตอร์ไทยลุยได้เลยไหม?
ตอนนี้โปรแกรมยังจำกัดสิทธิ์เฉพาะในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาค่ะ เพิ่งเริ่มไปเมื่อเดือนมีนาคม 2026 นี้เอง ส่วนครีเอเตอร์ไทยยังต้องรอกันไปก่อนค่ะ
ถึงเราจะยังเข้าโครงการนี้ไม่ได้ แต่ข้อมูลสถิติของปี 2025 ชี้ชัดเลยว่า Facebook จ่ายเงินให้ครีเอเตอร์เพิ่มขึ้นถึง 35% แตะระดับเกือบ 3,000 ล้านดอลลาร์ โดยเม็ดเงินกว่า 60% มาจาก Reels ยิ่งไปกว่านั้น สัดส่วนคนทำช่องที่หารายได้เกิน $10,000 ต่อปีก็พุ่งสูงขึ้นกว่า 30%
ตัวเลขเหล่านี้บอกเราว่าทิศทางของวิดีโอสั้นบน Facebook ยังเติบโตและทำเงินได้อีกเยอะ แนะนำให้ลุยสร้างรายได้ผ่านระบบปกติไปก่อน โพสต์ให้สม่ำเสมอ รักษามาตรฐานช่องเอาไว้ พอถึงเวลาที่ฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้าไทย ฐานแฟนคลับของเราจะได้แน่นพอที่จะคว้าโอกาสได้ทันทีค่ะ
ข้อมูลจาก: https://about.fb.com/news/2026/03/creator-fast-track-grow-your-audience-earn-money-on-facebook/

🐶😽จับตาเทรนด์สะเทือนฟีด! เมื่อ 'ละครหมาแมว AI' โกยวิวร้อยล้านพร้อมไทอินเนียนกริบ นี่คือขุมทรัพย์ใหม่ของแบรนด์ หรือโจทย์ใ...
17/03/2026

🐶😽จับตาเทรนด์สะเทือนฟีด! เมื่อ 'ละครหมาแมว AI' โกยวิวร้อยล้านพร้อมไทอินเนียนกริบ นี่คือขุมทรัพย์ใหม่ของแบรนด์ หรือโจทย์ใหญ่ของครีเอเตอร์กันแน่?
เบื้องหลังคลิปไวรัลละครสั้นแนวตั้ง "แมวส้มแรงงานสู้ชีวิต" หรือ "น้องหมาบิชอนที่ถูกบูลลี่ก่อนพลิกโฉมเป็นเจ้าหญิง" ที่เราเห็นบนฟีด อาจจะไม่ใช่แค่มีมขำ ๆ อีกต่อไป แต่นี่คืออุตสาหกรรมคอนเทนต์แนวใหม่ ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในจีน และอาจเข้ามา Disrupt วงการสื่อและการตลาดทั่วโลกค่ะ
📈 จากมีมไวรัล สู่อุตสาหกรรม 2 หมื่นล้านหยวน!
คลิปเหล่านี้ถูกสร้างด้วย AI 100% ตั้งแต่บทภาพยนตร์ยันตัดต่อ ภายในสิ้นปี 2025 ตลาดละครสัตว์ AI ในจีนจะเติบโตถึง 7 เท่า! แตะมูลค่า 2 หมื่นล้านหยวน พร้อมกำลังการผลิตสูงถึง 10,000 เรื่องต่อเดือน ทิ้งห่างอุตสาหกรรมแอนิเมชันแบบดั้งเดิมไปหลายเท่าตัว
🎯 ฝั่งนักการตลาด มีมุมมองยังไงต่อเรื่องนี้?
ด้วยสูตรสำเร็จ Emotional Storytelling + สัตว์น่ารัก ทำให้คลิปแนวนี้กวาดวิวหลักร้อยล้านได้ไม่ยาก
- Product Placement: แบรนด์สามารถใช้ Virtual Influencer สัตว์เลี้ยง AI ไทอินสินค้า เช่น ให้แมวส้มถือแชมพูอาบน้ำ หรือกินอาหารเพื่อกระตุ้นยอดขายได้แนบเนียนและประหยัดกว่าจ้างคน
- Case Study: แบรนด์ Pedigree ใช้ AI สร้างภาพน้องหมาหาบ้านแบบสมจริง ดันยอดรับเลี้ยงพุ่ง 50% จนคว้า Grand Prix จาก Cannes 2024 มาแล้ว หรือแบรนด์ Petz ที่ใช้ AI จับอารมณ์หน้าหมาเพื่อแนะนำสินค้า ก็ดันยอดขายพุ่งถึง 60%
🎨 ฝั่งครีเอเตอร์ นี่คือ โอกาสใหม่ หรือ วิกฤตแย่งงาน?
AI ช่วยลดกำแพงการผลิต ต้นทุนลดลงกว่า 90% ใช้ทีมงานเพียง 1-2 คน ก็สามารถปั้นช่องสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน แต่โจทย์ใหญ่คือ เมื่อ AI ผลิตงานได้เร็วกว่า ถูกกว่า และดึงอารมณ์คนดูได้อยู่หมัด อาชีพสายโปรดักชันจะได้รับผลกระทบแค่ไหน? และผู้บริโภคจะยังให้คุณค่ากับความคิดสร้างสรรค์จากมนุษย์อยู่หรือไม่?
เรื่องนี้น่าจับตามากๆ ค่ะ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในจีน มักจะเป็นโดมิโนตัวแรกที่ส่งผลถึงเทรนด์ระดับโลกเสมอ
ในฐานะนักการตลาดหรือครีเอเตอร์ คุณมองว่านี่คือทางรอด หรือทางตัน ของวงการคอนเทนต์? คอมเมนต์มาคุยกันได้นะคะ😍
อ้างอิงข้อมูลจาก: Marketeeronline, mgronline

🚨 ถ้ายังวัดความสำเร็จแคมเปญด้วยยอด 'Reach' และ 'Views' แคมเปญหน้าอาจจะเหนื่อยหน่อยนะคะ! 📉ยิ่งทุ่มงบ ยิงแอดเท่าไหร่ ยอดก็...
16/03/2026

🚨 ถ้ายังวัดความสำเร็จแคมเปญด้วยยอด 'Reach' และ 'Views' แคมเปญหน้าอาจจะเหนื่อยหน่อยนะคะ! 📉
ยิ่งทุ่มงบ ยิงแอดเท่าไหร่ ยอดก็ยิ่งนิ่ง? นั่นเป็นเพราะเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่อัลกอริทึมเป็นคนคัดกรองเนื้อหา และการลงทุนซื้อสื่อแบบเดิม ๆ เริ่มให้ผลตอบแทนน้อยลงเรื่อย ๆ เป้าหมายสูงสุดของแบรนด์จึงไม่ใช่แค่การสร้างการรับรู้ (Awareness) แต่คือการแต่คือการสร้าง Emotional Connection ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค การที่แบรนด์จะอยู่รอดและเติบโตได้ จะต้องเลิกทำตัวเป็นแค่ "สปอนเซอร์" ค่ะ
แล้วจะทำอย่างไรให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในแก่นแท้ของคอมมูนิตี้ได้จริง? ลองมาดู 4 กลยุทธ์ที่จะช่วยปรับมูฟเมนต์ของแบรนด์ให้กลมกลืนและมีเสน่ห์มากขึ้นกันค่ะ
1. Presence 🎯 แทรกซึมเนียนไปกับโมเมนต์ที่ใช่
ลองเปลี่ยนแบรนด์ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคกำลังอิน ไม่ว่าจะเป็นไอเทมในเกมโปรด หรือคอนเทนต์ที่กลมกลืนไปกับหน้าฟีดอย่างเป็นธรรมชาติ เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์แบบเนียนๆ ให้ทุกคนซึมซับโดยไม่ทันรู้ตัวว่ากำลังถูกขาย
2. Proof 🏆 ให้ประสบการณ์จริงช่วยการันตี
แทนที่จะพรีเซนต์ว่าแบรนด์ดีแค่ไหน ปล่อยให้เสียงจากผู้ใช้จริงเป็นตัวพิสูจน์ดีกว่า การเปิดให้รีวิวแบบเรียลๆ หรือการผลักดันผ่าน Social Selling จะช่วยสร้างกระแสบอกต่อแบบปากต่อปาก ซึ่งเป็นพลังมาร์เก็ตติ้งที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือที่สุดในยุคนี้
3. Power 🤝 เป็นแรงสนับสนุนให้คอมมูนิตี้เติบโต
แบรนด์ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของเวทีเสมอไป ลองถอยมารับบทผู้สนับสนุนพื้นที่หรือเครื่องมือ เพื่อให้กลุ่มคนที่มีแพสชันเดียวกันได้โชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่ เช่น การสร้างแพลตฟอร์มให้แฟนคลับมารวมตัวแชร์ผลงาน วิธีนี้จะทำให้ทุกคนมองว่าแบรนด์คือเพื่อนสนิทที่เข้าใจและพร้อมซัพพอร์ตอย่างแท้จริง
4. Participation ✨ เปลี่ยนผู้ชมเป็นผู้ร่วมสร้าง
ขยับสถานะผู้บริโภคจากแค่คนรับสาร ให้กลายมาเป็นคนที่มีส่วนร่วมตัดสินใจกับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโหวตคอลเลกชันใหม่ ออกแบบฟิลเตอร์ AR สนุกๆ ให้คนเล่นและแชร์ต่อ หรือสร้าง Virtual Space ดึงคนเข้ามาจอยกับกิจกรรม เป็นการสร้างความผูกพันและทำให้ทุกคนรู้สึกอินกับแบรนด์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
โมเดลการตลาดยุคใหม่คือการผสานความฉลาดของ AI-driven Big Data เข้ากับคอนเทนต์แบบ Always-on และระบบ Social Selling ค่ะ
ใครกำลังวางแพลนไตรมาสหน้า แชร์โพสต์นี้เก็บไว้เตือนใจ หรือแท็กทีมมาร์เก็ตติ้งมาช่วยกันรื้อกลยุทธ์ด่วนๆ เลยนะคะ! 👇✨

🚨 เช็กลิสต์เตือนภัย! 5 สิ่งที่ธุรกิจต้องรีบ "เลิกทำ" ทันที ถ้าไม่อยากพังในปี 2026! 🚨ผ่านปีใหม่ไปแค่ 2 เดือนกว่า แต่พฤติก...
10/03/2026

🚨 เช็กลิสต์เตือนภัย! 5 สิ่งที่ธุรกิจต้องรีบ "เลิกทำ" ทันที ถ้าไม่อยากพังในปี 2026! 🚨
ผ่านปีใหม่ไปแค่ 2 เดือนกว่า แต่พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน เทคโนโลยี AI ก้าวกระโดด สิ่งที่เคยทำแล้วได้ยอดขายถล่มทลายเมื่อปีก่อนๆ อาจทำให้สียเงินฟรีในปีนี้!
วันนี้เราสรุป 5 สิ่งที่คุณต้องรีบ "เลิกทำ" พร้อมทางแก้ ที่แบรนด์ หรือเจ้าของธุรกิจสามารถเอาไปใช้พลิกเกมยอดขายได้ทันที มาเช็กกันเลยค่ะ! 👇
1. ❌ เลิกวัดผลแค่ยอดวิวยอดคลิก (Impression / Click)
✅ ย้ายไปโฟกัสที่ความสนใจจริง (Attention Metrics)
ปีนี้ต้องใช้เครื่องมือวัดว่าลูกค้าตั้งใจดูโฆษณาเรานานแค่ไหน (Attention) เพื่อจะได้รู้ว่าคอนเทนต์ไหนหยุดนิ้วลูกค้าได้จริง แล้วค่อยอัดงบไปที่ตัวนั้น จะช่วยประหยัดค่าแอดไปได้เยอะเลย
2. ❌ เลิกยึดติดกับการใช้ข้อมูลคุกกี้ (Third-party Data) แบบเดิมๆ
✅ ยิงแอดตามบริบท (Contextual) + จับมือพาร์ทเนอร์ (Data Clean Rooms)
ยุคนี้ความเป็นส่วนตัวสำคัญสุดๆ เปลี่ยนมาลงโฆษณาให้ตรงกับบริบทที่ลูกค้ากำลังดู เช่น ขายชุดออกกำลังกายแทรกในบทความสุขภาพ และถ้าอยากให้แม่นยำขึ้น การแชร์ข้อมูลกับพาร์ทเนอร์ผ่านระบบที่ปลอดภัย (Data Clean Rooms) จะช่วยให้วิเคราะห์ลูกค้าได้เฉียบขาดโดยไม่ผิดกฎหมาย PDPA ค่ะ
3. ❌ เลิกแยกหน้าร้านออนไลน์ กับ ออฟไลน์ ออกจากกันแบบสิ้นเชิง
✅ ลูกค้าเดี๋ยวนี้เดินดูของจริงหน้าร้าน แต่กดสั่งในแอป แบรนด์จะต้องเชื่อมประสบการณ์ให้ไร้รอยต่อ เช่น ทำ AR ให้สแกนหน้าร้านเพื่อรับโค้ดส่วนลด และที่พลาดไม่ได้คือการแบ่งงบไปลงโฆษณาบนแอปช้อปปิ้งโดยตรง (Retail Media) เพราะมันเปลี่ยนความสนใจเป็นยอดสั่งซื้อได้ทันที
4. ❌ เลิกนั่งทำคอนเทนต์แ ละตั้งค่าแอดเองแบบแมนนวลทั้งหมด
✅ ปล่อยให้ AI เป็นผู้ช่วยทุ่นแรง (AI Automation + Generative AI)
อย่ามัวเสียเวลากับงานซ้ำซาก ใช้ Generative AI ช่วยคิดไอเดีย เขียนแคปชัน หรือทำภาพโฆษณา จากนั้นให้ระบบ AI ช่วยปรับงบแอดให้แบบอัตโนมัติ ช่วยลดเวลาทำงานเชิงเทคนิค และมีเวลาไปโฟกัสกลยุทธ์หาเงินเข้ากระเป๋าได้มากขึ้น
5. ❌ เลิกยิงแต่แอดโฆษณาขายตรงแบบฮาร์ดเซลล์
✅ ให้คนจริงช่วยเล่าเรื่อง ผู้บริโภคยุคนี้ เชื่อใจคนด้วยกันมากกว่าแบรนด์ ลองแบ่งงบไปจับมือกับครีเอเตอร์ที่ตรงสาย ให้พวกเขาทำคลิปวิดีโอสั้น หรือ Live สดขายของให้ เพราะมันเข้าถึงใจลูกค้าได้เนียนกว่า เร็วกว่า และสร้างยอดขายได้ไวกว่าการที่แบรนด์ตะโกนขายเอง
🔥 อย่าปล่อยให้ธุรกิจสะดุดเพราะยังใช้ท่าการตลาดแบบเก่า ๆ รีบปรับตัวด่วนเลยนะคะ!
#การตลาด2026 #เทรนด์การตลาด

06/03/2026

กฎใหม่ Meta! ดูวิดีโอแค่ 5 วินาที
ก็นับเป็น "Engage View" แล้ว แบรนด์ และนักการตลาด ควรปรับตัวยังไง?👇

🚀 เจาะอินไซต์ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย สู่มูลค่า 1.8 ล้านล้านบาท! คนไทยยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่ออะไร? ส่องเทรนด์ "Confidence Commerce...
03/03/2026

🚀 เจาะอินไซต์ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย สู่มูลค่า 1.8 ล้านล้านบาท! คนไทยยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่ออะไร? ส่องเทรนด์ "Confidence Commerce" เมื่อความน่าเชื่อถือคือไม้ตายใหม่ของธุรกิจ!
ใครขายของออนไลน์อยู่ หรือเป็นสายช้อปตัวยง มารวมกันตรงนี้! ล่าสุด Lazada จับมือ CUBE INSIGHTS เปิดเผยข้อมูลที่บอกเลยว่า หมดยุคแข่งกันหั่นราคาเพียงอย่างเดียวแล้ว! เพราะตอนนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค "Confidence Commerce" ที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้น เพื่อแลกกับ "ความมั่นใจ"
มาดู 4 อินไซต์เด็ด ที่สะท้อนว่าทำไมแบรนด์และร้านค้าต้องรีบปรับตัว! 👇
1. ตลาดโตกระฉูด มุ่งสู่ 1.8 ล้านล้านบาท!
ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยไม่ได้โตแค่ปริมาณ แต่โตด้วยมูลค่า (Value-driven) คาดการณ์ว่าจะพุ่งแตะ 1.8 ล้านล้านบาทในปี 2030 โตเฉลี่ยถึงปีละ 14%! เลยทีเดียว
2. Mall คือจุดหมายใหม่ของการช้อป
รู้หรือไม่? นักช้อปไทยกว่า 91% ซื้อของผ่าน Mall หรือร้านค้าทางการเป็นประจำ และสัดส่วนยอดขายบน Mall จะพุ่งจาก 30% ในปี 2025 เป็น 55% ภายในปี 2030 เพราะคนต้องการซื้อความสบายใจ ได้ของแท้ และมีนโยบายรับประกันที่ชัดเจน
3. ยอมจ่ายเพิ่ม 5-10% แลกกับคำว่า "ของแท้"
ลูกค้าถึง 67% ยินดีควักกระเป๋าจ่ายแพงขึ้นอีกนิดเพื่อแลกกับความอุ่นใจ โดยเทรนด์นี้เห็นชัดมากในกลุ่มสินค้า:
💄 หมวดความงาม (81%)
👗 หมวดแฟชัน (75%)
📺 หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า (62%)
4. พฤติกรรม Showrooming ลองที่ร้าน แต่กดลงตะกร้าที่บ้าน!
นักช้อปถึง 71% มีพฤติกรรมไปลองจับของจริงที่หน้าร้านออฟไลน์ก่อน แล้วค่อยกลับมาตัดสินใจซื้อออนไลน์ โดยเฉพาะสายบิวตี้ 80% และเครื่องใช้ไฟฟ้า 74%
🛡️แบรนด์ต้องปรับตัวยังไง?
เมื่อลูกค้าต้องการความน่าเชื่อถือ แพลตฟอร์มอย่าง Lazada จึงผลักดัน LazMall ด้วย "4 การันตี" ได้แก่ แบรนด์แท้ 100% - ส่งตรงเวลา - คืนสินค้าไว - สต็อกพร้อม เพื่อตอบโจทย์ Confidence Commerce ยิ่งเราสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าได้มากเท่าไหร่ โอกาสในการปิดการขายและเติบโตระยะยาวก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
อ้างอิงข้อมูลจาก: brandbuffet
#การตลาดออนไลน์ #เทรนด์ผู้บริโภค2026

27/02/2026

เกิดอะไรขึ้นกับวงการครีเอเตอร์ตอนนี้? ยอดวิวพุ่ง แต่รายได้ไม่โตตาม
สรุปอินไซต์ครีเอเตอร์ 2026 สู่ทางรอดที่ยั่งยืน👇

ที่อยู่

Summer Point Building Unit 301 & 302 , 1553 Sukhumvit Road, Phra Khanong Nuea, Watthana Bangkok, Thailand
Klong Toey
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 18:00
อังคาร 09:30 - 18:00
พุธ 09:30 - 18:00
พฤหัสบดี 09:30 - 18:00
ศุกร์ 09:30 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thoughtful Media Group Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Thoughtful Media Group Thailand:

แชร์