GM Financial ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก GM Financial, ครีเอเตอร์ดิจิทัล, Muang Nontha Buri.

24/07/2026

เมืองหมีคุมะมง ฐานผลิตชิประดับโลก /โดย ลงทุนแมน
คุมะมง แมสคอตหมีสีดำ แก้มแดงน่ารัก กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดคูมาโมโตะที่คนทั่วโลกจำได้ไปแล้ว

ถ้านึกถึงคุมะมง ก็นึกถึงคูมาโมโตะ ถ้านึกถึงคูมาโมโตะ ก็นึกถึงคุมะมง

แต่ภาพในอนาคตกำลังจะเปลี่ยนไป เพราะต่อไปถ้านึกถึงเมืองคูมาโมโตะ ก็ต้องนึกถึงคุมะมงที่กำลังถือชิป มันสมองสำคัญที่อยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

พูดถึงหมีคุมะมงแห่งเมืองคูมาโมโตะนั้น มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2010

คุมะมง เรียกได้ว่าเป็นแนวคิดที่ล้ำของ มานาบุ มิซุโนะ นักออกแบบชื่อดังชาวญี่ปุ่น

เพราะจริง ๆ แล้ว จังหวัดคูมาโมโตะจ้างเขาให้ออกแบบแค่โลโก แต่เขาคิดไปไกลถึงขั้นสร้างแมสคอตขึ้นมา

สีดำของตัวคุมะมง เป็นตัวแทนสีปราสาทคูมาโมโตะ
ส่วนแก้มสีแดง เป็นตัวแทนสีภูเขาไฟอาโซะ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด

เมื่อมีแมสคอต เมืองก็มีเรื่องราว คุมะมง แม้จะเป็นหมี แต่ก็เหมือนแมวกวัก ที่เรียกนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาเรื่อย ๆ

จังหวัดคูมาโมโตะ ตัดสินใจทำการตลาด 0 บาท ด้วยการอนุญาตให้เฉพาะแบรนด์สินค้าภายในประเทศญี่ปุ่น นำรูปคุมะมงไปพิมพ์ลงบนสินค้าได้ฟรี ๆ

โดยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ เพื่อสร้างการรับรู้และส่งออกแบรนด์คุมะมงให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

จนกระทั่งในปี 2018 เมื่อคุมะมงติดตลาดทั่วโลกแล้ว จังหวัดคูมาโมโตะจึงเริ่มจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เฉพาะแบรนด์สินค้านอกประเทศญี่ปุ่นที่นำรูปคุมะมงไปใช้ในเชิงการค้า

นับตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว คุมะมงสามารถสร้างมูลค่าการจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องสะสมไปแล้วมากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยสูงถึงกว่า 330,000 ล้านบาท

ซึ่งยังไม่รวมรายได้ทางอ้อมจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัด

จนปัจจุบันรายได้หลักกว่า 70% ของคูมาโมโตะมาจากภาคบริการอย่างการท่องเที่ยวไปแล้ว

แต่ความน่าสนใจบทใหม่ของเมืองนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของแมสคอตหรือการท่องเที่ยว

เพราะตอนนี้ คูมาโมโตะกำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของโลก ด้วยการเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตชิป ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันทั่วโลก

โดย TSMC บริษัทรับจ้างผลิตชิปอันดับ 1 ของโลก ร่วมทุนกับพันธมิตรญี่ปุ่นอย่าง Sony, Denso และ Toyota สร้างโรงงานผลิตชิประดับโลกที่คูมาโมโตะ

ซึ่งโปรเจกต์นี้ รวมทั้งโรงงานที่ 1 และ 2 ใช้เม็ดเงินลงทุนสูงกว่า 700,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

โดยโรงงานที่ 1 เริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว ในช่วงปลายปี 2024 ที่ผ่านมา ส่วนโรงงานที่ 2 มีกำหนดจะเริ่มเดินเครื่องผลิตได้ภายในช่วงปลายปี 2027

ซึ่งการผลิตในปัจจุบัน เป็นการป้อนชิปให้เซนเซอร์รับภาพ ของ Sony และชิปควบคุมหรือไมโครคอนโทรลเลอร์สำหรับยานยนต์ของ Toyota และ Denso เป็นหลัก

และในอนาคต จะมีการยกระดับไปผลิตชิปที่ก้าวหน้าขึ้น เพื่อรองรับชิป AI และเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับขั้นสูง

แล้วทำไม TSMC ถึงเลือกจังหวัดคูมาโมโตะ ?

คำตอบของคำถามนี้ จริง ๆ แล้วซ่อนอยู่บนแก้มสีแดงของคุมะมง นั่นก็คือภูเขาไฟอาโซะ นั่นเอง

ภูเขาไฟอาโซะ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นมรดกทางธรรมชาติที่สร้างระบบน้ำใต้ดินอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในกระบวนการผลิตชิป

เพราะการผลิตแผ่นเวเฟอร์ชิปเซมิคอนดักเตอร์ในโรงงานของ TSMC ต้องใช้น้ำบริสุทธิ์สูงปริมาณมหาศาลในกระบวนการล้างทำความสะอาด

ตลอดแสนปีที่ผ่านมา ชั้นตะกอนและหินภูเขาไฟที่ทับซ้อนกัน ได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องกรองน้ำธรรมชาติแล้ว อีกทั้งรอยแยกใต้ดินยังช่วยกักเก็บน้ำไว้ได้อย่างมหาศาล

ซึ่งการมีน้ำธรรมชาติที่ผ่านการกรองมาระดับหนึ่งแล้ว ช่วยให้โรงงานผลิตชิปประหยัดต้นทุนและขั้นตอนในการปรับปรุงคุณภาพน้ำลงไปได้

แต่ระบบน้ำใต้ดินของคูมาโมโตะ ไม่ได้เกิดจากมรดกธรรมชาติเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังเกิดจากภูมิปัญญาในการบริหารจัดการน้ำของผู้ปกครองเมืองในอดีตอย่าง คาโต คิโยมาซะ อีกด้วย

คาโต คิโยมาซะ ได้วางระบบชลประทานและผันน้ำจากแม่น้ำสายหลัก เพื่อรองรับการทำเกษตรกรรมและการปลูกข้าวขนาดใหญ่

พื้นที่นั้นกลายเป็นแหล่งปลูกข้าวขนาดใหญ่ที่โอซุและคิคุโย ซึ่งกลายเป็นพื้นที่น้ำซึมไปสู่ใต้ดินของคูมาโมโตะ เติมกลับเข้าไปให้ธรรมชาติมาเรื่อย ๆ นานหลายร้อยปี

การที่น้ำซึมลงดินได้เรื่อย ๆ แบบนี้ ทำให้ระบบน้ำใต้ดินของเมืองยังคงอยู่ จนคูมาโมโตะเป็นแค่ไม่กี่เมืองใน
ญี่ปุ่นที่ผลิตน้ำประปาจากใต้ดิน 100%

ซึ่งระบบน้ำใต้ดินโบราณแบบนี้ ก็ยังถูกใช้อยู่ในปัจจุบัน
จนแม้แต่โรงงานผลิตชิปของ TSMC และบริษัทร่วมทุน ยังต้องทำโครงการเติมน้ำใต้ดินอีกด้วย

โดยบริษัทจะจ่ายเงินอุดหนุนให้เกษตรกรผันน้ำเข้าสู่นาข้าวในช่วงนอกฤดูกาลเพาะปลูก เพื่อให้น้ำซึมลงไปทดแทนน้ำที่โรงงานอุตสาหกรรมดึงขึ้นมาใช้

การทำแบบนี้ เรียกได้ว่าวิน-วินทั้งสองฝ่าย บริษัทมีหลักประกันว่ามีน้ำหมุนเวียนเพียงพอต่อเนื่อง ส่วนเกษตรกรก็มีรายได้เสริมนอกฤดูกาลเพาะปลูกของตัวเอง

นอกจากนี้ บริษัทยังช่วยอุดหนุนด้วยการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรในท้องถิ่น เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารให้แก่พนักงานในโรงงาน ซึ่งช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ชุมชนรอบข้างอีกทางหนึ่งด้วย

ถึงตรงนี้ ใครจะคิดว่าจากจังหวัดเกษตรกรรมและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างคูมาโมโตะ วันนี้จะกลายเป็นเมืองที่คนทั่วโลกขาดไม่ได้ไปแล้ว

เมื่อนึกถึงคูมาโมโตะ ก็จะนึกถึงคุมะมง และเมื่อนึกถึงคุมะมง ก็จะนึกถึงคูมาโมโตะ

ต่อไป เมื่อเราเห็นคุมะมง ที่มีแก้มสีแดงเป็นสัญลักษณ์แทนภูเขาไฟอาโซะ จะเป็นต้นกำเนิดสินค้าใหม่ที่มาจากเมืองคูมาโมโตะ

สินค้าใหม่นั้น ก็คือ ชิปอันเล็ก ๆ นั่นเอง..

24/07/2026

4 เมือง ประชากรแค่หลักหมื่น แต่สำคัญกับโลกเทคโนโลยี

#ลงทุนแมน

14/05/2026

ลงทุน 96,000 บาท
ได้คืน 192,000 บาท
ภายในเวลาไม่กี่วัน
แค่ขายเสื้อกันหนาวโปเกมอน
ฟังดูเหมือนโม้ แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในอเมริกา
โปเกมอนไม่ใช่แค่เกมหรือการ์ดสะสมสำหรับเด็กอีกต่อไป บริษัทวิจัยตลาด Circana รายงานว่าในปี 2025 โปเกมอนกลายเป็นแบรนด์ของเล่นอันดับ 1 ของโลก ด้วยยอดขายในสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียวสูงถึง 80,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่ใช่ผลของความบังเอิญ แต่คือสัญญาณบอกว่าตลาดของสะสมกำลังทำงานในแบบที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ทันสังเกต
แล้วอะไรทำให้คนยอมจ่ายเงินซื้อเสื้อกันหนาวโปเกมอนในราคาสองเท่า? และทำไมพ่อค้าคนกลางถึงรู้ก่อนทุกคนว่าของชิ้นไหนกำลังจะ "บูม" แล้วถ้าคุณต้องการเล่นเกมนี้ คุณต้องรู้อะไรบ้าง?
ต้นพฤษภาคม 2026 โปเกมอนจับมือกับ Target ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของอเมริกา ออกคอลเลกชันฉลองครบรอบ 30 ปี รวม 65 รายการ ทั้งเสื้อผ้า กระติกน้ำ และแม้แต่ขนม Pop-Tarts ที่พิมพ์รูป Pikachu บนกล่อง สินค้าวางขายในร้านวันเสาร์ และออนไลน์วันอาทิตย์ ปรากฏว่าหลายรายการขายหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง
Jack Thomas อายุ 25 ปี คือหนึ่งในคนที่ไม่ได้ซื้อเพราะรัก แต่ซื้อเพราะจะเอาไปขายต่อ เขาติดตามข้อมูลการปล่อยตัวสินค้ารุ่น Limited Edition มาตลอด และรู้ว่าของล็อตนี้จะมีจำนวนน้อยมาก พอเขาไปถึงที่ Target ก่อนเปิดร้านหนึ่งชั่วโมง และพบว่ามีคนรออยู่ก่อนแล้วกว่า 30 คน
Thomas และเพื่อนๆ รวมกันซื้อเสื้อกันหนาวสีน้ำเงินได้ทั้งหมด 20 ตัว ราคาตัวละประมาณ 4,160 บาท รวมต้นทุนทั้งหมดราว 83,200 บาท แต่เมื่อนำไปขายต่อบน eBay เขาตั้งราคาตัวละ 9,600 บาท ขายออกไปแล้ว 19 ตัว ได้เงินกลับมากว่า 182,400 บาท ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ทำกำไรได้เกือบเท่าตัว
และยังไม่พอ สินค้าที่ขายดีในตลาด resell ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า Pop-Tarts กล่องละ 127 บาทถูกนำไปขายต่อที่ 544 บาท กระติกน้ำที่ขายในร้าน 320 บาท ขึ้นราคาเป็น 544 บาทบน eBay และที่น่าตกใจที่สุดคือป้ายตั้งโชว์รูปโปเกมอนที่ Target เอาไว้ตกแต่งร้านเฉยๆ กลับมีคนเอาไปลงขายบน eBay ในราคา 22,400 บาท
สิ่งที่ขับเคลื่อนทั้งหมดนี้คือ FOMO หรือ "ความกลัวที่จะพลาด" Thomas บอกว่านี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้คนยอมจ่ายแพงกว่าราคาปกติ 2-3 เท่า เมื่อของมีจำนวนจำกัด และเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียรวมทั้งใน Reddit ความอยากได้ยิ่งพุ่งสูงขึ้น และ Target ยังมีแผนปล่อยสินค้าโปเกมอนอีกรอบในวันที่ 6 มิถุนายน รวม 40 รายการ
เคสนี้บอกกับเราว่าสินค้าที่ "ขาดตลาด" มันไม่ได้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เพราะคุณสมบัติของมัน แต่เป็นเพราะ "ความยากที่จะได้มาครอบครอง"
ถ้าวันนี้คุณกำลังทำธุรกิจอยู่ คำถามที่น่าคิดไม่ใช่ว่า "ทำยังไงให้ขายได้มากขึ้น" แต่คือ "จะทำยังไงให้ของของคุณเป็นสิ่งที่คนกลัวพลาด"
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน
อ้างอิง :
https://bit .ly/4dfvwVt

14/05/2026

ทำไม Google
ถึงยังไม่ยิง Ads ใน Gemini
ทั้งๆ ที่รายได้หลัก
มาจากการโฆษณา
350 ล้านบัญชี คือตัวเลขของผู้ใช้งาน Gemini App แบบ Paid Subscription แล้วถ้าวันหนึ่ง Google ตัดสินใจเปิดสวิตช์โฆษณาใน Gemini ขึ้นมา มันจะเปลี่ยนโลก AI ไปมากแค่ไหน?
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Google สร้างรายได้มหาศาลจากโฆษณาบน Search และ YouTube จนกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ของบริษัท แต่เมื่อ AI Chatbot เริ่มเข้ามาแทนที่พฤติกรรมการค้นหาแบบเดิม Google จึงต้องหาคำตอบว่า "โมเดลโฆษณา" จะเดินไปทิศทางไหนต่อในโลกที่คนคุยกับ AI มากกว่าพิมพ์คำค้นหา
ตลอดช่วงที่ผ่านมา Google วางตำแหน่ง Gemini ไว้เป็น Premium Product โดยเน้นดึงรายได้จาก Subscription แทนที่โฆษณา มีการรวม Fitbit Premium และพื้นที่เก็บข้อมูลภาพถ่ายเข้าไปในแพ็กเกจ เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกว่าได้คุณค่าคุ้มกับเงินที่จ่ายไป
กลยุทธ์นี้ได้ผลในระดับหนึ่ง เพราะ Google ประกาศในการประชุมนักลงทุนเมื่อปลายเดือนเมษายน 2026 ว่า ธุรกิจ Subscription รวมทุกบริการแตะ 350 ล้านบัญชีที่ชำระเงินแล้ว
จุดพลิกเกิดขึ้นเมื่อ Philipp Schindler ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Google ออกมาพูดในการประชุมงบการเงินว่า Google ยังไม่ปิดประตู แผนโฆษณาใน Gemini แบบ 100%
Schindler บอกว่า "โฆษณามีบทบาทสำคัญเสมอ ในการขยายผลิตภัณฑ์ ให้เข้าถึงคนหลายพันล้านคน และถ้าทำได้ดี โฆษณาก็คือข้อมูลเชิงพาณิชย์ที่มีคุณค่าและมีประโยชน์"
แต่แผนที่ชัดเจนในตอนนี้คือ Google กำลังโฟกัสที่ AI Mode ซึ่งเป็นโหมดค้นหาแบบสนทนา AI ที่อยู่บน Google Search ก่อน รวมถึง AI Overviews ที่เริ่มมีโฆษณาแทรกอยู่บ้างแล้ว
และ Schindler ก็ทิ้งท้ายไว้อย่างชัดเจนว่า "รูปแบบโฆษณาที่ได้ผลดีใน AI Mode มีโอกาสสูงที่จะถ่ายโอนมาใช้ใน Gemini App ได้สำเร็จ"
นั่นหมายความว่า AI Mode คือ Sandbox ทดสอบโมเดลโฆษณา ก่อนที่จะนำมาใช้จริงใน Gemini
และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ การเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง OpenAI กำลังอยู่ในช่วงเริ่มทดสอบโฆษณาใน ChatGPT สำหรับผู้ใช้ฟรีและแพ็กเกจราคาต่ำ แต่ Anthropic กลับเดินเกมตรงข้าม ด้วยการออกโฆษณา Super Bowl เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อประกาศว่า Claude จะไม่มีโฆษณา
แต่ Google เลือกยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองขั้ว ไม่รีบเปิด ไม่ปิดถาวร แต่กำลังหาจังหวะที่ใช่
ตัวเลขที่น่าจับตาคือ Google มีธุรกิจโฆษณาที่แข็งแกร่งอยู่แล้วทั้งบน Search และ YouTube ทำให้บริษัทมีเวลาทดลองโดยไม่ต้องรีบตัดสินใจเหมือนบริษัทที่ต้องพึ่งพารายได้จาก AI เพียงทางเดียว
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน
อ้างอิง :
https://bit .ly/4tbLVjL

14/05/2026

ตอนแรกไปเปิด 5 สาขา
ล้อมสตาร์บัค จนแย่งลูกค้า
มาได้ ตอนนี้มีกว่า 2,000 สาขา
Gong Cha ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 โดย Zhen-hua Wu ที่ไต้หวัน แต่กว่าจะกลายเป็นแบรนด์ระดับโลก มันต้องรอจนถึงปี 2011 เมื่อ Martin Berry อดีตนายธนาคาร เดินผ่านห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในสิงคโปร์แล้วสะดุดตากับร้านชานมไข่มุกร้านเล็กๆ ร้านหนึ่ง
ปี 2011 Martin Berry ยังเป็นนักธนาคารมืออาชีพ ชีวิตมั่นคง รายได้ดี แต่วันหนึ่งระหว่างเดินในห้างที่สิงคโปร์ เขาพบกับ Gong Cha ร้านชาจากไต้หวันที่มีคนต่อคิวยาวเหยียด
สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือระบบ รสชาติ และประสบการณ์ที่ต่างออกไปจากทุกอย่างที่มีอยู่ในตลาด เขามองว่านี่คือสิ่งที่ผู้บริโภคทั่วเอเชียและทั่วโลกยังรอคอยอยู่
ปี 2012 เขาตัดสินใจบินไปไต้หวันเพื่อพบกับ Zhen-hua Wu ผู้ก่อตั้ง เจรจาขอสิทธิ์แฟรนไชส์ และเปิดสาขาแรกที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยที่ยังไม่มีใครรู้จัก Gong Cha ในตอนนั้นเลย
และความน่าสนใจไม่ใช่เรื่องชา แต่เป็นกลยุทธ์การตลาดของเขา คือการเปิด 5 สาขาแรกข้างๆ Starbucks เพื่อแย่งลูกค้าให้มากินร้าน Gong Cha แทน
ปรากฏว่า มีคนต่อคิวยาวถึง 250 คน จนทำให้คนจาก Hyundai เสนอให้ Martin กับภรรยา เปิดร้านในห้างของพวกเขาได้ทั่วประเทศเกาหลี จากเดิมที่มีอยู่ 5 สาขา เพิ่มขึ้นเป็น 50 สาขา
และในปี 2017 Martin คิดการใหญ่ ร่วมมือกับ UCK Partners เพื่อเข้าซื้อกิจการแบบย้อนกลับ Royal Tea Taiwan ที่เป็นบริษัทแม่เจ้าของแบรนด์ Gong Cha เพื่อที่จะตีตลาดไปทั่วโลก
ปี 2024 Gong Cha มีมากกว่า 2,000 สาขาใน 30 ประเทศทั่วโลก และสร้างยอดขายรวม 18,500 ล้านบาท
Martin Berry พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มูลค่าที่แท้จริงในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้า แต่อยู่ที่ระบบที่สร้างความสม่ำเสมอ และแบรนด์ที่สร้างความรู้สึกให้คนอยากกลับมาซ้ำ
ทุกครั้งที่คุณซื้อชานมไข่มุกแก้วหนึ่ง คุณไม่ได้จ่ายเงินซื้อชา น้ำตาล และไข่มุก คุณกำลังจ่ายเงินซื้อระบบทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่การฝึกอบรมพนักงาน ไปจนถึงสูตรที่ถูกออกแบบมาให้คุณอยากกลับมาซื้ออีกครั้ง
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน
อ้างอิง :
https://cnb .cx/42qZUqU

ที่อยู่

Muang Nontha Buri

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ GM Financialผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์