14/05/2026
ลงทุน 96,000 บาท
ได้คืน 192,000 บาท
ภายในเวลาไม่กี่วัน
แค่ขายเสื้อกันหนาวโปเกมอน
ฟังดูเหมือนโม้ แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในอเมริกา
โปเกมอนไม่ใช่แค่เกมหรือการ์ดสะสมสำหรับเด็กอีกต่อไป บริษัทวิจัยตลาด Circana รายงานว่าในปี 2025 โปเกมอนกลายเป็นแบรนด์ของเล่นอันดับ 1 ของโลก ด้วยยอดขายในสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียวสูงถึง 80,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่ใช่ผลของความบังเอิญ แต่คือสัญญาณบอกว่าตลาดของสะสมกำลังทำงานในแบบที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ทันสังเกต
แล้วอะไรทำให้คนยอมจ่ายเงินซื้อเสื้อกันหนาวโปเกมอนในราคาสองเท่า? และทำไมพ่อค้าคนกลางถึงรู้ก่อนทุกคนว่าของชิ้นไหนกำลังจะ "บูม" แล้วถ้าคุณต้องการเล่นเกมนี้ คุณต้องรู้อะไรบ้าง?
ต้นพฤษภาคม 2026 โปเกมอนจับมือกับ Target ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของอเมริกา ออกคอลเลกชันฉลองครบรอบ 30 ปี รวม 65 รายการ ทั้งเสื้อผ้า กระติกน้ำ และแม้แต่ขนม Pop-Tarts ที่พิมพ์รูป Pikachu บนกล่อง สินค้าวางขายในร้านวันเสาร์ และออนไลน์วันอาทิตย์ ปรากฏว่าหลายรายการขายหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง
Jack Thomas อายุ 25 ปี คือหนึ่งในคนที่ไม่ได้ซื้อเพราะรัก แต่ซื้อเพราะจะเอาไปขายต่อ เขาติดตามข้อมูลการปล่อยตัวสินค้ารุ่น Limited Edition มาตลอด และรู้ว่าของล็อตนี้จะมีจำนวนน้อยมาก พอเขาไปถึงที่ Target ก่อนเปิดร้านหนึ่งชั่วโมง และพบว่ามีคนรออยู่ก่อนแล้วกว่า 30 คน
Thomas และเพื่อนๆ รวมกันซื้อเสื้อกันหนาวสีน้ำเงินได้ทั้งหมด 20 ตัว ราคาตัวละประมาณ 4,160 บาท รวมต้นทุนทั้งหมดราว 83,200 บาท แต่เมื่อนำไปขายต่อบน eBay เขาตั้งราคาตัวละ 9,600 บาท ขายออกไปแล้ว 19 ตัว ได้เงินกลับมากว่า 182,400 บาท ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ทำกำไรได้เกือบเท่าตัว
และยังไม่พอ สินค้าที่ขายดีในตลาด resell ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า Pop-Tarts กล่องละ 127 บาทถูกนำไปขายต่อที่ 544 บาท กระติกน้ำที่ขายในร้าน 320 บาท ขึ้นราคาเป็น 544 บาทบน eBay และที่น่าตกใจที่สุดคือป้ายตั้งโชว์รูปโปเกมอนที่ Target เอาไว้ตกแต่งร้านเฉยๆ กลับมีคนเอาไปลงขายบน eBay ในราคา 22,400 บาท
สิ่งที่ขับเคลื่อนทั้งหมดนี้คือ FOMO หรือ "ความกลัวที่จะพลาด" Thomas บอกว่านี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้คนยอมจ่ายแพงกว่าราคาปกติ 2-3 เท่า เมื่อของมีจำนวนจำกัด และเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียรวมทั้งใน Reddit ความอยากได้ยิ่งพุ่งสูงขึ้น และ Target ยังมีแผนปล่อยสินค้าโปเกมอนอีกรอบในวันที่ 6 มิถุนายน รวม 40 รายการ
เคสนี้บอกกับเราว่าสินค้าที่ "ขาดตลาด" มันไม่ได้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เพราะคุณสมบัติของมัน แต่เป็นเพราะ "ความยากที่จะได้มาครอบครอง"
ถ้าวันนี้คุณกำลังทำธุรกิจอยู่ คำถามที่น่าคิดไม่ใช่ว่า "ทำยังไงให้ขายได้มากขึ้น" แต่คือ "จะทำยังไงให้ของของคุณเป็นสิ่งที่คนกลัวพลาด"
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน
#ไปให้ถึง100ล้าน
อ้างอิง :
https://bit .ly/4dfvwVt