02/07/2026
นักวิจัย มทส. เข้าแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับ ม.ชั้นนำไต้หวัน
ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และการใช้ AI เพื่อการแพทย์และสาธารณสุข
รศ. ดร.พรรณลดา ติตตะบุตร หัวหน้าสถานวิจัยสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มทส. นำทีมคณะนักวิจัยจากสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะนักวิจัยด้าน AI จากสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มทส. และทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ จาก SUT Wellness Academy เข้าเยี่ยมชมงานวิจัยและการดำเนินงานทางด้านการแพทย์แผนจีน ณ College of Chinese Medicine, China Medical University (CMU) เมือง Taichung ประเทศไต้หวัน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านการแพทย์ชั้นนำ ที่มีการเรียนการสอน การวิจัย ทั้งทางด้านการแพทย์แผนปัจจุบัน และการแพทย์แผนจีนร่วมกัน โดยมีการนำเทคโนโลยีด้าน AI และ Digital Technology เข้ามาผสมผสานในการตรวจรักษา และติดตามผลของผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ โดย Prof. Lu-Hai Wang, Director of Chinese Medicine Research Center และ Prof. Hung-Rong Yen, Dean of College of Chinese Medicine ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569
ในโอกาสนี้ ได้มีการนำเสนอผลงานวิจัยเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสถาบัน ในด้าน Integrating Traditional Chinese Medicine Diagnosis with Digital Diagnostics เช่น การใช้ลักษณะของลิ้นในการประเมินอาการของโรค มีการเก็บข้อมูลของผู้ป่วยที่แม่นยำ พร้อมการพัฒนาสู่การเป็น Real-time AI Detection การใช้ AI ในการวิเคราะห์และกระชับเนื้อหาตำราแพทย์แผนจีนที่มีหลากหลายแขนง การใช้ AI ในการช่วยฝึกนักศึกษาในลักษณะของ Case Discussion หรือการใช้ AI สร้างเนื้อหาตำราแพทย์ในรูปแบบการ์ตูน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาแพทย์ในการอ่าน รวมทั้งการใช้ AI ช่วยในการแปลงข้อความจากการสนทนาของแพทย์และคนไข้ มาเป็นการบันทึกอาการ ข้อมูลต่าง ๆ แบบ real time ซึ่งจะบูรณาการข้อมูลด้านสุขภาพ ทั้งผลวิเคราะห์เลือด ประวัติการรักษาในแต่ละครั้ง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และติดตามอาการของคนไข้โดยแพทย์ต่อไป ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลจำนวนมากใน Data Center นับเป็นโครงการระดับชาติของประเทศไต้หวัน รวมถึงในการด้านการผลิตพืชสมุนไพร ที่มีการใช้ AI มาวิเคราะห์พันธุ์พืชที่สัมพันธ์กับข้อมูลสภาวะต่าง ๆ ในการปลูกที่เหมาะสม ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีการผลิตพืชได้เช่นกัน
การเยี่ยมชมโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีการบูรณาการแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนจีนเข้ากันอย่างลงตัว เช่น การใช้แพทย์แผนปัจจุบันในการตรวจรักษา ผ่าตัด หรือใช้เป็นเครื่องมือในการ verify ผลของการรักษาโดยแพทย์แผนจีน ในขณะที่แพทย์แผนจีนจะใช้เพื่อการรักษา การบำบัด ด้วยสมุนไพร การฝังเข็ม การครอบแก้ว เป็นต้น ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยหลังได้รับเคมีบำบัด เป็นต้น การเยี่ยมชม Chinese Medicine Pharmacy ซึ่งเป็นแผนกในการเตรียมยาสมุนไพรแบบ tailor made ที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
จากนั้นในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 คณะนักวิจัยจาก มทส. ได้เข้าเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนด้านงานวิจัย
ณ Institute of Biotechnology, College of Bioresources and Agriculture, National Taiwan University (NTU) สถาบันที่มีชื่อเสียงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศไต้หวัน โดยมี Assoc. Prof. Dr. Jen-Chih Chen พร้อมด้วยคณาจารย์และนักศึกษาให้การต้อนรับ โดยได้มีการนำเสนอแลกเปลี่ยนงานวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร และการใช้ประโยชน์จาก AI ทางการแพทย์อย่างกว้างขวาง อาทิ การค้นพบแบคทีเรียในน้ำเสียจากฟาร์มหมูที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของ microalgae ซึ่งสามารถใช้เป็นอาหารสัตว์ได้อย่างยั่งยืน การนำเสนอเกี่ยวกับกลไกการใช้เชื้อ Rhodopseudomonas palustris ในการช่วยลดความเครียดในพืชภายใต้สภาวะดินเค็มและอุณหภูมิสูง โดยศึกษาเชิงลึกถึงกลไกของเชื้อแบคทีเรียในการผลิต ALA, IAA, และ EPS ในการเป็น Biostimulant และกลไกของพืชที่มีการตอบสนองภายใต้สภาวะเครียด เป็นต้น งานวิจัยที่มีการใช้ AI และ ML ในการวิเคราะห์ภาพ CT-scan เพื่อช่วยแพทย์ในการประเมินการผ่าตัด หรือการผลิตกระดูกและข้อเทียมต่าง ๆ ซึ่งสามารถจำลองออกมาเป็นผลที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กับกล้ามเนื้อของผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำ นวัตกรรมด้านหุ่นยนต์ที่ใช้ในการเกษตร เช่น หุ่นยนต์สำหรับเก็บมะเขือเทศ ที่มีการใช้ ML เพื่อให้เลือกเก็บเฉพาะผลสุก เป็นต้น ร่วมกับการใช้ Deep Learning ที่มีการติดตามข้อมูลในช่วงเวลาต่าง ๆ ของผู้ป่วย เพื่อช่วยในการสร้าง Model ในการทำนายการเกิดโรคกลุ่มโรคเรื้อรัง หรือการเกิดมะเร็งในระยะ 3-5 ปี เป็นต้น
การเดินทางในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Taiwan-Thailand Science and Technology Center (TTSTC) โดยศูนย์กิจการนานาชาติ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ โดยทีมวิจัยด้านนวัตกรรม AI ทางด้านการแพทย์ ซึ่งจะดำเนินการสร้างความร่วมมือทางด้านวิชาการที่เข้มแข็งร่วมกันต่อไปในอนาคต