13/10/2024
ทุกคนเรามีอิสระ ไม่ว่าจะทั้งการใช้ชีวิต ทางเลือก หรือแม้แต่ความคิด
อิสระที่บางคนอาจจะได้รับ ได้มี หรือมิอาจจะได้แม้แต่จะได้โอกาสสักเพียงนิด
แต่ไม่ว่าอย่างไร คนเราก็ยังมีโอกาสที่จะได้เลือกเดิน
แม้ตัวเลือกที่จะเดินไป มันอาจจะไม่ได้มีเท่ากันก็ตามแต่
หัวข้อที่มีให้พิจารณา ไม่ได้เป็นตัวกำหนดอิสระที่ตัวเองพึ่งมีอีกเช่นกัน
เพราะตัวเลือกเหล่านั้น บางครั้งก็อาจเป็นเพียงทางลวงจากการปิดกั้น
อิสระที่พิ่งมีก็เป็นไปได้
อย่าง เหมือนเราเป็นน้องเกโระอยู่ในกาละมัง มีคนมีเตะมันจะแตก
และเราก็กล้าที่จะเดินออกมา แต่จริงๆแล้ว เราอาจจะแค่
เดินเข้าไปเปลี่ยนกาละมังใบใหม่ ที่มันดูใหญ่กว่าก็เป็นได้
แล้วอิสระที่เราได้รับนั้น จะบ่งบอกว่าเราเหนือกว่าคนที่ไม่ได้ออกมาว่าอย่างไร
เพราะสุดท้าย มันก็ไม่ได้ต่างอะไร แค่เหมือนโดนหลอกให้เชื่อ
ว่าหยิบยื่นอิสระให้เท่านั้นเอง
กลับมาที่แนวความคิด
ก็ไม่ได้มีข้อกำหนดตายตัวเช่นกัน ว่าจะให้เป็นอย่างไร
เฉกเช่นเดียวกับความคิดผิดหรือถูก จริงแท้แล้ว เป็นเพียงแค่คำพูด
จะผิด หรือถูก อยู่ที่ชุดความคิดในการเติบโตมาของชีวิตในแต่ละคน
ซึ่งไม่สามารถเอาชุดความคิดนั้นๆ ไปขีดชีวิตของคนอื่น ที่ไม่ใช้ของตัวเองได้
ว่ามันจะต้องเป็นเหมือนกัน หรือต้องเข้าใจแบบนี้
ก็จะวกกลับมาที่ความอิสระที่บุคคลพึ่งได้รับนั้นเอง
จริงแล้วอยากได้อิสระให้แก่ตัวเอง โดยไม่ไยดีอิสระของผู้อื่น
แล้วอิสระมันเกี่ยวอะไรกับกิจกรรม หรืองานอดิเรกที่แต่ละคนอยากจะทำ
เพราะนั้นคือมุมมองที่แต่ละคนมองคนอื่นครับ
"อ้าย ยังดูการ์ตูนอยู่อีกหรอ" , "เอ้า ดูหนังโป๊วแล้วเป็นผู้ใหญ่กว่าหรือยังงัย"
"อ้าย ยังเล่นของเล่นอยู่อีกหรอ" , "เอ้า ไปตีกระหรี่ก็เหมือนแตกเนื้อหนุ่มงั้น
หรอะ"
เช่นเดียวกัน ความชอบ หรือความคิด
ไม่ได้เป็นตัวกำหนดค่าของคนเลยแม้แต่น้อย
แต่หากเราหยิบยื่นสิ่งที่คิดว่าเป็นอิสระเหล่านั้นให้
แล้วคนเหล่านั้นเค้าสามารถต่อยอดจินตนาการไปได้ไม่สิ้นสุด
หรือแม้แต่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในชีวิตที่พบเจอ
นั้นไม่ดีกว่าหรือ ที่จะเกิดขึ้นในสังคมทุกวันนี้
แล้วแอร์ซอฟคืออะไร มันก็ตรงตัวอยู่แล้วลมเบา
ถ้าบวกกันไปด้วย ก็ปูนลมเบา
สำหรับส่วนจะนิยามว่าเป็นอะไร อันนั้นก็สุดท้ายแต่จินตนาการ
และทัศนคติของแต่ละท่าน ว่าจะมองมันอย่างไร
แต่สิ่งหนึ่งที่จะควบคุมไม่ได้ นั้นคือแต่ละครอบครัวมีการเลี้ยงดูและชีวิตไม่เหมือนกัน
นั้นทำให้การมองเห็นสิ่งต่างๆของแต่ละคนต่างกัน
แล้วทำไมจะไปสนใจว่ามันจะเป็นอย่างไร
ก็เพราะว่าหลายๆครั้ง ผมก็มักจะดูคนประเภทที่ว่ามองมาแบบนั้นเสมอๆ
เล่นเกมแล้วได้อะไร อ่านการ์ตูนแล้วได้อะไร วาดการ์ตูนแล้วได้อะไร
ดีดลูกแก้วแล้วได้อะไร เตะบอลแล้วได้อะไร เล่นบาสแล้วได้อะไร
พับกระดาษแล้วได้อะไร เล่นการ์ดแล้วได้อะไร เล่นบอร์ดแล้วได้อะไร
ต่อกันพลาแล้วได้อะไร ตกปลาแล้วได้อะไร หรืออีกมากมายที่ทำ
ทำแล้วได้อะไร
จะบอกว่า "เรื่องของกู" ก็จะดูรุนแรงไปสะหน่อย
แต่สิ่งที่จะบอกคือ แล้ววันนี้คุณทำอะไรบ้างหรือยัง
เวลาเป็นตัวข้อกำหนดชีวิต และขีดข้อจำกัดของอิสระในระดับหนึ่ง
ไม่ขอนับเรื่องปัจจัยแล้วกัน เพราะมันจะกว้างมากไปอีก
คนเรามี 24ชั่วโมงเท่ากัน ถามหน่อย เคยคิดไหม ว่าใช้มันคุ้มหรือยัง
แล้วคิดว่าใช้มันคุ้ม เมื่อใช้มันไปแล้วกี่ปี ถึงได้รู้คุณค่า
การโอดโอยเรื่องเวลา และมีคำว่าถ้าในชีวิต
ส่วนตัวผมก็มองว่า แสดงว่ายังไม่รู้คุณค่าของเวลาและใช้มันอย่างไร้ค่า
อยู่สินะ
สาธยายมาเกิน 8 บรรทัด ซึ่งหลายๆคนก็ยังสงสัยว่าคืออะไร
ประเด็นคือตรงไหน
ก็อยากให้มองว่าอิสระทางความคิดและการใช้ชีวิตของทุกคนนั้นมีอยู่
แต่ไม่ใช้เป็นตัวกำหนดว่ามันจะเป็นสิ่งที่ควรสำหรับคนอื่นเสมอไป
ชีวิตเกิดขึ้นและจบลง แต่เราจะทิ้งอะไรไว้ข้างหลัง
หรือจะไม่ทิ้งก็ได้ แต่มีความสุขกับเวลาที่ผ่านไปมากแค่ไหน
ทุกวันนี้ มีแต่คนกลัว และหลายคนเกียจ
แต่ก็นะ ถ้าไม่รู้จักกันมันก็ไม่แปลกหรอกครับ
มีเรื่องตลกอีกหลายเรื่องที่ประสบมา
อย่างเช่น ผมเดินอยู่ข้างหลังผู้หญิงคนหนึ่ง ระหว่างทางกลับบ้าน
ผู้หญิงคนนั้นรีบเดินไปที่สว่างๆแล้วหยุด รอให้ผมเดินผ่านไปก่อน
จากนั้นทิ้งระยะพอสมควรและค่อยเดินตามมา (ก็เดินกลับทางเดียวกัน)
สงสัยรังสีจะแรงไปหน่อย เหๆ
จะว่าไปงานแอร์ซอฟก็เพิ่งจะเคยไปไม่กี่ปีหลังนี่เองครับ
ที่ไปเพราะอยากไปดู อยากไปเห็นของจริง
แม้บางร้านจะตะโกนอยู่ตลอด อย่าชักสไลด์นะ แต่ก็ยังมีคนแอบชักอยู่บ้าง
และไม่มีร้านไหนได้กินเงินผมเลย เพราะกดหมดตัวก่อนงานเสมอๆ
นอกจากไปดูกระบอกจริง เหมือนไปงานมอเตอร์โชว์
ก็มักจะมีคนนอกวงการเดินเข้ามาดู มาสนใจอยู่ไม่น้อย
แต่หลายคนก็ยังคงอยู่ในความคิดพื้นฐานของตัวเองอยู่บ้าง
มันน่ากลัว มันอันตราย ทั้งที่จริงแล้ว
คนนำไปใช้ต่างหากละที่ทำให้มันดูน่ากลัว หรือใช้งานผิดประเภท
หรือแม้แต่ใช้งานผิดวัตถุประสงค์
แต่เราสร้างความเข้าถึง และเข้าใจกับผู้คนเหล่านั้นได้
ด้วยความสนุกสนาน ด้วยความรู้ ด้วยแนวทางที่ควรจะเป็น
เพื่อต่อยอดอิสระทางความคิด และเส้นทางการใช้ชีวิต
ที่ปราศจากความกลัวเหล่านั้น
และคงไว้ซึ่งสิ่งที่ดีงามต่อไป
ปล. หากใครต้องการติ๊กเกอร์ MAIRUNA อยากเอาไปแปะประตูบ้าน ก็เรียนเชิญเดินมาขอได้ตอนเจอตัวนะครับ เหๆ