Nongkhai Update WebSite ที่รวบรวมข้อมูลต่างๆ ในจังหวัดห? เว็บไซต์ ที่รวบรวมข้อมูลต่างๆ ในจังหวัดหนองคาย ที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก ติดตามได้ที่ http://www.nongkhaiupdate.com

 #หนองคาย ศุลกากรภาคที่ 2 ทำลายของกลาง สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าที่คดีถึงที่สุดแล้ว จำนวน 17,416 ชิ้น รวมมูลค่าความเ...
08/09/2026

#หนองคาย ศุลกากรภาคที่ 2 ทำลายของกลาง สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าที่คดีถึงที่สุดแล้ว จำนวน 17,416 ชิ้น รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 222 ล้านบาท

วันที่ 7 กันยายน 2569 ที่ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 อ.เมือง จ.หนองคาย นางสาวลลิตา อรรถพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 เป็นประธาน ในพิธีทำลายของกลางสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าที่คดีถึงที่สุดแล้ว โดยมีนายด่านศุลกากรในเขตท้องที่ที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ทั้ง 9 ด่าน และ นายสายัณต์ สีหไตร รองนายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย เข้าร่วมพิธี
ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 และด่านศุลกากรในเขตท้องที่ที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ได้ดำเนินการจับกุมและยึดของกลางที่มีเมืองกำเนิดจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า ได้แก่ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า แว่นตา เครื่องประดับ และของเล่น โดยคดีได้ถึงที่สุดแล้วและตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายศุลกากร จำนวนรวม 13 แฟ้มคดี จำนวน 17,416 ชิ้น น้ำหนักรวม 4,432.32 กิโลกรัม ราคาของรวมค่าภาษีอากรทุกประเภท 2,196,289.88 บาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 222 ล้านบาท
จากนั้น คณะกรรมการทำลายของกลาง สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองหนองคาย ได้นำของกลางไปดำเนินการทำลาย ด้วยวิธีการ กรีด ตัด บด ให้เสื่อมสภาพ เพื่อให้ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก และฝังกลบอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ณ สถานกำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลเมืองหนองคาย (บ่อขยะดงนาเทา) บ้านดงนาเทา ตำบลสระใคร อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย

รวบคาด่าน บัญชีม้า อุทาหรณ์หลงเชื่อคนง่าย งานสบายเงินดีไม่มี ในโลกใบนี้ สุดท้าย โดน ตม.รวบ                              ...
03/09/2026

รวบคาด่าน บัญชีม้า อุทาหรณ์หลงเชื่อคนง่าย งานสบายเงินดีไม่มี ในโลกใบนี้ สุดท้าย โดน ตม.รวบ

วันที่ 3 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 09.00 น. ที่ ด่าน สะพานมิตรภาพไทย-ลาว อ.เมือง จ.หนองคาย พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย,พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.จว.หนองคาย,และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้จับกุมตัว นางสาวปารวี คงพลปาน อายุ 21 ปี 140 หมู่ที่ 5 ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ตามหมายจับ ศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ จ.556/2569 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ข้อหา “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อในกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” โดยมี พงส.สน.บางยี่ขัน เป็นเจ้าของคดี
เบื้องต้น ผตห.ให้การว่า เมื่อ วันที่ 20 ต.ค.68 ตนได้เห็นโพสต์ในเฟสบุ๊ค กลุ่มหางานออนไลน์ ซึ่งมีผู้ใช้ชื่อบัญชีว่า CHOM PU โพสต์ว่าหาคนสมัครแอพ ACU PAY เป็นงานกดออเดอร์สิ่งของ ตนสนใจจึงทักข้อความไป จากนั้นได้ลงทะเบียนสมัครตามที่แนะนำ แลส่งรหัส OTP และสำเนาบัตรประชาชนหน้า/หลัง รอไม่เกิน 1 วัน ต่อมาวันที่ 2 ต.ค. 68ตนได้ทักข้อความไปถามว่า ลงทะเบียนผ่านไหม แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ ตนคิดว่าไม่สามารถลงทะเบียนได้ จึงไม่ได้สนใจ จากนั้นประมาณต้นเดือนมิถุนายน 69 ตนได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน เกี่ยวกับบัญชีธนาคารของตนไปหลอกขายกล้องให้กับผู้เสียหายเป็นเงินพันกว่าบาท ตนมีปัญหาค่าใช้จ่ายในการเดินทางจึงไม่ได้ไปพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใน และตนไม่ทราบว่ามีหมายจับ และมาถูก ตม.หนองคาย จับกุมในที่สุด จนท.จึงได้ควบคุมตัวนำส่ง พงส.สน.บางยี่ขัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เตือนภัย แบงค์ 1000 บาทปลอม ระบาดหนักในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดหนองคาย-จังหวัดบึงกาฬ มิจฉาชีพอาศัยช่วงชุลมุนตามตลาดนั...
03/09/2026

เตือนภัย แบงค์ 1000 บาทปลอม ระบาดหนักในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดหนองคาย-จังหวัดบึงกาฬ มิจฉาชีพอาศัยช่วงชุลมุนตามตลาดนัดชื้อของหลักร้อยหวังเงินทอน

วันที่ 2 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางเกษร รัญญะวิทย์ อายุ 47 ปี เกษตรกรผู้ปลูกแตงกวาและถั่วฝักยาวส่งขายตามตลาดนัด ชาวบ้านยางชุม เทศบาลตำบลนาทับไฮ อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย เผยว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 04.00 น. ตนได้นำแตงกวาและถั่วฝักยาวไปขายที่ตลาดสดอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ ตามปกติ หลักจากขายแตงกวาและถั่วฝักยาวหมดก็กลับบ้าน เมื่อถึงบ้านจึงนำเงินออกมานับ มีแบงค์พันทั้งหมด จำนวน 21 ใบ จากนั้นก็เก็บไว้และพักผ่อนจนถึงเวลา ประมาณ 16.30 น. จึงใช้ให้ลูกสาวนำเงินแบงค์พัน จำนวน 21 ใบ ไปฝากที่ตู้รับฝากเงินของธนาคารแห่งหนึ่งที่อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ เมื่อลูกสาวนำแบงค์พัน จำนวน 21 ใบ ใส่ไปในเครื่องรับฝากเงิน จะมีแบงค์พัน จำนวน 1 ใบ ที่ตู้รับฝากเงินไม่รับและแจ้งว่า “เป็นสิ่งแปลกปลอม” ลูกสาวจึงหยิบแบงค์พันใบนั้นมาส่องกับแสง พบว่าไม่มีลายน้ำจึงเชื่อว่าน่าจะเป็นแบงค์พันปลอม จึงได้ฝากแบงค์พัน จำนวน 20 ใบ และได้นำแบงค์พันที่มีปัญหากลับมาให้ตน ตนจึงได้นำแบงค์พันไปให้ผู้ใหญ่บ้านตรวจสอบ พบว่าเป็นแบงค์พันปลอมจริง

โดยพบว่าแบงค์ปลอมเจอครั้งแรก เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 พบแบงค์พันปลอมที่ตลาดนัดจุดผ่อนปรน ไทบ-ลาว บ้านเปงจาน อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย โดยมีผู้หญิงต้องสงสัยอายุประมาณ 40 ปี ได้นำแบงก์ ฉบับละ 1,000 บาท มาซื้อสินค้าที่ตลาดนัดจุดผ่อนปรน ไทย-ลาว บ้านเปงจานฯ รายแรก มาชื้อสินค้า 200 บาท จ่ายเป็นแบงก์พัน เมื่อมิจฉาชีพได้เงินทอนก็รีบเดินจากอย่างรวดเร็ว รายที่สอง เป็นแม่ค้าขายกระเทียม มาชื้อกระเทียม ครั้งละ 1 กก. 3 ครั้ง ใช้แบงก์พันทั้ง 3 รอบ น่าจะเว้นระยะห่างชวงลูกค้าเยอะจึงไม่ทันได้สังเกตุ ภายหลังได้นำเงินออกมานับถึงรู้ว่าเงินแบงก์พัน จำนวน 3 ใบ มีลักษณะแปลกๆ จึงนำแบงก์พันทั้ง 3 ใบ ให้เจ้าหน้าที่ประจำตลาดนัดจุดผ่อนปรนปรน ไทย-ลาว บ้านเปงจานฯ ตรวจสอบ จึงทราบว่าเป็นแบงก์พันปลอมจริง

ครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 พบแบงค์ 100 ปลอมที่ตลาดนัดจุดผ่อนปรน ไทบ-ลาว บ้านเปงจาน อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย โดยมีชายไทยอายุประมาณ 30 ปี มาขอแบ่งซื้อบุหรี่จากสามล้อรับจ้างหน้าตลาดนัดจุดผ่อนปรนฯ และสามล้อรับจ้างได้นำเงินไปซื้อล็อตเตอรี่ แต่แม่ค้าทักว่าเงินปลอมจึงนำแบงค์ร้อยมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และทราบว่าเป็นแบงค์ 100 ปลอมจริง

ครั้งที่สาม เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 พบแบงค์พันปลอมที่ตลาดนัดจุดผ่อนปรน ไทบ-ลาว บ้านเปงจาน อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย โดยมีผู้หญิงอายุประมาณ 35-40 ปี สูงประมาณ 155 ผิวขาว รูปร่างท้วม ผมยาวมัดผม ใส่เสื้อยืดแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีกรมท่า นำแบงค์พันมาซื้อสินค้าจากแม่ค้า ชื้อ 100 บาท จ่ายแบงค์พัน 1 ใบ แม่ค้ารับเงินและส่งสินค้าให้ แม่ค้าดูแบงค์พันมีลักษณะผิดปกติ แม่ค้าจึงเอาแบงค์พันส่องกับแสงไม่มีลายน้ำ จึงแย้งเงินทอนและสินค้ากลับ ผู้ต้องสงสัยจึงดึงแบงค์พันกลับและวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

หนองคาย จัดพิธีพิธีปิดการฝึกวิชาทหาร และสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหารประจำปี 2569  วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 ที่บริ...
28/08/2026

หนองคาย จัดพิธีพิธีปิดการฝึกวิชาทหาร และสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหารประจำปี 2569
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 ที่บริเวณสวนสาธารณหนองถิ่น เขตเทศบาลเมืองหนองคาย จ.หนองคาย พ.อ เปรมสันต์ รุจิตร ผบ.ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ม.ทบ.24 เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกวิชาทหาร ประจำปีการศึกษา 2569 มีนายอรรถพร ภัคดีสุจริต นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองคาย ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร พร้อมหัวหน้าสวนราชการเข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพียง
พันตรี นครินทร์ สุขมราช หัวหน้าชุดครูฝึก ศูนย์ฝึกย่อยโรงเรียนเทศบาล 1 สว่างวิทยา ตามที่ชุดครูฝึก ได้รับมอบนักศึกษาวิชาทหาร จากสถานศึกษาเพื่อทำการ ฝึก - สอน วิชาทหาร มีนักศึกษาวิชาทหาร รวม 716 นาย เป็นชาย 619 นาย หญิง 97 นาย ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม2569 ถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมานั้น ชุดครูฝึกจากศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 24 ได้นำโครงการต่างๆมาปฏิบัติ จนเป็นผลสำเร็จทุกโครงการ ดังนี้ โครงการ รด. จิตสีขาวโครงการนักศึกษาวิชาทหารอาสาจราจรโครงการนักศึกษาวิชาทหารบรรเทาสาธารณภัยโครงการเติมโลหิตเพื่อชาติ 10 ล้าน ซีซี ซึ่งมีผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร และนักศึกษาวิชาทหารร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 114 นาย ได้โลหิต จำนวน 45,600 ซีซีบัดนี้การฝึกวิชาทหารได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ตามหลักสูตรที่กองทัพบกกำหนดไว้ทุกประการ ซึ่งผลการฝึก – สอน โดยส่วนรวม อยู่ในเกณฑ์ดี นักศึกษาวิชาทหารทุกนาย มีความตั้งใจในการฝึกอย่างจริงจัง มีความอดทน มีระเบียบมีวินัย เชื่อฟังและปฏิบัติตาม คำสั่งของครูฝึกอย่างเคร่งครัดศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 24 มอบนักศึกษาวิชาทหาร คืนต่อสถานศึกษา เพื่อขึ้นการบังคับบัญชา และฝึกทบทวนต่อไป
จากนั้นตัวแทนของนักศึกษาวิชาทหารได้นำกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าผู้บังคับชาและผู้ปกครองจะยึดถืออุดมการณ์และดำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตลอดจนเป็นเยาวชน ที่เป็นตัวอย่างในการสร้างวินัยให้แก่คนในชาติ พร้อมที่จะปกป้องอธิปไตย และร่วมพัฒนาชาติไทยให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป และได้ทำการเดินสวนสนามเป็นการปิดศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหารประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ

 #จังหวัดหนองคาย:เข้ม หน่วยงานฝ่ายปกครอง บูรณาการ่วมกัน ตำรวจ ทหาร และทุกภาคส่วน ภายใต้ “ยุทธการหนองคายเมืองปลอดภัย 90 ว...
26/08/2026

#จังหวัดหนองคาย:เข้ม หน่วยงานฝ่ายปกครอง บูรณาการ่วมกัน ตำรวจ ทหาร และทุกภาคส่วน ภายใต้ “ยุทธการหนองคายเมืองปลอดภัย 90 วัน พิฆาตยาเสพติด”ยึดยาบ้า กว่า 200,000 เม็ด

วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 13.30 น. ณ บริเวณหน้ามุข ศาลากลางจังหวัดหนองคาย อ.เมือง จ.หนองคาย นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ร่วมกับ พ.อ.วีรเทพ การุณรอบดุล รอง ผอ.รมน.จังหวัด น.ค.(ท.),นายสุชาติ ทอนมณี ปลัดจังหวัดหนองคาย,พ.ต.อ.ประภาพ ธิติศักดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย,น.ส.กัญญ์ชิสา ประดิษฐสุวรรณ์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร ,นายเดชมนตรี ผิวเหลือง ป้องกันจังหวัดหนองคาย ,นายชัยสิทธิ์ คำภาจันทร์ หัวหน้า ศอ.ปส.จ.นค. ,นายหมวดเอกภาคิน คันธรินทร์ ผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดหนองคายที่ 1 ,นายอภิวัฒน์ อินทร์หา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองหนองคาย ,ร.ต.อ.จันทร์เจ้า สุณาสิทธิ์ กองพันตำรวจตระเวนชายแดนที่ 245 ,ร.ต. ประวิทย์ คำวันดี บก.ควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และเจ้าหนที่จำนวนหนึ่ง แถลงผลการตรวจยึดยาบ้า กว่า 200,000 เม็ด
ตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดยาเสพติด เป็นวาระแห่งชาติ โดยมุ่งเน้นการปราบปรามและขจัดปัญหายาเสพติด ให้หมดไปจากประเทศไทย ทั้งการตัดวงจร การผลิต จำหน่าย และการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือ ของทุกภาคส่วนในการสกัดกั้นการนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดน ภายใต้นโยบาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” และแผนปฏิบัติการ Operation 90 Days ผ่าแผน ยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด ซึ่งดำเนินการทั่วประเทศในห้วงวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2569
จังหวัดหนองคาย ได้ขานรับนโยบายรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกับทุกภาคส่วน ภายใต้ “ยุทธการหนองคายเมืองปลอดภัย 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” เพื่อเร่งรัดการป้องกัน ปราบปราม สกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติด ตามแนวชายแดนในทุกช่องทาง รวมทั้ง Re X-Ray ในทุกพื้นที่เพื่อค้นหาและดำเนินการกับผู้ค้า ผู้เสพ อย่างจริงจัง พร้อมนำผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา และฟื้นฟู และดำเนินการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล และผู้กระทำผิดทุกรายอย่างเด็ดขาด ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวัง และป้องกันปัญหายาเสพติด เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตลอดจนขับเคลื่อน ให้จังหวัดหนองคายก้าวสู่การเป็น “จังหวัดหนองคาย ปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน”
การตรวจยึดครั้งนี้ เนื่องจาก วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 00.15 น. นายหมวดเอกภาคิน คันธรินทร์ ผบ.ร้อย อส.จ.นค.1 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่ออกหาปลาบริเวณ บึงหนองคาย ตำบลวัดธาตุ อำเภอเมืองหนองคาย ว่าพบกระเป๋าสีดำต้องสงสัยวางอยู่บริเวณ หลังป้ายร้านอาหารตามสั่ง ซอยทางเข้าเทศบาลตำบลวัดธาตุ ริมถนนเลี่ยงเมืองสายใหม่ จึงได้พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ ร้อย.อส.จ.นค. 1 บูรณาการร่วมกับ บก.ควบคุมที่2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ,ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองหนองคาย เข้าตรวจสอบพบกระเป๋าสีดำตั้องสงสัย เบื้องต้นพบภายในซุกยาเสพติด จึงได้กระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 03.30 น. ไม่พบบุคคลเข้ามารับ เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึด และนำของกลางไปตรวจสอบ ณ ร้อย.อส.จ.นค. 1 รวมยาบ้าที่ตรวจยึดได้ครั้งนี้ ประมาณ 200,000 เม็ด
จังหวัดหนองคาย ได้ดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ห้วงวันที่ 1 กรกฎาคม – 26 สิงหาคม 2569 สามารถจับกุมตามหมายจับ คดียาเสพติด รวม 21 คดี ข้อหาเสพ 296 คดี ,ครอบครองเพื่อเสพ 33 คดี ,ครอบครอง 171 คดี ,จำหน่าย 84 คดี รวม ทั้งสิ้น 605 คดี ผู้ต้องหา 605 ราย ของกลาง ยาบ้า 2,169,207 เม็ด ,ไอซ์ 342 กิโลกรัม ,อาวุธปืน 62 กระบอก ยึดอายัดทรัพย์สิน รวมทั้งสิ้น 4,207,640.- บาท
การดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ที่ผ่านมา ห้วงวันที่ 1 ต.ค. 68 – 26 ส.ค. 69 จับกุมคดีสำคัญ 84 คดี ผู้ต้องหา 62 ราย - คดียาเสพติดคดีร้ายแรง 1,405 คดี - คดียาเสพติด ทุกข้อหา - ยึดอายึดทรัพย์สิน ยาบ้า 2,561 คดี ยาบ้า 36,561,895 เม็ด - ไอซ์ - 2,545 กิโลกรัม เฮโรอีน จำนวน 44 กิโลกรัม - เคตามีน 694 กิโลกรัม - หัวบุหรี่ไฟฟ้า (พอตเค) 215 ชิ้น ๆ - Happy Water 84 ซอง - ยาอี (Ecstasy) 2,266 เม็ด - ผงสีน้ำตาล (ยาอี) น้ำหนัก 803 กรัม วัตถุเกล็ดแข็งสีขาว 118 ห่อ/ผงขาว (เมทแอมเฟตามีน) 12 ซอง น้ำหนัก 48 กรัม รวมมูลค่าของกลางยาเสพติด ทั้งสิ้นประมาณ 2,289,286,350.- บาท การจับกุมตรวจยึดดังกล่าวซึ่งเป็นความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่ร่วมกันบังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจัง ตามนโยบายของรัฐบาล

เกมคาด่าน ตร.สภ.เมืองหนองคาย รวบหนุ่มอุดรธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุตรธานี ข้อหา"ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เฮโรอี...
26/08/2026

เกมคาด่าน ตร.สภ.เมืองหนองคาย รวบหนุ่มอุดรธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุตรธานี ข้อหา"ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เฮโรอีม) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าฯ

วันที่ 26 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ด่านตรวจหนองสองห้อง ต.ค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ร.ต.ท.สมมาตร กุลเนตร รอง สว.จร.สภ.เมือง ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ สายตรวจจราจร สภ.เมืองหนองคาย ได้จับกุมนายยศพล จันทคาม อาย ๒๙ ปี ม.๒ ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุ จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ.237 / 2566 ลงวันที่ 11 กันยายน 2566 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เฮโรอีม) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมันคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
การจับกุมภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ. พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก.สภ.เมืองหนองคาย,พ.ต.ท.อติศักดิ์ ทองหลาง รอง ผกก.ป.สภ.เมืองหนองคาย,พ.ต.ท.อาทร อาจหาญ สว.จร.สภ.เมืองหมองคาย
เนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ส.ค.69 ที่ผ่านมาขณะที่ ร.ต.ท.สมมาตร กุลเนตร รอง สว.จร.สภ.เมืองหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ ประจำด่านตรวจหนองสองห้อง ต.ค่ายบกหวาน อ.เมือง จ.หนองคาย ปฎิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจร มีชายขับขี่รถจักรยานยนต์ HONDA หมายเลขทะเบียน 2 ขฬ กรุงเทพมหานคร 529 จึงได้เรียกตรวจ พบชายคนดังกล่าว เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ส่งหมายจับให้ นายยศพล ฯ อ่านโดยละเอียด และตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนและพบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับดังกล่าวข้างต้นจริงและไม่เคยถูกจับกุมในคดีเดียวกันมาก่อนแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย พร้อม ชุดสืบสวนภาค๔ และ ชุดสืบสวน เมืองอุดรธานี จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบ ผู้ต้องหารับเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง จากนั้น ได้ควบคุมตัวนำส่ง พงส.สภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

โรงพยาบาลหนองคายเปิดศูนย์ส่องกล้องสองฝั่งโขงเพื่อ ยกระดับศักยภาพในการวินิจฉัยและรักษาโรคด้วยเทคโนโลยีการส่องกล้องที่ทันส...
25/08/2026

โรงพยาบาลหนองคายเปิดศูนย์ส่องกล้องสองฝั่งโขงเพื่อ ยกระดับศักยภาพในการวินิจฉัยและรักษาโรคด้วยเทคโนโลยีการส่องกล้องที่ทันสมัย ให้มีความแม่นยำ ปลอดภัย และรวดเร็ว เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานระดับสากล
วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์ส่องกล้องสองฝั่งโขง ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา โรงพยาบาลหนองคาย พระเทพวชิรคุณ รศ.ดร. เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง พระภาวนาวัชรมุนี ดร. เจ้าคณะอำเภอเมืองหนองคาย รองอธิการบดี มจร วิทยาเขตหนองคาย ,พระครูภาวนาเจติยาภิบาล ดร. ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดหนองคาย ,นายศรัณศักดิ์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชจังหวัดหนองคาย และอารยา กุลธัญวัฒน์ร่วมเปิดศูนย์ส่องกล้องสองฝั่งโขง
แพทย์หญิงฤดีมน สกุลคู ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองคาย กล่าวว่า ปัจจุบัน โรคระบบทางเดินอาหาร โรคระบบทางเดินหายใจ โรคมะเร็งมีอัตราการป่วยและเพิ่มจำนวนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การวินิจฉัยและรักษาได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ระยะเริ่มแรก จึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิต และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ป่วย โรงพยาบาลหนองคายได้ตระหนักถึงความสำคัญ จึงได้ปรับปรุง ศูนย์ส่องกล้องสองฝั่งโขงโดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อยกระดับศักยภาพในการวินิจฉัยและรักษาโรคด้วยเทคโนโลยีการส่องกล้องที่ทันสมัย ให้มีความแม่นยำ ปลอดภัย และรวดเร็ว เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานระดับสากล สำหรับประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อลดระยะเวลาการรอคอย และช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์ส่องกล้องแห่งนี้ มีความพร้อมด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยีการส่องกล้องที่ทันสมัย มีห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย และดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมด้วยพยาบาลและบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม พร้อมที่จะให้บริการแก่ประชาชนอย่างเต็มศักยภาพ
ทั้งนี้ด้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากนางอารยา กุลธัญวัฒน์ คุณณฤมาศ กุลธัญวัฒน์ และคุณธนภา กุลธัญวัฒน์ บริจาคเงินจำนวน 9 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงศูนย์แห่งนี้ให้เต็มประสิทธิภาพ

จังหวัดหนองคาย เปิดกิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ "Nongkhai Co-op Market ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอ...
25/08/2026

จังหวัดหนองคาย เปิดกิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ "Nongkhai Co-op Market ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์การค้าอัศวรรณ 2 อำเภอเมืองหนองคาย สำนักงานสหกรณ์จังหวัดหนองคาย เปิดโครงการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ "Nongkhai Co-op Market ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายศรัณย์ศักดิ์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย,ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ เขตตรวจราชการที่ 5 และ 10,หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ, ภาคเอกชน,ผู้แทนสหกรณ์ ,กลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพ และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรม
นางพรสถิตย์ กำไรทอง สหกรณ์จังหวัดหนองคาย จึงได้จัดทำโครงการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ "Nongkhai Co-op Market Fair 2026" ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ประจำปี 2569 เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้จักอย่างกว้างขวาง และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าและสร้างรายได้ให้แก่ สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสามารถนำเสนอสินค้าและพบปะผู้บริโภคได้โดยตรง และ เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และเครือข่ายสหกรณ์หรือร้านค้าสหกรณ์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือด้านการตลาดอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 2569 รวม 3 วัน ณ ศูนย์การค้าอัศวรรณ ข้อปปิ้ง คอม เพล็กซ์ 2 อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย เกษตรกร สมาชิกสหกรณ์กลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพ ประชาชน ผู้บริโภค ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงาน องค์กร และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ
ภายในงานมีกิจกรรมที่สำคัญ ประกอบด้วย การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ ผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าสหกรณ์ และสินค้าจากเครือข่ายสหกรณ์กลุ่มอาชีพและผู้ผลิตในจังหวัดหนองคาย รวมถึงจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี สกลนคร บึงกาฬ ชัยภูมิ หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ และขอนแก่น
โดยจัดพื้นที่แสดงและจำหน่ายสินค้า รวม 30 บูธ พร้อมพื้นที่สาธิตและทดลองชิมสินค้าฟรี กิจกรรมการส่งเสริมการขาย อาทิ กิจกรรมนาทีทองสินค้าสหกรณ์กิจกรรมตอบคำถามและลุ้นรับรางวัล เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นการซื้อสินค้ากิจกรรม "สหกรณ์สอนอาชีพ" โดยจัดหาวิทยากรและวัสดุอุปกรณ์สำหรับสอนอาชีพ เพื่อถ่ายทอดความรู้และทักษะอาชีพแก่ผู้เข้าร่วมงานให้นำไปต่อยอยอดสร้างอาชีพและรายได้ต่อไป

เกมคาไฟแดง ตม.จว.หนองคาย รวบหนุ่มชาวเหนือ พร้อม4ชาวจีน แก๊งค์สแกมเมอร์ ยึดคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 13 เครื่อง  โทรศัพท์มือถือ...
19/08/2026

เกมคาไฟแดง ตม.จว.หนองคาย รวบหนุ่มชาวเหนือ พร้อม4ชาวจีน แก๊งค์สแกมเมอร์ ยึดคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 13 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 19 เครื่อง

วันที่19 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย,พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.จว.หนองคาย,ร้อย ตชด.245,เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.หนองคาย ร่วมกันจับกุม นายอุดม แซ่หาญ อายุ 39 ปี สัญชาติไทย ที่อยู่ 42 ม.8 ต.ห้วยโรง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ ,นายเซียง หาว (MR.XIANG HAO) อายุ 22 ปี สัญชาติ จีน,นายหยาง ซุ่น (MR.YANG SOON) อายุ 23 ปี สัญชาติ จีน,นายเซิ่น หัว (MR.ZHENG HUA) อายุ 32 ปี สัญชาติ จีน และ นายลี่ ไช้ (MR.LI CHAI) อายุ 26 ปี สัญชาติ จีน นั่งมาใน รถยนต์เก๋ง HONDA CITY สีเทา ทะเบียน กฉ 4388 น่าน ขณะจอดติดไฟแดงเพื่อรอสัญญาณไฟจราจรที่ บริเวณสี่แยกหนองสองห้อง ต.ค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ตม.จว.หนองคาย ยึดคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 13 เครื่อง,โทรศัพท์มือถือ 19 เครื่อง ,เครื่องกระจายสัญญาณอินเทอเน็ต จำนวน 4 เครื่อง
การจับกุมครั้งนี้ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พัทธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกสร รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตม.จว.หนองคาย
สืบเนื่องเมื่อวัน18 ส.ค.2569 เวลาประมาณ 18.30 น. ตม.จว.หนองคาย นำโดย พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย พร้อมด้วยชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.หนองคาย และเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง ได้ออกลาดตระเวนป้องกันการกระทำผิดของคนต่างด้าว พบรถยนต์เก๋งต้องสงสัย ทะเบียน กฉ 4388 น่าน ซึ่งมีผู้โดยสารต้องสงสัยว่าน่าจะเป็นคนต่างด้าวชาวจีน วิ่งออกจากตัวเมืองหนองคายบนถนนมิตรภาพมุ่งหน้าเข้าไปทางจังหวัดอุดรธานี จนท.จึงได้ติดตามเพื่อตรวจสอบ ถึงบริเวณสี่แยกหนองสองห้อง ต.ค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย จนท.พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดติดไฟแดงรอสัญญาณไฟจราจร จากนั้น จนท.จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบคนต่างด้าวสัญชาติจีน จำนวน 4 ราย ลักลอบข้ามมาจาก สปป.ลาว ทางช่องทางธรรมชาติ
สอบปากคำ นายอุดม แซ่หาญ คนไทยให้การว่า เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 เวลาประมาณ 19.00 น. ได้มีนายต้น ได้โทรศัพท์ ติดต่อมาหาตน แจ้งว่าจะว่าจ้างให้ไปรับชาวจีน 4 ราย วันที่ 18 ส.ค.2569 ที่จังหวัดหนองคาย ให้นำไปส่งที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ในราคาค่าจ้าง 24,000 บาท (หัวละ 6,000 บาท) แต่จะให้เป็นเงินสดเมื่องานสำเร็จแล้ว ตนออกเดินทางจากบ้านเวลาประมาณ 20.30 น. แวะนอนพักที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.สังคม อ.สังคม จ.หนองคาย วันที่18 ส.ค.2569 เวลาประมาณ 07.00 น. ออกเดินทางจากปั๊ม ปตท.ซึ่งมีการติดต่อกับนายต้นเพื่อแจ้งจุดพักรอให้ทราบเป็นระยะ ตนได้แจ้งรถยนต์และหมายเลขทะเบียนรถยนต์ให้ทราบ นายต้น แจ้งว่าจะมีชาวจีนขึ้นมาจากริมแม่น้ำโขง เวลาประมาณ 18.00 น. มีชายชาวจีน จำนวน 4 คน เดินมาขึ้นรถยนต์ของตน โดยมีกระเป๋าสัมภาระติดตัวมาหลายใบ จากนั้นตนได้โทรศัพท์ติดต่อนายต้น นายต้นฯ แจ้งว่าให้พามาส่งที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดยเมื่อใกล้ถึงให้แจ้งและติดต่อกันอีกครั้ง จนกระทั่งมาถูก จนท.จับกุมได้ก่อน สอบปากคำ นายเซียง หาว (MR.XIANG HAO) อายุ 22 ปี สัญชาติจีน ให้การว่า ตนเดินทางมาที่ประเทศลาวเมื่อประมาณ 4 -5 เดือนที่ผ่านมา โดยนั่งรถยนต์ลักลอบมาทางชายแดนประเทศจีน - ลาว จากนั้นได้มารับจ้างทำงานก่อสร้าง แต่ไม่ได้รับเงินเดือน จากนั้นมีชาวจีนมาว่าจ้างให้นำกระเป๋าที่มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค และโทรศัพท์มือถือ ข้ามมาฝั่งประเทศไทย จะได้ค่าจ้างสูง 10,000 หยวน จากนั้นจึงได้นำกระเป๋ามาให้กับพวกตน เมื่อมาถึงฝั่งประเทศไทย จะแจ้งว่าให้ไปที่แห่งใด ต่อมามีรถยนต์มารับตนและพวก แล้วพามาส่งที่ริมแม่น้ำโขง มีชายชาวลาวมารับพาไปขึ้นเรือหางยาว ข้ามมาฝั่งประเทศไทย มีชายชาวไทยนำรถยนต์มารับที่ริมแม่น้ำโขง จากนั้นได้ขับรถพาพวกตนมาตามถนน จนกระทั่งมาถูกจับได้ดังกล่าว
จากนั้น จนท.ตม. ได้แจ้งข้อกล่าวหา นายอุดม แซ่หาญ อายุ 39 ปี สัญชาติไทย ในความผิดฐาน “ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือ ช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ให้พ้นจากการถูกจับกุม” และได้แจ้งข้อกล่าวหา ชายชาวจีน ทั้ง 4 ราย”ร่วมกันลักลอบนำสิ่งของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร” และ ”เป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่ง พงส.สภ.เมืองหนองคาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และทำการขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ตม.จว.หนองคาย :รวบคาด่านสาวลาวตามหมายจับคดีส่งออกยาไอซ์ข้ามชาติ                วันที่ 18 ส.ค.2569 ที่ ด่านสะพานมิตรภายไท...
19/08/2026

ตม.จว.หนองคาย :รวบคาด่านสาวลาวตามหมายจับคดีส่งออกยาไอซ์ข้ามชาติ

วันที่ 18 ส.ค.2569 ที่ ด่านสะพานมิตรภายไทย-ลาว อ.เมือง จ.หนองคาย ขาเข้า พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย,พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.จว.หนองคาย,ร้อย ตชด.245,เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.หนองคาย ร่วมกับจับกุม MS.KOMMALY PANSAMAY อายุ 30 ปี สัญชาติลาว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 727/2568 ลง 15 ธ.ค.2568 ซึ่งต้องหาว่า “พยายามส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการกระทำเพื่อการค้าและเป็นการทำเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ขณะที่ผู้ต้องหาเดินทางจาก สปป.ลาว เข้ายื่นหนังสือเอกสารเดินทางให้ จนท.ตม. ตรวจอนุญาต จนท.ได้แสดงหมายจับและอ่านให้ผู้ต้องหาได้ฟังก่อน ก่อนควบคุมตัว
การจับกุมครั้งนี้ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พัทธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกสร รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตม.จว.หนองคาย
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า ช่วงต้นเดือนมกราคม 2567 ขณะที่ตนเองทำงานอยู่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีกลุ่มชายชาวจีนประมาณ 4-5 คน นั่งรถแท็กซี่พร้อมกับล่ามชาวไทยมาที่ร้านอาหารที่ตนทำงานอยู่ ได้มีชาวจีน 1 ราย และล่ามชาวไทย 1 ราย ลงมาจากรถ ชายชาวจีนได้ถือกล่องพัสดุลงมาจากรถ แล้วนำมาวางที่โต๊ะภายในร้าน ส่วนชายชาวจีนที่เหลือนั่งรออยู่ในรถ และได้ว่าจ้างให้ตนส่งกล่องพัสดุดังกล่าวไปต่างประเทศพร้อมกับมอบเงินสดให้ตนประมาณ 2,500 บาท โดยแจ้งว่าข้างในเป็นรูปภาพและตุ๊กตา ตนได้ติดต่อไปยังบริษัทรับส่งพัสดุเอกชนแห่งหนึ่งที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง ให้มารับพัสดุดังกล่าวกับตนที่ร้าน เมื่อ จนท.ของบริษัทส่งพัสดุมาถึงได้รับเอากล่องพัสดุดังกล่าวไป ส่วนตนได้มอบหนังสือเดินทางให้กับทางบริษัทขนส่งเพื่อใช้ในการลงในระบบเป็นผู้จัดส่งในครั้งนั้น จนกระทั่งมาถูกจับกุมตามหมายจับข้างต้นในที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ ตม.จว.หนองคาย จะได้ควบคุมตัวนำส่ง พงส.บก.ปส.4 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่อยู่

Nong Kai

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Nongkhai Updateผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Nongkhai Update:

ทางลัด

แชร์