21/12/2025
ดิจิทัล โลกที่ความจริง ถูกประกอบสร้างขึ้น
ในวงการตลาด ดิจิทัลแพล็ตฟอร์ม (วิถี-หรือวิธีแบบดิจิทัล) ถูกยกให้เป็นทางรอดของธุรกิจ ลดต้นทุนได้ดี มีประสิทธิภาพ ได้ผลงานตรงความต้องการ และไม่ค่อยมีผลกระทบจากความเหลวไหลของผู้คน โดยเฉพาะในกลุ่มการค้าขายอิเล็กทรอนิกส์(E-commerce) ภาพที่เห็นในธุรกิจที่ใช้วิถีแบบดิจิทัล คือ ไม่มีพนักงานประจำ ไม่มีหน้าร้าน ใช้ Online เป็นวิถี ใช้ไรเดอร์แทนฝ่ายขนส่ง และ แอพเป๋าตังค์(Wallet) แทนฝ่ายบัญชี
โดยไม่รู้ตัวระบบการตลาดของเราถูกทำลายด้วยความปักใจของเราเอง ว่ามันควรจบเพราะแพง ไม่คุ้ม ใช้วิถีดิจิทัลนี่แหละ ดีเลิศประเสริฐศรี
เราไม่เคยเฉลียวใจคิด ว่าเราไม่มี วิถีดิจิทัล เป็นของตัวเองแท้ ๆ ไม่มีแม้ OS หรือโปรแกรมที่จะช่วยที่เป็นของไทยจริง ๆ ขนาด Ai ที่แห่เชียร์กันหนักหนา กี่คนจะรู้จัก Siam Ai, iApp, Amity, แต่ตัวนี้ Taffy Fondue อาจจะคุ้นหูหน่อย, ย ถึงกระนั้น ท่ามกลางกระแสแห่เชียร์ต้องเท่าทันการตลาดล้ำยุค เรากระโดดลงหลุมกับดักต่างชาติด้วยความภักดี มหาวิทยาลัย วิทยาลัย และกระทรวงศึกษา เชียร์ให้ใช้ของต่างขาติเพราะประหยัดกว่า และเชื่อว่าพัฒนามาดีแล้ว ใช้ได้เลย (นักวิจัยไทย โปรแกรมเมอร์ไทย รอไปก่อนนะ..แป๊บนึง เดี๋ยวรัฐส่งเสริม)
วิถีดิจิทัล ทำให้ความสัมพันธ์ของห่วงโซ่บริการ (Supply Chain) แบบมนุษย์ ขาดลงถาวร คนตกงาน สายบริการต้องปรับไปใช้ของต่างชาติ ทั้งเครื่องมือ ภาษา วิธีการ และวิถีดิจิทัล และวิธีคิดของนักบริหารเอง นักบริหารแห่ชื่นชมต้นทุนที่ลดลง และขอบเขตที่กว้างขวางขึ้น ฝ่ายการตลาดชื่นชมวิถีดิจิทัลอันล้ำเลิศ ทำครั้งเดียวใข้ซ้ำได้หลายครั้ง ทั้งหมดถูกกำหนดจากหุ่นยนต์ต่างชาติ ลืมไปว่าอัตลักษณ์ของตัวก็หายไปด้วยพร้อม ๆ กัน
ที่ลึกซึ้งละเอียดกว่านั้นคือวิถีวัฒนธรรมและพฤติกรรม หายไป ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายจังหวะของชีวิตท้องถิ่น ถูกรุกรานด้วยวิถีดิจิทัลอย่างจงใจ จากการเชียร์สุดลิ่มทุมประตูของฝ่ายธุรกิจ จนวันหนึ่ง ธุรกิจของผู้เชียร์เองก็ถูกรุกล้ำ เจ๊งระเนระนาดเพราะสู่วิถีดิจิทัลจากหุ่นยนต์ไม่ได้ แน่นอนคำตอบเหมือนเดิม ต้นทุนสูง กำไรน้อย ผลิตช้า ผิดพลาดเยอะ และยังเสี่ยงจากนิสัยเลอะเทอะของคนงาน ขนาดรัฐบาลผู้มีสติปัญญา ยังกำหนดวิถีให้ประเทศพัฒนาเป็น ประเทศล้ำยุค (โดยไม่มิวิถีดิจิทัลของตัวเองแม้แต่ตัวเดียว)
น่าแปลกที่เราใช้วิธีคิดแบบวิถีดิจิทัลมาประเมิน และตัดสินด้วยกรอบชี้วัดแบบทุนดิจิทัล โดยไม่ทบทวนว่าวิถีดิจิทัล ได้ยึดเอาทรัพยากรมูลค่าสูง เช่นข้อมูล, Footprint, ตรรกกะ(Logics), และความแตกต่างเฉพาะตัว(Own behavior) ไปเป็นของตัวเอง ขนาดวงจรบนฟ้า คลื่นของชาติ ยังถูกเบียดบังไปเป็นของเขาด้วยเทคโนโลยีจากวิถีดิจิทัลที่แยบยลกว่า
แม้ว่าเราจะต้องคล้อยตามโลกที่เจริญขึ้น แต่การตามเทคโนโลยีโดยไม่หันหลังมาดูความพร้อมของตัวเอง ก็ไม่ต่างอะไรจากเมืองขึ้น แต่คราวนี้ เราแย่หนัก เพราะเป็นเมืองขึ้นทางสติปัญญา เรียกว่าสมัครใจเป็นทาส ชั่วนาตาปี หรือจะเรียกว่า ยุคปัญญามืดบอดสัมบูรณ์ (Absolute Ignorance) ก็น่าจะจริง
จะขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2569 แล้ว เราจะเลือกตั้งใหม่ มีรัฐบาลใหม่ แต่คงยังเป็น ยุคมืดบอดสัมบูรณ์อยู่แน่นอน