EDT Insider “ เพราะเราเชื่อว่า ทุกอย่างมีลายเซ็นต์ ” ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

098-8298511 คุณอัญ

🧐ส่องพฤติกรรม! คนไทยกินพิซซ่าเป็นอย่างไรบ้าง🍕[ความยาว: 620 ตัวอักษร l เวลาในการอ่าน: 6 นาที]-------แม้จะเป็นอาหารสไตล์อิ...
31/10/2021

🧐ส่องพฤติกรรม! คนไทยกินพิซซ่าเป็นอย่างไรบ้าง🍕
[ความยาว: 620 ตัวอักษร l เวลาในการอ่าน: 6 นาที]
-------
แม้จะเป็นอาหารสไตล์อิตาเลี่ยน แต่คนไทยเรานั้น
ก็นิยมทานพิซซ่ากันอยู่ไม่ใช่น้อยและถือว่าเจ้าแป้ง
แผ่นกลมก็เป็นเมนูอันดับต้นๆที่คนไทยจะสั่งทาน
มาหลายปีแล้ว
โดยพฤติกรรมจากปี 2562-2563 ที่ผ่านมา มีข้อมูล
จากเว็บไซท์ Marketeer ได้ระบุไว้ถึงพฤติกรรมของ
คนไทยเราในการบริโภคพิซซ่าไว้ ดังนี้
-----
📍คนไทยนั้นมีพฤติกรรมในการสั่งพิซซ่า
: เฉลี่ย 3 ครั้ง / สัปดาห์ (เพิ่มจาก 2 ครั้ง /สัปดาห์)
📍ค่าใช้จ่ายต่อบิล
: 500 - 700 บาท / บิล (70% คือใช้จ่ายเกี่ยวกับพิซซ่า
และอีก 30% จะเป็นการซื้อสินค้าอื่นๆ เช่น เครื่องดื่ม )
📍พิซซ่าหน้าที่ถูกสั่งมากที่สุด
: Hawiian Pizza (ประเมินจากหน้าพิซซ่าที่ขายดีแต่ละ
แบรนด์มาคิดจำนวนรวมกัน)
📍มูลค่าทางการตลาด
: 13,000-15,000 ล้านบาท (โดยโตขึ้นจากเดิมเพียง
7%-8% เท่านั้นเนื่องจากสถานการณณ์โควิด-19)
📍ส่วนแบ่งทางการตลาด
: Pizza Company:70%, Pizza Hut 20% และอื่นๆ
อีก 10% ( Pizza Company ยังคงเป็นแบรนด์ที่ตี
ตลาดคนไทยได้มากที่สุด)
-----
🔴 Top 3 แบรนด์พิซซ่าที่คนไทยสั่งทาน
👉The Pizza Company
เดอะ พิซซ่า คอมปะนี เปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทยในฐานะ
ผู้ให้บริการพิซซ่าและพาสต้าสไตล์อิตาเลียน เมื่อปี 2544
ภายใต้การจัดการของ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป กระทั่งเป็น
แบรนด์พิซซ่ายอดนิยมที่สุดในประเทศไทย ด้วยจำนวน
532 สาขา ใน 67 จังหวัด และขยายกิจการไปยังตลาด
ต่างประเทศซึ่งส่วใหญ่จะเป็นทางแถบเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ได้อีกด้วย
ซึ่งในปัจจุบัน The Pizza Company เป็นแบรนด์ที่กิน
ส่วนแบ่งทางการในไทยมากที่สุดซึ่งเกือบจะคลอบ
คลุมทั้งหมด เนื่องด้วยมีการรุกตลาดคนไทยได้เร็ว
โปรโมชั่น 1 แถม 1 ในตำนาน รวมไปถึงมักคิดรสชาติ
และหน้าใหม่ๆออกมาให้เหมาะกับคนไทยอีกด้วย
จำนวนสาขาปัจจุบันในไทย: 532 สาขา
-----
👉Pizza Hut
พิซซ่าฮัท ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2501 โดยสองพี่น้อง แฟรงก์
และ แดน คาร์นีย์ ที่รัฐแคนซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี พิซซ่าฮัท สามารถขยาย
สาขาเพิ่มได้ถึง 6 สาขา
การเติบโตที่ค่อนข้างรวดเร็ว ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจเริ่มนำ
ระบบแฟรนส์ไชส์มาใช้ในปีต่อมา โดยสองพี่น้องจะเป็น
ผู้อบรมวิธีการบริหารร้านพิซซ่าให้แก่ผู้ซื้อแฟรนส์ไชส์
ในเวลานั้นด้วยตนเองและทำให้ตอนนี้ Pizza Hut เป็น
แบรนด์ที่มีสาขามากที่สุดในโลก
และแม้จะมีส่วนแบ่งทางตลาดในไทยเพียง 20% แต่
ก็เป็นที่นิยมไม่น้อยเลยทีเดียวเนื่องด้วยจุดเด่นที่ Pizza
Hut ปรับภาพลักษณ์ของร้านให้กลายเป็น Casual dine-in
restaurant (ร้านอาหารแบบนั่งทาน) ในรูปแบบตะวันตก
ทั้งเมนูอาหารและการให้บริการ จึงทำให้กลุ่มลูกค้า
มีทั้งวัยรุ่นและกลุ่มครอบครัว
จำนวนสาขาปัจจุบันในไทย: 158 สาขา
-----
👉Domino’s Pizza
ในปี 2007 โดมิโน่ส์ พิซซ่าในประเทศสหรัฐอเมริกา
เปิดตัวการสั่งซื้อพิซซ่าออนไลน์ และต่อมาในปี 2008
ได้สร้างประสบการณ์ใหม่ของการสั่งพิซซ่า โดยเปิดตัว
นวัตกรรมการเลือกหน้าพิซซ่า และการตรวจสอบสถานะ
จัดส่ง ในปี 2012
โดย Signature ของพิซซ่าแบรนด์นี้คือแป้งมีทั้งแบบ
หนานุ่มและบางกรอบ พร้อมหน้าพิซซ่าที่หลากหลาย
ทั้งสไตล์อิตาเลี่ยนและนิวยอร์ก
จำนวนสาขาปัจจุบันในไทย: 30 สาขา
----
Source l
https://bit.ly/3yu8fJO
https://bit.ly/3AlvRRr
https://bit.ly/3iu5K4K
https://bit.ly/3rZ3LZd
----
#พิซซ่า #ฟาสฟู๊ด

#เพราะเราเชื่อว่าทุกอย่างมีลายเซ็นต์

🍕 6 หน้าพิซซ่ายอดฮิต! หน้าไหนที่คุณรัก 😍[ความยาว: 697 ตัวอักษร l เวลาในการอ่าน: 7 นาที]-------ถือเป็นอีกเสน่ห์อีกอย่างหน...
30/10/2021

🍕 6 หน้าพิซซ่ายอดฮิต! หน้าไหนที่คุณรัก 😍
[ความยาว: 697 ตัวอักษร l เวลาในการอ่าน: 7 นาที]
-------
ถือเป็นอีกเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของพิซซ่าเลย
ก็ว่าได้ เพราะเป็นเมนูที่มีหลากหลายหน้า
หลากหลายรสชาติให้เราเลือกสรร
หากแต่จะว่าไปนั้น หน้าพิซซ่าที่ผู้คนทั่วโลก
นิยมทานมีหน้าอะไรบ้าง?
EDT Insider จึงขอรวบนำพิซซ่าหน้ายอดฮิต
6 แบบ มานำเสนอ
อันประกอบด้วย
-----
📍 0 1 พิซซ่าหน้ามารินาร่า (Marinara Pizza)
พิซซ่ามารินาร่า เป็นพิซซ่าถาดแรกของโลก!
เนื่องด้วยนักโบราณคดีได้มีการค้นพบซากเถ่าถ่าน
ของขนมปังติดอยู่ในเตาฝืนโบราณ จากปอมเปอี
เมืองโบราณที่ถูกทำลายโดยภูเขาไฟวิสุเวียส อยู่
ทางตอนใต้ของอิตาเลี่ยนมีอาณาเขตติดกับเมือง
นาโปลีเป็นเมืองต้นฉบับของพิซซ่า Neapolitan
Style ทำให้มีการสันนิษฐานว่าชาวนาโปลีนั้นทาน
ขนมปังที่อบด้วยเตาฝืนโบราณมานานกว่า 700 ปี
โดยต่อมา ชาวเมืองนโปลีก็เริ่มประยุกต์นำมะเขือเทศ
และสมุนไพร ใส่ลงไปในตัวขนมปังและนำไปอบด้วย
กันจนทำให้เกิดเป็นพิซซ่ามารินาร่าในทุกวันนี้
ส่วนประกอบ: ซอสมะเขือเทศ กระเทียมตัดเป็น
แผ่นโรยด้วยโอริกาโน่และน้ำมันมะกอก
-----
📍 0 2 พิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยน (Hawaiian Pizza)
พิซซ่าหน้านี้ถูกคิดขึ้นจากประเทศแคนาดา ในปี คศ.1962
โดย แซม พาโนพาโอลัส ในร้านที่มีชื่อว่า Satellite
Restaurant จากความสำเร็จในร้านอาหารเล็กๆ กลายเป็น
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เพราะในเวลานี้ไม่ว่าใครก็สั่งแต่หน้า
ฮาวายเอี้ยนเป็นอันดับแรกๆ
ส่วนประกอบ: สับปะรด แฮม ซอสมะเขือเทศเข้มข้น
-----
📍 0 3 พิซซ่าหน้าเวเจเทเรียน (Veggie Pizza)
นี่เป็นพิซซ่าที่ถูกคิดค้นมาเพื่อคนทานมังสวิรัติโดยเฉพาะ
เป็นหน้าที่มีผักหลากหลายชนิด ไม่ใช่แค่เหมาะกับคนทาน
มังสวิรัติอย่างเดียวแต่เหมาะกับคนรักสุขภาพอีกด้วย
ส่วนประกอบ: เห็ดแชมปิญอง มะเขือเทศ หัวหอม ส่วนชีส
ที่ใส่ในพิซซ่าหน้านี้ไม่ได้ทำมาจากนม แต่ทำมาจากไขมัน
พืช ดังนั้นผู้ที่กินมังสวิรัติก็สามารถทานได้อย่างสบายใจ
-----
0 4 พิซซ่าหน้าเปปเปอร์โรนี (Pepperoni Pizza)
เป็นหน้าที่ทุกคนนิยมสั่งกันมาก โดยเกือบทั้งหมดของ
หน้าพิซซ่าจะถูกปกคลุมไปด้วย เปปเปอร์โรนี ซึ่งเป็น
ไส้กรอกแห้งที่ทำมาจากเนื้อหมู เนื้อวัว เป็นต้น นำมา
บดผสมกันและมักจะมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศต่างๆ
อยู่ด้วย
ส่วนประกอบ: เปปเปอโรนีสไลด์บาง มอสซาเรลล่าชีส
และ ซอสมะเขือเทศเข้มข้น
-----
📍 0 5 พิซซ่าหน้าพาร์ม่าแฮม (Parma HamPizza )
พิซซ่าคลาสสิคอีกหน้าหนึ่งสำหรับสายโปรตีน มีความ
โดดเด่นและเป็นที่นิยมมากกว่า Salumi ตัวอื่นๆ เหตุผล
นั้นน่าจะเป็นเพราะว่ากลิ่นที่หอม(aromatic fragrance)
และรสชาติที่ออกหวานนิดๆของมัน จึงทำให้ พาร์มาแฮม
จัดเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบชั้นเลิศในการนำมาประกอบอาหาร
นั่นเอง
ส่วนประกอบ:ซอสมะเขือเทศ มอสเซอร์เลล่าชีส หาก
ชอบก็สามารถเพิ่มเห็ดได้ และใช้พาร์ม่าแฮมโดยแฮม
ที่ใช้จะเป็นแฮมสไลด์บางมากๆ
-----
📍 0 6 พิซซ่าหน้าซีฟู๊ด (Seafood Pizza)
เป็นพิซซ่าที่เอาใจคนรักอาหารทะเล โดยส่วนใหญ่
แล้วจะเป็นการนำบรรดาเหล่าอาหารทะเลมารวมกัน
ซึ่งบางประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยเราบางร้าน
ก็จะปรุงรสหน้าให้มีความเผ็ดเล็กน้อยให้เข้าคู่กับ
วัตถุดิบที่มาจากทะเล
ส่วนประกอบ: กุ้ง หอย หมึก พริกหวาน ชีส
-----
อย่างไรก็ดีพิซซ่าทั้ง 6 หน้านี้เป็นเพียงเศษเสี้ยว
หนึ่งในบรรดาพิซซ่าหลายๆหน้าที่ถูกสร้างสรรค์
ไปตามประเทศ วัฒนธรรมการกินที่แตกต่างกัน
ออกไป และทำให้พิซซ่าเป็นเมนูหนึ่งที่มีความ
หลากหลาย มากมายด้วยเสน่ห์ที่เราปฏิเสธไม่ได้
----
Source l
https://bit.ly/2ViPk6j
https://bit.ly/3jg7Iou
----
#พิซซ่า #ฟาสฟู๊ด

#เพราะเราเชื่อว่าทุกอย่างมีลายเซ็นต์

👉เปิดรสชาติ! ชีส 10 แบบที่คนรักชีสต้องรู้ 🧀[ความยาว: 1214 ตัวอักษร l เวลาในการอ่าน: 10 นาที]-----เป็นที่ทราบกันดีว่า ชีส...
29/10/2021

👉เปิดรสชาติ! ชีส 10 แบบที่คนรักชีสต้องรู้ 🧀
[ความยาว: 1214 ตัวอักษร l เวลาในการอ่าน: 10 นาที]
-----
เป็นที่ทราบกันดีว่า ชีส (Cheese) เป็นส่วนผสม
สำคัญของพิซซ่าอ(Pizza) ที่ขาดไม่ได้และถือว่า
มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานพอๆกับพิซซ่าเลย
ทีเดียว
และหากจะกล่าวกันตามจริง ชีสนั้นมีหลายประเภท
และหลากสายพันธุ์มาก รวมไปถึงชีสที่ใช้ทำพิซซ่า
ก็เช่นเดียวกัน
โดยสามารถรวบรวมชีสพิซซ่าได้ 4 แบบ และชีสอื่นๆ
ที่แม้ไม่ได้ใช้ทำพิซซ่าแต่ก็สามารถทานกับเมนูอื่นๆ
ได้อีก 6 แบบด้วยกัน
ซึ่งประกอบด้วย
-----
📍 0 1 มอสซาเรลลาชีส (mozzarella cheese)
เป็นเนยแข็ง (cheese) ชนิดสด (fresh cheese)
มีกำเนิดในประเทศอิตาลี เริ่มต้นผลิตจากน้ำนม
ควาย ปัจจุบันผลิตได้ทั้งจากน้ำนมวัวและน้ำนม
ควาย เป็นต้น
รสสัมผัส: เป็นเนยแข็งที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม สีเหลือง
อ่อน หรือสีครีม เนื้อเรียบเนียน เนยแข็งชนิดนี้มี
กลิ่นรสที่ไม่แรง จึงทำการบ่มหรือไม่บ่มก็ได้ ขึ้น
อยู่กับวิธีการผลิต สำหรับเนยแข็งมอสซาเรลลา
ที่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบเป็นหน้าพิซซ่าจะมีความ
ชื้นต่ำกว่าเนยแข็งมอสซาเรลลาสด
-------
📍 0 2 พามิซาน ชีส (parmesan cheese)
ชีสจากประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นชีสเนื้อแข็งโดยจะผ่าน
การเก็บบ่ม (aging) 24-30 เดือน ยิ่งบ่มนานจะมีราคา
สูงและมีรสชาติดียิ่งขึ้น โดยขั้นตอนการทำจะนำน้ำนม
วัวดิบมาผสมด้วย starter whey (whey หรือ milk
plasma)
รสสัมผัส: เป็นชีสเนื้อแข็ง ที่มีความชื้นน้อย รสชาติจึง
เข้มข้น กลิ่นจะค่อนข้างแรง มีความเค็มมัน หากนำมา
นำมาขูดใส่ในพาสต้าและพิซซ่า จะช่วยให้รสชาติเข้ม
ข้น, และยังนำไปใส่ในสลัดต่างๆได้อีกด้วย
-----
📍 0 3 โพรเวลชีส (Provel Cheese)
ปกติแล้ว พิซซ่าต้องใช้มอซซาเรลล่าชีส ไม่มีใครใช้
เชดดาร์ชีส เพราะเหตุผลเรื่องความชื้นในชีสที่ต่างกัน
จะทำให้ชีสไหม้จนไม่น่ากิน แต่ที่เมืองเซนต์หลุยส์ของ
อเมริกา มีการคิดค้นชีสผ่านกระบวนการ (processed
chees) โดยเอาเชดดาร์ชีส สวิสชีส และชีสรมควันอย่าง
โพรโวโลเน (provolone) มาผสมผสานกัน จนเกิดเป็น
ชีสที่เรียกว่า โพรเวล (Provel) แล้วใช้แทนมอสซาเรลลา
ชีส ก็เลยเกิดพิซซ่าในรูปแบบเฉพาะขึ้นมา
รสสัมผัส: มีสีขาวและมีจุดหลอมเหลวต่ำ ดังนั้นจึงมีเนื้อ
สัมผัสที่เหนียวเหนอะหนะและเกือบจะเป็นเนยที่อุณหภูมิ
ห้อง และโดยดั้งเดิมแล้วจะใช้โรยหน้าพิซซ่าแบบดั้งเดิม
สำหรับเซนต์หลุยส์สไตล์พิซซ่า มักใช้ในการเตรียมซุปชีส
และเสิร์ฟบนสลัด , ไก่ , และแซนวิช อีกด้วย
-----
📍 0 4 โพรโวโลเน่ชีส (Provolone cheese )
ชีสจากอิตาลี ต้นตำรับการผลิตของแคว้น Lombardia และ
Veneto จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับมอสซาเรลลา มีหลายขนาด
หลายรูปทรง ทั้งทรงลูกแพร์ ทรงกลม และกระบอก และจะ
แขวนไว้บ่มต่อไปนานอีก 3-12 เดือน เพื่อทำให้รสชาติจัด
จ้านเข้มข้นขึ้น แม้ว่าจะเป็นตระกูลเดียวกับมอสซาเรลลาแต่
โพรโวโลเน่จะเป็นชีสที่แข็งและแห้งกว่า
รสสัมผัส: โพโวโลเน่ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ Dolce
รสชาติละมุนไม่จัดมาก นำมาตัดเป็นขนาดสีเหลี่ยมลูกเต๋า
ใส่ในสลัด หรือทานเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยคู่กับผลไม้ อีก
ชนิดคือ Piccante รสชาติจะจัดมากกว่าแบบ Dolce สามารถ
ทานคู่กับได้หลายเมนูใช้ใส่อบในเมนูพายต่างๆ รวมถึงเมนู
เนื้อและซีฟู้ด
-----
📍 0 5 ชีสสวิส (Swiss cheese)
เนยแข็งชีสสวิส ของดีจากสวิตเซอร์แลนด์ ครองใจคนทั่ว
โลกมีรูปลักษณ์โดดเด่นด้วยรูกระจายเต็มเป็นโพลง ซึ่งเกิด
จากการบ่มและมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ภายในเนื้อชีส
โดยรวมชีสสวิสจะมีสีเหลืองทอง มีขนาดใหญ่เป็นชีสระดับ
ตำนานที่เริ่มทำครั้งแรกที่จังหวัดไฟร์บอร์กใช้ระยะเวลาบ่ม
ค่อนข้างนาน 10-18 เดือน
รสสัมผัส: รสชาติมัน ให้ความรู้สึกนุ่มและกรอบในเวลา
เดียวกัน เรามักจะคุ้นเคยกับชีสชนิดนี้จากภาพในการ์ตูน
ชาวต่างชาตินิยมทานร่วมกับไวน์องุ่นขาวที่มาจาก
สวิตเซอร์แลนด์ และแชมเปญ เพราะลงตัวเข้ากันดี
สามารถรับประทานได้ทันทีแบบไม่ต้องปรุงรส หรือจะใช้
เป็นส่วนผสมเมนูอาหารก็ได้
-----
📍 0 6 เชดดาชีส (Cheddar Cheese)
เชดดาชีส เป็นเนยแข็งทำจากนมวัวประเภท Semi-Hard
Cheese กึ่งอ่อนกึ่งแข็งที่มีชื่อเรียกตามเมือง Cheddar
แคว้น Somerset แห่งประเทศอังกฤษ
รสสัมผัส: มีรสชาติเข้มข้น เป็นเนยแข็งที่หลายคนโปรด
ปราน เพราะใช้ประกอบอาหารหลากหลาย เช่น โรยหน้า
สลัด โรยหน้ามันฝรั่งอบ และโรยบนหลายเมนูช่วยเพิ่ม
ความอร่อย มีรสเค็มแต่ไม่ยืดเมื่อโดนความร้อน
-----
📍 0 7 กูวด้าชีส (Gouda Cheese)
กูวด้าชีส เป็นชีสกึ่งแข็งจากเนเธอร์แลนด์ ทำจากนมวัว
เป็นหนึ่งในชีสที่ได้รับความนิยมมาก รูปลักษณ์แปลกตา
มีลักษณะกลมแบนมีทั้งผิวสีแดงและสีเหลืองที่เคลือบ
เอาไว้ด้วยขี้ผึ้งพาราฟินเพื่อไม่ให้ชีสแห้งมากหลังจาก
เริ่มตากชีสให้แห้ง 2-3 วัน
รสสัมผัส: มีความเค็มปนหวาน นิยมหั่นเป็นชิ้นบางๆ
รับประทานเสิร์ฟร่วมกับไวน์หรือเบียร์
-----
📍 0 8 บลูชีส (Blue Cheese)
วัตถุดิบบลูชีส (Blue Cheese) เป็นชีสที่มีความเป็น
เอกลักษณ์โดยใช้รา Penicillium ในการผลิตด้วย
บลูชีสนั้นมีต้นกำเนิดจากฝรั่งเศส ซึ่งความบลูแต้มจุดๆ
สีฟ้าโทนเขียวนั้นมาจาเชื้อรา บลูชีสนั้นมีหลายหลายชนิด
เช่น Roquefort และ Bleu de Gex จากฝรั่งเศษ Gorgonzola
จากเมืองมิลานประเทศอิตาลี
รสสัมผัส: บลูชีสมีกลิ่นค่อนข้างเฉพาะตัวและมีรสเค็ม
เข้มข้นนิยมทำเมนูอาหารอบชีสเป็นหลัก เช่น ไก่อบชีส
และเบคอนอบชีส ใช้ทำซอส สามารถทานกับขนมปังและ
ไวน์ที่มีรสชาติหวาน ก็ได้อรรถรสที่แตกต่างออกไป
----
📍 0 9 มาสคาโปน (Mascarpone Cheese)
เป็นประเภทชีสที่มีรูปลักษณ์แตกต่างจากชีสประเภทอื่นๆ
ที่เล่ามาข้างต้นเล็กน้อย มาสคาโปนชีสเป็นครีมชีสที่อร่อย
นุ่มลิ้น ละลายในปาก
รสสัมผัส: รสชาติดีมีต้นกำเนิดจากอิตาลี นิยมใช้เป็นวัตถุดิบ
เมนูขนมหวาน เช่น ทีรามิสุ พาย บานอฟฟี่ และอื่น ๆ แต่ด้วย
ความที่หาค่อนข้างยาก มาสคาโปนชีสจึงไม่ค่อยคุ้นหูคนไทย
เท่าไหร่นัก
----
📍 1 0 คอทเทจ (Cottage Cheese)
คนรักสุขภาพ หรือกำลังลดน้ำหนักต้องเลือกรับประทาน
คอทเทจชีส ด้วยไขมันต่ำ อุดมด้วยโปรตีนและมีโปรไบโอติก
ที่ดีต่อสุขภาพลำไส้ มองผิวเผินดูคล้ายป็อปคอน
รสสัมผัส: ส่วนใหญ่จะรับประทานร่วมกับของหวาน สลัด
และผลไม้เพื่อช่วยเพิ่มรสชาติคล้ายกับรับประทานครีม บาง
ครั้งก็ใช้คอทเทจชีสเป็นวัตถุดิบทำแพนเค้ก เพราะเพิ่มความ
หวานและอร่อยยิ่งขึ้น
-----
Source l
https://bit.ly/3A0w0cU
https://bit.ly/3xsRc9P
https://bit.ly/37bC2uG
----
#พิซซ่า #ฟาสฟู๊ด

#เพราะเราเชื่อว่าทุกอย่างมีลายเซ็นต์

28/10/2021
📣มาดูกัน! ชาจีน 4 ชนิดนี้จับคู่กับขนมอะไรถึงอร่อย☕️[ความยาว: 866 ตัวอักษร l เวลาในการอ่าน: 9 นาที]-----“ชา” (Tea) ถือเป็...
28/10/2021

📣มาดูกัน! ชาจีน 4 ชนิดนี้จับคู่กับขนมอะไรถึงอร่อย☕️
[ความยาว: 866 ตัวอักษร l เวลาในการอ่าน: 9 นาที]
-----
“ชา” (Tea) ถือเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของ
ชาวจีนที่มีความเป็นมายาวนานพอๆกับ
ประวัติศาสตร์ของชาติเลยก็ว่าได้
โดย ชาจีน นั้นสามารถแบ่งแยกย่อยได้เป็น 7
ประเภท ได้แก่ ชาขาว, ชาเขียว, ชาเหลือง,ชา
ดำ (ชาแดง), ชาอู่หลง, ชาผู่เอ๋อ (ชาหมัก) และ
ชาดอกไม้
ซึ่งชาแต่ละประเภทก็ยังสามารถจำแนกแยกย่อย
ออกไปตามพื้นที่เพาะปลูก หรือวิธีการปรุงใบชา
ทำให้ชาจีนกลายเป็นเครื่องดื่มที่มีความหลาก
หลายทางด้านรสชาติ
สำหรับชาวจีน การดื่มชา สามารถทำได้ทุกเวลา
และบ่อยครั้งที่จะเลือกทานคู่กับขนมหรือผลไม้
(Tea Pairing) เพื่อเสริมรสชาติของชา โดยของ
ที่นิยมทานคู่กับชาจีนในสมัยก่อน มักได้แก่ ถั่ว
ชนิดต่างๆ, ขนมเปี๊ยะทั้งไส้หวานและไส้คาว,
ผลไม้อบแห้งนานาชนิด รวมไปถึงผลไม้สดตาม
ฤดูกาล
ซึ่งสามารถยกตัวอย่างได้จากชาที่ยอดนิยมของ
จีน จาก 4 ชนิดนี้ ได้แก่
-----
📍 0 1 ชาเขียวแบบดั้งเดิม (Green Tea)
นับว่าเป็นชนิดของชาที่ธรรมชาติที่สุดและเป็นแบบ
ดั้งเดิมของชาวจีนที่นิยมดื่มกัน ซึ่งชาเขียวนั้นจะมัก
จะถูกเด็ดมาสดๆแล้วน้ำมาตากแห้ง และต้มดื่มเพื่อ
สุขภาพหรือนำไปไหว้ในพิธีต่างๆด้วย
กรรมวิธีก่อนดื่ม: ผ่านการหมักประมาณ 30-50%
แล้วจึงนำไปอบแห้ง ขณะอบอาจนำดอกมะลิหรือ
ดอกกุหลาบไปวางไว้ด้วยเพื่ออบกลิ่น กลายเป็นชา
เขียวมะลิหรือชาเขียวกุหลาบ
รสชาติ-กลิ่น: รสฝาดอ่อนๆ หอม ดื่มง่าย
ขนมที่ทานคู่กัน: เนื่องจากเป็นชาเขียวแบบดั้งเดิม
ซึ่งมีรสชาติที่อ่อนไม่หวาน ดังนั้นควรทานคู่กับขนม
ที่มีรสชาติหวานเพื่อนำมาเสริมรสชาติ เช่น จันอับ,
ขนมเปี๊ยะ,ตังเม เป็นต้น
-----
📍 0 2 ชาอู่หลง (Oolong Tea)
ชาอู่หลงยอดนิยมในบรรดาผู้รักการดื่มชา โดยมัก
จะถูกหมักหรือบ่มในระหว่างการผลิตบางส่วนเพื่อ
เพิ่มสีและกลิ่นให้เป็นไปตามต้องการ
กรรมวิธีก่อนดื่ม: ผ่านการหมักประมาณ 50-70% แล้ว
นำไปคั่ว ถ้าคั่วครั้งเดียวรสชาติจะอ่อน คั่วหลายครั้งก็
จะเข้มข้นขึ้นตามลำดับ
รสชาติ-กลิ่น: รสชาติเข้มข้น ชุ่มคอ และหอม
ขนมที่ทานคู่กัน: เนื่องจากชาอู่หลงนั้นมีหลากหลาย
รสชาติซึ่งความอ่อน-เข้มนั้นจะขึ้นอยู่กับการหมักและ
การคั่ว ซึ่งหากมีรสชาติอ่อน ก็เหมาะที่จะทานกับผลไม้
เช่น ลูกแพร์ หรือ ลูกพลับ เป็นต้น และหากมีรสที่เข้ม
ข้นก็ให้ทานคู่กับ ทาร์ตไข่ ขนมไข่ หรือขนมที่มีไส้ครีม
เป็นต้น
----
📍 0 3 ชาดำ หรือ ชาแดง (Black Tea)
กรรมวิธีก่อนดื่ม:ชาแดงของจีนจะเป็นชาเต็มใบ ซึ่งจะ
ผ่านกระบวนการหมัก 100% เต็ม
รสชาติ-กลิ่น: รสชาติเข้มข้นที่สุด กลิ่นหอมเฉพาะตัว
ขนมที่ทานคู่กัน: เนื่องจากชาแดงนั้นมีรสชาติเข้มข้น
กลมกล่อมแบบเฉพาะตัว จึงเหมาะทานคู่กับผลไม้
อบแห้งหรือผลไม้เชื่อม เช่น พุทราจีน หรือ ลูกพลับ
-----
📍 0 4 ชาขาว (White Tea)
“ชาขาวเป็นชาที่ดีที่สุดในบรรดาชาทั้งหมด” หาได้ยาก
และมีราคาแพง จึงถือเป็นชาชั้นสูง ซึ่งชาวจีนนิยมดื่มมา
นานกว่า 1,500 ปีแล้ว ชาขาวในแต่ละฤดูจะมีคุณสมบัติ
ที่แตกต่างกันออกไป
กรรมวิธีก่อนดื่ม:ใบชาที่เด็ดมาหมักทิ้งไว้ประมาณครึ่งวัน
แล้วอบด้วยความร้อนให้แห้งทันที ชาขาวผ่านการหมัก
น้อยที่สุด ควรชงกับน้ำร้อนประมาณ 85 องศา เพื่อรักษา
รสชาติของใบชาอ่อนๆ ไว้
รสชาติ-กลิ่น: รสชาติและกลิ่นของชาขาวแต่ละชนิดจะ
ไม่เหมือนกัน บ้างก็มีกลิ่นสนผสมน้ำผึ้ง และบ้างก็มีกลิ่น
ข้าวมอลต์ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสถานที่ที่ปลูก ในเรื่องของรส
ชาตินั้นที่เป็นเสน่ห์หลักๆเลยก็เห็นจะเป็นความนุ่ม นิ่ง
และมีรสอ่อนๆ ทำให้ดื่มง่าย
ขนมที่ทานคู่กัน: เนื่องจากชาขาวนั้นมีหลายชนิด แต่
ส่วนใหญ่แล้วจะมีรสชาติอ่อนๆ จึงสามารถจับคู่ทานได้
กับถั่วชนิดต่างๆหรือขนมหวานที่มีถั่วเป็นส่วนผสม
-----
อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงการจับคู่เพื่อเสริมรสชาติของ
ชาแต่ละชนิดเท่านั้น โดยทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับ
ความชอบของแต่ละคนด้วย
แล้วลูกเพจชอบทาน ชา คู่กับ ขนม ชนิดไหน สามารถ
มาแชร์บอกต่อกันได้ ใต้คอมเม้นท์
-----
Source l
https://bit.ly/372JUyK
https://bit.ly/3y763b1
----
#ขนมหวานจีน

#เพราะเราเชื่อว่าทุกอย่างมีลายเซ็นต์

👉รวม 6 ธัญพืช! ของขนมหวานจีนที่คนอยากสุขภาพดีต้องทาน😍[ความยาว: 426 ตัวอักษร l เวลาในการอ่าน: 4 นาที]-------จากสุภาษิตจีน...
27/10/2021

👉รวม 6 ธัญพืช! ของขนมหวานจีน
ที่คนอยากสุขภาพดีต้องทาน😍
[ความยาว: 426 ตัวอักษร l เวลาในการอ่าน: 4 นาที]
-------
จากสุภาษิตจีนแต้จิ๋วที่กล่าวไว้ว่า…
ชาวจีนนั้นมีนิสัยที่ ฉลาดกิน โดยคำว่า
ฉลาดกิน ในที่นี้ นอกจากจะหมายถึง
รู้จักกินของที่มีประโยชน์และประหยัด
แล้ว ต้องเป็นของอร่อยด้วย
โดยองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งที่
อาหารหรือขนมหวานอย่างจีนขาดไม่
ได้เลยนั่นก็คือ ธัญพืช ต่างๆ
โดยมีหลากหลายเมนูที่นำไปเป็นส่วน
ประกอบสำคัญ เช่น เต้าทึง, ขนมไหว้
พระจันทร์, ขนมเต่าปัง และ ขนมโบ๊ก
เกี๊ยะ เป็นต้น
ซึ่งธัญพืชที่หลากหลายดังกล่าวจะถูก
นำมาเป็นส่วนประกอบหลักๆ อยู่ 8 ชนิด
ประกอบด้วย
----
📍 0 1 แปะก๊วย
สรรพคุณ: ช่วยบำรุงสมอง ทำให้มีสมาธิและ
ความจำที่ดี ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม ลด
อาการปวดท้องประจำเดือน และช่วยบรรเทา
อาการชาตามปลายนิ้วมือและเท้า
----
📍 0 2 เม็ดบัว
สรรพคุณ: ช่วยบำรุงไต บำรุงม้ามและหัวใจ บำรุง
สมอง บำรุงเส้นผมและผิวพรรณ รวมไปถึงรักษา
อาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ระดูขาวในผู้หญิง
อีกด้วย
----
📍 0 3 รากบัว
สรรพคุณ: แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ลดไข้ บำรุงสาย
ตา ลดอาการของตาแดง ตาอักเสบ แก้ท้องเสีย
ท้องร่วง และบำรุงม้าม และกระเพาะอาหาร
----
📍 0 4 พุทราแห้ง
สรรพคุณ: บำรุงสายตาและผิว บำรุงตับ ม้าม สมอง
และเลือด บำรุงประสาท ขับปัสสาวะ ช่วยลดคอเลส-
เตอรอล และช่วยให้หลับง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่นอนไม่
ค่อยหลับหรือหลับยากด้วย
----
📍 0 5 ลูกเดือย
สรรพคุณ:ขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน บำรุงไต กระเพาะอา
หาร ม้าม รวมทั้งบำรุงเลือดลมในสตรีหลังคลอด รักษา
อาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง บำรุงเส้นผม และผิวหนัง
-----
📍 0 6 ถั่วต่างๆ (เขียว,แดง,ดำ)
สรรพคุณ: แหล่งโปรตีน กินดี ย่อยง่าย ช่วยบำรุงกระดูก
ให้แข็งแรง สร้างเม็ดเลือด ช่วยให้การหมุนเวียนเลือดดี
อุดมไปด้วยกากใยหรือไฟเบอร์ มีสารฟลาโวนอยด์ หรือ
สารล้างพิษกรัมต่อกรัมสูง
-----
จากทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ก็ทำให้เห็นว่าการปฏิเสธว่านิสัย
“ฉลาดกิน” ของชาวจีนนั้น เป็นจริงอย่างไม่มีข้อกังขา ซึ่ง
นอกจากธัญพืชเหล่านี้แล้ว ก็ยังมีสิ่งที่สร้างสรรค์รสชาติ
อีกมากมายที่ผสมรวมอยู่ หากแต่เราจะสัมผัสได้ถึงรสชาติ
เหล่านั้นหรือไม่ ก็เท่านั้นเอง
----
Source l
https://bit.ly/2VfGcPG
https://bit.ly/3l2hWLo
----
#ขนมหวานจีน

#เพราะเราเชื่อว่าทุกอย่างมีลายเซ็นต์

📍ไขเคล็ดลับ 5 เสน่ห์ขนมหวานสไตล์จีน (ที่จะทำให้คุณหลงรักมากขึ้น) 🧐[ความยาว: 515 ตัวอักษร l เวลาในการอ่าน: 5 นาที]-------...
26/10/2021

📍ไขเคล็ดลับ 5 เสน่ห์ขนมหวานสไตล์จีน
(ที่จะทำให้คุณหลงรักมากขึ้น) 🧐
[ความยาว: 515 ตัวอักษร l เวลาในการอ่าน: 5 นาที]
-------
เชื่อว่าแต่ละคนนั้นคงมีเมนูขนมหวานที่ชื่นชอบ
อยู่ในใจอยู่แล้ว ซึ่งไม่ว่าอะไรก็ตามแต่ ขนมใน
ใจเหล่านี้คงมีบางสิ่งที่ทำให้เราชอบและจำได้
ขึ้นใจว่าเราชอบมันขนาดไหน
โดยเฉพาะรูปร่างหน้าตา ลักษณะของกลิ่นและ
วัตถุดิบที่ทำ รวมไปถึงรสสัมผัสของเมนูนั้นๆที่
ทำให้มันมีความโดดเด่นที่ต่างกันออกไป
ซึ่งขนมหวานของชาวจีนก็เป็นขนมหวานอีก
ประเทศหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่โดดเด่น
ที่ไม่ว่าใครเห็นก็จำได้ว่านี่คือของหวานจาก
แผ่นดินจีน จนเคยได้รับการจัดอันดับจาก
สำนักข่าว CNN ให้เป็น 1 ใน 20 ประเทศ
ที่มีขนมหวานอร่อยที่สุดในโลก
ซึ่งเคล็ดลับที่ทำให้ความอร่อยของขนมหวาน
สไตล์จีนติดอันดับโลก แบ่งได้เป็น 5 ข้อ ดังนี้
-----
🔴 01 ไม่มีรสชาติที่ตายตัว
แน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้ว ขนมหวานของจีน ไม่ว่า
จะเป็นเมนูไหน ส่วนใหญ่จะมีสูตรทั่วไปในการทำ
อยู่แล้ว หากแต่สิ่งที่บอกได้ยากว่ารสชาติจะเป็น
แบบไหนนั้นคงเป็นไปได้ยาก เพราะส่วนประกอบ
และขั้นตอนของการทำเมนูนั้นๆของแต่ละพื้นที่ใน
จีนแตกต่างกันออกไป จึงไม่น่าแปลกใจที่ขนมชนิด
เดียวกันจะมีรสชาติที่หลากหลาย
-----
🔴 0 2 มีสัดส่วนการใช้นมและน้ำตาลที่น้อย
คาดว่าเป็นผลพวงมาตั้งแต่สมัยอดีตของจีน เนื่อง
จากทั้ง นม และ น้ำตาล นั้น นับเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย
มีค่าและมีราคาที่แพงในสมัยก่อน ทั้งอาหารและ
ขนมหวานของชาวจีนจึงไม่ค่อยใส่นมหรือน้ำตาล
มากนัก โดยจะเน้นการใช้แป้งและพึ่งความหวาน
จากผลไม้ที่นำมาประกอบเสียมากกว่า
-----
🔴 0 3 ความหลากหลายของส่วนประกอบ
กล่าวได้ว่าเมื่อเราทานเมนูของหวาน 1 เมนู เรา
สามารถเจอไส้ด้านในที่มีครบทั้งรสหวานและคาว
ได้ในเมนูเดียวกัน เช่น
“ขนมไหว้พระจันทร์” มีส่วนประกอบของ น้ำตาล,
ถั่ว,ผลไม้,ไข่แดง และ เนื้อสัตว์ เป็นต้น
-----
🔴 0 4 ขนมบางประเภทก็เป็นอาหารจานหลักได้
เนื่องจากขนมบางประเภทของชาวจีนนั้น มีส่วน
ประกอบหลักจาก ข้าว และ แป้ง จึงทำให้เมนูนั้นๆ
สามารถเสิร์ฟเป็นมื้อหลักได้เลยนั่นเอง
-----
🔴 0 5 ซุปที่มีรสชาติหวานก็ถือว่าเป็นขนมหวาน
เนื่องจากของหวานของชาวจีนนั้นมีหลากหลายรูป
แบบ ซึ่งจะถูกแบ่งตามวัตถุดิบที่นำมาทำรวมไปถึง
กรรมวิธีการทำด้วย ซึ่งขนมหวานบางเมนูก็มีลักษณะ
เป็นซุปหรือของเหลวที่มีลักษณะข้นเหนียว โดย
หากเมนูดังกล่าวนั้นมีรสชาติที่หวาน ก็จะถูกจัดให้
เป็นขนมหวานเช่นเดียวกัน
----
และนี่เป็นเพียง 5 ความโดดเด่นหลักๆของขนมหวาน
ชาวจีนเท่านั้น ซึ่งยังมีเอกลักษณ์อีกหลากหลายที่ของ
หวานจากแผ่นดินใหญ่นี้ยังสามารถสร้างความแปลกใจ
ให้เราได้อีก
----
Source l
(แปลจาก)
https://bit.ly/3iOZG5y
----
#ขนมหวานจีน

#เพราะเราเชื่อว่าทุกอย่างมีลายเซ็นต์

ที่อยู่

Software Park 7 Fl. , Chaengwattana Road , Klong Gluar, Pak-kred
Nonthaburi
11120

เบอร์โทรศัพท์

025026889

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ EDT Insiderผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง EDT Insider:

แชร์