Ka-Ban news สำนักข่าวออนไลน์เชิงสร้างสรรค์ โดยมีเนื้อหาเรื่องในประเทศครบถ้วนทุกประเด็นของข่าวสาร
(1)

รัฐบาลลุยสกัดเว็บพนันออนไลน์ ก่อนเทศกาล “บอลโลก 2026” เผย 8 เดือน ปิดกั้นแล้วกว่า 6 แสน URLs เตือนอินฟลู หยุดปัก-แปะ -ปั...
06/06/2026

รัฐบาลลุยสกัดเว็บพนันออนไลน์ ก่อนเทศกาล “บอลโลก 2026” เผย 8 เดือน ปิดกั้นแล้วกว่า 6 แสน URLs เตือนอินฟลู หยุดปัก-แปะ -ปั่นคอนเทนต์ชวนเล่นพนัน สั่งการดำเนินโทษเด็ดขาด

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้แก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคม พร้อมสั่งการให้ยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการปราบปรามและปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์ และ URL ที่เกี่ยวข้อง

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันผิดกฎหมาย ตามคำสั่งศาล และประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม ในปีงบประมาณ 2569 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 31 พฤษภาคม 2569 (ระยะเวลา 8 เดือน) แล้ว จำนวน 673,699 รายการ โดยแยกเป็นการปิดกั้นตามคำสั่งศาล จำนวน 635,717 รายการ และประสานงานแพลตฟอร์มทำการปิดกั้น (ประเภทหลอกลวง/พนันออนไลน์) จำนวน 37,982 รายการ ทั้งนี้ เฉพาะเดือนพฤษภาคม 2569 สามารถปิดกั้น URL การพนันผิดกฎหมายได้จำนวน 78,796 รายการ (ตามคำสั่งศาล 68,571 รายการ/ ประสานงานแพลตฟอร์ม 10,225 รายการ)

รัฐบาลสั่งการกระทรวงดีอีให้เฝ้าระวังและดำเนินการปิดกั้น ยกระดับการปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่จะเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมทั้งสั่งการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เฝ้าระวังและป้องกันเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกอย่างเข้มข้น โดยการนำเทคโนโลยี AI ช่วยตรวจจับทำให้การสกัดกั้นทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น

“เตือนประชาชนให้ระมัดระวังการเผยแพร่เนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมายบนสื่อดิจิทัล และโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในกลุ่มเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน รวมทั้งการหลอกลวงออนไลน์ต่างๆ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 14 ย้ำเตือนอินฟลูเอนเซอร์ที่ชักชวนเล่นพนันออนไลน์ทุกรูปแบบ อย่าปักตะกร้า อย่าแปะลิงก์ อย่าปั่นคอนเทนต์เชิญชวน จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด” นางสาวพลอยทะะล ย้ำ

กลาโหม โชว์ศักยภาพ “ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ”ผลิตเอง ปืน ค.60, 81, 120มม. ปีละกว่า500กระบอก ผลิตปืนใหญ่ 105มม. -พัฒนาระบบ...
05/06/2026

กลาโหม โชว์ศักยภาพ
“ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ”
ผลิตเอง ปืน ค.60, 81, 120มม. ปีละกว่า500กระบอก
ผลิตปืนใหญ่ 105มม. -พัฒนาระบบปืนใหญ่อัตตาจร ล้อยาง
พร้อม ผลิตกระสุน ลูกค.- ปืนใหญ่ ปีละมากกว่า80,000 นัด
ปลัดกลาโหม มั่นใจ ศักยภาพอุตสาหกรรมป้องกันประเทศแบบพึ่งพาตนเอง
ปกป้องอธิปไตยชาติ

พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอก ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร โดยมี พลโท รณรงค์ โรจนเสน ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ต้อนรับ

โดยได้เยี่ยมชมสายการผลิตอาวุธประจำกาย การทดสอบยิงอาวุธ การซ่อมปรับปรุงเครื่องยิงลูกระเบิดและปืนใหญ่

และดู ผลงานวิจัยยุทโธปกรณ์ และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิตกระสุนปืนใหญ่ เพื่อรองรับความต้องการด้านความมั่นคงของประเทศในการพึ่งพาตนเองด้านการป้องกันอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ พร้อมกับพบปะขอบคุณกำลังพลในการร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติ ภารกิจอย่างดี

ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธเป็นหน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่ผลิต ซ่อมสร้าง ปรับปรุง และพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ภายในประเทศ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของชาติและลดการพึ่งพาการนำเข้า จากต่างประเทศ โดยมีขีดความสามารถครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การผลิต การซ่อมบำรุง การปรับปรุงยุทโธปกรณ์ ไปจนถึงการทดสอบมาตรฐานอาวุธและกระสุน

จากข้อมูลการผลิตประจำปี พบว่าหน่วยงานมีศักยภาพในการผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ได้อย่าง ครบวงจร ตั้งแต่อาวุธประจำกาย อาวุธสนับสนุน เครื่องช่วยฝึก กระสุน และระบบอาวุธสำคัญต่าง ๆ โดยสามารถผลิตปืนเล็กยาวและอาวุธสำหรับการฝึกได้หลายพันกระบอกต่อปี

ผลิตเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60, 81 และ 120 มิลลิเมตร รวมกว่า 500 กระบอกต่อปี

ผลิตและปรับปรุงปืนใหญ่ขนาด 105 มิลลิเมตร รวมทั้งพัฒนาระบบปืนใหญ่อัตตาจร ล้อยาง และเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยางที่มีความทันสมัย เพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ

นอกจากนี้ ยังมีขีดความสามารถในการผลิตกระสุนเครื่องยิงลูกระเบิดและ กระสุนปืนใหญ่ รวมมากกว่า80,000 นัดต่อปี

และ ดำเนินโครงการปรับปรุงและยกระดับยุทโธปกรณ์ ที่ประจำการอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รองรับการใช้งานในระยะยาว และสอดคล้องกับความต้องการของ กองทัพในปัจจุบัน

ขีดความสามารถดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยที่สามารถผลิตซ่อมสร้าง และพัฒนายุทโธปกรณ์สำคัญได้ด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีภายในประเทศ ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ ลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาจากต่างประเทศ รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือ ภาวะวิกฤตได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศอย่างต่อเนื่องสร้างความเชื่อมั่นว่ากองทัพไทยมีความพร้อมในการดูแลรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

KA-BAN NEWS


———————————————
ติดตามและรับข่าวสารต่างๆ
คลิก https://www.facebook.com/NewsKaban

“อนุทิน” เปิดศูนย์บัญชาการปราบอาชญากรรมไซเบอร์ สั่งลุยกวาดล้างสแกมเมอร์–นอมินี–ทุนเทา ทั่วประเทศวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เ...
05/06/2026

“อนุทิน” เปิดศูนย์บัญชาการปราบอาชญากรรมไซเบอร์ สั่งลุยกวาดล้างสแกมเมอร์–นอมินี–ทุนเทา ทั่วประเทศ

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมประชุม ในการนี้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมดังกล่าว

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างเข้มข้น เพื่อเร่งป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะขบวนการสแกมเมอร์ อาชญากรรมทางไซเบอร์ เครือข่ายยาเสพติด การฟอกเงิน อาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการใช้นอมินีและกลุ่มทุนแฝงกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ระบบเศรษฐกิจ และความสงบเรียบร้อยของประเทศ

ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยทั้งในสายตาประชาชนและนานาชาติ

#กรมการปกครอง
#ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

ทร. ผลักดันชาวกัมพูชาพ้นโทษกลับประเทศตามขั้นตอน ยืนยันมาตรการปิดด่านยังเข้มงวดพลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรื...
05/06/2026

ทร. ผลักดันชาวกัมพูชาพ้นโทษกลับประเทศตามขั้นตอน ยืนยันมาตรการปิดด่านยังเข้มงวด

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันนี้ (5 มิถุนายน 2569) เวลา 14.30 น. กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้สนับสนุนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี ดำในการผลักดันและส่งกลับบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 32 คน พร้อมผู้ติดตาม 9 คน ซึ่งถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ออกจากราชอาณาจักรไทย ผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยได้ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาประจำจุดผ่านแดน เพื่อส่งมอบบุคคลดังกล่าวกลับประเทศตามขั้นตอนและกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

โฆษกกองทัพเรือกล่าวย้ำว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นการผลักดันบุคคลต่างด้าวที่ผ่านกระบวนการยุติธรรมของไทยจนสิ้นสุดแล้ว และเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศ มิใช่การผ่อนปรนหรือเปิดจุดผ่านแดนแต่อย่างใด ปัจจุบันกองทัพเรือยังคงดำเนินมาตรการปิดจุดผ่านแดนตลอดแนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบ 100% อย่างเข้มงวด ตามนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาลและหน่วยเหนือ โดยอนุญาตให้มีการผ่านเข้า–ออกเฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนด หรือภารกิจด้านความมั่นคงและมนุษยธรรมที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น พร้อมทั้งยังคงเฝ้าตรวจ ลาดตระเวน และสกัดกั้นการลักลอบเข้า–ออกราชอาณาจักรผ่านช่องทางธรรมชาติตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

กองทัพเรือขอให้ประชาชนมั่นใจว่า การควบคุมพื้นที่ชายแดนยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวด โปร่งใส และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายทุกประการ โดยหากพบเบาะแสการกระทำผิดกฎหมาย หรือการลักลอบเข้า–ออกตามแนวชายแดน สามารถแจ้งศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ โทร. 1696 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ

KA-BAN NEWS


———————————————
ติดตามและรับข่าวสารต่างๆ
คลิก https://www.facebook.com/NewsKaban

ทัพภาค2 ย้ำ4 ข้อห้ามปูดข่าว-โพสต์โซเชี่ยลฯ ภาพ ข้อมูล การปฏิบัติของหน่วย คุมเข้ม สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชากองทัพภาค2 เผย...
05/06/2026

ทัพภาค2 ย้ำ4 ข้อห้ามปูดข่าว-โพสต์โซเชี่ยลฯ ภาพ ข้อมูล การปฏิบัติของหน่วย คุมเข้ม สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา

กองทัพภาค2 เผยแพร่ ระเบียบ กห.ว่าด้วยการให้ข่าวฯ พ.ศ.2530 และ แนวทางการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของ ทบ. เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล ลดความเสี่ยงต่อการกิจ และรักษาความปลอดภัยของหน่วย

มาตรการควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
1.การเผยแพร่ข้อมูล
ห้าม กำลังพลทุกนายเป็นเหล่งข่าวให้บุคคลภายนอก
งดให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็น
เผยแพร่ ภาพถ่าย เอกสารและรายละเอียดการปฏิบัติงาน
ระมัดระวังการแสดงความคิดเห็น
ส่วนตัวผ่านสื่อสังคมออนไลน์
เกี่ยวกับสถานการณ์และการปฏิบัติ
งานของหน่วย

2.การประสานกับภายนอก
หากจำเป็นต้องแจ้งหน่วยงานภายนอกให้แจ้งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น
งดแชร์ ข้อความ รูปภาพ
เหตุการณ์ และข้อมูลการปฏิบัติ
งานที่สำคัญ
ส่วน การให้ข้อมูลข่าวสารกับสื่อมวลชนและบุคคลภายนอก ให้เป็นความรับผิดชอบของทีมโฆษกหน่วยและผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น
ตั้งแต่ระดับ ผบ.กองกำลัง ขึ้นไปเท่านั้น

3.ข้อมูลที่ห้ามเปิดเผ ก็คือย คือ ห้าม นำเสนอภาพถ่าย หรือข้อมูลที่ตังฐานปฏิบัติการแนวการวางกำลัง และการ
ปฏิบัติการทางทหารที่สำคัญ
ห้ามเผยแพร่ ทั้งก่อน ระหว่างและภายหลัง การปฏิบัติ
การส่งข้อมูลทางราชการที่มีขั้น
"ความลับ" ผ่านสื่อออนไลน์ ต้อง
เข้ารหัสไฟล์ทุกครั้ง

4.การรายงานเหตุการณ์
หากยังพิสูจน์ทราบรายละเอียดไม่ชัดเจนให้รายงานขั้นต้น เฉพาะเวลาและลักษณะเหตุการณ์ โดยให้ถูกต้องมากที่สุด
เมื่อพิสูจน์ทราบชัดเจนแล้ว ให้รายงานครบองค์ประกอบ ใคร/ทำอะไร/ที่ไหน/เมื่อไหร่/อย่างไร/ทำไม
การรายงานตำบลกระสุนตก
หรือตำบลระเบิดในพื้นที่ฐานฯ
ต้องมีหลักฐานชัดเจน
เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

ข้อเน้นย้ำ
• ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นต้องกำกับดูแลการปฏิบัติของกำลังพลอย่างใกล้ชิดและเคร่งครัด
• ให้ยึดถือระเบียบ กห. ว่าด้วยการให้ข่าวและบริการ ข่าวสารของทางการ พ.ศ.2530 และแนวทางการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของ ทบ. อย่างเคร่งครัด

คิดก่อนโพสต์
ส่งต่อที่จำเป็น
ปกป้องข้อมูลหน่วยรับมือชายแดนไทย-เขมร

กองทัพภาค2 เผยแพร่ ระเบียบ กห.ว่าด้วยการให้ข่าวฯ พ.ศ.2530 และ แนวทางการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของ ทบ. เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล ลดความเสี่ยงต่อการกิจ และรักษาความปลอดภัยของหน่วย

มาตรการควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
1.การเผยแพร่ข้อมูล
ห้าม กำลังพลทุกนายเป็นเหล่งข่าวให้บุคคลภายนอก
งดให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็น
เผยแพร่ ภาพถ่าย เอกสารและรายละเอียดการปฏิบัติงาน
ระมัดระวังการแสดงความคิดเห็น
ส่วนตัวผ่านสื่อสังคมออนไลน์
เกี่ยวกับสถานการณ์และการปฏิบัติ
งานของหน่วย

2.การประสานกับภายนอก
หากจำเป็นต้องแจ้งหน่วยงานภายนอกให้แจ้งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น
งดแชร์ ข้อความ รูปภาพ
เหตุการณ์ และข้อมูลการปฏิบัติ
งานที่สำคัญ
ส่วน การให้ข้อมูลข่าวสารกับสื่อมวลชนและบุคคลภายนอก ให้เป็นความรับผิดชอบของทีมโฆษกหน่วยและผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น
ตั้งแต่ระดับ ผบ.กองกำลัง ขึ้นไปเท่านั้น

3.ข้อมูลที่ห้ามเปิดเผ ก็คือย คือ ห้าม นำเสนอภาพถ่าย หรือข้อมูลที่ตังฐานปฏิบัติการแนวการวางกำลัง และการ
ปฏิบัติการทางทหารที่สำคัญ
ห้ามเผยแพร่ ทั้งก่อน ระหว่างและภายหลัง การปฏิบัติ
การส่งข้อมูลทางราชการที่มีขั้น
"ความลับ" ผ่านสื่อออนไลน์ ต้อง
เข้ารหัสไฟล์ทุกครั้ง

4.การรายงานเหตุการณ์
หากยังพิสูจน์ทราบรายละเอียดไม่ชัดเจนให้รายงานขั้นต้น เฉพาะเวลาและลักษณะเหตุการณ์ โดยให้ถูกต้องมากที่สุด
เมื่อพิสูจน์ทราบชัดเจนแล้ว ให้รายงานครบองค์ประกอบ ใคร/ทำอะไร/ที่ไหน/เมื่อไหร่/อย่างไร/ทำไม
การรายงานตำบลกระสุนตก
หรือตำบลระเบิดในพื้นที่ฐานฯ
ต้องมีหลักฐานชัดเจน
เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

ข้อเน้นย้ำ
• ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นต้องกำกับดูแลการปฏิบัติของกำลังพลอย่างใกล้ชิดและเคร่งครัด
• ให้ยึดถือระเบียบ กห. ว่าด้วยการให้ข่าวและบริการ ข่าวสารของทางการ พ.ศ.2530 และแนวทางการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของ ทบ. อย่างเคร่งครัด

คิดก่อนโพสต์
ส่งต่อที่จำเป็น
ปกป้องข้อมูลหน่วย

KA-BAN NEWS


———————————————
ติดตามและรับข่าวสารต่างๆ
คลิก https://www.facebook.com/NewsKaban

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี...
05/06/2026

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล
วันที่ 5 มิถุนายน 2569

KA-BAN NEWS



นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอ.....

นายกฯ ประกาศเดินหน้ากวาดล้าง “สแกมเมอร์ - นอมินีต่างชาติ” ตั้ง 5 คณะอนุลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ หลังคดีไซเบอร์ลดกว่า 50....
05/06/2026

นายกฯ ประกาศเดินหน้ากวาดล้าง “สแกมเมอร์ - นอมินีต่างชาติ” ตั้ง 5 คณะอนุลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ หลังคดีไซเบอร์ลดกว่า 50.9% มั่นใจทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานเข้มข้นต่อเนื่อง

วันนี้ (5 มิถุนายน 2569) เวลา 13.30 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ทั้งด้านความมั่นคง การบังคับใช้กฎหมาย การเงิน การฟอกเงิน และภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยการประชุมใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่ผ่านมา รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ เครือข่ายยาเสพติด และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมและช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้ในหลายด้าน ผลงานสำคัญคือ ลดจำนวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จาก 34,478 คดี เหลือเพียง 16,920 คดี ลดลงกว่า 50.9 % และมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน จาก 2,224 ล้านบาท เหลือ 513 ล้านบาท ลดลงกว่า 63.2 % (ข้อมูล ณ เดือน ก.ค. 68 - พ.ค. 69) รวมทั้งมีการจับกุมผู้ต้องหาขบวนการสแกมเมอร์ 1,494 คดี ยึดเงินสดได้กว่า 57 ล้านบาท และสามารถช่วยเหลือเหยื่อได้ 808 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค. 68 - 26 พ.ค. 69)

นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมและขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อปกป้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงรักษาความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ อีกทั้ง ยังเชื่อมั่นว่าทุกหน่วยงานตระหนักและเข้าใจถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี แม้ว่าประเทศไทยจะมีศักยภาพและความพร้อมในหลายด้าน แต่ยังมีปัจจัยและปัญหาบางประการที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศและการก้าวไปข้างหน้า ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเร่งแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

“รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ โดยคณะกรรมการอำนวยการชุดนี้ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และมีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการ เพื่อกำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม” นายกรัฐมนตรี ย้ำ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นว่า ด้วยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความมุ่งมั่นของคณะกรรมการและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจสำคัญต่าง ๆ ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติต่อไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงจากหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ยุติธรรม การต่างประเทศ และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงิน หน่วยงานด้านไซเบอร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ เพื่อบูรณาการการทำงานในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 5 คณะ เพื่อนำกราบเรียนนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ พิจารณาลงนามในคำสั่งต่อไป

1.) คณะอนุกรรมการตรวจสอบและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ

2.) คณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานอนุกรรมการ

3.) คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีพลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ เป็นประธานอนุกรรมการ

4.) คณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานอนุกรรมการ

5.) คณะอนุกรรมการทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ

KA-BAN NEWS


———————————————
ติดตามและรับข่าวสารต่างๆ
คลิก https://www.facebook.com/NewsKaban

คุณเยาวเรศ ชินวัตร  นายกก่อตั้งสภาสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ ,ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารีประธาน สภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรม...
05/06/2026

คุณเยาวเรศ ชินวัตร 
นายกก่อตั้งสภาสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ
,ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี
ประธาน สภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชูปถัมภ์ และนางศิรินภา สว่างล้ำ วิทยฐานกรณ์  นายกสภาสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ
นางสาว พลอย ธนิกุล  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
นายภาณุวัฒน์ ทองอ่อน
 ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมภูมิคุ้มกันและความร่วมมือทางวัฒนธรรมกระทรวงวัฒนธรรม และคณะกรรมการ สมาคมฯ
ร่วมจัดงาน
แถลงข่าวโครงการประกวด
เยาวสตรีไทยดีเด่นประจำปี 2569
ณ ห้องประชุม บ้านพระกรุณานิวาสน์
สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ
ในพระบรมราชินูปถัมป์
ในวันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน 2569
โครงการเยาวสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569
นี้ จะมีการแข่งขัน การร้อยมาลัย การแกะสลัก
และความสามารถด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569
เพื่อคัดเลือกเยาวสตรีไทย เข้ารับพระราชทานรางวัล จากสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในวันสตรีไทย ประจำปี 2569
นับเป็นโครงการ ที่ส่งเสริม และรักษาความเป็นไทย ส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ ให้มาร่วมสืบสานอนุรักษ์ความเป็นไทยให้คงอยู่ตลอดไป

#เยาวสตรีไทย 2569
#สภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชชินูอุปถัมภ์
#สภาสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ
#กระทรวงวัฒนธรรม
#กระทรวงศึกษาธิการ

คุณเยาวเรศ ชินวัตร  นายกก่อตั้งสภาสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ ,ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารีประธาน สภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรม...
05/06/2026

คุณเยาวเรศ ชินวัตร  นายกก่อตั้งสภาสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ
,ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี
ประธาน สภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชูปถัมภ์ และนางศิรินภา สว่างล้ำ วิทยฐานกรณ์  นายกสภาสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ
นางสาว พลอย ธนิกุล  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
นายภาณุวัฒน์ ทองอ่อน
 ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมภูมิคุ้มกันและความร่วมมือทางวัฒนธรรมกระทรวงวัฒนธรรม และคณะกรรมการ สมาคมฯ
ร่วมจัดงาน
แถลงข่าวโครงการประกวด
เยาวสตรีไทยดีเด่นประจำปี 2569
ณ ห้องประชุม บ้านพระกรุณานิวาสน์
สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ
ในพระบรมราชินูปถัมป์
ในวันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน 2569
#เยาวสตรีไทยดีเด่น ปี 2569

ที่อยู่

14/66
Nonthaburi
11130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ka-Ban newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์