Ka-Ban news สำนักข่าวออนไลน์เชิงสร้างสรรค์ โดยมีเนื้อหาเรื่องในประเทศครบถ้วนทุกประเด็นของข่าวสาร

"อนุทิน" ปัด "ภูมิใจไทย" เอี่ยวฮั้ว สว.! ซัดพรรคประชาชนโยงมั่ว-ขี้แพ้ชวนตี บอก "ไอติม" ตอบ "นภินทร" ให้รอดก่อน คนดูทั้งป...
07/09/2026

"อนุทิน" ปัด "ภูมิใจไทย" เอี่ยวฮั้ว สว.! ซัดพรรคประชาชนโยงมั่ว-ขี้แพ้ชวนตี บอก "ไอติม" ตอบ "นภินทร" ให้รอดก่อน คนดูทั้งประเทศรู้ ใครพูดจริงพูดเท็จ
ชี้ ไทม์ไลน์รัฐบาลกับเลือกตั้ง สว. คนละเรื่อง ยัน มีคำสั่งพรรคห้ามยุ่งเด็ดขาด ลั่น ตามสบาย หลังฝ่ายค้านจะเปิดความเชื่อมโยงต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 6 ก.ย.69 เวลา 16.40 น. ที่พรรคภูมิใจ​ไทย​ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชนความเชื่อมโยงคณะกรรมการชุดที่ 36 ผ่านหลักสูตรหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง หรือ พตส. ว่า ไม่รู้จะตอบอย่างไร ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่น้อย ผูกเรื่องกันมั่วซั่วไปเรื่อย เอาเป็นว่าให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ตอบนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ได้ก่อน เพราะวันที่นายพริษฐ์ กับนายนภินทร ได้พูดคุยกันผ่านรายการหนึ่ง ตนเองคิดว่า พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ได้คำตอบส่วนหนึ่งแล้วว่า ใครพูดจริง ใครพูดเท็จ ดังนั้น ถ้าแพ้ตรงนั้นแล้ว ก็อย่าไปพาลที่อื่น เป็นผู้แทนราษฎรต้องมีวุฒิภาวะ อันนี้เหมือนขี้แพ้ชวนตีแบบนี้ไม่ได้ เราต่างคนต่างทำงาน และตอนนี้ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นอะไรเลย เกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก สว.ที่ประชุมพรรคเมื่อสักครู่ตนได้พูดย้ำ ว่า ไม่ใช่เรื่องของพรรคภูมิใจไทย ก่อนเลือก สว.หนึ่งเดือน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกหนังสือประกาศห้ามให้สมาชิกพรรคภูมิใจไทยยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว.ดังนั้น เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องนี้ก็ต้องพูดถึงหนังสือนี้ด้วย ชอบลืม ประกาศฉบับนี้ออกมาก่อนการเลือกตั้ง สว. ถึง 2 เดือน

“หากบอกว่ารัฐบาลอนุทิน มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องฮั้ว สว. ผมขอพูดอีกครั้งหนึ่ง ว่ารัฐบาลอนุทิน 1 เข้ามา ก.ย.68 รัฐบาลอนุทิน 2 มี.ค.69 เลือกตั้งสว.เมื่อไหร่ ก.ค.67 เพราะฉะนั้นด้วยไทม์ไลน์ช่วงเวลาก็ไม่ได้แล้ว และหากบอกว่ามีคนของพรรคภูมิใจไทยมาเกี่ยวข้อง คนของภูมิใจไทยเกี่ยวข้องไม่ได้ เพราะถ้าเขาเกี่ยวข้อง เขาก็ขัดคำสั่ง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยยังไม่เห็นมีใครขัดคำสั่งพรรคภูมิใจไทย และยังไม่มีหลักฐานอะไรที่พรรคภูมิใจไทยจะไปกล่าวโทษ ชี้ขาดว่าคนๆนั้นขัดคำสั่งหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. มันมีความชัดเจนอยู่แล้ว เรามีหน้าที่ของเราทุกคนเป็นสส. ทุกคนมีตำแหน่งหน้าที่" นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ในปี 67 พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทุกคนก็ทำหน้าที่ สส. ทำหน้าที่รัฐมนตรีในคณะรัฐบาล มันไม่มีแรงจูงใจใดๆที่จะต้องไปวุ่นวายกับเรื่อง สว.เลยตั้งแต่ต้น เพราะหากย้อนที่มาของเรา เข้ามาเป็นรัฐบาลตั้งแต่ปี 62 ก็มาเองในฐานะพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มาพึ่งพาอาศัย สว. ให้มาเป็นรัฐบาล ให้มาช่วย ให้เติบโตตั้งแต่พรรค 50 เสียง เป็น 70 เสียง เป็น 193 เสียง ก็มาจากการรับใช้พี่น้องประชาชน มาจากผลงานการทำงานของภูมิใจ​ไทย​ ฉะนั้นอยากให้เห็นใจด้วยว่า และเข้าใจด้วยว่า พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเรื่องนี้

เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์ถึงขั้นว่าประเด็นการฮั้ว สว. จะสะเทือนรัฐบาล นายอนุทิน หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า ตนก็ตอบแล้ว รัฐบาลมาเมื่อไหร่ และ สว.มาเมื่อไหร่ ไม่มีส่วนที่จะจับชนและเชื่อมโยงกันได้ เหมือนถนน พระราม 4 กับถนนสุขุมวิท พูดกันไป ไม่มีทางมาบรรจบกันได้ เพราะคนละช่วงเวลากัน และคนละบริบทกัน "โอเคนะ"

เมื่อถามว่า ทางฝ่ายค้านจะยังเปิดประเด็นความเชื่อมโยงนี้ต่อไป นายกรัฐมนตรี ตอบสั้นๆว่า ตามสบาย

ต่างชาติต้องเคารพกฎหมาย-คนไทย ! “อนุทิน” เผยหลัง เซ็นเนรเทศชาวอิสราเอลพฤติกรรมข่มขู่ ย้ำ ต้องดูแลความมั่นคงชาติ และความป...
07/09/2026

ต่างชาติต้องเคารพกฎหมาย-คนไทย ! “อนุทิน” เผยหลัง เซ็นเนรเทศชาวอิสราเอลพฤติกรรมข่มขู่ ย้ำ ต้องดูแลความมั่นคงชาติ และความปลอดภัยประชาชน

เมื่อ วันที่ 6 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีลงนามคำสั่งเนรเทศชาวอิสราเอลจากกรณีมีพฤติกรรมข่มขู่ ว่า

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามเจตนารมณ์ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ได้มีการแก้ไข เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายกับชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในประเทศไทยมีความเด็ดขาดและรวดเร็วมากขึ้น
นายอนุทิน กล่าวว่า หากชาวต่างชาติมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ กระทำต่อคนไทยหรือกระทำในประเทศไทยในลักษณะที่ไม่เหมาะสม ไม่ดีงาม หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงและประชาชนชาวไทย ประเทศไทยก็สามารถดำเนินการเนรเทศบุคคลดังกล่าวออกนอกราชอาณาจักรได้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจดำเนินการตามกฎหมาย

นายอนุทินย้ำว่า แม้ประเทศไทยต้องการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกและต้องการให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก แต่ผู้ที่เข้ามาในประเทศไทยจำเป็นต้อง เคารพกฎหมาย เคารพคนไทย รวมถึงเคารพขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และประเพณีของไทย

“ถ้าจะมาทำอะไรผิดแปลกแหวกแนว เราก็สงวนสิทธิ์ที่จะเชิญเขาออกนอกประเทศของเรา” นายอนุทินกล่าว

พร้อมระบุว่า แนวทางดังกล่าวจะใช้กับกรณีอื่นต่อไป หากพบการกระทำที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีความรวดเร็วและเด็ดขาด ตลอดจนดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนไทย

’อนุทิน‘ ร้องหูย ถาม ครบรอบ 1 ปี MOA แล้วหรือ บอก ”เวลาผ่านไปเร็วมาก“ เชื่อ ไม่ใช่ความผิดพลาด ซัด “คนที่ผิดสัญญาคือพรรคป...
07/09/2026

’อนุทิน‘ ร้องหูย ถาม ครบรอบ 1 ปี MOA แล้วหรือ บอก ”เวลาผ่านไปเร็วมาก“ เชื่อ ไม่ใช่ความผิดพลาด ซัด “คนที่ผิดสัญญาคือพรรคประชาชน” แนะ กรอเทปคำพูด ‘ณัฐพงษ์‘ เพิ่มเงื่อนไข - ข่มเหงนายกฯ ให้ยุบสภาฯ แซะ ‘พริษฐ์‘ ไม่เคยอยู่ในสมการ แล้วจะมาเคลมอะไร

ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการครบรอบ 1 ปี การทำข้อตกลง MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน โดยนายกรัฐมนตรี ร้องหูย ก่อนกล่าวว่า ”ครบวันนี้หรือ ไม่เคยคิดเลยนะเนี่ย เวลามันเร็วมาก“

ส่วนที่พรรคประชาชนบอกว่า เป็นความผิดพลาดครั้งหนึ่งของพรรค นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่หรอก จะไปผิดพลาดได้อย่างไร เพราะวันนั้นก็ร่วมกันทั้งสองพรรค ในการหาทางออกให้กับประเทศ และพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนก็สนับสนุนซึ่งกันและกัน ซึ่งหลักสำคัญของพรรคประชาชน คือต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราก็ทำตามทุกอย่าง แต่เขาก็มาเพิ่มเงื่อนไขอีกตอนหลัง และความที่เขาคิดว่าการที่มีรัฐบาลเสียงข้างน้อย เขาจะกดดันอย่างไรก็ได้ นอกเหนือ MOA ก็ได้ แต่เราก็เห็นว่า MOA มีอยู่แค่ 5 ข้อ เราก็ยึดถือ MOA เป็นหลัก

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ในเมื่อขณะนั้นต้องการอะไรที่เพิ่มเติมขึ้นไป จากที่ MOA บอกว่าให้ยุบสภา ในวันที่ 31 มกราคม 2569 เราก็โอเค แต่พรรคประชาชนขอเลื่อนให้มาเป็นวันที่ 15 มกราคมได้หรือไม่ เราก็โอเค แต่มีการขอเลื่อนอีกเป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งเราก็ยังโอเคอยู่ จากนั้นก็มีการมาขอแก้เงื่อนไขเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของเรา คือ การตัดอำนาจสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยบอกว่า เป็นหน้าที่ของพรรคภูมิใจไทย ที่จะต้องไปประสานกับ สว. จึงถามว่าพรรคภูมิใจไทยจะเอาอะไรไปประสานงาน และพรรคประชาชนก็บอกว่าหากไม่ทำจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

“ต้องกรอเทปไป แล้วไปเอาเทปมาเปิดให้ชัดเจนว่า ท่านหัวหน้าพรรคประชาชนเป็นคนบอกให้นายกรัฐมนตรีก็คือผมในวันนั้นยุบสภา นักข่าวก็ชอบลืมแล้วมาถามหาว่าตัวผมเป็นคนทำผิดพลาด ไม่ใช่เลย คนที่ทำให้เกิดความผิดพลาดก็คือพรรคประชาชน ที่ไม่ยึดมั่นอยู่ใน MOA ที่ไม่รักษาสัญญา ที่ข่มเหงให้นายกรัฐมนตรี ถ้าไม่ยุบสภาก็มีเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกอย่างเป็นไปตามคำพูดของหัวหน้าพรรคประชาชน ในวันที่ 12 ธันวาคมทั้งนั้นเลย ท่านมาบอกให้ผมยุบสภา เพราะถ้าไม่ยุบก็จะไม่มีโอกาสให้ยุบอีกแล้ว ผมก็ยุบตามท่าน และจะไปมีความผิดพลาดอะไรตรงไหน ถ้าจะมีก็มาจากพรรคประชาชน ไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย“

ส่วนกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่า การไปเซ็น MOA กับพรรคภูมิใจไทย คือความผิดพลาดจนทำให้พรรคประชาชนแพ้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นานอนุทิน ถามกลับว่า ”คุณไอติมเป็นคนพูดหรือ ผมไม่รู้ เพราะคุณไอติมไม่ได้เป็นคนเซ็น คุณไอติมไม่ได้เกี่ยวข้อง ตอนที่ไปเจรจากับพรรคประชาชน ผมไม่เห็นคุณไอติมอยู่ในสมการหรือ Picture เลย ฉะนั้นผมก็ให้คำตอบไม่ได้ เพราะเขาไม่เกี่ยวข้องในวันนั้น วันนี้อาจจะเกี่ยวข้องก็เป็นเรื่องของวันนี้ ถ้าวันนี้อยากจะมาเซ็นก็ค่อยมาเกี่ยวข้อง ก็ว่ากันไป และเมื่อปี 68 คุณไอติม ไม่ได้เกี่ยวข้อง แล้วจะมาเคลมอะไร”

06/09/2026

จับตาประชุมพรรคภูมิใจไทยวันหยุด รับมือฝ่ายค้านใช้เวทีถกงบ 70 เป็นซ้อมศึกซักฟอกรัฐบาล

ภูมิใจไทย วันนี้ ( 6 ก.ย. ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคภูมิใจไทย โดยมีวาระที่สำคัญคือการเตรียมความพร้อมรับมือ การอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณ ปีงบประมาณ 2570 ในวาระ2 และ 3 ในวันพรุ่งนี้ จนถึงวันที่ 9 ก.ย.

ซึ่งต้องจับตาการรับมือ สส.ฝ่ายค้านอภิปรายนอกประเด็น หลังจากมีกระแสข่าวว่า เตรียมใช้เวทีอภิปรายงบประมาณ เป็นการซ้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีหลายเรื่อง ได้แก่ ฮั้ว สว. TH-AI Passport และทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

//////

นายกฯ เป็นประธานยินดีครบรอบ 60 ปี 9 สมาคมจีน ย้ำ สัมพันธ์ไทยจีนแน่นแฟ้นเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ชิดมากกว่าญาติทางไกล ฝาก...
06/09/2026

นายกฯ เป็นประธานยินดีครบรอบ 60 ปี 9 สมาคมจีน ย้ำ สัมพันธ์ไทยจีนแน่นแฟ้นเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ชิดมากกว่าญาติทางไกล ฝากคนรุ่นใหม่ผลักดันให้เดินไปได้ไกลกว่านี้ พูดติดตลกสัปดาห์หน้าแซยิดแล้วแต่มองว่าเพิ่งเริ่มต้นต้องวางรากฐานไม่หยุดยั้ง ด้านอุปทูตจีน ลั่น ไทย-จีนครอบครัวเดียวกัน อวยพรประสบความความสำเร็จทำภารกิจเพื่อประเทศ-ประชาชน

เมื่อเวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนาชมรม 9 สมาคมจีนในประเทศไทย ณ หอประชุมจือปึงตึ๊ง สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ถนนจันทน์ ซอย 24 (เย็นจิตร) เขตสาทร

เมื่อนายกฯ มาถึงมีคณะเชิดสิงโตจากสมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทย และตัวแทน 9 สมาคม รอต้อนรับ โดยมีสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย สมาคมฮากกาแห่งประเทศไทย สมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทย สมาคมไหหนำแห่งประเทศไทย สมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย สมาคมเจียงเจ้อ(เซี่ยงไฮ้)แห่งประเทศไทย สมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย สมาคมหยูนหนาน (ประเทศไทย) และสมาคมกวางสี (ประเทศไทย) จากนั้นนายกฯถ่ายภาพร่วมกับตัวแทน 9 สมาคม และนายอู๋ จื้ออู่ อัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พร้อมลงนามในสมุดเยี่ยม โดยนายกฯได้เขียนเซ็นชื่อตัวเอง และเขียนชื่อเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว

โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกดีใจ และยินดี รวมถึงเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานฉลองครบรอบ 60 ปีการสถาปนาชมรม 9 สมาคมจีนที่สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย 60 ปีถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน และตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ชมรม 9 สมาคมจีนไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นเครือข่ายของคนที่สร้างโอกาส สร้างธุรกิจสร้างรายได้ช่วยเหลือสังคม และเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์กับประชาชนชาวจีน และพี่น้องชาวไทยมาโดยตลอด พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสัมคม และเศรษฐกิจของสังคมไทยมาหลายชั่วอายุคน และในขณะที่เราเป็นคนไทยอย่างเต็มภาคภูมิ เราก็ยังคงรักษาความผูกพันทางภาษา วัฒนธรรม และสายสัมพันธ์กับความเป็นคนไทยเชื้อสายจีนเข้าด้วยกัน นี่คือจุดแข็งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของประเทศไทย

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนอย่างเป็นทางการที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ไปที่เซี้ยงไฮ้ เฉิงตู ปักกิ่ง และได้มีโอกาสเข้าพบหารือกับทางประธานาธิบดี สีจิ้นผิง นายกรัฐมนตรี ลี เฉียง และผู้นำในระดับมณฑล รวมถึงภาคธุรกิจ และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศจีน สิ่งที่ตนสัมผัสได้อย่างชัดเจนคือ ประเทศจีนให้ความสำคัญกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก และมองประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนที่สามารถเดินไปด้วยกันข้างหน้าได้ ในการพบกันที่เซี่ยงไฮ้ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงสายสัมพันธ์เราด้วยคำว่า “ไทยจีนครอบครัวเดียวกัน“ และกล่าวว่า “จีนเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่พึ่งพาได้ของไทย” และอีกคำที่มีความจริงใจมากก็คือ ขอให้ประเทศไทยคิดว่า “ประเทศจีนคือเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ชิด” อาจมีความสำคัญ และมีความหมายมากกว่าญาติที่อยู่ห่างไกล ประโยคเหล่านี้มีความหมายมาก เพราะคำว่าครอบครัว คำว่าเพื่อน คำว่ามิตร ล้วนแล้วแต่ย้ำถึงความผูกพันที่พวกเราสร้างร่วมกันมาในอดีต ส่วนคำว่าหุ้นส่วนคือข้อสัญญาที่บอกว่าเราจะเดินไปด้วยกันอย่างใกล้ชิดในอนาคต และในอนาคตที่จะพูดถึงนี้ คือ การเจริญเติบโตในโลกยุคเศรษฐกิจใหม่ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน เทคโนโลยี AI

จากนั้น ไมค์โครโฟนดับ เจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนไมค์ให้ นายอนุทิน จึงกล่าวติดตลก ว่า ไมค์นี้ไม่ได้ทำจากไทย และจีน ทำจากที่ไหนไม่รู้ จึงไม่ค่อยดี

นายกฯ กล่าวต่อว่า การเยือนดังกล่าวได้นำไปสู่การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันถึง 15 ฉบับ รวมถึงการเปิดสำนักงาน BOI แห่งใหม่ที่นครเฉิงตู เพื่อใช้เป็นฐานเชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีนตะวันตก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ ยานยนต์พลังงานใหม่ และพลังงานสะอาด

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ความร่วมมือนี้เป็นการเปิดประตูแบบสองด้าน โดยฝั่งหนึ่งคือการดึงดูดบริษัทจีนที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาลงทุนในไทยเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม และอีกฝั่งคือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปทำธุรกิจ หาพันธมิตร และโอกาสในตลาดจีน เพราะไทยไม่ได้ต้องการเป็นเพียงตลาด หรือฐานการผลิต แต่ต้องการเติบโตไปพร้อมกันในฐานะหุ้นส่วน

นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ฝากชมรม 9 สมาคมจีนในอีก 60 ปีข้างหน้า ว่าต้องการให้เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์นี้ขยายไปสู่คนรุ่นใหม่ เทคโนโลยี และโอกาสใหม่ๆ เพื่อให้เยาวชนไทยมองจีนเป็นพื้นที่แห่งโอกาสของโลก ไม่ใช่แค่พื้นที่ของบรรพบุรุษ

ขณะเดียวกันอยากให้คนจีนรุ่นใหม่มองไทยเป็นประเทศที่สามารถเข้ามาลงทุน และสร้างนวัตกรรมร่วมกันได้ รัฐบาลพร้อมทำหน้าที่เปิดประตู และสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดสิ่งเหล่านี้ และแน่นอนว่าเราต้องการพลังจากคนในที่นี้ให้มาร่วมกันประสานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนคนไทย และจีน

ในช่วงท้าย นายกฯได้แสดงความยินดีในวาระครบรอบ 60 ปีของชมรม 9 สมาคมจีน พร้อมกล่าวว่า ขอบคุณคนรุ่นก่อนที่สร้างสะพานแห่งนี้ให้กับเรา และฝากคนรุ่นปัจจุบันทำให้สะพานแห่งนี้กว้างขึ้น แข็งแรงขึ้น และไปได้ไกลขึ้นเพื่อพาสองประเทศไปได้ไกลมากกว่าเดิม คำว่า จีนไทยไม่ใช่อื่นไกลพี่น้องกัน เป็นความจริงที่เราได้พิสูจน์แล้วหลายชั่วอายุคน และอยากให้เรา เพิ่มอีกความหมายหนึ่งไปด้วยว่า เราไม่ได้เป็นเพียงพี่น้องที่มีอดีตร่วมกัน มีบรรพบุรุษมาจากแผ่นดินนั้น แต่ ณ ปัจจุบันเราเป็นหุ้นส่วนที่สร้างอนาคตร่วมกัน

“ปีนี้ 9 สมาคมจีนครบรอบ 60 ปี เป็นตัวเลขที่ดี ปีนี้ผมก็ 60 ปี สัปดาห์หน้าก็แซยิดแล้ว นึกไม่ถึงว่าเวลาผ่านไปเร็วเช่นนี้ 60 ปีเราบอกว่าแก่ บอกว่าอายุมาก บอกว่าวัยเกษียณเราจะไม่คิดอะไรต่อ แต่สำหรับผมคิดว่า 60 ปีชีวิตเพิ่งเริ่มต้น เราต้องคิดทุกอย่างให้กับลูกหลานของเรา ให้มีทาง มีพื้นฐานที่ดี ในการสานต่อความสัมพันธ์ไทยจีนไม่มีวันหยุดยั้ง ผมอวยพรให้สมาคม สมาชิก และครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญ และขอให้มิตรภาพไทย-จีน มั่นคง และเจริญรุ่งเรืองร่วมกันตลอดไป” นายกฯ กล่าว

ก่อนกล่าวจบ นายกฯได้พูดเป็นภาษาจีน ว่า “จง ไท้ อี้ เจีย ซิน เจีย หยู จง กั๋ว” แปลเป็นภาษาไทย ว่า ไทยจีนครอบครัวเดียวกันตลอดไป ขอให้เจริญๆขึ้นไปเรื่อยๆ

ด้าน นาย อู๋ จื้ออู่ กล่าวย้ำความสัมพันธ์ไทย-จีน ว่า เหมือนที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวว่าจีน-ไทยครอบครัวเดียวกัน ทั้งชาวไทยและชาวจีนได้ร่วมกันด้วยความสามัคคี และร่วมกันสร้างความเจริญก้าวหน้าไปด้วยกัน ซึ่งความสัมพันธ์ของไทยและจีนได้ถูกพัฒนาอย่างมั่นคง ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ จีนและไทยควรจับมือกันให้แน่นยิ่งขึ้น เพื่อสร้างเสถียรภาพ และจีนพร้อมให้ความร่วมมือกับไทยบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน ความจริงใจและผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทุกด้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และความผาสุกของพี่น้องทั้งสองประเทศ

โดยในช่วงท้าย นาย อู๋ จื้ออู่ ได้กล่าวอวยพรนายกฯ ให้มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข และประสบความสําเร็จในภารกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป

ทั้งนี้ข่าวรายงานว่า นายอนุทิน เป็นคนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง มีชื่อแซ่ในภาษาจีนกวางตุ้งว่า “ฉั่น เส็กหยิ่ว” แซ่นี้คือแซ่เดียวกับ “เฉิน” ในภาษาจีนกลาง หรือ “ตั๊ง” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว แต่พอเป็นภาษาจีนกวางตุ้งจะออกเสียงว่า “ฉั่น” ซึ่งคนไทยมักอ่านว่า “ชาน” อีกทั้งนายอนุทิน ยังเป็นกรรมการสมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทยอีกด้วย

///

“แก้หนี้ครูต้องแก้ทั้งระบบ” รัฐบาลเดินหน้าลดต้นทุน–ปรับโครงสร้าง–ป้องกันหนี้ใหม่ ไม่ใช่แค่ลดดอกเบี้ยศธ. ผนึก เกษตรฯ เร่ง...
06/09/2026

“แก้หนี้ครูต้องแก้ทั้งระบบ” รัฐบาลเดินหน้าลดต้นทุน–ปรับโครงสร้าง–ป้องกันหนี้ใหม่ ไม่ใช่แค่ลดดอกเบี้ย

ศธ. ผนึก เกษตรฯ เร่งแก้หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู หลังพบหนี้รวมกว่า 1.14 ล้านล้านบาท สมาชิก 8.6 แสนราย ตั้งคณะกรรมการร่วม 2 กระทรวง ดึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการ่วมดูข้อกฎหมาย วางแนวทางตั้งแต่หาแหล่งเงินกู้ต้นทุนต่ำ เปลี่ยนแหล่งเงินกู้ รวมหนี้ ปรับแผนชำระ ไปจนถึง Credit Lock ป้องกันก่อหนี้ใหม่ หวังให้ครูมีเงินเหลือใช้และหลุดจากวงจรหนี้อย่างยั่งยืน

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยขยับจากการช่วยลดภาระดอกเบี้ย ไปสู่การแก้ปัญหา “ทั้งระบบ” โดยเฉพาะหนี้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งเป็นภาระสำคัญของครูจำนวนมาก พร้อมบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อวางแนวทางแก้หนี้ที่ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งเงินทุนของสหกรณ์ ไปจนถึงภาระหนี้ของสมาชิก

ข้อมูลจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ระบุว่า ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 116 แห่ง มีสมาชิก 862,539 ราย และมีเงินให้กู้รวม 1,141,545 ล้านบาท ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมีค่าเฉลี่ย 5.60% และสูงสุดถึง 9% โดยมีสหกรณ์ 15 แห่ง หรือ 13% ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า 7%

“แก้หนี้ครูจะมองแค่การลดดอกเบี้ยไม่ได้ เพราะหากต้นทุนในการหาเงินมาปล่อยกู้ของสหกรณ์ยังสูง ภาระหนี้และระยะเวลาชำระยังไม่เหมาะสม และสมาชิกยังสามารถก่อหนี้เพิ่มได้ ปัญหาก็อาจกลับมาอีก รัฐบาลจึงต้องแก้ตั้งแต่ต้นทางของเงินทุน ไปจนถึงการบริหารหนี้ของครูแต่ละคน” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการหารือเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ระหว่างนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กับนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้จัดตั้ง คณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีเลขาธิการ สกสค. และอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นประธานกรรมการฝ่ายละหน่วย พร้อมเชิญผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าร่วมพิจารณาข้อกฎหมาย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสามารถเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วและนำไปใช้ได้จริง

สำหรับแนวทางที่อยู่ระหว่างการศึกษา จะครอบคลุมตั้งแต่การหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้สหกรณ์ เพื่อลดต้นทุนในการนำเงินมาปล่อยกู้และช่วยให้สหกรณ์มีเงินเพียงพอในการบริหารจัดการ ไปจนถึงการช่วยสมาชิก เปลี่ยนไปใช้แหล่งเงินกู้ที่มีต้นทุนต่ำลง การรวมหนี้เป็นก้อนเดียว การปรับแผนชำระหนี้ และการยืดระยะเวลาผ่อนชำระ เพื่อให้ยอดที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนสอดคล้องกับรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิกมากขึ้น โดยแนวทางของกรมส่งเสริมสหกรณ์เสนอให้บูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อจัดหาแหล่งสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำมาช่วยลดภาระทางการเงินของสมาชิกและสหกรณ์

ขณะเดียวกัน การแก้หนี้ต้องไม่จบแค่การช่วยชำระหนี้เดิม แต่ต้องป้องกันไม่ให้เกิดหนี้ก้อนใหม่ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์มีแนวทางนำเครื่องมือ Credit Lock มาใช้ร่วมกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) เพื่อป้องกันสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการไม่ให้ไปก่อหนี้เพิ่มกับสถาบันการเงินหรือผู้ให้สินเชื่อรายอื่นตามเงื่อนไขที่กำหนด ปัจจุบันมีสหกรณ์ 14 แห่งนำเครื่องมือนี้ไปใช้กับสมาชิก 914 รายแล้ว ในจำนวนนี้เป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 9 แห่ง สมาชิก 864 ราย

นอกจากนี้ ยังมีแนวทาง กำหนดอัตราเงินปันผลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับผลการดำเนินงานของสหกรณ์ เพื่อให้การบริหารสหกรณ์มีความสมดุลและไม่เพิ่มแรงกดดันให้ต้องหารายได้จากการปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยง รวมถึงปรับหลักเกณฑ์การปล่อยกู้ให้เป็นไปตามแนวคิด “การปล่อยกู้อย่างรับผิดชอบ” (Responsible Lending) โดยพิจารณาความสามารถของสมาชิกในการชำระหนี้ในระยะยาว รวมถึงภาระทางการเงินที่จะเกิดขึ้นหลังเกษียณ

“เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่แค่ทำให้ครูจ่ายดอกเบี้ยน้อยลง แต่ต้องทำให้ครูมีหนี้ที่บริหารจัดการได้ มีเงินเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีวิต และมีระบบที่ช่วยป้องกันไม่ให้กลับไปเป็นหนี้เพิ่มอีก” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาที่ต้องเร่งแก้คือกรณีครูบางส่วนมีภาระหนี้จนถูกหักเงินเดือนในสัดส่วนสูง เหลือเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไม่ถึง 30% ของเงินเดือน ซึ่งกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิต ดังนั้น การแก้หนี้ครูจึงต้องทำควบคู่กันทั้ง “ลดต้นทุน – ลดภาระผ่อนต่อเดือน – ปรับหนี้ให้เหมาะกับรายได้ – ป้องกันหนี้ใหม่”

ทั้งนี้ คณะกรรมการร่วม 2 กระทรวงจะเร่งศึกษารายละเอียดทั้งด้านมาตรการ แหล่งเงินทุน แนวทางปรับหนี้ และข้อกฎหมาย ก่อนรายงานผลภายใน 30 วัน เพื่อนำไปสู่แนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมต่อไป

“จากลดดอกเบี้ย ต้องไปให้ถึงลดต้นทุน จากลดต้นทุน ต้องไปถึงการปรับหนี้ให้เหมาะกับรายได้ และจากนั้นต้องสร้างระบบที่ช่วยให้ครูไม่กลับไปเป็นหนี้ซ้ำ เป้าหมายสุดท้ายคือทำให้ครูมีความมั่นคงทางการเงิน มีเงินเหลือสำหรับดำรงชีวิต และสามารถกลับไปทุ่มเทกับการสอนและดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

“รัชดา” ชี้รัฐบาลทำจริง นโยบาย “ทหารอาสา” ตามแถลงต่อสภา ชวนคนรุ่นใหม่สมัครรับใช้ประเทศ เปิด 4 โอกาสสร้างอนาคตนางสาวรัชดา...
06/09/2026

“รัชดา” ชี้รัฐบาลทำจริง นโยบาย “ทหารอาสา” ตามแถลงต่อสภา ชวนคนรุ่นใหม่สมัครรับใช้ประเทศ เปิด 4 โอกาสสร้างอนาคต

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาระบบการรับราชการทหารไปสู่ระบบสมัครใจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่นายกฯอนุทินแถลงต่อรัฐสภาแล้วผลักดันสู่การปฎิบัติจริง โดยในปีงบประมาณ 2570 กองทัพบกจะดำเนินโครงการทหารอาสา (ทอส.) เปิดโอกาสให้กำลังพลสำรองเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามความสมัครใจ ควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจและเส้นทางอนาคตให้ผู้สมัคร เพื่อให้การรับราชการทหารเป็นทั้งการทำหน้าที่เพื่อประเทศและโอกาสในการพัฒนาตนเอง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับ 4 โอกาสสำคัญ ได้แก่

1. โอกาสมีรายได้และสวัสดิการ ได้รับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงรวม 15,000 บาทต่อเดือน พร้อมสิทธิรักษาพยาบาล เงินช่วยเหลือกรณีบ้านประสบภัยธรรมชาติ และประกันชีวิต

2. โอกาสพัฒนาตนเองและทักษะ ได้รับการฝึกและประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง เสริมสร้างระเบียบวินัย สมรรถภาพร่างกายและจิตใจ รวมถึงทักษะที่สามารถนำไปใช้ในการทำงานต่อไป

3. โอกาสทางการศึกษาและวิชาชีพ สามารถพัฒนาความรู้ เพิ่มวุฒิการศึกษาและทักษะวิชาชีพ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพหลังพ้นหน้าที่

4. โอกาสต่อยอดสู่อาชีพในอนาคต มีโอกาสเข้าสู่เส้นทางรับราชการ โดยได้รับโควตาพิเศษในการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก และคะแนนเพิ่มพิเศษภาควิชาการในการสอบบรรจุเข้ารับราชการในสังกัดกองทัพบก รวมถึงสามารถนำทักษะและประสบการณ์ไปต่อยอดการทำงานในภาคเอกชนหรือประกอบอาชีพส่วนตัว

สำหรับผู้สนใจ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2569 – 24 มกราคม 2570 สมัครได้ 2 ช่องทาง คือ สมัครออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ rcm.rta.mi.th หรือ สมัครด้วยตนเองที่หน่วยทหารที่เปิดรับสมัครทั่วประเทศ รวมถึงสำนักงานสัสดีอำเภอและสำนักงานสัสดีจังหวัด

โครงการเปิดรับผู้สำเร็จการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร (รด. ปี 3–5) และทหารกองหนุนหรือพลทหารที่ปลดประจำการแล้ว โดยตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรกำหนดวุฒิปริญญาตรี อายุ 18–35 ปี และตำแหน่งนายทหารประทวน วุฒิ ม.6 หรือ ปวช. อายุ 18–30 ปี ผู้สมัครสามารถเลือกหน่วยและตำแหน่งที่เปิดรับตามคุณสมบัติที่กำหนด ทำสัญญาครั้งละ 4 ปี และต่อสัญญาได้ 1 ครั้ง รวมไม่เกิน 8 ปี

“รัฐบาลเร่วผลักดันทุกนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาสู่การปฏิบัติ สำหรับนโยบายทหารอาสานั้น ให้ประโยชน์ทั้งกับประชาชนและประเทศ เพราะนอกจากผู้สมัครจะได้รับโอกาสทั้งรายได้ ทักษะ การศึกษา และอาชีพ ประเทศจะได้กำลังพลที่เข้ามาด้วยความสมัครใจ มีแรงจูงใจ และสามารถคัดเลือกให้ตรงกับภารกิจของกองทัพมากขึ้น เป็นการปรับระบบกำลังพลให้มีขนาดและองค์ประกอบเหมาะสมกับภารกิจ ลดการพึ่งพาการเกณฑ์ทหารตามลำดับ และช่วยให้การใช้ทรัพยากรและงบประมาณด้านกำลังพลของรัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นางสาวรัชดา กล่าว

รัฐบาลเดินหน้า 4 กลไกสกัดสินค้าปลอม–ไลฟ์ละเมิดออนไลน์ เชื่อมข้อมูล IP–ขยายผลเส้นทางเงิน หลัง 7 เดือนระงับแล้ว 1,471 รายก...
06/09/2026

รัฐบาลเดินหน้า 4 กลไกสกัดสินค้าปลอม–ไลฟ์ละเมิดออนไลน์ เชื่อมข้อมูล IP–ขยายผลเส้นทางเงิน หลัง 7 เดือนระงับแล้ว 1,471 รายการ

วันนี้ (6 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ประกอบการสุจริตจากปัญหาสินค้าปลอมและการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนตลาดออนไลน์ โดยกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายกรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งทำงานร่วมกับเจ้าของสิทธิและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ วาง 4 กลไกสำคัญ ตั้งแต่การปิดกั้นเว็บไซต์และไลฟ์ที่มีเนื้อหาละเมิด การเชื่อมโยงข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาแบบ Real-Time การพัฒนาแนวทางรับรองร้านค้าที่ใช้สิทธิอย่างถูกต้อง ไปจนถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลถึงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง

ผลการดำเนินงานในช่วงเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2569 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนช่องทางออนไลน์ได้ 140 คดี ยึดของกลางรวม 322,077 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 104,344,850 บาท และระงับการจำหน่ายสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์รวม 1,471 รายการ สะท้อนถึงการยกระดับการปราบปรามจากการนำสินค้าละเมิดออกจากตลาด ไปสู่การป้องกันและตัดวงจรการละเมิดตั้งแต่ต้นทาง

นางสาวลลิดา กล่าวว่า แนวทางความร่วมมือที่ทุกฝ่ายกำหนดร่วมกันมี 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ ประการแรก การปิดกั้นเว็บไซต์และการถ่ายทอดสดที่มีเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการระงับหรือลบเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการเผยแพร่ภาพยนตร์ เพลง และผลงานลิขสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์หรือการถ่ายทอดสดออนไลน์

ประการที่สอง การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญากับแพลตฟอร์มผ่าน API แบบ Real-Time เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถตรวจสอบข้อมูลประกอบการคัดกรองร้านค้าและสินค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น เลขคำขอ ชื่อเจ้าของสิทธิ สถานะคำขอ และรายการสินค้า ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและกำหนดรายละเอียดร่วมกัน

ประการที่สาม การพัฒนาแนวทางรับรองร้านค้าที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิอย่างถูกต้อง โดยเตรียมหารือกับแพลตฟอร์มเพื่อจัดทำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ “IP Verified” สำหรับร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้ผู้บริโภค และสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาหลักเกณฑ์และยังไม่ได้เปิดใช้ครบทุกแพลตฟอร์ม

ประการที่สี่ การยกระดับการดำเนินคดีจากการจับผู้ขายไปสู่การขยายผลถึงเครือข่าย โดยประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและเชื่อมโยงไปยังผู้จัดหา ผู้นำเข้า ผู้รับผลประโยชน์ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสามารถตัดวงจรการละเมิดได้ตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่เพียงนำรายการสินค้าที่ตรวจพบออกจากแพลตฟอร์ม

“รัฐบาลต้องการให้ตลาดออนไลน์เป็นพื้นที่ที่ประชาชนซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้องต้องไม่เสียเปรียบจากการแข่งขันกับสินค้าปลอมหรือสินค้าละเมิดสิทธิ การแก้ปัญหาจึงต้องทำทั้งระบบ ตั้งแต่ตรวจจับและระงับรายการ เชื่อมข้อมูลให้ตรวจสอบได้รวดเร็วขึ้น ไปจนถึงติดตามเส้นทางการเงินและขยายผลถึงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง” นางสาวลลิดา กล่าว

ปัจจุบัน กรมทรัพย์สินทางปัญญาใช้กลไกความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจกับแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงมาตรการ Notice and Takedown ในการรับแจ้ง ตรวจสอบ และระงับรายการสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดออกจากระบบ ขณะที่การเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน API แบบ Real-Time และแนวทาง IP Verified จะเป็นกลไกที่จะพัฒนาต่อ โดยต้องกำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ และแพลตฟอร์มที่เข้าร่วมให้ชัดเจนก่อนนำมาใช้

นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนและเจ้าของสิทธิที่พบการจำหน่ายสินค้าหรือเนื้อหาที่อาจเข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 0 2547 4702 สายด่วน 1368 หรือเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงช่องทางรับแจ้งของแพลตฟอร์มที่มีความร่วมมือกับกรม ได้แก่ Shopee, Lazada, TikTok Shop, LINE และ Nex Gen Commerce

ทั้งนี้ ก่อนซื้อสินค้าทางออนไลน์ ประชาชนควรตรวจสอบชื่อร้านค้า รายละเอียดและราคาสินค้า รีวิว เงื่อนไขการคืนสินค้า และเก็บหลักฐานการซื้อขายทุกครั้ง ขณะเดียวกัน ไม่ควรสรุปว่าร้านค้าที่ไม่มีเครื่องหมาย IP Verified เป็นร้านค้าที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากแนวทางรับรองดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและกำหนดหลักเกณฑ์ก่อนนำมาใช้อย่างเป็นทางการ

“อนุทิน” ไม่กังวล ฝ่ายค้านใช้เวทีงบฯ ซักฟอกรัฐบาล ชี้ เป็นสิทธิ์ของ สส. ปัด “ภูมิใจไทย” ยื้ออภิปรายรายงาน กกต. หนีคดีฮั้...
05/09/2026

“อนุทิน” ไม่กังวล ฝ่ายค้านใช้เวทีงบฯ ซักฟอกรัฐบาล ชี้ เป็นสิทธิ์ของ สส. ปัด “ภูมิใจไทย” ยื้ออภิปรายรายงาน กกต. หนีคดีฮั้ว สว. ยํ้า ไม่เคยเกี่ยวข้อง

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 5 กันยายน ที่ จ.ราชบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสภาผู้แทนราษฎร จะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2-3 ในวันที่ 7-9 สิงหาคมนี้ ว่า สส.หลายคนเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) อยู่แล้ว ก็พร้อมชี้แจง เพราะ พ.ร.บ.งบประมาณ เป็นเรื่องระหว่าง กมธ.กับสภาผู้แทนราษฎร ส่วนภาคราชการก็ให้ข้อมูลสนับสนุน ซึ่งต้องชี้แจงให้กระจ่างใครสงวนญัตติไว้ก็เอามาพูดในที่ประชุม

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะใช้โอกาสเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอนุทิน กล่าวว่า สส.มีเอกสิทธิ์อยู่แล้ว จะพูดหรืออภิปรายอะไร ก็อยู่ที่หัวข้อ และการกำกับดูแลของประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อถามว่า การประชุมสภาในสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านกล่าวหาว่าพรรคภูมิใจไทย พยายามดึงเกมไม่ให้อภิปรายรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะกลัวพาดพิงคดีฮั้ว สว. นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี พรรคภูมิใจไทยทำงานบริหารราชการแผ่นดิน ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล ฝ่ายบริหารก็ทำงานอย่างเต็มที่ ฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่เหมือนกัน

เมื่อถามว่า มีความพยายามโยงคดีฮั้ว สว.กับพรรคภูมิใจไทย มีหน่วยงานไหนมาสอบถามหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่รู้ ไม่มี ไม่ทราบ รัฐบาลไม่เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ไม่มีส่วนไหนที่รัฐบาลชุดนี้เกี่ยวข้อง เพราะรัฐบาลนี้เข้าปฎิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ส่วนรัฐบาลอนุทิน 1 ก็ปฏิบัติหน้าที่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 แต่มีการเลือก สว.เมื่อปี 2567 ดังนั้นรัฐบาลของตนทั้งสองชุด มาหลังการเลือก สว. ประมาณ 1 ปี 3 เดือน ยืนยันว่าไม่รู้เรื่อง

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นปั่นกระแสของฝ่ายค้านหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนทำหน้าที่ตัวเอง มีอะไรเราก็รับฟัง เราก็ชี้แจง จะไปห้ามคนกล่าวหาไม่ได้ ฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ รัฐบาลก็ต้องชี้แจง ถ้าชี้แจงตรงไหนไม่ได้ก็เสร็จ แค่นั้นเอง

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเรียกร้องให้เข้าสภาฯ มาชี้แจงด้วยตัวเอง นายอนุทิน กล่าวว่า ตนก็เข้าสภาอยู่เนืองๆ มีหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องบริหารราชการแผ่นดินด้วย แต่วันที่ 7-9 กันยายนนี้ ตนอยู่ที่สภาไม่ได้เพราะได้รับพระบรมราชโองการให้เป็นผู้แทนพระองค์ไปถวายความเคารพพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์ กว่าจะกลับวันที่ 11 กันยายน เรื่องหน้าที่นิติบัญญัติถ้าตนไม่ติดภารกิจบริหารราชการแผ่นดิน ก็ไปจ่อมอยู่ที่สภาตลอดเวลา ตนทำงานอยู่ที่สภาได้เพราะมีห้องทำงานของนายกฯ แต่ส่วนใหญ่จะมีภารกิจที่อยู่ต่างจังหวัดบ้างอยู่ต่างประเทศบ้าง

///////

อนุทิน”ลั่นถ้ามีหลักฐานใครเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ยื่นป.ป.ช.สอบได้เลย หลังลือสะพัดผู้ถูกกล่าวหาซัดทอด รมต.เกี่ยวข้อง เพื...
05/09/2026

อนุทิน”ลั่นถ้ามีหลักฐานใครเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ยื่นป.ป.ช.สอบได้เลย หลังลือสะพัดผู้ถูกกล่าวหาซัดทอด รมต.เกี่ยวข้อง เพื่อความสบายใจไม่มีอิทธิพล-คำสั่งใด ๆ ฝั่งการเมืองแน่นอน ยันใครโกงโดนหมด

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 5 ก.ย. ที่จ.ราชบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่นที่มีกระแสข่าวออกมาว่า อาจจะมีคนในรัฐบาลเกี่ยวข้อง โดยนายกฯ ย้อนถามว่า “มันมีข่าวเหรอ มันต้องมีหลักฐานหรือต้องมีสิ่งที่พิสูจน์ได้ ถ้าไปบอกว่ามีข่าวว่า มีกระแสข่าวว่า คนโน้นว่าที คนนี้ว่าที มันตอบไม่ได้ ก็ไม่รู้จะตอบอะไร ตนไม่ได้ข่าวนั้น”

เมื่อถามว่า มีรายงานข่าวว่าคนที่โดนจับก่อนหน้านี้มีการยื่นหลักฐานระบุว่า มีความเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบัน นายอนุทิน กล่าวว่า “ถ้าเกี่ยวก็โดนหมด ยื่นมาเยอะ ๆ ก็ดี ตนขอประชาสัมพันธ์ตรงนี้เลยว่าคนที่ทำเรื่องนี้คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฉะนั้นไปยื่นที่ ป.ป.ช. เลย จะได้สบายใจว่าไม่มีอิทธิพลหรือคำสั่งใด ๆ จากฝั่งการเมืองอย่างแน่นอน แม้กระทั่งฝั่งบริหารหรือรัฐบาล ตอนนี้ ป.ป.ช. ทำเรื่องอยู่แล้ว ถ้าใครเห็นว่ามีความไม่เป็นธรรม มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า มีการทุจริตไม่ว่าระดับไหน ขอให้นำหลักฐานไปยื่นกับ ป.ป.ช. ได้เลย ไม่ว่าเป็นหลักฐานจริงหรือหลักฐานเท็จ ป.ป.ช. เขาก็มีวิธีการพิสูจน์ นี่คือวิธีการที่จะทำให้ความจริงทั้งหมดปรากฎ ทั้งนี้ในส่วนของรัฐบาลเราได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ทำการให้คนที่คิดว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง มีส่วนได้ส่วนเสียออกจากตำแหน่งที่จะบริหารจัดการอะไรได้ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแล้ว ต่างคนต่างทำงาน”

เมื่อถามย้ำว่า หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี นายกฯ กล่าวว่า “ไหนหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ต้องเป็นหลักฐานที่ประจักษ์ชัด แต่ถ้าเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าก็ส่งไปที่ศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย หรือศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล แต่ถ้าดีที่สุดขณะนี้ ป.ป.ช. รับเรื่องในการที่จะสอบสวนสืบสวนดำเนินคดีในเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น ก็เอาหลักฐานจากอันควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อ เอาไปส่งมอบให้ ป.ป.ช. จะได้เป็นหลักฐานที่เขานำไปดำเนินการต่อได้ ถ้าเป็นหลักฐานที่เชื่อได้ ก็นำมาเป็นส่วนดำเนินคดีได้“

///

ที่อยู่

14/66
Nonthaburi
11130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ka-Ban newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์