12/01/2026
“กรุงเทพมหานคร” หรือ “กทม.” ร่วมกับบริษัท Google ดำเนินโครงการ Project Green Light เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการจราจรบริเวณทางแยกด้วย “ไฟจราจรอัจฉริยะ” ช่วยลดปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ได้เป็นอย่างดี
ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ Google ใช้เทคโนโลยี Big Data และ AI มาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่แบบ Real-time เพื่อแนะนำจังหวะการเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจรให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรในแต่ละช่วงเวลา ส่งผลให้สามารถลดการหยุดรถบนถนนได้ถึง 30%
ลดปัญหาการจราจรติดขัดแบบหยุด-เคลื่อน และเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง โดยขณะนี้มีการปรับจังหวะสัญญาณไฟแล้ว 72 แยกทั่วกรุงเทพฯ พร้อมทั้งคาดว่าการดำเนินโครงการจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 10%
โดย “กทม.” ได้นำข้อมูล Probe Data ซึ่งได้จากอุปกรณ์ติดตามการเคลื่อนที่ เช่น GPS ในโทรศัพท์มือถือ มาใช้ในการวิเคราะห์ต้นทาง–ปลายทางของการเดินทาง (Origin–Destination หรือ O/D) เพื่อประยุกต์ใช้ในการจัดการปัญหาจราจร
ทั้งนี้ “กทม.” ใช้ระบบการควบคุมสัญญาณจราจรที่สามารถแปรผันตามสภาพจราจรตลอดเวลา (Adaptive Traffic Signal Control) คือการควบคุมสัญญาณไฟ (Phase Plan) และ ระยะเวลาไฟเขียว (Green Time) ในแต่ละรอบสัญญาณไฟ ให้สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามปริมาณจราจรที่เข้าสู่ทางแยก
โดยใช้ปริมาณจราจรที่ตรวจนับได้จากเครื่องตรวจนับปริมาณจราจรแล้วนำมาคำนวณค่ารอบเวลาสัญญาณไฟจราจร รูปแบบสัญญาณไฟ และระยะเวลาไฟเขียวที่เหมาะสมในรอบเวลาหรือช่วงเวลานั้นๆ และสามารถนำข้อมูลในอดีตมาปรับใช้ในการกำหนด Phase ต่างๆ และระยะเวลาของการให้ไฟเขียว
การใช้ระบบ Adaptive Traffic Signal Control จะช่วยบริหารระยะเวลาการรอสัญญาณไฟจราจร แถวคอย และความล่าช้าในการผ่านแยก ที่เกิดจากการควบคุมสัญญาณไฟไม่สัมพันธ์กับปริมาณรถให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นการลดภาระการควบคุมสัญญาณไฟของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มากขึ้น.......................................................................
ระบบ Adaptive Traffic Signal Control ประกอบด้วย
อุปกรณ์เก็บข้อมูลปริมาณจราจร (Non-intrusive Traffic Detector) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีแบบ Non-intrusive ที่ออกแบบสำหรับการตรวจจับยานพาหนะและเก็บข้อมูลปริมาณจราจรที่ทางแยกโดยไม่กระทบต่อผิวจราจร สามารถทำงานได้ดีทั้งในเวลากลางวัน และกลางคืน รองรับการเก็บข้อมูลจราจรของทางแยกได้ทุกทิศทางตามที่กำหนด
ชุดประมวลผลข้อมูลปริมาณจราจร สามารถประมวลผลข้อมูลปริมาณจราจรได้หลายทิศทางและช่องจราจรในเวลาเดียวกัน พร้อมกับความสามารถในการเก็บข้อมูลจราจร และตรวจจับการครอบครองพื้นที่ของยานพาหนะได้ รองรับการส่ง Detector Output ไปยังตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรได้ไม่ต่ำกว่า 24 ช่องสัญญาณรองรับการสื่อสารระยะไกล โดยสามารถตรวจสอบสภาพการจราจรบริเวณทางแยกได้ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
ตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร รองรับการตั้งโปรแกรมจังหวะวงรอบสัญญาณ และจังหวะไฟจราจรแบบอัตโนมัติ โดยสามารถแยกโปรแกรมสำหรับวันปกติ (Weekdays) และวันเสาร์-อาทิตย์ (Weekends) ได้เป็นอย่างดีการตั้งโปรแกรมการทำงานสามารถทำได้ที่ส่วนควบคุมที่ตู้สัญญาณไฟ และรองรับการตั้งโปรแกรมสั่งการทางไกลสามารถทำได้ทั้งแบบอัตโนมัติ Adaptive, Vehicle Actuated (VA), Preset timing และแบบ Manual โดยเจ้าหน้าที่
โดยขณะนี้ได้มีการเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจรทางแยกจากแบบ Fix Time เป็นแบบ Adaptive ผ่านการ Upgrade Sensor ตรวจจับสภาพการจราจรด้วยกล้อง Image Processing และ Upgrade Software ประมวลผลปรับจังหวะสัญญาณไฟที่ทางแยกให้มีความรวดเร็วและฉลาดขึ้น
ซึ่งทำให้สามารถตรวจนับปริมาณจราจรแต่ละทิศทาง ตัดไฟเมื่อไม่มีรถเข้าทางแยก ตรวจจับสภาพการจราจรด้วยการวัดค่า Delay ของทางแยก ป้องกันการเกิดรถติดสะสมเกินทางแยก โดยติดตั้งแล้วเสร็จทั้งหมดใน ครบทั้ง 72 ทางแยก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณทางแยกของถนนสำคัญในพื้นที่ชั้นในของ “กทม.” ที่มีปัญหาการจราจร อาทิ ในแนวถนนพระราม 9 ถนนดินแดง ถนนพญาไท ถนนสุขุมวิท ถนนเพลินจิต ถนนพระรามที่ 1 ถนนพระรามที่ 4 ถนนสาทร ถนนสีลม ถนนสุรวงศ์ ถนนสี่พระยา และถนนพหลโยธิน
ทั้งนี้ “ไฟจราจรอัจฉริยะ” สามารถช่วยลดความล่าช้า (Delay) เฉลี่ยในการเดินทางบริเวณทางแยกที่มีสัญญาณไฟจราจรลงได้ 10-40% เมื่อเทียบกับระบบสัญญาณไฟจราจรแบบเดิม (Fix Time) นั่นเองครับ.......................................................................
เรื่อง : ดร.จักรกฤษณ์ สิริริน
https://www.salika.co/2026/01/09/adaptive-traffic-signal-control-in-bangkok/
Knowledge Sharing Space | www.salika.co
#กรุงเทพมหานคร #ไฟจราจรอัจฉริยะ