The Editors Society

The Editors Society The Editors Society Online Magazine

 #สายเรือนเวลาดีไซน์หรู เมื่อ CITIZEN เผยโฉมคอลเลกชันล่าสุด CITIZEN TSUYOSA 60 และ CITIZEN Zenshin 60 Automatic Super Ti...
26/12/2025

#สายเรือนเวลาดีไซน์หรู เมื่อ CITIZEN เผยโฉมคอลเลกชันล่าสุด CITIZEN TSUYOSA 60 และ CITIZEN Zenshin 60 Automatic Super Titanium™ กลไกอัตโนมัติพลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง ดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซ

CITIZEN แบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น ผู้สรรค์สร้างนวัตกรรมแห่งกาลเวลาที่โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบหรู คลาสสิก และมีความแม่นยำสูง สร้างสรรค์ขึ้นอย่างประณีตด้วยฝีมือของช่างผู้เชี่ยวชาญผสานจิตวิญญาณแห่งความเป็นเลิศจนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกยาวนานกว่า 100 ปี เปิดตัวนาฬิกา 2 คอลเลกชันใหม่ล่าสุด ได้แก่ CITIZEN TSUYOSA 60 และ CITIZEN Zenshin 60Automatic Super Titanium™ โดยการเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมกับความโดดเด่นของกลไกอัตโนมัติที่สามารถทำงานต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง ผสมผสานดีไซน์สปอร์ตและสีสันหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างในโลกยุคปัจจุบัน ด้วยดีไซน์เป็นเอกลักษณ์และฟังก์ชันเปี่ยมด้วยคุณภาพ จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการสะท้อนตัวตนผ่านเรือนเวลาที่ไม่เหมือนใคร

ในโอกาสสำคัญนี้ นนทัช กาญจนาศักดิ์ชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอลดีไอ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย CITIZEN ในประเทศไทย กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ “CITIZEN ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา ภายใต้ปรัชญา Better Starts Now ที่ไม่เคยหยุดยั้งในการคิดค้นนวัตกรรมและดีไซน์ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ของลูกค้า โดยทั้ง 2 คอลเลกชันใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความก้าวหน้า คงไว้ซึ่งความพิถีพิถัน�
ในรายละเอียดตามแบบฉบับช่างฝีมือญี่ปุ่น”
สำหรับคอลเลกชัน CITIZEN TSUYOSA 60 นั้นสื่อถึงความแข็งแกร่งที่มาพร้อมสีสัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคำในภาษาญี่ปุ่น 強さ (Tsuyosa) แปลว่า ‘ความแข็งแกร่ง’ สะท้อนผ่านดีไซน์ที่ทนทานและเปี่ยมพลัง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งความสนุกสนานและสีสันที่พร้อมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์

จุดเด่นสำคัญของ CITIZEN TSUYOSA 60 คือ‘ดีไซน์สปอร์ตเหนือกาลเวลา’ ผสานความเรียบง่ายและสปอร์ตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพิ่มความหรูหราด้วยสายข้อมือแบบหลายชิ้นส่วนที่มีการขัดเงาแบบกระจกบริเวณข้อต่อตรงกลาง ซึ่งเป็นรายละเอียดงานฝีมือที่มักพบในนาฬิการะดับพรีเมียม ตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาด 40 มิลลิเมตร มาพร้อม ‘หน้าปัดลวดลายกิโยเช่และรูปทรงเรขาคณิต’ ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะยุคอาร์ตเดโค ช่วยเพิ่มมิติและความหรูหราอย่างมีระดับ ทำให้ทุกครั้งเมื่อมองเวลาเสมือนการชื่นชมศิลปะบนข้อมือ ภายในขับเคลื่อนด้วย ‘กลไกอัตโนมัติ �Cal. 8310 สำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง’พร้อมกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อนและเลนส์ขยายวันที่ กันน้ำได้ 50 เมตร โดยมีเฉดสีให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ สีดำ (Black Dial - NK0020-55E) ราคา 18,600 บาท, สีเขียวเข้ม (Dark Green Dial - NK0024-54X) ราคา 19,900 บาท และ สีฟ้าน้ำทะเล(Ash Blue Dial - NK0023-57L) ราคา 21,000 บาท

อีกหนึ่งคอลเลกชันที่น่าจับตาคือ CITIZEN Zenshin 60 Automatic Super Titanium™ นำเสนอจิตวิญญาณ�แห่งความก้าวหน้าบนวัสดุสุดแกร่ง ได้รับแรงบันดาลใจจากคำในภาษาญี่ปุ่น 前進 (Zenshin) แปลว่า‘ความก้าวหน้า’ จึงสร้างสรรค์นาฬิกาไทเทเนียมเรือนแรกของโลกโดย CITIZEN ในปี 1970 นับเป็นมรดกแห่งนวัตกรรมที่ถูกตีความใหม่ให้ล้ำหน้าและตอบโจทย์ชีวิตยุคปัจจุบัน

ความโดดเด่นของคอลเลกชัน CITIZEN Zenshin60 Automatic Super Titanium™ อยู่ที่วัสดุ ‘Super Titanium™’ นวัตกรรมเอกสิทธิ์ของ CITIZEN ที่มอบสัมผัสแห่งความเบาสบายจนแทบไม่รู้สึกว่ากำลังสวมใส่นาฬิกาบนข้อมือ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ อีกทั้งยังแข็งแกร่งและทนต่อรอยขีดข่วนได้อย่างยอดเยี่ยม ‘ดีไซน์มีความหรูหราทันสมัย’ ด้วยขอบตัวเรือนทรง 12 เหลี่ยมที่เฉียบคม และหน้าปัดไล่เฉดสีแบบ Dégradé ที่พัฒนาขึ้นใหม่ เปลี่ยนจากการขัดลายแบบเดิมมาเป็นการขัดลายเส้นตรงในแนวตั้ง (Vertical Straight-line Brushing) มอบลุคดูซับซ้อนและหรูหรา เอกลักษณ์สำคัญคือการจัดวางเข็มวินาทีแบบย่อย (Small Second) ระหว่างตำแหน่ง 4 และ 5 นาฬิกา สร้างมิติที่แตกต่าง ตัวเรือนขนาด 40.5 มิลลิเมตร ภายในบรรจุ ‘กลไกอัตโนมัติอินเฮาส์ Cal. 8322-21A พลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง’ ที่มองเห็นได้ผ่านฝาหลังแบบกระจกใส พร้อมกระจกแซฟไฟร์และประสิทธิภาพการกันน้ำระดับ 100 เมตร

คอลเลกชันนี้มีหน้าปัดให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีฟ้า (Blue Dial - NK5020-58M), สีเทาอมฟ้า (Grey Blue Dial - NK5020-58L), �สีคอปเปอร์ (Copper Dial - NK5020-58P) และ สีเขียว(Green Dial - NK5020-58X) ในราคา 28,800 บาท

มาร่วมสัมผัสและเป็นเจ้าของเรือนเวลาแห่งนวัตกรรม CITIZEN TSUYOSA 60 และ CITIZEN Zenshin60 Automatic Super Titanium™ ได้แล้ววันนี้ที่แผนกนาฬิกาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Lazada: Citizen, Shopee: CITIZEN_THAILAND และ TikTok Shop: Citizenwatch Thailand นอกจากนี้ยังสามารถอัปเดตแฟชั่นนาฬิกาและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Citizen Watch, Instagram และ TikTok: พร้อมพบกับนาฬิการุ่นยอดนิยมอื่นๆ และโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ทุกช่องทาง สาย #เรือนเวลาดีไซน์หรู #ต้องจัด ไว้ในครอบครอง



#แนะนำ

 #แอบส่องแบรนด์ดัง  #สาวสายแฟ ต้องมาส่องเมื่อ FENDI เปิดตัวคอลเล็กชั่นแคปซูลพิเศษ ‘Emily in Paris’FENDI ประกาศเปิดตัวคอล...
26/12/2025

#แอบส่องแบรนด์ดัง #สาวสายแฟ ต้องมาส่องเมื่อ FENDI เปิดตัวคอลเล็กชั่นแคปซูลพิเศษ ‘Emily in Paris’

FENDI ประกาศเปิดตัวคอลเล็กชั่นแคปซูลพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาของซีซั่น 5 ที่ทุกคนรอคอยของซีรีส์ Netflix เรื่อง ‘Emily in Paris’ ซึ่งเปิดตัวพร้อมกันเมื่อวานนี้

คอลเล็กชั่นเอ็กซ์คลูซีฟนี้วางจำหน่ายในจำนวนจำกัด ณ บูติก FENDI ที่ร่วมรายการทั่วโลก และทาง fendi.com โดยชูไอคอนิกไอเท็มของแบรนด์ ด้วยกระเป๋า Baguette สองรุ่น และกระเป๋า Peekaboo หนึ่งรุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดจิตวิญญาณอันสดใสและเปี่ยมด้วยความสง่างามของซีรีส์เรื่องนี้ ซึ่งผลิตโดย Paramount Television Studios และผู้สร้าง Darren Star พร้อมนำเสนอใหม่ผ่านรหัสดีเอ็นเอของเมซง FENDI ทุกชิ้นมาพร้อมแท็กพิเศษ และรังสรรค์จากผ้าเอฟเฟกต์ทอแบบแทพเพสทรีอันประณีต ประดับลวดลาย FENDI Dots ซึ่งเป็นการผสมผสานอันโดดเด่นระหว่างโลโก้ FF อันเป็นเอกลักษณ์และลายโพลกาดอตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะอาร์ตเดโค โดยนำเสนอในโทนสีแบบคัลเลอร์บล็อก ได้แก่ สีน้ำตาลจับคู่ชมพู หรือสีโดฟจับคู่เขียวมินต์

คอลเล็กชั่นนี้ยังตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่าง FENDI และ ‘Emily in Paris’ ผ่านการปรากฏตัวของเมซงในซีซั่น 5 ซึ่งผู้ชมจะได้เห็น Emily Cooper (รับบทโดย Lily Collins) ออกผจญภัยในกรุงโรม พร้อมกระเป๋า Baguette สุดไอคอนิก ณ สำนักงานใหญ่ของ FENDI ที่ Palazzo della Civiltà Italiana และบูติก Palazzo FENDI

‘Emily in Paris’ ซีซั่น 5 ออกอากาศทาง Netflix แล้ววันที่ 18 ธันวาคม สาวๆ #สายแฟ #ต้องจัด ไว้ในครอบครอง #ห้ามพลาด












#แนะนำ

 #ห้ามพลาด สำหรับ  #สายไลฟ์สไตล์  #สายท่องเที่ยว มาเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขจากการเริ่มต้นด้วยการพักผ่อนอันแสนพิเศษบนยอ...
25/12/2025

#ห้ามพลาด สำหรับ #สายไลฟ์สไตล์ #สายท่องเที่ยว มาเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขจากการเริ่มต้นด้วยการพักผ่อนอันแสนพิเศษบนยอดเขา ณ โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลกชัน ระหว่างวันที่ 23 ธันวาคม 2568 – 1 มกราคม 2569โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลกชัน ขอเชิญคุณเปิดประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่าง กับห้องพักแบบ Mountain Villa วิลล่าส่วนตัวขนาด 80 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนทำเลสูง รายล้อมด้วยขุนเขาและธรรมชาติอันเขียวขจี มอบทัศนียภาพแบบ พาโนรามา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย และเติมเต็มพลังใจอย่างแท้จริง

ภายในวิลล่าตกแต่งอย่างประณีตและพิถีพิถัน พร้อมเตียงคิงไซซ์แสนสบาย โซฟาเดย์เบด และห้องน้ำกึ่งกลางแจ้งที่มาพร้อมอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ให้คุณได้ผ่อนคลายไปกับการแช่น้ำท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันเงียบสงบ นอกจากนี้ยังมีศาลาส่วนตัวสำหรับนั่งพักผ่อน ชมวิวสวยงามได้ตลอดทั้งวัน ราคาเริ่มต้นเพียง 17,200 บาท++ ต่อคืน รวมอาหารเช้า และ Festive Dinner สำหรับ 2 ท่าน พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ

🔺ฟรี! Wi-Fi และเครื่องปรับอากาศ
🔺อ่างจากุซซี่กลางแจ้ง
🔺บริการชา กาแฟ มินิบาร์
🔺พื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหารแยกสัดส่วน
🔺แท่นชาร์จอุปกรณ์, คีย์การ์ดอิเล็กทรอนิกส์
🔺และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

สานไลฟ์สไตล์และสายท่องเที่ยวต้องไป #เช็คอิน เพื่อปล่อยใจให้เป็นอิสระจากความเร่งรีบ แล้วมาสัมผัสการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอย่างใกล้ชิด พร้อมความหรูหราเหนือระดับได้แล้ววันนี้ที่Mountain Villa โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลกชัน สำรองห้องพักหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: โทร. 044-001-300 หรืออีเมล์ [email protected]

#โรงแรมรุกข์คีรีเขาใหญ่เดอะเซ็นทาราคอลเลกชัน



#ไลฟ์สไตล์


#ท่องเที่ยว
#เดินทาง

#แนะนำ

 #สายชา  #สายหวาน ต้องมาส่องเมื่อ “NOSE TEA” เจาะตลาด Local ดึงของเด็ดขอนแก่น�ใส่กลิ่นอายความเป็นไทย ลง 3 เมนูใหม่ ที่มี...
25/12/2025

#สายชา #สายหวาน ต้องมาส่องเมื่อ “NOSE TEA” เจาะตลาด Local ดึงของเด็ดขอนแก่น�ใส่กลิ่นอายความเป็นไทย ลง 3 เมนูใหม่ ที่มีแค่ที่เดียวเท่านั้น

เรียกว่าแบรนด์เครื่องดื่มในปัจจุบันอยู่ในยุคการแข่งขันสูง และดุเดือดเป็นอย่างมาก ทำให้แบรนด์ต้องหาจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับสินค้า เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ และขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ล่าสุด“NOSE TEA” แบรนด์ชาชีสสัญชาติไทย ที่ปัจจุบันขยายสาขาอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2568 มีสาขาถึง 40 สาขาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสาขาล่าสุดคือสาขาตลาดต้นตาล จังหวัดขอนแก่น มาพร้อมเมนูที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น (Local Menu) ถึง 3 เมนูด้วยกัน ได้แก่ �
🔺Coconut Blossom Milk Tea (ชานมช่อดอกมะพร้าว) : สัมผัสรสชาติซิกเนเจอร์ จากชามะลิหอมอ่อน ผสมผสานไซรัปช่อน้ำมะพร้าว ให้กลิ่นหอมจากชา รสชาติละมุนจากครีมชีส พร้อมเนื้อลูกตาลเคี้ยวหนึบ อร่อยฟินในทุกคำที่ดูด
Palm Fruit Milk Tea (ชานมลูกตาล) : สัมผัสซิกเนเจอร์ที่ไม่เหมือนใคร จากชามะลิหอมอ่อน ลิ้มรสความอร่อยในทุกเลเยอร์ ทั้งครีมชีสหอมนัว ข้าวเหนียวเคี้ยวหนุบ และเนื้อลูกตาลรสละมุน หวานหอมอย่างเป็นเอกลักษณ์�
🔺Tuptub Milk Tea (ชานมตุ๊บตั๊บ) : สัมผัสความอร่อยของเนยถั่วสุดกลมกล่อม ผสมผสานความหอมละมุนของชาในทุกคำ ด้านล่างมีสาคูเม็ดเล็กให้เคี้ยวฟินๆ ท็อปด้วยครีมชีสหวานนัว รสชาติขนมวัยเด็กที่คิดถึง…อร่อยจนลืมไม่ลง

สาขาตลาดต้นตาล จังหวัดขอนแก่น ถือเป็น “NOSE TEA” สาขาต่างจังหวัดลำดับที่ 3 และยังเป็นสาขาแรกในภาคอีสาน หลังช่วงกลางปีที่ผ่านมาขยายสาขาไปที่สาขาปั๊มเชลล์ ถนนข้าวหลาม มี 2 เมนูเฉพาะเช่นกัน ได้แก่Bangsaen Milk Tea (ชานมข้าวหลาม) และ Bangsaen Sticky Red Bean Tea (ชามะลิข้าวหลามถั่วแดง) ต่อด้วยสาขา Passion Rayong ส่วน “NOSE TEA LOVER” ที่อยาก�ลิ้มลองประสบการณ์แห่งรสชาติที่แสนอร่อย และแปลกใหม่นี้ 3 เมนูใหม่ จะวางจำหน่ายเฉพาะที่สาขาตลาดต้นตาล จังหวัดขอนแก่น เท่านั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป งานนี้สายชา สายหวาน แฟนพันธุ์แท้ของ NoseTea ต้องไป #เช็คอิน #ห้ามพลาด



#ชาชีสที่จริงใจ
#ชาจมูกเขียว

#แนะนำ

 #แอบส่องคนดัง แอน ทองประสม () และ มิว นิษฐา () ร่วมถ่ายทอดลุคสบาย ๆ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามผ่านคอลเล็กชั่น Fall/Wint...
25/12/2025

#แอบส่องคนดัง แอน ทองประสม () และ มิว นิษฐา () ร่วมถ่ายทอดลุคสบาย ๆ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามผ่านคอลเล็กชั่น Fall/Winter 2025 ของ #แอบส่องแบรนด์ดัง Loro Piana () โดยแอนเผยความอบอุ่นจากเสื้อโค้ตรุ่น Mike จากผ้า Baby Cashmere คู่กับกางเกงยีนส์ Merak ในผ้าไหมเดนิม ขณะที่มิว นำเสนอชุดในโทนสีเดียวกันด้วย Mini Spagna Jacket และ Robin Trousers จากผ้า Jersey Novalis ถ่ายทอดลุคด้วยผ่านสัมผัสนุ่มละมุนและยืดหยุ่นของเนื้อผ้า ทั้งสองปิดท้ายลุคด้วยผ้าพันคอแคชเมียร์ Grande Unita ที่ไม่เพียงมอบความอบอุ่น แต่ยังคงความงามตามแบบฉบับของ Loro Piana ได้อย่างลงตัว

พร้อมเลือกสรรไอเท็มเพิ่มเติมได้ที่บูติก Loro Piana ICONSIAM ชั้น 1 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หนุ่มและสาว #สายแฟ แนวหรูเรียบต้องไป #เช็คอิน



#แอนทองประสม
#มิวนิษฐา

#แฟชั่น


#ไอคอนสยาม

#แนะนำ

 #สายไลฟ์สไตล์  #สายปาร์ตี้  #ปักหมุด ไว้เลยขอเชิญทุกท่านมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีกับโปรโมชั่นเฟสทีฟสุดเ...
24/12/2025

#สายไลฟ์สไตล์ #สายปาร์ตี้ #ปักหมุด ไว้เลยขอเชิญทุกท่านมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีกับโปรโมชั่นเฟสทีฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่า Bar Sathorn New Year’s Eve Celebration และ New Year's Eve Countdown Party เพื่อสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจและเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2569 ณ เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ

เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีกับโปรโมชั่นเฟสทีฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่า Bar Sathorn New Year’s Eve Celebration และ New Year's Eve Countdown Party เพื่อสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจและเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2569

BAR SATHORN NEW YEAR'S EVE CELEBRATION
31 ธันวาคม 2568 | 21.00น. – 01.00น. บาร์ สาทร, เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร

มาเฉลิมฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าอย่างมีสไตล์ที่บาร์ สาทร กับแพ็กเกจเครื่องดื่มแบบฟรีโฟล์วสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพลิดเพลินไปกับ แชมเปญ Mumm Cordon Rouge ค็อกเทลซิกเนเจอร์ ไวน์พรีเมียม และเซ็ตของว่างสุดพิเศษ ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันด้วยจำนวนที่นั่งจำกัด เชิญสัมผัสค่ำคืนแห่งความหรูหราและบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อร่วมต้อนรับปี 2569 ไปพร้อมกันราคา 8,000++ บาทต่อท่าน รวมแชมเปญ Mumm Cordon Rouge, ค็อกเทล และไวน์แบบเติมไม่อั้นพร้อม เซ็ตของว่างสำหรับ 1 ท่าน

และ NEW YEAR'S EVE COUNTDOWN PARTY
31 ธันวาคม 2568 | 20:00น. – 01:00น. เดอะ คอร์ท ยาร์ด, เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร

มาร่วมส่งท้ายปี 2568 และนับถอยหลังต้อนรับปีใหม่ในค่ำคืนสุดพิเศษที่เดอะ คอร์ท ยาร์ด ที่เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ เพลิดเพลินกับบรรยากาศสนุกสนาน ไม่ว่าคุณจะมาร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่กับเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว นี่คือโอกาสพิเศษที่จะทำให้ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองปีใหม่เป็นที่น่าจดจำ สายไลฟ์สไตล์ สายปาร์ตี้ต้องไป #เช็คอิน #ห้ามพลาด

🔺สำรองที่นั่งได้ที่นี่
อย่าพลาดประสบการณ์ที่น่าประทับใจเหล่านี้ได้ที่เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง โทร 02 344 4000 หรืออีเมล [email protected]
ติดตามข่าวสารของ W Bangkok ตลอด 24/7 ได้ที่www.facebook.com/wbangkok หรือ www.wbangkok.com

#เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข

#เดอะเฮ้าส์ออนสาทร
#โรงแรมดับเบิ้ลยูกรุงเทพ

#บาร์สาทร

#เดอะคอร์ท ยาร์ด
#เดอะเฮ้าส์ออนสาทร





#ปาร์ตี้

#แนะนำ

 #แอบส่องคนดัง “วิน เมธวิน” ต่อยอดความสำเร็จเปิด  #าน  #เล่นใหญ่เรื่องกิน ร้าน “SOURI” สาขา Stand Alone แห่งแรกบนถนน “บร...
24/12/2025

#แอบส่องคนดัง “วิน เมธวิน” ต่อยอดความสำเร็จเปิด #าน #เล่นใหญ่เรื่องกิน ร้าน “SOURI” สาขา Stand Alone แห่งแรกบนถนน “บรรทัดทอง” ยกระดับแบรนด์ขนมหวานสู่แลนด์มาร์กแห่งรสชาติและไลฟ์สไตล์อย่างเต็มตัว

เดินหน้าสานต่อความสำเร็จอย่างต่อเนื่องสำหรับ “วิน เมธวิน” CEO แบรนด์ SOURI (ซูรี) แบรนด์ขนมหวานฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ผสานรสชาติและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ล่าสุดรุกขยายอาณาจักรความหวานระดับพรีเมียม ปักหมุดเปิดสาขา Stand Alone แห่งแรกบนถนน “บรรทัดทอง” พร้อมมอบประสบการณ์แบบ “Night Cafe Culture” จุดเช็คอินความหวานยามค่ำคืนที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา เน้นนำเสนอความเป็นไทยผ่านดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และรสชาติพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สะท้อนการเติบโตและความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่พร้อมก้าวสู่บทใหม่ ด้วยการยกระดับประสบการณ์ขนมหวานให้กลายเป็น Lifestyle Destination ที่เข้าถึงความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภค

หลังจากประสบความสำเร็จในการครองใจคนรักขนมหวานชาวไทย จนขยายสาขาเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ทั่วประเทศกว่า 40 สาขา วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร CEO และผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ SOURI แบรนด์ขนมหวานพรีเมียมที่ตั้งใจส่งต่อรอยยิ้มให้กับทุกคน เปิดเผยว่า SOURI พร้อมแล้วที่จะก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัวสาขา Stand Alone สาขาแรก บนถนนบรรทัดทอง ย่านความอร่อยอันเป็น Lifestyle Hub ของคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น ทั้งยังสะท้อนถึงความพร้อมของแบรนด์ในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

“สำหรับ SOURI การเลือกทำเลไม่ใช่แค่การมองหาพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน แต่เราเฟ้นหา Destination ที่สามารถสะท้อนไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้ชัดเจนที่สุด รวมถึงมีความเข้ากันได้ระหว่างคาแรกเตอร์ของแบรนด์กับบริบทของพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘ย่านบรรทัดทอง’ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของกรุงเทพฯ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาลิ้มลองรสชาติความอร่อยของเมนูขึ้นชื่อต่าง ๆ และเป็นย่านที่เต็มไปด้วยความหลากหลายของวัฒนธรรมอาหาร ซึ่งเรามองว่า ย่านนี้ไม่ใช่แค่แหล่งรวมสตรีตฟู้ด แต่เป็น Lifestyle Hub ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเหล่านักชิมและนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศที่ต่างปักหมุดมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย เราจึงตั้งใจนำประสบการณ์ขนมหวานระดับพรีเมียมของ SOURI มาเติมเต็มให้ย่านบรรทัดทองเป็นจุดหมายปลายทางแห่งความอร่อยที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยคาดหวังว่า ‘SOURI สาขาบรรทัดทอง’ จะเป็นมากกว่าคาเฟ่ขนมหวาน แต่เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่ผู้คนสามารถแวะมาใช้เวลาแชร์โมเมนต์ดี ๆ ได้ทุกค่ำคืน”

ด้วยความที่เปิดในย่านอร่อยยามค่ำคืน “SOURI สาขาบรรทัดทอง” จึงมุ่งเน้นที่จะมอบประสบการณ์แบบ Night Cafe Culture เป็นจุดเช็คอินที่โดดเด่น ถ่ายรูปสวย ด้วยสีสันสดใสและการตกแต่งอันเป็นซิกเนเจอร์ แต่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความเป็นไทยในรายละเอียดต่าง ๆ อาทิ ลวดลายกระเบื้องและเคาน์เตอร์ซึ่งสั่งทำเป็นพิเศษ โดยใช้สัญลักษณ์และกิมมิกของแบรนด์มาสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ในรูปแบบไทย พร้อมรังสรรค์บรรยากาศและแสงสีภายในให้อบอุ่นทว่าเต็มไปด้วยความสนุกสนาน รองรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว แก๊งเพื่อน นักศึกษา หรือคนทำงาน พร้อมมอบประสบการณ์การลิ้มรสแฟตการองและขนมหวานท่ามกลางความคึกคักและมีชีวิตชีวาเแบบที่หาไม่ได้จากสาขาในห้างสรรพสินค้า

นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์สำคัญคือ “Exclusive Flavors” ที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับคาแรกเตอร์ของย่านซึ่งเป็นตำนานแห่งสตรีตฟู้ด โดยนำแรงบันดาลใจจากเสน่ห์ของขนมไทยขึ้นชื่อ มาร้อยเรียงเรื่องราวใหม่ ผสมผสานความหอมหวานและเทกเจอร์แบบไทยเข้ากับเทคนิคความละเมียดละไมแบบตะวันตก นำเสนอเป็นแฟตการองสไตล์ฝรั่งเศสอันเป็นเอกลักษณ์ของ SOURI มาใน 9 รสชาติสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ได้แก่ ข้าวเหนียวมะม่วง, ลอดช่อง, ขนมชั้น, ฝอยทองเม็ดขนุน, บ้าบิ่น, ทับทิมกรอบ, ลูกชุบ, เฉาก๊วย และ กล้วยบวชชี ซึ่งมีจำหน่ายเฉพาะที่ “SOURI สาขาบรรทัดทอง” เท่านั้น และอีกหนึ่งความพิเศษคือ SOURI เตรียมเปิดตัว รสชาติไฮไลต์ประจำกรุงเทพฯ เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ด้านอาหารของกรุงเทพมหานครในมุมมองใหม่ที่สนุกและสร้างสรรค์ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 นี้ทุกสาขาในกรุงเทพฯ

“การปักหมุดเปิดสาขาใหม่ที่บรรทัดทอง สะท้อนให้เห็นว่า SOURI พร้อมแล้วที่จะก้าวออกจากพื้นที่ที่เราคุ้นเคยอย่างห้างสรรพสินค้า มาสู่ความท้าทายใหม่ เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่กว้างขึ้น โดยในอนาคตเป้าหมายของ SOURI คือการก้าวสู่การเป็น ‘Global Lifestyle Brand' ที่ไม่เพียงขยายสาขาให้ครอบคลุมหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ยังจะเดินหน้าขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียและระดับโลก โดยอาจเริ่มจากประเทศเพื่อนบ้านและเมืองท่องเที่ยวสำคัญ นอกจากนี้เรายังมีแผนที่จะแตกไลน์โปรดักต์ใหม่ ๆ มากกว่าแฟตการอง เพื่อให้ SOURI เข้าไปอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิตผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง” วิน เมธวิน กล่าว

งานนี้ #สายหวาน และติ่งแฟนคลับพันธุ์แท้ของ “วิน เมธวิน” ต้องไปรีบ #เช็คอิน ที่ “SOURI สาขาบรรทัดทอง” กันแล้วพร้อมเติมรอยยิ้มด้วยความหวาน กับแฟตการองและขนมหวานที่เหมาะเป็นของขวัญให้ตัวเองและคนที่รัก ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป มาลิ้มลองรสชาติพิเศษท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นมีชีวิตชีวาในแบบเฉพาะตัวของสาขานี้ได้ทุกวัน เวลา 14.30 - 22.30 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: SOURI

#วินเมธวิน

#ซูรี
ัดทอง
#แบรนด์ขนมหวานสู่แลนด์มาร์กแห่งรสชาติและไลฟ์สไตล์






#แนะนำ

 #หนุ่มและสาวสายแฟ และ  #หนุ่มและสาวสายเครื่องหอม  #ต้องจัด  #ห้ามพลาด เมื่อ Onitsuka Tiger เปิดตัวคอลเล็กชั่นน้ำหอม Eau...
24/12/2025

#หนุ่มและสาวสายแฟ และ #หนุ่มและสาวสายเครื่องหอม #ต้องจัด #ห้ามพลาด เมื่อ Onitsuka Tiger เปิดตัวคอลเล็กชั่นน้ำหอม Eau de Parfum ของแบรนด์เป็นครั้งแรก ที่มาพร้อมกันถึง 4 กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้แนวคิด “Wearing Quiet Radiance” ซึ่งถ่ายทอดความงดงามของความแตกต่าง โดยแต่ละกลิ่นได้รับแรงบันดาลใจจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมกับนวัตกรรมสมัยใหม่ งานฝีมืออันประณีตกับดีไซน์ร่วมสมัย ความมีชีวิตชีวาที่สดใสกับความเรียบเรียงอย่างเป็นระเบียบ ตลอดจนความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัสดุ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนจิตวิญญาณของ Onitsuka Tiger โดยได้ 3 คนดังอย่าง เอมี่ - ทสร กลิ่นเนียม, ดิว - จิรวรรตน์ สุทธิวณิชศักดิ์ และ เอส - ศุภ สง่าวรวงศ์ มาร่วมถ่ายทอดแคมเปญในครั้งนี้

น้ำหอมทั้ง 4 กลิ่นได้รับการรังสรรค์โดยผู้เชี่ยวชาญ มาร์ค บักซ์ตัน (Mark Buxton) นักปรุงน้ำหอมชื่อดังระดับโลก ผู้มีประสบการณ์ยาวนานและเปี่ยมด้วยความหลงใหลในศิลปะแห่งกลิ่นหอม ผลงานของเขาโดดเด่นด้วยสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสมผสานความเรียบง่ายอันลึกซึ้งเข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว เติมเต็มด้วยเสน่ห์แบบอังกฤษและฝีมือปรุงน้ำหอมชั้นยอดตามขนบฝรั่งเศส กลิ่นหอมของเขามักสะท้อนความกล้า ความแหวกแนว และพลังที่เหนือความคาดหมาย โดยน้ำหอมทั้ง 4 กลิ่น ได้แก่ ONITSUKA TIGER ONE, ONITSUKA TIGER TWO, ONITSUKA TIGER THREE และ ONITSUKA TIGER FOUR ต่างถ่ายทอดแนวคิดแห่งความแตกต่างที่แบรนด์ให้ความสำคัญ พร้อมปลุกสัมผัสของความสงบนิ่งจากภายใน ขณะเดียวกันก็เปล่งประกายอย่างทรงพลัง
นอกจากนั้นทุกกระบวนการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การสกัด การผสมกลิ่น ไปจนถึงการบรรจุขวด ล้วนเกิดขึ้นที่เมือง กราสส์ (Grasse) แคว้นโพรวองซ์ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งโลกน้ำหอม ภายใต้แสงแดดของฝรั่งเศสตอนใต้ โดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญได้รังสรรค์น้ำหอมแต่ละหยดอย่างพิถีพิถัน พร้อมรักษามาตรฐานและประเพณีการปรุงน้ำหอมที่สืบทอดมายาวนานตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 น้ำหอมทั้ง 4 กลิ่นบรรจุในขวดแก้วสีเหลืองสด สะท้อนสีซิกเนเจอร์ของ Onitsuka Tiger พร้อมดีไซน์ที่เล่นแสงและเงาอย่างมีศิลปะ เสริมความโดดเด่นด้วยโลโก้ Onitsuka Tiger�
ONITSUKA TIGER ONE
"เปล่งประกายทุกมิติ และความสง่างามที่สะท้อนออกมาจากภายใน”
กลิ่นหอมเขียวขจีผสานเปปเปอร์มินต์เผยความสดชื่นอย่างชัดเจน เลมอนและส้มแมนดารินเติมสัมผัสละมุนที่นุ่มนวล ตามด้วยกลิ่นดอกไม้ขาวและมะลิค่อยๆ ผลิบานอย่างอ่อนโยน ก่อนเผยความลึกซึ้งด้วยกลิ่นพิมเสน หนัง และไกวแอค วูด ที่ทิ้งอารมณ์หรูหราในทุกมิติ

ONITSUKA TIGER TWO
“ความชัดเจนที่แฝงความลึกลับ พร้อมสัมผัสอ่อนโยนที่อยู่เคียงข้าง”
กลิ่นมะกรูดและเลมอนที่ล่องลอยอย่างโปร่งเบาราวกับแสงสว่าง เจอราเนียมและกำยานลอยอย่างแผ่วเบาในอากาศ แป้ง มัสก์และไม้จันทน์โอบอุ้มผิวอย่างอ่อนโยน ทิ้งความสงบละมุนที่ยังคงอยู่

ONITSUKA TIGER THREE
“กลิ่นหอมอุ่นลุ่มลึก เปี่ยมด้วยมิติแห่งสัมผัส”
กลิ่นส้มและความเผ็ดร้อนของแองเจลิกาช่วยเพิ่มความรู้สึกอบอุ่น ขณะที่ไวโอเล็ตและกลิ่นทะเลกระจายตัวอย่างอ่อนโยน ท่ามกลางป่าที่เงียบสงบ กลิ่นควันและเครื่องเทศเผยตัวอย่างแผ่วเบา ทิ้งไออุ่นจากผืนดินที่แผ่ซ่านอยู่ในอากาศ

ONITSUKA TIGER FOUR
“จากความสดชื่น สู่ปลายทางที่เย้ายวนและเผ็ดร้อน”
กลิ่นหอมของเปปเปอร์มินต์และมะกรูดเพิ่มความหอมสดชื่น แอ๊บซินธ์ และลูกจันทน์เทศเติมความคมชัดอย่างมีสไตล์ เมื่อกลิ่นแปรเปลี่ยน วานิลลาและหญ้าแฝกเพิ่มความลึกซึ้ง ในขณะที่ความใสสะอาดของซิตรัสทิ้งความประทับใจที่สุขุมและชาญฉลาด

Onitsuka Tiger Eau de Parfum ทั้ง 4 กลิ่ #น พร้อมวางจำหน่ายแล้วในขนาด 100 ml. ราคา 5,200 บาท เฉพาะที่ร้านโอนิซึกะ ไทเกอร์ โกลบอลแฟล็กชิพสโตร์ สยามสแควร์วัน และสาขาไอคอน สยาม หนุ่มและสาว #สายแฟ #สายไลฟ์สไตล์ และ #สายเครื่องหอม #ต้องจัด ไว้ในครอบครอง




#เอมี่ทสรกลิ่นเนียม
#ดิวจิรวรรตน์สุทธิวณิชศักดิ์ #เอสศุภสง่าวรวงศ์




#ไลฟ์สไตล์

#แฟชั่น

#แนะนำ

 #สายไลฟ์สไตล์  #ห้ามพลาด ต้องไป  #เช็คอิน เมื่อ voco Bangkok Surawong เปิดประตูต้อนรับสู่ประสบการณ์ที่แตกต่าง โรงแรมภาย...
23/12/2025

#สายไลฟ์สไตล์ #ห้ามพลาด ต้องไป #เช็คอิน เมื่อ voco Bangkok Surawong เปิดประตูต้อนรับสู่ประสบการณ์ที่แตกต่าง โรงแรมภายใต้แบรนด์ voco แห่งแรกในประเทศไทยเปิดให้บริการแล้ว

ไอเอชจี โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท (IHG Hotels & Resorts) ประกาศเปิดตัว voco Bangkok Surawong อย่างเป็นทางการนับเป็นการเปิดตัวแบรนด์ voco (โวโค) พรีเมียมที่เติบโตเร็วที่สุดของเครือ ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโรงแรม voco แห่งแรกในประเทศไทย

โรงแรม voco แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้แก่ผู้เข้าพัก พร้อมบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นกันเอง และไม่เป็นทางการจนเกินไป เพื่อให้แขกสามารถผ่อนคลายและรู้สึกสบายใจได้อย่างแท้จริง ด้วยการผสมผสานรายละเอียดอันมีเสน่ห์และกลิ่นอายความเป็นไทยอย่างละเมียดละไม โรงแรมโวโค กรุงเทพฯ สุรวงศ์ (voco Bangkok Surawong) จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะอย่างยิ่ง สำหรับการออกไปค้นพบเสน่ห์ของกรุงเทพฯ

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำแบรนด์โรงแรมโวโค มาสู่ประเทศไทย และมอบประสบการณ์การเข้าพักที่สะดวกสบาย มีเสน่ห์ และแฝงด้วยความสดใหม่และแตกต่างให้กับนักเดินทาง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต้อนรับแขกทุกท่านให้มาสัมผัสความสนุกสนาน เป็นกันเองของแบรนด์ และเพลิดเพลินกับประสบการณ์แบบ voco (voco experience) ที่เต็มไปด้วยพลังบวก ซึ่งรังสรรค์โดยทีมงานซึ่งเราเรียกทีมเราว่า Host หรือเจ้าบ้าน ผู้ซึ่งจะเอาใจใส่ท่านอย่างเต็มที่” กล่าวโดย วาลิด อูเอซินี ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม voco Bangkok Surawong

โรงแรมแห่งนี้ บริษัทสถาปนิกชั้นนำของไทย A49 ได้ปรับโฉมสถาปัตยกรรม Brutalist Modernism ของโรงแรมตะวันนาเดิม ด้วยการผสานมรดกทางสถาปัตยกรรมเข้ากับความร่วมสมัย ผ่านรูปทรงเรขาคณิต การจัดใช้แสงธรรมชาติ และการออกแบบพื้นที่ที่เหมาะสมอย่างมีชั้นเชิง ขณะที่การตกแต่งภายในโดยห้องพักโดยบริษัท P49 Design ซึ่งได้ถ่ายทอดเสน่ห์แบบ Mid-Century ออกมาในสไตล์ voco อันอบอุ่นและขี้เล่น ผสานกลิ่นอายวินเทจ งานศิลป์แบบไทย และความสะดวกสบายในแบบสมัยใหม่ สะท้อนพลังและสีสันของย่านสุรวงศ์ได้อย่างลงตัว

แขกผู้เข้าพักจะได้รับการต้อนรับด้วยแนวคิด “come on in” พร้อม Welcome Treat อันเป็นเอกลักษณ์ของทางโรงแรม ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของโรงแรมได้เป็นอย่างดี พร้อมขั้นตอนเช็กอินที่รวดเร็วและเป็นกันเอง และผู้เข้าพักจะได้ลิ้มลอง คุกกี้ข้าวเหนียวมะม่วง ซึ่งรังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยเชฟของโรงแรม จากการตีความขนมไทยคลาสสิกในรูปแบบสมัยใหม่ โดยใช้มะม่วงจากแหล่งท้องถิ่น

ช่วงเวลา “Me Time” ของโรงแรม หมายถึงการพักผ่อนในห้องพัก ซึ่งโรงแรมมีห้องพักจำนวน 244 ห้อง ที่ได้รับการออกแบบอย่างใส่ใจ โดยยึดมั่นในแนวคิดความยั่งยืนแบบทุกขั้นตอน โดยทางโรงแรม voco Bangkok Surawong มุ่งมั่นด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน ภายใต้ความเชื่อว่า ก้าวเล็ก ๆ เมื่อรวมกันแล้วสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ อาทิ การใช้หมอนและไส้ผ้านวมที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำแบบรีฟิลคุณภาพพรีเมียมจากผลิตภัณฑ์แอนทีโพดิส Antipodes ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจากประเทศนิวซีแลนด์

มากล่าวถึงการนำเสนอประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มอันโดดเด่น ซึ่งทางโรงแรมจะได้นำเสนอผ่าน “voco life” โดยโรงแรมมีห้องอาหารและบาร์ ได้แก่

🔺ทาสกา ซาบีโอ Tasca Sabio – นำเสน่ห์และสีสันของอาหารสเปนมาไว้บนโต๊ะอาหาร ด้วยทาปาสสูตรต้นตำรับและแซงเกรียสูตรพิเศษ สร้างบรรยากาศแห่งการแบ่งปัน ยกแก้ว และการเชื่อมต่อ ที่เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษในกรุงเทพฯ

🔺เดคเคิลส์ สโมคเฮ้าส์ Deckles Smokehouse – ห้องอาหารที่เปิดให้บริการตลอดวัน นำเสนอประสบการณ์สโมคเฮาส์ระดับโรงแรมพรีเมียมแห่งแรก ๆ ของกรุงเทพฯ ผสานเทคนิคการรมควันแบบดั้งเดิมเข้ากับเครื่องเทศที่สร้างสรรค์มาให้ท่านได้ลิ้มลอง พร้อมเครื่องดื่มแนวคร๊าฟค็อกเทล

สิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม ได้แก่ สระว่ายน้ำยาว 25 เมตร ท่ามกลางสวนภูมิทัศน์บนชั้น 2 และฟิตเนสเซ็นเตอร์ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ โรงแรมยังมีห้องบอลรูมสุดหรูหราและพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีภาพและเสียงอันทันสมัย รองรับผู้เข้าร่วมงานได้สูงสุด 200 ท่าน รวมถึงห้องประชุมอเนกประสงค์อีก 4 ห้อง ที่มาพร้อมการตกแต่งร่วมสมัย เหมาะสำหรับการจัดประชุม งานอีเวนต์ และงานสังสรรค์ต่างๆ

ด้วยที่ตั้งบนถนนสุรวงศ์ โรงแรมตั้งอยู่ท่ามกลางการผสานกันอย่างลงตัวของมรดกทางวัฒนธรรมและความทันสมัยของกรุงเทพฯ ใกล้ย่านสีลมอันคึกคัก ศูนย์กลางธุรกิจบนถนนสาทร และแหล่งช้อปปิ้งและความบันเทิงย่านสยามสแควร์ และ ย่านสุรวงศ์เป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนานในการต้อนรับแขก สถานที่ตั้งอันสะดวกแห่งนี้ จึงเหมาะอย่างยิ่งกับแนวคิดการบริการของ voco ที่อบอุ่น มีสไตล์ และแตกต่างของโรงแรมแห่งใหม่ที่ทันสมัย

แบรนด์ voco hotels โดย IHG เปิดตัวครั้งแรกในปี 2561 และเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ขยายตัวเร็วที่สุดของ IHG Hotels & Resorts ปัจจุบันมีโรงแรมเปิดให้บริการแล้ว 117* แห่ง และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 108 แห่งทั่วโลก รวมถึงโรงแรมที่เพิ่งเปิดใหม่อย่าง voco Quang Binh Resort และ voco Bandung Setiabudi

สายไลฟ์สไตล์ต้องโทรไปจองเพื่อเช็คอินและสัมผัสกับสุดยอดประสบการณ์ ขณะนี้ voco Bangkok Surawong เปิดรับการจองแล้ว สำหรับการเข้าพักตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
🔺สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ www.vocohotels.com/bkksurawong



#โวโค
#ไอเอชจีโฮเทลส์แอนด์รีสอร์ท


#ทาสกาซาบีโอ

#เดคเคิลส์สโมคเฮ้าส์

#แนะนำ

หนุ่มๆ  #สายเรือนเวลาดีไซน์หรู  #ต้องจัด เมื่อ “มิโด” (MIDO) อวดโฉมเรือนเวลาส่งท้ายปี กับ “มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์” (Mult...
23/12/2025

หนุ่มๆ #สายเรือนเวลาดีไซน์หรู #ต้องจัด เมื่อ “มิโด” (MIDO) อวดโฉมเรือนเวลาส่งท้ายปี กับ “มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์” (Multifort 8 Two Crowns) สีใหม่ นาฬิกาที่ผสานความแม่นยำทางเทคนิคเข้ากับดีไซน์ทรงเรขาคณิตอันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างลงตัว
พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาในชีวิตด้วยสไตล์ที่โดดเด่นและน่าจดจำ

พบกับอีกขั้นของการออกแบบเรือนเวลา เมื่อแบรนด์นาฬิกา Swiss made ชื่อดังอย่าง มิโด (MIDO) ส่งท้ายปีด้วยเรือนเวลาอันทรงคุณค่าผ่านคอลเลกชั่น “มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์” (Multifort 8 Two Crowns) สีใหม่ที่สะท้อนพลังความแม่นยำทางเทคนิคได้อย่างสมบูรณ์แบบ มาพร้อมดีไซน์ทรงเรขาคณิตอันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ที่ให้ความรู้สึกเรียบหรู จับคู่กับหน้าปัดสีดำด้านและสายยางที่เสริมความสปอร์ตแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว

มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน

สำหรับ มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์ (Multifort 8 Two Crowns) เฉดใหม่นี้ เป็นเรือนเวลาที่ผสานความงามและความแม่นยำไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยหน้าปัดขนาด 40 มิลลิเมตร ที่สะกดทุกสายตาด้วยกรอบตัวเรือนเรขาคณิตทรงแปดเหลี่ยมในโทนสีโรสโกลด์ตัดกับพื้นหน้าปัดสีดำด้าน ตกแต่งด้วยลวดลายเส้นแนวนอน เสริมความแข็งแแกร่งด้วยตัวเรือนที่ทำจากสแตนเลสสตีลขัดซาตินและขัดเงา พร้อมเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ที่ช่วยเพิ่มความเปล่งประกายอย่างมีระดับ และครอบด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่เคลือบสารกันการสะท้อนทั้งด้านในและด้านนอกเพื่อความคมชัดในการอ่านค่า มาพร้อมขอบด้านในแบบหมุนได้ที่เกิดจากการทำงานของเม็ดมะยมที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกา ซึ่งถูกออกแบบมาเฉพาะเป็นทรงแปดเหลี่ยมเคลือบด้วย PVD สีโรสโกลด์เข้ากันอย่างลงตัวกับตัวเรือน โดยเม็ดมะยมถูกติดตั้งไว้ 2 ตำแหน่ง ที่บริเวณตำแหน่ง 2 นาฬิกา ใช้ตั้งขอบหน้าปัดด้านในที่หมุนได้สำหรับใช้นับเวลาถอยหลัง และตำแหน่ง 4 นาฬิกา สำหรับตั้งเวลาและขึ้นลาน

โดยรุ่นนี้มาพร้อมกับเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีที่ใช้เทคนิคการขัดซาตินบริเวณร่องตรงกลาง ช่วยเพิ่มมิติให้กับหน้าปัดและอ่านค่าได้แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา (Super-luminova®) สีขาว เพื่อการอ่านค่าเวลาที่สมบูรณ์แบบทั้งกลางวันและกลางคืน ควบคู่ไปกับเข็มวินาทีที่ถูกเจียระไนพร้อมเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ โดยมีช่องหน้าต่างแสดงวันที่ (Date) บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกา โดดเด่นด้วยดีไซน์ของหลักชั่วโมงที่เว้าลงไปในหน้าปัดช่วยสร้างมิติและดึงดูดสายตา มาพร้อมสายยางสีดำในลวดลายปั๊มนูนตัดกับขอบสีโรสโกลด์ได้อย่างลงตัว ในขณะเดียวกันด้วยระบบล็อกสายแบบบานพับทำให้สามารถถอดเปลี่ยนสายได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ฝาหลังแบบเปลือยยังเผยให้เห็นกลไกการทำงานของตัวเรือนที่กำลังขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ 72 (Caliber 72) ที่สามารถสำรองพลังงานได้สูงสุดถึง 72 ชั่วโมง มาพร้อมบาลานซ์สปริงนิวาครอง (Nivachron™) ช่วยเสริมความทนทานต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสลักโลโก้ MIDO ที่สะท้อนความชำนาญด้านเรือนเวลาของ MIDO และยังสามารถในการกันน้ำลึกได้ถึง 100 เมตร

และเมื่อนาฬิกาสามารถสะท้อนสไตล์และรสนิยมได้อย่างชัดเจน มิโด (MIDO) จึงขอแนะนำเทคนิคการเลือกเรือนเวลาที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันการใช้งานและดีไซน์ สำหรับผู้ที่มองหาความสมบูรณ์แบบในทุกกิจกรรม รวมถึงผู้ที่ต้องการหาของขวัญเพื่อมอบให้คนสำคัญในโอกาสพิเศษ โดยสามารถพิจารณาได้จากฟังก์ชันการจับเวลา การเลือกเรือนเวลาที่มาพร้อมเม็ดมะยม 2 ตำแหน่ง จะช่วยให้การจับเวลาแม่นยำและเที่ยงตรงยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันดีไซน์ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ การเลือกตัวเรือนที่มีความเรียบโก้ ใส่ได้ในทุกโอกาส อาทิ ตัวเรือนสีโรสโกลด์ตัดกับหน้าปัดสีดำ ที่ให้ความรู้สึกหรูหราเหนือกาลเวลา สามารถช่วยเสริมเอกลักษณ์และรสนิยมของผู้สวมใส่ได้ เหมาะทั้งสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน และยังเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบในการมอบเป็นของขวัญ เพื่อถ่ายทอดความใส่ใจและความหมายดีๆ ในทุกช่วงเวลาที่น่าจดจำ

#หนุ่มๆสายเรือนเวลาดีไซน์หรู มาพบกับเรือนเวลาอันทรงคุณค่าแห่งปีที่ชื่อว่า “มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์” (Multifort 8 Two Crowns) จากแบรนด์ มิโด (MIDO) นาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้ที่เคาน์เตอร์ มิโด (MIDO) เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์ www.midowatches.com Facebook: Mido Watches และ LINE Official Account: หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-146-8406



#แนะนำ

ที่อยู่

10 Moo.4 Pong Ta Long
Pak Chong
30450

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Editors Societyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง The Editors Society:

แชร์