Bangkok wealth & biz

Bangkok wealth & biz ข่าวสารด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ การลงทุน วาไรตี้ นำเสนอทั้งเว็บไซต์ เพจเฟซบุ๊ก TikTok และนิตยสารรายเดือน (ปัจจุบันหยุดพักการพิมพ์นิตยสาร)

ก.ล.ต.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกำกับดูแลตลาดทุนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์...
15/09/2026

ก.ล.ต.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกำกับดูแลตลาดทุน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลให้มีความเข้มข้นมากขึ้น

การแก้ไข พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ในครั้งนี้ เพื่อให้การกำกับดูแลตลาดทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทราบข้อมูลสำคัญที่ครบถ้วนในการตัดสินใจลงทุน ตลอดจนมีมาตรการทางกฎหมายในการยับยั้งการทำธุรกรรมที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย อันเป็นการสร้างความเชื่อมั่นของตลาดทุนไทยโดยรวม โดยหลักการที่เสนอปรับปรุง ได้แก่

1. การกำหนดหน้าที่ของผู้ลงทุนในการขายหลักทรัพย์โดยที่ยังไม่มีหลักทรัพย์นั้นอยู่ในครอบครอง และการกำหนดหน้าที่ของผู้ให้บริการในต่างประเทศในการรายงานข้อมูลของผู้ถือหลักทรัพย์ที่แท้จริง (เพิ่มมาตรา 194/1 มาตรา 194/2 มาตรา 194/3 และมาตรา 194/4)

2. การกำหนดหน้าที่การรายงานการก่อภาระผูกพันในหลักทรัพย์ในจำนวนที่มีนัยสำคัญ (เพิ่มส่วนที่ 3 รายงานการก่อภาระผูกพันในหลักทรัพย์ มาตรา 259/1 และมาตรา 259/2 ของหมวด 8 การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์และการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ)

3. การกำหนดมาตรการยับยั้งการทำธุรกรรมไว้ชั่วคราว กรณีธุรกรรมมีลักษณะอันอาจเป็นการเอาเปรียบหรือก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผู้ลงทุนหรือประโยชน์ของประชาชน (เพิ่มมาตรา 266/4)

4. การกำหนดมาตรการถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของนิติบุคคลให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น และการมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการตรวจสอบแทน (เพิ่มมาตรา 267 วรรคห้า)

5. การแก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง (เพิ่มมาตรา 291/1 มาตรา 291/2 มาตรา 291/3 และมาตรา 299/4 และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 298 และมาตรา 317 วรรคหนึ่ง)

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1218 ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: [email protected] จนถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2569 หรือสามารถเข้าไปให้ความคิดเห็นได้ที่ https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=ODIyOURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=
https://wealthnbiz.com/Vn7wK
#สำนักข่าวBangkokWealthAndBiz
#กลต. #รับฟังความคิดเห็น #ร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ #กำกับดูแล #ตลาดทุน

จีน-กลุ่มประเทศ CEE เผยวิสัยทัศน์ความร่วมมือด้านนวัตกรรม ยาวถึงปี 2030 หนิงโป, (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (10 ก.ย.) จีนและก...
15/09/2026

จีน-กลุ่มประเทศ CEE เผยวิสัยทัศน์ความร่วมมือด้านนวัตกรรม ยาวถึงปี 2030

หนิงโป, (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (10 ก.ย.) จีนและกลุ่มประเทศยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก (CEEC) ร่วมกันเปิดตัววิสัยทัศน์ความร่วมมือด้านนวัตกรรมระยะยาวจนถึงปี 2030 พร้อมนำเสนอรายงานสรุปผลงานตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ในการประชุมความร่วมมือด้านนวัตกรรมจีน-ยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ประจำปี 2026 ที่เมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน

การประชุมนี้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน กับกระทรวงเศรษฐกิจของสโลวาเกีย โดยมีการจัดกิจกรรมทั้งในเมืองหนิงโปและเมืองหนานจิง ภายใต้หัวข้อ “หนึ่งทศวรรษแห่งนวัตกรรม ร่วมสร้างอนาคตไปด้วยกัน” (A Decade of Innovation, Building the Future Together) ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รัฐ นักการทูต นักวิจัย นักวิชาการ ผู้ประกอบการ ตลอดจนบุคลากรรุ่นใหม่ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้าร่วมรวมราว 450 คน

การประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วยการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการเสวนาในหัวข้อปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ ชีววิทยาศาสตร์ และพลังงานสะอาด

ผู้จัดงานได้เปิดเผยรายงานความร่วมมือด้านนวัตกรรมระหว่างจีนและกลุ่มชาติยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกในรอบ 10 ปีในพิธีเปิดงาน พร้อมตัวเลขดัชนีปี 2026 ระหว่างเมืองต่างๆ ของจีนกับชาติในยุโรปกลางและตะวันออก นอกจากนี้ยังมีการลงนามข้อตกลง 11 ฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และการวิจัย รวมถึงแพลตฟอร์มนวัตกรรมร่วม ตลอดจนเปิดตัวการแข่งขันนวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการสำหรับเยาวชนของสองฝ่าย

ในการประชุมระดับรัฐมนตรี ตัวแทนระดับสูงได้ร่วมหารือถึงโอกาสความร่วมมือในสาขาสำคัญ พร้อมเสนอวิสัยทัศน์ปี 2030 ร่วมกัน

มีผู้แทนจากหลากหลายประเทศ เช่น แอลเบเนีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา บัลแกเรีย สาธารณรัฐเช็ก ฮังการี โปแลนด์ โรมาเนีย เซอร์เบีย สโลวาเกีย และสโลวีเนีย ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ โดยบรรดาผู้เชี่ยวชาญได้เรียกร้องให้มีการสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในกลุ่มนักวิจัยรุ่นใหม่ พร้อมทั้งเสนอให้จัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมเพิ่มเติม รวมถึงช่องทางที่เป็นรูปธรรมเพื่อส่งเสริมงานวิจัยร่วมกัน

อนึ่ง ปี 2026 เป็นวาระครบรอบ 10 ปีของการประชุมความร่วมมือด้านนวัตกรรมจีน-ยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก โดยจัดมาแล้ว 5 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 2016 ครอบคลุมทั้งในจีน สโลวาเกีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา และเซอร์เบีย เพื่อส่งเสริมการหารือระดับนโยบาย งานวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนบุคลากร และความร่วมมือด้านเทคโนโลยี

ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/596694_20260911 , https://en.imsilkroad.com/p/352143.html
https://wealthnbiz.com/ayEYw
#สำนักข่าวBangkokWealthAndBiz
#จีน #ยุโรปกลาง #ยุโรปตะวันออก #ความร่วมมือ #นวัตกรรม

ซินเจียงเดินหน้าพัฒนาพลังงานสะอาด หนุนการเปลี่ยนผ่านระดับชาติอุรุมชี, (ซินหัว) -- เมื่อขับรถมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเพียง...
15/09/2026

ซินเจียงเดินหน้าพัฒนาพลังงานสะอาด หนุนการเปลี่ยนผ่านระดับชาติ

อุรุมชี, (ซินหัว) -- เมื่อขับรถมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเพียงไม่ไกลจากเมืองคู่เอ่อร์เล่อ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ทัศนียภาพของทะเลทรายอันกว้างใหญ่พลันเปลี่ยนผ่านสู่ทะเลแผงโซลาร์เซลล์ที่ส่องแสงระยิบระยับ สะท้อนถึงการขับเคลื่อนด้านพลังงานสะอาดของภูมิภาคนี้ได้อย่างเด่นชัด

โครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 1.3 กิกะวัตต์ ในเขตเทคโนโลยีขั้นสูงซ่างคู่ ซึ่งดำเนินงานโดยแหล่งน้ำมันถ่าหลี่มู่ เปโตรไชน่า (PetroChina Tarim Oilfield) นับเป็นหนึ่งในโครงการขนาดใหญ่ที่สุดในซินเจียง ทั้งยังเป็นโรงไฟฟ้าขนาดล้านกิโลวัตต์แห่งแรกของซินเจียง

ด้วยพื้นที่กว่า 35,000 หมู่ (ราว 14,583 ไร่) โครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้ ผลิตพลังงานสะอาดได้แล้วมากกว่า 1.6 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง นับตั้งแต่เชื่อมต่อเข้ากับระบบโครงข่ายไฟฟ้าในเดือนมกราคม 2025

ภายในห้องควบคุมส่วนกลาง ระบบข้อมูลแบบเรียลไทม์ช่วยให้สามารถบริหารจัดการในรูปแบบดิจิทัลได้ตลอดทั้งกระบวนการ โดยใช้เจ้าหน้าที่เพียงไม่กี่คนในการดูแลพื้นที่อันกว้างใหญ่ ผ่านการควบคุมหุ่นยนต์ทำความสะอาดอัจฉริยะและโดรนสำหรับตรวจตราตามรอบปกติ

เหลยถิง กรรมการผู้จัดการฝ่ายพลังงานใหม่ของแหล่งน้ำมันถ่าหลี่มู่ กล่าวว่า บริษัทกำลังเร่งเพิ่มระบบจ่ายพลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนการสร้างนิคมอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำเป็นศูนย์ ซึ่งนับเป็นแบบอย่างที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

โครงการซ่างคู่เป็นเพียงหนึ่งในหลายโครงการทั่วซินเจียง เพราะนอกจากนี้ยังมีศูนย์พลังงานลมและแสงอาทิตย์ขนาด 1 กิกะวัตต์ ใกล้กับเมืองอุรุมชี และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 4 กิกะวัตต์ ในอำเภอรั่วเชียงทางตอนใต้ของเขตปกครองตนเองซินเจียง

ภายในสิ้นปี 2025 ซินเจียงได้สร้างฐานพลังงานหมุนเวียนขนาดสิบกิกะวัตต์รวม 6 แห่งครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งของพลังงานหมุนเวียนรวมสูงถึง 169 ล้านกิโลวัตต์ หรือคิดเป็นร้อยละ 64 ของกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งหมด

ในฐานะแหล่งกำเนิดพลังงานหลักของโครงการส่งไฟฟ้าจากตะวันตกสู่ตะวันออกของจีน ซินเจียงได้ส่งออกพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนไปยังภูมิภาคอื่นสะสมแล้วถึง 3.0436 แสนล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง เมื่อนับจนถึงวันที่ 18 มี.ค. 2026

ศูนย์ซื้อขายไฟฟ้าซินเจียงระบุว่า ในปี 2025 ปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดของซินเจียงสูงถึง 43.43 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 230 เมื่อเทียบแบบปีต่อปี สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เทียบเท่ากับการประหยัดการใช้ถ่านหินมาตรฐาน 13.13 ล้านตัน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 35.47 ล้านตัน

ในระดับประเทศ ภายในสิ้นปี 2025 กำลังการผลิตติดตั้งของพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์รวมกันของจีนพุ่งสูงถึง 1.84 พันล้านกิโลวัตต์ แซงหน้าพลังงานถ่านหินได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

พลังงานหมุนเวียนได้วาง “รากฐานสีเขียว” ให้กับการพัฒนาทางเศรษฐกิจของซินเจียง ช่วยส่งแรงขับเคลื่อนสู่การเปลี่ยนผ่านสีเขียวและการเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนและสร้างความสมานฉันท์ในสังคม

ความพยายามของซินเจียงเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่กว้างขึ้นของจีน ในการสร้างฐานพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ในพื้นที่ทะเลทราย ซึ่งถือเป็นเสาหลักสำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสีเขียวในระดับชาติ

เหลยถิงกล่าวว่า ซินเจียงกำลังวางแผนจัดตั้งฐานส่งออกพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ทางตอนใต้ โดยเป็นการบูรณาการพลังงานลม แสงอาทิตย์ พลังงานจากก๊าซธรรมชาติ และโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างศูนย์กลางพลังงานสะอาดที่มีก๊าซธรรมชาติช่วยเสริมความมั่นคง

ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/596514_20260911 , https://en.imsilkroad.com/p/352091.html

ภาพประกอบข่าว
แฟ้มภาพซินหัว : โครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดสี่ล้านกิโลวัตต์ ในอำเภอรั่วเชียง แคว้นปกครองตนเองปาอินกัวเหลิง กลุ่มชาติพันธุ์มองโกล เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 22 ก.ย. 2025
https://wealthnbiz.com/XD1h0
#สำนักข่าวBangkokWealthAndBiz
#จีน #เขตปกครองตนเองซินเจียง #พลังงานสะอาด #โซลาร์เซลล์ #การเปลี่ยนผ่าน

จีนตั้งเป้าเพิ่มอุปทาน ‘สินค้าประมงคุณภาพสูง’ ภายในปี 2030ปักกิ่ง, (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (8 ก.ย.) กระทรวงเกษตรและกิ...
15/09/2026

จีนตั้งเป้าเพิ่มอุปทาน ‘สินค้าประมงคุณภาพสูง’ ภายในปี 2030

ปักกิ่ง, (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (8 ก.ย.) กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทเผยว่า จีนตั้งเป้าที่จะเพิ่มปริมาณการจัดหาสินค้าประมงคุณภาพสูงอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2030 ภายใต้แผนพัฒนาการประมงแห่งชาติฉบับล่าสุดสำหรับช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030)

ตามแผนงานดังกล่าว จีนตั้งเป้าที่จะรักษาพื้นที่แหล่งน้ำสำหรับอุตสาหกรรมประมงให้อยู่ในระดับคงที่ภายในปี 2030 พร้อมทั้งปรับปรุงโครงสร้างของอุตสาหกรรมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และยกระดับคุณภาพให้สูงขึ้นควบคู่ไปกับการเติบโตเชิงปริมาณอย่างสมเหตุสมผล

จีนคาดว่าในช่วงปี 2030 การปรับปรุงโรงเรือนและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการประมงจะมีความก้าวหน้าอย่างมั่นคง เพื่อเร่งบรรลุผลในการพัฒนาเทคโนโลยีและอุปกรณ์หลัก ตลอดจนเพิ่มการใช้งานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เป้าหมายอื่นๆ สำหรับปี 2030 ตามแผนงานดังกล่าว ยังรวมถึงการปรับปรุงดัชนีความสมบูรณ์ทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตในแม่น้ำแยงซีอย่างต่อเนื่อง การชะลอตัวลงของการลดลงของทรัพยากรประมงทางทะเล และการเติบโตอย่างมั่นคงของประชากรสัตว์น้ำสายพันธุ์หายาก โดยจีนคาดว่าขีดความสามารถในการกำกับดูแลการประมงจะได้รับการเสริมสร้างให้เข้มแข็งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของเรือประมงทะเลได้อย่างมั่นคง

แผนดังกล่าวระบุว่า จีนจะรักษาเสถียรภาพและขยายพื้นที่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พร้อมทั้งยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดและสัตว์น้ำชายฝั่ง เพื่อส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคุณภาพสูง

จีนจะเสริมสร้างการบริหารจัดการปริมาณการจับสัตว์น้ำโดยรวม ควบคุมปริมาณการจับสัตว์น้ำทางทะเลภายในประเทศให้อยู่ที่ไม่เกิน 10 ล้านตันต่อปี และบริหารจัดการเรือประมงภายใต้ระบบการจัดประเภทและจัดเกรด เพื่อส่งเสริมการทำประมงจับสัตว์น้ำที่ปลอดภัย เป็นไปตามกฎระเบียบ และมีความยั่งยืน

แผนการดังกล่าว กำหนดให้ดำเนินการมาตรการห้ามทำการประมงในแม่น้ำแยงซีอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี พร้อมทั้งยกระดับการคุ้มครองทรัพยากรประมง ระบบนิเวศทางน้ำ และสัตว์น้ำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ตลอดจนเพิ่มการใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์เพื่อส่งเสริมกำลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพสูงในภาคการประมง

แผนการดังกล่าว ยังย้ำถึงความรับผิดชอบของจีนในฐานะประเทศทำประมงรายใหญ่ พร้อมกำหนดให้พัฒนาการประมงน้ำลึกที่ทันสมัย มีส่วนร่วมในการกำกับดูแลการประมงโลกอย่างลึกซึ้ง และขยายขอบเขตความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการประมงในเชิงปฏิบัติ

ข้อมูลจากทางการระบุว่า จีนผลิตสินค้าประมงได้ 76.52 ล้านตันในปี 2025 โดยมีผลผลิตจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสูงถึง 63.26 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลผลิตจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วโลก

อนึ่ง จีนเป็นหนึ่งในสมาชิกของข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อป้องกันการทำประมงที่ไร้การควบคุมบริเวณทะเลหลวงของมหาสมุทรอาร์กติกตอนกลาง (Agreement to Prevent Unregulated High Seas Fisheries in the Central Arctic Ocean) ซึ่งห้ามไม่ให้ทำประมงเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นระยะเวลาเริ่มต้น 16 ปี พร้อมทั้งจัดให้มีโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการติดตามตรวจสอบร่วมกัน

ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/596509_20260910 , https://en.imsilkroad.com/p/352134.html
https://wealthnbiz.com/lVnXi
#สำนักข่าวBangkokWealthAndBiz
#จีน #แผนพัฒนา #การประมง #สินค้าประมง #คุณภาพสูง

อลิอันซ์ อยุธยา จับมือ CREATIVE TALK เตรียมจัด “Long Life Fest 2026” ชวนคนไทยเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงสุขภาพ ผ่าน “โรคร้า...
15/09/2026

อลิอันซ์ อยุธยา จับมือ CREATIVE TALK เตรียมจัด “Long Life Fest 2026” ชวนคนไทยเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงสุขภาพ ผ่าน “โรคร้ายแลนด์”

อลิอันซ์ อยุธยา ร่วมกับ CREATIVE TALK เตรียมจัดงาน “Long Life Fest 2026” เทศกาลสุขภาพที่ชวนคนไทยหันมาใส่ใจการดูแลสุขภาพและเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพเข้ากับชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิดที่ต้องการให้การมีชีวิตที่ยืนยาว ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีอายุที่มากขึ้น แต่คือการมี สุขภาพ คุณภาพชีวิต และความพร้อมทางการเงินที่ดีไปพร้อมกัน

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือ นิทรรศการ “โรคร้ายแลนด์” นิทรรศการเชิงประสบการณ์ที่นำ 3 โรคร้ายสำคัญ ได้แก่ โรคมะเร็ง – Cancer City โรคหลอดเลือดสมอง– Stroke House และโรคหัวใจวาย – How วาย Land มาถ่ายทอดในรูปแบบที่ทำให้ผู้ร่วมงานได้ลองสัมผัสสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิต ก่อนวันที่โรคร้ายจะมาถึงจริง

แนวคิดของ “โรคร้ายแลนด์” สะท้อนให้เห็นว่า การเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อสุขภาพหรือค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบต่อ รายได้ เงินออม การทำงาน ครอบครัว ตลอดจนแผนการเงินในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อการรักษาและการฟื้นตัวอาจกินเวลาต่อเนื่องเป็นเดือนหรือหลายปี

อลิอันซ์ อยุธยา จึงต้องการใช้พื้นที่ของ Long Life Fest สร้างความตระหนักรู้ว่า“การเตรียมพร้อม” ควรเริ่มตั้งแต่วันที่ยังมีสุขภาพดี ทั้งการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การตรวจสุขภาพและรู้จักปัจจัยเสี่ยงของตนเอง การวางแผนการเงิน รวมถึงการมี ประกันสุขภาพและประกันชีวิตที่เหมาะสม เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ช่วยลดผลกระทบทางการเงิน และทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถให้ความสำคัญกับการรักษาและการกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

ภายในงาน นอกจาก “โรคร้ายแลนด์” แล้ว ผู้ร่วมงานยังจะได้พบกับกิจกรรมด้านสุขภาพที่ครอบคลุมทั้ง EAT / MOVE / SLEEP เวทีเสวนาและการให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ กิจกรรมด้าน Preventive Care ตลอดจนบริการและโซลูชันด้านสุขภาพจากพันธมิตร เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการดูแลตัวเองอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การป้องกันความเสี่ยงไปจนถึงการเตรียมพร้อมเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด

Long Life Fest จึงไม่ใช่เพียงงาน Health & Wellness แต่เป็นพื้นที่ที่ชวนให้คนไทยกลับมาทบทวนว่า ในวันที่ยังแข็งแรง เราเตรียมพร้อมสำหรับสุขภาพ ชีวิต และคนที่เรารักแล้วหรือยัง เพราะแม้เราอาจไม่สามารถกำหนดได้ว่าโรคร้ายจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่เราสามารถเตรียมตัวเพื่อลดผลกระทบที่อาจตามมาได้ตั้งแต่วันนี้ พบกับ Long Life Fest ระหว่างวันที่ 25–27 กันยายน ณ Sphere Hall ชั้น 5,

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่https://www.zipeventapp.com/e/Long-Life-Fest

https://wealthnbiz.com/E3cjH


#สำนักข่าวWealthAndBiz
#โรคร้ายแลนด์ #อลิอันซ์อยุธยา

‘จีน-มาเลเซีย’ เดินหน้าบรรลุเป้าหมายพัฒนา AIกัวลาลัมเปอร์, (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (8 ก.ย.) ฟาห์มี ฟัดซิล รัฐมนตรีกระ...
15/09/2026

‘จีน-มาเลเซีย’ เดินหน้าบรรลุเป้าหมายพัฒนา AI

กัวลาลัมเปอร์, (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (8 ก.ย.) ฟาห์มี ฟัดซิล รัฐมนตรีกระทรวงสื่อสารของมาเลเซีย กล่าวว่า ความร่วมมือของมาเลเซียกับจีน อันรวมถึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีน ยังคงขับเคลื่อนการพัฒนาในภาคเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของมาเลเซีย พร้อมทั้งผลักดันอย่างแข็งแกร่งไปสู่การประยุกต์ใช้และการสร้างงาน

ฟาห์มีกล่าวในการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (WAIC) ณ มาเลเซีย ประจำปี 2026 ว่า การพัฒนาภาคเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมาเลเซียกำลังมุ่งสร้างความยั่งยืนและเตรียมรับมือกับความท้าทายที่เกิดจากสภาพอากาศสุดขั้ว

ฟาห์มียังแสดงความยินดีต่อแผนการของหัวเหวย (Huawei) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน ที่เตรียมพัฒนาบุคลากรด้านปัญญาประดิษฐ์ชาวมาเลเซียจำนวน 30,000 คน และสร้างพันธมิตรปัญญาประดิษฐ์ในท้องถิ่นจำนวน 200 ราย ภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า ผ่านการถ่ายทอดความรู้และความร่วมมือด้านระบบคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์

ฟาห์มีกล่าวว่า ข้อริเริ่มดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ของมาเลเซีย พร้อมทั้งช่วยเติมเต็มรากฐานที่แข็งแกร่งของประเทศทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เซมิคอนดักเตอร์ การผลิต และบริการดิจิทัล

โอวหยางอวี้จิ่ง เอกอัครราชทูตจีนประจำมาเลเซีย กล่าวว่า จีนเปิดกว้างต่อความร่วมมือระหว่างประเทศมาโดยตลอด และยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่มีความรับผิดชอบและยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

เขากล่าวว่า จีนมุ่งมั่นส่งมอบสินค้าสาธารณะระหว่างประเทศสำหรับการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์มาโดยตลอด และพร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรทั่วโลกที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่แบ่งแยก สร้างประโยชน์อย่างทั่วถึง และมีการแบ่งปันร่วมกันในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มพลังเสียงและบทบาทของประเทศกำลังพัฒนา พร้อมทั้งปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ (Global South)

ทั้งนี้ ในการประชุมดังกล่าว มีหน่วยงานภาครัฐ ผู้ให้บริการ ผู้บริโภคในภาคอุตสาหกรรม พันธมิตรในระบบนิเวศทางธุรกิจ และบริษัทปัญญาประดิษฐ์ของจีนที่กำลังขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ เข้าร่วมด้วย

ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/596506_20260910 , https://en.imsilkroad.com/p/352128.html
https://wealthnbiz.com/vIRRA
#สำนักข่าวBangkokWealthAndBiz
#จีน #มาเลเซีย #ความร่วมมือ #เป้าหมาย #พัฒนาAI

“นัฏชกร สุวรรณสถิตย์” กับภารกิจขับเคลื่อนสมาคมประกันชีวิตไทยยุคใหม่ชูบทบาท “The Key Connector” เชื่อมพลังอุตสาหกรรมสู่กา...
15/09/2026

“นัฏชกร สุวรรณสถิตย์” กับภารกิจขับเคลื่อนสมาคมประกันชีวิตไทยยุคใหม่
ชูบทบาท “The Key Connector” เชื่อมพลังอุตสาหกรรมสู่การลงมือทำ

อุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงจากพฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI รวมถึงความต้องการยกระดับมาตรฐานและความเชื่อมั่นของประชาชน

ท่ามกลางบริบทดังกล่าว สมาคมประกันชีวิตไทยแต่งตั้ง นัฏชกร สุวรรณสถิตย์ เป็นผู้อำนวยการบริหารคนใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 โดยวางบทบาทสมาคมฯ ให้เป็น “The Key Connector” หรือศูนย์กลางเชื่อมโยงบริษัทสมาชิก ภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และพันธมิตรจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

🚩จากนโยบายสู่ “Action Plan”

แนวทางสำคัญคือการแปลงนโยบายของนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการบริหารให้เป็น Action Plan ที่ชัดเจน รวดเร็ว และวัดผลได้ พร้อมปรับการทำงานภายในให้มีความคล่องตัวในรูปแบบ Agile Organization

สมาคมฯ จะทำหน้าที่เชื่อมโยงนโยบาย ความต้องการของสมาชิก และการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากบริษัทสมาชิกและนำไปสู่การดำเนินงานที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอย่างแท้จริง

🚩สร้าง “Trusted Partner” เชื่อมรัฐ–เอกชน

อีกภารกิจสำคัญคือการยกระดับความร่วมมือกับสำนักงาน คปภ. และหน่วยงานภาครัฐ สู่การเป็น “Trusted Partner” หรือพันธมิตรที่ทำงานร่วมกันบนพื้นฐานของความไว้วางใจ พร้อมขยายเครือข่ายไปยังภาคเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และภาคประชาชน

เป้าหมายคือการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจ ควบคู่กับการคุ้มครองและสร้างประโยชน์ให้ผู้บริโภคและสังคมโดยรวม

🚩“People & Smart Culture” รากฐานการเปลี่ยนแปลง

นัฏชกรยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กรภายใต้แนวคิด People & Smart Culture โดยมุ่งเสริมทักษะด้าน Digital และ AI ให้บุคลากรสามารถสนับสนุนบริษัทสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การสร้างคนที่เข้าใจทั้งธุรกิจและเทคโนโลยีจะช่วยรองรับการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารความเสี่ยง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า

🚩จากผู้ประสานงานสู่ตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง

ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมประกันภัยตั้งแต่ปี 2539–2569 และความเชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการพัฒนาธุรกิจ นัฏชกรจึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันสมาคมฯ ให้เป็นพื้นที่กลางสำหรับการร่วมคิด ร่วมเชื่อมโยง และร่วมขับเคลื่อน

ทิศทางใหม่นี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงผู้ประสานงาน ไปสู่การเป็น The Key Connector ที่แปลงนโยบายเป็น Action Plan สร้างความร่วมมือในฐานะ Trusted Partner และพัฒนาคนผ่าน People & Smart Culture เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน


#สำนักข่าวWealthAndBiz #สมาคมประกันชีวิตไทย
#ประกันชีวิต KeyConnector

15/09/2026

'คำถาม' ดังระงม
องค์กรอิสระที่ขยายอำนาจตัวเอง รับใช้อำนาจการเมือง ควรมีจุดจบเยี่ยงไร?

ออมสิน คว้า 3 รางวัลระดับโลกจาก Global Brand Awards 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการเงินเพื่อทุกชีวิต สร้างโอกาส และยกระด...
15/09/2026

ออมสิน คว้า 3 รางวัลระดับโลกจาก Global Brand Awards 2026
ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการเงินเพื่อทุกชีวิต สร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จได้รับ 3 รางวัลเกียรติยศด้านการเงินจากเวที Global Brand Awards 2026 ได้แก่ Best Financial Inclusion Bank 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน Bank of Social Impact Excellence 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการสร้างผลลัพธ์เชิงสังคม และ Best Bank for Financial Literacy Promotion 2026 รางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน จาก Global Brands Magazine นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชั้นนำจากสหราชอาณาจักร ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทการเป็น “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ส่งเสริมความรู้ทางการเงิน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

รางวัล Best Financial Inclusion Bank 2026 มาจากผลงานด้านการขยายโอกาสให้ประชาชนฐานราก ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ประกอบการรายย่อย เข้าถึงแหล่งทุนในระบบภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรม โดยตลอดปีที่ผ่านมา ธนาคารอนุมัติสินเชื่อรายย่อยอัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ประชาชนกว่า 1.4 ล้านราย สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและวิกฤตต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการ “สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส” ที่ช่วยให้ผู้กู้รายใหม่ซึ่งยังไม่มีประวัติสินเชื่อในระบบกว่า 200,000 ราย เริ่มต้นสร้างประวัติทางการเงิน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบอย่างต่อเนื่อง และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบในระยะยาว

ส่วน รางวัล Bank of Social Impact Excellence 2026 ยืนยันความสำเร็จของการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ Dual Missions ซึ่งมุ่งดำเนินภารกิจเชิงพาณิชย์ควบคู่กับการสร้างประโยชน์แก่สังคม โดยนำผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจไปสนับสนุนโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในวงกว้าง ถ่ายทอดผ่านแคมเปญ “ทุกธุรกรรมของคุณเปลี่ยนชีวิตใหม่ให้ใครบางคน” เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเห็นว่าทุกธุรกรรมกับธนาคารมีส่วนช่วยสร้างโอกาสให้แก่สังคม

ขณะที่ รางวัล Best Bank for Financial Literacy Promotion 2026 สะท้อนถึงบทบาทการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) แก่ประชาชนทุกช่วงวัย ผ่านโครงการธนาคารโรงเรียนที่ดำเนินงาน มากว่า 28 ปี และพัฒนาสู่โครงการธนาคารโรงเรียนดิจิทัล ปลูกฝังวินัยการออมให้แก่เด็กและเยาวชน รู้จักการใช้จ่ายเงินอย่างเหมาะสม และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต รวมถึงแพลตฟอร์ม “ออมตังค์” โดยธนาคารออมสิน และแอปพลิเคชัน “Coach Aom by GSB” ที่พัฒนาบุคลากรสู่การเป็นผู้ให้คำปรึกษาทางการเงิน พร้อมถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการออมและวางแผนการออมอย่างมีเป้าหมายให้แก่ประชาชนในทุกช่วงชีวิต


#สำนักข่าวWealthAndBiz #ธนาคารโรงเรียนดิจิทัล
#ออมสิน #ธนาคารเพื่อสังคมเพื่อทุกชีวิต

ทีทีบี จับมือ ICONSIAM เปิดแคมเปญ “กินจริงจังกับบัตรเครดิต ttb” ยกทัพร้านดังมอบส่วน 50% ทันที บัตรเครดิต ttb ตอกย้ำภาพ “...
15/09/2026

ทีทีบี จับมือ ICONSIAM เปิดแคมเปญ “กินจริงจังกับบัตรเครดิต ttb”
ยกทัพร้านดังมอบส่วน 50% ทันที

บัตรเครดิต ttb ตอกย้ำภาพ “ตัวจริงเรื่องกิน” เดินหน้ามอบความคุ้มค่าสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า ล่าสุดจับมือ ICONSIAM (ไอคอนสยาม) หนึ่งในจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์และอาหารระดับโลก เปิดแคมเปญ “กินจริงจัง กับบัตรเครดิต ttb” มอบสิทธิพิเศษรับส่วนลด 50% สำหรับร้านอาหารที่ร่วมรายการภายใน ICONSIAM ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 – 31 ตุลาคม 2569 ให้ผู้ถือบัตรเครดิต ttb ได้อิ่มอร่อยกับมื้อโปรด ด้วยความคุ้มค่าที่มากกว่าเดิม โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขซับซ้อนหรือขั้นตอนที่ยุ่งยากสอดคล้องกับกลยุทธ์ Smart Value ของบัตรเครดิต ttb ที่ออกแบบสิทธิประโยชน์ให้ “คุ้ม ง่าย ใช้ได้จริง”

แคมเปญ “กินจริงจัง กับบัตรเครดิต ttb ที่ ICONSIAM” ผู้ถือบัตรเครดิต ttb จะได้รับสิทธิพิเศษ รับส่วนลด 50% ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 – 31 ตุลาคม 2569 เมื่อรับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการ ภายใน ICONSIAM ครอบคลุมร้านอาหารหลากหลายสไตล์ อาทิ เช่น
• Bianca: ร้านอาหารอิตาเลียนชั้นนำ
• Hong Bao: อิ่มอร่อยกับติ่มซำและอาหารจีนกวางตุ้งตำรับภัตตาคาร
• Ippudo: ราเมงต้นตำรับระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น
• Khao-Sō-i: ข้าวซอยโซอิ เมนูเหนือสไตล์ฟิวชันรสเข้มข้น
• Tonkatsu AOKI: ทงคัตสึพรีเมียม แป้งกรอบนอกนุ่มใน
• Yuzu Suki: ชาบูสุกี้พรีเมียม พร้อมน้ำซุปส้มยูซุเอกลักษณ์เฉพาะตัว

และยังมีร้านอื่น ๆ ให้ได้เลือกอร่อยแบบสุดคุ้มอีก ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดของโปรโมชันเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.ttbbank.com/th/promotion/credit-card/dining/iconsiam-sep26 หรือสนใจสมัครบัตรเครดิตได้ผ่านแอป ttb touch หรือ https://www.ttbbank.com/link/ccacq-us-fb

ทีทีบีส่งเสริมให้ลูกค้าบัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีทั้งในวันนี้ และอนาคต



#สำนักข่าวWealthAndBiz

#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต
#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น

ที่อยู่

77/30 หมู่ 2 ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด
Pak Kret
11120

เบอร์โทรศัพท์

+66868808901

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Bangkok wealth & bizผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Bangkok wealth & biz:

ทางลัด

แชร์