08/06/2026
ต้องยอมรับว่า ลำโพงซีรี่ย์ Diamond เป็นเหมือน "เครื่องหมายการค้า" ที่ค้ำชูแบรนด์ Wharfedale มาตั้งแต่ยุคแรกๆ จนถึงปัจจุบันนี้ เป็นซีรี่ย์ที่แบรนด์ Wharfedale นำมา "ปรับปรุง" อัพเกรดประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 1982 ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ Diamond gen.1 มาจนถึง Diamond gen.12 ในปี 2020 และถูกนำมาปรับปรุงในรายละเอียดปลีกย่อยอีกครั้งก่อนจะผลิตและนำมาเปิดตัวในตลาดลำโพงเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2025 ที่ผ่านมา
Diamond 12.3 vs. Diamond 12.3i
-----
ตัวอักษร 'i’ ที่ต่อท้ายชื่อรุ่น 12.3i นั้นย่อมาจากคำว่า ‘Incremental’ แปลว่า "เพิ่มขึ้นทีละน้อย" นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ยากต่อการ "มองหา" ความแตกต่างจากภายนอกระหว่าง Diamond 12.3 กับ Diamond 12.3i ซึ่งจุดใหญ่ๆ ที่มองเห็นได้ชัดเจนมากที่สุดมีอยู่ 2 จุด จุดแรกคือแผงหน้าของตัวตู้ที่ใช้ติดตั้งไดเวอร์ทั้ง 3 ตัว ที่เป็นแผ่นไม้สีดำ ซึ่งเวอร์ชั่น 12.3 จะเคลือบผิวเป็นเงาวาว ในขณะที่เวอร์ชั่น 12.3i จะทำเป็นผิวดำกึ่งด้าน (Semi-Matte Black)
ส่วนจุดที่สองดูที่ขั้วต่อสายลำโพง ซึ่งในเวอร์ชั่น 12.3 ให้มาเป็นขั้วต่อแบบไบ-ไวร์ฯ ในขณะที่เวอร์ชั่น 12.3i ให้มาเป็นแบบซิงเกิ้ลไวร์
ดีไซน์ + ไดเวอร์
-----
ในแง่ของตัวตู้ Diamond 12.3i ถูกกำหนดให้ทำงานในโหมด "ตู้เปิด" ที่มีช่องระบายเบสขนาดใหญ่อยู่ที่ด้านบนของแผงหลัง ประสานกับการกระจายเสียงในย่านแหลมลงมาถึงทุ้มผ่านทางไดเวอร์จำนวน 3 ตัวที่ติดตั้งอยู่บนแผงด้านหน้า เรียงกันจากบนลงล่างในแนวตั้งแบบ T-M-W (Tweeter – Midrange – Woofer)
ทวีตเตอร์ที่ใช้ในลำโพงซีรี่ย์ Diamond 12i "ทุกรุ่น" เป็นตัวเดียวกันทั้งหมดรวมถึงทวีตเตอร์ที่ใช้อยู่ใน Diamond 12.3i คู่นี้ด้วย ซึ่งไดอะแฟรมของตัวโดมทำมาจากผ้าใยสังเคราะห์โพลีเอสเตอร์อาบเคลือบด้วยน้ำยาเพิ่มความแกร่งเพื่อให้การตอบสนองความถี่สูงที่ราบเรียบนุ่มนวล มีการออกแบบโครงสร้างโดยรอบส่วนของโดมให้มีลักษณะผายออกเป็นปากแตร (waveguide) ตื้นๆ เพื่อช่วยเพิ่มความเข้มข้นของมวลเสียงแหลม นอกจากนั้น ระบบ waveguide ของตัวทวีตเตอร์นี้ยังช่วยทำให้ความถี่สูง (เสียงแหลม) ที่แผ่กระจายออกไปนอกแกนตั้งฉากกับโดม (แนว off-axis) ที่มีความแม่นยำและราบลื่นด้วย ซึ่งแน่นอนว่า เสียงแหลมที่กระจายตัวออกไปนอกแกน (off-axis) นี้จะช่วยทำให้ได้แอมเบี้ยนต์ของเวทีเสียงที่แผ่กว้างอีกด้วย
ความพิเศษของไดเวอร์มิด/วูฟเฟอร์ และวูฟเฟอร์ ทั้งสองตัวที่ใช้อยู่บนแผงหน้าของ Diamond 12.3i ก็มีประเด็นน่าสนใจ คือยังคงเป็นไดเวอร์เวอร์ชั่นเดียวกับที่ใช้ในรุ่น Diamond 12.3 ก่อนหน้า (นิดเนมว่า Klarity) ซึ่งไดอะแฟรมทำมาจากวัสดุโพลีโพรไพลีนที่ผสมผงไมก้าช่วยเพิ่มความแกร่ง และลดความเพี้ยน เมื่อผสมผสานกับ "น้ำหนัก" ที่เบา บวกกับเซอร์ราวนด์ที่ให้แด้มปิ้งดี ควบคุมการขยับเคลื่อนของวอยซ์คอยด้วยแรงแม่เหล็กขนาดใหญ่ ทั้งหมดนั้นส่งผลให้เสียงกลางลงไปถึงทุ้มของไดเวอร์ตัวนี้สามารถตอบสนองสัญญาณฉับพลัน (transient dynamic) ได้เร็ว และสามารถตอบสนองกับอัตราสวิงของไดนามิกได้กว้าง
แม็ทชิ่ง
-----
ได้เห็นรูปร่างหน้าตาภายนอกกับเนื้องานแล้ว ผมให้ดาวไปแล้วหนึ่งดวง พอเจาะเข้าไปดูในรายละเอียดของงานออกแบบตัวตู้, ไดเวอร์ที่ใช้ ไปจนถึงขั้วต่อสายลำโพงและขาตั้งเสร็จ ผมก็เทใจให้ดาวไปอีกหนึ่งดวง พอรู้ราคาขาย ผมก็เทดาวไปให้อีกดวง เป็นสามดวงแล้ว พอเปิดสเปคฯ ดูคุณสมบัติทางไฟฟ้า ผมก็เทดาวไปให้อีกหนึ่งดวง.!
เพราะอะไร.? เพราะถ้าลำโพงคู่นี้ขับยาก ไปได้ดีเฉพาะกับแอมป์แพงๆ สเปคฯ เทพๆ เท่านั้น นั่นก็จะทำให้ "คุณค่า" ของดาวที่ให้ไว้ทั้ง 3 ดวงก่อนหน้านี้ไร้ความหมายทันที.! เพราะการทำลำโพงราคาไม่สูงให้ได้เสียงออกมาดีโดยใช้แอมป์ขั้นเทพมาช่วยไม่ถือว่าเป็นการออกแบบที่ดี ตรงข้ามกัน การทำลำโพงให้ได้เสียงออกมาดีโดยไม่ต้องใช้แอมป์ขั้นเทพมาขับนี่ซิถึงจะเรียกว่าเป็นความสามารถขั้นสูงของผู้ออกแบบ ผู้ใดทำได้ก็สมควรจะยกย่องให้ดาวกันไป
แสดงว่า Diamond 12.3i คู่นี้ขับง่าย.? ใช่เลยครับ.. ผมเห็นแค่ตัวเลข "ความไว" ของลำโพงคู่นี้แล้วก็ยิ้มออกเลย เขาระบุไว้ที่ 89dB (แถบสีแดง) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง (มาตรฐานความไวปานกลางอยู่ระหว่าง 88 – 90dB) ค่อนมาทางขับง่าย ส่วนตัวเลขกำลังขับที่ผู้ผลิตแนะนำสำหรับขับลำโพงคู่นี้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดอยู่ระหว่าง 30 – 150W ต่อข้าง (แถบเขียว) ด้วยโหลดความต้านทานอ้างอิงที่ 8 โอห์ม ตลอดลงไปถึง 5 โอห์มต่ำสุด (แถบฟ้า) ซึ่งในยุคนี้ จะหาแอมป์ที่มีกำลังขับ 150W ต่อข้างที่ 8 โอห์มหรือหย่อนลงมาสัก 100 – 120W ต่อข้างที่ 8 โอห์มก็ไม่ใช่เรื่องยาก เผลอๆ ถ้ากล้ายกระดับขึ้นไปเล่นแอมป์ยุคใหม่ๆ ที่ดีไซน์ภาคจ่ายไฟที่มี "สปีด" ในการจ่ายกำลังขับที่เร็วมากๆ อย่างพวกแอมป์ class-AB ที่ใช้ภาคจ่ายไฟแบบสวิทชิ่ง คุณอาจจะใช้แค่แอมป์ 50W ต่อข้างที่ 8 โอห์มก็ขับได้สบายแล้ว
เสียงของ Diamond 12.3i
-----
คุณรู้มั้ยว่า.. การได้ยิน "เสียงที่ดี" ออกมาจากลำโพงที่มีราคาไม่แพง มันน่าตื่นเต้นมากกว่าฟังลำโพงราคาแพงๆ ซะอีก.! ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเซ็ตอัพลำโพงเพื่อ "รีด" คุณภาพเสียงแบบผม คุณจะยิ่งตื่นเต้นมากเป็นพิเศษเมื่อได้ยินเสียงที่ดีออกมาจากลำโพงราคาไม่แพง คือมันเหมือนการค้นพบช้างเผือกที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า เพราะลำโพงราคาถูกๆ มักจะถูกมองข้าม คนทั่วไปไม่คิดว่าราคาแค่นั้นจะให้เสียงที่ดีได้ ซึ่งผมต้องขอบอกเลยว่า ถ้าคุณ "ฟังเป็น" และ "เซ็ตอัพเป็น" ถ้าได้เอาลำโพงคู่นี้ไปทดลองเซ็ตอัพกับซิสเต็มที่คู่ควร เสียงที่มันให้ออกมาจะทำให้คุณอ้าปากค้างอย่างแน่นอน.!!!
ลำโพงคู่นี้สอบผ่านคุณสมบัติในการถ่ายทอด "อารมณ์เพลง" ออกมาได้ดีมาก.! และมีบางประเด็นที่ผมพบว่า ลำโพงที่มีราคาไม่ถึง 30,000 บาทต่อคู่ในอดีตแทบจะไม่มีคู่ไหนเลยที่สามารถทำได้อย่างที่ Diamond 12.3i คู่นี้ให้ออกมา.!!!
ประเด็นที่ว่าคือความสามารถในการตอบสนองกับ "ไทมิ่ง" ของเพลงที่ถูกต้อง คือมัน (Diamond 12.3i) สามารถแสดงความแตกต่างของ "สปีด" ของ "จังหวะเพลง" ที่ต่างกันระหว่าง "เพลงช้า" กับ "เพลงเร็วปานกลาง" และ "เพลงเร็วมากๆ" ออกมาให้รับรู้ได้ชัดมาก อย่างเพลง Quiet Man กับเพลง The Rose (จากอัลบั้มชุด Dreaming ของ Amanda McBroom) ทั้งสองเพลงนี้มีสปีดของจังหวะเพลงต่างกันมาก ซึ่งลำโพงคู่นี้ก็สามารถแสดงความแตกต่างของสปีดของจังหวะเพลงออกมาให้รับรู้ได้อย่างชัดเจน อารมณ์ในการฟังสองเพลงนี้จะถูกโน้นน้าวให้ต่างกันไปตามอารมณ์ของเพลง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จะพบได้เฉพาะในลำโพงที่ดีมากๆ เท่านั้น คือลำโพงที่ไม่ดี จะทำให้ความแตกต่างของสปีดของจังหวะเพลงมันหดแคบลงกว่าความเป็นจริง คือถ้าลองฟังเพลงหลายๆ เพลงผ่านไป ถ้าคุณรู้สึกเหมือนกับว่า เพลงเหล่านั้นมีจังหวะที่เร็วพอกัน หรือเร็ว-ช้าต่างกันไม่มาก แสดงว่า ลำโพงคู่นั้นให้สปีดของจังหวะเพลงที่ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับ ซึ่งประเด็นนี้ Diamond 12.3i สอบผ่านด้วยคะแนนสูงมาก และจากประสบการณ์ผมเชื่อว่ายากที่จะหาลำโพงในระดับราคานี้ที่สามารถตอบสนองสปีดของจังหวะเพลงได้ถูกต้องแม่นยำเท่านี้.!!!
ผลจากการจัดโทนัลบาลานซ์ของลำโพงคู่นี้ด้วยการปรับปรุงท่อระบายเบสให้สามารถควบคุมการไหลเข้า-ออกของความถี่ต่ำจากตัวตู้ได้ดีขึ้น ลดเสียงรบกวนจากลมที่เสียดสีกับท่อเบสลง ทำให้เสียงทุ้มทอดตัวต่ำลงไปได้มากขึ้น ราบลื่นมากขึ้น มีผลให้เสียงทุ้มของลำโพงคู่นี้ "ไม่โด่ง" ขึ้นมาเหมือนลำโพงราคาถูกๆ ทั่วไป จึงไม่ไปรบกวนเสียงในย่านกลางและแหลม เมื่อฟังเพลง Birds (ของ Dominique Fils-Aime จากอัลบั้มชุด Nameless) ผมจึงได้ยินรายละเอียดในเสียงร้องของ Dominique Fils-Aime ที่ลอยเด่นชัด มีอิทธิพลเหนือเสียงเบสขึ้นมาอย่างชัดเจน แม้ว่าเบสจะกระชับ หนักแน่น และมีพลัง แต่ก็ไม่สามารถกลบรัศมีของเสียงร้องได้
----------
นี่เป็นเพียงรายละเอียดแค่บางส่วนในรีวิวของ Wharfedale 'Diamond 12.3i' เท่านั้น ถ้าต้องการอ่านรีวิวตัวเต็ม คลิ๊กที่ลิ้งค์ในคอมเม้นต์ได้เลย..!!! หรือถ้าสนใจรายละเอียดของลำโพง Wharfedale 'Diamond 12.3i มากกว่านี้ ติดต่อสอบถามได้ที่ ไฮไฟ ทาวเวอร์ โทร. 02-881-7273-7
ุด3i