Pattani Thai News

Pattani Thai News ปัตตานีสารพัดเรื่อง

31/08/2026

ใครรอโหนกระแส คดีต้า ยัต บ้างคะ ยกมือหน่อย

31/08/2026

นางสาวอัลฟาริน กาซอ นศ.แม่ฟ้าหลวง คนปัตตานีใช่ไมคะ กรณี รถเก๋งพุ่งชนจยย. จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569

สทนช.ผนึก ม.อ. เปิดเวทีระดมความคิดเห็น ปรับปรุงแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่างสำนักงานทรัพยากรน้...
26/08/2026

สทนช.ผนึก ม.อ. เปิดเวทีระดมความคิดเห็น ปรับปรุงแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง ปรับปรุงครั้งที่ 1 พ.ศ. 2566–2580 ณ ห้องประชุม ชั้น 1 ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมือง จ.ยะลา โดยมีนายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

นางสาวดางหทัย มงคลเคหา ผู้แทน สทนช. กล่าวรายงาน ขณะที่ ผศ.พยอม รัตนมณี ผู้จัดการโครงการฯ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำเสนอข้อมูลพื้นฐานและแนวทางการปรับปรุงแผนแม่บทฯ

การประชุมครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการประชุมปฐมนิเทศ โดยมุ่งเน้น 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การสร้างความเข้าใจและนำเสนอข้อมูลภาพรวมของลุ่มน้ำ ทั้งปัญหา ศักยภาพ และทิศทางการพัฒนา การเปิดร่างกรอบการพัฒนาให้ทุกภาคส่วนร่วมพิจารณา และการรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน เพื่อนำข้อมูลจากพื้นที่มาบูรณาการร่วมกับหลักวิชาการ

นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า ทรัพยากรน้ำมีความสำคัญต่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร อุตสาหกรรม และระบบนิเวศ การบริหารจัดการน้ำจึงต้องสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำว่า ข้อมูลทางวิชาการจะมีความสมบูรณ์มากขึ้น หากได้รับข้อมูลจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าใจปัญหาในพื้นที่ดีที่สุด จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมเสนอข้อมูลและสะท้อนปัญหา เพื่อเติมเต็มแผนแม่บทให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ด้าน ผศ.พยอม กล่าวว่า โครงการมีเป้าหมายทบทวนและปรับปรุงแผนแม่บทฯ ระยะ 15 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2566–2580 โดยจะลงพื้นที่สำรวจข้อมูลครอบคลุม 254 ตำบล เพื่อค้นหาปัญหาที่บางส่วนอาจไม่ปรากฏในฐานข้อมูลกลาง พร้อมจัดทำแผนที่และตรวจสอบข้อมูลร่วมกับหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่
สำหรับลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 6.6 ล้านไร่ 254 ตำบล และ 156 ลุ่มน้ำย่อย ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และบางส่วนของจังหวัดสงขลา โดยจากการรวบรวมข้อมูลพบปัญหาสำคัญ เช่น ดินถล่ม น้ำท่วมซ้ำซาก พื้นที่ป่าพรุ อ่าวปัตตานีตื้นเขิน การรุกล้ำของน้ำเค็ม การกัดเซาะชายฝั่ง น้ำประปาไม่มีคุณภาพ และระบบบำบัดน้ำเสียไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ ทีมศึกษาได้จำแนกปัญหาด้านน้ำออกเป็นหลายประเด็น เพื่อจัดลำดับความสำคัญและกำหนดแนวทางแก้ไขให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ โดยจะมีการประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อยืนยันข้อมูลและเติมเต็มรายละเอียดของปัญหา

ขณะเดียวกัน ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ปัตตานีสะท้อนปัญหาการระบายน้ำ โดยเฉพาะคลองส่งน้ำและคลอง D4 ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ มีวัชพืชและคลองตื้นเขิน ทำให้ระบายน้ำลงทะเลได้ช้า ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในช่วงปี 2567–2568 และกระทบต่อพื้นที่การเกษตร จึงเสนอให้เร่งขุดลอกคลอง กำจัดวัชพืช และปรับปรุงประตูระบายน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝน

ผศ.พยอม กล่าวว่า การปรับปรุงแผนแม่บทฯ จะดำเนินการควบคู่กับการประเมินผลกระทบทางยุทธศาสตร์ หรือ SEA เพื่อพิจารณาทั้งด้านกายภาพ ชีวภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ก่อนกำหนดแนวทางพัฒนา โดยแผนแม่บทจะระบุถึงโครงการที่จำเป็น พื้นที่ดำเนินการ งบประมาณ และลำดับความเร่งด่วน เพื่อให้สามารถนำไปแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง คุณภาพน้ำ และการบริหารจัดการน้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับการประชุมกลุ่มย่อยจะจัดขึ้นทั้งหมด 3 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ร่วมยืนยันข้อมูลและเสนอแนวทางแก้ไข ก่อนนำข้อเสนอทั้งหมดไปปรับปรุงเป็นแผนแม่บทที่มีความถูกต้อง ทันสมัย และสอดคล้องกับสภาพปัญหาของพื้นที่

ทั้งนี้ การรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนถือเป็นกลไกสำคัญในการนำกรอบแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำไปสู่การปฏิบัติระดับลุ่มน้ำ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างตรงจุด รองรับการพัฒนาในอนาคต และนำไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ทางครอบครัวแบกี ขอขอบพระคุณ ณภัชกมล สังข์แก้ว มูลนิธิเป็นหนึ่ง สำหรับความช่วยเหลือและความเมตตาที่ได้ประสานงานจัดหาเลือดเ...
21/08/2026

ทางครอบครัวแบกี ขอขอบพระคุณ ณภัชกมล สังข์แก้ว มูลนิธิเป็นหนึ่ง สำหรับความช่วยเหลือและความเมตตาที่ได้ประสานงานจัดหาเลือดเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของเราในครั้งนี้

ขอขอบคุณทุกกำลังใจและทุกความช่วยเหลือที่มอบให้ในช่วงเวลาที่ครอบครัวกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก ขอให้ความดีและน้ำใจครั้งนี้ ส่งผลให้ประสบแต่ความสุข ความเจริญ และมีสุขภาพแข็งแรงตลอดไป

ด้วยความซาบซึ้งและขอบพระคุณจากใจ
ครอบครัวแบกี

ปัตตานีจัดประชุมปฏิบัติการสร้างเครือข่ายทีม Safe Zone ประจำสถานศึกษา รุ่นที่ 1 มุ่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กและเยาวชน ณ...
19/08/2026

ปัตตานีจัดประชุมปฏิบัติการสร้างเครือข่ายทีม Safe Zone ประจำสถานศึกษา รุ่นที่ 1 มุ่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กและเยาวชน

ณ ห้องประชุมเพนดูล่า 3 โรงแรมปาร์คอินทาวน์ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี นายตติยะ ฉิมพาลี ประธานอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนา [ระบุชื่อคณะอนุกรรมการให้ครบถ้วน] เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมที่ 2 การประชุมปฏิบัติการสร้างเครือข่ายทีม Safe Zone ประจำสถานศึกษา (รุ่นที่ 1) โดยมีศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี คณะวิทยากร ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนชุมชน และผู้เข้าร่วมการประชุมเข้าร่วมกิจกรรม

นายตติยะกล่าวว่า สถานศึกษาควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม การสร้าง Safe Zone หรือพื้นที่ปลอดภัยในสถานศึกษา จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างเครือข่ายบุคลากรที่มีบทบาทร่วมกันในการเฝ้าระวัง คัดกรอง และประสานงานส่งต่อความช่วยเหลือให้แก่เด็กและเยาวชนอย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปัตตานีได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนคุ้มครองเด็ก และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย โดยนำผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้แทนผู้ปกครอง และผู้แทนชุมชน เข้าร่วมเรียนรู้และร่วมออกแบบระบบ Standard Operating Procedure (SOP) เพื่อพัฒนากระบวนการดำเนินงานด้านการคุ้มครองเด็กให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

นายตติยะกล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนงานคุ้มครองเด็กในจังหวัดปัตตานีให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขอบคุณกองทุนคุ้มครองเด็ก คณะวิทยากร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการ

สำหรับการประชุมปฏิบัติการครั้งนี้ มุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมได้นำความรู้ ทักษะ และเครือข่ายที่เกิดขึ้นไปประยุกต์ใช้ในสถานศึกษาของตนเอง เพื่อร่วมกันสร้างระบบเฝ้าระวัง คุ้มครอง และช่วยเหลือเด็กและเยาวชนให้มีความปลอดภัยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัตตานีจัดกิจกรรม “Pattani Early Childhood Partnership” รวมพลังภาคีเครือข่าย สร้างอนาคตเด็กปฐมวัยวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ...
19/08/2026

ปัตตานีจัดกิจกรรม “Pattani Early Childhood Partnership” รวมพลังภาคีเครือข่าย สร้างอนาคตเด็กปฐมวัย

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมปาร์คอินทาวน์ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ดร.ชาร์รีฟท์ สือนิ ศึกษาธิการปัตตานี เป็นประธานใรพิธีเปิด
จัดกิจกรรม “Pattani Early Childhood Partnership : รวมพลังภาคีเครือข่าย สร้างอนาคตเด็กปฐมวัยปัตตานี” ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีศึกษาธิการจังหวัดปัตตานีเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ครอบครัว ชุมชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมรวมประมาณ 80 คน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ให้การขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัยของจังหวัดปัตตานีเป็นไปอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 และแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564–2570

ทั้งนี้ เด็กปฐมวัยถือเป็นช่วงวัยสำคัญในการวางรากฐานการพัฒนาคนในระยะยาว การส่งเสริมให้เด็กได้รับการดูแล พัฒนา และจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสม จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยกิจกรรมมุ่งเปิดพื้นที่ให้ภาคีเครือข่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์สถานการณ์ด้านเด็กปฐมวัย กำหนดทิศทางการดำเนินงาน และพัฒนากลไกความร่วมมือ เพื่อเชื่อมโยงการทำงานให้สามารถสนับสนุนการดูแลและพัฒนาเด็กได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การนำเสนอข้อมูลและสถานการณ์ด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางและประสบการณ์การดำเนินงานจากภาคีเครือข่าย รวมถึงกิจกรรมกลุ่มเชิงปฏิบัติการ เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ประเด็นสำคัญ กำหนดแนวทาง และออกแบบกลไกความร่วมมือในการพัฒนาเด็กปฐมวัยของจังหวัดปัตตานี

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปัตตานีคาดหวังว่า กิจกรรมครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “Pattani Early Childhood Partnership” ให้เป็นกลไกความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมดำเนินงาน และร่วมรับผิดชอบต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กปฐมวัยจังหวัดปัตตานีได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างรอบด้าน มีคุณภาพ และได้รับโอกาสในการเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ

รฟท. เดินหน้าศึกษาความเหมาะสมรถไฟทางคู่ หาดใหญ่–สุไหงโก-ลก ระยะทาง 215 กม. เชื่อม 4 จังหวัดชายแดนใต้ มุ่งยกระดับระบบราง–...
19/08/2026

รฟท. เดินหน้าศึกษาความเหมาะสมรถไฟทางคู่ หาดใหญ่–สุไหงโก-ลก ระยะทาง 215 กม. เชื่อม 4 จังหวัดชายแดนใต้ มุ่งยกระดับระบบราง–กระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน

ที่ โรงแรมซีเอส ปัตตานี นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาใหญ่ ครั้งที่ 2 ของงานศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางหาดใหญ่–สุไหงโก-ลก โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน ประชาชน เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟของประเทศ ซึ่งมุ่งพัฒนาและก่อสร้างรถไฟทางคู่ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ โดย รฟท. ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม เพื่อพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟ เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งสินค้า รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

สำหรับเส้นทางที่อยู่ระหว่างการศึกษา มีจุดเริ่มต้นที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มุ่งหน้าสู่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมระยะทางประมาณ 215 กิโลเมตร โดยมีเป้าหมายเชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ และช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ ซึ่งมีแผนพัฒนาในอนาคต รวมถึงเชื่อมโยงกับโครงข่ายรถไฟของสหพันธรัฐมาเลเซีย

การพัฒนาเส้นทางรถไฟทางคู่ช่วงดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการขนส่งทั้งสินค้าและผู้โดยสาร สนับสนุนการเดินทางและการค้าชายแดน ตลอดจนส่งเสริมการลงทุน การท่องเที่ยว และการจ้างงาน อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่ผ่านมา โครงการได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่และจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยจัดประชุมสัมมนาใหญ่ ครั้งที่ 1 ในเดือนมกราคม 2569 และจัดประชุมกลุ่มย่อยในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 13 อำเภอ 51 ตำบล

ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้นำมาประกอบการศึกษาและออกแบบโครงการให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ทั้งการออกแบบโครงสร้างทางรถไฟ การแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟ และการออกแบบสถานีรถไฟให้สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัด

สำหรับการประชุมสัมมนาใหญ่ ครั้งที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการศึกษาของโครงการในด้านวิศวกรรม การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมสร้างความเข้าใจและความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินโครงการ ตลอดจนแนวทางการปฏิบัติต่อประชาชนที่อยู่ในเขตทางรถไฟให้เป็นไปอย่างเหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรม

ทั้งนี้ รฟท. จะนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ไปประกอบการพิจารณาในการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ เพื่อให้การพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน เศรษฐกิจ และการพัฒนาพื้นที่ในระยะต่อไป

#ทุกท่านสามารถนำข้อมูลไปเผยแพร่หรือกระจายข่าวสารได้ #แต่ห้ามปรับเปลี่ยนแก้ไขรายละเอียดของข้อมูลต้นฉบับ

ขอความช่วยเหลือด้วยคะ😭ลุงท่านนี้มีความจำเป็นต้องใช้เลือดอย่างเร่งด่วน สามารถบริจาคได้ ทุกกรุ๊ปเลือด ขณะนี้ต้องการเลือดด่...
18/08/2026

ขอความช่วยเหลือด้วยคะ😭

ลุงท่านนี้มีความจำเป็นต้องใช้เลือดอย่างเร่งด่วน สามารถบริจาคได้ ทุกกรุ๊ปเลือด ขณะนี้ต้องการเลือดด่วนคะ

หากท่านใดสะดวกและสามารถช่วยบริจาคได้ รบกวนช่วยเหลือด้วยนะคะ หรือหากไม่สะดวกบริจาค รบกวนช่วยแชร์หรือแท็กบอกต่อให้ด้วยคะ

ทุกความช่วยเหลือมีความหมายและอาจช่วยต่อชีวิตคนหนึ่งคนได้

ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือและส่งต่อความเมตตาคะ

Cr.ภาพ Pakalesong:ปะกาลือสง

แตกตื่นกลางเมืองปัตตานี! หนุ่มชักปืuปลอมขู่ร้านทอง หลังขอชุบเหรียญทองแต่ถูกปฏิเสธ​ พบมีบัตรจิตเวช​เมื่อเวลาประมาณ 12.00 ...
01/08/2026

แตกตื่นกลางเมืองปัตตานี! หนุ่มชักปืuปลอมขู่ร้านทอง หลังขอชุบเหรียญทองแต่ถูกปฏิเสธ​ พบมีบัตรจิตเวช​

เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 1 ส.ค. 2569 ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุคนร้าeขักปืuขุ่พนักงานภายในร้านทองแห่งหนึ่ง บนถ.อุดมวิถี เขตเทศบาลเมืองปัตตานี จึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรุดเข้าตรวจสอบ​ เมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดiหตุ พบว่าคนร้าeจึงเข้าทำการควบคุมตัว​ ดำเนินการตามกฎหมาย

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่oเหตุได้เดินเข้าไปภายในร้านทอง พร้อมนำเหรียญมาให้พนักงาน โดยอ้างขอให้ช่วยทุบทอง แต่พนักงานแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการได้ จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ชักอาวุnปืuปลอมออกมาข่mขู่ พนักงานจึงรีบกดระบบนิรภัยเพื่อล็อกประตูร้านทันที ทำให้ผู้ก่oiหตุไม่สามารถหลบหนีออกจากร้านได้ แม้จะพยายามหาทางหลบหนี แต่สุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวไว้ได้ในที่เกิดเหตุ

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นภายในกระเป๋าของผู้ก่อเหตุ พบยาจำนวนหนึ่ง​ ทราบว่าผู้ก่oเหตุเป็นบุคคลที่มีประวัติเข้ารับการรักษาด้านจิตเวช โดยพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างประสานตรวจสอบข้อมูลการรักษาจากโรงพยาบาลปัตตานี พร้อมสอบสวนพยานและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ที่อยู่

Pattani
94000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pattani Thai Newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์