The Poligens News

The Poligens News สื่อ ”สันติภาพ“ ชายแดนใต้ 🕊️
BERITA SELATAN THAI - PEACE ข่าวบ้าน การเมือง

กอ.รมน.เผย เหตุปะทะเทือกเขาตะเว จ.นราธิวาส ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่ เหตุสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยและป่ารกทึบ อยู่ระหว...
09/09/2026

กอ.รมน.เผย เหตุปะทะเทือกเขาตะเว จ.นราธิวาส ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่ เหตุสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยและป่ารกทึบ อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบผลการปฏิบัติ

เมื่อ 9 กันยายน 2569 จากเหตุการณ์ที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดนราธิวาส เข้าบังคับใช้กฎหมายติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง บริเวณเทือกเขาตะเว ในพื้นที่ตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ระหว่างการปฏิบัติ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการยิงตอบโต้กันตามสถานการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย

ภายหลังเหตุการณ์ จากการประเมินสถานการณ์และข้อมูลเบื้องต้นในระหว่างการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจมีผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 1 ราย แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันผลการปฏิบัติหรือพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้อย่างชัดเจน เนื่องจากสภาพอากาศในพื้นที่ ประกอบกับสภาพภูมิประเทศที่มีความรกทึบและเข้าถึงได้ยาก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณดังกล่าวได้อย่างละเอียด

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติภารกิจเพื่อควบคุมพื้นที่และตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยภารกิจยังไม่ยุติ และจะดำเนินการตามขั้นตอนด้วยความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ หากสามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่และยืนยันผลการปฏิบัติได้แล้ว จะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่เกิดเหตุ และติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่.....................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
9 กันยายน 2569

สสส. เปิดตัว หนังสือ “อานีสอยากสูง” ชวนเด็กชายแดนใต้เติบโตสมวัย ผนึกพลังภาคี “อ่าน–กิน–นอน–เล่น” สร้างสุขภาวะเด็กตั้งแต่...
09/09/2026

สสส. เปิดตัว หนังสือ “อานีสอยากสูง” ชวนเด็กชายแดนใต้เติบโตสมวัย ผนึกพลังภาคี “อ่าน–กิน–นอน–เล่น” สร้างสุขภาวะเด็กตั้งแต่ปฐมวัย

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. เปิดตัวหนังสือนิทานภาพ “อานีสอยากสูง กับภารกิจชวนเด็กชายแดนใต้สูงขึ้น” พร้อมชวนภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ การศึกษา และการอ่าน ร่วมขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัย หวังใช้ “การอ่าน” เป็นเครื่องมือสร้างการเรียนรู้ ควบคู่กับการดูแลเรื่องโภชนาการ การนอน และการเล่น เพื่อให้เด็กเติบโตสูงดี สมวัย และมีพัฒนาการรอบด้าน

วันนี้ (9 กันยายน 2569) ณ ห้องปริชญากร สำนักงานวิทยาเขตปัตตานีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. จัดงานเปิดตัวหนังสือนิทานภาพ “อานีสอยากสูง กับภารกิจชวนเด็กชายแดนใต้สูงขึ้น” ภายใต้แนวทางการสร้างเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัย โดยมีผู้บริหาร นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก หน่วยงานด้านสุขภาพและการศึกษา ภาคีเครือข่าย และสื่อมวลชนเข้าร่วม

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.อาทิตย์ อินทรสิทธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายหลักสูตรและส่งเสริมการเรียนรู้ วิทยาเขตปัตตานี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คุณสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวรายงาน และ คุณวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. และประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 8 สสส. ร่วมเป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้

นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวเพิ่มเติมตอนท้ายว่า “การขับเคลื่อนครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย (UNICEF), Save the Children (Thailand), สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.), องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา, เครือข่ายพลังอ่านชายแดนใต้ และแผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส.

ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ “มหัศจรรย์แห่งการอ่าน” ชุดนิทานจักรวาลอานีส โดยเครือข่ายพลังอ่านชายแดนใต้ พร้อมกิจกรรมเรียนรู้เรื่อง “นอน เล่น กิน เมนูอาหารถิ่น สมส่วน สูงดี สมวัย” โดยศูนย์อนามัยที่ 12 และการนำเสนอแนวคิด Islamic Executive Function หรือ IEF โดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

กิจกรรมทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายในหลายมิติ ทั้ง การอ่าน สุขภาพ โภชนาการ และการพัฒนาเด็ก เพื่อสร้างพื้นฐานที่ดีให้กับเด็กตั้งแต่ช่วงปฐมวัย

สำหรับไฮไลต์สำคัญของงาน คือเวทีเสวนา “หยุดวิกฤตภาวะเตี้ย แคระแกร็น และ NCDs ตั้งแต่ปฐมวัย” ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ รศ.นพ.เทอดพงศ์ ทองศรีราช กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งเป็นผู้เขียนหนังสือนิทานภาพ “อานีสอยากสูง” ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางสร้างเสริมสุขภาวะเด็กตั้งแต่ต้นชีวิต

นอกจากนี้ ยังมีพิธีเปิดตัวหนังสือนิทานภาพ “อานีสอยากสูง กับภารกิจชวนเด็กชายแดนใต้สูงขึ้น” และพิธีส่งมอบหนังสือแก่พื้นที่วิจัยปฏิบัติการ “ชวนเด็กชายแดนใต้สูงขึ้น” เพื่อให้หนังสือถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการทำงานกับเด็กและครอบครัวในพื้นที่จริง

หนังสือ “อานีสอยากสูง” จึงไม่ได้เป็นเพียงนิทานสำหรับเด็ก แต่เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยชวนครอบครัว ครู ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของเด็ก ทั้งการ กิน นอน เล่น และอ่าน เพื่อให้เด็กชายแดนใต้เติบโตอย่างแข็งแรง มีพัฒนาการสมวัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

โครงการดังกล่าวดำเนินงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี นราธิวาส และยะลา โดยจังหวัดปัตตานีดำเนินงานใน 6 อำเภอ 9 ตำบล ครอบคลุมศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 27 แห่ง ขณะที่จังหวัดนราธิวาสดำเนินงานในพื้นที่ตำบลเชิงคีรี อำเภอศรีสาคร และจังหวัดยะลาดำเนินงานในพื้นที่ตำบลวังพญา อำเภอรามัน ครอบคลุมทั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนในพื้นที่

#สสส #เปิดตัวหนังสือ #อานีสอยากสูง #ชวนเด็กชายแดนใต้ #เติบโตสมวัย #สร้างสุขภาวะ

รามัน!! ยิงหนุ่ม กลางดึก บาดเจ็บ 2 ราย กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ วันที่ 8 ก.ย.69 เวลาประมาณ 23.45  น. สภ.โกตาบารู รับแจ้งเหตุใ...
09/09/2026

รามัน!! ยิงหนุ่ม กลางดึก บาดเจ็บ 2 ราย กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ

วันที่ 8 ก.ย.69 เวลาประมาณ 23.45 น. สภ.โกตาบารู รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงคู่กรณีได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย จุดเกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ 125 สีน้ำเงิน - ดำ ทะเบียน 1กย – 407 ยะลา (ทราบชื่อภายหลัง) 1. นายอารีพีน ยูโซ๊ะ โดนยิงเข้าหัวบริเวณหน้าผาก กำลังกู้ชีพ 2. นายมูรอัน เซ็งแมดี โดนยิงแขน รู้สึกตัว

รถกู้ชีพเทศบาลโกตาบารู นำผู้ได้รับบาดเจ็บส่ง รพ.รามัน เหตุเกิด บริเวณหน้าร้านโกตาวัสดุ ถนนบายพาส ม.2 ต.โกตาบารู อ.รามัน จว.ยะลา โดยพบ 1. หมอนกระสุนปืนลูกซอง 1 ชิ้น / 2 กระสุนปืน ลูกซอง 1 นัด ในที่เกิดเหตุ หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะนำเรียนให้ทราบต่อไป

#ข่าวรายวัน #สถานการณ์ชายแดนใต้

“รองเจ๋ง” นำทีมข้าราชการใหม่ ลุยถึงบนเขา! เร่งสำรวจพื้นที่ สร้างบ้าน–ที่ทำกิน–สิทธิพลเมือง “โอรังอัสลี” สู่ชีวิตที่มั่นค...
07/09/2026

“รองเจ๋ง” นำทีมข้าราชการใหม่ ลุยถึงบนเขา! เร่งสำรวจพื้นที่ สร้างบ้าน–ที่ทำกิน–สิทธิพลเมือง “โอรังอัสลี” สู่ชีวิตที่มั่นคงและมีศักดิ์ศรี

วันนี้ (7 กันยายน 2569) นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วยนางปิยะวรรณ จึ่งสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) นายนิชาภา หมื่นไกร ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศอ.บต. และข้าราชการในสังกัด ลงพื้นที่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 9 บ้านแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เพื่อติดตามการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์โอรังอัสลีในพื้นที่ตำบลแม่หวาด พร้อมพบปะ เยี่ยมเยียน และให้กำลังใจพี่น้องโอรังอัสลี โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการการทำงาน

การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งติดตามและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่สำคัญของกลุ่มโอรังอัสลีในหลายมิติ ทั้งด้านที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน การเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐ การศึกษา ตลอดจนการจัดการด้านทะเบียนราษฎร เพื่อให้พี่น้องโอรังอัสลีสามารถเข้าถึงโอกาสและบริการภาครัฐได้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืน

โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ อำเภอธารโต สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สาขาปัตตานี สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 4 โครงการชลประทานยะลา สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา องค์การบริหารส่วนตำบลแม่หวาด กองพันทหารช่างที่ 15 กองร้อยเฉพาะกิจรบพิเศษ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานภาคใต้ ผู้ประสานงานบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 9 ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนบัณฑิตอาสาฯ และตัวแทนพี่น้องกลุ่มโอรังอัสลีในพื้นที่

ในการนี้ นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องโอรังอัสลีจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจและความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน การลงพื้นที่ในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน รับฟังปัญหาและความต้องการจากคนในพื้นที่ ตลอดจนกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

“เป้าหมายสำคัญของเราคือการทำให้พี่น้องโอรังอัสลีมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม มีที่ทำกิน สามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐ และได้รับสถานะความเป็นพลเมืองไทยอย่างสมบูรณ์ โดยทุกหน่วยงานจะต้องช่วยกันทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเกิดขึ้นจริงและตรงกับความต้องการของพี่น้องในพื้นที่” นายชนธัญ กล่าวฯ

สำหรับด้านที่อยู่อาศัย รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. ได้ลงพื้นที่ติดตามจุดเตรียมการก่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับพี่น้องโอรังอัสลี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพื้นที่บนภูเขา โดยต้องเดินทางลัดเลาะผ่านสวนยางพาราของชาวบ้านเป็นระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร พื้นที่ดังกล่าวมีขนาดประมาณ 14 ไร่ และอยู่ระหว่างการวางแผนพัฒนาเพื่อก่อสร้างบ้านพักอาศัยประมาณ 10 หลังคาเรือน เพื่อให้พี่น้องโอรังอัสลีมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง เหมาะสม และสอดคล้องกับวิถีชีวิต

ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายทหารในการสนับสนุนการปรับปรุงและเตรียมพื้นที่ รวมถึงการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็น ขณะที่หน่วยงานด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงหน่วยงานด้านการพัฒนาชุมชน จะร่วมสนับสนุนการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ขณะเดียวกันหน่วยงานด้านการเกษตรจะร่วมพิจารณาแนวทางส่งเสริมอาชีพและที่ทำกิน เพื่อให้ครอบครัวโอรังอัสลีสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเหมาะสม

ในด้านการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้นำในพื้นที่ได้ร่วมกันส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนโอรังอัสลี โดยที่ผ่านมาได้จัดให้เด็ก ๆ เข้ามาเรียนที่ศาลาอเนกประสงค์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับแผนการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับภารกิจของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) โดยคาดว่าจะมีการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก ซึ่งปัจจุบันมีเด็กโอรังอัสลีในวัยเรียนประมาณ 20 คน

ด้านทะเบียนราษฎร ผู้แทนอำเภอธารโตเปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มโอรังอัสลีในพื้นที่มีผู้ได้รับบัตรประจำตัวประชาชนแล้วจำนวน 51 ราย แบ่งเป็นชาย 23 ราย และหญิง 28 ราย ขณะที่มีผู้ไม่ประสงค์ขอเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร จำนวน 5 ราย และผู้ที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ในการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 13 ราย นอกจากนี้ ยังมีผู้แสดงความประสงค์ขอจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนเพิ่มเติมอีก 10 ราย ซึ่งฝ่ายปกครองและผู้นำท้องที่อยู่ระหว่างประสานการดำเนินงานและอำนวยความสะดวกให้แก่บุคคลดังกล่าว
การมีบัตรประจำตัวประชาชนจะช่วยให้พี่น้องโอรังอัสลีสามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐได้อย่างเต็มที่เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป รวมถึงสิทธิด้านการรักษาพยาบาล สวัสดิการผู้สูงอายุ ผู้พิการ และบริการสาธารณะต่าง ๆ โดยองค์การบริหารส่วนตำบลแม่หวาดพร้อมเข้ามามีบทบาทในการดูแลและอำนวยความสะดวกตามสิทธิที่พึงได้รับ

ขณะเดียวกัน ศอ.บต. ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจแก่บุคลากรภาครัฐรุ่นใหม่ โดยครั้งนี้มีข้าราชการบรรจุใหม่จำนวน 7 ราย ร่วมลงพื้นที่เพื่อเรียนรู้บริบทพื้นที่และศึกษาการทำงานจริงร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์และความเข้าใจในการปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. ยังได้ฝากให้บัณฑิตอาสาและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ร่วมกันติดตาม ดูแล และประสานความช่วยเหลือพี่น้องโอรังอัสลีอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการรับฟังปัญหา ความต้องการ และข้อจำกัดในการดำรงชีวิต เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มโอรังอัสลี ตลอดจนการดูแลให้กลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าวได้รับการคุ้มครองและมีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม ไม่ตกเป็นกลุ่มเปราะบางหรือถูกแสวงหาประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการค้ามนุษย์

ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มโอรังอัสลีอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน การศึกษา การเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ การส่งเสริมอาชีพ และการจัดการด้านทะเบียนราษฎร โดยมุ่งให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง มีศักดิ์ศรี และได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมในสังคม

หากการดำเนินงานมีความก้าวหน้าและบรรลุผลตามเป้าหมาย ศอ.บต. จะรวบรวมผลสำเร็จของการดำเนินงานเพื่อถวายรายงานต่อสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ในโอกาสต่อไป

จุฬาราชมนตรี ฟัตวา “ฟาฏอนี ดารุสสาลาม” คือดินแดนแห่งสันติสุข แหล่งของคนมีปัญญา 1 ใน ฮูกุมปากัต 9 ดี“คำว่า ฟาฏอนี นอกจากเ...
07/09/2026

จุฬาราชมนตรี ฟัตวา “ฟาฏอนี ดารุสสาลาม” คือดินแดนแห่งสันติสุข แหล่งของคนมีปัญญา 1 ใน ฮูกุมปากัต 9 ดี

“คำว่า ฟาฏอนี นอกจากเป็นชื่อของสถานที่ ยังมีความหมายของการมีปัญญา ขอนำเอาคำว่า ฟาฏอนี มาไว้ในฮูกุมปากัต 9 ดีนี้ด้วยในข้อ 2 ขอประกาศว่า ฟาฏอนีนั้นเป็น “ฟาฏอนี ดารุสสาลาม” เป็นดินแดนแห่งสันติสุข เป็นดินแดนของผู้มีความรู้ มีความรัก สมัครสมานสามัคคี เชื่อมั่นที่จะพัฒนาดินแดนภาคใต้ ให้มีความเจริญ มีสันติสุขเกิดขึ้น รวมพลังขับเคลื่อนฮูกุมปากัต เพื่อสันติสุขของทุกคนและอนาคตที่ดีอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

คำฟัตวาของ นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ในการเป็นประธานกิจกรรมขับเคลื่อนและเผยแพร่หลัก ฮูกุมปากัต หรือ ธรรมนูญหมู่บ้าน “9 ดี” และแนวทางของบรรดานบีครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมประกาศคำฟัตวา “ฟาฎอนี” ณ ห้องประชุมจะบังติกอ โรงแรมซีเอส ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานีและพิธีมอบหนังสือคุฏบะห์ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนสังคมมุสลิมและชุมชนในพื้นที่ ณ มัสยิดกลางปัตตานี เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 69

ท่ามกลางสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังคงมีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะ โดยเฉพาะเหตุการณ์ขนาดใหญ่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถามและการวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย ทั้งนักวิชาการ หน่วยงานราชการ และภาคส่วนต่าง ๆ ต่อทิศทางและแนวทางการจัดการสถานการณ์

จุฬาราชมนตรีจึงได้ออกมาแสดงจุดยืนและให้แนวทางต่อสังคม รวมทั้งสะท้อนไปยังภาครัฐว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่ความขัดแย้งในเชิงศาสนา แต่เป็นสถานการณ์ที่มีการนำเรื่องศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องหรือถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ดังนั้น การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ให้เกิดการตีความหรือมองปัญหาจนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างศาสนาและประชาชน

ภายในงานมีผู้นำศาสนาและผู้นำจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดย ดร.แวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ตัวแทนศอ.บต. ตัวแทนภาครัฐ ภาคประชาสังคม นายกสมาคมปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และประธานสโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี นำคณะทีมนักเตะฟุตบอล มาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

จุฬาราชมนตรี ได้อ่านแถลงการณ์ในตอนหนึ่งว่า เพื่อร่วมกันพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีความเจริญรุ่งเรือง สันติสุขเกิดขึ้น ทางหน่วยราชการและกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและองค์กรที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดให้มีฮุก่มปากัต คือกฎที่ร่วมกัน เห็นชอบ หรือ ธรรมนูญหมู่บ้าน ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายศาสนา กรรมการหมู่บ้าน ประชาชน เพื่อวางหลักการ แนวทางที่จะทำให้ชุมชนเกิดสันติสุขขึ้นโดยไม่ขัดต่อหลักการศาสนาและกฏหมายบ้านเมือง ถือว่าเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน
“คนที่มีความดีมีความรู้ จากฟาตอนีได้รับการยอมรับจากเมืองมักกะฮให้เป็นผู้สอนศาสนา รวมทั้งมีผู้มีความรู้ไปเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง กลับมาสอนศาสนายังดินแดนแห่งนี้ที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นระเบียงมักกะห์ ระเบียงความรู้ที่ขยับขยายมายังชายแดนภาคใต้

คำว่า ฟาฏอนี นอกจากเป็นชื่อของสถานที่ ยังมีความหมายของการมีปัญญา ขอนำเอาคำว่า ฟาฏอนี มาไว้ในฮุก่มปากัต 9 ดีนี้ด้วยในข้อ 2 ขอประกาศว่า ฟาฏอนีนั้นเป็น “ฟาฏอนี ดารุสสาลาม” เป็นดินแดนแห่งสันติสุข เป็นดินแดนของผู้มีความรู้ มีความรัก สมัครสมานสามัคคี เชื่อมั่นที่จะพัฒนาดินแดนภาคใต้ ให้มีความเจริญ มีสันติสุขเกิดขึ้น รวมพลังขับเคลื่อนฮุ่ก่มปากัต เพื่อสันติสุขของทุกคนและอนาคตที่ดีอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

“ฮุก่มปากัต 9 ดี ทั้ง 9 ข้อ คือการร่วมมือกันเพื่อดูแลด้านคุณธรรม ศีลธรรมของคนในชุมชน ให้เป็นคนดี ซึ่งความเป็นคนดีนั้น คืออยู่ในแนวทางของศาสนาและไม่ละเมิดกฏหมายบ้านเมือง เสียสละ จิตอาสา ทำประโยชน์แก่สังคม”

องค์ประกอบ 9 ดี ของธรรมนูญหมู่บ้าน คือ 1.เป็นคนดี : ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ทำดี ละชั่ว กลัวบาป 2.มีปัญญา : ส่งเสริมการเรียนรู้และการศึกษาเท่าทันโลก 3.รายได้สมดุล : ส่งเสริมอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4.สุขภาพแข็งแรง :ดูแลสุขภาวะกายและใจของคนในชุมชน 5.สิ่งแวดล้อมสมบูรณ์: อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น 6.สังคมอบอุ่น: สร้างความรักสามัคคีในครอบครัวและชุมชน 7.หลุดพ้นอาชญากรรม/ยาเสพติด: ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 8.จัดตั้งกองทุนพึ่งตนเอง: สร้างความมั่นคงทางการเงินระดับฐานราก 9.กรรมการหมู่บ้านเข้มแข็ง: พัฒนาศักยภาพผู้นำในการทำงานร่วมกัน

จากนั้นคณะจุฬาราชมนตรีและผู้นำศาสนาได้มอบหนังสือคู่มือ ฮูก่มปากัต “9 ดี” ให้กับผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชน ณ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เพื่อนำหลักการไปใช้ในการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนและแสดงจุดยืนร่วมกันของผู้นำศาสนา ผู้นำภาครัฐ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสถานการณ์ และร่วมกันขับเคลื่อนแนวทางสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

#จุฬาราชมนตรี #ฟัตวา #ฟาฎอนีดารุสสาลาม #ดินแดนแห่งสันติสุข #หนึ่งในฮูกมปากัต9ดี

ศอ.บต. ส่งต่อกำลังใจถึงครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุความไม่สงบในรือเสาะ พร้อมช่วยเหลือเยียวยาวันนี้ (6 กันยายน 2569) เวลา 13...
06/09/2026

ศอ.บต. ส่งต่อกำลังใจถึงครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุความไม่สงบในรือเสาะ พร้อมช่วยเหลือเยียวยา

วันนี้ (6 กันยายน 2569) เวลา 13.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส นายรุสดี หะยีมะลี ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (ปภ.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ศอ.บต. และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวและมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวของนายอัซมิง ดือราซอ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 23.55 น. คนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนใช้อาวุธปืนลอบยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ หมู่ที่ 5 บ้านยะแลเบาะ ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 111/3 หมู่ที่ 5 บ้านยะแลเบาะ เป็นเหตุให้เสียชีวิต

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายรุสดี หะยีมะลี ได้พูดคุยให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมมอบเงินช่วยเหลือและข้าวสาร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความสูญเสีย

ทั้งนี้ ศอ.บต. โดยนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาด้านร่างกาย กรณีเสียชีวิต จำนวน 500,000 บาท ให้แก่ทายาท จำนวน 3 ราย ได้แก่ ภรรยาและบุตร 2 คน โดยแบ่งในสัดส่วนเท่า ๆ กัน พร้อมทั้งจะได้รับสิทธิการช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข่าว ศอ.บต. https://www.facebook.com/share/p/1DZUQWPxAm/?mibextid=wwXIfr

เปิดใจสาวแพร่เยือนยะลาครั้งแรก ทลายภาพจำ 3 จังหวัดชายแดนใต้ อบอุ่นกว่าที่คิด ยันไม่ได้น่ากลัวอย่างในข่าวนางสาวชมภูนุช มณ...
06/09/2026

เปิดใจสาวแพร่เยือนยะลาครั้งแรก ทลายภาพจำ 3 จังหวัดชายแดนใต้ อบอุ่นกว่าที่คิด ยันไม่ได้น่ากลัวอย่างในข่าว

นางสาวชมภูนุช มณีโชติ (ใบเตย) กลุ่มพลังโจ๋พลังสร้างสรรค์แบ่งปันความสุข จังหวัดแพร่ ได้แบ่งปันความรู้สึกและประสบการณ์จากการเดินทางมาเยือนจังหวัดยะลาเป็นครั้งแรก

โดยครั้งนี้เดินทางมาร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มเยาวชนในพื้นที่จังหวัดยะลา ที่ขับเคลื่อนประเด็นนโยบายสาธารณะ Young Policy Makers

นางสาวชมภูนุช กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่เคยมาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อน (เคยมาไกลสุดแค่ประจวบคีรีขันธ์) จึงรู้สึกตื่นเต้นและอยากมาสัมผัสวัฒนธรรมที่นี่ด้วยตนเอง หลักๆคือต้องการมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับภาคีเครือข่ายฯ รวมถึงเรียนรู้เรื่องหลักศาสนา ตั้งใจอยากลองสวมใส่ชุดคลุมศีรษะ/ชุดฮิญาบของผู้หญิงมุสลิม เพราะส่วนตัวทำงานทเกี่ยวข้องกับสิทธิ สวัสดิการ สุขภาพจิต และอนามัยเจริญพันธุ์ การทำความเข้าใจหลักศาสนาและวัฒนธรรมอิสลามจึงเป็นสิ่งจำเป็น การเรียนรู้เรื่องเครื่องแต่งกายและหลักปฏิบัติทางศาสนาช่วยให้เข้าใจข้อจำกัด บริบททางสังคม และความละเอียดอ่อน เมื่อต้องทำงานประเด็นสุขภาวะร่วมกับคนในชุมชนมุสลิม

นางสาวชมภูนุช ยังกล่าวอีกว่า ภาพจำเกี่ยวกับ 3 จังหวัดชายแดนใต้ในสื่อมักผูกติดกับความรุนแรง แต่การลงพื้นที่จริง การปฏิสัมพันธ์กับคนท้องถิ่น การลองสวมชุด หรือการแลกเปลี่ยนเรื่องอาหารการกิน ช่วยให้เห็นแง่มุมที่อบอุ่น มิตรภาพ และความปกติสุขของชีวิตประจำวัน ซึ่งสะท้อนว่าความเข้าใจที่แท้จริงเกิดจากการลงมาสัมผัสด้วยตนเองมากกว่าการรับข่าวสารเพียงฝ่ายเดียว

ก็อยากเชิญชวนให้ทุกคนลองเปิดใจมาเที่ยว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดูสักครั้ง เพราะประทับใจมาก และตั้งใจว่าจะกลับมาเที่ยวอีก โดยมีแผนจะไปเที่ยวอำเภอเบตงในโอกาสต่อไป

#เปิดใจสาวแพร่เยือนยะลา #สัมผัสชายแดนใต้ #ท่องเที่ยวเรียนรู้วิถี

06/09/2026

บรรยากาศในงาน ตลาดนัดนโยบาย ณ ลานสนามช้างเผือก เทศบาลนครยะลา

เมื่อ 5 กันยายน 2569 “Young Policy Makers” เปิดพื้นที่พลังคนรุ่นใหม่ ผนึกกำลังเทศบาลเมืองยะลาและภาคีเครือข่าย ร่วมผลักดันนโยบายสาธารณะเพื่อท้องถิ่น

โดยโครงการ “Young Policy Makers” เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดต่อเนื่องครั้งนี้เป็น รุ่นที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ที่มีไอเดียด้านการเสนอและผลักดันนโยบายสาธารณะ ได้มีโอกาสจัดกิจกรรม นำเสนอแนวคิด และสร้างบทสนทนาร่วมกับผู้กำหนดนโยบายในระดับท้องถิ่น

การมีส่วนร่วมของเยาวชนและประเด็นขับเคลื่อน ในรุ่นนี้มีเยาวชนเข้าร่วมทั้งหมด 9 ทีม จากหลากหลายพื้นที่ (เช่น ยะลา, ขอนแก่น, กรุงเทพฯ, แพร่)

ประเด็นที่เยาวชนนำเสนอมีความหลากหลาย เช่น: สุขภาพกายและสุขภาพจิต เช่น ทีม WTC ในพื้นที่ยะลา ที่เน้นเรื่องการเข้าถึงกระบวนการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนหญิง

การจัดการด้านทรัพยากร การขับเคลื่อนธรรมนูญชุมชนเพื่อการดูแลจัดการน้ำในพื้นที่อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา

ความร่วมมือและเครือข่ายในพื้นที่ ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างดีจาก เทศบาลเมืองยะลา, ทีมลองของ, TK Park และเครือข่ายเยาวชนอีกกว่า 8 เครือข่าย ที่มาร่วมจัดกิจกรรมเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยมุ่งหวังให้เกิดการมีส่วนร่วมของเยาวชนอย่างมีความหมายและยั่งยืนในการพัฒนาท้องถิ่นต่อไป

ยะลาเปิดเวที “Yala Policy Market” ดึงพลังคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ยื่น 3 ข้อเสนอร่วมมือเทศบาลสร้าง “เมืองของทุก...
05/09/2026

ยะลาเปิดเวที “Yala Policy Market” ดึงพลังคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ยื่น 3 ข้อเสนอร่วมมือเทศบาลสร้าง “เมืองของทุกคน”
วันนี้ (5 กันยายน 2569) ที่ ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา พร้อมด้วย นายยู่สิน จินตภากร รองนายกเทศมนตรีนครยะลา ได้เข้าร่วมกิจกรรมเปิดพื้นที่นโยบายสาธารณะโดยคนรุ่นใหม่ จังหวัดยะลา “Yala Policy Market” ภายใต้โครงการพัฒนาต้นแบบการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้สร้างนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว (Young Policymakers for Family Well-being Initiative) โดยมี กลุ่มและเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ในจังหวัดยะลา 20 กลุ่ม เครือข่าย YPM (Young Policy Makers) ผู้ประกอบการเอกชน และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ (AIDS ACCESS Foundation) และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อสร้างต้นแบบการเปิดพื้นที่การเรียนรู้ สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาทักษะ องค์ความรู้ และแนวทางในการผลักดันนโยบายสาธารณะที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ภายใต้แนวคิด “การมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย” (Meaningful Participation) ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนอายุ 18–35 ปี ได้แสดงความคิดเห็น มีบทบาทในการตัดสินใจ และมีอิทธิพลต่อประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชีวิต สิทธิ และความเป็นอยู่ของตนเองอย่างแท้จริง
ปัจจุบันโครงการได้คัดเลือกกลุ่มคนรุ่นใหม่จำนวน 9 ทีม รวม 42 คน เข้ามาร่วมดำเนินโครงการย่อยเพื่อเก็บข้อมูล ทดลองทำกิจกรรม และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายใน 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ นโยบายด้านสุขภาพกายและใจ นโยบายการศึกษาและพื้นที่สร้างสรรค์ นโยบายด้านการจัดรัฐสวัสดิการ นโยบายด้านสังคมสูงวัย นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางการเมืองและกฎหมาย
ตัวอย่างผลงานที่สำคัญ อาทิ โครงการส่งเสริมการตั้งครรภ์ของผู้ประกันตนอย่างมีคุณภาพ ซึ่งมุ่งจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อสำนักงานประกันสังคม และโครงการ ADHD to Ability: ตรวจเร็ว รู้ไว ไร้ตรา เด็กกล้าโต ที่ผลักดันนโยบายการคัดกรองและการเข้าถึงยารักษาอาการสมาธิสั้นในเด็ก
ภายในงาน “Yala Policy Market” ซึ่งออกแบบและจัดโดยทีมเยาวชนแกนหลัก 3 ทีมในจังหวัดยะลา มีกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อสร้างระบบนิเวศและความร่วมมือระหว่างเยาวชน ภาครัฐ และภาคเอกชน อาทิ นิทรรศการจากกลุ่มเยาวชน ตลาดนัดสินค้าจากภาคีเครือข่าย เวิร์กชอปศิลปะและบอร์ดเกม รวมถึงเวทีเสวนาสำคัญ “ลอง Talk: เยาวชนร่วมสร้างเมือง” ในหัวข้อ Policy Dialogue ภายใต้ธีม Co-Creation space for All
การเสวนาดังกล่าวเป็นการแลกเปลี่ยนข้อเสนอด้านนโยบายและพื้นที่สร้างสรรค์ในเทศบาลนครยะลา ร่วมกับนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา และตัวแทนกลุ่มขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ต่าง ๆ เช่น กลุ่ม Long Kong Yala, ชมรมลุยพี่ลุยน้อง ยะลา, Soul Supporter, SwapSpace, ชมรมอนุรักษ์ฯ ม.อ.ปัตตานี, Salam Kedai Lama, ชมรมครูอาสา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, สภาเด็กและเยาวชนเทศบาลนครยะลา และภาคเอกชน The Hooman Space โดยมี นายดารามี วานิ ตัวแทนเยาวชนเครือข่ายคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์จังหวัดยะลา เป็นผู้ดำเนินรายการ เพื่อร่วมกันสะท้อนเสียงของคนรุ่นใหม่ให้ได้รับการรับฟังและนำไปสู่การปฏิบัติในเชิงนโยบายท้องถิ่นต่อไป

โดยช่วงท้ายของเวทีเสวนา นายวันชารีฟ ตูแวสิเดะ ตัวแทนชมรมคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์(ลองของยะลา) ได้อ่านข้อเสนอเชิงนโยบาย พร้อมยื่น3ข้อเสนอให้กับ นายกเทศมนตรีนครยะลา โดยมีเนื้อหารายละเอียดดังนี้ :-

ยะลา เมืองสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนโดยเยาวชน ข้อเสนอเพื่อสร้างความการมีส่วนร่วมระหว่างเยาวชนกับเทศบาลนครยะลาเสนอโดย: ชมรมคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ (ลองของยะลา) และเยาวชนในเครือข่าย

เทศบาลนครยะลามีการส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนในหลากหลายด้าน ทั้งการจัดกิจกรรม การสนับสนุนพื้นที่การเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมกับเมือง สิ่งเหล่านี้เป็นต้นทุนสำคัญที่สามารถต่อยอดให้เกิดการทำงานร่วมกับเยาวชนได้มากยิ่งขึ้น
จากการทำงานของกลุ่มลองของยะลาและการลงพื้นที่พูดคุยกับเยาวชนหลากหลายกลุ่ม เราพบ ว่าเยาวชนมีความสนใจ ความต้องการ และรูปแบบการทำกิจกรรมที่แตกต่างกัน แต่มีจุดร่วมสำคัญคือความต้องการมีพื้นที่ มีโอกาส และมีส่วนร่วมในการสร้างเมืองที่พวกเขาอยู่อาศัย เราจึงมองเห็นโอกาสในการเติมเต็มการทำงานระหว่างเทศบาลกับเยาวชน ผ่าน 3 หลักการสำคัญ ได้แก่

1. เชื่อมพื้นที่ของเมืองกับความคิดของเยาวชน

ยะลามีพื้นที่สาธารณะและพื้นที่เรียนรู้หลายแห่งที่สามารถนำมาใช้สร้างกิจกรรมสร้างสรรค์ได้ขณะเดียวกันเยาวชนก็มีความคิดและความพร้อมที่จะลงมือทำ จึงควรมีระบบการใช้พื้นที่ที่เอื้อต่อการทำ กิจกรรมและเปิดโอกาสให้ทั้งเทศบาลและเยาวชนร่วมกันกำหนดกติกาที่เหมาะสม

2. รับฟังเยาวชนอย่างเข้าใจความหลากหลาย

เยาวชนมีความหลากหลายทั้งด้านความสนใจ ตัวตน และรูปแบบการใช้ชีวิต จึงควรมีพื้นที่รับฟัง ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนสามารถสะท้อนความต้องการ เสนอแนวคิด และร่วมออกแบบอนาคตของเมือง กับเทศบาล โดยมีกลไกที่เหมาะสมกับบริบทของเยาวชนโดยเฉพาะ

3. เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ลงมือสร้างเมือง

ความรู้สึกเป็นเจ้าของเมืองเกิดขึ้นเมื่อเยาวชนได้มีโอกาสคิด ทดลอง และลงมือทำจริง การสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนกิจกรรม แต่เป็นการสร้างคนรุ่นใหม่ที่รู้สึก ผูกพันและมีส่วนร่วมกับการพัฒนาเมืองในระยะยาว

ข้อเสนอเชิงนโยบาย

ข้อเสนอที่ 1 : ข้อตกลงร่วมในการใช้พื้นที่สำหรับเยาวชน จัดทำข้อตกลงร่วมระหว่าง เทศบาลนครยะลากับชมรมคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้พื้นที่ของเทศบาลสำหรับกิจกรรมเยาวชน เช่น TK Park และ พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา โดยพิจารณาลดหรือยกเว้นค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมที่ผ่านเกณฑ์ และลดขั้นตอน ที่ไม่จำเป็น เพื่อให้เยาวชนสามารถเข้าถึงพื้นที่และลงมือทำกิจกรรมได้ง่ายขึ้น

หากเทศบาลเห็นทิศทางของความความพยายามในการมีส่วนร่วมนี้ เราเสนอให้ทั้งสองฝ่ายร่วม กันจัดทำ MOU และร่างกติการ่วม เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานที่ชัดเจนและสามารถนำไปใช้ได้จริง

ข้อเสนอที่ 2 : จัดตั้งเวทีรับฟังและร่วมออกแบบเมืองกับเยาวชน

จัดให้มี เวทีรับฟังเยาวชน อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนจากหลากหลายกลุ่มได้เสนอ
ความคิดเห็น ความต้องการ และแนวคิดต่อเมือง
เวทีดังกล่าวควรแตกต่างจากสภาประชาชน โดยเน้นบริบทและความหลากหลายของเยาวชนโดยเฉพาะ และควรพัฒนาไปสู่การที่เยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้สะท้อนความคิดเห็น แต่เป็น ผู้ร่วมออกแบบและ พัฒนาเมืองไปพร้อมกับเทศบาล

ข้อเสนอที่ 3 : กลไกและกองทุนสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ของเยาวชน

พิจารณาจัดตั้งหน่วยงานหรือกลไกเฉพาะสำหรับสนับสนุนกลุ่มกิจกรรมสร้างสรรค์ของเยาวชนพร้อมมีกองทุนหรือรูปแบบการสนับสนุนงบประมาณที่เปิดโอกาสให้เยาวชนสามารถเสนอและดำเนิน กิจกรรมของตนเองได้

การสนับสนุนในลักษณะนี้จะช่วยเปลี่ยนเยาวชนจาก "ผู้เข้าร่วม" ให้เป็น "ผู้สร้าง" และนำไปสู่การ
เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของเมือง ตลอดจนสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเกิดกิจกรรมและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ในยะลา

สิ่งที่อยากชวนเทศบาลเดินต่อ

ข้อเสนอทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อบอกว่าเทศบาลต้องเปลี่ยนสิ่งที่ทำอยู่ แต่เป็นความตั้งใจของกลุ่มลองของและเยาวชนในเครือข่ายที่จะเติมเต็มสิ่งที่มีอยู่ และสร้างระบบการทำงานร่วมกันระหว่างเทศบาลกับเยาวชนให้ราบรื่นและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

เราจึงอยากชวนเทศบาลนครยะลาร่วมกันทดลอง พัฒนา และออกแบบกลไกเหล่านี้ไปด้วยกันเพื่อให้เยาวชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับเมืองได้มากขึ้น และร่วมกันสร้างยะลาให้เป็นเมืองที่คนรุ่นใหม่รู้สึกว่า "เมืองนี้เป็นของเรา และเราเองก็มีส่วนในการสร้างมัน"

ผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนข้อเสนอ
- ชมรมคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ (ลองของยะลา)
- ชมรมลุยพี่ลุยน้อง ยะลา (LGS.Yala)
- กลุ่ม Soul Supporter
- กลุ่ม Swap Space
- ชมรมอนุรักษ์ฯ ม.อ. ปัตตานี
- กลุ่ม Salam Kedai Lama
- ชมรมครูอาสา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
- ผู้ประกอบการขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์
- สภาเด็กและเยาวชนเทศบาลนครยะลา

จัดทำและเสนอโดย
ชมรมคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ (ลองของยะลา)

#เครือข่ายเยาวชนสร้างเมือง #ลองของยะลา #ขับเคลื่อนนโยบายเชิงสาธารณะ #สสส

‘พ.ต.อ.ทวี’ ควงภรรยา-ลูก – ทีมประชาชาติ ร่วมวงแฟนบอลหมื่นชีวิต ดัน ‘ปัตตานี เอฟซี’ ดวลบีจี ปลุกพลังเศรษฐกิจใต้       เมื...
05/09/2026

‘พ.ต.อ.ทวี’ ควงภรรยา-ลูก – ทีมประชาชาติ ร่วมวงแฟนบอลหมื่นชีวิต ดัน ‘ปัตตานี เอฟซี’ ดวลบีจี ปลุกพลังเศรษฐกิจใต้

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. ที่สนามกีฬาติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยภรรยา บุตรชาย บุตรสาว และคณะผู้บริหารพรรคประชาชาติ ได้เดินทางมาร่วมชมและให้กำลังใจในการแข่งขันฟุตบอลระหว่าง ทีมปัตตานี เอฟซี พบกับ ทีมบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก มีแฟนฟุตบอลเข้าชมในสนามกว่า 10,000 คน

พ.ต.อ.ทวี กล่าวเปิดเผยก่อนนักเตะลงสนามว่า ฟุตบอลเปรียบเสมือนความหวังและความสุขของพี่น้องประชาชน ถือเป็นเหมือนชีวิตจิตใจของคนภาคใต้ เป็นการสร้างสิ่งที่มีความสุขที่สุด และขอให้กำลังใจเพราะปัตตานี เอฟซี เป็นทีมแรกของภาคใต้ที่ได้เข้ามาเป็น T1 ขออวยพรให้ประสบความสำเร็จและได้รับชัยชนะ

ภายหลังจบการแข่งขันซึ่งผลปรากฏว่า ปัตตานี เอฟซี เสมอกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 0-0 พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวกับสื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า นักเตะปัตตานี เอฟซี เล่นได้สนุก สร้างความสุขและเพิ่มกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาเชียร์ จากข้อมูลทราบว่าประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขี่รถจักรยานยนต์มาร่วมเชียร์เกือบ 2,000 คัน การเล่นในวันนี้ถือว่ายกระดับศักยภาพของนักกีฬาสูงขึ้นมาก

"หวังว่าฟุตบอลจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนและสร้างเศรษฐกิจ วันนี้คนสงขลาต้องขอบคุณแฟนบอลปัตตานี เอฟซี เพราะทำให้โรงแรมในพื้นที่เต็มทุกแห่ง ร้านค้าและร้านอาหารขายดี สร้างความสุขให้กับผู้คน อย่างไรก็ตาม ขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถมาชมในสนามได้แต่ร่วมส่งใจมาเชียร์ เชื่อมั่นว่าฟุตบอลของเราจะสร้างชื่อเสียง สร้างความสุข รวมทั้งนำเศรษฐกิจและสังคมที่ดีกลับคืนมาสู่พวกเราทุกคน" พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ที่อยู่

Pattani

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Poligens Newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง The Poligens News:

ทางลัด

แชร์