The Poligens News

The Poligens News สื่อ ”สันติภาพ“ ชายแดนใต้ 🕊️
BERITA SELATAN THAI (PATANI PEACE) ข่าวบ้าน การเมือง

ลอบยิงบ้านพัก จนท.อส.ตากใบ ขณะพักผ่อน โชคดี-ไร้เจ็บเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 21.57 น. สภ.ตากใบ ได้รับแจ้งเห...
08/06/2026

ลอบยิงบ้านพัก จนท.อส.ตากใบ ขณะพักผ่อน โชคดี-ไร้เจ็บ

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 21.57 น. สภ.ตากใบ ได้รับแจ้งเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวนก่อเหตุยิงอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่ที่บ้านเลขที่ 152 ม.3 ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ตามวันเวลาที่เกิดเหตุทราบว่า ขณะที่นายมูหาหมัดอาซูวี มานา เจ้าหน้าที่ อส.ชคต.ไพรวัน อำเภอตากใบ นั่งพักอยู่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงอาวุธปืนดังขึ้นบริเวณหลังบ้านจำนวน 1 นัด เมื่อไปตรวจสอบพบร่องรอยกระสุนปืนที่บริเวณหลังบ้านจำนวน 1 จุด

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ สามฝ่ายได้ประสานกำลังเข้าตรวจสอบ แล้วปิดกั้นที่เกิดเหตุ เร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มงวดต่อไป

#ข่าวรายวัน #สถานการณ์ชายแดนใต้

ทนายมุสลิม-ประชาชาติ ฮึดสู้คดีลอบยิง 'สส.กมลศักดิ์' จี้อัยการสอบลึกตัวละครใหม่-อาวุธปืน พร้อมชง DSI รับเป็นคดีพิเศษอีกรอ...
07/06/2026

ทนายมุสลิม-ประชาชาติ ฮึดสู้คดีลอบยิง 'สส.กมลศักดิ์' จี้อัยการสอบลึกตัวละครใหม่-อาวุธปืน พร้อมชง DSI รับเป็นคดีพิเศษอีกรอบ"

ทีมทนายความมุสลิมและแกนนำพรรคประชาชาติ ถกเครียดความคืบหน้าคดีลอบยิง สส.นราธิวาส "กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ" หลังพบพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนส่งอัยการ แจ้งข้อหา 2 ผู้ต้องหาเป็นเพียง "ผู้สนับสนุน" ขัดแย้งกับข้อมูลการสืบสวนเชิงลึก เผยเคยยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมถึง 5 ครั้งขอให้ตรวจสอบเส้นทางการติดต่อสื่อสาร แต่ไร้การตอบรับ เตรียมทำเรื่องให้อัยการสั่งสอบเพิ่ม พร้อมเล็งยื่นเรื่องให้ DSI รับเป็นคดีพิเศษอีกครั้ง หลัง "รังสิมันต์ โรม" ตามจี้ติดที่กระทรวงยุติธรรม

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดยะลา ถนนสิโรรส ต.สะเตง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา คณะทำงานติดตามคดีคนร้ายลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569) ได้จัดการประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางทางกฎหมาย นำโดย นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ พร้อมด้วย นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานี, นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดยะลา และ นายอับดุลเราะมัน มอลอ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ และคณะทำงาน

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีว่า จากการประชุมของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้แจ้งว่า ขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานและส่งสำนวนคดีไปยังพนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาสแล้ว ซึ่งก่อให้เกิดความไม่สบายใจต่อคณะทำงานในประเด็นความรัดกุมของพยานหลักฐาน

"เราทราบจากพนักงานสอบสวนว่า มีการส่งสำนวนสั่งฟ้องบุคคลที่เราร้องทุกข์กล่าวโทษ ทั้ง 'มนตรี' และ 'เดโช' ในข้อหาเป็นเพียงแค่ 'ผู้สนับสนุน' ซึ่งเราเชื่อว่าจากข้อมูลทางสืบสวนของทีมงาน พฤติการณ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่เพียงแค่ผู้สนับสนุน จึงต้องมาสรุปประเด็นเพื่อขอให้พนักงานอัยการมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับอาวุธปืน รวมถึงตัวละครใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในคดี" นายกมลศักดิ์ กล่าว

นายกมลศักดิ์ ยืนยันว่า ที่ผ่านมาได้พยายามดำเนินการตามกรอบของกฎหมายในฐานะผู้เสียหายมาโดยตลอด แต่กลับพบกับอุปสรรคในการแสวงหาข้อเท็จจริง

"ที่ผ่านมาเรายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมไปทั้งหมด 5 ครั้ง เพื่อขอให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม โดยเฉพาะในประเด็นความเชื่อมโยงทางโทรศัพท์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการชี้แจงหรือมีหนังสือตอบกลับจากพนักงานสอบสวนเลย ทำให้เรามีข้อห่วงกังวลอย่างมาก เพราะเราเชื่อว่าหากมีการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมาตามประเด็นที่ร้องขอ จะทำให้เห็นภาพของคดีที่กว้างและชัดเจนขึ้นกว่านี้"

สำหรับประเด็นการขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามาทำคดีนี้นั้น นายกมลศักดิ์ ชี้แจงว่า หลังเกิดเหตุประมาณหนึ่งสัปดาห์ ตนได้เคยยื่นหนังสือถึง DSI ไปแล้ว ซึ่งทาง DSI ได้รับเรื่องไว้ในเบื้องต้น แต่ต่อมาเมื่อนายกรัฐมนตรีได้เดินทางลงพื้นที่ จ.ยะลา และเห็นว่าตำรวจภูธรภาค 9 ได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้อยู่แล้ว ทาง DSI จึงมีหนังสือตอบกลับมาแจ้งงดการสืบสวน

อย่างไรก็ตาม ในการประชุม กมธ.กฎหมายฯ ล่าสุด ได้มีการเรียกตัวแทน DSI เข้ามาชี้แจง ซึ่งทาง DSI ระบุว่าเปิดช่องให้ผู้เสียหายสามารถยื่นเรื่องเข้ามาใหม่ได้

"วันรุ่งขึ้นหลังจากประชุม กมธ. ทางคุณรังสิมันต์ โรม ได้เดินทางไปหารือประเด็นนี้ที่กระทรวงยุติธรรม ทราบว่าขณะนี้ DSI เปิดประตูให้เราไปยื่นเรื่องใหม่ได้ ซึ่งทีมทนายความจะต้องหารือกันเพื่อจัดทำหนังสือยื่นต่อ DSI อีกครั้ง แต่เขาจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่นั้น ก็เป็นกระบวนการพิจารณาของทาง DSI ต่อไป โดยในชั้นนี้เราต้องเน้นไปที่การต่อสู้ในสำนวนคดีหลักที่อยู่ในชั้นอัยการก่อน" นายกมลศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ มีรายงานเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติการณ์ของ 'ตัวละครใหม่' ที่พรรคประชาชาติเตรียมเปิดเผยข้อมูลนั้น จากการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ระบุตรงกันว่า บุคคลดังกล่าวเป็นชาวจังหวัดนราธิวาส ซึ่งนอกจากจะมีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ปกครองระดับท้องถิ่นแล้ว ยังมีสถานะเป็นถึงแกนนำนักการเมืองระดับชาติในพื้นที่"

#ทนายความมุสลิม #พรรคประชาชาติ #คดีลอบยิงสส #กมลศักดิ์ลีวาเมาะ

ปัตตานีเดินหน้า “ฮูกุมปากัต ๙ ดี” สร้างแผนชีวิตหมู่บ้าน/ตำบลพื้นที่อำเภอสายบุรี รับมือน้ำท่วม – ภัยสังคม ยกระดับเป็นต้นแ...
07/06/2026

ปัตตานีเดินหน้า “ฮูกุมปากัต ๙ ดี” สร้างแผนชีวิตหมู่บ้าน/ตำบลพื้นที่อำเภอสายบุรี รับมือน้ำท่วม – ภัยสังคม ยกระดับเป็นต้นแบบชุมชนเข้มแข็งชายแดนใต้

จังหวัดปัตตานีขับเคลื่อนแนวทาง “ฮูกุมปากัต ๙ ดี หรือธรรมนูญหมู่บ้าน ๙ ดี” ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เชิงรุก รวมพลังผู้นำทุกภาคส่วนในระดับหมู่บ้าน/ตำบล ร่วมทำกิจกรรม “แผนชีวิตแนวทาง “ฮูกุมปากัต ๙ ดี รับมืออุทกภัย วาตภัย ประจำปี ๒๕๖๙ ณ หอประชุมอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เพื่อยกระดับการเตรียมความพร้อมของชุมชนในการรับมือภัยพิบัติ ควบคู่กับการแก้ไขภัยทางสังคมที่กระทบต่อความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

การประชุมจัดทำแผนชีวิตหมู่บ้าน/ตำบลตามแนวทาง “ฮูกุมปากัต ๙ ดี” ครั้งนี้ ผวจ.ปัตตานี มอบหมายให้ นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธาน โดยมีผู้นำศาสนากล่าวดูอา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยดี และขอพรให้ผู้เข้าร่วมงาน ก่อนนายอำเภอสายบุรี กล่าวรายงาน และประธานกล่าวเปิดงาน รวมทั้ง เชิญนายเสรี ศรีหไตร ประธานคณะทำงานที่บูรณาการด้านขับเคลื่อนมวลชนและการพัฒนา(IWG คณะที่ ๑) ร่วมสร้างความเข้าใจ “แผนชีวิตตามแนวทาง “ฮูกุมปากัต ๙ ดี” เพื่อให้นำผู้นำท้องที่ ผู้นำศาสนา คณะกรรมการหมู่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดทำแผนชีวิตชุมชน ระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม จุดอพยพ เส้นทางช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบาง และระบบประสานงานเมื่อเกิดเหตุ เพื่อให้ชุมชน/หมู่บ้านสามารถดูแลตนเองได้อย่างทันท่วงที

จุดเด่นของการดำเนินงาน คือ การน้อมนำหลัก “ฮูกุมปากัต ๙ ดี” มุ่งเสริมสร้างกระบวนการตกลงร่วมกันของคนในชุมชน มาเป็นฐานคิดในการจัดทำแผนชีวิตระดับหมู่บ้าน ทำให้การรับมือภัยพิบัติไม่ใช่เพียงแผนของหน่วยงานรัฐ แต่เป็นข้อตกลงร่วมของชุมชนที่ประชาชนร่วมคิด ร่วมกำหนด และร่วมรับผิดชอบ
การขับเคลื่อน“แผนชีวิตตามแนวทาง “ฮูกุมปากัต ๙ ดี”ดังกล่าว ยังสอดรับกับกลไก คณะทำงานบูรณาการ หรือ IWG ของ กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้า ซึ่งมุ่งบูรณาการงานด้านความมั่นคง ด้านการพัฒนา และด้านการสร้างความเข้าใจในพื้นที่ โดยใช้ “แนวทางฮูกุมปากัต ๙ ดี” เป็นเครื่องมือเชื่อมรัฐกับประชาชน ลดช่องว่างความไม่ไว้วางใจ และเสริมพลังชุมชนให้เป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาจากฐานราก

ทั้งนี้ ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่ได้เป็นเพียงภัยธรรมชาติ แต่ยังส่งผลต่อรายได้ ครอบครัว การศึกษา เยาวชน และความมั่นคงของชุมชน อีกทั้ง มีความเชื่อมโยงกับปัญหาสำคัญของชุมชน โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด ความเปราะบางทางสังคม และสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ การจัดทำ “แผนชีวิตชุมชน” จึงเป็นการวางระบบป้องกันทั้งภัยพิบัติและภัยสังคมไปพร้อมกัน

ในโอกาสนี้ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ได้กล่าวพบปะผู้เข้าร่วม พร้อมเน้นย้ำว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องอาศัยพลังร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ผู้นำศาสนา ท้องถิ่น และประชาชน โดย ศอ.บต. พร้อมทำหน้าที่เป็นหน่วยอำนวยการ ประสานงาน สนับสนุนทุกภาคส่วนในพื้นที่ ให้มีความพร้อมดำเนินงานแก้ไขปัญหา สนองความต้องการ และข้อเสนอของประชาชนไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมี ผู้อำนวยการกลุ่มงานสังคมจิตวิทยาเพื่อความมั่นคง พร้อมเจ้าหน้าที่จาก กสม. และ กบย. เข้าร่วม เพื่อสนับสนุนการทำงานด้านสังคมจิตวิทยา การสร้างความเข้าใจ และการขับเคลื่อนกลไกชุมชนให้สอดคล้องกับภารกิจด้านความมั่นคงและการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

กิจกรรมครั้งนี้ จึงสะท้อนทิศทางใหม่ของการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ ที่ไม่ได้มองชุมชนเป็นเพียงผู้รับการช่วยเหลือ แต่ยกระดับชุมชนให้เป็น “ผู้กำหนด” หรือเป็น “เจ้าของแผนชีวิตของชุมชน/หมุ่บ้าน/ตำบล และเจ้าภาพการแก้ปัญหาร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่” โดยมีอำเภอสายบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบของการขับเคลื่อน “แนวทางฮูกุมปากัต ๙ ดี” เชื่อมโยงกับงานภัยพิบัติ งานความมั่นคง และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน.

สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ยื่น 11 ข้อเสนอ ต่อหัวหน้าพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งผลักดันกระบวนการสันติภาพที่มี...
07/06/2026

สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ยื่น 11 ข้อเสนอ ต่อหัวหน้าพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งผลักดันกระบวนการสันติภาพที่มีส่วนร่วมและยั่งยืน

ปัตตานี, 6 มิถุนายน 2569 – สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ซึ่งเป็นเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 47 องค์กร ได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสะท้อนเสียง ความต้องการ และข้อห่วงกังวลของประชาชนในพื้นที่ พร้อมผลักดันให้กระบวนการสันติภาพเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง มีส่วนร่วม และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

ทางสมาคมฯได้ยื่นหนังสือให้กับหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Chief of Peace Dialogue) คนปัจจุบัน คือ นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ซึ่งได้ลงนามแต่งตั้งจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการเจรจากับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐและผู้ก่อเหตุรุนแรง

โดยมีเนื้อหาในหนังสือดังนี้:-

สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้เป็นเครือข่ายความร่วมมือขององค์กรภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554 จากการรวมตัวของ 20 องค์กรที่มีเป้าหมายร่วมกันในการขับเคลื่อนสันติภาพ การพัฒนาสังคม และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) เครือข่ายได้ขยายสมาชิกเป็น 47 องค์กร ซึ่งยังคงทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาสังคมเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ได้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางในการรับฟังเสียงของประชาชนและภาคประชาสังคมมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีที่ผ่านมา โดยได้รับทราบถึงความห่วงกังวล ความต้องการ ความหวัง ตลอดจนข้อคิดเห็นและมุมมองที่หลากหลายต่อการแสวงหาทางออกของปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้/ปาตานี สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ จึงได้รวบรวมเสียงจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับต่างๆ และผลักดันสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง

แม้ว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยจะรู้สึกอ่อนล้า ผิดหวัง เบื่อหน่ายต่อกระบวนการแก้ไขปัญหา รวมถึงการหยิบยกประเด็นเดิมๆ ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า โดยที่ยังไม่เห็นความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม แต่สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ยังคงไม่ย่อท้อต่อการผลักดันให้กระบวนการสันติภาพมีความต่อเนื่อง และคาดหวังที่จะเห็นผลของกระบวนการพูดคุยที่เป็นรูปธรรม และขอให้ทุกฝ่ายมีความอดทนอดกลั้น ยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี โดยหันหน้าพูดคุยกันเพื่อแสวงหาทางออกอย่างจริงจัง

ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่ดำเนินมาอย่างยาวนานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการพูดคุยที่มีความครอบคลุม โปร่งใส และเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคมและประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง จึงขอเสนอแนวทางต่อการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะผู้ทำหน้าที่โดยตรงที่เปิดพื้นที่สร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ภาคศาสนา และเครือข่ายชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงขอเสนอประเด็นสาคัญ ดังนี้

1. ขอเสนอให้คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ ใช้กรอบการพูดคุยใน 3 สารัตถะ (ลดเหตุรุนแรง การแสวงหาทางออกทางการเมือง และการปรึกษาหารือสาธารณะ) เป็นแกนหลักในกการพูดคุย

- ขอให้ความสาคัญกับการลดความรุนแรงของทั้ง 2 ฝ่าย ควบคู่กับการกำหนดมาตรการและหลักประกันด้านความปลอดภัยของประชาชน โดยยึดหลักการคุ้มครองพลเรือน ไม่ให้ประชาชนตกเป็นเป้าหมายหรือได้รับผลกระทบจากความรุนแรง และเคารพในหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (International Humanitarian Law: IHL) และหลักสิทธิมนุษยชน อย่างเคร่งครัด

- ขอให้คณะพูดคุยควรสื่อสารความคืบหน้า ผลการหารือ และแนวทางการดำเนินงานต่อประชาชน ผ่านการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Consultation) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สะท้อนความต้องการ ความกังวล และข้อเสนอแนะต่อกระบวนการสันติภาพอย่างเสรี ปลอดภัย

2. ขอให้เปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมให้ CSOs เป็นตัวแทนของกลุ่มคนต่างๆ ในกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ในการเข้าร่วมทั้งทางตรง (ผู้สังเกตการณ์) และทางอ้อม (ส่งเอกสาร) ส่งเสียงจากกลุ่มคนต่าง ๆ ได้แก่ ผู้หญิง เยาวชน กลุ่มคนพิการ กลุ่มผู้เปราะบาง กลุ่มผู้นำศาสนา เพื่อนำเสนอเรื่องราวในพื้นที่ ขึ้นสู่โต๊ะเจรจา

3. ขอให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้น และร่วมมือในการเปิดเผยข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อส่งเสริมความยุติธรรม เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และสร้างความไว้วางใจต่อกระบวนการสันติสุข

4. ขอให้รัฐบาลแต่งตั้งผู้แทนจากสมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้เข้าร่วมในกลไกที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสันติสุขในฐานะกรรมการ อนุกรรมการ หรือผู้ประสานงาน เพื่อเชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมและประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนการติดตามและขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติภาพให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกภาคส่วน

5. ขอให้มีการจัดตั้งกลไกติดตามและประเมินผลข้อตกลงร่วม (Monitoring Mechanism) ที่เป็นอิสระและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย เพื่อทำหน้าที่ติดตามความก้าวหน้าของกระบวนการพูดคุยสันติสุขอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจัดทำข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ต่อคู่เจรจาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยควรมีองค์ประกอบจากภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ผู้นำศาสนา ผู้แทนสตรี ผู้แทนเยาวชน และผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจต่อกระบวนการสันติสุข

6. ขอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานประสานงานอย่างต่อเนื่องภายใต้กระบวนการสันติสุข เพื่อทำหน้าที่สื่อสาร ประสานงาน และติดตามสถานการณ์ระหว่างช่วงการพูดคุยในแต่ละรอบ อันจะช่วยให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม

7. ขอให้มีช่องทางการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างคณะพูดคุยสันติสุขกับสมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะภายหลังการพูดคุยในแต่ละรอบ เพื่อให้สภาประชาสังคมชายแดนใต้ได้รับทราบความคืบหน้า ประเด็นสำคัญ และผลการหารือในระดับที่เหมาะสม ตลอดจนสามารถสะท้อนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อกังวลจากภาคประชาชนและภาคประชาสังคมเพื่อให้ประเด็นสันติภาพมีความครอบคลุมและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น

8. ขอให้ส่งเสริมและสนับสนุนบทบาทของภาคประชาสังคมในการมีส่วนร่วมกับกระบวนการสันติภาพอย่างมีความหมาย โดยภาคประชาสังคมไม่ควรถูกจำกัดบทบาทเพียงผู้สังเกตการณ์ หากแต่ควรได้รับการยอมรับให้มีส่วนร่วมในการติดตาม ตรวจสอบ สะท้อนข้อคิดเห็น และนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ต่อกระบวนการสันติสุข อันจะช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจจากประชาชน

9. ขอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานติดตามและมอนิเตอร์สถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อทำหน้าที่ติดตามพัฒนาการของกระบวนการสันติสุข ประเมินสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการพูดคุย และสามารถประสานการหารือระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างทันท่วงที อันจะช่วยสนับสนุนการสร้างความเข้าใจร่วม ลดความตึงเครียด และเสริมสร้างความต่อเนื่องของกระบวนการสันติภาพ

10. ขอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานประสานงานต่อเนื่องและกลไกตอบสนองในภาวะฉุกเฉิน เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศของกระบวนการสันติสุข โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงหรือเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจต่อประชาชนในวงกว้าง ควรมีกลไกที่เอื้อให้ทุกฝ่ายสามารถสื่อสาร ปรึกษาหารือ และแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันได้อย่างทันท่วงที เพื่อลดความตึงเครียด ป้องกันความเข้าใจผิด และรักษาความต่อเนื่องของกระบวนการสันติภาพ

11. ขอให้สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อกระบวนการสันติภาพ ความสำคัญกับการคุ้มครองพลเรือนและกลุ่มเปราะบางจากผลกระทบของความรุนแรงในทุกรูปแบบ ได้แก่ ไม่ให้รัฐใช้วิธีการวิสามัญฆาตกรรม ไม่ใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO (Information Operations) รวมทั้งการฟ้องปิดปาก หรือ SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation) หลีกเลี่ยงการใช้มาตรการที่อาจจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกโดยไม่จำเป็น เปิดพื้นที่ทางการเมืองให้แสดงออกอย่างเสรีและปลอดภัย

สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ขอขอบคุณหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากสมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ และเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และร่วมกันแสวงหาแนวทางสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สืบไป

ด้วยไมตรีจิตที่มุ่งหวังสันติภาพ
6 มิถุนายน 2569
ณ โรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี

สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ https://www.facebook.com/share/1T3eeqciNQ/?mibextid=wwXIfr

อบต.กระโด จัดใหญ่ ขบวนพาเหรดแห่ช้าง 11 เชือก ภายใต้“โครงการมหกรรมกีฬาวิชาการตาดีกาสัมพันธ์ตำบลกระโด ประจำปี 2569” ระหว่า...
06/06/2026

อบต.กระโด จัดใหญ่ ขบวนพาเหรดแห่ช้าง 11 เชือก ภายใต้“โครงการมหกรรมกีฬาวิชาการตาดีกาสัมพันธ์ตำบลกระโด ประจำปี 2569” ระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายน 2569 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลกระโด หมู่ที่ 1 บ้านกระโด ตำบลกระโด อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี

เมื่อ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 10:30 น.นายพีรพัฒน์ เจษฎาวุฒิกุล ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลกระโด กล่าวรายงาน โดยมีนายซาบูดิง แมเราะดำ นายกองค์การบริหารส่วนตําบลกระโด เป็นประธานเปิดพิธี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ / ผู้นำท้องถิ่น / ผู้นำชุมชน / เจ้าหน้าที่ / กำนัน / ผู้ใหญ่บ้าน / สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกระโด / เยาวชนและประชาชน ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อดีต สส.ปัตตานี นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ร่วมในพิธีพร้อมกล่าวให้โอวาทกับนักกีฬาและผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในตาดีกาได้มีเวทีความสามารถทางด้านวิชาการ ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม อันจะนำสู่การอนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างความสามัคคีและพัฒนาอศัยภาพเยาวชนอย่างเหมาะสมองค์การบริหารส่วนตำบลกระโด จึงจัดทำโครงการนี้ขึ้นมาโดยวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

1.เพื่อเป็นการพัฒนาเด็กนักเรียนตาดีกาในหมู่บ้าน ให้มีสุขร่างกายที่แข็งแรง
2.เพื่อเป็นการเสริมสร้าง ความรัก ความสามัคคี ระหว่างเด็กและผู้ปกครอง
3.เพื่อให้เด็กและเยาวชน ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
4.เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสามัคคี ในหมู่บ้านและชุมชน
5.เพื่อให้เด็กและเยาวชนในตำบลกระโดห่างไกลยาเสพติด

โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือเด็กนักเรียนตาดีกาและผู้ปกครอง จำนวน 200 คน

โดยไฮไลท์ในการจัดกิจกรรมขบวนพาเหรด ยิ่งใหญ่อลังการ ช้าง 11 เชือก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชน บนถนนสองข้างทางเต็มไปด้วยผู้มารอชม ขบวนพาเหรด ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก

ภาพโดย Bin Ahmad

06/06/2026

ขบวนพาเหรด แห่ช้าง 11 เชือก “มหกรรมการแข่งขันวิชาการตาดีกาสัมพันธ์ตำบลกระโด" ประจำปี 2569

จัดโดย องค์การบริหารส่วนตำบลกระโด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

คืบหน้าเหตุลอบยิง ตชด.ธารโต บาดเจ็บ 1 นาย ล่าสุดส่งตัวรักษา รพ.ยะลา ผบก.ภ.จว.ยะลา รุดเยี่ยมใกล้ชิดความคืบหน้ากรณีเหตุควา...
05/06/2026

คืบหน้าเหตุลอบยิง ตชด.ธารโต บาดเจ็บ 1 นาย ล่าสุดส่งตัวรักษา รพ.ยะลา ผบก.ภ.จว.ยะลา รุดเยี่ยมใกล้ชิด
ความคืบหน้ากรณีเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 17.50 น. เกิดเหตุคนร้ายลอบใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่หมวดเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 4411 (มว.ฉก.ตชด.4411) บริเวณฐานปฏิบัติการด่านตรวจร่วม 3 ฝ่าย หน้าตลาดธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ ส.ต.ท.กันตวิชญ์ นาคเกิด ถูกกระสุนปืนเข้าที่บริเวณหัวไหล่ขวาได้รับบาดเจ็บ 1 นัด โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า คนร้ายได้อาศัยจังหวะซุ่มยิงมาจากบริเวณด้านหลังที่ทำการนิคมสร้างตนเองธารโต ในขณะที่ ส.ต.ท.กันตวิชญ์ กำลังออกกำลังกายอยู่ภายในบริเวณฐานปฏิบัติการ
หลังนำผู้บาดเจ็บส่ง โรงพยาบาลธารโต ล่าสุดได้นำตัว ส.ต.ท.กันตวิชญ์ ส่งไปรักษาตัวต่อ ณ โรงพยาบาลยะลา เพื่ออยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ด้าน พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา ได้รุดเข้าเยี่ยมอาการ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวทันที
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ทำการปิดกั้นพื้นที่โดยรอบด่านตรวจร่วม 3 ฝ่าย หน้าตลาดธารโต พร้อมสนธิกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์และเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน

05/06/2026

ธารโต!! ซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ ตชด.บาดเจ็บ ขณะวิ่งออกกำลังกาย

วันนี้ (5 มิ.ย.69) เวลาประมาณ 17.50 น. เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิงเจ้าหน้าที่มว.ฉก.ตชด.4411 บริเวณฐานปฏิบัติการด่านตรวจร่วม 3 ฝ่าย หน้าตลาดธารโต

เป็นเหตุให้ ส.ต.ท.กันตวิชญ์ นาคเกิด ถูกกระสุนปืนเข้าบริเวณหัวไหล่ด้านขวาได้รับบาดเจ็บ 1 นัด โดยเบื้องต้นพบว่าคนร้ายซุ่มยิงมาจากบริเวณด้านหลังที่ทำการนิคมสร้างตนเองธารโต

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเข้าควบคุมพื้นที่และเร่งติดตามผู้ก่อเหตุ ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป

ประกาศเทศบาลเมืองนราธิวาสมีคำสั่งรื้อถอนอาคารตามมาตรา42 ‼️โดยให้ผู้ครอบครองอาคารสิ่งปลูกสร้างเครื่องเล่นสนามไม้กลางแจ้งห...
04/06/2026

ประกาศเทศบาลเมืองนราธิวาสมีคำสั่งรื้อถอนอาคารตามมาตรา42

‼️โดยให้ผู้ครอบครองอาคารสิ่งปลูกสร้างเครื่องเล่นสนามไม้กลางแจ้งหน้าอาคาร 30 คูหา รื้อถอนอาคารเครื่องเล่นสนามไม้กลางแจ้งหน้าอาคาร 30 คูหา ณ หาดทัศน์ ให้เสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนี้ หากพ้นกำหนดนี้แล้วจะดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

4 มิถุนายน 2569

ที่มา: เทศบาลเมืองนราธิวาส https://www.facebook.com/share/p/1BzzrsJyYW/?mibextid=wwXIfr

คืบหน้าเหตุซุ่มยิง 'อส.ชคต.' สุไหงปาดี ล่าสุดทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตแล้วที่ รพ.วันนี้ (4 มิ.ย. 69) ร.ต.ท.ธฤติพัฒน์ ค...
04/06/2026

คืบหน้าเหตุซุ่มยิง 'อส.ชคต.' สุไหงปาดี ล่าสุดทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตแล้วที่ รพ.

วันนี้ (4 มิ.ย. 69) ร.ต.ท.ธฤติพัฒน์ คำห้าง รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส รับแจ้งเหตุบุคคลถูกยิงบาดเจ็บ ริมถนนสายปะลุรู-สุไหงปาดี หมู่ 3 ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับ พ.ต.อ.ตัรมีซี เจ๊ะดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสุไหงปาดี และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร

ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บคือ นายอุรุพงษ์ กมล อายุ 35 ปี สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ประจำฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลสุไหงปาดี มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 นัด บริเวณลำตัว นอนบาดเจ็บอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสแมช สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่ล้มตะแคงอยู่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี ก่อนส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่านายอุรุพงษ์เสียชีวิตแล้ว

จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นพงหญ้ารกทึบ เจ้าหน้าที่พบรอยเท้าเหยียบย่ำจนพงหญ้าล้ม และพบปลอกกระสุนปืนสงครามเอ็ม 16 อาก้า และลูกซอง ตกอยู่ริมถนนและในพงหญ้าจำนวนหนึ่ง รวมถึงพบร่องรอยกลุ่มคนร้ายวิ่งหลบหนีเป็นทางยาว เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายอุรุพงษ์ขี่รถจักรยานยนต์ตามลำพังเพื่อไปทำธุระในช่วงลาพัก เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในพงหญ้าริมทาง ใช้อาวุธปืนยิงใส่นายอุรุพงษ์หลายนัด ถูกลำตัว 1 นัด ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มคว่ำ ขณะที่กลุ่มคนร้ายเตรียมออกจากพงหญ้าเพื่อยิงซ้ำ เจ้าหน้าที่ทหารพราน กรมทหารพรานที่ 49 ขับรถยนต์กระบะผ่านมาประสบเหตุ กลุ่มคนร้ายจึงอาศัยความชำนาญพื้นที่วิ่งหลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นฝีมือของแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ดักซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ

#ข่าวรายวัน #สถานการณ์ชายแดนใต้ #สุไหงปาดี #นราธิวาส

ที่อยู่

Pattani

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Poligens Newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง The Poligens News:

แชร์