The Pattaya post ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือมีคลิปภา?

สร้างความปลอดภัยตั้งแต่ต้นน้ำ! ตำรวจพัทยาลุยโรงเรียนเมืองพัทยา 8 ติวเข้มทักษะ "หนี ซ่อน สู้" พร้อมผนึกกำลังถกกลุ่มเสี่ยง...
14/08/2026

สร้างความปลอดภัยตั้งแต่ต้นน้ำ! ตำรวจพัทยาลุยโรงเรียนเมืองพัทยา 8 ติวเข้มทักษะ "หนี ซ่อน สู้" พร้อมผนึกกำลังถกกลุ่มเสี่ยงป้องกันเหตุในสถานศึกษา 🏫🎒🛡️🚨

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 14.30 น. พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.พราว อ่อนโสม สวป.(ชส.)ฯ นำทีมชุดปฏิบัติการชุมชนสัมพันธ์ สภ.เมืองพัทยา และภาคีเครือข่าย ร่วมกับ นายมนตรี นามคีรี ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองพัทยา 8 (พัทธยานุกูล) จัดกิจกรรมบรรยายและสาธิตทักษะการเอาตัวรอด "หนี ซ่อน สู้" เพื่อความปลอดภัยในสถานศึกษาและชีวิตประจำวัน 🎒✨

นอกจากนี้ ยังได้เปิดเวทีประชุมร่วมกับครูฝ่ายปกครองและสภานักเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ค้นหาและคัดกรองนักเรียนกลุ่มเสี่ยง นำไปสู่การป้องปรามและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่นๆ สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและอบอุ่นภายในโรงเรียนอย่างยั่งยืน 🤝📘

🔹 **เพราะ การป้องกันภัยในสถานศึกษาต้องทำควบคู่กันทั้งการมอบทักษะการเอาตัวรอดจากเหตุวิกฤต และการเชิงรุกเข้าถึงข้อมูลเด็กกลุ่มเสี่ยง เพื่อยับยั้งปัญหาความรุนแรง ยาเสพติด หรือการทะเลาะวิวาทก่อนจะเกิดขึ้น
🔹 **ประโยชน์จะตกแก่ คณะครู นักเรียน และสภานักเรียนมีความพร้อมด้านทักษะความปลอดภัย สถานศึกษามีระบบคัดกรองความเสี่ยงที่เข้มแข็ง ผู้ปกครองมั่นใจ ชุมชนพัทยาน่าอยู่
🔹 **ถ้าไม่ทำจะเกิดอะไร?** หากไร้การฝึกซ้อมเอาตัวรอดและมองข้ามเด็กกลุ่มเสี่ยง อาจเกิดเหตุความรุนแรงหรือภัยคุกคามที่ไม่คาดคิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิต ร่างกาย และอนาคตของเยาวชน

"สร้างภูมิคุ้มกันทักษะชีวิต ป้องกันเชิงรุก เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของลูกหลานชาวพัทยาครับ" 💙🛡️🏫

#ตำรวจทำดี #ตำรวจพัทยา #พัทยา #ปลอดภัย ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ตำรวจภูธรภาค 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“เลขานายกพัทยา” ลงพื้นที่สวนกระทิงลาย เร่งแก้คลื่นกัดเซาะ ทางเดินทรุดพัง เบื้องต้นสั่งติดตั้งราวเหล็กและแผงกั้นบริเวณที่...
13/08/2026

“เลขานายกพัทยา” ลงพื้นที่สวนกระทิงลาย เร่งแก้คลื่นกัดเซาะ ทางเดินทรุดพัง เบื้องต้นสั่งติดตั้งราวเหล็กและแผงกั้นบริเวณที่ได้รับความเสียหาย เพื่อป้องกันอันตรายแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

นายบัญชา กุลละวณิชย์ เลขานุการนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาเรื่องราวร้องทุกข์ (ศอท.) เมืองพัทยา และทีมสายตรงนายกเมืองพัทยา ร่วมลงพื้นที่บริเวณสวนสาธารณะริมชายหาดกระทิงลาย เพื่อตรวจสอบความเสียหายแนวชายฝั่งที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะส่งผลให้ทางเดิน ฟุตปาธ พื้นคอนกรีต และแปลงต้นไม้ริมชายหาดเกิดการทรุดตัวและแตกร้าว เป็นโพรงหลายจุด

นายบัญชา กล่าวว่า สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ประชาชนและผู้ใช้บริการสวนสาธารณะร้องเรียน ว่า แนวชายฝั่งบริเวณสวนสาธารณะชายหาดกระทิงลาย ถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนพังเสียหายเป็นระยะทางกว่า 20 เมตร ทำให้พื้นคอนกรีตแตกร้าว ดินใต้ฐานทรุดตัว และเริ่มกระทบพื้นที่ที่ประชาชนใช้เดิน วิ่ง และปั่นจักรยานออกกำลังกายเป็นประจำ หลังได้รับการร้องเรียนนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มอบหมายให้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างละเอียด เพื่อนำข้อมูลเสนอต่อนายก พิจารณาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน เนื่องจากสถานการณ์ล่าสุดพบว่าการกัดเซาะขยายวงกว้างมากขึ้น

ซึ่งก่อนหน้านี้เมืองพัทยาได้จัดทำโครงการก่อสร้างกำแพงกันดินบริเวณชายหาดกระทิงลาย ความยาวประมาณ 59 เมตร วงเงิน 1.96 ล้านบาท แต่การประกาศจัดหาผู้รับจ้างด้วยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป 2 ครั้ง ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ ทำให้ต้องยกเลิกโครงการและเตรียมออกแบบใหม่ พร้อมประเมินราคากลางใหม่ เนื่องจากสภาพพื้นที่ในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะมากกว่าที่ออกแบบไว้เดิม

ทั้งนี้ เมืองพัทยาจะเร่งสำรวจและออกแบบแนวป้องกันใหม่ให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด รวมถึงเตรียมเสนอของบประมาณในปีงบประมาณ 2570 เพื่อดำเนินโครงการอย่างเหมาะสม ส่วนมาตรการเร่งด่วนระหว่างรอขั้นตอนการจัดทำโครงการ เมืองพัทยาเตรียมนำหินขนาดใหญ่มาวางเป็นแนวป้องกันคลื่น เพื่อลดแรงคลื่นและชะลอการกัดเซาะไม่ให้ขยายวงกว้าง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างจัดหาแหล่งหินสำหรับดำเนินการ

เบื้องต้นได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำราวเหล็กและแผงกั้นมาติดตั้งโดยรอบบริเวณที่เกิดการทรุดตัวและแตกร้าว เพื่อป้องกันประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าใช้พื้นที่เสี่ยง ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุระหว่างรอการซ่อมแซม พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบความเสียหายเพิ่มเติมจะเร่งขยายแนวกั้นและดำเนินมาตรการป้องกันทันที

สำหรับสวนสาธารณะกระทิงลาย ถือเป็นพื้นที่พักผ่อนและออกกำลังกายสำคัญของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงเย็นที่มีประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เมืองพัทยาจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ไข เพื่อป้องกันอันตรายและรักษาพื้นที่สาธารณะให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ เมืองพัทยาขอความร่วมมือประชาชน หากพบจุดทรุดตัวหรือความเสียหายเพิ่มเติม สามารถแจ้งผ่านสายด่วนเมืองพัทยา 1337 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว...

งงทั้งโรงพัก! พี่วินมอเตอร์ไซค์พัทยาหิ้วกล่องขึ้นโรงพัก ขอให้ตำรวจช่วยค้างคาวเมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 13 สิงหาคม 2569 น...
12/08/2026

งงทั้งโรงพัก! พี่วินมอเตอร์ไซค์พัทยาหิ้วกล่องขึ้นโรงพัก ขอให้ตำรวจช่วยค้างคาว

เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายเดชา (นามสมมติ) อายุ 45 ปี อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างภายในซอยบัวขาว เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา พร้อมอุ้มกล่องกระดาษเข้ามาภายในห้องแจ้งความ เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สร้างความแปลกใจให้กับตำรวจร้อยเวรและประชาชนที่เดินทางมาแจ้งความ

หลังเจ้าหน้าที่สอบถามและเปิดกล่องกระดาษดู ก็พบว่าภายในมีกล่องบรรจุ ค้างคาวแม่ไก่ขนาดใหญ่ อยู่หนึ่งตัว ทำเอาบรรยากาศภายในโรงพักถึงกับเกิดความงุนงง

ก่อนที่นายเดชาจะเล่าเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ฟัง ก่อนหน้านี้ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ภายในซอยบัวขาว ได้พบค้างคาวตัวดังกล่าวตกอยู่กลางถนน และไม่สามารถบินหนีไปได้ เกรงว่าจะถูกรถที่สัญจรผ่านไปมาทับ จึงตัดสินใจจอดรถลงไปช่วยเหลือ ก่อนนำค้างคาวใส่กล่องกระดาษเพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับอันตราย

จากนั้นได้พยายามติดต่อและขอความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน แต่ยังไม่สามารถหาสถานที่รับดูแลค้างคาวตัวดังกล่าวได้ จึงตัดสินใจนำกล่องขึ้นมาที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อขอให้ตำรวจช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือหาทางช่วยเหลือค้างคาวตัวนี้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยและแนะนำให้นายเดชานำค้างคาวไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในบริเวณที่ปลอดภัย เพื่อให้สามารถกลับคืนสู่ถิ่นอาศัยได้ตามธรรมชาติ ก่อนแยกย้ายกันไป

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างรอยยิ้มและความแปลกใจให้กับผู้ที่อยู่ภายในโรงพักในช่วงกลางดึก ขณะเดียวกันยังสะท้อนให้เห็นถึงน้ำใจของพี่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างรายนี้ ที่แม้จะเป็นเพียงสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่พบเจอระหว่างทาง แต่ก็ไม่ทอดทิ้งและพยายามหาทางช่วยเหลือจนถึงที่สุด

สารวัตรจราจรพัทยาประชุมมอบนโยบาย เน้นอำนวยความสะดวกประชาชน–นักท่องเที่ยว แก้ปัญหาจราจร ชี้ หลังเข้มบังคับใช้กฎหมาย สถิติ...
12/08/2026

สารวัตรจราจรพัทยาประชุมมอบนโยบาย เน้นอำนวยความสะดวกประชาชน–นักท่องเที่ยว แก้ปัญหาจราจร ชี้ หลังเข้มบังคับใช้กฎหมาย สถิติการสูญเสียบนท้องถนนลดลง

ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา พ.ต.ท.อมรเทพ ใหม่มา สารวัตรจราจร สภ.เมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมประจำเดือนกรกฎาคม 2569 งานด้านจราจร สภ.เมืองพัทยา เพื่อสรุปผลการปฏิบัติหน้าที่ ติดตามการแก้ไขปัญหาการจราจร และวางแนวทางลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ในที่ประชุมมีการสรุปผลการจับกุมตาม 10 ข้อหาหลัก ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่าข้อหาที่มีการกระทำผิดมากที่สุด 3 อันดับแรกได้แก่ ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ จำนวน 2,256 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 191 ราย และอุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบถ้วน จำนวน 54 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างวินัยจราจรและลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากการบังคับใช้กฎหมายแล้ว ยังมีมาตรการส่งเสริมความปลอดภัยด้านอื่น ๆ ทั้งการแจกหมวกนิรภัย รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎจราจรและการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยแก่ประชาชนและนักเรียนในสถานศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักและลดพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้รถใช้ถนน

สำหรับสถิติอุบัติเหตุในพื้นที่เมืองพัทยา ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวม 58 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 26 ราย ไม่ได้รับบาดเจ็บ 32 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งจากการเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายทำให้ลดอุบัติเหตุและความสูญเสียจากการใช้รถใช้ถนนในพื้นที่

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้แจ้งแนวนโยบายของเมืองพัทยาในการเดินหน้าจัดระเบียบการจอดรถในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะบริเวณแนวชายหาดและพื้นที่ที่มีการตีเส้นจราจรสีขาว-เหลือง และสีขาว-แดง ซึ่งเป็นพื้นที่ห้ามจอด พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการยกรถที่จอดกีดขวางอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณถนนเลียบชายหาด เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรยังเดินหน้ากวดขันและบังคับใช้กฎหมายบริเวณอุโมงค์ทางลอด โดยเฉพาะรถบางประเภทที่กฎหมายห้ามใช้เส้นทางดังกล่าว เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องและจริงจัง...

ลักลอบทำบั้งไฟห่างโรงเรียนเพียง 50 เมตร ระเบิดสนั่น ไฟไหม้หวิดวอดทั้งหลัง เจ็บ 2 ราย      เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 ส...
10/08/2026

ลักลอบทำบั้งไฟห่างโรงเรียนเพียง 50 เมตร ระเบิดสนั่น ไฟไหม้หวิดวอดทั้งหลัง เจ็บ 2 ราย

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ศูนย์วิทยุกู้ภัยหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุบั้งไฟระเบิด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในบ้านเช่า พื้นที่หมู่ 4 บ้านห้วยไข่เน่า ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากโรงเรียนห้วยไข่เน่าประมาณ 50 เมตร หลังรับแจ้ง จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ รีบเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านสร้างด้วยเพิงสังกะสี ภายในมีร่องรอยถูกแรงระเบิด เพลิงไหม้ จนได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลัง เจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับทำบั้งไฟ รวมถึงวัสดุต่าง ๆ กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณบ้าน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย รายแรกคือ นายอำนาจ อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลถูกไฟลวก มีร่องรอยแผลไหม้เบิร์นตามร่างกาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณอย่างเร่งด่วน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราย เป็นชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40-50 ปี ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลเบิร์นบริเวณแขนและแผ่นหลัง โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้การปฐมพยาบาลในเบื้องต้น แต่ไม่ได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล

ด้าน นายสรรพสิทธิ์ อายุ 34 ปี คนงานที่ทำบั้งไฟ เปิดเผยถึงเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนและผู้ได้รับบาดเจ็บกำลังนั่งทำบั้งไฟอยู่ภายในบ้าน ขณะนั้นกำลังผสมและร่อนดินปืนเพื่อเตรียมทำบั้งไฟ จากนั้นตนได้ลุกเดินออกมาด้านนอกของบ้าน เมื่อหันหลังออกมาได้ไม่ถึงเสี่ยวนาที ก็เกิดประกายไฟขึ้น แล้วมีเสียงระเบิดขึ้นดังสนั่น ก่อนเพลิงจะลุกไหม้ลามภายในบ้านอย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุ ตนจึงรีบนำถังดับเพลิงมาช่วยระงับไฟ เพื่อไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังบริเวณโดยรอบ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากประกายไฟขณะกำลังผสมและร่อนดินปืน จนเกิดการติดไฟและระเบิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ รวมถึงอุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในการทำบั้งไฟอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุระเบิดในครั้งนี้ต่อไป...

ครอบครัวหนุ่มจีนบินจากจีน ร้องขอความเป็นธรรม หน้าศาลพัทยา จี้ ตำรวจคลี่ปมก่อนเสียชีวิต–ตรวจสอบหญิงสาวในห้องเกิดเหตุรอบด้...
10/08/2026

ครอบครัวหนุ่มจีนบินจากจีน ร้องขอความเป็นธรรม หน้าศาลพัทยา จี้ ตำรวจคลี่ปมก่อนเสียชีวิต–ตรวจสอบหญิงสาวในห้องเกิดเหตุรอบด้าน

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่บริเวณหน้าศาลจังหวัดพัทยา บิดา ชายชาวจีน อายุ 20 ปี ซึ่งถูกแทงเสียชีวิตภายในห้องพักแห่งหนึ่งในซอยนาจอมเทียน 30 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมด้วยครอบครัวและผู้ติดตาม เดินทางจากประเทศจีนมายังประเทศไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีและเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับบุตรชาย

ครอบครัวได้นำป้ายข้อความทั้งภาษาจีน ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ มาชูบริเวณด้านหน้าศาลจังหวัดพัทยา โดยมีข้อความส่วนหนึ่งระบุว่า “ฆาตกรรมโดยเจตนา ขอให้ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างรุนแรง” และ “เราขอเรียกร้องอย่างจริงจังให้รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวต่างชาติในประเทศไทย” ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าของครอบครัวที่ต้องสูญเสียลูกชายวัยเพียง 20 ปี

บิดา เปิดเผยผ่านล่ามว่า การเดินทางมายังประเทศไทยครั้งนี้เพื่อจัดการเรื่องของบุตรชายและติดตามกระบวนการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด โดยยอมรับว่าการสูญเสียลูกชายซึ่งเลี้ยงดูมาตลอด 20 ปี สร้างความเสียใจอย่างมากให้กับครอบครัว พร้อมแสดงความหวังว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยจะสามารถค้นหาความจริงและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิตได้

บิดาของผู้เสียชีวิต ยังกล่าวว่า ครอบครัวมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนที่ลูกชายจะเดินทางไปยังห้องพักที่เกิดเหตุ โดยอ้างข้อมูลจากเพื่อนของผู้เสียชีวิตว่า ในคืนเกิดเหตุ ลูกชายรับประทานอาหารอยู่กับเพื่อนเป็นเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก่อนเดินทางไปยังห้องพักดังกล่าว และในช่วงเวลาดังกล่าวมีหญิงสาวติดต่อกับผู้เสียชีวิตหลายครั้ง ทั้งการโทรศัพท์และวิดีโอคอล ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะเดินทางไปพบหญิงสาวในช่วงหลังเที่ยงคืน

ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวจึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลการติดต่อของผู้เสียชีวิต ทั้งประวัติการโทรศัพท์ ข้อความสนทนา รวมถึงข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ ตลอดจนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบอย่างชัดเจนว่าผู้เสียชีวิตเดินทางไปยังห้องพักเกิดเหตุด้วยเหตุใด และก่อนเกิดเหตุมีเหตุการณ์หรือการติดต่อใดเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งผิดปกติอย่างมากที่ฝ่ายหญิงไล่ลบfecbook instagram tiktok และสื่อsocieal ช่องทางติดต่อกับผู้เสียชีวิต

ขณะเดียวกัน ครอบครัวยังเรียกร้องให้ตำรวจตรวจสอบพฤติกรรมของหญิงสาววัย 21 ปี ซึ่งอยู่ภายในห้องพักขณะเกิดเหตุ โดยครอบครัวตั้งข้อสงสัยว่าการติดต่อระหว่างหญิงสาวกับผู้เสียชีวิตก่อนเกิดเหตุอาจมีรายละเอียดมากกว่าที่ปรากฏในข้อมูลเบื้องต้น จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่นำหลักฐานทางโทรศัพท์ ข้อความสนทนา ภาพจากกล้องวงจรปิด และคำให้การของพยานบุคคล มาตรวจสอบประกอบกันอย่างรอบด้าน เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยและหาความจริงของเหตุการณ์

บิดา กล่าวอีกว่า ครอบครัวเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีกฎหมาย และหวังว่าจะได้รับความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรมไทย โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทุกประเด็นอย่างละเอียด ไม่ต้องการให้สังคมรับฟังข้อมูลเพียงด้านเดียวจนเกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้เสียชีวิต และขอให้มีการนำหลักฐานทั้งหมดมาพิสูจน์ เพื่อให้ครอบครัวได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายก่อนเสียชีวิต

สำหรับคดีดังกล่าว MR. CAO KE ชายชาวจีน อายุ 20 ปี ถูกแทงเสียชีวิตภายในห้องพักแห่งหนึ่งในซอยนาจอมเทียน 30 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงของเหตุการณ์

อย่างไรก็ตาม ข้อสงสัยเกี่ยวกับหญิงสาววัย 21 ปี รวมถึงเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุที่ครอบครัวนำมาเรียกร้องให้ตรวจสอบนั้น เป็นข้อมูลและข้อสงสัยจากฝ่ายครอบครัวผู้เสียชีวิต ยังไม่ถือเป็นข้อสรุปทางคดี และจากข้อมูลที่เปิดเผยในขณะนี้ยังไม่มีการระบุว่าหญิงสาวดังกล่าวถูกแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเสียชีวิต จึงต้องรอผลการสอบสวน พยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นสำคัญ...

“วัน พาทิโอ พัทยา” แบ่งปันความสุข มอบถุงยังชีพ 800 ชุด ช่วยเหลือผู้ยากไร้ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด “วรรณี อัศวลิขิตสม” คร...
10/08/2026

“วัน พาทิโอ พัทยา” แบ่งปันความสุข มอบถุงยังชีพ 800 ชุด ช่วยเหลือผู้ยากไร้ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด “วรรณี อัศวลิขิตสม” ครบ 80 ปี

(10 สิงหาคม 2569) ณ บริเวณด้านหน้าโรงแรมวัน พาทิโอ โฮเทล พัทยา นางวรรณี อัศวลิขิตสม ผู้บริหารโรงแรมวัน พาทิโอ โฮเทล พัทยา พร้อมด้วยครอบครัวอัศวลิขิตสม จัดกิจกรรม “แบ่งปันความสุข” มอบถุงยังชีพจำนวน 800 ชุด แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและผู้ยากไร้ในพื้นที่เมืองพัทยา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 80 ปี โดยมีนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเมืองพัทยา เลขานุการนายกเมืองพัทยา ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา ตลอดจนเพื่อนและผู้ใกล้ชิด เข้าร่วมกิจกรรม

ภายในงานมีประชาชนและตัวแทนชุมชนทยอยเข้ารับถุงยังชีพ ซึ่งภายในประกอบด้วยข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่ ปลากระป๋อง และยาสามัญประจำบ้าน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่เมืองพัทยา
นอกจากนี้ ครอบครัวอัศวลิขิตสมยังได้มอบถุงยังชีพส่วนหนึ่งให้แก่ตัวแทนชุมชน เพื่อนำไปส่งต่อแก่ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ด้อยโอกาสในชุมชนต่าง ๆ ของเมืองพัทยา เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนกลุ่มเปราะบางอย่างทั่วถึง
กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นการส่งต่อความห่วงใยและน้ำใจสู่สังคม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการร่วมดูแลและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ พร้อมสร้างความสุขและกำลังใจแก่ผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาสในสังคม...

✍🏻🎨เมืองพัทยาพร้อมหนุนองค์กรศิลปินภาคตะวันออก สร้างศูนย์กลางศิลปะ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (ฉบับที่ 804/69 ประจำวันท...
10/08/2026

✍🏻🎨เมืองพัทยาพร้อมหนุนองค์กรศิลปินภาคตะวันออก สร้างศูนย์กลางศิลปะ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (ฉบับที่ 804/69 ประจำวันที่ 10 ส.ค.69)

✍🏻(10 ส.ค.69) เวลา 13.30 น. นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานองค์กรศิลปินภาคตะวันออก โดยมีนายศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา และประธานกลุ่มศิลปินอิสระพัทยา พร้อมด้วยสมาชิกองค์กรศิลปินภาคตะวันออก และตัวแทนจากหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 242 ศาลาว่าการเมืองพัทยา

✍🏻การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างคณะกรรมการบริหารองค์กร/สมาคมศิลปินภาคตะวันออก การแต่งตั้งคณะกรรมการ บทบาทหน้าที่ ร่างข้อบังคับ รวมถึงการจัดกิจกรรมเปิดตัวและแสดงศิลปกรรม นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องสถานที่ทำการ โดยที่ประชุมเสนอ "ศูนย์เยาวชนเมืองพัทยา" เป็นสถานที่ทำการ ซึ่งนายศิวัช บุญเกิด ระบุว่าเมืองพัทยามีนโยบายพัฒนาให้เป็น "ศูนย์สร้างสุข" และ "ศูนย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์" หรือ "Creative Center" ที่เหมาะสมกับการเป็นสถานที่ทำงาน จัดแสดง และจัดกิจกรรมขององค์กรศิลปิน ขณะที่นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ กล่าวเน้นย้ำว่า ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นสิ่งดีงามที่ช่วยยกระดับจิตใจ สร้างรายได้ และส่งเสริมการท่องเที่ยว เมืองพัทยาจึงยินดีสนับสนุนตามอำนาจหน้าที่ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านศิลปะ และวัฒนธรรมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

🎨สำหรับองค์กรศิลปินภาคตะวันออกจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่ผลงานศิลปวัฒนธรรมของศิลปินในภูมิภาค เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมของชลบุรีและภาคตะวันออกอย่างยั่งยืน ซึ่งการจัดโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์รวมของศิลปินทุกแขนงในภาคตะวันออก ที่เป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางระบบนิเวศ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนวงการศิลปะ ยกระดับวิชาชีพ และต่อยอดเชิงพาณิชย์และสังคม มุ่งสู่การจดทะเบียนเป็น "สมาคมศิลปินภาคตะวันออก" อย่างเป็นทางการในอนาคต โดยวัตถุประสงค์หลักของโครงการ ได้แก่

▪️ส่งเสริมศิลปิน : สร้างโอกาสเผยแพร่ผลงานศิลปะสู่สาธารณชน เพิ่มรายได้และช่องทางการตลาด
พัฒนาทักษะ: จัดเวิร์กชอปและเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างศิลปินรุ่นต่างๆ
▪️สร้างเครือข่าย : เชื่อมโยงกลุ่มศิลปินกับภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และผู้สะสมงานศิลปะ
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์: นำศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันออกมาสร้างมูลค่าเพิ่มและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
▪️เตรียมพร้อมสู่สมาคม : วางโครงสร้างการบริหาร ระบบสมาชิกภาพ และกองทุนหมุนเวียน เพื่อจดทะเบียนเป็นสมาคม

✍🏻โดยหลังจากนี้จะมีการรวบรวม "ทำเนียบศิลปินภาคตะวันออก" ไม่น้อยกว่า 100 ราย จัดนิทรรศการศิลปกรรมรวมของสมาชิกอย่างน้อย 1 ครั้ง และแต่งตั้งคณะกรรมการรักษาการเพื่อยกร่างข้อบังคับและเตรียมการจดทะเบียนสมาคมต่อไป...

สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ร่วมกับ Young FTI ชลบุรี  จัดโครงการอบรม "นักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่" จังหวัดชลบุรี รุ่นที่ 4 (You...
07/08/2026

สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ร่วมกับ Young FTI ชลบุรี จัดโครงการอบรม "นักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่" จังหวัดชลบุรี รุ่นที่ 4 (Young FTI Chonburi #4)

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 ส.ค. 69 ที่ ห้องประชุมมารีน่า 1 โรงแรมโนโวเทล มารีน่า ศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายไพรัตน์ เอื้อชูยศ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยประธานสายงานส่งเสริมและสนับสนุนสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรม "นักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่" จังหวัดชลบุรี รุ่นที่ 4 (Young FTI Chonburi #4) โดยมีนายกิตติวุฒิ ศศิวิมลพันธ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี กล่าวให้การต้อนรับ และนางสาวพริษพร สวัสดีมงคล ประธานกลุ่ม Young FTI ชลบุรี กล่าวรายงานการจัดโครงการดังกล่าว ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ตลอดจนผู้เข้าร่วมอบรมและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก เพื่อมุ่งเป้าสร้างเครือข่ายผู้นำองค์กรที่เข้มแข็ง ยกระดับทักษะการบริหารในยุคดิจิทัลและสร้างความพร้อมแก่คนรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดและประเทศอย่างยั่งยืน
นายไพรัตน์ เอื้อชูยศ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการ Young FTI Chonburi เป็นโครงการที่ดีและเกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อคนรุ่นใหม่ ในการเตรียมความพร้อมพัฒนาทักษะและเสริมสร้างบทบาท ในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ระดับจังหวัด ตลอดจนการน าความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อต่อยอดธุรกิจ ทั้งนี้ขอให้ผู้เข้าอบรมตั้งใจศึกษาเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพื่อสร้างผลสำเร็จที่แท้จริงให้แก่ตนเองและองค์กรต่อไป

นายกิตติวุฒิ ศศิวิมลพันธุ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี กล่าวแสดงความยินดี และต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรม พร้อมเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ว่า “สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีเห็นความสำคัญของการพัฒนานักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ เพื่อให้มีความรู้ความสามารถน าไปสานต่อ การบริหารจัดการธุรกิจของครอบครัวหรือธุรกิจตนเองให้เติบโต รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมนักธุรกิจรุ่นใหม่ ในการสานต่อภารกิจของสภาอุตสาหกรรม จังหวัดชลบุรีในอนาคต ซึ่งสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี พร้อมให้การสนับสนุนหลักสูตรนี้อย่างเต็มที่ในทุกๆรุ่น

นางสาวพริษฐ์พร สวัสดีมงคล ประธานกลุ่ม Young FTI ชลบุรี และประธานคณะทำงานฯ ได้กล่าวว่า “โครงการ Young FTI Chonburi #4 จัดขึ้นด้วยแนวคิดในการสร้างเครือข่ายผู้น ารุ่นใหม่ในภาคอุตสาหกรรม โดยเน้นการส่งเสริมทักษและความรู้ที่จำเป็นสำหรับการบริหารจัดการในยุคปัจจุบัน เช่น เทคโนโลยี AI, BCG Economy, Start-up Thinking, Supply Chain, กลยุทธ์ธุรกิจ และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรชั้นนำของประเทศ อีกทั้งยังมีกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ตลอดหลักสูตรเพื่อเชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจ และเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมเสนอความคิดเห็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทยต่อไป

นอกจากนี้ภายในวันเปิดการอบรมยังมีการบรรยายพิเศษสุดเข้มข้นในหัวข้อ “Corporate Innovation แนวคิด S tart u pมาปรับใช้กับธุรกิจ S M E ” โดยนายณั ฐวุฒิ พึงเจริญ พงศ์ ซึ่งมาถ่ายทอดเทคนิคการนำนวัตกรรมแบบสตาร์ทอัพมาสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้แก่ธุรกิจ SME..

ที่อยู่

Pattaya

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Pattaya postผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์