Pattaya Scene Pattaya Scene (พัทยาซีน)
“ภาพข่าวจริง เสียงจริง ทุกมุมเมือง”

01/06/2026

เปิดใจ 2 โจ๋บาร์โฮสต์ห้าว ไล่ตามต่างชาติกลางพัทยา รับเมา-โมโหถูกด่าก่อน ขอโทษทำเมืองเสียภาพลักษณ์

เมื่อเวลา 14.06 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นายเตชิษฐ์ แสนกรุง อายุ 25 ปี และนายอมลณัฐ พนมเริงศักดิ์ อายุ 28 ปี สองหนุ่มบาร์โฮสต์ที่ปรากฏในคลิปเหตุการณ์ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามรถยนต์ชาวต่างชาติ พร้อมชูนิ้วกลาง ด่าทอ และพยายามเปิดประตูรถ บริเวณอุโมงค์พัทยากลาง ต่อเนื่องไปจนถึงวงเวียนปลาโลมา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้ออกมาเปิดใจกับผู้สื่อข่าว หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่และวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์

ทั้งสองเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากคอนโดมิเนียมย่านพัทยาใต้ ก่อนจะมีรถยนต์สีขาวของชาวต่างชาติขับตามมาพร้อมบีบแตร และเปิดกระจกพูดจาเป็นภาษาต่างประเทศ ซึ่งทั้งคู่เข้าใจว่าถูกด่าทอ จึงเกิดการโต้เถียงตอบโต้กัน จนสถานการณ์บานปลาย

นายเตชิษฐ์ยอมรับว่า ด้วยความโมโหจึงได้เคาะกระจกรถและพยายามเปิดประตูรถของคู่กรณีจริง แต่ไม่สามารถเปิดได้เนื่องจากรถล็อกประตูไว้ พร้อมอ้างว่าระหว่างทางคู่กรณีมีพฤติกรรมขับรถเบียดหรือหักรถในบางช่วง จนเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่ทั้งสองยืนยันว่าไม่ได้ขับรถตัดหน้าคู่กรณีตามที่ถูกกล่าวหา และตั้งใจจะโทรแจ้งตำรวจเพื่อให้เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยปัญหา

ทั้งคู่ยังระบุว่า หลังจากคู่กรณีขับรถไปยัง สภ.เมืองพัทยา และเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งสองได้รออยู่ระยะหนึ่ง แต่เนื่องจากยังไม่ได้พักผ่อนและไม่คิดว่าเรื่องจะกลายเป็นประเด็นใหญ่ จึงเดินทางกลับไปก่อน โดยเตรียมเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม นายเตชิษฐ์ยอมรับว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ประกอบกับมีอาการมึนเมาเล็กน้อย และยังค้างคาใจกับคำพูดของคู่กรณี พร้อมกล่าวขอโทษชาวพัทยาและสังคมต่อพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

#พัทยา #ชูนิ้วกลาง #ต่างชาติ #บาร์โฮสต์ #อุโมงค์พัทยากลาง #เมืองพัทยา #ข่าวพัทยา #ชลบุรี

ภาพ / ข่าว : ปฏิภาณ อำพนธ์

เปิดใจ 2 โจ๋บาร์โฮสต์ห้าว ไล่ตามต่างชาติกลางพัทยา รับเมา-โมโหถูกด่าก่อน ขอโทษทำเมืองเสียภาพลักษณ์เมื่อเวลา 14.06 น. วันท...
01/06/2026

เปิดใจ 2 โจ๋บาร์โฮสต์ห้าว ไล่ตามต่างชาติกลางพัทยา รับเมา-โมโหถูกด่าก่อน ขอโทษทำเมืองเสียภาพลักษณ์

เมื่อเวลา 14.06 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นายเตชิษฐ์ แสนกรุง อายุ 25 ปี และนายอมลณัฐ พนมเริงศักดิ์ อายุ 28 ปี สองหนุ่มบาร์โฮสต์ที่ปรากฏในคลิปเหตุการณ์ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามรถยนต์ชาวต่างชาติ พร้อมชูนิ้วกลาง ด่าทอ และพยายามเปิดประตูรถ บริเวณอุโมงค์พัทยากลาง ต่อเนื่องไปจนถึงวงเวียนปลาโลมา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้ออกมาเปิดใจกับผู้สื่อข่าว หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่และวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์

ทั้งสองเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากคอนโดมิเนียมย่านพัทยาใต้ ก่อนจะมีรถยนต์สีขาวของชาวต่างชาติขับตามมาพร้อมบีบแตร และเปิดกระจกพูดจาเป็นภาษาต่างประเทศ ซึ่งทั้งคู่เข้าใจว่าถูกด่าทอ จึงเกิดการโต้เถียงตอบโต้กัน จนสถานการณ์บานปลาย

นายเตชิษฐ์ยอมรับว่า ด้วยความโมโหจึงได้เคาะกระจกรถและพยายามเปิดประตูรถของคู่กรณีจริง แต่ไม่สามารถเปิดได้เนื่องจากรถล็อกประตูไว้ พร้อมอ้างว่าระหว่างทางคู่กรณีมีพฤติกรรมขับรถเบียดหรือหักรถในบางช่วง จนเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่ทั้งสองยืนยันว่าไม่ได้ขับรถตัดหน้าคู่กรณีตามที่ถูกกล่าวหา และตั้งใจจะโทรแจ้งตำรวจเพื่อให้เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยปัญหา

ทั้งคู่ยังระบุว่า หลังจากคู่กรณีขับรถไปยัง สภ.เมืองพัทยา และเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งสองได้รออยู่ระยะหนึ่ง แต่เนื่องจากยังไม่ได้พักผ่อนและไม่คิดว่าเรื่องจะกลายเป็นประเด็นใหญ่ จึงเดินทางกลับไปก่อน โดยเตรียมเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม นายเตชิษฐ์ยอมรับว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ประกอบกับมีอาการมึนเมาเล็กน้อย และยังค้างคาใจกับคำพูดของคู่กรณี พร้อมกล่าวขอโทษชาวพัทยาและสังคมต่อพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

#พัทยา #ชูนิ้วกลาง #ต่างชาติ #บาร์โฮสต์ #อุโมงค์พัทยากลาง #เมืองพัทยา #ข่าวพัทยา #ชลบุรี

ภาพ / ข่าว : ปฏิภาณ อำพนธ์

01/06/2026

ชูนิ้วกลางไม่หยุด!! สองวัยรุ่นลีดแดงไล่ล่ารถต่างชาติ ชูนิ้วกลาง-เคาะกระจก-กระชากประตู ท้าทายหวังเซ็ทหย่อซีหม่อสูดเด๋

31/05/2026

รอง สวป.พัทยา ที่พึ่งประชาชน พาหนูน้อยวัย 3 ขวบ พลัดหลงกลางดึก กลับสู่อ้อมกอดแม่-ยายอย่างปลอดภัย

เมื่อเวลา 01.06 น. วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 น.ส.รัตนาพร ติงสะ อายุ 29 ปี ได้พาเด็กหญิงวัย 3 ขวบเศษ เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองพัทยา หลังพบหนูน้อยเดินจูงสุนัขอยู่เพียงลำพังบริเวณซอยเทพประสิทธิ์ 7 เมืองพัทยา ไม่สามารถหาทางกลับบ้านได้ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือติดตามหาผู้ปกครอง โดยเด็กให้ข้อมูลเพียงว่าพักอาศัยอยู่กับแม่ ตา และยาย ภายในบ้านพักบริเวณสวนกล้วย

ขณะนั้น ร.ต.อ.สนธยา ขนทรัพย์ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในสถานีตำรวจ จึงอาสานำเด็กออกติดตามหาที่พักและผู้ปกครองด้วยตนเอง โดยระหว่างทางได้พบหญิงสูงอายุขี่รถซาเล้งอยู่ในอาการร้อนใจ พร้อมโบกมือขอความช่วยเหลือ เมื่อสอบถามจึงทราบว่าเป็นยายของเด็กหญิง และกำลังออกตามหาหลานสาวที่หายตัวออกจากบ้านนานกว่า 2 ชั่วโมง

ทันทีที่ ร.ต.อ.สนธยา พาหนูน้อยลงจากรถ ทั้งแม่ ยาย และเด็กหญิง ต่างโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจและโล่งใจ หลังได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้งอย่างปลอดภัย ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและซาบซึ้งใจ โดยผู้ปกครองได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเมืองดีที่ช่วยเหลือดูแลเด็กจนสามารถกลับคืนสู่อ้อมกอดครอบครัวได้โดยสวัสดิภาพ

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับเสียงชื่นชมจากชาวบ้านและผู้ที่ทราบเรื่องเป็นจำนวนมาก โดยยกย่องการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ที่แสดงถึงความใส่ใจและพร้อมเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์ สร้างความประทับใจและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรตำรวจเป็นอย่างยิ่ง

ภาพ / ข่าว : ปฏิภาณ อำพนธ์

#ตำรวจพัทยา #สภเมืองพัทยา #ช่วยเด็กพลัดหลง #ที่พึ่งของประชาชน #รตอสนธยาขนทรัพย์ #พัทยา #ชลบุรี #ข่าวพัทยา #พลเมืองดี #ตำรวจน้ำดี #เด็กพลัดหลง #เมืองท่องเที่ยวปลอดภัย #สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ข่าว #พัทยา #ชลบุรี

รอง สวป.พัทยา ที่พึ่งประชาชน พาหนูน้อยวัย 3 ขวบ พลัดหลงกลางดึก กลับสู่อ้อมกอดแม่-ยายอย่างปลอดภัยเมื่อเวลา 01.06 น. วันที...
31/05/2026

รอง สวป.พัทยา ที่พึ่งประชาชน พาหนูน้อยวัย 3 ขวบ พลัดหลงกลางดึก กลับสู่อ้อมกอดแม่-ยายอย่างปลอดภัย

เมื่อเวลา 01.06 น. วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 น.ส.รัตนาพร ติงสะ อายุ 29 ปี ได้พาเด็กหญิงวัย 3 ขวบเศษ เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองพัทยา หลังพบหนูน้อยเดินจูงสุนัขอยู่เพียงลำพังบริเวณซอยเทพประสิทธิ์ 7 เมืองพัทยา ไม่สามารถหาทางกลับบ้านได้ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือติดตามหาผู้ปกครอง โดยเด็กให้ข้อมูลเพียงว่าพักอาศัยอยู่กับแม่ ตา และยาย ภายในบ้านพักบริเวณสวนกล้วย

ขณะนั้น ร.ต.อ.สนธยา ขนทรัพย์ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในสถานีตำรวจ จึงอาสานำเด็กออกติดตามหาที่พักและผู้ปกครองด้วยตนเอง โดยระหว่างทางได้พบหญิงสูงอายุขี่รถซาเล้งอยู่ในอาการร้อนใจ พร้อมโบกมือขอความช่วยเหลือ เมื่อสอบถามจึงทราบว่าเป็นยายของเด็กหญิง และกำลังออกตามหาหลานสาวที่หายตัวออกจากบ้านนานกว่า 2 ชั่วโมง

ทันทีที่ ร.ต.อ.สนธยา พาหนูน้อยลงจากรถ ทั้งแม่ ยาย และเด็กหญิง ต่างโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจและโล่งใจ หลังได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้งอย่างปลอดภัย ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและซาบซึ้งใจ โดยผู้ปกครองได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเมืองดีที่ช่วยเหลือดูแลเด็กจนสามารถกลับคืนสู่อ้อมกอดครอบครัวได้โดยสวัสดิภาพ

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับเสียงชื่นชมจากชาวบ้านและผู้ที่ทราบเรื่องเป็นจำนวนมาก โดยยกย่องการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ที่แสดงถึงความใส่ใจและพร้อมเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์ สร้างความประทับใจและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรตำรวจเป็นอย่างยิ่ง

ภาพ / ข่าว : ปฏิภาณ อำพนธ์

#ตำรวจพัทยา #สภเมืองพัทยา #ช่วยเด็กพลัดหลง #ที่พึ่งของประชาชน #รตอสนธยาขนทรัพย์ #พัทยา #ชลบุรี #ข่าวพัทยา #พลเมืองดี #ตำรวจน้ำดี #เด็กพลัดหลง #เมืองท่องเที่ยวปลอดภัย #สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ข่าว #พัทยา #ชลบุรี

เปิดประชุมสภาเทศบาลตำบลเขาไม้แก้วครั้งแรก “กฤติน กีทีปกูล” บุตรชายนายกเทศมนตรีฯ ขึ้นนั่งประธานสภาฯ เตรียมแถลงนโยบาย 15 พ...
11/05/2026

เปิดประชุมสภาเทศบาลตำบลเขาไม้แก้วครั้งแรก “กฤติน กีทีปกูล” บุตรชายนายกเทศมนตรีฯ ขึ้นนั่งประธานสภาฯ เตรียมแถลงนโยบาย 15 พ.ค.นี้

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลตำบลเขาไม้แก้ว ครั้งแรก พร้อมประดับขีดเครื่องหมายให้กับสมาชิกสภาเทศบาล ภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลครบทั้ง 2 เขตเลือกตั้ง รวมจำนวน 12 คน
ตามระเบียบข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ.2547 ภายหลังประธานเปิดการประชุม เลขานุการสภาท้องถิ่นชั่วคราว ได้เชิญสมาชิกสภาเทศบาลที่มีอาวุโสมากที่สุดในที่ประชุม คือ นางสาวมณฑา ประเสริฐศรี ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว เพื่อนำสมาชิกกล่าวคำปฏิญาณตน ก่อนเข้าสู่วาระการเลือกประธานสภาเทศบาล ที่ประชุมได้เสนอชื่อ นายกฤติน กีทีปกูล สมาชิกสภาเทศบาล เพียงรายชื่อเดียว และไม่มีผู้เสนอชื่ออื่นแข่งขัน ที่ประชุมจึงมีมติเลือกนายกฤติน กีทีปกูล ดำรงตำแหน่งประธานสภาเทศบาลตำบลเขาไม้แก้ว ขณะที่นายคณาเดช ผิวน้อย ได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาเทศบาลตำบลเขาไม้แก้ว
ภายหลังเสร็จสิ้นการเลือกประธานและรองประธานสภาเทศบาล ได้มีการประชุมในวาระอื่น ๆ พร้อมรายงานผลการเลือกประธานสภาท้องถิ่นต่อนายอำเภอบางละมุง ทั้งนี้นายจำเนียร กีทีปกูล นายกเทศมนตรีตำบลเขาไม้แก้ว มีกำหนดแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นี้
จากนั้น นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง ได้ร่วมถ่ายภาพแสดงความยินดีกับคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลชุดใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่นและอบอุ่นร่วมเข้าแสดงความยินดีการรับตำแหน่งใหม่.....

08/05/2026

ตำรวจพัทยาผนึกท่องเที่ยว รวบ 2 เยาวชน ใช้กรรไกรแทงชิงทรัพย์ นทท.ออสเตรเลีย

เมื่อเวลา 20.16 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ร่วมกับ พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา และตำรวจท่องเที่ยว นำกำลังเข้าจับกุมผู้ก่อเหตุ 2 ราย เป็นเยาวชนชาย อายุ 17 ปี และ 16 ปี พร้อมของกลางเป็นกรรไกร และเงินสดจำนวนหนึ่ง

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อกลางดึกวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายคือ MR. ALIKOSH GHULAM อายุ 45 ปี สัญชาติออสเตรเลีย ได้เรียกสาวประเภทสอง 2 ราย มาที่ห้องพักในพื้นที่พัทยาใต้ แต่เมื่อทราบภายหลังว่าไม่ใช่หญิงแท้ จึงเกิดมีปากเสียงกัน ก่อนถูกผู้ก่อเหตุผลักเข้าห้องน้ำ และใช้ของมีคมแทงบริเวณหน้าอกด้านขวาได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้ชิงทรัพย์เป็นเงินสดสกุลต่างประเทศ จำนวน 6,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 140,000 บาท แล้วหลบหนีไป

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้ารับการรักษาและเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งลงพื้นที่สืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทราบแหล่งกบดานอยู่ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ ก่อนนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกัน “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธ และร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า คดีลักษณะดังกล่าวถือเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกรณีที่เกิดในพื้นที่ส่วนตัวอย่างห้องพัก ซึ่งยากต่อการควบคุม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เร่งวางมาตรการเชิงรุก พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการสืบสวนติดตาม เพื่อป้องกันเหตุซ้ำและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในพื้นที่

ภาพ / ข่าว : ปฏิภาณ อำพนธ์

#ชิงทรัพย์นักท่องเที่ยว
#พัทยา
#ตำรวจพัทยา
#ตำรวจท่องเที่ยว
#อาชญากรรมพัทยา
#ข่าวอาชญากรรม
#เยาวชนก่อเหตุ
#นักท่องเที่ยวออสเตรเลีย
#ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

#ข่าว
#ข่าวพัทยา

#พัทยา
#ชลบุรี

ตำรวจพัทยาผนึกท่องเที่ยว รวบ 2 เยาวชน ใช้กรรไกรแทงชิงทรัพย์ นทท.ออสเตรเลียเมื่อเวลา 20.16 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ท...
06/05/2026

ตำรวจพัทยาผนึกท่องเที่ยว รวบ 2 เยาวชน ใช้กรรไกรแทงชิงทรัพย์ นทท.ออสเตรเลีย

เมื่อเวลา 20.16 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ร่วมกับ พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา และตำรวจท่องเที่ยว นำกำลังเข้าจับกุมผู้ก่อเหตุ 2 ราย เป็นเยาวชนชาย อายุ 17 ปี และ 16 ปี พร้อมของกลางเป็นกรรไกร และเงินสดจำนวนหนึ่ง

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อกลางดึกวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายคือ MR. ALIKOSH GHULAM อายุ 45 ปี สัญชาติออสเตรเลีย ได้เรียกสาวประเภทสอง 2 ราย มาที่ห้องพักในพื้นที่พัทยาใต้ แต่เมื่อทราบภายหลังว่าไม่ใช่หญิงแท้ จึงเกิดมีปากเสียงกัน ก่อนถูกผู้ก่อเหตุผลักเข้าห้องน้ำ และใช้ของมีคมแทงบริเวณหน้าอกด้านขวาได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้ชิงทรัพย์เป็นเงินสดสกุลต่างประเทศ จำนวน 6,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 140,000 บาท แล้วหลบหนีไป

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้ารับการรักษาและเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งลงพื้นที่สืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทราบแหล่งกบดานอยู่ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ ก่อนนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกัน “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธ และร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า คดีลักษณะดังกล่าวถือเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกรณีที่เกิดในพื้นที่ส่วนตัวอย่างห้องพัก ซึ่งยากต่อการควบคุม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เร่งวางมาตรการเชิงรุก พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการสืบสวนติดตาม เพื่อป้องกันเหตุซ้ำและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในพื้นที่

#ชิงทรัพย์นักท่องเที่ยว
#พัทยา
#ตำรวจพัทยา
#ตำรวจท่องเที่ยว
#อาชญากรรมพัทยา
#ข่าวอาชญากรรม
#เยาวชนก่อเหตุ
#นักท่องเที่ยวออสเตรเลีย
#ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

“ZEEKR PRIMUS” พิชิตรางวัลระดับโลกในเวที  GEELY AUTO INTERNATIONAL BUSINESS PARTNER CONFERENCE 2026“ZEEKR PRIMUS” สร้างช...
06/05/2026

“ZEEKR PRIMUS” พิชิตรางวัลระดับโลก
ในเวที GEELY AUTO INTERNATIONAL BUSINESS PARTNER CONFERENCE 2026

“ZEEKR PRIMUS” สร้างชื่อบนเวทีโลก! คว้ารางวัล EXCELLENT DEALER AWARD ในงาน GEELY AUTO INTERNATIONAL BUSINESS PARTNER CONFERENCE 2026 ณ เมืองหางโจว ประเทศจีน ชูความเป็นเลิศด้านบริการทุกมิติ มัดใจลูกค้าพรีเมียมไทย

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป และทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง เปิดเผยว่า หลังเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ ZEEKR HOUSE PRIMUS สาขาราชพฤกษ์อย่างเป็นทางการ เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ZEEKR PRIMUS ได้ก้าวสู่ความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม : EXCELLENT DEALER AWARD จากพิธีมอบรางวัล GEELY AUTOMOBILE INTERNATIONAL CORPORATION 2025 ในงานประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ในเครือ GEELY AUTO GROUP ระดับโลก ประจำปี 2026 : GEELY AUTO INTERNATIONAL BUSINESS PARTNER CONFERENCE 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด G-INTELLIGENCE, DRIVENG TOMORROW ณ เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

“รางวัลนี้นับเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจอันสูงสุดของทีมงาน ZEEKR PRIMUS ทุกคน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทในการยกระดับและรักษามาตรฐานการบริการให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเป็น เครื่องยืนยันถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างเราในฐานะผู้จำหน่ายกับบริษัทแม่ ZEEKR THAILAND

ในโอกาสนี้ ผมขอขอบคุณบริษัทแม่ ที่มอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นในศักยภาพของ ZEEKR PRIMUS ในการดูแลลูกค้าคนสำคัญและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการวางรากฐานที่แข็งแกร่งในฐานะผู้จำหน่ายรถยนต์ชั้นนำของไทย จนนำไปสู่การยอมรับในระดับสากล ไพรม์มัส กรุ๊ป จะยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเราทุกท่าน

ที่สำคัญ ทาง ZEEKR PRIMUS ยังได้รับความไว้วางใจาก ZEEKR THAILAND แต่งตั้งให้เป็นผู้รับผิดชอบดูแลด้านการจำหน่ายและการบริการหลังการขายให้แก่ลูกค้า ZEEKR ในพื้นที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ โดยคาดว่าจะเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ ZEEKR HOUSE PRIMUS CHIANG MAI เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างเป็นทางการ ในช่วงเดือนสิงหาคม ศกนี้” นายณัฏฐวุฒิ กล่าว

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส เพรสทีจ จำกัด และกลุ่มบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในฐานะผู้บริหารของ ZEEKR PRIMUS ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ความมุ่งมั่นในการดำเนินงานของเราประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยสะท้อนเป็นรางวัล EXCELLENT DEALER AWARD ในการประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์เครือ GEELY AUTO GROUP ระดับโลก ในครั้งนี้

เบื้องหลังของความสำเร็จของเรา คือ การดำเนินงานในเชิงรุก ที่เน้นการวางแผน โดยนำข้อมูลเชิงลึกมาประมวลและวิเคราะห์พฤติกรรมความต้องการของลูกค้าอย่างถูกต้องและแม่นยำ เพื่อปรับปรุงและออกแบบการบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติ พร้อมยกระดับด้านบริการให้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ZEEKR PRIMUS ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ ZEEKR

เราขอให้คำมั่นว่า การได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ที่ผลักดันให้ ZEEKR PRIMUS มุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั่ง เพื่อยกระดับการดำเนินงานให้มีคุณภาพและศักยภาพสูงสุด สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมมอบประสบการณ์การดูแลในระดับพรีเมี่ยม ภายใต้มาตรฐานสากล
เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ZEEKR ทุกท่านอย่างต่อเนื่องต่อไป

บรรยายใต้ภาพ
1. นายศราวิช ไชยมังกร รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป ในฐานะผู้แทน ZEEKR PRIMUS รับมอบรางวัลอันทรงเกียรติระดับโลก EXCELLENT DEALER AWARD ในงาน GEELY AUTO INTERNATIONAL BUSINESS PARTNER CONFERENCE 2026
2.-5. นายศราวิชฯ ร่วมแสดงความยินดีและถ่ายภาพกับผู้แทนดีลเลอร์จากนานาประเทศ
6.-9. โชว์รูมและศูนย์บริการ ZEEIR PRIMUS สาขาราชพฤกษ์

05/05/2026

วัยรุ่นถือมีดไล่ฟันชายไร้บ้าน เจ็บสาหัสริมชายหาดจอมเทียน ตร.เร่งล่าตัว

เมื่อเวลา 19.40 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพัทยา ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจเมืองพัทยา และหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา พร้อมรถกู้ชีพ เข้าตรวจสอบเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธมีด มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณริมชายหาดจอมเทียน (สาย 1) ปากซอยจอมเทียน 1 เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย ไม่ทราบชื่อ คาดว่าเป็นบุคคลไร้บ้าน สภาพถูกอาวุธมีดฟันเข้าที่ข้อมือซ้าย 2 แผล เป็นบาดแผลฉกรรจ์ เลือดไหลอาบแขน โดยผู้บาดเจ็บมีอาการสับสน ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด และไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำแผลในช่วงแรก เจ้าหน้าที่จึงพยายามปลอบประโลมจนสงบลง ก่อนให้การปฐมพยาบาลและนำตัวส่งโรงพยาบาล

ด้านเจ้าหน้าที่เทศกิจเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บเป็นบุคคลไร้บ้านที่มักพักอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว และมีพฤติกรรมก่อความเดือดร้อนเป็นระยะ โดยเฉพาะในช่วงที่มีอาการคล้ายหลอนจากการเสพสารเสพติด มักถือไม้หรือมีดก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่เคยเข้าระงับเหตุมาแล้วหลายครั้ง

เบื้องต้นคาดว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บอาจไปก่อกวนกลุ่มวัยรุ่น จนถูกไล่ทำร้ายด้วยอาวุธมีด ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์บางช่วงไว้ได้ โดยพบชายวัยรุ่นถือมีดวิ่งไล่ฟันผู้บาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดต่อไป

ที่อยู่

Pattaya

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pattaya Sceneผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์