Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง

Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง Pthai > Press for Thais in Australia. :::: อัพเดทความเคลื่อนไหวในออสเตรเลีย และที่อื่นๆ ให้คุณได้รู้เท่าทันเหตุการณ์
(1)

🐗✨ นี่คือ เรื่องราวลึกของ “รูปปั้นหมูป่า” ที่หน้า Sydney Hospital (หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันว่ารูปหมูโชคดี) ที่ใครๆก็ต้อง...
30/12/2025

🐗✨ นี่คือ เรื่องราวลึกของ “รูปปั้นหมูป่า” ที่หน้า Sydney Hospital (หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันว่ารูปหมูโชคดี) ที่ใครๆก็ต้องไปลูบหัวของมัน 🤭

---
เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง

🐗 ประวัติอันงดงามของหมูป่าหน้า Sydney Hospital

เอาจริงนะคะ … เจ้ามือทองตัวนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แค่ตั้งอยู่เฉยๆ นะ 🤣

รูปปั้น Il Porcellino ที่เห็นอยู่หน้า Sydney Hospital เป็น สำเนาของรูปปั้นหมูป่าทองสัมฤทธิ์อายุเก่าแก่มาก จากฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี 🐗

✨ คนที่นั่นเรียกมันว่า Porcellino (แปลตรงตัวคือ “ลูกหมู”) ซึ่งต้นฉบับมาจากผลงานศิลปะกว่าหลายร้อยปีที่แล้วใน Uffizi Galleries 📜

ตอนปี 1968 คุณ Marchessa Clarissa Torrigiani บริจาครูปปั้นนี้ให้กับ Sydney Hospital เพื่อเป็น อนุสรณ์ให้กับพ่อและพี่ชายของเธอ ทั้งสองเป็น ศัลยแพทย์โด่งดัง ที่ทำงานให้โรงพยาบาลนี้ในอดีต 🩺💐

เหตุผลที่เลือกหมูป่าก็มิวายจับใจ…
👉 เธอหวังให้มัน ดึงดูดความโชคดีและเงินบริจาค มาให้โรงพยาบาล
👉 …และ ทำให้เด็กๆ มีความสุข ด้วย 😍

---

🍀 ทำไมคนถึง “ลูบหัว/จมูก” แล้วขอพร?

โอ้ยยย 🐽
จุดเลิฟของหมูป่าคือ ปลายจมูกมัน ที่เงาวับเป็นพิเศษ… ไม่ใช่เพราะมันไปสปานะคะ แต่เพราะ คนลูบมันจนมันมันเงาแวววาวมาก 🤣

คนที่มาเยี่ยม Sydney Hospital หรือเดินผ่าน Macquarie Street หลายคนก็เลยทำแบบนี้:

✨ ถูจมูกหมูป่า
✨ โยนเหรียญลงในตะกร้าหรือถาดข้างๆ
✨ ขอพรว่า…
👉 ขอให้โชคดี
👉 ขอให้หายจากอาการป่วย
👉 ขอให้ผ่านการสอบ/สัมภาษณ์
👉 ขอให้มีเงินใช้ไม่ขาดมือ
👉 (แล้วแต่จะขอกันเลยนะซิส 😆)

บางคนบอกว่าถ้าลูบ...อันลับตาของหมูป่านี่ก็จะ “ได้ความอุดมสมบูรณ์/ความมีลูกมีหลาน” ด้วยนะ (ฮา!) 🤭

แหม… เด็กไทยเลยฮิตมาก เวลาไปเที่ยว/อยู่ซิดนีย์ก็จะไม่พลาดมาขอพรหมูป่านี่เลย 🐷🍀

---

🎉 เรื่องมันๆ ขำๆ ของหมูป่าหน้าโรงบาล

🤣 คนที่ไม่รู้มักคิดว่านี่คือ “หมูบ้านธรรมดา” หรือ “หมูโชคดี”
แต่ความจริงคือมัน เป็นหมูป่า (wild boar) ไม่ใช่หมูเลี้ยงบ้านเลยนะคะ 😆

🤣 ในวันพิเศษบางวัน เช่น Daffodil Day หรือแม้กระทั่งตอนแบกไฟโอลิมปิกผ่านมา หมูป่าของเราก็มี มง/ดอกไม้/พวงมาลัย ประดับตัวด้วยนะ!

🤣 ผู้คนหนึ่งเขียนรีวิวว่าเหรียญที่โยนใส่ถาดไม่ได้แค่โชคดีเท่านั้น แต่ยังเอาไปช่วย “ดูแลคนป่วยในโรงพยาบาล” ด้วยนะจ๊ะ ❤️

🤣 และถึงแม้ว่าชื่อมันจะฟัง ฟรุ้งฟริ้ง แต่เรื่องการลูบหัวนี่จริงจังมากถึงขนาดทำให้ปลายจมูกมัน เงาลื่นเหมือนความหวัง ของคนที่เข้ามาแตะมันเลยอะ 🤭

---

🧠 ทำไมคนไทยถึงชอบไปขอพรจากที่นี่?

💖 เค้าคือ มุมน่ารักที่ไม่เหมือนใคร
💖 อยู่ใกล้สถานที่สำคัญเดินเที่ยวได้ง่าย
💖 ยังช่วยบริจาคเงินให้คนป่วยในโรงพยาบาลด้วย
💖 และที่สำคัญ…มันเป็นกิจกรรม “ฮาๆ” ที่ทุกคนทำด้วยกันได้เวลาไปเที่ยว!
💖 แถมบางคนยังบอกว่าเคยโชคดีหลังจากที่ไปถูหัวหมูมาแล้ว
💖 บางคนก็ไปบนให้ได้แฟนก ที่สมหวังก็มีเหมือนกัน แล้วแต่ความเชื่อเลยจ้า

คือ…เดินถ่ายรูป > ถูหัวหมู > ขอพร > ถ่ายรูปอีกที > โหลดขึ้น IG >>> จบ 🐷📸😆

#หมูป่าซิดนีย์ 🍀🐗

#ลูบหัวขอพร

#โชคดีมีตังค์
#เที่ยวซิดนีย์

---

✔ แหล่งที่มาข่าวและข้อมูล:

ประวัติ Il Porcellino ที่หน้า Sydney Hospital และเหตุผลที่ถูกตั้งไว้ + ความเชื่อเกี่ยวกับการลูบจมูกเพื่อขอพรโชคดี 🍀

รีวิวจากนักท่องเที่ยวที่มาลูบหมูป่าเพื่อขอพรและบริจาคเงินให้โรงพยาบาล ✨

ตำนานและรายละเอียดเสริมเกี่ยวกับการลูบจมูกและเหรียญบริจาค ❤️
___

ภาพจากอินเตอร์เน็ตไม่สามารถจะระบุที่มาได้

อันนี้เป็นช่วงสุดท้ายแล้วนะครับ สำหรับใครที่ต้องการจะใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในออสเตรเลีย...ต้องไปลงทะเบียนเลือก...
30/12/2025

อันนี้เป็นช่วงสุดท้ายแล้วนะครับ สำหรับใครที่ต้องการจะใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในออสเตรเลีย...ต้องไปลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากันก่อนนะครับ...วันที่ 5 มกราคมนี้ ก่อนเที่ยงคืนจะเป็นวันสุดท้ายแล้ว...ใครพลาดเที่ยวนี้ไป หมดสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมัยนี้นะครับ

ขั้นตอนการลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรด้วยตัวเอง...ไม่ยากเลยครับ ไม่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ก่อน...ถึงวันเลือกตั้งไม่มีส...
30/12/2025

ขั้นตอนการลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรด้วยตัวเอง...ไม่ยากเลยครับ

ไม่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ก่อน...ถึงวันเลือกตั้งไม่มีสิทธิ์นะครับ

📰 “เมื่อความกล้าชนะความกลัว: นาทีชีวิตที่เปลี่ยนชะตาคนทั้งหาดบอนได” บทสัมภาษณ์ออกสื่อครั้งแรกของ Ahmed วีรบุรุษบอนได---เ...
29/12/2025

📰 “เมื่อความกล้าชนะความกลัว: นาทีชีวิตที่เปลี่ยนชะตาคนทั้งหาดบอนได” บทสัมภาษณ์ออกสื่อครั้งแรกของ Ahmed วีรบุรุษบอนได

---
เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง

🕊️ เรื่องเล่าจากชายที่ ‘เลือกจะไม่หันหลังให้ความรุนแรง’

ท่ามกลางเสียงปืน ความโกลาหล และความหวาดกลัวในเหตุโจมตีที่หาดบอนไดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม มีชายคนหนึ่งตัดสินใจทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่อาจไม่กล้าคิด

Ahmed Al Ahmed ชายวัย 43 ปี พ่อของลูกสองคน ไม่ได้สวมเครื่องแบบ ไม่ได้มีอาวุธ แต่เขาใช้ “สัญชาตญาณของมนุษย์” เป็นเกราะป้องกันชีวิตของผู้อื่น

ในบทสัมภาษณ์กับ CBS News Ahmed เล่าย้อนถึงวินาทีที่เขาแอบเข้าด้านหลังมือปืนและพุ่งเข้าล็อกตัวเพื่อแย่งอาวุธ

> “ผมไม่ได้คิดถึงความกลัว เป้าหมายเดียวคือเอาปืนจากเขา และหยุดไม่ให้เขาฆ่าคนอีก”

เขาถูกยิงหลายนัดแต่ยังคงยืนหยัดจนปืนถูกแย่งออกมาได้ เขาบอกว่า

> “ผมไม่อยากเห็นคนถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา ไม่อยากเห็นเลือด ไม่อยากได้ยินเสียงปืน จิตวิญญาณของผมบอกให้ทำ”

---

🖤 ความกล้าที่ช่วยชีวิต “นับไม่ถ้วน”

เหตุโจมตีครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ 15 คน ซึ่งเป็นผู้ร่วมงานเฉลิมฉลองฮานุกกะห์ของชุมชนชาวยิว

ตำรวจและผู้นำประเทศยืนยันตรงกันว่า การตัดสินใจของ Ahmed ช่วยชีวิตผู้คนจำนวนมากแม้ตัวเขาเองจะกล่าวอย่างถ่อมตัวว่า

> “ผมรู้ว่าช่วยคนได้มาก แต่ผมยังเสียใจต่อผู้ที่จากไป”

---

🏥 การฟื้นตัว และเสียงขอบคุณจากทั้งโลก

Ahmed เข้ารับการผ่าตัดหลายครั้งที่ St George Hospital ก่อนจะได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล

นายกรัฐมนตรี Anthony Albanese และมุขมนตรีรัฐ NSW Chris Minns ต่างเดินทางไปเยี่ยมและยกย่องเขาเป็น

> “ฮีโร่ตัวจริงของออสเตรเลีย”

ขณะเดียวกัน ผู้คนกว่า 43,000 คนทั่วโลก ร่วมบริจาคเงินกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อแสดงความขอบคุณต่อความกล้าหาญของเขา

---

🌍 มากกว่าวีรบุรุษ — คือภาพสะท้อนของมนุษยชาติ

Ahmed เติบโตในเมืองเล็ก ๆ ของซีเรีย อพยพมาออสเตรเลียเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

ครอบครัวของเขากล่าวตรงกันว่าเขาเป็นคนที่ “ไม่อาจทนเห็นความอยุติธรรม”

และในวันที่โลกมืดมน เขาเลือกจะเป็นแสงเล็ก ๆ ที่สว่างพอจะหยุดความรุนแรง

---

🧠 ทิ้งท้าย

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความกล้า แต่คือคำถามที่ฝากถึงเราทุกคนว่า

> หากความอยุติธรรมเกิดขึ้นตรงหน้า เราจะเลือก “หันหลัง” หรือ “ยืนอยู่ข้างมนุษยธรรม”

Ahmed เลือกแล้ว และการเลือกของเขา…ช่วยชีวิตคนอีกมากมายที่หาดแห่งนั้น

---



#ความกล้าของมนุษย์
#ยืนหยัดเพื่อผู้อื่น
#ไม่หันหลังให้ความรุนแรง


---

📌 แหล่งข่าว

ABC News Australia
CBS News (สัมภาษณ์ Ahmed Al Ahmed)
แถลงการณ์จากรัฐบาลออสเตรเลีย และ NSW

📌 ที่มาของภาพประกอบ

CBS News (สัมภาษณ์ Ahmed Al Ahmed)

* “ใจไกลบ้านแต่ธรรมะใกล้ใจ: เคล็ดลับสร้างความสุขฉบับคนไทยในออสเตรเลีย เปลี่ยนความเหงาให้เป็นพลัง”___บรรยาย Pthai พี่ไทเล...
29/12/2025

* “ใจไกลบ้านแต่ธรรมะใกล้ใจ: เคล็ดลับสร้างความสุขฉบับคนไทยในออสเตรเลีย เปลี่ยนความเหงาให้เป็นพลัง”
___

บรรยาย Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง

การต้องห่างบ้านมาไกล ไม่ว่าจะเพื่อหน้าที่ การศึกษา หรือการสร้างอนาคต ในดินแดนที่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมแตกต่างอย่างออสเตรเลียหรือที่ใดก็ตามในโลก

พลังใจที่เข้มแข็งที่สุดมักไม่ได้มาจากภายนอก แต่มาจาก "บ้านที่อยู่ในใจ" ของเราเองครับ

นี่คือบทความธรรมะละมุนละไมเพื่อปลอบประโลมใจคนไกลบ้านครับ

บ้านที่เคลื่อนที่ไปกับเราเสมอ

ในยามที่แสงแดดอ่อนๆ ทอแสงลงบนถนนในซิดนีย์ หรือลมหนาวพัดผ่านในเมลเบิร์น หลายครั้งความเหงาอาจแวะเวียนเข้ามาทักทาย ความรู้สึก "คิดถึงบ้าน" ไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันคือเครื่องเตือนใจว่าหัวใจของเรานั้นมีที่มาและมีความรักยึดเหนี่ยวอยู่เสมอ

พระท่านสอนไว้ว่า "จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้" หากเรามองให้ลึกซึ้ง "บ้าน" ที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่อิฐหรือปูนที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย แต่บ้านคือ "ความสงบภายในใจ" ของเราเอง
___

ธรรมะในต่างแดน: ปรับตัวแต่ไม่เปลี่ยนใจ

การใช้ชีวิตในต่างแดนเปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้ในดินใหม่ ช่วงแรกอาจมีเหี่ยวเฉาบ้าง ต้องปรับตัวกับสภาพอากาศที่แปรปรวน

แต่หากรากแก้วคือ "สติ" และ "ความอดทน" (ขันติ) ยังแข็งแรง ไม่ว่าดินจะต่างไปแค่ไหน เราก็จะเติบโตและแผ่กิ่งก้านได้อย่างงดงาม

* ตัวอย่าง: ลองสังเกตดอกไม้ป่าในออสเตรเลียดูนะครับ บางชนิดบานในที่แห้งแล้ง บางชนิดบานหลังไฟป่า

ชีวิตคนไกลบ้านก็เช่นกัน ความลำบากในวันนี้ ทั้งภาษาที่ติดขัด หรือการทำงานหนัก คือ "ธรรมะภาคปฏิบัติ" ที่สอนให้เราแกร่งขึ้น

* คำปลอบโยน:

เมื่อใดที่เหนื่อย ให้กลับมาอยู่กับลมหายใจปัจจุบัน ลมหายใจนี้แหละคือ "บ้าน" ที่ปลอดภัยที่สุด ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ละติจูดไหนบนโลกใบนี้
จงยิ้มให้กับความท้าทาย เพราะนั่นคือแบบฝึกหัดที่พระธรรมส่งมาให้เราได้ขัดเกลาตนเอง

เพื่อที่วันหนึ่งเมื่อเรากลับไปถึงบ้านเกิด เราจะเป็นคนใหม่ที่งดงามและมั่นคงกว่าเดิม

#ธรรมะคนไกลบ้าน #คนไทยในออสเตรเลีย #พลังใจจากต่างแดน #ธรรมะละมุนละไม #คิดถึงบ้าน

“ล้างเหนื่อยทั้งปีด้วยแสงธรรม... กลับมาหาอ้อมกอดของความสงบ ร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ที่วัดพุทธรังษี สแตนมอร์ ซิดนี...
29/12/2025

“ล้างเหนื่อยทั้งปีด้วยแสงธรรม... กลับมาหาอ้อมกอดของความสงบ ร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ที่วัดพุทธรังษี สแตนมอร์ ซิดนีย์”
___

บรรยาย Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง

ท่ามกลางความรีบเร่งของชีวิตในต่างแดน และความเงียบเหงาในหัวใจที่ต้องไกลบ้าน...

ในค่ำคืนที่โลกกำลังเฉลิมฉลองด้วยแสงสี เราขอเชิญชวนทุกท่านกลับมาสู่ความสงบเย็นที่คุ้นเคย มาเติมพลังบุญ ชาร์จพลังใจให้แข็งแกร่ง เพื่อก้าวเข้าสู่ปี ๒๕๖๙ อย่างผู้มีสติและมีชัยชนะ

ให้เสียงสวดมนต์เป็นดั่งสายน้ำมนต์ที่ชโลมใจให้สดชื่น และให้แสงเทียนนำทางชีวิตของท่านให้รุ่งโรจน์กว่าที่เคย
___

✨ กำหนดการมงคล ณ วัดพุทธรังษี สแตนมอร์ ✨
🌙 วันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๘: สวดมนต์ข้ามปี น้อมใจสู่ความสงบ

* ๒๐.๐๙ น. ร่วมสวดมนต์ทำวัตรเย็น และสดับฟังพระธรรมเทศนาเพื่อปัญญาบารมี
* ๒๑.๓๙ น. พักกาย พักใจ ร่วมรับประทานอาหารว่างที่จัดเตรียมไว้ด้วยไมตรีจิต
* ๒๒.๓๙ - ๒๓.๕๙ น. เข้าสู่ห้วงเวลาศักดิ์สิทธิ์ สวดมนต์ข้ามปีร่วมกันจนถึงวินาทีแรกของศักราชใหม่
___

☀️ วันพฤหัสบดีที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๙: อรุณสวัสดิ์ปีใหม่ ตักบาตรรับอรุณ

* ๑๐.๔๙ น. ร่วมสมานสามัคคี ตักบาตรและถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์
* ๑๑.๐๙ น. รับพรชัยมงคล ฟังธรรมเทศนาเริ่มต้นปีด้วยสิริมงคลสูงสุด

เพราะชีวิตในซิดนีย์ไม่ได้สู้เพียงลำพัง ให้ธรรมะเป็นเพื่อน และให้วัดเป็นบ้านที่คอยต้อนรับท่านเสมอ... แล้วพบกันนะครับ
___
___

"Heal Your Soul and Begin Anew: A Sanctuary of Peace for Your New Year Journey at Wat Buddharangsee Stanmore"

Beyond the fireworks and the city's neon glow lies a space of profound serenity. We warmly invite you to step away from the year's exhaustion and find your center once more.

Join our Thai community in Sydney as we chant under the stars and welcome 2026 with a heart full of merit and a mind full of clarity.

Whether you are far from home or seeking a deeper meaning for the year ahead, our doors are open to be your spiritual home.

✨ New Year’s Spiritual Program ✨
🌙 Wednesday, 31st December 2025: Overnight Chanting

* 08:09 pm Chanting and Wisdom Sermon: Reflecting on the past year with mindfulness.
* 09:39 pm Community Break: Enjoying light refreshments with friends and neighbors.
* 10:39 pm - 11:59 pm Midnight Chanting: Embracing the very first second of 2026 in sacred silence and harmony.

☀️ Thursday, 1st January 2026: A Meritorious Beginning

* 10:49 am Alms Giving & Dana Offering: Starting the year with the joy of giving.
* 11:09 am Blessing Ceremony & Sermon: Filling your spirit with peace for the 365 days to come.

Let the sound of chanting be the soundtrack of your new beginning.

We look forward to welcoming you home.

🔥 ไม่มีมีด ไม่นานพอ เลยไม่ต้องถูกเนรเทศ? สูตรคำนวณความรุนแรงที่สังคมรับไม่ได้...ศาลบอกไม่แรงพอ แต่เด็กพังทั้งชีวิต กฎหมา...
29/12/2025

🔥 ไม่มีมีด ไม่นานพอ เลยไม่ต้องถูกเนรเทศ? สูตรคำนวณความรุนแรงที่สังคมรับไม่ได้...ศาลบอกไม่แรงพอ แต่เด็กพังทั้งชีวิต กฎหมายสวีเดนกำลังปกป้องใคร?

---
เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง

📰 ไฟลามทั้งประเทศสวีเดน หลังศาลอุทธรณ์ภูมิภาค Upper Norrland (Hovrätten) มีคำพิพากษา ไม่สั่งเนรเทศ ชายวัย 18 ปีที่ก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงสวีเดนวัยเพียง 16 ปี

โดยให้เหตุผลว่า การกระทำยังไม่ถึงขั้น “ร้ายแรงยิ่งยวด” ตามกรอบกฎหมายการเนรเทศ

ถ้อยคำที่ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า ศาลกำลังชั่งน้ำหนักความโหดด้วยอะไร ระยะเวลา? อาวุธ? หรือเพียงตัวบทแห้ง ๆ ที่ไม่เคยสัมผัสบาดแผลของเหยื่อ
___

คดีเกิดขึ้น กันยายน 2024 เมือง Skellefteå เมื่อ Meya Åberg (16) พลาดรถบัสและเดินกลับบ้านผ่านอุโมงค์ ก่อนถูก Yezied Mohamed (18) ชายชาวเอริเทรียซึ่งเข้าเมืองผิดกฎหมาย ฉุดทำร้ายและข่มขืน

ครอบครัวแจ้งตำรวจทันที ผู้ต้องหาถูกจับ แต่ ศาลชั้นต้นยกฟ้อง อ้างหลักฐานไม่พอ กระทั่ง ตุลาคม 2025 ศาลอุทธรณ์กลับคำ หลังมี หลักฐาน DNA ชัดเจน

ศาลตัดสินจำคุก 3 ปี (โทษขั้นต่ำสุดของความผิดนี้) และสั่งชดใช้ค่าเสียหายราว 240,000 โครนสวีเดน
___

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สังคมรับไม่ได้คือ ศาล ปฏิเสธคำร้องอัยการ ที่ขอให้เนรเทศผู้กระทำผิดออกนอกประเทศ โดยอ้างกรอบกฎหมายสวีเดนและพันธกรณีระหว่างประเทศว่า

การเนรเทศทำได้เฉพาะคดีที่ “ร้ายแรงยิ่งยวดที่สุด”

พร้อมเหตุผลประกอบว่า คดีนี้ ไม่ใช้อาวุธ ไม่มีการสอดใส่อวัยวะเพศ และเหตุการณ์ไม่กินเวลานานพอ จึงยังไม่เข้าเกณฑ์
___

คำอธิบายนี้จุดชนวนคำถามดังลั่นประเทศ
ต้องโหดแค่ไหนถึงจะเรียกว่าร้ายแรงพอ?
ต้องมีมีด?
ต้องยืดเยื้อกว่านี้?
หรือเหยื่อต้องไม่เหลือชีวิตถึงจะผ่านด่าน?

ในวันที่ศาลย้ำว่าหน้าที่คือการตีความตามกฎหมาย และหากไม่พอใจให้ฝ่ายนิติบัญญัติแก้ไข

กลับยิ่งตอกย้ำรอยร้าวว่า ระบบกำลังให้ค่าน้ำหนักกับ “เทคนิคทางกฎหมาย” มากกว่าความเสียหายจริงของเหยื่อ ที่ต้องแบกบาดแผลทางกายและใจไปทั้งชีวิต
___

แรงกดดันสาธารณะทำให้นายกรัฐมนตรี Ulf Kristersson ออกมาประกาศจุดยืนว่า

ผู้กระทำความผิดร้ายแรงที่ไม่ใช่พลเมืองสวีเดนควรถูกเนรเทศ และจะเร่งผลักดันกฎหมายใหม่เพื่อเปิดทางให้ศาล สั่งเนรเทศได้ทันทีหลังคำพิพากษา

ตั้งเป้าให้สวีเดนมีกฎหมายการเนรเทศ เข้มงวดที่สุดในกลุ่มนอร์ดิก
___

ขณะที่รัฐมนตรีด้านการย้ายถิ่นย้ำชัดว่า ความปลอดภัยของเหยื่อต้องมาก่อนสิทธิในการอยู่ต่อของผู้กระทำผิด

และเหยื่อไม่ควรถูกบังคับให้ใช้ชีวิตด้วยความกลัวว่าจะเผชิญหน้าคนที่ทำลายชีวิตตนเองอีกครั้ง

คดีนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องโทษจำคุกหรือการส่งกลับประเทศ แต่คือ บททดสอบศีลธรรมของระบบกฎหมาย ว่า

สังคมจะยอมให้คำว่า “ไม่ร้ายแรงพอ” กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของความรุนแรงหรือไม่

เพราะในขณะที่ตัวบทถกเถียงกันไม่จบ เด็กผู้หญิงวัย 16 ปีคนหนึ่งได้จ่ายราคาไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งชีวิต

---

🧾 ที่มาข่าว (Sources) และภาพประกอบ

SVT Nyheter, NDTV World, The Times of India, Fox News, GB News, La Derecha Diario



#ไม่ร้ายแรงพอจริงเหรอ
#กฎหมายกับความเป็นธรรม
#ข่าวต่างประเทศ
#เพจข่าวปากตลาด

🔥 แค่หายใจผิดจังหวะก็เข้า ICU ได้ NSW เตือนด่วน โรคลีเจียนแนร์ส ถึงคนผ่านย่าน Clarence Street / Wynyard (Sydney CBD)---เ...
29/12/2025

🔥 แค่หายใจผิดจังหวะก็เข้า ICU ได้ NSW เตือนด่วน โรคลีเจียนแนร์ส ถึงคนผ่านย่าน Clarence Street / Wynyard (Sydney CBD)

---
เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง

🗣️ ใครที่ เดิน ทำงาน หรือแวะวนแถว Clarence Street กับ Wynyard ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม นี่ พี่ขอให้ตั้งสติ แล้วหันมาฟังข่าวนี้ดี ๆ เพราะมันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แบบ “เดี๋ยวก็หาย”

ตอนนี้ NSW Health ออกประกาศเตือนด่วน หลังพบผู้ป่วย โรคลีเจียนแนร์ส (Legionnaires’ disease) อย่างน้อย 4 ราย และไม่ใช่ป่วยเล่น ๆ นะจ๊ะ เข้าโรงพยาบาลทุกคน

โรคนี้มันร้ายตรงไหนรู้ไหม?
มันไม่ได้มาจากคนไอใส่กัน ไม่ได้จับมือแล้วติด แต่… 👉 มันลอยมากับอากาศ

ใช่จ้ะ เชื้อแบคทีเรียชื่อ Legionella ชอบไปซ่อนตัวอยู่ในระบบน้ำ โดยเฉพาะคูลลิงทาวเวอร์บนตึกสูง พอระบบแอร์ทำงาน ละอองน้ำเล็ก ๆ ที่ปนเชื้อก็ฟุ้งออกมา

แล้วเราก็… หายใจเข้าไปแบบไม่รู้ตัว นี่แหละค่ะ ความซวยของคนเมือง
___

ดร. Vicky Sheppeard จาก NSW Health บอกชัด ๆ ว่า อาการอาจไม่ขึ้นทันที แต่จะมาในช่วง 2–10 วันหลังรับเชื้อ แล้วอาการที่มานี่ไม่ใช่ไอจ๊อกแจ๊กนะน้อง

ไข้ / หนาวสั่น / ไอหนัก / หายใจไม่อิ่ม / บางรายลามไปถึง ปอดบวมขั้นรุนแรง

กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ
👵 ผู้สูงอายุ
🚬 คนสูบบุหรี่
🫁 คนที่มีโรคปอดหรือโรคประจำตัวหนัก ๆ

คือถ้าอยู่ในกลุ่มนี้ แล้วมีอาการขึ้นมา อย่ามั่นหน้า อย่าคิดว่า “เดี๋ยวก็หาย” ไปหาหมอ แล้ว บอกให้ชัดว่าเคยอยู่แถว Clarence Street / Wynyard

ตอนนี้ทางการกำลัง ไล่ตรวจคูลลิงทาวเวอร์ทั่ว Sydney CBD และขอให้ผู้จัดการอาคารทุกแห่งรีบเช็กระบบแบบด่วนจี๋ เพราะโรคนี้มันไม่เลือกเหยื่อ
เลือกแค่คนที่ “เผลอหายใจผิดที่ผิดเวลา”

พี่ไม่ได้จะทำให้กลัวนะ
แต่พี่อยากให้น้อง รอด

---

📌 สรุปสั้น ๆ

อยู่แถว Clarence Street / Wynyard ตั้งแต่ 9 ธ.ค. = เฝ้าระวัง

*มีไข้ ไอ หายใจลำบาก = อย่ารอ
*โรคนี้ไม่ติดต่อจากคนสู่คน แต่หนักจริง
*รู้ตัวเร็ว = รักษาทัน

---

🧾 แหล่งที่มา (Source)

NSW Health

Dr. Vicky Sheppeard, NSW Health

ภาพประกอบโดย:
9 News Australia และ 7 News Australia

---

#แฮชแท็ก






#ข่าวด่วนออสเตรเลีย
#พี่เตือนแล้วนะ

🩺⚠️ ช็อกวงการแพทย์ออสซี่! เคสผ่าตัดพลาดกว่า 3,500 ราย ชี้ปัญหาไม่ใช่คนไม่พอ แต่ “ตัดสินใจช้า–สื่อสารพัง”___เรื่อง Pthai ...
29/12/2025

🩺⚠️ ช็อกวงการแพทย์ออสซี่! เคสผ่าตัดพลาดกว่า 3,500 ราย ชี้ปัญหาไม่ใช่คนไม่พอ แต่ “ตัดสินใจช้า–สื่อสารพัง”
___

เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง

รายงานฉบับล่าสุดในออสเตรเลียเผยตัวเลขที่ฟังแล้วใจหาย จากเคสผู้ป่วยที่ถูกตรวจสอบทั้งหมด พบว่า กว่า 12% หรือมากกว่า 3,500 ราย มีข้อกังวลร้ายแรงเกี่ยวกับการดูแลรักษา

ไม่ใช่เรื่องเครื่องมือไม่ดี ไม่ใช่หมอไม่เก่ง แต่เป็นเรื่องที่ฟังแล้วเจ็บจี๊ด… “ความผิดพลาดของมนุษย์ในระบบ”

ครึ่งหนึ่งของเคสปัญหาเหล่านี้ เกิดจากสิ่งที่เรียกว่า non-technical skills failure
แปลเป็นภาษาชาวบ้านคือ

👉 สัญญาณเตือนคนไข้ถูกมองข้าม
👉 การตรวจสำคัญไม่ถูกสั่ง
👉 การตัดสินใจถูกดึงเวลา…จนสายเกินแก้

ศาสตราจารย์ Guy Maddern จากมหาวิทยาลัยแอดิเลด ระบุชัดว่า ปัญหานี้มักเกิดกับ ผู้ป่วยฉุกเฉิน ที่ต้องตัดสินใจแข่งกับเวลา และจุดอันตรายที่สุดจุดหนึ่งคือ การส่งต่อคนไข้ระหว่างโรงพยาบาล

> “ข้อมูลคนไข้ไม่ได้ถูกส่งต่ออย่างครบถ้วนเสมอ และตรงนี้แหละคือช่องโหว่ที่ความผิดพลาดชอบแอบเข้ามา”

ผลกระทบไม่ได้จบแค่ในห้องผ่าตัด ครอบครัวของผู้ป่วยจำนวนมากยังคงเต็มไปด้วยคำถามว่า
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

จนทำให้ทนายด้านความประมาททางการแพทย์ออกมายอมรับตรง ๆ ว่า คดีเพิ่มขึ้นแบบไม่เคยเห็นมาก่อน บางคดีค่าชดเชยพุ่งถึง หลักล้านดอลลาร์

ผู้เขียนรายงานย้ำว่า ปัญหานี้ ไม่ใช่เรื่องขาดบุคลากร แต่คือการขาด การกำกับดูแล การโค้ช และระบบฟีดแบ็กให้ทีมแพทย์ ซึ่งจำเป็นต้องยกเครื่องการฝึกอบรมศัลยแพทย์ทั่วประเทศอย่างจริงจัง

เพราะในสนามที่เดิมพันด้วยชีวิต
“ช้าไปไม่กี่นาที”
อาจหมายถึง โอกาสที่ไม่มีวันได้คืน
---

🔖 แฮชแท็ก

#ข่าวออสเตรเลีย
#ความปลอดภัยคนไข้

#ระบบสาธารณสุข
#ผ่าตัดไม่ใช่เรื่องเล็ก
#ชีวิตคนไม่ใช่ตัวเลข


---

📌 ที่มาของข่าว

รายงานโดย 7NEWS Australia

ความเห็นผู้เชี่ยวชาญจาก University of Adelaide

ข้อมูลจากรายงานการตรวจสอบด้านการแพทย์และกฎหมายความประมาท

ที่มาของภาพประกอบ: 7NEWS Australia

📦 5 เรื่องจริง “รับหิ้วของ” เข้าออสเตรเลีย ที่สุด...อาจต้องจ่ายทุกอย่างด้วยชีวิต ___เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง 📦✈️🚨 ผม...
29/12/2025

📦 5 เรื่องจริง “รับหิ้วของ” เข้าออสเตรเลีย ที่สุด...อาจต้องจ่ายทุกอย่างด้วยชีวิต

___

เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง

📦✈️🚨 ผมหาข้อมูลจริงเกี่ยวกับ คดีที่คนถูกหลอกให้ “รับหิ้วของ/เป็น drug mule” แล้วถูกจับทั้งในออสเตรเลียและรอบโลก มาเรียบเรียง โดยมี 5 ตัวอย่างคดีจริง พร้อมบทเรียนเตือนใจสำหรับคนที่คิดว่าจะรับหิ้วของเพื่อเงินเล็กน้อย แต่สุดท้ายอาจต้องจ่ายทุกอย่างด้วยชีวิต

---

ขอต้อนรับเข้าสู่ เรื่องจริงที่น่ากลัวกว่าหนังสืบสวน… แต่เกิดขึ้นในชีวิตจริงของคนธรรมดา

วันนี้ เราจะเล่า 5 คดีของคนที่คิดว่า “แค่รับพัสดุไปส่งให้เพื่อนบ้าน/คนรู้จัก/คนที่จ้าง” ของเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเงินพิเศษ…

และสุดท้ายกลับถูกจับเพราะ ของที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋า/กระเป๋าเดินทางนั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมายระดับเอเยนต์ค้ายาเสพติดใหญ่

เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น และคำเตือนจากเจ้าหน้าที่ก็จริงจังถึงขั้นว่า… ☠️ จำคุก ตลอดชีวิต เป็นไปได้ถ้าของที่คุณหิ้วเป็นยาเสพติด แม้คุณจะบอกว่าไม่รู้ก็ตาม

---

🔥 1. ซูซี (นามสมมติ) — หญิงไทยที่คิดว่าเป็นงานเสริม แต่เกือบติดคุกตลอดชีวิต

ซูซี — ผู้หญิงไทยที่เดินทางมาเยี่ยมลูกที่เรียนอยู่ในออสเตรเลีย
เธอเป็นคนธรรมดา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแก๊งอะไรเลย แต่เพราะเห็นโอกาสรายได้เล็กน้อยจากการ “รับฝากของหิ้วข้ามประเทศ” เธอตกลงรับพัสดุชิ้นใหญ่เพื่อเอาค่าแรง แต่เมื่อมาถึง… เธอเปิดกระเป๋าดูจริงๆ จังๆ

ภายในถุงซีลสุญญากาศเต็มไปด้วยท่อพลาสติกที่บรรจุวัตถุสีขาวเหมือนยาเสพติดที่หนักเป็น ล้านดอลลาร์ ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่ามันคืออะไรที่ผิดกฎหมาย

เธอรอดมาได้อย่างฉิวเฉียด เพราะเธอเปิดตรวจเองก่อนจะออกเดินทาง และเธอเก็บหลักฐานไปติดต่อเจ้าหน้าที่ทันที… แต่เจ้าหน้าที่ก็เตือนว่า นี่เป็นความเสี่ยงสูงมาก และคนที่ไม่โชคดีแบบซูซี อาจถูกตั้งข้อหา “นำเข้ายาเสพติด” และเผชิญโทษหนักมาก

👉 บทเรียน: ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรอยู่ในของที่รับหิ้ว อย่าเสี่ยงเด็ดขาด เพราะการถูกหลอกไม่ใช่ข้อแก้ตัวในสายตากฎหมายออสเตรเลียเลย

---

🔥 2. ชายชาวแคนาดา 78 ปี — ถูกจับที่สนามบินเมลเบิร์นกับเมทหนักกว่า 17 ล้านดอลลาร์

ในปี 2022 มีชายสูงวัยชาวแคนาดา วัย 78 ปี เดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียด้วยกระเป๋าเดินทาง…

และเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพบว่ามีเมทแอมเฟตามีน 18.55 กิโลกรัมซุกซ่อนในกล่องรองเท้าภายในกระเป๋า ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 17 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

ชายรายนี้อ้างว่าไม่รู้ว่าสารนั้นอยู่ในกระเป๋าและกำลังจะไปเยี่ยมญาติ แต่ศาลไม่เชื่อคำแก้ตัว และตัดสินจำคุก 12 ปี พร้อมกำหนดขั้นต่ำต้องติดคุก 8 ปี ก่อนมีสิทธิขอประกันตัว

👉 บทเรียน: ไม่ว่าคุณอายุเท่าไร — กระเป๋าเดินทางที่คุณหิ้วเข้าหรือออกจากประเทศไม่ได้เป็นของคุณจริงๆ จนกว่าคุณจะตรวจมันจนแน่ใจได้เองทั้งหมด

---

🔥 3. การจับกุมชุดใหญ่จากดำเนินคดี suitcase couriers หลายคดีในปี 2025

ข่าวจากปลายปี 2025 เปิดเผยว่าเครือข่ายอาชญากรรมใช้วิธี “suitcase courier” เหมือนธุรกิจจ้างกันทั่วไป เสนอเงินตั้งแต่ 30,000 ถึง 60,000 ดอลลาร์ให้คนเดินทางไปต่างประเทศแล้วหิ้วของกลับมาออสเตรเลีย

อีกคดี — มีชายชาว Botany และหญิงจาก Blacktown ที่ถูกจับพร้อม 19.5 กิโลกรัมเมทแอมเฟตามีน ในกระเป๋าเดินทางของพวกเขาเมื่อกลับมาที่สนามบินซิดนีย์

รายการคดียังรวมถึง:
🔹 ชายวัย 28 ในโจฮันเนสเบิร์ก ถูกจับพร้อมโคเคน 15 กก. ในกระเป๋า
🔹 หญิงควีนส์แลนด์โดนจับ 39 กก. ของเมทจากลอสแอนเจลิส
🔹 คนอายุ 19 ที่รับเมท 16 กก. จากแคนาดา
🔹 ผู้ถูกจับในแคนาดา 2 คน พร้อม 21 กก. ของเมท
🔹 สัญชาตินิวซีแลนด์โดนจับ 40 กก. ของโคเคน
🔹 ชาวฝรั่งเศสวัย 18 ปีถูกจับที่เพิร์ทพร้อม 10 กก. เมท

👉 บทเรียน: สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ข่าวไกลตัว เครือข่ายใช้คนจริงเดินทางพร้อมกระเป๋าจริง เพื่อซ่อนยาเสพติดในเสื้อผ้าและสัมภาระ และ ถ้าคุณถูกจับ แม้จะบอกว่าคุณไม่รู้ก็ตาม ก็เกือบจะไม่มีทางรอด เพราะตำรวจใช้เทคโนโลยีและข้อมูลร่วมกันอย่างเข้มแข็ง

---

🔥 4. คดีเหยื่อถูกหลอกด้วยแผนการโกง (scam) แล้วต้องหิ้วยาเสพติด

ประสบการณ์จากปี ตั้งแต่ 2021 พบว่าอาชญากรใช้วิธี หลอกลวงออนไลน์ ให้เหยื่อตกเป็นเหยื่อก่อนจะบังคับให้พวกเขาหิ้วของผิดกฎหมาย เพื่อ “รับเงินคืนจากการโกง”

ที่สนามบินซิดนีย์มีชาวอเมริกัน 3 คน สองคนเป็นผู้สูงอายุ มาถึงพร้อมกระเป๋าและมีถุงพะรุงพะรังหลายใบ ที่ซ่อนยาเมทและโคเคน ซึ่งพวกเขาบอกเจ้าหน้าที่ว่าถูกหลอกมาจากข้อตกลงโกงออนไลน์ก่อนหน้านั้น

อีกคดีในปีเดียวกัน ชาวเยอรมันผู้สูงอายุอีกสองคนเข้ามาพร้อมกระเป๋าที่ซ่อนเมท 18 กก. ซึ่งอีกครั้งพวกเขาบอกว่า “ตกลงตามคนกลางให้ช่วยรับฝากของ” โดยไม่รู้ว่ามันเป็นยา

👉 บทเรียน: เครือข่ายโกงไม่เพียงแค่เสนอเงินจูงใจ พวกเขายังสามารถลวงคุณเพื่อให้คุณคิดว่า “ได้งานดี” และพอคุณเดินทาง… มันก็สายเกินไปแล้ว

---

🔥 5. ตัวอย่างจริงจากต่างประเทศ — ปริศนาหิ้วของที่จบไม่สวย

แม้ไม่ใช่เรื่องในออสเตรเลียโดยตรง แต่คดีกลุ่มคนในญี่ปุ่นที่รับหิ้วของผิดกฎหมายและถูกตัดสินก็เป็นบทเรียนสำคัญ:

หลายคนพยายามแก้ตัวว่าพวกเขา “ไม่รู้ว่าเป็นยาเสพติด” แต่ศาลมักมองว่า เป็นความประมาทอย่างร้ายแรง และลงโทษอย่างหนัก

เพราะกฎหมายยาเสพติดหลายประเทศถือว่าการรับฝากของโดยไม่ตรวจสอบเป็น การละเลยความระมัดระวังอย่างร้ายแรง

👉 บทเรียน: ถ้ามีคนจ้างคุณให้รับของจากต่างประเทศ และคุณไม่รู้ว่ามันคืออะไรจริง ๆ นั่นคือความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดที่คุณสามารถทำในชีวิตแห่งหนึ่งได้เลย

---

🧠 สรุปบทเรียนจาก 5 คดีจริง

✨ เงินที่เขา “ยื่นให้” อาจจะดูเหมือนมหาศาลสำหรับใครบางคน
✨ แต่ถ้ามันต้องแลกมาด้วย กระเป๋าเดินทางที่ซ่อนยาเสพติด/สารผิดกฎหมาย
✨ คุณอาจจะต้อง อยู่ในคุกหลายปีหรือจนเกือบตลอดชีวิต
✨ และ คำว่า ‘ฉันไม่รู้’ ไม่ค่อยช่วยอะไรเลยในสายตากฎหมาย

ตำรวจจาก Australian Federal Police (AFP) และ Australian Border Force (ABF) เตือนชัดว่า:

> 📢 “ถ้าคุณถูกชักชวนให้รับหรือหิ้วของโดยไม่รู้ว่ามันคืออะไร อย่าทำเด็ดขาด เพราะโทษสูงสุดคือ จำคุกตลอดชีวิต และผลกระทบต่ออนาคตของคุณจะยาวนานมากกว่าที่เงินที่เสนอให้ซะอีก”

---

#รับหิ้วของอันตราย



#อย่าหิ้วของให้ใคร
#เตือนสติเพื่อนเดินทาง

---

📌 ที่มาข่าว/ข้อมูลอ้างอิงทั้งหมด:

สารคดีและ podcast SBS Thai เรื่องหญิงไทยถูกหลอกให้หิ้วของผิดกฎหมาย

รายงาน Australian Federal Police & Border Force เกี่ยวกับ suitcase couriers และการจับกุมหลายคดีปี 2025

Reuters/Australian Border Force รายงานแนวโน้มลักลอบนำเข้ายาเสพติดผ่านผู้โดยสารที่ตกเป็นเหยื่อการโกงออนไลน์

ที่มาของภาพ: unsplash.com/

📦 รับหิ้วของเข้า-ออกออสเตรเลีย  = งานเสริม? หรือทางลัดสู่นรก (แบบไม่รู้ตัว)---เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง 📰  “ไม่ได้ห้า...
29/12/2025

📦 รับหิ้วของเข้า-ออกออสเตรเลีย = งานเสริม? หรือทางลัดสู่นรก (แบบไม่รู้ตัว)

---
เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง

📰 “ไม่ได้ห้ามรับหิ้วของ…แต่ก่อนรับ ลองถามตัวเองว่า ‘พร้อมติดคุกแทนเขาไหม’

“รับหิ้วได้เงินนิดเดียว แต่ได้โบนัสคุกตลอดชีวิต เรื่องนี้ไม่ได้เล่าให้กลัว แต่ให้รอดจากคุกออสเตรเลีย”

---

ช่วงปลายปีแบบนี้ คนเดินทางเข้า–ออกออสเตรเลียเยอะ เงินก็หายาก ค่าเช่าก็โหด งานเสริมอะไรที่ดู “ไม่ต้องลงทุน แค่หิ้วของ” เลยดูน่ารักขึ้นมาทันที

> “พี่ แค่ฝากเอาขนมไปให้ญาติ”
“ไม่หนักหรอก แค่กระเป๋าเดียว”
“ตรวจมาแล้ว ไม่มีอะไรหรอก”

ประโยคพวกนี้…คือคำเปิดเรื่องของคดีอาญาหลายคดีในออสเตรเลีย

---

🧨 เงินนิดเดียว แต่ความเสี่ยงระดับชีวิตพัง

มีคดีจริงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งคนไทย คนเอเชีย และชาวต่างชาติหลายสัญชาติ ที่ “รับฝากของ” โดยไม่ได้เปิดดูทุกชิ้น ไม่ได้ตรวจซ้ำ ไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่า ข้างในมีอะไร

และสุดท้าย…

✈️ เดินผ่าน ตม.
👮‍♂️ สุนัขดมกลิ่นหยุด
🧳 กระเป๋าถูกเปิด
💊 เจอยาเสพติด มูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์
⚖️ ข้อหา: นำเข้ายาเสพติดเชิงพาณิชย์
⛓️ โทษสูงสุด: จำคุกตลอดชีวิต

และขอเน้นตัวโต ๆ ตรงนี้ 👇
“ไม่รู้” = ไม่ใช่ข้อแก้ตัวในกฎหมายออสเตรเลีย

---

😶 “เขาโกงเก่งขึ้น แต่เรายังชะล่าใจเหมือนเดิม”

สมัยก่อน ยาอาจซ่อนในซองแป้ง แต่เดี๋ยวนี้…
*ซ่อนในผนังกระเป๋าแบบ X-ray ยังดูยาก
*ผสมในของกิน ของใช้ เครื่องสำอาง
*ฝังในวัสดุที่ดูเหมือนของใช้ส่วนตัว
*หรือให้คุณ “แพ็กเอง” แต่ของมีการสับเปลี่ยนทีหลัง

คนโกง ลงทุนเป็นล้าน แต่คนรับหิ้วได้แค่ ค่าขน 3,000 – 10,000 บาท

*ถามจริง ๆ > ถ้าเขารวยขนาดนั้น ทำไมไม่ขนเอง?
*คำตอบคือ เพราะเขาต้องการ “คนรับโทษแทน”

---

🧑‍⚖️ เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียเตือนตรงกันทุกหน่วยทั้ง

Australian Border Force (ABF)
Australian Federal Police (AFP)
และกระทรวงตรวจคนเข้าเมือง

ย้ำเหมือนกันหมดว่า > “อย่ารับฝากหรือขนสิ่งของแทนผู้อื่น ไม่ว่าจะรู้จักกันแค่ไหน

เพราะผู้ถือกระเป๋า = ผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย”

ไม่ใช่คนฝาก
ไม่ใช่คนแพ็ก
แต่คือชื่อคุณบน Boarding Pass

---

🧠 ไม่ได้ห้าม…แต่ขอให้ “ละเอียดระดับคนกลัวคุก”

เข้าใจ บางคนทำอาชีพนี้จริง ๆ บางคนจำเป็นต้องหาเงินเพิ่ม

ไม่ได้บอกว่า อย่าทำ แต่ถ้าจะทำ…

✅ เปิดดู ทุกชิ้น ด้วยตัวเอง
✅ ไม่รับของที่เปิดไม่ได้ / ซีลมา
✅ ไม่รับของจาก “คนรู้จักผ่านคนรู้จัก”
✅ ไม่รับถ้าอีกฝ่ายเร่ง รีบ กดดัน
✅ ถ้าลังเล = ปฏิเสธทันที

เพราะความเกรงใจ ไม่เคยช่วยใครรอดจากคุก

---

🧩 บทเรียนที่คนรอด…มักพูดเหมือนกัน

คนที่รอดมาได้ฉิวเฉียดหลายรายพูดเหมือนกันว่า > “ถ้าย้อนเวลาได้ จะไม่รับแม้แต่นิดเดียว”

บางคนถูกสอบสวนเป็นวัน
บางคนต้องขึ้นศาล
บางคนเสียเงิน เสียงาน เสียวีซ่า
แม้สุดท้ายไม่ติดคุก

และหลายคน…ไม่ได้โชคดีแบบนั้น

---

📌 แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวและคดี (อ้างอิง)

รายงานคดีและคำเตือนจาก Australian Border Force (ABF)

ข่าวการจับกุมผู้โดยสารลักลอบนำเข้ายาเสพติดจาก Australian Federal Police (AFP)

รายงานข่าวจาก SBS Thai, ABC News Australia, 7NEWS, The Guardian Australia

คดีตัวอย่างผู้โดยสารต่างชาติถูกจับจากสนามบิน Sydney, Melbourne, Brisbane ในช่วงปีหลังโควิด

---

🔖 แฮชแท็ก

#รับหิ้วของ
#เตือนภัยสนามบิน

#คุกตลอดชีวิตไม่คุ้ม
#ของฝากอาจไม่ฝากใจ
#ชีวิตไม่ใช่ของทดลอง

#ข่าวออสเตรเลีย

เครดิตภาพ (ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์)
unsplash.com/

“จาก ‘เซ็กซ์คิตเทน’ สู่ความว่างเปล่า: Brigitte Bardot กับบทเรียนว่า ทุกความโด่งดัง…สุดท้ายก็ต้องวาง ไม่มีใครหนีพ้นความตา...
28/12/2025

“จาก ‘เซ็กซ์คิตเทน’ สู่ความว่างเปล่า: Brigitte Bardot กับบทเรียนว่า ทุกความโด่งดัง…สุดท้ายก็ต้องวาง ไม่มีใครหนีพ้นความตาย”

---

เรื่อง Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง

ถ้าคนรุ่นหลังถามว่า
Brigitte Bardot คือใคร
คำตอบสั้นที่สุดคือ

> “เธอคือผู้หญิงคนหนึ่งที่โลกเคยอยากครอบครอง แต่เธอไม่เคยอยากเป็นของโลก”

บาร์โดต์เกิดปี 1934 ในปารีส ชีวิตเริ่มจากครอบครัวชนชั้นกลางค่อนสูง เคร่งศาสนา เคร่งวินัย

เด็กหญิงที่อยากเป็นนักบัลเลต์ แต่โชคชะตาพาเธอขึ้นปก Elle ตอนอายุเพียง 15 ปี

และจากวันนั้น…ประตูทั้งโลกก็เปิดใส่หน้าเธอพร้อมกัน
___

ปี 1956 หนังเรื่อง And God Created Woman ทำให้ชื่อ Brigitte Bardot ดังระเบิด

ไม่ใช่แค่ดัง แต่ดังแบบ “สั่นศีลธรรมสังคม”
เธอไม่ได้แสดงโป๊

แต่เธอ ไม่ขอโทษ ที่ร่างกายตัวเองมีพลัง
และนั่น…คือสิ่งที่โลกยุคนั้นรับมือไม่ไหว

นักวิจารณ์อเมริกันเรียกเธอว่า phenomenon

Simone de Beauvoir เขียนบทความยาว วิเคราะห์เธอในฐานะสัญลักษณ์เสรีภาพหลังสงคราม

บาร์โดต์ไม่ใช่เหยื่อสายตาชาย
เธอรู้ว่าถูกมอง และเธอเลือกจะ “มองกลับ”

แต่ความโด่งดังไม่เคยเป็นของฟรี
เมื่อโลกบูชาความงาม โลกก็พร้อมฉีกมันเป็นชิ้น ๆ

บาร์โดต์ผ่านความรัก การนอกใจ การแต่งงานหลายครั้ง

ผ่านการถูกตัดสินว่า “แรงเกินไป” และ “ไม่เหมาะสม”

จนวันหนึ่ง เธอเลือก เดินออกจากวงการเองในปี 1973

ก่อนที่ชื่อเสียงจะกินเธอเหมือนที่มันกิน Marilyn Monroe และ Romy Schneider

หลังจากนั้น เธอหันหลังให้มนุษย์
และหันหน้าให้สัตว์ที่น่าสงสาร

ก่อตั้ง Brigitte Bardot Foundation
ช่วยหมาแมวจร ต่อต้านการทารุณสัตว์
ยอมรับคำขู่ฆ่า ด่าทอ และคดีความ
เพราะเธอเชื่อว่า

> “ฉันให้ความงามกับโลกไปแล้ว ต่อไปขอให้ความเมตตา”

แน่นอน…เธอไม่ใช่นักบุญ
ปลายชีวิต บาร์โดต์เต็มไปด้วยคำพูดที่โลกสมัยใหม่รับไม่ได้

เธอถูกปรับหลายครั้งในคดีปลุกปั่นความเกลียดชัง

สนับสนุนการเมืองขวาจัด
และพูดในสิ่งที่ทำให้หลายคนเจ็บ

นี่แหละ…มนุษย์
งาม สว่าง และมืดในคนเดียวกัน

วันนี้ Brigitte Bardot จากไปในวัย 91 ปี
ไม่มีแสงแฟลช
ไม่มีเสียงปรบมือ

มีเพียงข้อเท็จจริงเดียวที่ยุติธรรมกับทุกชีวิตเท่ากัน

> ไม่ว่าคุณจะเคยเป็นที่ต้องการของทั้งโลกแค่ไหน
___

สุดท้าย…ทุกคนก็ต้องวางบทบาท
และเดินออกจากเวทีเงียบ ๆ เหมือนกัน

เหมือนดอกบัวขาว
บานเต็มที่
แล้วก็ปล่อยตัวเองกลับสู่ความว่าง
โดยไม่ต้องขอโทษใคร

---

แหล่งที่มาของข่าว

บทความโดย Tessa Flemming

รายงานจากสื่อสากล เช่น The Guardian, Vanity Fair

ภาพและข้อมูลจาก Getty Images, Reuters, และคลังภาพภาพยนตร์ฝรั่งเศส

ข้อมูลชีวประวัติจากบทสัมภาษณ์ Brigitte Bardot (2012)

---

แฮชแท็ก 🕊️


#อำลาตำนาน
#ทุกคนต้องจากไป
#ความงามไม่จีรัง
#บัวขาวกลางโลก
#ศิลปะและชีวิต
#เล่าให้รุ่นหลังฟัง

Address

Sydney, NSW

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Pthai พี่ไทเล่าให้ฟัง posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Share