Typolist' เราเชื่อว่าตัวหนังสือ มันมีเสียงเฉพาะ ของมัน

03/08/2022

เพโลซี คือใคร?

22/12/2020

#สรุปให้ ง่ายๆตรงประเด็น นายกฯบอกว่า...

1.เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวช้า เพราะทั่วโลกยังมีการระบาดหนัก

2.จะยังเข้มงวดมาตรการผ่อนคลายให้คนเข้าประเทศในทุกช่องทาง

3.ยังไม่ลดการ์ด และจะตั้งการ์ดให้สูงขึ้น เตรียมประชุม ศบค.กำหนดมาตรการช่วงปีใหม่ในสัปดาห์นี้

4.เตรียมดำเนินคดีเอาผิดขบวนการลักลอบนำแรงงานผิดกฎหมายเข้าประเทศ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐ

5. กำชับให้ทุกฝ่ายยึดมั่นรับฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุข ทำงานแบบบูรณาการต่อไป

6.เร่งจัดหาและพัฒนาวัคซีนให้พร้อมใช้งานให้เร็วที่สุด หลังประสบความสำเร็จในการเจรจาให้ผู้พัฒนาวัคซีนที่ดีที่สุดในโลกรายหนึ่งมาตั้งศูนย์ผลิตวัคซีนในประเทศไทย

สุดท้าย.... ขอบคุณทุกคน ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการรับมือการระบาดรอบใหม่

20/12/2020

#โควิดวันนี้

19/12/2020

Breaking News : ด่วน! ล็อกดาวน์สมุทรสาคร 19 ธ.ค. 63 - 3 ม.ค. 64

• กำหนดพื้นที่ควบคุมโรคเด็ดขาด ปิดตลาดกุ้ง!!
• ปิดสนามเด็กเล่น สถานศึกษา สนามกวดวิชา สนามมวย ร้านอาหารให้ได้เฉพาะกลับบ้าน ห้าง ร้านสะดวกซื้อ ร้านตัดผม
• ของดออกจากเคหสถาน 22.00 - 05.00 น.

อ่านเพิ่มเติม >>> https://www.springnews.co.th/society/803576

ทางก็ต้องสร้างดวงจันทร์ก็ต้องไป
16/12/2020

ทางก็ต้องสร้างดวงจันทร์ก็ต้องไป

12/12/2020
08/12/2020
03/03/2020
ข้อคิดจากรุ่นพี่ธรรมศาสตร์ที่ผ่านมาแล้วเกือบทุกม็อบ !https://www.facebook.com/vaccinemagazine/posts/203040037715393?__tn...
29/02/2020

ข้อคิดจากรุ่นพี่ธรรมศาสตร์ที่ผ่านมาแล้วเกือบทุกม็อบ !
https://www.facebook.com/vaccinemagazine/posts/203040037715393?__tn__=K-R
ความในใจถึงน้องๆ นักศึกษาจากผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อว่า Chaiyaporn Chinaprayoon ในฐานะศิษย์เก่าธรรมศาสตร์คนหนึ่งซึ่งผ่านมาเกือบทุกม็อบ ยาวหน่อยนะ แต่อยากให้อ่านว่าจิตวิญญาณการต่อสู้ของแต่ละยุคคืออะไร
และเรากำลังมุ่งหน้าไปทางไหน
เหรียญย่อมมีสองด้าน ลองฟังอีกด้านดูบ้างเป็นไร
ผมสนใจการเมืองตั้งแต่เมื่อไหร่ ? คงตั้งแต่ปี 2516 อายุ 11 ขวบมั้ง เห็นภาพข่าวเหตุการณ์ชุมนุมของนักศึกษาในหนังสือพิมพ์ หนึ่งในบุคคลสำคัญยุคนั้น คือ อุทัย พิมพ์ใจชน ที่เป็นคนชลบุรี ที่บ้านผมมีพี่ชายลูกลุงที่โตเป็นหนุ่มและสนใจการเมืองบ้างแล้ว เราอ่านหนังสือพิมพ์ ฟังเพื่อนพ่อที่เป็นข้าราชการ พ่อค้าเขาคุยกันเรื่องการบ้านการเมืองอย่างออกรส ผู้คนต่างชื่นชมนักศึกษาที่ออกมาแสดงความกล้าหาญ ต่อต้านเผด็จการอย่างองอาจ แม้จะมีคนเสียชีวิตไม่น้อย ภาพข่าวต่างๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์ เช่น ไอ้ก้านยาว ยังติดตา
อายุ 11 – 12 จำได้ว่า ผมไปหาอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมจากห้องสมุดประชาชน จังหวัดชลบุรี รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ไม่เคยรู้จากที่ไหนๆ หลงใหลกับหนังสือการเมืองทั้งหลายมาก รวมถึงวารสารพวก ชาวกรุง เด็กก้าวหน้า ฟ้าเมืองไทย บางทีผมก็สงสัยกับคำศัพท์แปลกๆ แต่ไม่รู้จะถามใคร เก็บความสงสัยไว้กับตัวเองมาเรื่อยๆ
จนถึงปี 2519 เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา มหาโหด ทันได้ดูข่าวการสังหารโหดอันแสนน่ากลัวทางทีวี จำได้ว่าเผยแพร่ตอนลากศพไปทั่วสนามหลวง แล้วทีวีตัดภาพไป ตอนนั้นได้ยินผู้ใหญ่พากันด่าทอนักศึกษาอย่างรุนแรง สาปแช่งให้ตกตายกันอื้ออึง เห็นภาพในหนังสือพิมพ์ดาวสยามด้วย มันตัดต่อจนเหมือนจริงๆ อิทธิพลของสื่อมวลชนฝ่ายขวาคลั่ง ทำให้ผมหมดสิทธิสนใจการเมืองอะไรไปหมด สำหรับเด็กอายุ 14 มันงงมากครับ เหตุการณ์บ้านเมืองมันแปรผันกันได้แบบพลิกกลับด้าน จำได้ว่า เพื่อนของพี่สาวผมคนนึง ที่ตอนนั้นเรียนมหาวิทยาลัย ปี 1 หายหน้าไปเลย แว่วว่าเข้าป่า จนบัดนี้แกก็ไม่ได้กลับมาบ้านเดิม ครอบครัวก็มีแผลลึกๆ ในใจต่อมานานหลายสิบปี
จนได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามความคิดฝันในวัยเด็กที่ได้อ่านหนังสือการเมืองที่พูดถึงมหาวิทยาลัยนี้ไว้มากมาย มันดูน่าสนใจ เป็นที่หวัง เป็นที่น่านับถือของชนทุกชั้น แม้ว่าผมจะเรียนชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา อยู่ข้างๆ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแท้ๆ กลับมีความรู้สึก ไม่รัก ไม่อยากเรียนที่จุฬาเลยแม้แต่น้อย มันไม่เข้ากะเราคนบ้านนอก คนชั้นต่ำ จุฬานั้นมีไว้สำหรับศักดินา ฯลฯ สารพัดจะมโนไปเรื่อยเปื่อย ประสาเด็กไม่รู้ความ ไม่มีใครแนะนำ ที่ธรรมศาสตร์ปี 2522 ยังกรุ่นกลิ่นอายปี 2519 อยู่ไม่น้อย ได้เห็นลานโพธิ์ หอประชุมใหญ่ อาคารตึกโดมที่ขรึมขลัง รุ่นพี่ๆ รุ่น 19 ยังเรียนอยู่เป็นปีสุดท้าย พวกผมได้สัมผัส ได้เรียนรู้ประสบการณ์การเมืองหลายหลากจากรุ่นพี่เป็นหลัก อ่านหนังสือทั้งเปิดเผย ทั้งปิดลับสารพัด มีการเข้ากลุ่มชุมนุม ฟังการอภิปรายทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ได้รู้ได้เห็น เหตุการณ์ต่างๆ ของปี 2516 จากรุ่นพี่หลายคนที่ยังวนเวียนมาที่มหาวิทยาลัย เราไม่มีอาจารย์มาเกี่ยวข้องมากนัก เพราะท่านก็สอนหนังสือไป ที่จะเกี่ยวข้องกับพวกเรามากหน่อยก็ อาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร ในฐานะรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา สมัยนั้นไม่มีใครชี้นำ หรือ ยัดเยียดความคิดให้เกลียดชังรัฐบาล แต่พฤติกรรมของนักการเมือง ทหาร ที่น่ารังเกียจหลายอย่างมันถูกเผยให้เห็นของมันเองผ่านสื่อมวลชน ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นรุ่นพี่ของพวกเราเอง
ตอนกบฏเมษาฮาวาย พวกเราพุ่งตรงไปมหาวิทยาลัยกันทันทีที่เกิดเหตุการณ์ ไม่สนใจคำเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองว่าจะเจอตำรวจอะไร จำได้ว่าแวะเข้าคณะ แต่ยามกับอาจารย์เตือนให้ออกไปข้างนอก เลยไปสุมหัวกันที่ชั้นสองร้านพี่ศรีที่ท่าพระจันทร์ ที่เมื่อพวกเราไปถึงร้าน พี่ศรีพี่อ้วนมองหน้าแล้วชี้นิ้วเป็นสัญญาณว่าให้ขึ้นไปข้างบน แล้วก็เจอพรรคพวกนั่งกันเป็นกลุ่มใหญ่ สั่งข้าวแกงขนมนิดหน่อย นั่งเสวนากันเบาๆ พอให้รู้เรื่อง เหมือนจะอัพเดทสถานการณ์ที่รู้กันไม่ค่อยจริงทั้งนั้นแหละ แต่ความที่เราอินกับการเมืองไง ต้องมีแอ๊คชั่นกันหน่อย

ล่วงเลยมาตอนพฤษภาทมิฬ ตอนนั้นทำงานแล้ว ติดสัมนาอยู่ที่เขาใหญ่ โลการสื่อสารยังไม่ว่องไวเท่าเดี๋ยวนี้ กว่าจะรู้ว่าจำลองถูกจับก็พอดีกับข่าวความวุ่นวายที่ตามมา นายเราก็รีบยกเลิกงานประชุมทั้งหมดรีบกลับ กทม. พอถึงดอนเมืองก็แตกฮือแยกย้ายกันไปสุมหัวตามบ้านตามร้านเหล้า ไม่มีใครกล้าไปธรรมศาสตร์เพราะเหตุการณ์ร้ายแรงกว่าปกติ

ครั้งเสื้อแดงชุมนุม การติดตามข่าวสารมันทันท่วงทีแล้ว ไม่มีใครเดือดร้อนเพราะเราไม่ได้ชุมนุมเอง เกิดรำคาญใจเท่านั้น ที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่ทำอะไรสักที

ครั้ง กปปส.พวกเราต่างแสดงออกทางการเมืองอย่างมุ่งมั่น ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์รุ่นผม และใกล้เคียงทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง ไปป๊ะกันทุกเวที ตั้งแต่ สามเสน ยืดเยื้อยาวนานจนล้มอีโง่กันสำเร็จ แม้ก่อนหน้านั้นก็ไปร่วมกับม็อบเสธ.อ้าย วิ่งหนีแก๊สน้ำตาที่ราชดำเนินกันเป็นที่เฮฮาน้ำตาร่วง

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ ผมเชื่อว่า ในยุคสมัยผม และก่อนหลังไม่กี่ปี พลังนักศึกษาไม่เคยถูกชี้นำเบ็ดเสร็จจากกลุ่มอำนาจใด เรามีความคิดทางการเมืองที่หลากหลาย และค่อนข้างตรงไปตรงมาว่าเราไม่เอาเรื่องทุจริต หรือ เรื่องเผด็จการ เราไม่เคยรับเงินทองนักการเมืองมาทำม็อบเป็นอาชีพ มีแต่ต้องจ่ายเงินเองเพื่อเป็นค่าวัสดุอุปกรณ์การประท้วงง่ายๆ สมัยก่อนเรากวนกาวแป้งเปียก ทำสกรีนโปสเตอร์ติดกำแพงกันเอง เดินแถวติดประกาศจากท่าพระจันทร์ เจริญกรุง เยาวราช ข้ามไปท่าพรานนก ศิริราช กลับมาเก็บของที่ท่าพระจันทร์กันก่อนเที่ยงคืน ไม่เคยเห็นมีนายทุนที่ไหนมาคอยจ่ายเงินอุดหนุน

ยุคพฤษภาทมิฬ เราโคตรเกลียดทหาร ที่ทำร้ายประชาชนอย่างโหดร้าย แต่เราก็รู้ว่าหลังจากนั้นทหารมีการเปลี่ยนแปลงทางความคิดไปไม่น้อย ศัตรูของบ้านเมืองก็เริ่มเปลี่ยนไปจากการต่อสู้ของกลุ่มทางการเมืองในไทยเอง เป็นการแทรกแซงจากพลังทุนนิยมภายนอกประเทศมากขึ้น มีนักธุรกิจสารเลวที่คิดรวบอำนาจการปกครองร่วมมือกับฝ่ายซ้ายอกหักที่ต้องการแก้แค้นไม่เลิกราจนบ้านเมืองปั่นป่วนเป็นกลียุค แตกแยกกันยิ่งกว่าสมัยคอมมิวนิสต์สงครามเย็นเสียอีก

เราเรียนรู้จากประสบการณ์และการศึกษา ไม่ใช่เพราะการยัดเยียดจากอิทธิพลสื่อโซเชี่ยลที่โคตรเลวร้ายด้วยการเสกสรรปั้นแต่งโดยปีศาจนักการเมืองฟันน้ำนมแต่กระหายความแตกแยกเอาเยาวชนเป็นโล่กำบังแบบในสมัยนี้

ผมจึงเข้าใจความอยากรู้ ความเร่าร้อนในใจ ใฝ่หาวีรบุรุษ อยากเป็นผู้มีส่วนร่วมของเยาวชนคนหนุ่มสาวในทุกยุคทุกสมัย แต่ก็ไม่อาจยอมรับการชุมนุมทางการเมืองที่ซ่อนวาระชั่วร้ายให้เกิดการทะเลาะ และแตกแยกอย่างรุนแรงมหาศาลอย่างในวันสองวันนี้ได้

ผมไม่ทราบว่าเด็ก เยาวชน คนหนุ่มสาวเหล่านั้น เข้าใจความหมายที่เปล่งกันออกมาเพียงใด เผด็จการ กดขี่ กะลา หรือแม้แต่ประชาธิปไตยที่ท่องบ่นกันราวคำขวัญสำคัญของชีวิต แม้แต่ป้ายที่มีข้อความหมิ่นเหม่ต่อการลบหลู่สถาบันสูงสุดในมือเด็กนักศึกษาปี 1 ปี 2 ที่ชูกันเอิกเกริกนั้นเป็นผู้ใดเขียนขึ้นมา

อยากให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตยแท้จริงนั้นเป็นเรื่องดีงามที่น้องๆ ลูกๆ หลานๆ สมควรใส่ใจ แต่พี่ อา น้า ลุง คนนี้ อยากให้พวกเธอได้ฉุกคิดถึงวิธีการที่ทำอยู่ในเวลานี้ว่า มันใช่หรือ พี่ เพื่อน ที่ชักจูงพวกเธอมา เขาเหล่านั้นจริงใจกับพวกเธอ หรือ เพียงเพราะต้องการหลอกใช้ให้เขาประสบความสำเร็จทางการเมืองกันแน่ ไอ้คนที่ปราศรัยปาวๆ นั่น คือคนที่มีเรื่องอื้อฉาวทางเพศ หรือทุจริตเรื่องเงินทอง เป็นผู้นำการชุมนุมที่โกหกสังคมเป็นไฟอย่างหน้าด้านหรือไม่

พวกเธอมีอาวุธอันทรงพลังอยู่ในมือนะ มือถือไงล่ะ ใช้มันค้นหาสิ และขอให้น้องๆ เปิดใจ อ่านหลายๆ มุม หลายๆ สื่อ ใช้สติปัญญาที่เลอเลิศระดับนักศึกษามหาวิทยาลัยกลั่นกรองมัน ใช้หลักกาลามสูตร ไม่เชื่อใครเพียงเพราะเขาน่าเชื่อถือ เพียงแค่นี้ ผมเชื่อว่า พวกเธอจะเข้าใจ และ เริ่มรู้ว่าในโลกแท้จริงนั้น มันซับซ้อนและโหดร้าย

ถ้าเกิดเรื่องอะไรกับพวกเธอ เช่น มีคนลอบทำร้าย ถูกตำรวจดำเนินคดี เพราะผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ จะมีใครมาช่วยเธอ นักการเมืองนั่นหรือ ไม่มีหรอก ไม่มีใครที่จะรักและห่วงใยเธอมากกว่าพ่อแม่เธอเองหรอก

ถ้านักการเมืองอยากสู้จริง ไม่ได้หลอกลวงเธอ เขาต้องออกมานำทัพเอง หรือ พาแม่ ลูกเมียออกมาด้วย ไม่ใช่อาศัยพวกเธอที่ไม่ใช่แม้ญาติพี่น้องเลยต่างหาก

รักนะ จากรุ่นพี่ รุ่นพ่อ รุ่นลุงป้าน้าอาของพวกเธอเอง

ที่อยู่

Phra Nakhon

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Typolist'ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Typolist':

แชร์