28/05/2026
🟢 “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ผลตอบรับดี “คลัง” เตรียมเปิดใช้ AI “นกกระซิบ” ช่วยร้านค้าจัดการต้นทุน เพิ่มยอดขาย 1 มิ.ย. นี้
📌บทสรุป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยินดีที่โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีซึ่งเป็นมาตรการที่รัฐบาลตั้งใจผลักดัน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายใน
ประเทศและช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน หลังเปิดลงทะเบียนวันแรกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 มีผู้ลงทะเบียนกว่า 25 ล้านสิทธิ ขณะนี้ยังเหลือสิทธิ 4,573,964 สิทธิ ให้ประชาชนลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 และเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 รัฐบาลสนับสนุนเงินร่วมจ่าย 60% ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนประชาชน ร่วมจ่าย 40% หรือต้องเติมเงินเพิ่ม 133 บาทต่อวัน หรือประมาณ 667 บาทต่อเดือน และต้องใช้จ่ายภายในเดือนไม่สามารถสะสมข้ามเดือนได้ ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชิญชวนร้านค้า โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อย ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ขณะนี้มีร้านค้าลงทะเบียนแล้ว 1,000,796 ร้านค้า
ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 กระทรวงการคลังจะนำ AI “นกกระซิบ” มาช่วยร้านค้าบริหารต้นทุน ทำบัญชีอย่างง่าย เพื่อให้ร้านค้าขายของได้มากขึ้น ซึ่งร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” และ ใช้ AI สามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นถึง 100 - 200% ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แจ้งเตือนประชาชนในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ขอให้ประชาชน ยึด “หลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2. ไม่เชื่อ 3. ไม่รีบ และ 4. ไม่โอน” ประชาชนสามารถลงทะเบียนร่วมโครงการได้ที่แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น ส่วนผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” สามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ด้านผู้ประกอบการใหม่ที่สนใจเข้าร่วมต้องสมัครผ่าน
ธ.กรุงไทย ทุกสาขาเท่านั้น หน่วยงานรัฐไม่มีการส่ง SMS หรือลิงก์ เพื่อให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแต่อย่างใด
📌รายละเอียด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเปิดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ว่า รัฐบาลได้จัดสรรสิทธิให้ประชาชนรวมทั้งสิ้น 30 ล้านสิทธิ โดยเพียงวันแรกของการเปิดลงทะเบียนเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 มีประชาชนลงทะเบียนแล้วถึง 25 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับอย่างล้นหลามต่อมาตรการที่รัฐบาลตั้งใจผลักดัน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศและช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานของโลก ซึ่งรัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด และเชื่อมั่นว่าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการจับจ่ายใช้สอย ลดต้นทุนการดำรงชีพ และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ โดยครั้งนี้รัฐบาลได้ขยายระยะเวลาเป็น
4 เดือน วงเงินเดือนละ 1,000 บาท เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้อย่างต่อเนื่อง ขอความร่วมมือประชาชนให้ใช้สิทธิในทุกเดือน เนื่องจากไม่สามารถสะสมสิทธิข้ามเดือนได้ เพราะรัฐบาลจำเป็นต้องบริหารการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมย้ำว่า โครงการนี้ไม่ใช่ “การแจกเงิน” แต่เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชน ภายใต้วงเงินงบประมาณกว่า 200,000 ล้านบาท ที่จะหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ
จากการได้รับเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการร้านค้าจำนวนมากว่า หากมีโอกาสอยากให้รัฐบาลดำเนินโครงการนี้ต่อไป เพราะยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน บางรายเพิ่มขึ้นถึง 5 - 10 เท่า ซึ่งหมายถึงการก้าวข้ามจุดคุ้มทุน และกลายเป็นรายได้ที่ช่วยประคับประคองชีวิตและธุรกิจของร้านค้าได้จริง พร้อมระบุว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” คือการที่คนไทยช่วยเหลือกัน ประชาชนร่วมจ่าย 40% ขณะที่ภาครัฐสนับสนุนอีก 60% เม็ดเงินที่หมุนเวียนจากการซื้อขายจะส่งต่อจากผู้บริโภคไปยังผู้ค้า และหมุนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น พร้อมยอมรับว่าเฝ้ารอการเริ่มต้นโครงการในช่วงต้นเดือนมิถุนายนด้วยความคาดหวังที่จะเห็นเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด
📌ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอบคุณคนไทยที่ให้การตอบรับกับโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส สำหรับผู้ประกอบการร้านค้ามีผู้ที่ใช้สิทธิเดิมอยู่ประมาณ 9.7 - 9.8 ล้านร้านค้า ซึ่งโครงการนี้เป็นการช่วยประคองสภาพคล่องแก่ร้านค้ารายย่อย จึงขอเชิญชวนร้านค้าที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อย ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ขณะนี้มีร้านค้าลงทะเบียนแล้ว 1,000,796 ร้านค้า ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 จะมี AI ชื่อว่า “นกกระซิบ” ช่วยร้านค้าบริหารต้นทุน ค้นหาข้อมูล ลดต้นทุน และทำบัญชีอย่างง่าย เพื่อให้ร้านค้าต่าง ๆ ขายของได้มากขึ้น ซึ่งร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” และ ใช้ AI สามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นถึง 100 - 200%
ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เชื่อมั่นว่า เป้าหมาย 30 ล้านสิทธิ เพียงพอกับประชาชน เนื่องจากประชากรไทยที่มีอายุเกิน 18 ปี มีประมาณ 53 ล้านคน จากการให้สิทธิ 30 ล้านคน เมื่อรวมกับผู้ที่อยู่ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก 13.18 ล้านคน จะครอบคลุมคนถึง 43 ล้านคน ส่วนอีก 10 ล้านคนที่เหลือมักเป็นกลุ่มที่ไม่เข้าร่วมโครงการรัฐอยู่แล้ว ประกอบกับสถิติโครงการลักษณะนี้ในอดีตมียอดสูงสุดที่ 28 ล้านคน ส่วนร้านค้าเดิมที่เคยอยู่ในโครงการรอบที่แล้ว จะต้องเข้ามากดยืนยันเข้าร่วมโครงการอีกครั้งก่อน สำหรับการลงทะเบียนของประชาชน วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.00 น. ได้ลงทะเบียนรับสิทธิแล้ว 25,426,036 สิทธิ ยังคงเหลือสิทธิ 4,573,964 สิทธิ เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา
06.00 - 22.00 น. หรือจนกว่าสิทธิจะครบจำนวน 30 ล้านสิทธิ
ส่วนการใช้จ่ายตามโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ภาครัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ในอัตรา 60% ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนประชาชน ร่วมจ่าย 40% หรือต้องเติมเงินเพิ่ม 133 บาทต่อวัน ประมาณ 667 บาทต่อเดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงกันยายน 2569 (4 เดือน) มีเงื่อนไขต้องใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้หมดภายในเดือนนั้น ๆ ไม่สามารถสะสมไปในเดือนถัดไปได้ โดยผู้เข้าร่วมโครงการผ่านร้านค้า ชำระเงินผ่าน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 - 23.00 น. หรือสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี ตามแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมโครงการ และชำระเงินผ่าน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 - 21.00 น.
📌ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สั่งการให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center: AFNC) ติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการแอบอ้างของมิจฉาชีพอย่างเข้มข้น แจ้งเตือนประชาชนในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ขอให้ประชาชน ยึด “หลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2. ไม่เชื่อ 3. ไม่รีบ และ 4. ไม่โอน” โดยประชาชนสามารถลงทะเบียนร่วมโครงการได้ที่แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น ส่วนผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” สามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ด้านผู้ประกอบการใหม่ที่สนใจเข้าร่วมต้องสมัครผ่าน ธ.กรุงไทย
ทุกสาขาเท่านั้น ทั้งนี้หน่วยงานรัฐจะไม่มีการส่ง SMS หรือลิงก์ เพื่อให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแต่อย่างใด
#ไทยช่วยไทยพลัสผลตอบรับดี #คลังเตรียมเปิดใช้AIนกกระซิบ #ช่วยร้านค้าจัดการต้นทุนเพิ่มยอดขาย
#กระทรวงการคลัง #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง