Jospotlight ใครใคร่ค้าๆ ใครใคร่ขายๆ โปรดิวเซอร์ผลิตงานเพลง

03/04/2026

‘กบน.’ แจง ‘น้ำมันดีเซลโลก’ วิกฤตหนัก! พุ่งสูงกว่า 292 เหรียญฯ จำเป็นต้องลดการอุดหนุน ส่งผลต้องปรับราคาขายปลีก ยันพิจารณาอย่างรอบคอบ ยึดหลักสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ-ดูแลผลกระทบต่อประชาชน

วันที่ 2 เมษายน 2569 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติลดการชดเชยอัตราเงินกองทุนน้ำมันในส่วนของน้ำมันดีเซล B7 ลง 3.51 บาทต่อลิตร จากเดิม 17.78 บาทต่อลิตร เป็น 14.27 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซล B20 ลดการชดเชยอัตรา 3.48 บาทต่อลิตร จากเดิม 20.12 บาทต่อลิตร เป็น 16.64 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้น 3.50 บาท โดยน้ำมันดีเซล B7 ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 47.74 บาทต่อลิตร และน้ำมันไบโอดีเซล B20 เป็น 42.74 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. เป็นต้นไป

สาเหตุหลักของการปรับราคาครั้งนี้ มาจากราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นสูงกว่า 292 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลต่อต้นทุนเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นสูงขึ้นตาม จึงต้องมีการปรับอัตราการอุดหนุน ให้สอดคล้องกับราคาใหม่ โดย กบน. ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยยึดหลักการสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ และการดูแลผลกระทบต่อประชาชนเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุดในช่วงภาวะวิกฤตราคาพลังงานโลกเช่นนี้

03/04/2026

จากเด็กหนุ่มผู้หลงใหลในเสียงกีตาร์ สู่การเป็นศิลปินระดับตำนานของเมืองไทย เส้นทางของ ดนุพล แก้วกาญจน์ หรือ “พี่แจ้” เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ทั้งเข้มข้นและน่าจดจำ

เขาเริ่มต้นการศึกษาในระดับมัธยมต้นที่ โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม ก่อนจะศึกษาต่อระดับมัธยมปลายที่ โรงเรียนหอวัง ช่วงเวลานั้นเองที่เมล็ดพันธุ์ทางดนตรีเริ่มเติบโต พี่แจ้เริ่มเล่นโฟล์คซอง และก้าวขึ้นเวทีเล็ก ๆ ในฐานะนักร้องอาชีพครั้งแรกที่ “เลิฟคอฟฟี่ช้อป” ชั้น 4 สยามเซ็นเตอร์ ด้วยค่าตัวเพียงชั่วโมงละ 10 บาท

แต่ด้วยพรสวรรค์และเสน่ห์เฉพาะตัว เขาค่อย ๆ ไต่เต้าจนมีรายได้สูงถึงเดือนละ 40,000 บาท ซึ่งถือว่าสูงมากในยุคนั้น ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อที่ร้าน “เบิร์ธเดย์” ใต้ถุนโรงหนังเพรสซิเด้นท์ และนั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อสมาชิกวง แกรนด์เอ็กซ์ ได้เห็นการแสดงของเขาและชักชวนเข้าร่วมวง แม้ค่าตัวจะลดลง แต่พี่แจ้เลือก “โอกาส” มากกว่า “ตัวเงิน”

การเข้ามาแทน จำรัส เศวตาภรณ์ ทำให้เขากลายเป็นฟันเฟืองสำคัญของวง และพา แกรนด์เอ็กซ์ ทะยานสู่ความนิยมสูงสุด จนเกิดปรากฏการณ์แฟนเพลงล้นหลาม สถานที่แสดงหลายแห่งถึงกับเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นหอประชุมจุฬาฯ หรือโรงละครแห่งชาติ

ผลงานร่วมกับวงเรียงร้อยเป็นหน้าประวัติศาสตร์ ทั้ง “เขิน” “ผู้หญิง” “บุพเพสันนิวาส” “พรหมลิขิต” ไปจนถึง “ดวงเดือน” ก่อนจะปิดฉากช่วงสำคัญกับอัลบั้ม “สายใย” ในปี 2528

ปี 2529 คือก้าวใหม่ เมื่อพี่แจ้ออกอัลบั้มเดี่ยว “ฝันสีทอง” ภายใต้สังกัดนิธิทัศน์ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายด้วยยอดขายทะลุล้านตลับ ตอกย้ำสถานะศิลปินแถวหน้าของประเทศ และมีผลงานต่อเนื่องจนถึงต้นยุค 90s

ไม่เพียงเท่านั้น เขายังขยับบทบาทสู่การเป็นผู้บริหาร เปิดค่ายเพลง “อินเทอร์นอล” สร้างศิลปินรุ่นใหม่อย่าง เฮนรี่ ปรีชาพานิช, อรวรรณ เย็นพูนสุข และ ศิริพร อยู่ยอด ก่อนจะผันตัวไปทำธุรกิจร้านอาหาร “บ้านแสนรัก” ในเวลาต่อมา

จากเวทีเล็ก ๆ ในคอฟฟี่ช็อป สู่ศิลปินผู้สร้างปรากฏการณ์ในยุคหนึ่ง ชื่อของ “พี่แจ้” จึงไม่ใช่แค่ศิลปิน แต่คือบทบันทึกของความฝัน ความกล้า และการเลือกเส้นทางชีวิตที่ชัดเจนที่สุดคนหนึ่งของวงการเพลงไทย

03/04/2026

รูปนี้มีเรื่อง
ค้นอะไรไปมา
เจอจดหมายฉบับหนึ่ง
จากน้องนักศึกษา
ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น
อ่านแล้วรู้สึกทั้งซาบซึ้ง
และมีกำลังใจขึ้นมา
อย่างบอกไม่ถูกครับ
สิ่งที่ผมทำมาตลอด
ในฐานะศิลปิน
บางครั้งก็ไม่แน่ใจว่า
มันจะไปถึงใจใครบ้าง
แต่จดหมายฉบับนี้
ทำให้ผมรู้ว่า “สิ่งเล็กๆ”
ที่เราตั้งใจทำ
มันสามารถกลายเป็น
“พลังใจที่ยิ่งใหญ่”
สำหรับใครบางคนได้จริงๆ
ขอบคุณน้องมากนะครับ
สำหรับความตั้งใจ
ความจริงใจ
และความรู้สึกดีๆ ที่ส่งมาให้
มันมีคุณค่ามากสำหรับผม
และผมอยากบอกกับทุกคนว่า
ถ้าเสียงเพลง คำพูด
หรือสิ่งที่ผมสามารถ
ทำให้ใครสักคนยิ้มได้
มีกำลังใจขึ้น
นั่นคือ
ความสุขที่สุด
ของผมแล้วครับ

เราจะเดินไปด้วยกันนะครับ
ขอบคุณจากหัวใจ
ติ๊กชีโร่30/3/69

09/03/2026

ภาพนี้มีเรื่อง(ขอบคุณek ที่ทำรูปให้ชัดขึ้น)
มีรางวัลอยู่รางวัลหนึ่งที่เป็นรางวัลอันทรงเกียรติและถือว่าเป็นรางวัลที่สำคัญที่สุดหนึ่งรางวัลในวงการดนตรี นั่นก็คือรางวัลสีสันอวอร์ด ซึ่งเป็นงานอีเวนต์ที่รวบรวมนักดนตรีที่มีชื่อเสียงเก่งๆ หน้าใหม่และหน้าเก่า คนคุณภาพและคนโดดเด่น ในทุกๆสาขาที่เกี่ยวข้องกับดนตรีไว้แทบจะทั้งหมดนับว่าเป็นรางวัลที่น่าปรบมือให้ในความเป็นเอกเทศไม่อิงเอนเอียง กับค่ายเพลงไหนใดๆ ใช้คณะกรรมการในการฟังเพลงวิเคราะห์เพลงแยกแยะเพลงอย่างตั้งใจลืมความเหน็ดเหนื่อยกันทุกคน ต้องฟังเพลงเป็นร้อยๆพันๆ เพลง ทั้งๆที่การจัดงานแบบนี้ดูว่าจะใช้งบค่อนข้างสูง แต่ น้า ทิวา แห่งหนังสือ สีสัน
ก็กัดฟันสู้อดทนในการสร้างงานสีสันอวอร์ดได้อย่างน่าปลาบปลื้มที่สุด ผมติ๊กชีโร่ ได้มีโอกาสถูกนำเสนอเข้าชิงรางวัลโปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยมในปี 2535 ที่เห็นยืนอยู่ข้างหน้านั่นก็คือเจ้าของงาน น้า ทิวา สาระจูทะ กูรูด้านดนตรีผู้คร่ำหวอด ในวงการบันเทิงทั้งหนังสือกีฬา ดนตรี ถัดมา ที่ใส่เสื้อแจ็คเก็ตกางเกงทหารคือเจ้าของรางวัลโปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยมในปีนั้น ข้าพเจ้าเอง ติ๊กชีโร่ และด้านข้างข้างผมก็คือพี่โต๊ะ วสันต์ โชติกุล แห่งวง อีสซึ่น (ที่แปลว่า อีสาน) (ได้รับรางวัลเหมือนกัน ) นี่ก็คือรูปเก่าแห่งประวัติศาสตร์รูปนี้เรื่องราวของวิถีของนักร้องนักดนตรีนักศิลปะดนตรี คน แสงสีเสียงที่ล้วนแล้วแต่รู้จักกัน บ้างไม่รู้จักกันบ้างมารวมตัวกันด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์ด้วยหัวใจอันงดงามขอเป็นกำลังใจให้รางวัลสีสันอวอร์ดจงก้าวข้ามวิกฤตในทุกๆด้านทุกมิติเพื่อเป็นกำลังใจและเป็นเสาหลักในวงการดนตรีของประเทศไทยสืบไปจนกัลปาวสาน

04/03/2026

รูปนี้มีเรื่อง
ภาพนี้เป็นภาพแสดงให้เห็นถึงวันเวลาที่ผ่านมาของเรา(วง Celebration)ตอนนั้นผมคิดว่าพวกเราก็คือวัยรุ่นสร้างตัวที่ต้องพยายามทำตามความฝันของเราให้ได้ดีที่สุด แต่ก็ก็ช่างไม่รู้เลยว่าอุปสรรคนั้นมันมีมากมายมหาศาล ตัวแปรมันมีอยู่อย่างเยอะแยะมากมายทั้งทดสอบแบบหนักหนาสาหัสหรือทดสอบแบบธรรมดาสามัญ ภาพนี้ขณะนี้ที่เราเล่นดนตรีอยู่ที่พัทยา(ต้องบอกซะก่อนนะครับว่าเกือบครึ่งหนึ่งของชีวิตการเดินทางในวงการดนตรีของเราจะอยู่ที่พัทยาส่วนนึงอย่างชัดเจน )ตอนนั้นเราเล่นอยู่ที่ผับชื่อโอเชี่ยนฟลอร์ ที่โรงแรมสยามเบย์ชอร์ (ของคุณกมลา สุโกศล ) (ตอนนั้น คุณกมลา เอาลูกๆมาฝากไว้ให้เราช่วยสอนเรื่องดนตรี ที่จริงก็ไม่ได้สอนอะไรอ่ะๆๆ (แต่หลังจากนั้นกลุ่มเด็กๆกลุ่มนั้นได้เติบโต เป็นกลุ่มนักดนตรีที่เก่งและโดดเด่นที่สุดกลุ่มนึง (ทั้ง สุกี้ (เบเกอร์รี่ Bakery Music และน้อย วง พรู ) 30-40ปี ปีมาแล้วสมัยนั้นตรงนี้คือ จุดท้ายที่สุดของหาดและจะไม่มีอะไรอีกเลย นอกจาก โขดหิน และเขา/ป่ารกๆ แต่ตอนนี้ในขณะนี้เจริญก้าวหน้าไปมากจนกลายเป็นท่าเรือที่ยิ่งใหญ่ที่มีป้ายคำว่าพัทยาPATTYA ตัวโดโต อยู่บนภูเขาภาพนี้ถ่ายตอนวันหยุดของเราแล้วก็ย่างเนื้อกินกัน(ไม่มีตังค์ซื้อต้องไปเช่าเขามา แล้วจ่ายตอนสิ้นเดือน)ในภาพผมพยายามที่จะอุ้มแล้วก็ยก (หยอกล้อ) กับอ้อมชุมพลสุปัญโญมือกีตาร์ของที่วงเรา ป้อม อภิชัย เย็นพูนสุขก็นั่งอยู่ข้างข้างกับน้องนุชแฟนของป้อมเรานั่งกันอยู่หน้าบ้าน(บ้านเช่านะครับ)จำได้ว่าเฮฮากันจนสนุกสนาน ตามภาษาวัยรุ่น ก็เป็นภาพบรรยากาศของความชื่นมื่นที่ทำให้เราสามารถที่จะก้าวเดินต่อมาในโลกของดนตรีจนถึงปัจจุบัน ขอบคุณอดีตที่ช่วยสร้างอนาคต ขอบคุณมิตรภาพความเป็นเพื่อนของเรา ที่ยังไม่จางหายไปไม่ว่าจะวันไหนจนถึงปัจจุบัน ขอบคุณคนที่คิดค้นคำว่าเพื่อนและมิตรภาพด้วยนะครับ อืม!! รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลงนะเนี่ย

02/12/2025

ขอบคุณThai Lion air ขอบคุณน้องหนิงที่ดูแลการเดินทางในครั้งนี้ …6วันแล้วจะได้กลับไปเจอลูกๆแล้ว……แล้วอาทิตย์หน้าจะกลับมาเยียวยาหลังน้ำลดกันต่อไป หลังคาบ้านไหนที่เราสัญญากันไว้ จะกลับมาทำให้ใหม่เลยนะจ๊ะ แล้วเจอกันนะพี่น้อง….สัญญา … #น้ําท่วมภาคใต้ #หาดใหญ่สงขลา #น้ําท่วมปี2568

02/12/2025

คนละมือละไม้ช่วยกันยามยาก

’รักชนก‘ ย้ำ ทำไม ’กัน จอมพลัง‘ ไม่ยอมรับความจริง “สนิทก็บอกสนิท” ชี้ มูลนิธิไม่มีชื่อ ’กัน จอมพลัง‘ ประชาชนบริจาคให้ตัว...
23/10/2025

’รักชนก‘ ย้ำ ทำไม ’กัน จอมพลัง‘ ไม่ยอมรับความจริง “สนิทก็บอกสนิท” ชี้ มูลนิธิไม่มีชื่อ ’กัน จอมพลัง‘ ประชาชนบริจาคให้ตัวกัน ถ้ามูลนิธิไม่โปร่งใส กลายเป็น ’กัน‘ ไม่เกี่ยวข้อง จี้ ‘กัน จอมพลัง‘ เปิดรายการบัญชีธนาคาร แจ้งรายรับ-รายจ่าย พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ ลั่น การเป็นคนดี ไม่ได้หมายความว่าจะทำอะไรก็ได้ ไม่ได้หมายความว่าจะตรวจสอบไม่ได้

วันที่ 23 ต.ค.68 นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวการเมืองช่อง 3 ถึงกรณีสังคมตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ระหว่าง ‘กัน จอมพลัง – ธรรมนัส’ โดยกล่าวว่า ทำไมคุณกันถึงไม่พูดความจริง สนิทก็บอกสนิท มันไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ทำไมก่อนหน้านี้ถึงใช้ความสนิทสนมกับคุณธรรมนัส ไปช่วยเหลือคน ไปทำกิจการงานอื่นๆ สังคมเริ่มตั้งคำถาม สังคมเริ่มเพ่งเล็งที่บอกว่าไม่ได้สนิทกันมากกว่านักการเมืองคนอื่นๆ ทำไมคุณกันถึงไม่ยอมรับความจริง

นางสาวรักชนกกล่าวต่อว่า มูลนิธินี้ไม่ได้มีชื่อของคุณกันอยู่เลย คนเขาบริจาคให้ใคร เขาบริจาคให้ตัวคุณกัน ถ้ามีการดำเนินการอะไรก็แล้วแต่ ถ้ามูลนิธิไม่โปร่งใส กลายเป็นว่าคุณกันไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย อีกทั้งยังขอให้ ‘กัน จอมพลัง” เอารายการบัญชีธนาคารมาแจ้งรายรับ-รายจ่าย ที่ทำไป เช่น บังเกอร์ ชุดเกราะ จะเป็นความพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ

นางสาวรักชนก กล่าวทิ้งท้ายว่า “เห็นคุณกันตัดพ้อว่า ทำไมการเป็นคนดีมันลำบากจังเลย จริงๆ การเป็นคนดีไม่ได้ลำบาก แต่การทำความดีเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้หมายความว่าต้องหนีการตรวจสอบ หรือคุณจะไม่ถูกตรวจสอบ การเป็นคนดีไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำอะไรก็ได้ คนดีไม่ได้หมายความว่าจะตรวจสอบไม่ได้”

23/10/2025

จากไปลอนดอน ชาตรี

กำเนิด “ชาตรี”การเข้ามาอาละวาดของเพลงป็อบ เพลงร็อกจากฟากฝั่งตะวันตกในช่วงราวๆ พ.ศ. 2510 ขึ้นไป ในช่วงยุครอยต่อระหว่างเพล...
23/10/2025

กำเนิด “ชาตรี”

การเข้ามาอาละวาดของเพลงป็อบ เพลงร็อกจากฟากฝั่งตะวันตกในช่วงราวๆ พ.ศ. 2510 ขึ้นไป ในช่วงยุครอยต่อระหว่างเพลงลูกกรุงกับเพลงสตริง ถือว่าทรงอิทธิพลต่อวงการเพลงบ้านเราอย่างมาก แม้หลังจากนั้นไม่กี่ปี วง“ดิ อิมพอสสิเบิ้ลส์” จะนำพาเพลงไทยสากลแนวใหม่ อย่าง“เพลงสตริง”ไปโลดแล่นสร้างชื่อเสียง สร้างความนิยม ให้กับวงการเพลงไทยอย่างสูงล้น แต่วัยรุ่นไทยก็ยังนิยมชมชอบต่อเพลงตะวันตกหรือ“เพลงฝรั่ง”กันอยู่เป็นจำนวนมาก

ความนี้ทำให้กลุ่มเด็กหนุ่ม 3 คน ผู้หลงใหลในเสียงดนตรี จากวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯ แผนกช่างภาพ คือ นราธิป กาญจนวัฒน์(แดง),คฑาวุธ สท้านไตรภพ(ป้อม) และประเทือง อุดมกิจนุภาพ (เหมา) ได้ช่วยกันวิเคราะห์ถึงความนิยมของวัยรุ่นไทยจำนวนมากที่มีต่อเพลงฝรั่งในยุคนั้นว่า น่าจะมาจาก ดนตรีที่มีจังหวะสนุกสนาน มีทำนองฟังง่าย ติดหู

นั่นจึงทำให้พวกเขานำสิ่งที่วิเคราะห์มาขยายผลต่อยอด และย้อนกลับมามองวงการเพลงไทยสากลร่วมสมัยในยุคนั้น ถึงจุดเด่น จุดด้อยสิ่งที่มันขาดหายบกพร่องไป ว่าควรทำอย่างไรให้วัยรุ่นไทยหันมาฟังเพลงไทยร่วมสมัยให้มากขึ้น

ทั้ง 3 หนุ่ม จึงเห็นพ้องกันว่า น่าจะทำเพลงที่ใช้ทำนอง คำร้อง จังหวะ และคอร์ด แบบง่ายๆ แต่ให้มีท่วงทำนองมีความไพเราะ ติดหู จำง่าย เล่นง่าย ที่สำคัญคือ ต้องทำวงดนตรีไทยในชื่อแบบไทยๆขึ้นมา เพื่อตอกย้ำในเจตนารมณ์ของเพลงสตริงแบบไทยๆ

แล้ว“วงชาตรี”ก็ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2518 ประกอบด้วย นราธิป : ร้องนำ กีตาร์ หัวหน้าวง,คฑาวุธ : ร้องนำ กีตาร์ และเล่นคีย์บอร์ด(ในภายหลัง), ประเทือง : เบส ซึ่งมีบันทึกว่าชื่อชาตรี นราธิปนำมาจากชื่อหนังสือพระเครื่องของคุณพ่อเขานั่นเอง

เข้าวงการ

วงชาตรียุคเริ่มแรกเล่นดนตรีกันในแบบโฟล์คซอง ต่อมาพวกเขาได้เพิ่มมือกลองเข้ามาคือ อนุสรณ์ คำเกษม(ปุ้ย) และได้เข้าร่วมประกวดโฟล์คซอง ก่อนจะสละสิทธิ์ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบในรอบที่ 2 แต่ผลงานการเข้าร่วมประกวดครั้งนั้นไปเข้าตาของหนึ่งในคณะกรรมการคือครูไพบูลย์ ศุภวารี

ครูไพบูลย์ มองว่าชาตรีเป็นวงที่มีลักษณะเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะทางของตัวเอง ต่างไปจากวงอื่นๆ จึงชวนให้ไปอัดเสียงในรายการวิทยุที่จัดอยู่ ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับอย่างสูง ครูไพบูลย์จึงนำเพลงของวงชาตรีบันทึกเป็นเทปคาสเซ็ทให้แฟนเพลงได้ฟังกัน

เมื่อวงชาตรีเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นมา ห้างเมโทรแผ่นเสียงเจ้าแห่งตลาดเพลงไทยในยุคนั้น ได้ติดต่อชวนวงชาตรีไปอัดแผ่นเสียงผ่านทางครูไพบูลย์ อันเป็นที่มาของผลงานชุด “จากไปลอนดอน”(2518) อัลบั้มแรกของวงชาตรีที่แม้จะเล่นแบบโฟล์คซอง ใช้กีตาร์โปร่งเป็นหลัก ทว่าก็ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเพลงนำอัลบั้มอย่าง“จากไปลอนดอน” จากวันนั้นมาถึงวันนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในบทเพลงอมตะของวงนี้ไป

อัลบั้มแฟนฉัน
อัลบั้มแฟนฉัน

ในการแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการของชาตรี พวกเขาได้เขียนบันทึกความในใจเอาไว้บนแผ่นปกหลังแผ่นเสียงชุดจากไปลอนดอน ว่า
..“ ชาตรี” ออกจะเป็นความใหม่สำหรับวงการดนตรีในปัจจุบัน ก่อนอื่นจะไม่ขอกล่าวถึงความหมายของคำว่า “ชาตรี” แต่จะขอกล่าวถึงจุดประสงค์ของผู้ร่วมอยู่ในวง “ชาตรี” คือแสดงออกซึ่งความเป็นไทยในเนื้อหาของเพลงที่มีเอกลักษณ์ประจำตัวคือ เพลงทุกๆ เพลงที่วงชาตรีได้นำมาเล่นและขับร้องนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเพลงที่พวกเราชาว “ชาตรี ” ได้แต่งขึ้นเอง เล่นเอง ร้องเองโดยทั้งสิ้น
..มีความตั้งใจในอันที่จะเปลี่ยนทัศนคติของผู้ฟังเพลงให้กว้างขึ้น โดยได้คำนึงถึงอิทธิพลของเพลงสากลที่มีต่อเยาวชนไทยในปัจจุบัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การฟังเพลงสากลของเยาวชนไทย มักจะเน้นหนักไปในเรื่องทำนอง และจังหวะที่ดำเนินไปตามเพลงนั้นเสียมากกว่าการฟังเนื้อหาของเพลง หากจะมีก็คงได้แก่บุคคลที่พอจะมีความรู้ทางภาษาอังกฤษเท่านั้น ฉะนั้น “ชาตรี” จึงอยากเสนอผลงานชุดนี้ ซึ่งเหมาะแก่บุคคลทุกระดับ และยังอาจหันเหความนิยมของเยาวชนไทยบางกลุ่มดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ให้กลับมาสนใจในเพลงมากขึ้น ในวันข้างหน้า คำว่า “ชาตรี” คงเป็นที่รู้จักกันในวงการเพลงของเมืองไทย และด้วยเหตุนี้เอง พวกเราชาว “ชาตรี” จึงใคร่ขอเสนอผลงานเพลงชุดนี้ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงจะได้รับความสนใจจากผู้ฟังไม่มากก็น้อย...

ปีถัดมา ชาตรีตอกย้ำชื่อเสียงของตัวเองด้วยอัลบั้มชุด“แฟนฉัน”(2519) ในหน้าปกอัลบั้มสุดกิ๊บเก๋ เป็นรูป ภาพวาดบันลือโลก”โมน่าลิซ่า” ที่เข้าใจนำเสนอไอเดียชวนให้คิดว่านี่คือ“แฟนฉัน” ผู้มีจิตใจตรงกัน

เหมือนเป็นช่วงน้ำขึ้นให้รีบตัก ในปี 2519 ชาตรีเดินตามรอยรุ่นพี่อย่างวงดิอิม ด้วยการไปทำเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “สวัสดีคุณครู” ที่มีนางเอกหน้าใหม่อย่าง จารุณี สุขสวัสดิ์ เป็นนางชูโรง

หนังเรื่องสวัสดีคุณครู โด่งดังเปรี้ยงปร้างหนุนส่งให้วงดนตรีชื่อไทยแท้วงนี้โด่งดังยิ่งขึ้นไปอีก

จากนั้นในปลายปี 2519 วงชาตรีได้ออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ออกมา คือชุด“หลงรัก” ที่ฉีกแนวออกไปจากเพลงสตริงในแบบเก่าของเขาด้วยการนำเพลงเก่าของ “ชาตรี ศรีชล” นักร้องลูกทุ่งชื่อดังมาร้องใหม่ในสไตล์ติดกลิ่นลูกทุ่งแบบชาตรี

ยุคทองชาตรี

เข้าสู่ปี พ.ศ. 2520 ชาตรีได้ก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่งวงการเพลงสตริงของบ้านเราแทนที่วงดิอิมที่ประกาศยุบวงในปี 2519 โดยเขาต้อนรับการเปลี่ยนทศวรรษใหม่ด้วยผลงานชุดที่ 4 “ฝนตกแดดออก”(2520) และตามด้วยเพลงประกอบหนังอีกหลายเรื่อง อาทิ “รักแล้วรอหน่อย” “จ๊ะเอ๋เบบี้” และ ฯลฯ

ต้นปี พ.ศ. 2522 วงชาตรีได้เพิ่มตำแหน่งคีย์บอร์ดขึ้นมา โดยได้ประยูร เมธีธรรมนาถ(ยุ่น)มาเป็นสมาชิกคนที่ 5

อย่างไรก็ดีแม้วงชาตรีจะเป็นที่นิยมทั่วไป แต่รายได้ของพวกเขากลับไม่มากมายเลย เนื่องจากไม่ได้รับเปอร์เซ็นต์จากยอดขายแผ่น ขายเทป รายได้หลักๆส่วนใหญ่จึงได้มาจากการรับจ้างเล่นสด ทำให้ในกลางปี 2522 ชาตรีได้เดินออกจากสังกัดเดิม เพราะทำเพลงออกมาโด่งดัง ขายได้มากมาย ทางวงก็ไม่ได้ส่วนแบ่งอะไร

งานนี้พวกเขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปร่วมงานกับบริษัทฝรั่ง “EMI” ที่มีกำดำเนินงานแบบสากล มีการแบ่งเปอร์เซ็นต์ยอดขายระหว่างบริษัทกับตัวศิลปิน ซึ่งถือเป็นต้นแบบการแบ่งเปอร์เซ็นต์ของวงการเพลงบ้านเราเรื่อยมา

ADVERTISEMENT

“รัก 10 แบบ”(2522) ถือเป็นอัลบั้มรับสังกัดใหม่ ตามด้วยผลงานชุด“ชีวิตใหม่”ในช่วงต้นปี 2523 ซึ่งวงชาตรีได้ไอเดียการตั้งชื่ออัลบั้ม และการแต่งเพลงส่วนหนึ่งมาจากการไปเยือนสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกที่ดังมากในยุคนั้นเรื่อง การช่วยเหลือบำบัดผู้ติดยาเสพติด

หลังชุดชีวิตใหม่ นราธิปและคฑาวุธ เว้นวรรคชีวิตแบบเดิมๆไป 3 เดือน(1 พรรษา)ด้วยการเดินหน้าใช้ชีวิตใหม่ชั่วคราวสู่ร่มกาสาวพัตร จากนั้นพวกกลับมาอีกครั้งกับอัลบั้ม“รักครั้งแรก” ในปลายปี 2523

“รักครั้งแรก” เป็นอัลบั้มชุดที่ 7 ที่สร้างชื่อสูงสุดให้กับวงชาตรี เป็นผลงานเพลงชุดสำคัญที่ดึงดูดให้ผมหันมาสนใจฟังเพลงสตริงไทยแบบจริงจัง งานเพลงชุดนี้ได้รับการการันตีจากค่ายต้นสังกัดว่าสามารถทำสถิติยอดขายเทปได้เกิน 1 ล้านตลับ ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยในยุคนั้น

รักครั้งแรกเป็นอัลบั้มที่มีความน่าสนใจยิ่ง 3 เพลงดังในอัลบั้มนี้คือ “รักครั้งแรก”,”ยากยิ่งนัก” และ “บทเรียนรัก” ไม่น่าเชื่อ แต่งโดย เด็กหญิง“วันทนา วุฑากร” นักเรียนชั้น ม.1 จากโรงเรียน มาแตร์เดอี ที่มีอายุเพียง 13 ขวบเท่านั้น ซึ่งเอาไว้ถึงตอนพูดถึงเพลงดังวงชาตรีผมจะเล่าลึกลงไปในรายละเอียดอีกที

ชาตรีผู้เปิดมิติใหม่ให้กับการแสดงสดในรายการโลกดนตรี
ชาตรีผู้เปิดมิติใหม่ให้กับการแสดงสดในรายการโลกดนตรี

ปี 2524 หลังประเทือง มือเบสแต่งงานกับสาวหาดใหญ่ ชาตรีส่งงานเพลงชุด“สัญญาใจ”ออกมาเพิ่อเป็นอนุสรณ์ความรักให้กับเพื่อนมือเบสคนนี้ ตามด้วยผลงานชุด“ชะตารัก”ที่ส่งตามมาในปีเดียวกัน

งานเพลงของชาตรีนับแต่ได้มือคีย์บอร์ดมา ความเป็นโฟล์คลดน้อยลงไป แทนที่ด้วยเสียงคีย์บอร์ดและดนตรีที่หนาแน่นขึ้น แต่ก็ยังคงเนื้อร้อง และท่วงทำนองเรียบง่ายติดหูอันเป็นเอกลักษณ์ของชาตรีเอาไว้อย่างชัดเจน

ปี 2525 ชาตรีออกอัลบั้มบันทึกการแสดงสด“ชาตรีอินคอนเสิร์ต”ขึ้นมา เป็นการเล่นที่โรงแรมดุสิตธานี ที่ค่อนข้างแปลกใหม่ในยุคนั้นด้วยวงดนตรีแบ็คอัพถึงร่วม 40 ชิ้น แล้วตามด้วยงานสตูดิโออัลบั้มในปีเดียวกันกับชุด“รักไม่เป็น” ที่เพลง“ภาษาเงิน”ในชุดนี้ สามารถซิวรางวัลตุ๊กตาทองมหาชนไปได้

ปี 2526 ชาตรีปล่อยอัลบั้ม“รักที่เธอลืม”ออกมา ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำขาว จากยอดขายเทปเกิน 2 แสนตลับ ภายใน 2 สัปดาห์ พร้อมกันนี้พวกเขายังออกแสดงสดในรายการ “โลกดนตรี” ทางช่อง 5 ของโฆษกคนยาก “เสกสรรค์ ภู่ประดิษฐ์” เป็นครั้งแรก

เดิมนั้นรายการโลกดนตรีเล่นกันสดๆในห้องส่ง แต่ด้วยความดังของชาตรีทำให้การแสดงสดของพวกเขามีแฟนเพลงล้นทะลัก จนห้องส่งรับไม่ไหวต้องย้ายมาจัดกันกลางแจ้ง ก่อเกิดเป็นคอนเสิร์ตโลกดนตรีกลางแจ้งขึ้นนับแต่นั้นมากลายเป็นหนึ่งในตำนานของวงการเพลงไทย

อำลา...ชาตรี

ปลายปี 2526 ชาตรีออกผลงานชุดที่ 13 ขึ้นมาคือ “แอบรัก” แล้วตามด้วยผลงานชุด“ชาตรีทศวรรษ” ที่ได้ โทนี่ อากิล่า พ่อของ คริสตินา อากีล่า มาเป็นผู้ร่วมกันผลิต ในสไตล์ดนตรีที่มีเพิ่มความเป็นอีเล็คโทรนิคร็อค โจ๊ะๆ เข้ามา

จากนั้นในปี 2528 วันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. ชาตรีไว้ลายด้วยการส่งอัลบั้ม“อธิษฐานรัก”ออกมา แล้วตามด้วยการช็อคแฟนเพลงด้วยการประกาศยุบวง ก่อนเล่นคอนเสิร์ตลำลา ณ ลานโลกดนตรีในวันที่ 5 พ.ค. 2528 ท่ามกลางแฟนเพลงแน่นขนัด และท่ามกลางบรรยากาศความเศร้าโศกของเหล่าบรรดาแฟนานุแฟน แฟนเพลงหลายๆคนเศร้าใจถึงขนาดฟังเพลงไปนั่งร้องไห้ไป

เพราะนับจากนี้จะไม่มีวงชาตรีที่พวกเขาชื่นชอบอีกแล้ว

ชาตรี...คงกระพัน

บนชื่อเสียงความโด่งดังของชาตรี ปัจจัยหลักด้านหนึ่งมาจากการทำเพลงออกมาได้โดนใจแฟนเพลง มีทำนองฟังง่าย ติดหูง่าย ตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ปัจจัยหลักอีกด้านหนึ่งยังมาจากการที่ชาตรีเป็นวงที่มีการทำงานแบบครบเครื่องซึ่งถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้กับการทำเพลงบ้านเราด้วย (ในยุคนั้น) คือ ทั้งแต่งคำร้อง ทำนอง เรียบเรียง ทำดนตรีเอง ในสไตล์เฉพาะของตัวเอง โดยมีนราธิปหัวหน้าวงเป็นมันสมองและหัวใจสำคัญ

เนื้อเพลงของชาตรี แม้ภาษาจะไม่สละสลวยเหมือนเพลงของดิอิมที่ได้บรรดาครูเพลงมาแต่งให้ แต่ก็เป็นภาษาซื่อๆง่ายๆที่โดนใจวัยรุ่นยุคนั้นเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตามบนความสำเร็จ โด่งดัง และการเปิดโลกการทำเพลงแบบครบเครื่องของชาตรีนั้น ดูจะไม่เป็นที่สบอารมณ์ของพวกนักอนุรักษ์นิยมในยุคนั้นสักเท่าไหร่ ทำให้ช่วงนั้นวงชาตรีถูกโจมตีว่าพวกเขาร้องเพลงไทยในสำเนียงฝรั่งอย่างเกินงาม อาจทำให้ภาษาไทยวิบัติได้ โดยในหนังสือดนตรีฉบับหนึ่งได้เขียนถึงวงชาตรี สรุปความได้ว่า
..เพลงของชาตรีเป็นเพลงในแบบ “ลูกเทศ” คือเพลงที่มีคำร้องเป็นภาษาไทยแบบกึ่งร้อยกรองกึ่งร้อยแก้ว มีสัมผัสนอกในพอประปราย บางบทก็เป็นกลอนเปล่า ไม่มีสัมผัส ซึ่งชาตรีถือเป็นต้นกำเนิดของเพลงแบบลูกเทศอย่างเต็มตัว โดยมีการร้องเพลงไทยในสำเนียงฝรั่ง ออกเสียง“จิตใจ” เป็น “ฉิดไช” วงดนตรีและเพลงประเภทลูกเทศนี้เกิดง่ายแต่ตายแร็ว เป็นที่นิยมในยุคสมัยแค่ 3 เดือน ถึง 1 ปี แล้วก็เลือนสลายไปแบบไม่มีใครจดจำว่าเป็นเพลงของใคร...

เรื่องนี้คงจะใช้ได้กับบางวงในยุคนั้น แต่สำหรับวงชาตรีแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

เพราะวันนี้กาลเวลาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ชื่อเสียงของวงชาตรี บทเพลงของวงชาตรี ณ วันนี้ยังอยู่ยงคงกระพันคู่กับวงการดนตรีไทย อย่างไม่มีวันเลือนหาย

ที่อยู่

เมือง
Phuket
83000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Jospotlightผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์