Like to share รับฝากลงข่าวหรือโฆษณา
สนใจทัก Inbox

02/03/2022

“ยุบเถอะสงสารเด็ก"
1.เรียนวิชามากมาย แต่นำไปใช้ในชีวิตน้อยมาก
2.เรียนจนจบปริญญาแต่ค้นหาตนเองไม่เจอ
ไม่รู้ว่าถนัดอะไร เก่งอะไร ทำอะไรได้บ้าง
3.ตัดสินความเป็นคนที่เกรดใครต่ำ “โง่”
4.เรียนกว่า 20 ปี สุดท้ายตกงาน
รู้อยู่แล้วปัญหาคืออะไร?
แต่ไม่แก้...ไม่ทำ

19/02/2022

สรุปแฮชแท็ก #ค้ามนุษย์

—————

ตอนที่ 1: ทลายค่ายกักกันโรฮิงญา
ตอนที่ 2: อาชญากรในเครื่องแบบ
ตอนที่ 3: ถูกสั่งย้ายและการลาออก
ตอนที่ 4: ลี้ภัยไปออสเตรเลีย
ตอนที่ 5: เปิดใจเล่าชีวิตในออสเตรเลีย

—————

แฮชแท็ก #ค้ามนุษย์ ทะยานขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ทวิตเตอร์ประเทศไทย มียอดทวีตมากกว่า 5 แสนครั้ง หลัง “รังสิมันต์ โรม” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ลุกขึ้นอภิปรายประเด็นคดีค้ามนุษย์โรฮิงญาที่เคยเป็นข่าวดังเมื่อปี 2558 แต่ “พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์” หัวหน้าทีมสืบสวนสอบสวนคดีนี้กลับถูกโยกย้าย ถูกข่มขู่ จนต้องลี้ภัยไปออสเตรเลีย
แอดสรุปคดีนี้มาคร่าว ๆ โดยประมวลจากข่าวเข้ากับการอภิปรายของโรม แต่เรื่องนี้มีรายละเอียดเยอะ ตัวละครก็เยอะ มีความเชื่อมโยงกันเชิงอำนาจและเชิงอุปถัมภ์ด้วย แอดจึงอยากให้ทุกท่านได้เข้าไปอ่านโพสต์เต็มจากโรมด้วยนะคะ มีหลายโพสต์เลย (ลิงก์อยู่ด้านล่าง) โดยโรมได้ติดต่อพูดคุยกับ พล.ต.ต.ปวีณโดยตรง ซึ่งตอนนี้ท่านอยู่ที่ออสเตรเลียค่ะ

—————
⚫️ ทลายค่ายกักกันโรฮิงญา
:
1- พฤษภาคม 2558 ตำรวจบุกทลายแคมป์ที่มีลักษณะคล้ายค่ายกักกันแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่กลางป่าบนเทือกเขาแก้ว ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา พื้นที่ชายแดนรอยต่อไทย-มาเลเซีย

2- พบว่าเป็นค่ายที่ใช้คุมขังชาวโรฮิงญาเพื่อค้ามนุษย์ โดยค่ายนี้สามารถจุคนได้ถึง 1,000 คน แต่ประเมินเบื้องต้นว่ามีชาวโรฮิงญาผ่านค่ายกักกันนี้มาแล้วนับหมื่นคน

3- นอกจากนี้ยังขุดพบศพชาวโรฮิงญา 36 ศพ ผลชันสูตรพบว่าบางศพขาดสารอาหารตาย บางศพมีร่องรอยถูกทำร้าย ภาพน่าสะเทือนใจคือ พบชายชาวโรฮิงญาคนหนึ่งถูกขังไว้ที่ค่ายแห่งนี้ โดยเขาถูกบังคับให้นั่งยอง ๆ อยู่ในคอกทั้งวันจนขาลีบอ่อนแรง เดินไม่ได้ ต้องกินใบไม้ประทังชีวิต

4- ชาวโรฮิงญาที่รอดชีวิตให้การว่า ก่อนหน้านี้พวกเขาจ่ายเงิน 10,000 – 70,000 บาท ให้กับขบวนการค้ามนุษย์ อ้างว่าจะพาขึ้นเรืออพยพจากเมียนมาเพื่อลี้ภัยไปมาเลเซีย แต่เมื่อมาขึ้นฝั่งที่ไทยกลับถูกนำตัวมากักกันไว้ที่นี่

5- จากนั้นขบวนการค้ามนุษย์ได้ติดต่อข่มขู่ญาติพี่น้องของพวกเขาที่อยู่มาเลเซียให้จ่ายค่าไถ่ตัว โดยเปิดกล้องโทรศัพท์ถ่ายให้ญาติดูตอนพวกเขาถูกเฆี่ยนตี ผู้ชายถูกซ้อมทรมาน ผู้หญิงหลายคนถูกข่มขืน

6- ใครไม่สามารถจ่ายค่าไถ่ได้จะถูกนำตัวไปใช้แรงงานทาส หรือปล่อยให้ตายคาค่าย โดยสภาพความเป็นอยู่ในค่ายนั้นย่ำแย่เกินกว่าจะจินตนาการได้ว่านี่คือสิ่งที่มนุษย์กระทำกับมนุษย์ด้วยกัน ที่น่าหดหู่ไปอีกคือพบว่าการค้ามนุษย์ชาวโรงฮิงญาในลักษณะนี้ดำเนินมานานนับ 10 ปีแล้ว

7- นายตำรวจที่มาทำคดีนี้คือ “พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์” ซึ่งดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ในตอนนั้น เขาเป็นนายตำรวจมือฉมัง ไขคดียาก ๆ มานับไม่ถ้วน เช่น คดีปราบมาเฟียแท็กซี่ที่ภูเก็ต, คดีทุจริตก่อสร้างโรงพักตำรวจ 369 แห่งทั่วประเทศ เป็นต้น

—————
⚫️ อาชญากรในเครื่องแบบ
:
8- พล.ต.ต.ปวีณเชื่อว่า การค้ามนุษย์ครั้งใหญ่นี้ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอนหากไม่มี “อาชญากรในเครื่องแบบ” ร่วมด้วย และมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เขาสืบสาวไปจนพบว่ามีทั้งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง นักการเมืองท้องถิ่น ตำรวจและทหารหลายนาย รวมทั้งพลเรือนร่วมด้วย

9- ตลอดเวลาที่ทำคดีนี้ พล.ต.ต.ปวีณมักถูกขัดขวาง ถูกปฏิเสธไม่ให้ข้อมูล และถูกปิดบังพยานหลักฐานจากเจ้าหน้าที่รัฐและจากตำรวจด้วยกันอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งถูกข่มขู่ด้วย

10- แต่ในที่สุด พล.ต.ต.ปวีณก็สามารถสรุปสำนวนส่งอัยการสูงสุดได้สำเร็จ โดยเอกสารมีความหนามากกว่า 2.7 แสนแผ่น นำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาถึง 153 ราย มีทั้งนักการเมืองท้องถิ่น, ข้าราชการระดับสูง, ทหาร, ตำรวจ และพลเรือน (ปัจจุบันศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษไปแล้ว 75 ราย)

11- แม้ระหว่างกระบวนการมอบตัวและจับกุมผู้ต้องหา ก็ยังมีความพยายามที่จะวิ่งเต้น ใช้ความเป็น “พี่น้องร่วมรุ่น” และเส้นสายต่าง ๆ มาช่วยเหลือกดดันกันทุกวิถีทาง รวมทั้งข่มขู่พยาน ข่มขู่ทีมสอบสวน สั่งย้ายผู้บังคับบัญชา

12- ผู้ต้องหาระดับใหญ่สุดที่สามารถนำตัวขึ้นศาลได้สำเร็จคือ “พล.ท.มนัส คงแป้น” ศิษย์เก่าเตรียมทหารรุ่น 16 และอดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ซึ่งพบการโอนเงินจากขบวนการค้ามนุษย์เข้าบัญชีธนาคาร พล.ท.มนัสร่วมร้อยครั้ง รวมกว่า 14 ล้านบาท เชื่อว่ายังมีตัวการใหญ่ระดับบิ๊กกว่านี้ที่ยังสาวไปไม่ถึง

13- ในปี 2562 ศาลอุทธรณ์ตัดสินพิพากษาจำคุก พล.ท.มนัส 82 ปี แต่ในเดือนมิถุนายน 2564 เขาเสียชีวิตเพราะหัวใจวายเฉียบพลันในเรือนจำ (ซึ่งโรมมองว่าเป็นการเสียชีวิตอย่างมีปริศนา เพราะ พล.ท.มนัสสุขภาพแข็งแรงดีมาตลอด)

—————
⚫️ ถูกสั่งย้ายและการลาออก
:
14- คดีนี้ถือเป็นผลงานระดับโบแดง แต่ชะตากรรมของ พล.ต.ต.ปวีณกลับสวนทางกับผลงานของเขา ในเดือนตุลาคม 2558 ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (กตร.) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งเป็นประธาน ได้สั่งย้าย พล.ต.ต.ปวีณไปรักษาราชการที่ชายแดนใต้

15- หากเป็นการสั่งย้ายก่อนหน้าที่จะทำคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา พล.ต.ต.ปวีณก็ไม่ขัดข้อง แต่หลังเขาทำคดีนี้แบบไม่ไว้หน้าใครก็สร้างความไม่พอใจให้เครือข่ายค้ามนุษย์ในพื้นที่เป็นอย่างมาก นอกจากคนกลุ่มนี้จะรอเอาคืนเขาอยู่ พื้นที่นี้ยังเป็นเขตอิทธิพลทหารที่ไม่พอใจ พล.ต.ต.ปวีณอยู่เป็นทุนเดิม หลายฝ่ายจึงมองว่านี่เท่ากับเป็นการส่งเขาไปตาย

16- พล.ต.ต.ปวีณขอให้ผู้บังคับบัญชาและนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ทบทวนคำสั่งย้าย แต่ไม่เป็นผล เขาจึงตัดสินใจลาออกเพื่อรักษาชีวิตตัวเองเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ในทุกสื่อ

—————
⚫️ ลี้ภัยไปออสเตรเลีย
(สรุปจากโพสต์ของโรมที่ได้คุยกับ พล.ต.ต.ปวีณ)
:
17- หลังการลาออก พล.ต.ต.ปวีณได้รับการติดต่อจากนายหารระดับสูงเบอร์ต้น ๆ ของประเทศคนหนึ่ง ชวนเขาไปทำงานด้วยในหน่วยพิเศษที่สูงมาก ๆ พร้อมส่งใบสมัครมาให้เสร็จสรรพ มันเป็นใบสมัครพิเศษที่จะส่งให้เฉพาะคนที่ถูกจับตามองและถูกเลือกเข้าไปทำงานในหน่วยนี้เท่านั้น

18- พล.ต.ต.ปวีณได้รับข้อเสนอว่าตอนนี้เขามี 3 ตัวเลือก คือ 1. ทำงานที่หน่วยพิเศษระดับสูง 2. ไปทำคดีค้ามนุษย์ต่อ 3. ลาออกแล้วอยู่เงียบ ๆ

19- ตอนนั้น พล.ต.ต.ปวีณเข้าใจว่าเขามีสิทธิ์เลือกจริง ๆ และเข้าใจว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคงเห็นความสำคัญของการปราบปรามการค้ามนุษย์แล้ว เขาจึงตอบไปว่าเลือกข้อ 2 ขอกลับไปทำคดีค้ามนุษย์ต่อ

20- จากนั้น พล.ต.ต.ปวีณก็ไปขอถอนใบลาออก เตรียมกลับไปทำงาน แต่แล้วในคืนนั้นเองเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้ใหญ่ในวงการตำรวจซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของเขาเอง บอกกับเขาว่า “ต้องลาออกแล้วอยู่เงียบ ๆ”

21- พล.ต.ต.ปวีณมองว่าเขาไม่สามารถไว้วางใจใครได้อีก แม้แต่ผู้บังคับบัญชา หรือผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง อีกทั้งเกรงว่าหากปฏิเสธไม่ทำงานกับหน่วยพิเศษระดับสูงแล้วตัวเองจะไม่ปลอดภัย จึงตัดสินใจขอลี้ภัยไปอยู่ออสเตรเลีย

22- โรมได้นำเอกสารต่าง ๆ มาเผยแพร่ เช่น ใบสมัครหน่วยพิเศษระดับสูงที่ส่งให้ พล.ต.ต.ปวีณ, เอกสารขอลี้ภัยของ พล.ต.ต.ปวีณที่อธิบายประวัติความเป็นมาและสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยของเขาหากยังอยู่ในประเทศไทย มีความยาวถึง 17 หน้า สร้างความฮือฮาและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก

—————
⚫️ เปิดใจเล่าชีวิตในออสเตรเลีย
:
23- ล่าสุด พล.ต.ต.ปวีณได้ให้สัมภาษณ์ออนไลน์ว่า ขอยืนยันว่าที่โรมพูดอภิปรายเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง และวันนี้เป็นวันที่ตนมีความสุขที่สุดวันหนึ่ง เพราะรู้สึกเหมือนได้รับความเป็นธรรมกลับมาครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งต้องรอวันที่ประเทศไทยมีประชาธิปไตยแท้จริง

24- พล.ต.ต.ปวีณบอกว่าตนหนีออกนอกประเทศมานาน 6 ปี 3 เดือนแล้ว ต้องใช้ชีวิตเหมือนผู้ลี้ภัยทั่วไป คือเรียนภาษาและหางานทำเลี้ยงชีพ ซึ่งภาษาตนไม่ได้ ทรัพย์สินก็ไม่มี พล.ต.ต.ปวีณยังแสดงความมั่นใจว่าหากตนยังดูแลคดีค้ามนุษย์อยู่ จะสามารถสาวไปถึงปลาตัวใหญ่ได้อีกหลายตัวแน่นอน

25- นักข่าวถามว่าอยากกลับไทยหรือไม่ พล.ต.ต.ปวีณน้ำตาคลอและตอบว่า “แน่นอนครับ นั่นคือบ้านเกิดของผม ผมยังมีบุคคลอันเป็นที่รักอยู่ที่นั่น เป็นความหวังของผม”

—————
⚫️ ลิงก์ที่เกี่ยวข้องจากโพสต์ของโรม
:
◾️ สรุปที่โรมอภิปราย
https://www.facebook.com/100044192061288/posts/497827925033605/?d=n
◾️ สรุปที่โรมอภิปราย (แบบคลิป)
https://www.facebook.com/watch/?v=375805673916633
◾️ เอกสารขอลี้ภัยของ พล.ต.ต.ปวีณ
https://www.facebook.com/100044192061288/posts/497216888428042/?d=n
◾️ ใบสมัครหน่วยพิเศษที่ส่งให้ พล.ต.ต.ปวีณ
https://www.facebook.com/100044192061288/posts/497876145028783/?d=n
◾️ สัมภาษณ์ พล.ต.ต.ปวีณออนไลน์
https://www.facebook.com/MoveForwardPartyThailand/videos/2017820785051856/

12/02/2022
09/02/2022
30/01/2022
28/01/2022

#หมอกระต่าย

1) จริงๆประเทศเราไม่ต้องเปลืองงบประมาณทำสะพานลอยเลยนะ (สะพานลอยประเทศไทยมีไว้โกงกินค่าอิฐปูนทราย) ถ้าคนใส่ใจเคารพกฎจราจรกัน มันมีกรณีชนขณะข้ามทางม้าลายบ่อย จนทำให้เราสังเกตได้ว่า คนไม่เคารพทางม้าลาย และเราหาความปลอดภัยในประเทศไม่ได้เลย

2) ตำรวจเป็นผู้กระทำผิดกฎจราจรเสียเอง แล้วคุณจะไปคุมครองพิทักษ์ความถูกต้องความปลอดภัยให้กับประชาชนได้อย่างไร แสดงว่าคุณเองก็ยังขาดความระมัดระวังในการใช้ชีวิตเพื่อความปลอดภัย และไม่รู้จักเคารพกฎอยู่เลย

3) เราไม่ได้อยากโจมตีตำรวจ แต่ในความจริง คุณต้องขับแรงขนาดไหน ถึงทำให้หมอตายทันทีในที่เกิดเหตุ รถคงต้องขับแรงมากๆแน่นอน มันอ้างไม่ได้ว่าชะลอ หรือพยายามเบรคเต็มที่

4) ตลกดีที่ประเทศไทย เวลามีเคสอุบัติเหตุสำคัญ กล้องวงจรปิดต้องเสียตลอด หาหลักฐานไม่ได้ ไม่รู้ว่างบประมาณประเทศของเราไม่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และการทำให้กล้องวงจรปิดทำงานได้ นั่นแสดงให้เห็นถึงการไม่แยแสดูแลความปลอดภัยของประชาชน ไปจนถึงการไม่ใช้เงินงบประมาณในทางที่เป็นประโยชน์

5) น่าตกใจมากที่ฝั่งผู้เสียชีวิต ต้องร้องหาหลักฐานจาก 'กล้องหน้ารถบริเวณนั้นเอง' เพื่อให้เป็นหลักฐานเอาผิด ไม่งั้นจะทำอะไรตำรวจผู้นี้ไม่ได้ ประเทศนี้จะหาความยุติธรรม คนที่เสียหาย เดือดร้อนต้องวิ่งเต้นเอง หาหลักฐานมาต่อสู้เอง และก็ไม่รู้ว่าจะมีมากพอจะต่อสู้ได้ไหม (ตอนนี้เจอภาพแล้ว เห็นเต็มๆว่าผิด ชนตัวลอยกระเด็นออกนอกเส้นทางม้าลายไปไกล ชีวิตโคตรมีค่าน้อยในสายตาตำรวจไทย)

6) มันไม่ใช่คนที่โดนชนเป็นคุณหมอ หรือคนที่ชนเป็นตำรวจ ถึงต้องออกมาคุยเรื่องนี้ แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร อาชีพใดๆ บุคลากรของชาติทุกชีวิตควรปลอดภัยเสมอ ไม่ควรมีใครตายด้วยความประมาทบนท้องถนนที่เกิดจากความเลินเล่อของใครอีกคน แม้จะระวังตัวแค่ไหนก็ยังไม่รอดพ้นอันตราย

7) "ชีวิตดีๆ เริ่มต้นที่ตัวเอง" ประโยคนี้ทำให้เราขำ เพราะจริงๆชีวิตดีๆจะมีได้ ต้องอยู่ในประเทศที่คุ้มครองเราให้ปลอดภัยให้ได้เสียก่อน ต่อให้เราเริ่มต้นที่ตัวเองดูแลตัวเองแค่ไหน ประเทศมันไม่ปลอดภัย ก็ไม่มีวันที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

8 ) ความเครียดของคู่กรณีคือ การจะเอาผิดได้หรือไม่? ตลกที่ต้องมากังวลเรื่องแบบนี้ เพราะการต่อสู้กับคนมีอำนาจในประเทศนี้ จะชนะคงยาก เงินไม่หนา เส้นสายไม่มี และคนในเครื่องแบบเป็นผู้กระทำผิด คงสู้เพื่อความยุติธรรมเหนื่อยสุดๆ ที่ต้องโดนขัดขาระหว่างกระบวนการแน่นอน เพราะ...

- ญาติคาใจ ไม่มีเอกสารยืนยันการตรวจวัดแอลกอฮอล์
- รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่มีกระจกมองข้าง แต่ยังขับได้อย่างไร?
- พ่อผู้ต้องหาเป็นตำรวจยศ ร้อยตำรวจตรี

9) หยุดโทษเหยื่อ ด้วยการพูดว่า "หมอข้ามถนนไม่ระวังเอง" กรุณาไปหากล้องวงจรปิดดู แล้วคุณจะรู้ว่าต่อให้ระวังขนาดไหน แต่ขับกระแทกจนกระเด็นไกลขนาดนี้ เราไม่ควรสร้างสังคมแห่งการ victim blaming แล้วผู้กระทำผิดลอยตัว เขาอยู่บนทางม้าลาย เขาทำถูกกฎหมาย เขาควรปลอดภัย ไม่ใช่โทษเหยื่อครับ

10) กรณีนี้ หมอจะได้รับความยุติธรรมได้ ต้องให้สื่อมวลชน สังคมออนไลน์ และประชาชนเป็นผู้กดดัน และจับตา อย่าปล่อยเคสของการกระทำที่ไม่สมควรปล่อยผ่าน ให้เป็นเรื่องเงียบงัน อย่าปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวลครับ สื่อช่วยด้วยนะ เราช่วยกันนะครับ คุณตำรวจที่ขับบิ๊กไบค์ท่านนี้ต้องได้รับโทษอย่างสาสมแก่การกระทำผิดที่สร้างความตายกับประชาชน (update : ขณะนี้ตำรวจท่านดังกล่าว ได้รับการปล่อยตัว โดยไม่ต้องใช้หลักประกันใดๆ)

หมอกระต่าย คือจักษุแพทย์ หรือหมอตา ต้องเรียนหมอ 6 ปี ต่อเฉพาะทางจักษุอีก 3 ปี ซึ่งตัวหมอเพิ่งกลับมาจากอเมริกา จบเฉพาะทางตา 2 สาขา retina uveitis มีน้อยคนมากๆในประเทศไทย เราได้สุญเสียบุคลากรด้านการแพทย์ที่มีความสามารถของประเทศไป 1 คน แลกกับความประมาทของตำรวจ 1 นาย

ขอแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียไปยังครอบครัวของหมอกระต่ายด้วยนะครับ


#ตุ๊ดส์review

👎🏻
27/01/2022

👎🏻

24/01/2022

เป็นซีรี่ย์ที่สะท้อนปัญหาสังคม และเข้ากับเหตุการณ์มาก หวังว่าสังคมไทยจะตระหนักถึงเรื่องทางม้าลาย เห็นชีวิตคนเดินเท้าสำคัญกว่าความเร่งรีบ เสียเวลาสักนิด หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลายนะครับ 🙏🏻

อห
23/01/2022

อห

โอ้โห

08/11/2021

#บูสเข็ม3
#ฉีดที่บางซื่อ

🤩 ข่าวดีสำหรับคนที่ฉีดวัคซีน #ซิโนแวค และ #ซิโนฟาร์ม ครบ 2 เข็มจากทุกศูนย์ฉีดทั้งแบบตรงและไขว้ และยังไม่เคยฉีดเข็ม 3 มาก่อน เค้าเปิดให้จอง มาฉีดบูสเป็นเข็มที่ 3 ได้แล้วค่ะ

👉🏻 โดยจะเปิดให้จองผ่านค่ายมือถือวันที่ 10 พ.ย. 64 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป และจะเริ่มฉีดวันที่ 13-30 พ.ย. 64 ค่ะ
- AIS ลงทะเบียน >> www.ais.th/vaccine
- TRUE ลงทะเบียน >> ระบบ USSD กด *707 # โทรออก หรือ เว็บไซต์ https://vaccine.trueid.net/
- DTAC ลงทะเบียน >> ดีแทค แอปฯ และ เว็บไซต์ https://app.dtac.co.th/vaccine/index.html
- NT ลงทะเบียน >> บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ https://covid19vaccine.ntplc.co.th/CVC/home

📌 ที่มา : https://ppro.pro/3ELDoLw

#ปันโปร
#ปันโปรบอกข่าว

ที่อยู่

Pua

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Like to shareผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์