DRUNY ิ แนะนำสินค้าเท่ๆที่คุณจะหลงไหล 🌻

แก้วน้ำมือ ozark มีที่จับแบบพี่จ๋ายไททศมิตรตามไปที่ลิงค์เลยยย 🌻https://shope.ee/A9u2tcNHlL
30/03/2024

แก้วน้ำมือ ozark มีที่จับแบบพี่จ๋ายไททศมิตรตามไปที่ลิงค์เลยยย 🌻

https://shope.ee/A9u2tcNHlL

14/04/2023
Welcome ✨ เสื้อวินเทจแนวart การ์ตูน ลายมินิมอล แวะเข้ามาชมกันได้นะครับ กดเช็คเสื้อที่ว่าง 👉🏻  ิ
21/05/2022

Welcome ✨ เสื้อวินเทจแนวart การ์ตูน ลายมินิมอล แวะเข้ามาชมกันได้นะครับ กดเช็คเสื้อที่ว่าง 👉🏻 ิ

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3198195273642231&id=1523107561151019
28/02/2021

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3198195273642231&id=1523107561151019

วิกฤตใหม่ในจีนเผชิญปัญหา ขยะเสื้อผ้าแฟชั่นล้น! 26 ล้านตันไม่มีที่ไป ผลิต-ซื้อหนักตามเทรนด์ ทิ้งเร็ว ทำลายโลกหนัก วอนลดซื้อ ยืดอายุ ส่งต่อ

ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนเจอปัญหาไม่หยุด ต้องหาทางออกปัญหาเสื้อผ้าไม่ใช้แล้วล้นประเทศกว่า 26 ล้านตัน ซึ่งน้อยกว่า 1% ของเสื้อผ้าเหล่านั้นถูกนำไปรีไซเคิล ส่วนการที่เสื้อผ้าจะถูกส่งต่อไปให้ผู้ที่ยากไร้ก็มีเปอร์เซนต์ที่น้อยมากเช่นกัน

สาธารณรัฐประชาชนจีนมีประชากรรวมทั้งหมด 1.4 พันล้านคน ในแต่ละปีมีการผลิตแค่เสื้อเชิ้ตในประเทศประมาณ 5 พันล้านตัว และด้วยความที่ยุคนี้เป็นยุคของการซื้อขายออนไลน์ อุตสาหกรรมเสื้อผ้าในจีนจึงรุ่งเรืองมากขึ้น การผลิตเสื้อผ้ามีเพิ่มอีกเรื่อย ๆ ตามความต้องการของผู้บริโภค จนจีนสามารถเอาชนะอเมริกาด้านอุตสาหกรรมแฟชั่นไปได้ในปีที่แล้ว

แต่ปัญหาหลัก ๆ ของเสื้อผ้าเหล่านี้คือ แต่ละตัวไม่ได้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาว หลายบริษัทรีบผลิตเสื้อผ้าออกมาให้ตามเทรนด์โลกจำนวนมาก และขายมันออกมาในราคาถูกเพื่อเอาใจผู้บริโภค ซึ่งเมื่อไหร่ที่เทรนด์ใหม่มา ผู้คนจะหันไปซื้อเสื้อผ้ารุ่นใหม่จนเสื้อผ้ารุ่นก่อนหน้ากลายมาเป็นเสื้อผ้าที่ค้างในตู้ เกิดปัญหาขยะเสื้อผ้าล้นทันที

นี่คือคำนิยามของ Fast Fashion ที่กำลังเป็นปัญหาระดับโลก และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

จากการรายงานของ Ellen MacArthur Foundation อุตสาหกรรมแฟชั่นถือว่าเป็นหนึ่งตัวการสำคัญในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 10% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั่วโลก ซึ่งมากกว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเดินทางด้วยเครื่องบิน และการเดินเรือรวมกันเสียอีก

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการรณรงค์ให้ผู้คนบริโภคอย่างพอเหมาะ และหันมาใช้จ่ายเสื้อผ้ามือสอง เพราะการนำเสื้อผ้าเก่ากว่า 1 กิโลกรัมกลับมาใช้สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 3.6 กิโลกรัม อีกทั้งยังช่วยประหยัดน้ำที่ใช้ในอุตสาหกรรมแฟชั่นได้กว่า 6,000 ลิตร ลดการใช้ปุ๋ยหว่า 0.3 กิโลกรัม และยาฆ่าแมลงกว่า 0.2 กิโลกรัม

แต่สำหรับจีนนั้น ทางประเทศมีความเชื่อเรื่องการใส่เสื้อผ้าเก่า เสื้อผ้าที่นำไปบริจาคเลยไม่เป็นที่นิยม

อีกทั้งทางรัฐก็ออกกฎหมายไม่ให้ขายเสื้อผ้ามือสองด้วยเหตุผลทางด้านสุขอนามัย เสื้อผ้ามือสองเหล่านี้จึงถูกมองเป็นเสื้อผ้าที่สกปรก หรือแม้กระทั่งนำโชคร้ายมาให้ผู้ส่วมใส่ด้วย และยิ่งช่วงโควิด การใส่เสื้อผ้าต่อจากผู้อื่นจึงเป็นเรื่องที่หลายคนเลี่ยงอย่างมาก

ขยะที่ล้น ขาย และบริจาคไม่ได้นี้จึงจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องปัญหาใยสังเคราะห์ในเสื้อผ้าที่ใช้เวลากว่าร้อยปีในการย่อยสลาย ปัญหาไมโครพลาสติกหลุดออกมาจากวัสดุที่อยู่ในเสื้อผ้าที่เป็นพลาสติกย่อยสลายไม่ได้ และปัญหาการกำจัดเสื้อผ้าล้นอย่างเช่นการเผาที่สร้างมลพิษในอากาศ

แล้วจีนทำอย่างไร? สำหรับเสื้อผ้าที่ยังอยู่ในสภาพดี จีนจะนำไปขายต่างประเทศอย่างเช่นในแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเชียงใต้ โดยบางบริษัทจะนำเสื้อผ้าจากถังบริจาคในละแวกบ้านไปขาย ไม่ก็ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Alipay เปิดรับเสื้อผ้าอีกที

ดังนั้น เสื้อผ้าส่วนใหญ่จะถูกนำไปขายมากกว่าไปบริจาค ยกตัวอย่างเช่นกรณีของบริษัท White Whales ประมาณ 70% ของเสื้อผ้าที่บริษัทรับมาจะถูกนำไปขาย 15% ถูกนำไปใช้ใหม่ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ และอีก 15% ที่เหลือจะถูกนำไปมอบให้ผู้ยากไร้ในประเทศ

“ผู้คนต้องการให้เสื้อผ้าของพวกเขาไปถึงมือครอบครัวที่ขาดแคลนในประเทศ แต่มันไม่ใช่ความจริงอีกต่อไป อย่าง เมื่อไม่กี่ปีก่อน ถ้าเสื้อแจ็คเก็ตใหม่มีสภาพที่ใหม่ 70% คนคงนำไปใช้ต่อ แต่ตอนนี้แค่ 90% ใหม่ก็ไม่อยากนำมันไปโชว์ให้คนรอบข้างดูแล้ว” Jason Fang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ White Whales กล่าว

จากปัญหา Fast Fashion ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกวันนี้ ตอนนี้จีนและอีกหลายประเทศก็กำลังพยายามที่จะแก้ปัญหา ที่จีนมีการนำเสื้อผ้าที่ไม่ใช่แล้วมาตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ และทิ้งลงไปในถังขยะเปียกเพื่อนำไปเผาในเตาขยะที่จะเปลี่ยนขยะไปเป็นพลังงานทีหลัง เสื้อผ้าเหล่านี้จะได้มีมูลค่ามากขึ้น

แต่นั่นก็ไม่ใช่วิธีที่ยั่งยืนซะทีเดียว สำนักรีไซเคิล Wheeler กล่าวว่า “เสื้อผ้าต้องถูกออกแบบให้อยู่ได้นาน และรีไซเคิลได้ เมื่อเวลาคนใช้เสร็จจะได้ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ได้”

“แต่ยังมีทางออกที่ง่ายกว่านี้ นั้นก็คือ เราควรซื้อเสื้อผ้าให้น้อยลง” Wheeler เสริม

https://www.bloomberg.com/news/features/2020-10-18/china-s-big-fashion-problem-is-recycling-26-million-tons-of-used-clothes?utm_source=twitter&utm_medium=social&utm_campaign=socialflow-organic&utm_content=business&cmpid=socialflow-twitter-business&fbclid=IwAR3CkHT-J-jtVjJY2627NSLwjX_hgOjnVpZ_Zje301ihxHzs7RjREojAI5A

ณิชากร บัวทรัพย์

เคยไหมอยู่ดีดีไม่มีความสุขจากคนใกล้ๆเพราะเขามีพฤติกรรมหรืออารมณ์ที่เป็นพิษต่อเราทำให้อารมณ์เสียไปทั้งวันแปลว่าคุณกำลังเจ...
27/02/2021

เคยไหมอยู่ดีดีไม่มีความสุขจากคนใกล้ๆเพราะเขามีพฤติกรรมหรืออารมณ์ที่เป็นพิษต่อเราทำให้อารมณ์เสียไปทั้งวันแปลว่าคุณกำลังเจอคนที่เป็น Toxic people กับตัวคุณเข้าให้แล้ว

Toxic people คือ ?

จริงๆคนที่เป็น Toxic people เกิดจากที่เขาได้รับความเจ็บปวดบางอย่างในอดีตไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่เขา ไม่สามารถจัดการกับความเจ็บปวดนั้นจึงอยากได้คนที่เข้าใจ

ประเภทของ Toxic people

1. มองตัวเองเป็นใหญ่ต้องการอะไรก็ต้องได้ -
คนประเภทนี้จะไม่ฟังใครเลย เขาจะไม่พอใจเลย
ซักอย่าง เช่นไปกินอาหารหรือไปเที่ยวที่ไหน
ที่ไม่อยากกินหรือไม่อยากไปเขาก็จะไม่ไปเลยโดย
ไม่มองส่วนรวม ถ้าทุกคนต้องมาตามแบบที่เขาต้องการฝ่ายเดียวก็คงอึดอัดใจมากๆ
วิธีแก้สำหรับคนที่เป็นแบบนี้ง่ายๆเลยเพียงเอาใจเขามาใส่ใจเราหรือครั้งนี้เธอตามใจเราเดี๋ยวครั้งหน้าเราตามใจเธอนะ

2. ตัดสินทุกคนยกเว้นตัวเอง - คนประเภทนี้ จะมีคำติในหัวอยู่ตลอดเวลา แต่เขาจะติโดยที่ไม่มีที่สิ้นสุด เช่น ทำได้แค่นี้หรอ หาเงินได้น้อย หน้าตาเธอแย่ พูดซ้ำๆบ่อยๆ จริงๆก็คือการ bully อย่างนึง คนฟังก็บ่อยๆก็จะรู้สึกแย่ เป็นการบั่นทอนจิตใจและลดความมั่นใจของคนที่โดนพูดด้วยบ่อยๆ วิธีแก้สำหรับคนที่ชอบติคนอื่นควรจะมีเหตุผลในการพูด แต่การไปว่าจุดด้อยก็ไม่ควรเลยเพราะเราเองก็ไม่ได้ดีไปซะทุกอย่างอยู่แล้วควรจะเป็นการแนะนำดีๆดีกว่า

3. ไม่ขอโทษแม้ว่าจะทำผิดอะไรก็ตาม - คนประเภทนี้ไม่เคยคิดจะเอ่ยคำขอโทษ หรือไม่รู้สึกผิดใดๆเลยเมื่อตัวเองทำผิด มองว่าตัวเองถูกเสมอ
วิธีแก้ง่ายๆ เมื่อรู้ว่าตัวเองผิด เพียงลดทิฐิมองตามความจริงแล้วพูดคำว่าขอโทษ แค่นี้ไม่ยากหรอก

4. ไม่สนใจความรู้สึกคนอื่น - ไม่สนใจคนรอบข้างที่ใช้ชีวิตร่วมกันว่าต้องการอะไร หรืออยากทำอะไร สนใจเพียงตัวเองโดยไม่แคร์ความรู้สึกคนอื่น
วิธีแก้เพียงเราไม่มองตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง หันมาสนใจคนรอบข้างบ้างแค่นั้นเอง

หรือจริงๆเราอาจจะเป็น Toxic people โดยไม่รู้ตัว เพียงเราหันมาใส่ใจความรู้สึกคนอื่นและตัวเราเองให้มากขึ้นทุกอย่างก็จะดีขึ้น 🙂

อ้างอิง. http://bit.ly/33yadsb
http://moodytwenties.com/toxic-people/

https://www.facebook.com/100001835660371/posts/5062757847128687/?sfnsn=mo
13/02/2021

https://www.facebook.com/100001835660371/posts/5062757847128687/?sfnsn=mo

Toxic Positivity พิษของการสั่งให้คิดแต่เรื่องบวก โดยไม่ดูความเป็นจริง
เราทุกคนรู้ดีว่าการมีมุมมองความคิดที่เป็นบวก มีผลดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจมากแค่ไหน แนวคิด “Just be positive” ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นความสุขสำเร็จรูป จึงถูกผลิตซ้ำออกมาให้เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ
แต่การให้ค่าแค่กับอารมณ์เชิงบวก และปฏิเสธที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่มากระตุ้นให้เกิดอารมณ์เชิงลบ ด้วยการพยายามเก็บซ่อนอารมณ์โกรธ ผิดหวัง โศกเศร้า หรือเสียใจนั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีเช่นกัน
เพราะบางครั้งการปฏิเสธอารมณ์ที่แท้จริงด้วยการย้ำเตือนตัวเองให้ “คิดบวก” เข้าไว้ โดยหวังว่าทุกอย่างจะกลับมาดีได้นั้น อาจไปสร้างผลย้อนกลับที่เรียกว่า Toxic Positivity หรือ “การฝืนตัวเอง” ให้คิดแต่เรื่องบวก จนเกิดพิษต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตขึ้นมาแทน
เคยมั้ยพยายามคิดบวกแล้วแต่ก็ยังไม่รู้สึกดีขึ้น? แถมยังรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม
คำตอบนั้นไม่ใช่สิ่งที่เกินความคาดหมายอย่างใด มันเกิดจากวัฒนธรรมการคิดบวกนั่นเอง
เพราะสำหรับบางคน การบอกตัวเองให้คิดแต่เรื่องบวก กลับเหมือนเป็นการผลักให้ออกห่างจากความรู้สึกที่ควรจะได้รับ และทิ้งให้จมปลักอยู่กับความรู้สึกผิดที่ตัวเองไม่แข็งแรงมากพอจะมีความสุขหรือมองโลกในแง่บวกได้ด้วยตัวเอง ไม่สามารถพูดคุยกับคนอื่นได้ รู้สึกว่าตัวเองผิดปกติ หรือกลัวจะไปสร้างบรรยากาศรอบข้างให้แย่ลงยิ่งกว่าเดิม
เช่นเดียวกับสถานการณ์ให้คำปรึกษา มีคนจำนวนมากแนะนำให้ผู้ที่กำลังตกอยู่ในปัญหาพยายามมองเป็นแง่บวก แน่นอนว่าเป็นเรื่องดีที่เราพยายามแนะนำสิ่งดีๆ ให้กับคนอื่น
แต่การให้คนคนหนึ่งเบี่ยงเบนความสนใจจากความโศกเศร้าไปที่ความสุข อาจเป็นการหยิบยื่นความคิดแบบ Toxic Positivity ให้เขาโดยไม่รู้ตัว
เพราะในความเป็นจริงใช่ว่าเราจะสามารถบอกให้คนคนหนึ่งเปลี่ยนมาคิดบวกได้ในชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะคนที่จมดิ่งอยู่กับความทุกข์ทรมานมาเป็นเวลานาน การเดินเข้าไปแล้วพูดว่า “มองโลกในแง่ดีสิ อย่างน้อย…” อาจทำให้เขาต้องฝืนตัวเองเพื่อปรับเปลี่ยนมุมมอง ที่นอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้ว กลับไปสร้างความรู้สึกถึงแรงกดดันขึ้นมาแทน
เกิดการเปรียบเทียบขึ้นในใจที่ว่า “ทำไมถึงทำไม่ได้แบบคนนั้นคนนี้ หรือคิดบวกไม่มากพอ ทำไมคิดบวกไม่ได้ มีความสุขแบบคนอื่นไม่ได้ …”
ฉะนั้น การจะช่วยเหลือหรือสนับสนุนในสิ่งที่เขากำลังมองหาอยู่นั้น จึงอาจแก้ได้ด้วยการให้ใครสักคนมาช่วยยืนยันว่า ความคิดหรือความรู้สึกลบๆ ของพวกเขาเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความผิดหรือสิ่งเลวร้ายอะไร เพื่อให้เขารู้สึกปลอดภัยที่จะเผยความรู้สึกแง่ลบที่มีอยู่ เพราะหลายๆ คนก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าผู้ฟังที่ดี รับฟังอย่างตั้งใจ ไม่ตัดสินแบบฉาบฉวย หรือแค่กำลังใจเล็กๆ น้อยๆ
ง่ายๆ เลย คุณลองคิดว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์มืดแปดด้าน หากมีคนมาพูดกับคุณ เช่น ลองมองหาสิ่งดีๆ ในสถานการณ์นี้สิ, มีความสุขเข้าไว้สิ หรืออย่ายอมแพ้สิ คำพูดเหล่านี้จะช่วยคุณได้จริงๆ หรือ?
แต่หากคุณลองให้กำลังใจด้วยประโยคที่สื่อความหมายเดิม แต่เป็นคำที่ไม่กดดันพวกเขามากเกินไปล่ะ? เช่น
ไม่เป็นไรนะ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะคิดได้ (เชิงลบ) ในสถานการณ์แบบนี้
ฉันรู้ว่ามันมีอะไรหลายๆ อย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้น ปัญหาเรื้อรังที่ยากจะให้มองเป็นเรื่องดีๆ เดี๋ยวเราค่อยๆ เรียนรู้และทำความเข้าใจไปพร้อมกันนะ
ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ฉันรู้ว่ามันยาก แต่ฉันคิดว่าคุณน่าจะเคยผ่านเรื่องที่ยากกว่านี้มาแล้ว ฉะนั้น ฉันยังเชื่อในตัวคุณนะ
ประโยคปลุกใจที่ฟังดูผ่อนคลายเหล่านี้อาจช่วยคุณและคนที่คุณให้คำปรึกษาได้มากกว่าหรือเปล่า?
การรับฟังและเปิดโอกาสให้เขาได้สะท้อนความคิดและความรู้สึกออกมา แม้จะเป็นความรู้สึกในแง่ลบบ้าง มันก็น่าจะดีกว่าหรือเปล่า?
อย่างไรก็ตาม แม้เราจะเชื่อว่าการรับรู้และเฝ้าสังเกตการณ์ความรู้สึกของตัวเองหรือคนรอบข้างจะช่วยให้คุณและคนที่คุณให้คำปรึกษาก้าวผ่านปัญหาไปได้เร็วยิ่งขึ้น แต่บางครั้ง การพยายามเปลี่ยนผลลัพธ์ก็ไม่มีทางลัด
“ทุกสิ่งที่มีค่าในชีวิตล้วนผ่านประสบการณ์เชิงลบที่เกี่ยวข้อง ความพยายามใดๆ ที่จะปิดกั้นหรือกำจัดสิ่งที่เป็นลบนั้นมีแต่จะไปสร้างผลย้อนกลับ การหลีกเลี่ยงความทุกข์เป็นรูปแบบหนึ่งของความทุกข์ การหลีกเลี่ยงการต่อสู้คือการต่อสู้ การปฏิเสธความล้มเหลวคือความล้มเหลว การซ่อนสิ่งที่น่าอับอายเป็นรูปแบบหนึ่งของความอัปยศ” - Mark Manson
ดังนั้นคุณอาจต้องอาศัยความเข้าอกเข้าใจไปพร้อมๆ กับการใช้เวลาสักหน่อยในการกำจัดความรู้สึกแง่ลบ ที่พวกคุณพยายามหลีกเลี่ยงในตอนแรก
อ้างอิง : https://bit.ly/2MIJWFt
https://bit.ly/3q7OJPd
https://bit.ly/2Z4SV6o
https://bit.ly/3q8sE2U

มันจะมีเพื่อนอยู่ประเภทนึง“โตขึ้น” แล้วคิดว่าตัวเอง เก๋าขึ้น เฟี้ยวขึ้น ทรงเยอะขึ้นก็เลยมองข้ามเพื่อนเก่า ทำเมินเพื่อนเก...
03/02/2021

มันจะมีเพื่อนอยู่ประเภทนึง
“โตขึ้น” แล้วคิดว่าตัวเอง เก๋าขึ้น เฟี้ยวขึ้น ทรงเยอะขึ้น
ก็เลยมองข้ามเพื่อนเก่า ทำเมินเพื่อนเก่า
จริงๆอยากบอกนะ ไม่ต้องแอ็ค ไม่ต้องทำตึงใส่หรอก
แต่คิดดูแล้วตัดๆไปเลยดีกว่า ที่ผ่านมาถือว่าเสียเวลาชีวิต

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=105756054773888&id=105720034777490

มันจะมีเพื่อนอยู่ประเภทนึง
“โตขึ้น” แล้วคิดว่าตัวเอง เก๋าขึ้น เฟี้ยวขึ้น ทรงเยอะขึ้น
ก็เลยมองข้ามเพื่อนเก่า ทำเมินเพื่อนเก่า
จริงๆอยากบอกนะ ไม่ต้องแอ็ค ไม่ต้องทำตึงใส่หรอก
แต่คิดดูแล้วตัดๆไปเลยดีกว่า ที่ผ่านมาถือว่าเสียเวลาชีวิต

❤️
30/01/2021

❤️

ถึงโลกนี้ไม่มีโควิดผมก็อยู่ใกล้คุณไม่ได้อยู่ดี I love u but it's true distancing💔 รูปภาพจากhttps://www.sanook.com/campus...
29/01/2021

ถึงโลกนี้ไม่มีโควิดผมก็อยู่ใกล้คุณไม่ได้อยู่ดี
I love u but it's true distancing💔



รูปภาพจาก

https://www.sanook.com/campus/1399859/

ที่อยู่

Rat Burana

เบอร์โทรศัพท์

+66973060102

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ DRUNYผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์