07/09/2026
⚡️🟢เปิดแผน 5 ปี ธุรกิจ “กรีนต้องกินได้” 🌍
จากผู้บริหาร WHA ที่เชื่อว่า...การดูแลโลกต้องคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจด้วย…จึงจะยั่งยืน
✳ “GREEN แล้วกินไม่ได้…คงไม่มีใครทำ” ✳
คำนี้ติดอยู่ในหัวผมตั้งแต่ปีที่แล้ว
ที่คุณจรีพร จารุกรสกุล ผู้บริหาร WHA พูดไว้บนเวที Earth Jump 2025
“เพราะธุรกิจจะอยู่รอดได้ ต้องทั้งรักษ์โลก และสร้างรายได้ไปพร้อมกัน”
คุณจูนขยายความไว้อย่างนั้น
ในขณะที่ผมนั่งพยักหน้าอยู่หน้าเวที
เพราะนี่คือประโยคที่สะท้อนโลกแห่งความจริง
จากมุมคนทำธุรกิจ ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงก้าวใหญ่ได้ 🔥
วันนี้ (ก.ย. 2026) ในคลาส
ผมได้ฟังคุณจูน จรีพร อีกครั้ง
ที่มาแผนธุรกิจ “กรีนต้องกินได้” ของ WHA
ว่าประโยคนั้นไม่ใช่แค่คำคม แต่เป็นแผนที่เกิดขึ้นจริงแล้ว
ผมสรุปย่อมาให้เป็นตัวอย่างธุรกิจแค่บางส่วน
🟢 Logistic | 🔵 แบตเตอรี่ | 🟡 พลังงานโซลาร์
(โพสต์นี้ขอข้ามประเด็นร้อนเรื่อง Data Center ไปก่อนนะ) 😅
🟢 [Logistic = ระบบขนส่ง EV] ⚡
ทุกวันนี้ลูกค้าต่างชาติต่างถามหารถขนส่งที่เป็น EV 🚛
ให้นึกภาพรถบรรทุกคันใหญ่ๆ ที่ใช้แบตเตอรี่แทนน้ำมัน
เหตุผลหลักๆ คือประหยัดค่าเชื้อเพลิง
เพราะหากรถขนส่งคันหนึ่ง วิ่งรอบได้วันละ 1,000 กม.
จะสามารถเซฟค่าน้ำมันได้ประมาณ 35,000 ต่อคันต่อเดือน
ปัจจุบันตลาด commercial vehicle ในไทย มีอยู่ราว 4.8 ล้านคัน
หากมีการเปลี่ยนรถเหล่านี้มาเป็นรถพลังงานไฟฟ้า (conversion to EV) แค่ 5% ใน 5 ปี
ก็จะมีโอกาสมากถึง 240,000 คัน
(ซึ่งคุณจูนมองว่าไทยจะเติบโตมากกว่านี้อีก)
ฝั่ง Mobilix ของ WHA ที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง EV
(บริการรถขนส่ง EV, จุดชาร์จ และระบบซอฟต์แวร์)
จึงมองว่าจะเติบโตจาก 387 คันใน 2025 เป็น 10,000 คันในปี 2030
Revenue เติบโตจาก 71 ล้านบาท เป็น 5,500 ล้านบาทต่อปี
🔵 [ชีวิตที่สอง ของแบตเตอรี่]
อีก 5 ปี จะมีแบตฯ จากรถอีวีจำนวนมาก ที่ถึงเวลาต้องเปลี่ยน
แค่ประสิทธิภาพลดลงเหลือ 80% ก็ไม่เหมาะกับการใช้งานในรถ
แต่ก่อนจะ Recycle ควรจะ Repurpose ♻️
เพราะยังดีพอที่จะเก็บพลังงานจากโซลาร์ได้
และหลังจากที่ประสิทธิภาพเหลือ 30-40% จึงค่อยหาทางรีไซเคิล
🟡 [พลังงานโซลาร์]
*อันนี้พี่ก้องเคยไปถ่ายรายการมาแล้วด้วยตัวเอง
☀ WHA มีบริการติดโซลาร์ให้ทั้งในและนอกนิคมฯ รวมถึงใช้เองด้วย
ไม่ว่าจะ Solar Roof, Solar farm และ Solar Floating
ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้ากำลังต้องการอย่างมาก
เป้าหมายปี 2030 จะสามารถสร้างรายได้ได้ 5,600 ล้านบาทต่อปี
ช่วยลูกค้าลดค่าไฟลงได้รวม 1,890 ล้านบาทต่อปี!
และทั้งหมดจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนลงถึง 803,000 tCO2e ต่อปี
นี่เป็นเพียงแค่โปรเจกต์บางส่วนเท่านั้น
ยังมีทั้งเรื่องการจัดการขยะในนิคม ♻
การหมุนเวียนน้ำเพื่อลดการใช้น้ำดิบจากแหล่งน้ำธรรมชาติ 💧
การปลูกป่าในนิคม 🌳
และอีกหลายอย่าง
ที่ทุกอย่างสามารถ plan ออกมาเป็นกำไร
การลดต้นทุน
การเติบโตทางธุรกิจ
ซึ่งพ่วงมากับ
การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 🌍
ช่วยลด E-waste 🔋
ลดการใช้และหมุนเวียนทรัพยากร (Circular Economy) ♻
✳ อีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบและอยากไฮไลต์ก็คือ
มุมมองของผู้บริหาร WHA เป็นตัวอย่างที่ดีของภาคธุรกิจ
ที่จะมองว่าการทำเรื่องกรีน ไม่ใช่ต้นทุน
แต่คือ 'การลงทุน'
ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
ที่จะคุ้มค่าในระยะยาว
และยั่งยืนบนโลกแห่งความจริง