26/08/2026
เฮ้ย 5555
https://www.facebook.com/share/p/18SyNiMJrm/
หากมีชายหนุ่มสักคนสัญญาว่าจะคว้าดวงจันทร์มาให้หญิงสาว เราคงมองว่าไอ้หมอนี่มันพูดไปเรื่อย
แต่คุณอาจไม่เคยรู้ว่า มีผู้ชายคนหนึ่งเคยทำเช่นนั้นมาแล้ว ไม่ใช่แค่คว้าดวงจันทร์มาให้ แต่ยังได้เยเย่บนดวงจันทร์อีกด้วย
ย้อนกลับไปในปี 2002 แธด โรเบิตส์ ชายหนุ่มวัย 24 ปี ได้ตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่ง ในหัวของเขาคิดว่า มันคงจะโรแมนติกไม่น้อยถ้าเขาสามารถนำดวงจันทร์มามอบให้กับเธอได้
แธดเป็นหนุ่มหัวกระทิ เขาจบปริญญาตรี 3 สาขา ได้แก่ ฟิสิกส์ ธรณีวิทยา และธรณีฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยยูทาห์ ก่อนจะเข้ามาฝึกงานที่นาซ่าในช่วงเวลาดังกล่าว
ในระหว่างนั้น แธดได้พบกับ ทิฟฟานี ฟาวเลอร์ หญิงสาววัย 22 ปี ที่ทำงานในห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่กำลังทำวิจัยเกี่ยวกับสเต็มเซลล์
ทั้งคู่ตกหลุมรักกัน แต่หลังจากคบกันได้ 3 สัปดาห์ แธดก็บอกทิฟฟานีเกี่ยวกับแผนการที่จะขโมยหินดวงจันทร์
ไม่รู้ว่าเพราะความรักบังตาหรืออะไรดลใจ แทนที่จะห้าม แต่เธอกลับเห็นดีเห็นงามไปกับเขาด้วย
ต่อมา ทั้งคู่ชวน เชย์ ซอร์ ซึ่งเป็นนักศึกษาฝึกงานของนาซาอีกคนหนึ่งมาร่วมแจมในภารกิจนี้
ในช่วงเย็นของเดือนกรกฎาคม นักศึกษาฝึกงานทั้งสามคนเดินทางไปยังอาคาร 31 ซึ่งเป็นที่เก็บหินจากดวงจันทร์
แธดและทิฟฟานีมุ่งหน้าเข้าไปในอาคาร ขณะที่เชย์ทำหน้าที่คอยดูต้นทางและเฝ้าดูกล้องวงจรปิด
ทั้งคู่สวมยางคลุมทั้งตัว เดินตรงเข้าไปในห้องที่ไร้อากาศ และหลบหนีออกมาพร้อมตู้เซฟที่ถูกงัดแงะด้วยเลื่อยไฟฟ้า
หลังจากขโมยหินดวงจันทร์ออกมาได้ แธดติดต่อกับ กอร์ดอน แมกเวอร์เตอร์ ผู้สมรู้ร่วมคิดรายที่สี่ ที่เป็นคนประสานงานกับผู้ซื้อรายหนึ่งจากเบลเยียม ซึ่งยินดีจ่ายราคาที่ขอไว้ที่ 1,000 ถึง 5,000 ดอลลาร์ต่อกรัม
แต่ผู้ซื้อเกิดความสงสัย เขาติดต่อ FBI ที่รีบส่งเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไปยังออร์แลนโด สถานที่นัดซื้อขายทันที
ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2002 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 33 ปีของการเดินบนดวงจันทร์ครั้งแรก แธดและทิฟฟานีขับรถจากฮิวสตันไปยังออร์แลนโดเพื่อพบกับผู้ซื้อ
แต่ประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนเวลานัด แธดก็เกิดความคิดขึ้นมาอย่างหนึ่ง
"ผมเอาหินจากดวงจันทร์บางส่วนไปวางไว้ใต้ผ้าห่มบนเตียง" เขาเล่าถึงเหตุการณ์วันนั้น
จากนั้นเขากับทิฟฟานีก็.... (ภาพตัดไปยังโคมไฟหัวเตียง)
"ผมไม่เคยพูดอะไร แต่ผมแน่ใจว่าเธอรู้สึกได้ เธอเองก็ไม่เคยพูดตรง ๆ เช่นกัน แต่มันเป็นเรื่องของสัญลักษณ์ของสิ่งที่เรากำลังทำอยู่"
"คุณก็รู้ มันคือการเยเย่บนดวงจันทร์"
"มันลำบากมากกว่าสบาย แต่ตอนนั้นมันไม่ใช่เรื่องของความสบาย มันเป็นเรื่องของความรู้สึก และไม่เคยมีใครเยเย่บนดวงจันทร์มาก่อน ผมมั่นใจเลย"
โชคร้ายที่หลังจากนั้น แธดกับทิฟฟานีก็ถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบรวบ ก่อนจะตามไปจับเชย์และกอร์ดอนได้ในภายหลัง
หลังทุกคนถูกจับ หินดวงจันทร์ที่ถูกนำกลับคืนมาก็ได้รับการปนเปื้อนจนแทบจะไม่มีประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์อีกต่อไป
นอกจากนั้น บันทึกงานวิจัยของนาซ่ากว่าสามทศวรรษที่อยู่ในตู้เซฟก็ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น
แธดรับสารภาพในข้อหาทั้งหมด เขาถูกตัดสินจำคุกทั้งหมด 8 ปี แต่ได้รับการปล่อยตัวหลังจากปีที่ 6 ในขณะที่คนอื่น ๆ ก็ได้รับโทษที่ลดหลั่นกันไป
ทิฟฟานีและเชย์รับสารภาพและถูกลงโทษเพียงแค่การกักบริเวณในบ้าน 180 วัน ทำงานบริการชุมชน 150 ชั่วโมง ห้ามเข้าใกล้นาซ่าเป็นเวลาสามปี และถูกสั่งให้จ่ายค่าชดเชยให้นาซ่ามากกว่า 9,000 ดอลลาร์
ส่วนกอร์ดอนถูกตัดสินให้มีความเกี่ยวข้องกับการขโมยโดยตรง จึงมีความผิดหนักและถูกจำคุกเป็นเวลา 6 ปี
หลังจากถูกจับกุม แธดไม่เคยพบกับทิฟฟานีอีกเลย
ส่วนเรื่องราวของเขาก็กลายเป็นที่จดจำอย่างมากถึงวีรกรรมอันบ้าบิ่น ไม่ใช่แค่การขโมยหินดวงจันทร์จากนาซ่า แต่มันคือการได้เยเย่บนดวงจันทร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาจนถึงทุกวันนี้