JarnMoo Channel ประวัติศาสตร์นอกตำรา ที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน

05/06/2026

🚩​ฉากขี่ม้า ในซีรี่ส์​ เป็นหนึ่งในอุปกรณ์​ที่ขาดไม่ได้เลย

​ ​

05/06/2026

🇨🇳​เเมวบนกำเเพงเมืองจีน

​ ​

04/06/2026

🇨🇳​บรรยากาศ​การขุดร่างที่ถูกฝัง โซน กองทัพ​ทหาร​ดินเผา​ใน​เขต​สุสาน​จิ๋นซี​ฮ่องเต้​ ปี 1974 VS 2026 เเละมีการขุดเรื่อยๆเเบบละเอียดเเละระมัดระวังครับ

​ ​

🇨🇳​ปัจจุบันพื้นที่ของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ที่ถูกขุดค้นพบนั้นมีไม่ถึง 1% ของพื้นที่ทั้งหมด เมื่ออ้างอิงจากการสำรวจทางโบราณคด...
04/06/2026

🇨🇳​ปัจจุบันพื้นที่ของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ที่ถูกขุดค้นพบนั้นมีไม่ถึง 1% ของพื้นที่ทั้งหมด เมื่ออ้างอิงจากการสำรวจทางโบราณคดีสมัยใหม่

🚩​พื้นที่ทั้งหมดของอาณาบริเวณสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้นั้นกว้างใหญ่ถึงประมาณ 56.25 ตารางกิโลเมตร (หรือเทียบเท่ากับขนาดของพระราชวังต้องห้ามในปักกิ่งประมาณ 78 แห่งรวมกัน)

🚩ส่วนแหล่งมรดกโลกอย่าง "กองทัพทหารดินเผา" ที่พวกเราคุ้นเคยกันดี แท้จริงแล้วเป็นเพียงกลุ่มหลุมฝังบริวารที่อยู่รอบนอกห่างจากสุสาน​หลักกว่า1.5กิโลเมตร​ ที่ขุดไปเเล้ว 33 %

🚩​ส่วนหัวใจสำคัญที่แท้จริงอย่าง "พระราชวังใต้ดิน" ของจิ๋นซีฮ่องเต้ ยังคงหลับใหลอยู่ใต้เนินดินขนาดใหญ่ และไม่เคยถูกเปิดออกเลยจนถึงทุกวันนี้ครับ

🚩​โดยส่วนใหญ่กองทัพทหารดินเผาตอนที่เพิ่งขุดพบนั้นมีสีสันสดใสสวยงาม แต่เมื่อถูกนำขึ้นมาสัมผัสกับอากาศ ชั้นสีและแล็กเกอร์บนพื้นผิวก็ม้วนงอและหลุดร่อนออกไปภายในเวลาซึ่งเหตุการณ์นี้ถือเป็นหนึ่งในข้อจำกัดและบทเรียนที่น่าเจ็บปวดที่สุดของวงการโบราณคดี

🚩​ทำไม⁉️​เมื่อทราบตำแหน่งที่แน่ชัดของสุสานแล้ว ทำไมตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา นักโบราณคดีถึงขุดค้นไปได้ไม่ถึง 1%⁉️​ สาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดครับ

🔸​เทคโนโลยีการอนุรักษ์โบราณวัตถุยังไม่สมบูรณ์พร้อม เช่นเหตุการณ์สีลอกหลุดของทหารดินเผา ภายในพระราชวังใต้ดินอาจมีโบราณวัตถุที่เปราะบางมากๆซ่อนอยู่

🔸​ไม่ว่าจะเป็น ผ้าไหม ม้วนไม้ไผ่ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง หรือเครื่องไม้ต่างๆ หากเรายังไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยที่จะปกป้องสิ่งของเหล่านี้ไม่ให้เสื่อมสภาพในเสี้ยววินาทีที่ขุดพบ "การไม่ขุดค้น คือการปกป้องที่ดีที่สุด" จึงกลายเป็นฉันทามติหลักของวงการโบราณคดีในปัจจุบันครับ

🔸​สภาพแวดล้อมภายในพระราชวังใต้ดินซับซ้อนและอันตราย อย่างที่ ซือหม่าเฉียน นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง ได้บันทึกไว้ในคัมภีร์ สื่อจี้ว่า ภายในพระราชวังใต้ดินมีการจำลอง แม่น้ำและทะเลที่ทำจากปรอท

🔸​เเละการสุ่มตัวอย่างดินและการสำรวจทางกายภาพในปัจจุบันได้ยืนยันแล้วว่า ดินบริเวณเนินสุสานมีปริมาณสารปรอทสูงผิดปกติจริง

🔸​ ประกอบกับโครงสร้างของพระราชวังใต้ดินที่ใหญ่โตและลึกมาก การด่วนขุดค้นอาจเสี่ยงต่อการพังทลายของชั้นดินหรือก่อให้เกิดการรั่วไหลของก๊าซพิษที่เป็นอันตรายได้ครับ

🔸​เเต่หากดำเนินการด้วยความเร็วในการขุดค้นทางโบราณคดีที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนและระมัดระวังขั้นสุดอย่างในปัจจุบัน

🔸​ การจะขุดค้นพื้นที่ 56 ตารางกิโลเมตรให้เสร็จสมบูรณ์อาจต้องใช้เวลานานนับร้อยปี (ผมน่าจะเกิดใหม่อีก2รอบได้ครับ)​ ซึ่งต้องใช้ทั้งกำลังคนและงบประมาณมหาศาลจนยากที่จะจินตนาการได้

🔸​ในปัจจุบัน นโยบายของทางการจีนที่มีต่อสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้คือเน้นการอนุรักษ์เป็นหลัก และให้ความสำคัญกับการกู้ภัยเป็นอันดับแรก โดยมีข้อห้ามอย่างเด็ดขาดในการริเริ่มขุดค้นสุสานขององค์จักรพรรดิโดยพลการ เเละมีโทษร้ายเเรง

🔸​ ทำให้ความคืบหน้าในการขุดค้นสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ก็จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างช้าๆ และระมัดระวังที่สุดนั่นเองครับ

🚩​หลังจากที่จักพรรดิ​ผู่อี๋ถูกจับและนำตัวไปยังสหภาพโซเวียต หมอได้ตรวจเขาและพบสิ่งผิดปกติบางอย่าง⁉️ 🚩เมื่อผู่อี๋ถูกบังคับ...
04/06/2026

🚩​หลังจากที่จักพรรดิ​ผู่อี๋ถูกจับและนำตัวไปยังสหภาพโซเวียต หมอได้ตรวจเขาและพบสิ่งผิดปกติบางอย่าง⁉️

🚩เมื่อผู่อี๋ถูกบังคับให้ลงจากบัลลังก์ ระบอบศักดินา​จึงถูกประกาศให้ยุติลงในที่สุด แม้ว่าประวัติศาสตร์จะเปลี่ยนไป แต่ผู่อี๋ยังคงมี "ความฝันที่จะเป็นจักรพรรดิ" อยู่ในใจ

🚩ด้วยการสนับสนุนจากญี่ปุ่น เขาได้กลับมาครอง "บัลลังก์" ที่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจสูงสุดอีกครั้ง และก่อตั้ง "แมนจูกัว" ขึ้นอีกครั้ง ภายใต้การควบคุม​ของจักรวรรดิ​ญี่ปุ่น​

🚩เมื่อเวลาผ่านไป ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในปี 1945 และรัฐหุ่นเชิดแมนจูกัวล่มสลายอย่างรวดเร็วภายใต้การโจมตีของกองทัพแดงโซเวียต

🚩ผู่อี๋ยังถูกส่งตัวไปไซบีเรียในฐานะอาชญากรสงคราม หลังจากถูกส่งตัวไปไซบีเรีย กองทัพแดงโซเวียตได้จัดให้มีการตรวจร่างกายอาชญากรสงคราม

🚩และทำการตรวจร่างกายพิเศษของผู่อี๋ แพทย์ประจำโซเวียตใช้เวลาไม่นานในการตรวจพบสิ่งผิดปกติในตัวผู่อี๋

🚩​ ผมสรุปเรื่องราวของจักรพร​รดิ​ผู่​อี๋​โดยย่อๆไม่ลึกมากให้อ่านก่อนอีกรอบนะครับ เผื่อเพื่อนๆที่เข้ามาติดตามเพจใหม่อาจจะยังไม่รู้เรื่องราวชีวิตของจักรพร​รดิ​ผู่​อี๋​

🔸เมื่อจักรพรรดิกวังซวี่สิ้นพระชนม์ หนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับซูสีไทเฮา​เพื่อสืบทอดราชบัลลังก์ คือผู่อี๋ (จักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์ชิง)​

🔸เเต่เมื่อการปฏิวัติซินไฮ ปะทุขึ้นและราชวงศ์ชิงล่มสลาย ถึงแม้จะเป็นช่วงที่ยากลำบาก

🔸 รัฐบาลเป่ยหยางได้ควบคุม​คลังหลวงเเละให้เงินเพื่อใช้จ่ายในราชสำ​นัก​ชิงเล็กๆของเขาเป็นจำนวนมากในทุกๆปี ตามข้อกำหนดพิเศษ​ของการสละบัลลังก์

🔸และอนุญาตให้เขาอาศัยอยู่ในพระราชวังต้องห้ามต่อไป แม้ว่าผู่อี๋จะไม่มีอำนาจของจักรพรรดิอีกต่อไปแล้ว

🔸​แต่ผู่อี๋ก็ยังคงได้รับการปฏิบัติเหมือนจักรพรรดิ ขันทีและสาวใช้ในพระราชวังยังคงรับใช้เขาด้วยความเคารพ และถือว่าผู่อี๋เป็นจักรพรรดิ​ของพวกเขา

🔸ผู่อี๋ตอนนั้นยังเด็กมาก ยังไม่รู้เรื่องความวุ่นวายในโลกภายนอก เขาแค่ในพระราชวังต้องห้ามเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ เเละใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในพระราชวังต้องห้าม

🔸 เป็นช่วงเวลาที่ไร้กังวลที่สุดในชีวิตของเขา ชีวิตที่หรูหราในพระราชวัง เกมและความบันเทิงประจำวัน ช่วงเวลาที่เขาฝึกขี่จักรยานกลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่าของเขา

🔸เพื่อให้ขี่จักรยานได้สะดวกยิ่งขึ้น เขายังสั่งให้ขันทีรื้อธรณีประตูในพระราชวังที่ขวางทางอยู่บางพื้นที่ในเวลานั้น

🔸เเต่ช่วงเวลาดีๆ นั้นไม่ยาวนานนัก การมาถึงของ ขุนศึก​เฟิ่ง หยูเซียง ทำให้ชะตากรรมของผู่อี๋เปลี่ยนไป เขาถูกบังคับให้ออกจากพระราชวังต้องห้ามและเริ่มต้นชีวิตในต่างแดน

🔸​เเต่สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ผู่อี๋ได้ขึ้นครองบัลลังก์จักรพรรดิอีกครั้งโดยได้รับการสนับสนุนจากจักรวรรดิ​ญี่ปุ่น

🔸แต่คราวนี้ ผู่อี๋ไม่สามารถอยู่เฉยๆ เหมือนเมื่อก่อนได้อีกต่อไป จักรวรรดิ​ญี่ปุ่นได้กระตือรือร้นขยายอำนาจเเละจะก่อตั้งระบอบการปกครองในเเมวจูกัว

🔸 ทำให้ผู่อี๋ ได้กลายเป็นตัวเลือกของจักรวรรดิ​ญี่ปุ่นเนื่องจากชื่อเสียงอันสูงส่งของเขาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน

🔸 เมื่อญี่ปุ่นยื่นข้อเสนอ ภายใต้ความคิดผู่อี๋ที่จะใช้อำนาจฟื้นคืนราชวงศ์​ชิงอีกครั้ง

🔸หลังจากสถาปนา "แมนจูกัว" แล้ว ผู่อี๋ก็ยังคงมีความฝันที่จะเป็นจักรพรรดิ เขาคิดว่าตนเองยังคงเป็นจักรพรรดิที่มีอำนาจได้เเบบไร้ขีดจำกัด

🔸เเต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาพบว่าตนเองเป็นเพียงหุ่นเชิดให้ญี่ปุ่นที่ไม่มีอำนาจที่แท้จริง และทัศนคติของกองทัพคันโต ของญี่ปุ่น​ที่มีต่อผู่อี๋ก็เย็นชาลงเรื่อยๆ

🔸​สิ่งที่ทำให้ผู่อี๋วิตกกังวลยิ่งกว่าก็คือเขาเป็นหมัน ในฐานะ "จักรพรรดิ" เขาย่อมยอมรับความจริงข้อนี้ไม่ได้ แม้ว่าเขาจะได้รับการรักษาหลายครั้ง

🔸แต่ปัญหาก็ไม่เคยได้รับการแก้ไข หลังจากที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ ผู่อี๋ถูกกองทัพแดงโซเวียตจับตัวไปและถูกส่งตัวไปที่ไซบีเรีย

🔸ที่นั่นแพทย์ประจำการของโซเวียตตรวจร่างกายของเขาอย่างละเอียดและพบว่าเขามีความผิดปกติทางร่างกาย

🔸มือและดวงตาของผู่อี๋ แตกต่างจากคนทั่วไป นิ้วของเขายาวและเหี่ยวเฉา และนิ้วหัวแม่มือของเขามีข้อต่อพิเศษสองข้อ

🔸รูปร่างของนิ้วอื่นๆ ของเขาก็แตกต่างจากคนทั่วไปเช่นกัน แม้ว่าปกติเขาจะสวมแว่นตา แต่เมื่อเขาถอดแว่นตาออก ลูกตาที่ยื่นออกมาของเขา ดูแปลกเป็นพิเศษ

🔸ผู้คนเริ่มแพร่ข่าวลือว่าลักษณะผิดปกติเหล่านี้เกี่ยวข้องกับ "สัญลักษณ์ของมังกร" และเชื่อว่าผู่อี๋เป็นตัวแทนของ "จักรพรรดิมังกรที่แท้จริง"

🔸เเต่คำกล่าวนี้ดูจะเกินจริงเกินไปและเต็มไปด้วยความเชื่อโชคลางเกี่ยวกับระบบศักดินา ในความเป็นจริง "ปรากฏการณ์ประหลาด" เหล่านี้ของผู่อี๋อาจเป็นสัญญาณของโรคหายากบางชนิด

🔸​หลังจากการตรวจสอบเพิ่มเติม แพทย์โซเวียตพบว่าผู่อี๋มีแนวโน้มที่จะป่วยด้วย "โรคมาร์แฟน"(Marfan syndrome)​ ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายผิดปกติ

(📌โรคมาร์แฟน (Marfan syndrome) เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของร่างกาย
เนื้อเยื่อเกี่ยวพันเหล่านี้ทำหน้าที่พยุงและยึดอวัยวะและโครงสร้างต่างๆ ในร่างกาย. โรคมาร์แฟนสามารถส่งผลกระทบต่อหลายระบบในร่างกาย รวมถึงหัวใจและหลอดเลือด, ดวงตา, กระดูก, และปอด)​

🔸ร่างกายผอมบางและนิ้วมือเรียวเล็กของผู่อี๋สอดคล้องกับอาการนี้ รูปร่างของเขาดูเหมือนจะบอกถึงความขึ้นๆ ลงๆ ในชีวิตของเขาและความไม่แน่นอนของโชคชะตา

🔸โชคดีที่ผู่อี๋ได้ให้การเป็นพยานเพื่อต่อต้านอาชญากรรมของญี่ปุ่นหลังสงคราม ซึ่งเปิดโปงความโหดร้ายของญี่ปุ่นในจีน

🔸 หลังจากก่อตั้งจีนใหม่(สาธารณรัฐ​ประชาชน​จีน)​ สหภาพโซเวียตได้ส่งมอบผู่อี๋และอาชญากรสงครามคนอื่นๆ ให้กับจีน

🔸เขาเต็มไปด้วยความกลัว เพราะรู้ดีว่าการกระทำในอดีตของเขาไม่อาจให้อภัยได้ ผู่อี๋พยายามปลิด-ชีพหลายครั้งแต่ก็ถูกห้ามไว้

🔸อย่างไรก็ตาม โชคชะตาไม่ยินยอมให้เขาจบชีวิตลง ในท้ายที่สุดผู่อี๋ก็ได้ถูกคุมขังในจีนซึ่ง เขาได้ผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงอันยาวนานร่วม10ปี ในสถานที่​คุมขัง​

🔸ผู่อี๋เริ่มไตร่ตรองถึงตัวเอง ยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางอุดมการณ์อย่างแข็งขัน และค่อยๆ เปลี่ยนจากจักรพรรดิเป็นพลเมืองจีนใหม่

🔸ในเวลานั้น นิ้วเรียวยาว ตาโปน และร่างกายผอมบางของเขาเนื่องมาจากวัยชรา ดูสิ้นหวังเป็นอย่างยิ่ง

🔸​หลังจากได้รับการปล่อยตัวให้เป็นอิสระ​ ผู่อี๋ได้กลับไปยังพระราชวังต้องห้ามอีกครั้ง

🔸ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาใช้ชีวิตวัยเด็กอย่างมีความสุข ที่นี่ เขามองไปยังบ้านเก่าของเขาและหวนคิดถึงช่วงครึ่งแรกของชีวิตซึ่งเต็มไปด้วยความพลิกผันของชีวิตที่ผ่านมา เเละอยู่กับชีวิตใหม่ในเวลาที่เหลืออยู่

​ ​ ​ #จักรพรรดิผู่อี๋

04/06/2026

🇯🇵​ทาคูยะ คิมูระ วัย 52 ปีนักแสดงญี่ปุ่นพาชมเขาช่วง อายุ 20ปีกว่า

​ ​

04/06/2026

🚩​เครื่องประหารชีวิต ในศาลไคเฟิง สถานที่ไตร่สวนและตัดสินโทษของเปา บุ้นจิ้น เมืองไคเฟิง มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน

🚩เครื่องประหารทั้ง 3 หลังประกอบด้วย

🔸เครื่องประ-หารหัวสุนัข หรือไทยเรียก "มีดตัดหัวสุนัข" (狗頭鍘) เป็นรูปสุนัข สำหรับประ-หารชีวิตสามัญชน

🔸เครื่องประ-หารหัวพยัคฆ์ หรือไทสเรียก "มีดตัด-ศีรษะพยัคฆ์" (虎頭鍘) เป็นรูปเสือ สำหรับประ-หารชีวิตข้าราชการ

🔸เครื่องประ-หารหัวมังกร หรือไทยเรียก "มีดปลิดเศียรมังกร" (龍頭鍘) เป็นรูปมังกร สำหรับประ-หารชีวิตพระประยูรญาติ (เหล่าญาติๆพระมหากษัตริย์)

พี่ๆหลายคนอาจจะคิดว่ามันคือของจริงในประวัติศาสต​ร์​ เเต่จริงๆเเล้ว

🔸 เครื่องประ-หารชีวิต​เหล่านี้ไม่มีบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์​ เเต่จะปรากฏ​ขึ้นเเค่ในวรรณกรรม​จีนเท่านั้น ซึ่งนั่นหมาย​ความว่า​ ไม่มีการใช้จริงในประวัติศาสต​ร์​หรือสมัยที่ท่านเปา ไตร่สวน​หรือตัดสินโทษ ครับ 🙏

🔸ส่วนเครื่องประหาร ที่วางอยู่หน้าบริเวณ​ห้องไตร่สวน​ จะเป็นของที่สร้างจำลองมาจากวรรณกรรม​จีน เจ็ดผู้กล้าห้าผู้ทรงธรรม ครับ

​ ​

03/06/2026

🚩​สุสาน​ลึกลับจักรพรรดิ​หยงลี่ จักรพรรดิ​องค์​สุดท้าย​ของราชวงศ์​หมิงใต้ ที่ดูรกร้าง

​ ​

🚩สุสานจักรพรรดิ ที่เรียบง่ายที่สุดของจีน ซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขาตู้หยุน มณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน​🚩สุสานของจักรพรรดิสายเลือ-ดฮ...
03/06/2026

🚩สุสานจักรพรรดิ ที่เรียบง่ายที่สุดของจีน ซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขาตู้หยุน มณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน​

🚩สุสานของจักรพรรดิสายเลือ-ดฮั่น องค์สุดท้ายในประวัติศาสตร์จีน ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านต้าผิง ตำบลหยุนตง อำเภอตุ้หยุน มณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน​

🚩เมื่อพูดถึงสุสานจักรพรรดิ หลายคนคงนึกถึงสุสานจิ๋นซี​ฮ่องเต้​และสุสานจักรพรรดิ​ที่มีขนาดใหญ่โตและงดงามตระการตา แต่สุสานที่เราได้ในวันนี้อาจแตกต่างไปจากที่หลายคนคาดคิด

🚩ไม่เพียงแต่จะไม่มีลักษณะเหล่านั้นเท่านั้น แต่ยังอาจกล่าวได้ว่าเป็นสถานที่ที่รกร้าง เรียบง่าย และหดหู่ที่สุด สุสานแห่งนี้คือสุสานของจักรพรรดิหย่งหลี่แห่งราชวงศ์หมิงใต้

🚩จักรพรรดิหย่งหลี่คือใคร และเหตุใดสุสานของพระองค์จึงถูกสร้างขึ้นอย่างเรียบง่ายและอ้างว้าง ทั้งๆ ที่เป็นจักรพรรดิ⁉️

🚩​ ความจริงแล้ว ความยากลำบากในชีวิตของจักรพรรดิองค์นี้โศกนาฏกรรมยิ่งกว่าสุสานหลวงแห่งนี้หลายเท่า!

🚩จักรพรรดิหย่งหลี่เป็น จักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่ง ราชวงศ์หมิงใต้ และเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของชาวฮั่น มีชื่อเดิมคือ จู โหย่วหลาง

🚩จู โหย่วหลาง เป็นโอรสของจู ฉางหยิ่ง(ลูกคนที่เจ็ดของจักรพรรดิว่านลี่)​ ชีวิตของ จู โหย่วหลางเต็มไปด้วยความผันผวน ซึ่งเป็นหนึ่งในจักรพรรดิที่หลบหนีมากที่สุด ประสบกับความยากลำบากมากที่สุด และมีจุดจบที่น่าเศร้าที่สุดในประวัติศาสตร์จีน!

🚩ตลอดระยะเวลาครองราชย์ประมาณ เกือบ16 ปี(จู โหย่วหลางขึ้นครองบัลลังก์เป็นจักรพรรดิหมิงใต้โดยมีพระนามว่า จักรพรรดิหย่งลี่ ใน ค.ศ. 1646 ถึงปี ค.ศ. 1662 (15 ปี 159 วัน)

🚩จักรพรรดิหย่งลี่ วางแผนที่จะหลบหนีหรือกำลังเดินทางไปหลบหนีอยู่เสมอ เเละหลบหนีจากจีนตอนใต้ไปยังพม่า ซึ่งเป็นการเดินทางหลายพันไมล์ และทรงเผชิญกับเหตุการณ์เสี่ยงไม่ต่ำกว่าสามสิบครั้ง

🚩หลังจากนั้นกองทัพชิงจำนวน 20,000 นายภายใต้การนำของอู๋ซานกุ้ยได้เข้าสู่พม่า เรียกร้องให้ยอมจำนน นอกจากนี้กองทัพของอู๋ซานกุยมีขนาดใหญ่ และชาวพม่าก็ได้รับความเดือดร้อนมากพอแล้ว

🚩ดังนั้น ในวันที่ 22 มกราคม ค.ศ.1762 จักรพรรดิ​องค์สุดท้ายของราชวงศ์หมิงใต้ เเละคนในครอบครัว​ ได้ถูกนำตัวขึ้นเรือและส่งไปยังค่ายของอู๋ซานกุย

🚩จนในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ.1762 จักรพรรดิหย่ถูกรัด-คอจนสิ้นพระชนม์ด้วยสายธนู บันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุว่า หลังจากการเผาร่างของจักรพรรดิหย่งหลี่แล้ว ซากศ-พถูกโยนลงไปในทะเลสาบชุยหู

🚩ส่วนที่ไม่ถูกเผาถูกทิ้งไว้ในป่า ชาวเมืองคุนหมิงบางส่วนแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์และถือตะกร้าไม้ไผ่ไปเก็บกระดูกเหล่านั้นมาฝังไว้ด้านนอกประตูเมืองทางทิศเหนือ

🚩 ปัจจุบันไม่ทราบตำแหน่งที่แน่ชัดแล้ว หลังจากที่ อู๋ซานกุยเริ่มก่อกบฏเขาได้ชูธงโค่นล้มราชวงศ์ชิงและฟื้นฟูราชวงศ์หมิง เพื่อเอาชนะใจประชาชน เขาได้สร้างสุสานและศาลบรรพบุรุษของหย่งหลี่ขึ้นใหม่ และถวายเครื่องบูชาที่ "สุสานของอดีตจักรพรรดิ" ซึ่งปัจจุบัน​ก็ไม่มีเเล้วเช่นกัน

🚩ส่วนสุสานของจักรพรรดิหย่งหลี่ที่ยังคงอยู่ตั้งอยู่ในเมืองหยุนตงเมือง ตู้หยุ น มณฑลกุ้ยโจว ตำนานเล่าว่าที่นี่ คือสุสานบรรพบุรุษของตระกูลฝูในท้องถิ่น ในสมัยราชวงศ์หมิง

🚩 อัครเสนาบดีฝูกังได้ส่งคนไปเก็บอัฐิของจักรพรรดิหย่งหลี่มาฝัง โดยไม่ได้จารึกอะไรไว้ ฟู่กังกลับไปใช้ชีวิตอย่างสันโดษที่บ้านเกิดหลังจากราชวงศ์หมิงล่มสลาย เพราะไม่ยอมจำนนต่อราชวงศ์ชิง

🚩จนในปีในปี 1921 อำเภอตู้หยุนได้รับคำสั่งให้รวบรวมประวัติศาสตร์และยืนยันว่าสุสานเเห่งนี้เป็นสุสานของจักรพรรดิหย่งหลี่จริง ๆ

🚩เเละได้มีการสร้างศาลาและบทกวีเพิ่มเติม และเป็นรูปเป็นร่างขึ้น สุสานสูง 3 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 เมตร ศิลาสูง 1.62 เมตร กว้าง 0.81 เมตร และหนา 0.13 เมตร

🚩 ตัวอักษรบนศิลาสลักด้วยอักษรมาตรฐาน สวยงามและเรียบร้อย จนในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรม สุสานของจักรพรรดิถูกปล้น มีการขุดหลุมขนาดใหญ่จากด้านหน้าไปด้านหลังและศิลาจารึกถูกหักออกเป็นสองชิ้นและวางคว่ำลงในดินด้านหน้าสุสาน

🚩ต่อมาในปี 1996 รัฐบาลประชาชนเทศบาลเมืองตู้หยุนได้ประกาศให้สุสานจักรพรรดิหมิงหย่งหลี่เป็นหน่วยอนุรักษ์โบราณสถานระดับเทศบาล

🚩 และเริ่มซ่อมแซมสุสาน สุสานถูกบุด้วยหินสีน้ำเงินและอุดด้วยปูนซีเมนต์ จารึกบนศิลาจารึกเขียนโดยนักเขียนอักษรจีน หลู่ รูผิง มีการเพิ่มบันไดหินร้อยขั้นสองทางด้านหน้าสุสานเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม

🚩ในปี 2016 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยอนุรักษ์โบราณสถานของเขตปกครองตนเองเฉียนหนาน บูยี่และเหมียว มณฑล​กุ้ยโจว​ ประเทศจีน​ เเต่ก็ไม่ได้รับการดูเเลสถานที่อย่างต่อเนื่องทำให้ดูไม่สวยงามเท่าที่ควร

ขอบคุณ​ข้อมูล​จาก​:带着瓶盖儿去旅行

​ ​ ​ #สุสานร้าง

🚩ภาพ​กองทัพ​จักรวรรดิ​ญี่ปุ่น​ก่อนเสัง-หารหมู่ที่นานกิง ประมาณสองเดือน⁉️   📌​จาก​ใน​ภาพขาวดำกลาง📌​ เราจะได้เห็น ทหาร​กอง...
03/06/2026

🚩ภาพ​กองทัพ​จักรวรรดิ​ญี่ปุ่น​ก่อนเ
สัง-หารหมู่ที่นานกิง ประมาณสองเดือน⁉️

📌​จาก​ใน​ภาพขาวดำกลาง📌​ เราจะได้เห็น ทหาร​กองทัพ​จักรวรรดิ​ญี่ปุ่น​กำลังขึ้นไปยืนโบกธง เเละพร้อมในกันฉลองความสำเร็จครั้งนี้ ในเดือนตุลาคม 1937 บนหอคอยประตูทางเหนือของเมืองเจิ้งติ้ง ศาลาด้านบน​เเละกำเเพงเสียหายเกิดจากการโจมตีด้วยปื-นใหญ่ของ​ญี่ปุ่น​
📌​ภาพบน:คือปัจจุบัน​ที่ได้รับการบูรณะ​เเล้ว
📌​ภาพล่าง: มุมกว่างของกำเเพงทั้งหมด เเละจุดที่ลูกศรชี้คือจุดที่กองทัพญี่ปุ่นฉลองชัยชนะครั้งนี้ครับ

🚩​เเต่เหตุการณ์​นี้มีคนพูดถึงค่อนข้างน้อยเพราะการสูญ-เสียเเทบจะเทียบกับการสัง-หารหมู่ที่นานกิง ต่อจากนี้สองเดือนไม่ได้เลย นั้นก็คือการเข้าจู่โจมเจิ้งติ้ง

🚩​เจิ้งติ้งเป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางใต้ของเป่าติ้ง ซึ่งณ ตอนนั้น เป่าติ้งก็ได้ถูกญี่ปุ่น​อีกกลุ่มหนึ่งได้ยึดครองไปเเล้ว เพราะญี่ปุ่นได้ทราบถึงความสำคัญของเมืองเป่าติ้ง ซึ่งเป็นเมืองสำคัญในมณฑลเหอเป่ย

🚩​เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและการปกครอง ในพื้นที่โดยรอบ การยึดครองเป่าติ้งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายอำนาจของจักรวรรดิ​ญี่ปุ่นในจีน

🚩​เเละทำให้สามารถ​บุกไปยึดครอง​เมื่องเล็กๆโดยรอบได้อย่างง่ายดาย รวมถึง เจิ้งติ้ง ในภาพทั้งหมดด้วยครับ
🔸เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆที่เจิ้งติ้ง คือบาทหลวง 9 รูปถูกจับและสัง-หารทั้งหมดในเมือง เจิ้งติ้ง

🚩ส่วนรายชื่อบาทหลวงเเละบุคลากร​ต่างชาติที่ทหารญีปุ่น​สัง-หาร ด้วยวิธีการถูกเผาทั้งเป็นจนเสีย-ชีวิตทางด้านใต้ของเจดีย์ หลิงเซียว เมืองเจิ้งติ้ง
1. บิชอปเหวิน จื้อเหอ
2.บาทหลวงเจอราร์ด วูเตอร์ส (อายุ 28 ปีจากประเทศเนเธอร์แลนด์อาจารย์ประจำเซมินารีเยาวชน)
3. บราเดอร์ อันตูน เกิร์ตส์ (อายุ 62 ปี จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ศิลปิน)
4. บาทหลวงโทมัส เซสก้า (อายุ 65 ปี ชาวออสเตรีย-โครเอเชียรองประธาน)
5.บาทหลวงลูเซียน ชาร์นี่ (อายุ 55 ปี จากประเทศฝรั่งเศส ประธาน)
6. บาทหลวงเออแฌน-อองตวน เบอร์ทรานด์ (อายุ 32 ปี จากประเทศฝรั่งเศส นักบัญชี)
7 บาทหลวงเอ็มมานูเอล โรเบียล (อายุ 60 ปี พระสงฆ์ ซิสเตอร์เซียนชาวฝรั่งเศส )
8.บาทหลวงวลาดิสลาฟ (วาดิสลาส ปรินซ์ อายุ 28 ปี จากโปแลนด์จากสังฆมณฑลคาทอลิกแห่งชุนเด )
9.อันตอน บิสกุปิตส์ ( ส( สโลวาเกีย ) ซึ่งเดินทางมาจากปักกิ่งเพื่อ ซ่อมแซมออร์แกน

🚩​การสัง-หารหมู่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่ทวีความรุน-แรงขึ้น เเละถูกจับจ้องจากหลายประเทศ​มากขึ้นกับการกระทำครั้งนี้ของจักรวรรดิ​ญี่ปุ่น​

🚩​ในขณะเดียวกัน กองทัพจักรวรรดิ​ญี่ปุ่นส่งนอื่นๆก็มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่อื่นๆ ของจีนในช่วงเวลานั้น เช่น การยึดเมืองลั่วเตี้ยนใกล้ๆ เซี่ยงไฮ้

🚩​เหตุการณ์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ที่กว้างขวางและรุน-แรงมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่สอง....

​ ​ ​ #ประวัติศาสตร์

ที่อยู่

Samut Prakan

เบอร์โทรศัพท์

+66645396333

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ JarnMoo Channelผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์