07/06/2026
"🍵Matcha คุณภาพสูง จำเป็นต้องมีสีเขียวสดมั้ย?"
ตอบได้เร็ว ๆ เลยว่า "จำเป็น"
อย่างน้อย ๆ ก็ต้องออกโทนเขียว บางตัวอาจจะออก Deep Green, หรือบางตัวอาจจะ Bright Green
แต่... เราจะไม่เจอ Matcha เกรดสูงมาก ๆ ที่สีออก Pale-Green(เขียวซีด), Brown Green(เขียวออกน้ำตาล), หรือ Yellowish Green(เขียวเหลือง) เด็ดขาด
เพราะสีของ Matcha เป็นมากกว่าแค่สี
ในบทก่อน เราพูดถึงเรื่อง "สี" ของ Matcha กันไปจนสมองคนอ่านแทบสังเคราะห์แสงได้เพราะคำว่า Chlorophyll
ในบทนี้ เราจะคุยกันว่า "สี" เกี่ยวข้องกับ "Flavor" และคุณภาพ ของ Matcha ยังไง
ซึ่งจะทำความเข้าใจเรื่องนี้ได้ เราต้องมาทำความเข้าใจเรื่อง Nitrogen Pathway ของต้นชากันก่อน
🍃Nitrogen・ไนโตรเจน
・・・
ธาตุที่มีปริมาณมากที่สุดในชั้นบรรยากาศโลก อากาศที่เราหายใจกันอยู่มี Nitrogen อยู่ 78% และเป็นธาตุที่เป็นส่วนประกอบหลัก ๆ ของพืชชนิดต่าง ๆ รวมทั้งต้นชาด้วย
ไม่ว่าจะเป็นกรดอมิโนต่าง ๆ L-Theanine คาเฟอีน โปรตีน เอนไซม์ และ Chlorophyll ก็ล้วนต้องใช้ Nitrogen เป็นส่วนประกอบทั้งนั้น
โดยเฉพาะต้นชา Camillia Sinensis พืชที่จะกลายมาเป็น Matcha, Sencha, Gyokuro ที่เรากินกันแซ่บ ๆ นั้นมีเส้นทางการใช้ และสะสม Nitrogen ที่แปลกประหลาดกว่าพืชอื่น เพราะมีระบบ L-Theanine
และวันนี้เราจะมาเจาะกันในเรื่องที่เรากำลังสนใจ นั่นก็คือ "สี" ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับ Chlorophyll และ "กรดอมิโน(Amino Acids)" กับ "คาเทคิน(Catechins)" ที่เกี่ยวข้องกับ "รสชาติ" ของชา
🍃Metabolism・กระบวนการเผาผลาญ
・・・
กรดอมิโนเป็น Nitrogen Compounds หรือพูดง่าย ๆ ว่ามันมี Nitrogen เป็นส่วนประกอบ ที่พืชสร้างขึ้นมาจากกระบวนการ Metabolism
เดี๋ยวๆๆๆๆ ..... หยุดดดดด
Metabolism คืออะไรก่อน?
คืองี้.... ลองจินตนาการว่า แร่ธาตุ สารเคมีต่าง ๆ เนี่ย คล้าย ๆ ตัวต่อ Lego จะต่อรถ ต่อเรือ ต่อดอกไม้ จาก Lego เนี่ย เราต้องใช้ตัวต่อชิ้นเล็ก ๆ มาประกอบกัน แล้วพอเอาก้อนตัวต่อเล็ก ๆ มาต่อกันอีก เราก็จะได้โครงสร้างที่ใหญ่ขึ้นอีก
และถ้าใครเคยเล่น Lego ก็จะรู้ว่า เราไม่ได้ "ต่อ" อย่างเดียว เราต้อง "แกะ" ด้วย เพราะจำนวนตัวต่อเรามีจำกัด ถ้าเราจะต่อเรือสักลำ แต่ชิ้นส่วนที่ต้องใช้มันอยู่ที่รถ เราก็แกะรถออกมาเพื่อเอาตัวต่อนั้นไปต่อเรือ
ดังนั้น... กระบวนการ Metabolism ที่ภาษาไทยเราแปลว่า "กระบวนการเผาผลาญ" (ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าเป็นคำแปลที่เห่ยมาก😅) มันคือการเล่นต่อ Lego ชีวเคมีที่มีการ แกะ ๆ ต่อ ๆ สารเคมีต่าง ๆ ในระดับโมเลกุลนั่นเอง
🔺Anabolism・"ต่อ"・ การสังเคราะห์โมเลกุล โครงสร้าง เนื้อเยื่อใหม่
และ
🔻Catabolism・"แกะ"・ การแยกส่วนประกอบ สลายสิ่งที่มีอยู่ เพื่อเอาองค์ประกอบไปใช้อย่างอื่น
สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ใช้กระบวนการนี้ในการเปลี่ยนแร่ธาตุ สารอาหารจากสิ่งแวดล้อม ไปเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต และการสร้างพลังงาน
🍃Amino acids・กรดอมิโน
・・・
Lego กลุ่มแรกที่เราจะพูดถึง ก็คือ Amino acids ซึ่งมี Nitrogen เป็นส่วนประกอบสำคัญ
ไม่ว่าคุณจะเป็นสาย Uji หรือ Yame ปริมาณกรดอมิโนจะเป็นตัวกำหนดว่า ชาจะออกมารสชาติดีงามแค่ไหน ซึ่งสะท้อนออกมาถึงคุณภาพชาโดยตรง
สำหรับ Matcha แล้ว Umami คือรสชาติหลักที่ทำให้ Matcha เป็น Matcha เหมือนรสเปรี้ยวที่ทำให้มะนาว เป็นมะนาว
และ สำหรับสาย 🔥High-Firing เช่น Yame-Style Matcha กรดอมิโนก็เป็นองค์ประกอบหลักสำหรับการเกิด Maillard Reaction ปฏิกิริยาทางเคมีที่สร้างกลิ่นคล้าย "ถั่วคั่ว" ที่ญี่ปุ่นเรียก Hika ส่วนบ้านเราเรียก Nutty
ดังนั้น ถ้ากรดอมิโนในใบชามีปริมาณน้อย ทั้ง Umami ที่สาย Uji ชื่นชอบ และกลิ่น Hika ที่สาย Yame ตามหา ก็จะน้อยตามไปด้วย
แต่... สำหรับต้นชาแล้ว น้องไม่ได้ผลิตกรดอมิโนออกมาเพื่อให้เราอร่อย 😋 แต่มันคือวิธีที่ต้นชาจัดการกับธาตุ Nitrogen ทั้งการเก็บสะสม และลำเลียง
🍃Chlorophyll・คลอโรฟิลล์
・・・
Lego อีกกลุ่มที่เราต้องพูดถึงก็คือ Chlorophyll ซึ่งเป็นโมเลกุลที่ทำให้ชาเขียว มีสีเขียวสมชื่อ โดยเฉพาะ Chlorophyll b ที่ทำให้ Matcha มีสีเขียวสว่างสดใส และ...จะประกอบ Chlorophyll ขึ้นมาได้ ต้องใช้ Glutamate
ในใบชา Glutamate จะถูกแยกส่วน และเอา Nitrogen มาใช้ประกอบเป็น Chlorophyll ดังนั้น ถ้ามี Glutamate ที่เป็นหนึ่งในกรดอมิโนหลักของต้นชาปริมาณมาก ก็เท่ากับว่าจำนวนตัวต่อที่จำเป็นในการประกอบ Chlorophyll ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้น เมื่อชาถูกพรางแสง มันจะถูกกระตุ้นให้ต้องสร้าง Chlorophyll มากขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสังเคราะห์แสง และจะต้องใช้ Nitrogen ปริมาณมากในการประกอบ Chlorophyll ใหม่ขึ้นมา
ปริมาณของ Amino Acids ในใบชา ที่เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของใบชาที่สำคัญ(ในอุตสาหกรรมชา นิยมใช้วิธีการตรวจปริมาณ Theanine) กับสีของใบชา จึงสอดคล้องกันในทางชีวเคมีแบบแยกกันไม่ออก
🍃Catechins・คาเทคิน
・・・
Lego กลุ่มถัดไปที่เราจะพูดถึงก็คือ Catechins โดยเฉพาะ EGCG(Epigallo Cathechins Gallate) เป็นสารหลักในชาที่ให้รส "ขม(Nigami)" และทำให้เกิดความ "ฝาด(Shibumi)"
ช่วงที่ชาจำศีลในฤดูหนาว ต้นชาจะไม่แตกใบใหม่ ทำให้ความต้องการใช้ Nitrogen น้อยลง ในช่วงนี้ต้นชาจะทำการ "สะสม" Nitrogen ไปเรื่อย ๆ ในรูปแบบของ Theanine ซึ่งพอถึงฤดุใบไม้ผลิ อากาศอบอุ่น Theanine จะถูกลำเลียงขึ้นไปที่ปลายกิ่ง เพื่อใช้ในการสร้าง "ใบใหม่(新芽)"
ถ้าใบชาโดนแสงแดดตามปกติ น้องจะทำการแกะ Theanine ออกแล้วเอา Carbon ที่เป็นหนึ่งในส่วนประกอบออกมา เพื่อเอามาประกอบใหม่เป็น EGCG(ทำหน้าที่ดูดซับ UV) เท่ากับว่า ปริมาณ Theanine และ Amino Acids ในใบชาก็จะลดลง
ด้วยเหตุนี้... การพรางแสง จึงสามารถรักษาปริมาณ Amino Acids โดยรวมในใบชาไว้ได้ โดยที่ไม่ต้องโดนแยกส่วนไปประกอบเป็น EGCG เพื่อป้องกันเซลส์ใบจากรังสี UV
นอกจาก EGCG แล้ว ชายังสร้าง Catechins ได้อีกหลายชนิด เพื่อป้องกันต้นชาจากเชื้อรา แมลง และสารต้านอนุมูลอิสระ ...ซึ่งถ้าเกษตรกรดูแลต้นชาดี ศัตรูน้อย พรางแสงพอ ชาก็จะไปให้ความสำคัญกับการสร้าง และสะสม Amino Acid ที่จำเป็นต่อการเติบโตมากกว่า
ดังนั้น... ถ้าปริมาณ Catechins มากขึ้น ก็แปลว่าปริมาณ Amino acids มีแนวโน้มจะลดลง และปริมาณ Chlorophyll ก็มีแนวโน้มจะลดลงด้วย... ทำให้ชามีสีเขียวที่หม่นลง
🍃สรุป・Conclusion.... Finally
・・・
"สีเขียว🟢" ของ Matcha ไม่ได้ดีแค่สวย แต่มันคือตัวชี้วัดที่บ่งบอกสุขภาพ และสภาวะทางเคมีของใบชาที่เกิดจากการดูแลต้นชา ปุ๋ย การพรางแสง และเทคนิคการเพาะปลูก ซึ่งเป็นตัวกำหนดปริมาณของสารสำคัญต่าง ๆ ในใบชา
Matcha ที่สีเขียวสด มีแนวโน้มที่จะมี Amino acids ปริมาณมาก Catechins ต่ำ ทำให้มีรสชาติ Umami, Sweetness ที่สูง และขมฝาดน้อย
ส่วน Matcha ที่มีสีออกซีด ก็อาจเป็นไปได้สูงว่า ปริมาณ Amino acids จะต่ำกว่า ทำให้มีรส Umami, Sweetness น้อย และอาจมีความขมฝาดที่มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ Matcha สีเขียวสด
นอกจากเรื่องของการเพาะปลูกแล้ว ก็ยังมีเรื่องของการ "เสื่อมคุณภาพ" ของชา จากการจัดเก็บ ที่จะทำให้ Chlorophyll เปลี่ยนไปเป็น Pheophytin และเป็นตัวชี้วัดว่า สารสำคัญอื่น ๆ ในชาก็เสื่อมสภาพไปแล้วเช่นกัน ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาคุยกันในบทความถัด ๆ ไป